เชิญชวนเสนอชื่อบุคคลและหน่วยงานรับรางวัล ‘หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก’

เชิญชวนเสนอชื่อบุคคลและหน่วยงานรับรางวัล ‘หม่อมงามจิตต์  บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก’

เชิญชวนเสนอชื่อบุคคลและหน่วยงานรับรางวัล ‘หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก’

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.56 น.

 มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี  ประกาศจัดงานมอบรางวัล “หม่อมงามจิตต์  บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” รางวัลสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม ประจำปี  2569 ในงาน “วันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก”    ครั้งที่ 38  วันที่ 18  ตุลาคม 2569 ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ โดยได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธี 

ทั้งนี้ ขอเชิญสถาบันการศึกษาที่มีการสอนระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศพิจารณาเสนออาจารย์ที่มีผลงานชัดเจนเกี่ยวกับการพัฒนาศีลธรรม คุณธรรม และจริยธรรม และการครองตนที่ถือเป็นแบบอย่างที่ดีของนิสิต  นักศึกษา ภายในวันที่ 19  มิถุนายน 2569 และขอเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอคนพิการเข้ารับการคัดเลือกเพื่อรับรางวัล “หม่อมงามจิตต์  บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” ประจำปี 2569  นี้ ได้ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ หน่วยงาน สมาคม มูลนิธิ ที่เกี่ยวข้อง ภายในวันที่ 29  พฤษภาคม 2569 หรือที่มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์   บุรฉัตร ในพระราชูปถัมภ์ ฯ ตึกมหิดล ชั้น 4 ถนนราชวิถี เขตราชเทวี กทม.10400 หรือ E-mail : princessngarmchit@gmail.com ข้อมูลและคุณสมบัติต่างๆโปรดเปิดดูได้ที่ www. princessngarmchit.org หรือสอบถามได้ที่มูลนิธิฯ ไลน์ไอดี 080-4042439 หรือโทรศัพท์ 02-3547391-4  สำหรับการคัดเลือก บุคคลดีเด่นสาขาอาชีพอื่นๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาเสนอเข้า รับรางวัลโดยตรง

BEARHOUSE เผยผลสำรวจวัยทำงานดื่ม ‘ชานม’ เป็น Reward Drink

BEARHOUSE เผยผลสำรวจวัยทำงานดื่ม ‘ชานม’ เป็น Reward Drink

BEARHOUSE เผยผลสำรวจวัยทำงานดื่ม ‘ชานม’ เป็น Reward Drink

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.54 น.

BEARHOUSE แบรนด์เครื่องดื่มชานมไข่มุกโมจิเจ้าแรกในไทย ก้าวสู่ปีที่ 7 อย่างแข็งแกร่ง เปิดตัว PATCH 3.4 ยกระดับประสบการณ์ความสุขทุกโมเมนต์ ภายใต้ Year Theme “บ้านหมี today’s moment” รับอินไซต์ผู้บริโภควัยทำงานที่มองหาเครื่องดื่มเติมพลังระหว่างวัน หรือเป็น “Reward drink” โดยเฉพาะกลุ่ม Senior Jobber 

นางสาวปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท 21 ซันแพสชั่น จำกัด กล่าวว่า ตลาดเครื่องดื่มชานมไม่เคยหมดสีสัน ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน BEARHOUSE ยังคงยืนหยัดรักษาคุณภาพระดับพรีเมียม ควบคู่ไปกับการพัฒนาตัวเองให้เป็นมากกว่าแบรนด์เครื่องดื่ม ด้วยการสร้างแนวคิดระบบ Patch Update ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเกมที่คอยอัปเดตเวอร์ชั่น เพื่อเพิ่มประสบการณ์ผู้เล่นให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 7 เราอัปเลเวลไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัว PATCH 3.4 ACTIVATED: “MOMENT UNLOCK” มาปลดล็อคอัปพลังความสุขผ่าน Year Theme 2026 : “บ้านหมี today’s moment” ภายใต้แนวคิด “ให้ทุกช่วงเวลาพัก มี BEARHOUSE อยู่ข้างๆ”

ไฮไลท์สำคัญ ได้แก่ ตัวละครน้องใหม่ “GACHA BEAR” เซตหมีกาชา ประเดิมเปิดแคมเปญอย่างยิ่งใหญ่ด้วย IP หมีไข่มุกโมจิเป็นครั้งแรก และเตรียมไอเดียคอลเลปกับ IP ต่างๆ อีกมากมาย ต่อด้วยการเผยโฉมแก้วโฮโลแกรมดีไซน์ใหม่ในกลุ่ม Floral Milk Tea มาพร้อมเมนูปั่นสุดละมุน Must Try อย่างชานมมะลิปั่น,ชานมอัสสัมปั่น และชาไทยคาราเมลไลซ์ปั่น เพิ่มกิมมิกด้วยท็อปปิ้งข้าวโอ๊ตป๊อปสำหรับเมนูปั่นโดยเฉพาะ ไม่เพียงเท่านี้ BEARHOUSE ยังมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าด้วย Engine Mode เพิ่มความเร็วในการชง 15.25% ต่อแก้ว เพิ่ม DIY Soft Yogurt Series ให้ลูกค้าสามารถ Custom Topping เองได้อย่างอิสระ ปิดท้ายด้วย “SUPER BEAR” ยกระดับโมเดลบัตรสมาชิกรูปแบบใหม่ เชื่อมความสุขระยะยาวผ่านสิทธิพิเศษและกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้เหล่าแฟนคลับได้เต็มอิ่มกับความสุขแบบสุดคุ้มก่อนใครตลอดทั้งปี”

อย่างไรก็ตาม จากการเก็บข้อมูลของบริษัทฯ พบว่า พฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมเครื่องดื่มชานม มีแนวโน้มเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้า Senior Jobber (วัยทำงานระดับสูง) ปรับเพิ่มขึ้น 10-15% เพราะต้องการ “Reward drink” ให้ตัวเองระหว่างวัน รวมถึงมองแบรนด์ดิ้งเครื่องดื่มชานมเป็น Affordable luxury และเป็นตัวเลือกเครื่องดื่มระหว่างการประชุม (Meeting drink) ขณะที่กลุ่ม Gen Z และ Millennials ยังคงนิยมเครื่องดื่มชานมที่สามารถปรับแต่งเมนูได้ตามใจ ไม่ว่าจะเป็น ระดับความหวาน การเลือกท็อปปิ้งที่ชอบ (Customization) โดยมีแรงจูงใจสำคัญจาก Social Media และมองชานมเป็นเครื่องดื่มไลฟ์สไตล์ที่ช่วยผ่อนคลายจากการเรียน เป็นรางวัล (Self-reward) ให้ตัวเอง ตลอดจนชื่นชอบประสบการณ์การดื่มพร้อมกับการเคี้ยวไข่มุก สำหรับความถี่ในการดื่ม ผู้บริโภคนิยมดื่ม 3-5 วันต่อสัปดาห์ เฉลี่ยวันละ 2 แก้วในช่วงเช้าและบ่าย โดยเน้นเป็นวันทำงานหรือเรียน มากกว่าวันหยุด

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและความเคลื่อนไหวของแบรนด์ได้ที่ https://www.facebook.com/bearhousethailand/?locale=th_TH และ https://www.instagram.com/bearhouse_thailand/

คุณแหน : 20 เมษายน 2569

คุณแหน : 20 เมษายน 2569

คุณแหน : 20 เมษายน 2569

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.03 น.

  • สงครามตะวันออกกลาง ที่อิหร่านถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลรุมเล่นงานมายาวนานกว่า 6 สัปดาห์ ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกซวนเซจนแทบล้มทั้งยืน ส่วนไทยประสบปัญหาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จนบัดนี้ก็ยังไม่มีท่าทีว่าสงครามจะสงบลงแต่อย่างใด เมื่อสงครามยืดเยื้อ ก็ทำให้น้ำมันสำรองของไทยร่อยหรอลงไปทุกวัน หากสงครามยังคงดำเนินต่อไปอีกเป็นเดือน ก็มีหวังไทยประสบปัญหาน้ำมันขาดแคลนอย่างไม่ต้องสงสัย ก็จึงได้แต่หวังว่าสงครามจะจบลงโดยเร็ววัน หรือไม่เช่นนั้นก็หวังให้โดนัลด์ ทรัมป์ กระเด็นตกจากเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเร็ว ๆ นี้
  • นิตินัย ศิริสมรรถการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิง เพาเวอร์ คอร์ปอเรชัน จำกัด บอกว่ากิจการของคิง เพาเวอร์ ได้รับผลกระทบมากพอควรจากการที่กลุ่มทัวร์ของนักท่องเที่ยวจีนหายไป ทำให้ต้องปิดสาขาดาวน์ทาวน์ไปสามแห่งคือ ศรีวารี มหานคร และพัทยา แล้วเมื่อมาเจอพิษสงครามตะวันออกกลาง ก็ทำให้นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางหายไปอีก แต่ลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ใช่ลูกค้าหลักของคิง เพาเวอร์ ก็จึงไม่สะเทือนมากนัก แต่หากสงครามตะวันออกกลางลากยาวไปเป็นเดือน ๆ ก็น่าหนักใจ ส่วนข่าวลือเรื่องปิดดิวตีฟรีดาวน์ทาวน์ที่เหลือคือ รางน้ำ ซิตี บูทีค และภูเก็ต เป็นเฟคนิวส์ นิตินัยย้ำว่าเฟคนิวส์ ร้อยเปอร์เซ็นต์
  • การบินไทย ก็ได้รับผลลบจากสงครามตะวันออกกลาง ทำให้ต้องปรับลดเที่ยวบินทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยการปรับตารางบินจะเกิดในช่วงเดือนพฤษภาคมเป็นส่วนใหญ่ สำหรับเส้นทางการบินที่ปรับลดลงอย่างชัดเจนคือสายยุโรปตะวันตก เช่น กรุงเทพฯ-แฟรงค์เฟิร์ต กรุงเทพฯ-มิวนิค กรุงเทพฯ-โคเปนเฮเกน กรุงเทพฯ-ออสโล กรุงเทพฯ-สตอกโฮล์ม ส่วนกรุงเทพฯ ไปเอเชียเหนือ เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ฮ่องกง ไต้หวัน ก็ปรับลดเที่ยวบินเช่นกัน ส่วนกรุงเทพฯไปนิวเดลีไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะยังบินสัปดาห์ละ 21 เที่ยวบิน ลดจากเดิมเพียงเที่ยวบินเดียวเท่านั้น
  • ศ.ส.พญ. ดร. เกวลี ฉัตรดรงค์ คณบดี คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอเชิญชวนคุณ ๆ ผู้มีความรัก ความเมตตาต่อสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมวจรจัด ไปชมภาพยนตร์ที่ดูแล้วทำให้มีรอยยิ้มในหัวใจ ผสมกับความเอื้อเอ็นดูต่อบรรดาสุนัขและแมวจรจัดที่มีอยู่มากมายในประเทศไทย โดยชมภาพยนตร์รอบพิเศษ เรื่อง โกฮัง หัวใจโกโฮม ณ โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย ศูนย์การค้าสยามพารากอน 20 เมษายน รอบ 18.00 น. และขอเชิญชวนบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือสุนัขและแมวจรจัดบาดเจ็บ พิการ ถูกทำร้าย และประสบอุบัติเหตุ ซึ่งนิสิตคณะสัตวแพทย์ฯ จุฬาฯ ร่วมกันทำโครงการช่วยเหลือสัตว์ตกทุกข์ได้ยาก ด้วยการนำไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทย์ฯ จุฬาฯ โปรดบริจาคเงินผ่านชมรมสวัสดิภาพสัตว์ (JohnJud) ที่บัญชีธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชีคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เลขที่บัญชี 152-044018-9 และกรุณาส่งสลิปเพื่อเป็นหลักฐานในการออกใบเสร็จรับเงินได้ทาง Inbox เพจ Facebook ของ JohnJud ทุกครั้ง
  • สวนสุนัขลุมพินี เปิดให้บริการมาแล้วเกือบสามเดือน แม้จะชื่อสวนสุนัข แต่ก็ไม่ได้ห่วงห้ามน้องแมวเข้าไปใช้บริการ ต้องขอขอบคุณหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (JCC) ที่สนับสนุนงบประมาณสร้างสวนสวยให้น้อง ๆ สี่ขา
  • ขอเชิญติดตามอ่านคอลัมน์ใหม่ในหนังสือพิมพ์แนวหน้า ชื่อคอลัมน์ เรื่องนี้มีประวัติ และคอลัมน์ คือผู้สร้างสรรค์ โดย “เรื่องนี้มีประวัติ” เน้นการนำเสนอเรื่องราวและประวัติของโบราณสถานต่าง ๆ เช่น วัง ทำเนียบ และบ้านโบราณของไทย ส่วน “คือผู้สร้างสรรค์” นำเสนอเรื่องราวของสตรีในแวดวงต่าง ๆ ที่มีส่วนสร้างสรรค์จรรโลงสังคมไทยในทุกแง่มุม ทั้งศาสตร์ ศิลป์ และการศึกษาของชาติ 

Victor Lee

วธ.เปิดตำนานนาคาแห่งลุ่มน้ำบูรพา สืบสานถ่ายทอดตำนานความรัก-ศรัทธา ใน ‘นาคราช เดอะ มิวสิคัล’

วธ.เปิดตำนานนาคาแห่งลุ่มน้ำบูรพา สืบสานถ่ายทอดตำนานความรัก-ศรัทธา ใน ‘นาคราช เดอะ มิวสิคัล’

วธ.เปิดตำนานนาคาแห่งลุ่มน้ำบูรพา สืบสานถ่ายทอดตำนานความรัก-ศรัทธา ใน ‘นาคราช เดอะ มิวสิคัล’

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.01 น.

เปิดตำนาน นาคาแห่งลุ่มน้ำบูรพา มหากาพย์ ความรัก ความศรัทธา  “นาคราช เดอะ มิวสิคัล”ละครเวที โดยกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมสนับสนุน “กลุ่มศิลปการแสดงภิวัฒน์” ครั้งนี้ได้ นักแสดงรุ่นใหม่ ร่วมสืบสาน ถ่ายทอด ตำนาน ความเชื่อ ความรัก ความศรัทธา ข้ามภพข้ามกาลเวลา  สร้างปรากฎการณ์ของละครเวที พร้อมเปิดใจเผยความรู้สึก ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในละครเวที “นาคราช เดอะ มิวสิคัล” บทพิสูจน์หน้าใหม่บนโลกการแสดงครั้งสำคัญ

ปีเตอร์แพน ทัศน์พล วิวิธวรรธ์ รับบท พญาเพชรภัทรนาคราช เผยว่า “ พอได้รับการติดต่อให้ร่วมแสดงในละครเวที “นาคราช เดอะ มิวสิคัล” ผมรู้สึกดีใจมากครับ เป็นความท้าทาย ที่อยากพาตัวเองเข้าไปสู่การแสดงตรงจุดนี้  โดยเค้าโครงของเรื่องมีความเป็นมนุษย์ทำให้เราเอื้อมถึงสามารถถ่ายทอดความรู้สึกได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องของความเชื่อในเรื่องนาคราช  ผมต้องพาตัวเองเข้าไปสู่ความเชื่อความศรัทธานั้นอย่างลึกซึ้งเป็นสิ่งที่น่าศึกษาค้นหา อีกหนึ่งมิติที่ผมจะได้เปิดมุมมองความคิดใหม่ ได้มีโอกาสพัฒนาฝีมือการแสดงครับ ”

มาริลิน เคท การ์ดเนอร์ รับบท พระนางอัญญารินทร์ธสินีเทวี   “ ความเชื่อเรื่องพญานาคสำหรับเคทเป็นเรื่องที่ใหม่มากค่ะ ได้มีโอกาสเล่นละครเวทีเรื่อง “นาคราช เดอะ มิวสิคัล” เป็นครั้งแรกที่เคทจะได้ศึกษาค้นคว้าประวัติ ความเป็นมาขององค์พญานาคอย่างจริงจัง อยากทำความเข้าใจเข้าถึงบท ของพระนางอัญญารินทร์ธสินีเทวีให้ดีที่สุด เคทตั้งใจจะไปกราบสักการะท่านขอพรให้การแสดงออกมาเหมาะสม ถูกต้องและดีที่สุด เพราะบทที่เคทเล่นมีเรื่องราวความรัก ได้รับรู้เรื่องราวความรักที่มั่นคงของพระองค์ท่านเป็นความรักที่งดงาม เคทจะตั้งใจเต็มที่เพื่อให้การแสดงออกมาดีสมดังที่ผู้ใหญ่ให้โอกาสค่ะ ”

บิว จักรพันธ์ พุทธา รับบท พญาวายุจักร “นาคราช เดอะ มิวสิคัล “ เป็นละครเวทีเรื่องแรกที่ผม รับเล่นเป็นความท้าทายในการแสดงมาก  ผมรับบทเป็น “ วายุจักร ” เป็นอีกคาแรกเตอร์หนึ่งที่อยากเล่นมากครับ ก่อนอื่นผมต้องเปิดใจรับตัวละครนั้น เข้ามาแล้วสวมบทบาทให้สมจริงที่สุด แม้ว่าจะไม่ได้อยู่บนโลกเสมือนจริง จะออกแนวแฟนตาซี ที่ต้องใช้จินตนาการความคิดในการถ่ายทอดบทออกมาเหมาะสมและดีที่สุดครับ ”

ชบา ณัฏฐามณี พิชญสุทธิศีล รับบท  พระนางนีลารุจี   “ ชบาเชื่อเรื่องพญานาค 100%  ชบาเป็นสายมู   บวกกับมีมงของมิสแกรนด์อุดรธานี เป็นรูปพญานาค   ชบามีความศรัทธาในองค์ท่านมากค่ะ  จากที่ชบาได้อ่านเรื่องย่อขององค์เพชรภัทรนาคราช มีความน่าสนใจมาก บทของชบามีความอิจฉา ริษยา เป็นรักสามเศร้า ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวของมนุษย์ ไม่ใช่เป็นเรื่องในโลกของพญานาค หรือโลกบาดาล แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในโลกนี้จริงๆ เป็นคติสอนใจให้กับมนุษย์อย่างเราๆ ให้อยู่บนความพอเพียง ไม่โลภ รู้จักพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี และอย่าทำผิดศีล สำหรับงานละครเวที เป็นสิ่งที่ชบาอยากลองชาเลนจ์ตัวเอง ชบาเป็นสายมิวสิคัล  ได้ใช้เสียงร้องบวกกับศิลปะการแสดง เป็นการพิสูจน์ความสามารถ ที่สำคัญเป็นเรื่องเกี่ยวกับพญานาค ที่ชบามีความศรัทธาค่ะ ”

นอกจากนี้ เหล่านักแสดงต่างซุ่มซ้อมบท เข้าห้องอัดเสียง  โดยบทเพลง “นาคราช เดอะ มิวสิคัล”เป็นเพลงที่แต่งขึ้นใหม่  อาทิ เพลง เทวะบัญชา,เพลง สันติปฏิญญา,เพลง สงคราม, เพลง โฉมงาม, เพลง ดาวดวงใจ, เพลง ไฟริษยา, เพลง เดียวดายฯ  แต่งคำร้องโดย   นภาดล กำปั่นทอง  ประพันธ์ทำนอง ควบคุมการสอนร้องเพลงเพลงโดย  ธานัท ธัญญหาญ  ทุกบทเพลง ล้วนมีความหมาย ในตัวละครนั้นๆมาร่วมพิสูจน์และออกเดินทางไปบนเส้นทาง แห่งความรัก ความศรัทธาใน“ นาคราช เดอะ มิวสิคัล ” 18-21 มิถุนายน นี้ ณ โรงละครเอ็มเธียเตอร์

เปิดจองบัตรแล้ววันนี้ ที่ ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา  หรือ โทร 02-2623456

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : คิดให้ดีก่อนสั่งซื้อยาและอาหารเสริมจาก online

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : คิดให้ดีก่อนสั่งซื้อยาและอาหารเสริมจาก online

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : คิดให้ดีก่อนสั่งซื้อยาและอาหารเสริมจาก online

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.59 น.

โลกออนไลน์ในยุคนี้มีทั้งประโยชน์และโทษ ยิ่งการที่ทุกคนเข้าถึงเรื่องราวต่าง ๆ ในระบบออนไลน์ได้ง่ายดายก็ยิ่งต้องใช้สติปัญญามากยิ่งขึ้น เพราะโลกออนไลน์มีคนบางจำพวกอวดอ้างสรรพคุณของตนเองและของสิ่งที่นำมาขายไว้เกินจริง โดยเฉพาะพวกที่อ้างว่าตนเป็นกูรู เป็น influencer ที่พากัน share เรื่องสารพัดชนิดตลอดเวลา ซึ่งบางรายก็มีประโยชน์ แต่บางรายก็เป็นโทษ ดังได้พบได้เห็นกันเป็นประจำ

เพราะฉะนั้น ก่อนจะเชื่อคำพูดต่าง ๆ จากสื่อออนไลน์จึงต้องตั้งสติให้ดี ยิ่งเป็นเรื่องของหยูกยา เวชสำอางค์ อาหารเสริม วิตามิน ก็ยิ่งต้องระวังให้มาก เพราะการจะกินยา กินอาหารเสริม หรือวิตามิน ต้องมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าไม่เป็นพิษเป็นอันตรายของร่างกายของผู้บริโภค

Influencer บางรายทำรายการออนไลน์เพื่อความบันเทิงสนุกสนาน ก็อาจจะนำเสนอเรื่องราวแบบเบา ๆ สบาย ๆ แต่บางรายทำเพราะต้องการช่วยเหลือสังคม จึงเน้นการให้ข้อมูลถูกต้อง เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม แต่ก็มีบางรายทำเพื่อหารายได้ทางตรงและทางอ้อม แต่อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่าผู้ผลิตคอนเทนท์ที่ดี ต้องเน้นความถูกต้องก่อนนำเสนอ เพราะเมื่อนำเสนอเรื่องราวไปแล้ว อาจมีผู้ share หรือ forward ต่อ ๆ กันไป ซึ่งหากเป็นเรื่องที่ถูกต้องก็ไม่มีปัญหา แต่หากเป็นข้อมูลเท็จ ก็เท่ากับกระจายความเท็จในวงกว้าง ผลเสียก็จึงตกกับผู้ที่รู้ไม่เท่าทันจึงกลายเป็นเหยื่อ หลายคนเจ็บป่วยหรือล้มตาย เพราะความไม่รู้จริง โดยเฉพาะการหลงเชื่อผู้ให้เท็จ ผิดพลาดคลาดเคลื่อนเรื่องอาหาร ยา วิตามิน อาหารเสริม และเรื่องสุขภาพ น่าประหลาดที่คนไข้บางคนไม่เชื่อหมอ ไม่กินยาตามที่หมอสั่ง แต่หลงเชื่อข้อความหลอกลวงในออนไลน์ จาก influencer ที่พูดเรื่องวิตามิน อาหารเสริม และแร่ธาตุโดยปราศจากความรู้แท้จริง แต่กลับทำให้หลายคนหลงเชื่อ แล้วสั่งซื้อสินค้าอย่างรวดเร็ว ทั้ง ๆ ที่คนบอกเล่าเรื่องราวไม่ใช่หมอ ไม่ใช่เภสัชกร

เป็นเรื่องประหลาดมากที่คนไข้บางรายไม่ยอมกินยาที่หมอสั่ง แต่หลงเชื่อแล้วกินอาหารเสริม แต่กินไปแล้วก็ไม่ได้ประโยชน์ แถมยังเกิดอาการข้างเคียง ทำให้ต้องไปรักษาตัวในโรงพยาบาล แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเรียกร้องความรับผิดชอบใด ๆ จาก influencer ได้ เรื่องราวเหล่านี้พบได้ทุกวันในโรงพยาบาล แต่ก็ไม่มีใครสามารถห้าม influencer นำเสนอเรื่องราวที่ผิด ๆ เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพได้ เพราะฉะนั้น มีสิ่งเดียวที่ทำได้คือ ผู้เสพสื่อฯ ต้องมีสติ ต้องคิดไตร่ตรองก่อนว่าควรเชื่อหรือไม่ควรเชื่อ ต้องตั้งคำถามเสมอว่า ผู้ให้ข้อมูลเป็นใคร มีความรู้ด้านยา และด้านการรักษาโรคแท้จริงหรือไม่ และมีการหาผลประโยชน์โดยมิชอบหรือเปล่า

บวชนาน 6 ปี ‘MiMi Tao’ หลังโดนบูลลี่หนัก ก่อนออกตามฝันบนรันเวย์เติบใหญ่เป็นนางแบบข้ามเพศ

บวชนาน 6 ปี ‘MiMi Tao’ หลังโดนบูลลี่หนัก ก่อนออกตามฝันบนรันเวย์เติบใหญ่เป็นนางแบบข้ามเพศ

บวชนาน 6 ปี ‘MiMi Tao’ หลังโดนบูลลี่หนัก ก่อนออกตามฝันบนรันเวย์เติบใหญ่เป็นนางแบบข้ามเพศ

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.55 น.

ชีวิตสุดเหลือเชื่อ ชีวิตเกินจะคาดเดา ตอนเด็กๆ บ้านยากจน เคยบวชเณรนานถึง 6 ปี โดนล้อโดนแกล้งสารพัด เพราะเป็นตุ๊ดเด็กหัวโปกตัวเล็กผอมบาง มีมี่ เทา MiMi Tao พชรณัฏฐ โนบรรเทา เติบใหญ่เป็นนางแบบข้ามเพศ ตอนนี้พุ่งรุ่งสู่นางเอกซีรีส์ดังเยอรมัน Crooks ฉายแล้วทาง Netflix ไปทั่วโลก

Crooks ซีรีส์ดังแรงๆ จากเยอรมัน แนวสืบสวนแอคชั่นซ่อนปมดุ! กระแสแรงดั้งแต่แรก จึงต้องทำซีซั่น 2 ออกมา ได้เปิดตัวฉายรอบแรกของโลก PreWord Premiere ที่เวียนนา ออสเตรีย แน่นอนว่าฉายไปแล้ว แค่ไม่กี่ ep. ตอน ก็มีกระแสดีมากๆ

มีมี่ เทา เปิดใจว่า “มี่ต้องมาปักหลักถ่ายทำที่ไทย นานกว่า 6 เดือน ตอนแรกถูกวางบทให้เล่นเป็นน้องสาว ของบิ๊ก D Gerrard ดี เจอร์ราร์ด แต่พอถ่ายทำจริง ทางผู้กำกับเปลี่ยนบท ให้เป็นพี่สาวของบิ๊ก ดีเจอร์ราร์ด แทนค่ะ อยากให้ลองดูกันก่อน น่าจะชอบกันได้ เพราะคุณภาพมาตรฐาน Netflix ต้องเป๊ะอยู่แล้ว ที่ฉายไปทั่วโลก

”นางแบบเป็นอาชีพที่มี่ยังรัก มี่เป็นนางแบบมานานหลายปี เป็นนางแบบให้รายการดัง Project Runway มาแล้วถึง 6 ปี และรับเดินแบบ ให้หลายแบรนด์ดังแล้ว ในแฟชั่นวีคที่สหรัฐอเมริกา

“ซี่รีส์เยอรมัน Crooks เป็นการแสดงครั้งแรกของมี่ เปิดโลกการแสดงของเรามากๆ สนุกกว่าที่คิดค่ะ ถ้ามีโอกาสอีก ก็อยากจะเล่นหนัง ละคร ซีรีส์ ต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ

“จริงๆ มี่อยากลองเล่นซี่รีส์ละครไทย หนังไทย อย่างหนังสัปเหร่อ มี่ดูแล้วทั้ง 2 ภาค ชอบมากๆ มี่ชอบพูดภาษาอีสาน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน จึงอยากลองเล่นหนัง ที่พูดๆ ภาษาอีสานด้วยค่ะ คุณก้องผู้จัดการฝั่งไทยของมี่ ก็ติดต่อคุณโอม ( อวิรุทธ์ อรรคบุตร โปรดิวเซอร์หนังสัปเหร่อ ) ไปแล้ว ก็ไม่รู้จะได้เล่นเรื่องอะไรหรือไม่ ถ้าได้เล่นจริงๆ มี่ก็พร้อมกลับไทย เพราะปกติก็บินมาไทย เกือบทุกปีอยู่แล้วค่ะ“

มีมี่ เทา MiMi Tao พชรณัฏฐ โนบรรเทาเป็นนางแบบข้ามเพศจากไทย ที่เจิดจรัสที่ไปไกลมากๆ สร้างชิ่อเสียงระดับโลกให้สาวไทย ก่อนหน้านี้ มีมี่ เทา เคยได้รับตำแหน่งใหญ่ เป็นทูตยูเอ็น UN (United Nations องค์การสหประชาชาติ ) เป็นแอมบาสเดอร์ Ambassador ในโปรเจกต์ TogetherBand ด้านลดความเหลื่อมล้ำในสังคม Reduced Inequalities

กลุ่ม CPF คว้า 6 รางวัล TPM Awards 2025 เวทีระดับโลกจากญี่ปุ่น ตอกย้ำมาตรฐานการผลิตระดับสากล

กลุ่ม CPF คว้า 6 รางวัล TPM Awards 2025 เวทีระดับโลกจากญี่ปุ่น ตอกย้ำมาตรฐานการผลิตระดับสากล

กลุ่ม CPF คว้า 6 รางวัล TPM Awards 2025 เวทีระดับโลกจากญี่ปุ่น ตอกย้ำมาตรฐานการผลิตระดับสากล

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.52 น.

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF และ บริษัท ซี.พี.เวียดนาม คอร์ปอเรชั่น คว้า 6 รางวัลระดับโลก จากเวที TPM Awards 2025 จัดโดยสถาบัน Japan Institute of Plant Maintenance (JIPM) ประเทศญี่ปุ่น สะท้อนความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการการผลิตตามมาตรฐานสากล โดยในปี 2025 มีองค์กรจาก 16 ประเทศ รวม 83 บริษัท เข้ารับการประเมิน ภายใต้กระบวนการประเมินมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก

โดยปีนี้ โรงงานผลิตอาหารสัตว์บกปักธงชัย คว้ารางวัลสูงสุดระดับ “Special Award” ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นเป็นเลิศในทุกมิติ ตอกย้ำความเป็นองค์กรต้นแบบด้านเกษตรอุตสาหกรรม ที่สามารถยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างคุณค่าให้แก่สังคม สิ่งแวดล้อม และชุมชนอย่างยั่งยืน

พิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ เกียวโต อินเตอร์เนชันแนล คอนเฟอเรนซ์ เซ็นเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น โดยมี บุญเสริม เจริญวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ด้านบริหารกระบวนการธุรกิจอาหารสัตว์บก ,สลิลรัตน์ พงษ์พานิช ผู้อำนวยการอาวุโส ธุรกิจอาหารสำเร็จรูป CPF และ วิรัตน์ บัวแย้ม รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซี.พี.เวียดนาม เป็นผู้แทนรับรางวัล

บุญเสริม เจริญวัฒน์ กล่าวว่า CPF ได้นำระบบ Total Productive Maintenance (TPM) มาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับกระบวนการผลิต โดยให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงเป็นความภาคภูมิใจขององค์กร แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพ และส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพระดับสากลสู่ผู้บริโภคทั่วโลก

สำหรับรางวัลที่ได้รับในปีนี้ รวมทั้งสิ้น 6 รางวัล ดังนี้

  • Special Award for TPM Achievement ได้แก่ โรงงานผลิตอาหารสัตว์บกปักธงชัย จ.นครราชสีมา
  • Award for Excellence in Consistent TPM Commitment ได้แก่
  1. โรงงานอาหารสัตว์บกท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา
  2. โรงงานอาหารสำเร็จรูป จ.สระบุรี
  3. Binh Dinh Feed Mill ซี.พี.เวียดนาม
  4. Hai Duong Factory ซี.พี.เวียดนาม
  • Award for TPM Excellence ได้แก่ โรงงานอาหารสำเร็จรูปหนองจอก

ทั้งนี้ TPM Awards เป็นเวทีระดับนานาชาติที่มีเกณฑ์การประเมินเข้มข้น โดยผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น (TPM Assessor) พิจารณา 5 ด้านหลัก ได้แก่ การบริหารจัดการโรงงาน ระบบและกระบวนการ บุคลากร ผลลัพธ์ และการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกระดับ

ในช่วงปี 2015–2022 กลุ่ม CPF ได้รับรางวัล TPM อย่างต่อเนื่อง รวม 25 รางวัล ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการผลิตอาหารที่มีมาตรฐานระดับสากลอย่างยั่งยืน

ไอเรื้อรัง เหนื่อยง่าย อาจไม่ใช่แค่หวัด รู้ทันมะเร็งปอด ด้วยเทคโนโลยี EBUS

ไอเรื้อรัง เหนื่อยง่าย อาจไม่ใช่แค่หวัด  รู้ทันมะเร็งปอด ด้วยเทคโนโลยี EBUS

ไอเรื้อรัง เหนื่อยง่าย อาจไม่ใช่แค่หวัด รู้ทันมะเร็งปอด ด้วยเทคโนโลยี EBUS

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.42 น.

อาการไอเรื้อรัง หายใจติดขัด หรือเหนื่อยง่าย อาจดูเหมือนเรื่องเล็กน้อยที่หลายคนมองข้าม คิดว่าเป็นแค่หวัดหรือภูมิแพ้ทั่วไป แต่ในความเป็นจริง นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งปอด โรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้คนมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก

นายแพทย์อภิรักษ์ จันทร์เพ็ง อายุรแพทย์ระบบทางเดินหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบหายใจ โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า   มะเร็งปอด คือหนึ่งในมะเร็งที่พบมากที่สุด และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของโลก เนื่องจากโรคนี้มักไม่แสดงอาการในระยะแรก ผู้ป่วยจำนวนมากจึงได้รับการวินิจฉัยเมื่อโรคลุกลามแล้ว ทำให้โอกาสในการรักษาหายขาดลดลง

นายแพทย์อภิรักษ์ จันทร์เพ็ง

อาการของมะเร็งปอด ได้แก่ ไอเรื้อรังหรือมีเสมหะปนเลือด  หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก  น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ  เสียงแหบหรือเหนื่อยง่ายกว่าปกติ ซึ่งหากมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องกันหลายสัปดาห์ ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว

การตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ฃๆ เป็นหัวใจสำคัญในการรักษาโรคมะเร็งปอดให้ได้ผลดีที่สุด ดังนั้นแนะนำทุกคนควรเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีหรือเข้ารับการตรวจคัดกรองด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดปริมาณรังสีน้อย (Low Dose CT Scan) หากตรวจพบก้อนหรือจุดในปอด แพทย์จะพิจารณาตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมด้วย เทคโนโลยี EBUS-TBNA (Endobronchial Ultrasound-Guided Transbronchial Needle Aspiration) โดยใช้เทคนิคส่องกล้องหลอดลมร่วมกับอัลตราซาวนด์ ที่ช่วยให้แพทย์เก็บชิ้นเนื้อจากก้อนหรือต่อมน้ำเหลืองภายในทรวงอกได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องผ่าตัด  หากพบเร็วและรีบเข้ารับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ มีโอกาสหายขาดสูง แต่หากปล่อยให้ ก้อน หรือ จุด ในปอดโตขึ้น มะเร็งจะลุกลาม ยากต่อการรักษา และเป็นอันตรายถึงชีวิต

ข้อดีของ EBUS คือ ตรวจเจาะชิ้นเนื้อจากต่อมน้ำเหลืองหรือก้อนเนื้อข้างหลอดลมโดยไม่ต้องผ่าตัด ลดความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน ใช้กล้องอัลตร้าซาวด์นำทางแม่นยำ ลดความเสี่ยง ฟื้นตัวเร็ว ตรวจได้ทั้งมะเร็งปอด วัณโรค หรือเนื้องอกในระบบทางเดินหายใจ สามารถดูความผิดปกติของปอด และหลอดลม ทราบผลชิ้นเนื้อภายใน 2 วัน

กลุ่มที่ควรตรวจด้วย EBUS มีดังนี้  ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น สูบบุหรี่ หรือสัมผัสมลพิษเรื้อรัง ผู้ที่มีอาการผิดปกติเรื้อรังเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ผู้ที่ตรวจพบก้อนผิดปกติจาก X-ray หรือ CT Scan ผู้ที่มีประวัติมะเร็งปอดในครอบครัว

อย่างไรก็ตาม การตรวจด้วยวิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีก้อนในทรวงอก หรือมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอด เพราะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย แม่นยำ และฟื้นตัวได้ไว ดังนั้นหากสังเกตอาการตัวเองหรือคนรอบข้างว่า มีอาการผิดปกติ หรือมีก้อนในทรวงอก ให้รีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยกับแพทย์และการวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม

เหนื่อยง่าย นอนหงายแล้วอึดอัด อาจเสี่ยง ‘โรคลิ้นหัวใจ’

เหนื่อยง่าย นอนหงายแล้วอึดอัด อาจเสี่ยง ‘โรคลิ้นหัวใจ’

เหนื่อยง่าย นอนหงายแล้วอึดอัด อาจเสี่ยง ‘โรคลิ้นหัวใจ’

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.41 น.

หลายคนอาจจะไม่ทราบว่า จริงๆ แล้ว อาการเหนื่อยง่ายผิดปกติหรือความรู้สึกอึดอัดเวลานอนราบนั้น อาจเป็นสัญญาณเตือนของ “โรคลิ้นหัวใจ” ภัยร้ายที่กำลังทำลายหัวใจอย่างเงียบๆ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่อาการรุนแรงแล้ว ซึ่งอาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเปิดหน้าอกที่มีความเสี่ยงและใช้เวลาพักฟื้นนาน จนอาจสร้างความกังวลให้ผู้ป่วยอย่างมาก แต่ปัจจุบันมีทางเลือกการรักษารูปแบบใหม่ด้วยเทคโนโลยี Transcatheter Aortic Valve Implantation (TAVI) ที่ไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าอก ช่วยลดความเสี่ยงและช่วยให้คนไข้ฟื้นตัวไว ถือเป็นอีกทางเลือก สำหรับผู้ป่วยในกลุ่มที่มีภาวะรุนแรง อย่างไรก็ตาม การป้องกันโรคไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน

 นพ. สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาล และอายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคหัวใจ ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลวิมุต ให้ข้อมูลความรู้วิธีสังเกตตัวเองง่ายๆ เพื่อรู้เท่าทันโรคนี้ก่อนสาย พร้อมแนวทางการดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยง และเทคโนโลยีการรักษาโรคลิ้นหัวใจในปัจจุบันที่สร้างความมั่นใจให้ผู้ป่วย

 นพ. สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย

“โรคลิ้นหัวใจ” ภัยเงียบที่ปล่อยไว้ยิ่งอันตราย

โรคลิ้นหัวใจ (Valvular Heart Disease) คือความผิดปกติที่เกิดขึ้นที่ลิ้นหัวใจ แบ่งเป็น 2 ประเภทง่าย ๆ คือ ลิ้นหัวใจรั่ว และ ลิ้นหัวใจตีบ โดยปกติคนเรามีลิ้นหัวใจ 4 ลิ้น ทำหน้าที่เปิด–ปิดเพื่อควบคุมทิศทางการไหลเวียนของเลือด เมื่อลิ้นหัวใจทำงานผิดปกติจะทำให้เลือดไหลย้อนกลับหรือไหลไม่สะดวก ส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้น สิ่งที่น่ากังวลคือ ภาวะนี้มักเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ทำให้ร่างกายพยายามปรับตัวชดเชยจนเราแทบไม่เห็นความผิดปกติในระดับแรก กว่าจะรู้ตัวโรคก็อาการรุนแรงแล้ว

“โรคลิ้นหัวใจ” ไม่เลือกวัย ใครก็เสี่ยงได้

หลายคนอาจคิดว่าโรคลิ้นหัวใจเกิดได้แค่ในผู้สูงอายุ แต่จริง ๆ แล้วโรคลิ้นหัวใจสามารถเกิดกับคนทุกวัย โดยในกลุ่มเด็กเล็กอาจพบความผิดปกติของลิ้นหัวใจมาตั้งแต่กำเนิด หรืออาจเคยติดเชื้อรุนแรงจนทำให้ลิ้นหัวใจเสียหาย ส่วนในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ สาเหตุหลักมักมาจากลิ้นหัวใจเริ่มเสื่อมสภาพตามอายุจนลิ้นหัวใจรั่ว หรือมีแคลเซียมและไขมันเกาะสะสมจนแข็งตัวทำให้เป็นลิ้นหัวใจตีบ นอกจากนี้คนที่มีโรคประจำตัว อาทิ ความดันโลหิต เบาหวาน และไขมันในเลือด ก็เพิ่มความเสี่ยงโรคลิ้นหัวใจเช่นกัน

เหนื่อยง่ายผิดปกติ สัญญาณเตือน “โรคลิ้นหัวใจ”

 นพ.สุวาณิช ชี้ให้เห็นถึงภัยเงียบนี้ว่า “อาการเริ่มแรกของโรคลิ้นหัวใจคือการเหนื่อยหรืออ่อนเพลียโดยไม่มีสาเหตุ ซึ่งหลายคนอาจชะล่าใจคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจมีอาการรุนแรงขึ้น เช่น นอนราบแล้วอึดอัด หรือขาบวม ที่อันตรายกว่านั้นคือภาวะแทรกซ้อนที่ตามมา ทั้งภาวะหัวใจโต น้ำท่วมปอด หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือเสี่ยงต่ออัมพฤกษ์-อัมพาต ดังนั้นหากเริ่มเหนื่อยขณะทำกิจกรรมเดิม ๆ อย่ารอช้า รีบมาตรวจคัดกรองกับแพทย์เพื่อรักษาให้ทันท่วงที”

อายุ 35+ ควรเช็กหัวใจ ไม่ต้องรอมีอาการ

เมื่อเข้าสู่วัย 35 ปี แม้ภายนอกจะดูแข็งแรง แต่ร่างกายภายในอาจเริ่มเสื่อมลง แพทย์จึงแนะนำให้ตรวจสุขภาพหัวใจเป็นประจำโดยไม่ต้องรอให้มีอาการ โดยที่ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลมุต ทีมแพทย์เฉพาะทางมีแนวทางการวินิจฉัยโรคลิ้นหัวใจด้วย 4 ขั้นตอนหลักเพื่อความแม่นยำ เริ่มจากการเอกซเรย์ปอดเพื่อประเมินขนาดหัวใจ ต่อด้วยการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram) เพื่อตรวจการเต้นและกระแสไฟฟ้าหัวใจ ไปจนถึงการตรวจอัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram) และการวิ่งสายพาน Exercise Stress Test (EST) เพื่อตรวจการทำงานของหัวใจอย่างละเอียด ซึ่งการตรวจพบเร็วไม่เพียงช่วยลดความรุนแรงของโรค แต่ยังช่วยให้วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด Transcatheter Aortic Valve Implantation (TAVI) การเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด ปลอดภัยสูง กลับบ้านได้ใน 2 วัน

การรักษาผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจที่ไม่รุนแรงจะเน้นรักษาตามอาการ เช่น ให้ยาควบคุมการเต้นของหัวใจ ยาลดไขมัน หรือยาลดความดันโลหิต พร้อมกับควบคุมโรคประจำตัวให้สงบ นพ. สุวาณิช อธิบายว่า “ในกรณีผู้ป่วยเป็นโรคลิ้นหัวใจรุนแรง  แพทย์อาจพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ซึ่งเดิมทีต้องผ่าตัดเปิดหน้าอก เป็นการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องหยุดการทำงานของหัวใจและพักฟื้นประมาณ 2 สัปดาห์ แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยี TAVI นวัตกรรมการรักษาใหม่ที่ใส่ลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวน ทำให้ไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าอกและไม่ต้องหยุดการทำงานของหัวใจ ช่วยลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดใหญ่ แผลเล็ก และพักฟื้นเพียง 1-2 วัน ก็สามารถกลับบ้านไปใช้ชีวิตตามปกติได้

“เราสามารถสร้างเกราะป้องกันโรคลิ้นหัวใจได้ตั้งแต่วันนี้ เริ่มจากการตรวจสุขภาพหัวใจเมื่ออายุ 35 ปีขึ้นไป หากผลปกติดีอาจตรวจซ้ำทุก 5 ปี ควบคู่ไปกับการปรับไลฟ์สไตล์ให้สมดุล กินให้ดี คุมน้ำหนักให้เหมาะสม หมั่นออกกำลังกาย และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ แต่ถ้ามีโรคประจำตัวอย่างความดันโลหิต เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง พยายามคุมให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ที่อยากย้ำเน้นคืออย่ามองข้ามสัญญาณเตือนเล็ก ๆ อย่างอาการ ‘เหนื่อยง่าย’ และรีบมาพบแพทย์ เพราะถ้าตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้รักษาได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”

หาดมีข้อสงสัยสามารถขอรับคำปรึกษาหรือนัดหมายแพทย์ได้ที่ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด ชั้น 6 โรงพยาบาลวิมุต เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น. โทรศัพท์ 02-079-0042 นอกจากนี้ ยังสามารถดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อทำนัดหมายแพทย์ล่วงหน้า หรือเลือกใช้บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ (Telemedicine) ผ่านทาง Line @vimuttelemed หรือ ViMUT Applicationเพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้นจากแพทย์ผู้ชำนาญการได้อย่างสะดวก รวมถึงติดตามผลหลังการรักษาได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องเดินทาง ซึ่งช่วยให้การดูแลต่อเนื่องในทุกขั้นตอน สะท้อนความตั้งใจของโรงพยาบาลวิมุตที่พร้อม “เข้าใจทุกความซับซ้อน เพื่อการรักษาที่ตรงจุด”

ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิกกับแนวทางปฏิบัติสำหรับเภสัชกร คัดกรอง ประเมิน ดูแลผู้ป่วย ‘โรคปลายประสาทอักเสบ’

ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิกกับแนวทางปฏิบัติสำหรับเภสัชกร  คัดกรอง ประเมิน  ดูแลผู้ป่วย ‘โรคปลายประสาทอักเสบ’

ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิกกับแนวทางปฏิบัติสำหรับเภสัชกร คัดกรอง ประเมิน ดูแลผู้ป่วย ‘โรคปลายประสาทอักเสบ’

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.39 น.

ผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชกรรมชั้นนำจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ร่วมกับ P&G Health ประกาศเปิดตัวแนวทางปฏิบัติฉบับแรกของภูมิภาค ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุน “เภสัชกรชุมชน” ให้สามารถคัดกรอง ประเมิน และดูแลผู้ป่วยโรคปลายประสาทอักเสบ (Peripheral Neuropathy: PN) ได้อย่างมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติวิชาชีพเภสัชกรรมในทุกๆ วัน

แนวทางภายใต้ชื่อ “เสริมศักยภาพเภสัชกรชุมชน: แนวทางเวชปฏิบัติจากฉันทามติของผู้เชี่ยวชาญเพื่อการจัดการภาวะเส้นประสาทส่วนปลายผิดปกติอย่างมีประสิทธิภาพด้วยวิตามินบีที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาท” มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงวิชาการสู่การปฏิบัติจริง พร้อมคำแนะนำที่สามารถปรับใช้ตามบริบทวัฒนธรรม เพื่อสร้างมาตรฐานการคัดกรอง การให้คำปรึกษา และขั้นตอนการรักษาในร้านขายยา ช่วยลดปัญหาการวินิจฉัยล่าช้าและการรักษาที่ไม่ทันท่วงที

ดร. โยลันดา อาร์. โรเบิลส์ (Dr. Yolanda R. Robles) อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ และประธานสหพันธ์สมาคมเภสัชกรรมแห่งเอเชีย (FAPA) ผู้เขียนหลักและประธานคณะทำงาน กล่าวว่า “โรคปลายประสาทอักเสบเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก โดยมีอัตราการเกิดสูงในผู้ป่วยเบาหวานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก  ได้แก่ ฟิลิปปินส์ (58%) อินโดนีเซีย (58%) มาเลเซีย (54%) ไทย (34%) สิงคโปร์ (28%) และออสเตรเลีย (21%) ด้วยบทบาทของเภสัชกรในฐานะบุคลากรทางการแพทย์ที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด แนวทางนี้จึงช่วยให้เภสัชกรสามารถตรวจพบอาการได้เร็วขึ้น ให้คำแนะนำผู้ป่วยได้อย่างมั่นใจ และทำงานร่วมกับแพทย์เพื่อยกระดับผลลัพธ์การรักษาในระยะยาว”

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ชรัดดา โวห์รา (Shraddha Vohra) รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพส่วนบุคคล ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก, P&G Health สิงคโปร์ กล่าวว่า “ร้านขายยาชุมชนมักเป็นจุดแรกที่ผู้คนจะเข้ามาปรึกษาเมื่อมีอาการชา เหน็บ แสบร้อน หรือรู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่มบริเวณมือและเท้า ซึ่งเป็นอาการทั่วไปของโรคปลายประสาทอักเสบ คาดการณ์ว่ามีผู้ป่วยจากโรคดังกล่าว สูงถึง 80% ในเอเชียแปซิฟิกที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย เภสัชกรจึงมีบทบาทสำคัญในการสังเกตอาการตั้งแต่ระยะแรก พร้อมทั้งแนะนำการดูแลที่เหมาะสม และช่วยป้องกันไม่ให้อาการลุกลาม แนวทางนี้ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับบริบทการทำงานจริงของร้านขายยา ที่รองรับทั้งความหลากหลายทางภาษาและข้อกำหนดด้านกฎหมายที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศแถบเอเชียแปซิฟิกและภูมิภาคอื่นๆ โดยมาพร้อมกับเครื่องมือที่สามารถนำไปปรับใช้ในแต่ละพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ”

พลิกบทบาทเภสัชกร: จากการตั้งรับสู่การคัดกรองเชิงรุก และการรักษาที่ทันท่วงที

ดร. ภญ. ลูซี โนเวียนี (Dr. Apt. Lusy Noviani) ผู้ร่วมเขียน และผู้แทนสมาคมเภสัชกรอินโดนีเซีย (IAI) กล่าวว่า “จากบทบาทหลังเคาน์เตอร์สู่การเป็นบุคลากรด่านหน้า เภสัชกรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังเปลี่ยนผ่านจากการทำหน้าที่ ‘จ่ายยา’ ไปสู่ ‘การตรวจคัดกรองโรคในระยะแรกและการดูแลเชิงรุก’ โดยเฉพาะในประเทศอย่างอินโดนีเซีย ซึ่งมีสัดส่วนแพทย์ต่อจำนวนประชากรค่อนข้างน้อย เภสัชกรชุมชนจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการคัดกรองและลดความล่าช้าในการดูแลผู้ป่วยโรคปลายประสาทอักเสบ”

แนวทางใหม่นี้ช่วยเสริมศักยภาพเภสัชกรให้เป็น “พารท์เนอร์ในการดูแลสุขภาพเชิงรุก” ตลอดกระบวนการดูแลรักษาผู้ป่วยที่โรคปลายประสาทอักเสบ ให้สามารถคัดกรองผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงตั้งแต่ระยะแรก ด้วยหลักการช่วยจำแบบใหม่ที่เรียกว่า MEDIC, แยกแยะอาการปวดเส้นประสาทออกจากอาการปวดกล้ามเนื้อ, ใช้แบบประเมินมาตรฐานในร้านขายยา (เช่น ACT, DN4 และ NPQ)  ,ให้คำแนะนำ พิจารณาการใช้ยาพื้นฐานที่เหมาะสม รวมถึงวิตามินบีบำรุงประสาทที่โดสสูง (B1, B6, B12) และส่งต่อแพทย์ทันทีเมื่อพบสัญญาณอันตราย ,ติดตามผลและประเมินการตอบสนองต่อการรักษา เพื่อความปลอดภัยและปรับแผนการดูแลให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละราย

“MEDIC” ช่วยคัดกรองความเสี่ยงก่อนที่จะสายเกินแก้

ดร. นาวิน กุมาร โลแกนาดัน  (Dr. Navin Kumar Loganadan) ผู้เขียนร่วมและหัวหน้าฝ่ายเภสัชกรรมผู้ป่วยนอก และ คลินิก DMTAC (Diabetes Medication Therapy Adherence Clinic) ประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า “ในสภาพแวดล้อมร้านขายยาที่มีความเร่งรีบ เครื่องมือที่ใช้ง่ายคือสิ่งสำคัญ เพราะฉะนั้น MEDIC จึงเป็นหลักจำที่ช่วยให้เภสัชกรระบุผู้มีความเสี่ยงได้อย่างรวดเร็ว โดยย่อมาจาก M (Medication) = ยา, E (Elderly) = ผู้สูงอายุ, D (Diabetes) = เบาหวาน, I (Infection) = การติดเชื้อ, C (Chronic) = โรคเรื้อรัง ซึ่งการใช้หลัก MEDIC จะทำให้เภสัชกรสามารถระบุกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดเส้นประสาทเสียหายได้ตั้งแต่ระยะแรก และแนะนำขั้นตอนถัดไปได้อย่างเหมาะสมโดยไม่ต้องวินิจฉัยโรคเอง”

ด้าน เกรซ ชิว (Ms. Grace Chew) ผู้เขียนร่วมและเภสัชกรอิสระจากสิงคโปร์ กล่าวเสริมว่า “ผู้ที่เป็นโรคปลายประสาทอักเสบ มักถูกตรวจพบเมื่ออาการรุนแรงแล้ว แนวทางนี้จะช่วยให้เภสัชกรแยกแยะอาการได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ใช้เครื่องมือคัดกรองที่ได้รับการยอมรับ และส่งต่อผู้ป่วยได้ทันท่วงที ซึ่งการเปลี่ยนจากวิธีตั้งรับมาเป็นการป้องกันจะช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสฟื้นฟูการทำงานของเส้นประสาทและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างอิสระอีกครั้ง”

จากขั้นตอนคัดกรองสู่การดูแลต่อเนื่อง: แนวทางการรักษาที่ชัดเจนและเป็นระบบ

ดร. เคนนี เจมส์ พี. เมริน (Dr. Kenny James P. Merin) จากมหาวิทยาลัยไลเซียมแห่งฟิลิปปินส์–ดาเวา (LPU Davao) และผู้เขียนร่วม กล่าวว่า “แนวทางนี้ถูกออกแบบเพื่อการใช้งานจริงในร้านขายยา โดยมีขั้นตอนที่ชัดเจน ตั้งแต่การระบุความเสี่ยง คัดกรอง ให้คำปรึกษา พิจารณาการบำบัดด้วยวิตามิน B1, B6 และ B12 ในขนาดที่เหมาะสม และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการมีอัลกอริทึมและรายการตรวจสอบที่เป็นระบบ จะช่วยให้เภสัชกรสามารถสร้างมาตรฐานในการดูแลผู้ป่วยได้ โดยไม่ทำให้ขั้นตอนการทำงานช้าลง”

อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องปกติที่ผู้ป่วยโรคปลายประสาทอักเสบ มักจะซื้อผลิตภัณฑ์วิตามินบีมารับประทานเอง บ่อยครั้งอาจมีการใช้ในขนาดที่ไม่เหมาะสม และอาจทำให้การรักษาไม่ได้ผลเนื่องจากได้รับปริมาณวิตามินไม่เพียงพอ หรือในทางตรงกันข้าม อาจเกิดการได้รับวิตามินบีบางชนิดเกินขนาด ซึ่งสามารถส่งผลให้อาการทางระบบประสาทแย่ลงได้ ดังนั้นบทบาทของเภสัชกรจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการให้คำแนะนำที่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการรักษาของผู้ป่วย

ดร. กิติยศ ยศสมบัติ จากภาควิชาปฏิบัติการเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เขียนร่วม กล่าวว่า “วิตามินบีที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาทในขนาดที่ใช้เพื่อการรักษา มีบทบาทสำคัญในการดูแลผู้ป่วยโรคปลายประสาทอักเสบที่มีความเหมาะสม ซึ่งต้องใช้ปริมาณโดสและระยะเวลาที่ถูกต้อง แนวทางนี้เน้นให้เภสัชกรติดตามผลในช่วง 3–6 เดือน เฝ้าระวังสัญญาณอันตราย และทำงานร่วมกับแพทย์อย่างใกล้ชิด”

การเข้าถึงและการนำไปปฏิบัติใช้จริง

แนวทางที่ผู้เชี่ยวชาญร่วมลงมติดังกล่าวจะเปิดให้เภสัชกรในเอเชียแปซิฟิกเข้าถึงผ่านแพลตฟอร์มใหม่ พีแอนด์จี เนิร์ฟ คอนเน็กต์ (P&G Nerve Connect) พร้อมการสัมมนาออนไลน์โดยผู้เชี่ยวชาญในหลายประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และสิงคโปร์

“การเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ใช่เรื่องง่าย แต่จากการสำรวจเภสัชกรในฟิลิปปินส์พบว่าผู้ที่ผ่านการอบรมตั้งแต่ 5 ครั้งขึ้นไป มีความเข้าใจเรื่องปริมาณโดสของวิตามินบีที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคปลายประสาทอักเสบได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พีแอนด์จี เนิร์ฟ คอนเน็กต์ จึงถูกพัฒนาให้เป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้แบบครบวงจรที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในงานประจำวัน” ดร. โยลันดา อาร์. โรเบิลส์ กล่าวทิ้งท้าย

แนวทางปฏิบัติสำหรับเภสัชกรในการดูแลผู้ป่วยที่โรคปลายประสาทอักเสบ ฉบับแรกของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://mobile.swiperxapp.com/png-nerveconnect-ph/clinical-guideline/