พิสิษฐ์ ไม่หวั่น ไอลอว์ เดินหน้าสาวไส้ต่อเนื่อง จี้กกต.เร่งทำสำนวน สว.ส้ม

18 กันยายน 2569 เวลา 18:33 น.

‘พิสิษฐ์’ ชี้ ‘กกต.’ มีมติส่งศาลฟัน ‘ฮั้ว สว.’ แค่บางคน ขอประชาชนยึดมั่น ’กฎหมาย‘ เป็นหลัก เหตุ อย่าใช้กฎคิดเองเออเอง ไม่หวั่น ’ไอลอว์-พรรคส้ม‘ เดินหน้าสาวไส้ต่อเนื่อง จี้เร่งสืบสวนสอบสวนสำนวนโยง ’สว.ส้ม‘ ด้วย คาด ’แดง-สมพาน‘ เททริปสัญจร เตรียมสู้คดีในชั้นศาล

วันที่ 18 กันยายน 2569 เมื่อเวลา16.45น. ที่โรงแรมเมอร์เคียว เกาะช้าง ไฮด์อเวย์ อ.เกาะช้าง จ.ตราด นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิ) ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งฟ้อง ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีโกงฮั้วเลือกสว. ซึ่งกระแสสังคมยังมีความไม่พอใจว่า เรื่องความพอใจหรือไม่พอใจ คงตอบไม่ได้ แต่วันนี้เราต้องยึดมั่นในกฎหมาย ต้องเอากฎหมายเป็นหลัก อย่าเอากฎหมู่ หรือกฎเกณฑ์ที่เราคิดเองเออเอง ตนอยากให้ประชาชนหรือทุกคนที่รับฟังว่าอันดับแรกต้องเคารพกฎหมายก่อนว่า วันนี้กกต.มีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว ว่ามีสว.จำนวน 26 คน ที่จะต้องถูกส่งศาลฎีกา ซึ่งที่ผ่านมาเราเองก็ให้ความร่วมมือมาตลอด จึงหวังว่าประชาชนจะยึดมั่นในกฎหมาย เคารพในกติกาตามรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่า ทางไอลอว์และพรรคประชาชนมีการเปิดเผยข้อมูลออกมาเรื่อยๆ แม้ทางกกต.จะไม่บอกว่าเป็นพยานคนไหน ตรงนี้มีความกังวลหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ทางไอลอว์ก็เปิดเผยข้อมูลมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือนายพริษฐ์ วัชรสินธุ เองก็เปิดเผยมาร่วม 2 เดือนแล้ว ซึ่งเราก็ไม่ได้กังวล เพราะสิ่งที่ตนเคยกล่าวเอาไว้แล้วว่า ข้อมูลต่างๆ ที่ออกมานั้นเอามาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ความสำคัญอยู่ตรงนั้น ถ้าเอาออกมาโดยไม่ชอบกฎหมายก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ทางกกต.ก็น่าจะมีกฎเกณฑ์และข้อบังคับต่างๆ ในการที่จะดำเนินการต่อไป

เมื่อถามต่อว่า มีการออกมาระบุว่ากกต. ไม่ยอมรับสำนวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ มาพิจารณาด้วยทำให้สำนวนที่ออกมาไม่มีความสมบูรณ์ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องนี้อยู่ที่ดุลพินิจของกกต.เป็นหลัก เพราะจริงๆแล้วกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เป็นหน่วยงานของอีกหน่วยงานหนึ่งจริงๆ แล้วแทบไม่เกี่ยวข้องกันเลยด้วยซ้ำ อย่าลืมว่าการเลือกสว.ที่ผ่านมา ทาง กกต.เป็นผู้ดำเนินการจัดการทั้งหมด เพราะฉะนั้นหน่วยงานอื่นไม่น่าจะมีความเกี่ยวข้อง

เมื่อถามต่อว่ามีรายงานจากทางกกต.ล่าสุดว่ายังมีอีก 3 สำนวน ที่เกี่ยวข้องกับสว.สีส้ม ที่เขาอาจยังไม่มาในชั้นกกต.ทำให้พิจารณาเรื่องเส้นเงินไม่ได้ อยากเรียกร้องอะไรเกี่ยวกับตรงนี้หรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ในเมื่อฝั่งที่ถูกดำเนินคดีต่างๆ เราได้ให้ความร่วมมือเต็มที่ ดังนั้นเราก็อยากให้กกต.ดำเนินการ เกี่ยวกับเรื่องนี้ให้รวดเร็วเช่นกัน จากสำนวนต่างๆ ที่กกต.ซึ่งตนทราบมาว่าก็มีอีก 3 จำนวนไม่ว่าจะเป็น ชุดของไอลอว์และ ของกลุ่มคณะก้าวหน้า ที่มีการจัดรวมตัวระดับจังหวัดที่ห้องประชุมจูปิเตอร์ รวมถึงอีกหลายคณะที่มีการจัดประชุมในที่ต่างๆ ดังนั้นอยากให้กกต.ดำเนินการด้วยความเป็นธรรมและมีความรวดเร็วเช่นเดียวกัน

นายพิสิษฐ์ กล่าวอีกว่า กิจกรรมวุฒิสภาจัดโครงการวุฒิสภาพบสื่อมวลชนสัญจรวันนี้ มีสว. ร่วมเดินทางมาทั้งหมด 15 คน ส่วน สว. ที่มีการยกเลิกการเดินทางนั้นตนก็ไม่ทราบเหตุผล ทั้งนางแดง กองมา และนายสมพาน พละศักดิ์ นั้นจากเดิมที่มีชื่อท่านอยู่แล้วแต่ก็ไม่รู้ว่าติดธุระเร่งด่วนอะไร จึงไม่สามารถเดินทางมาได้ เพราะตนก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน แต่เท่าที่ทราบท่านอาจจะไม่อยากให้ข่าว

เมื่อถามย้ำว่าไม่อยากให้ข่าวเนื่องจากมีประเด็นเรื่องศาลฎีการับฟ้องคดีหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ก็อาจจะเป็นไปได้ ซึ่งท่านเองก็ให้การกับทางกกต.เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังเป็นผู้ถูกร้อง ขณะที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็รับเรื่องนี้ไป ซึ่งคิดว่าท่านอาจจะไปเตรียมตัวเรื่องนี้

เมื่อถามว่าหลังกกต.มีมติสั่งฟ้องได้มีการพูดคุยกับกลุ่มสว. ที่มีรายชื่อถูกส่งฟ้องหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า มีการพูดคุยกันส่วนตัวบ้างหลายท่านยังไม่ได้ทราบข้อกล่าวหาชัดเจนเพราะวันที่กกต.ได้แถลงข่าว ก็ระบุข้อกล่าวหากว้างๆแต่รายละเอียดลึกๆ ไม่ทราบเลย

‘บุญยอด’ จวกมาตรฐานประธานสภา กทม. หญิงคนแรก ใช้คำพูดไม่เหมาะสมออกสื่อ

18 กันยายน 2569 เวลา 17:53 น.

วันนี้ 18 กันยายน 2569 นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์วิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรฐานการทำงานและกิริยามารยาทในรายการสัมภาษณ์ของประธานสภากรุงเทพมหานคร โดยชี้ให้เห็นถึงการใช้สรรพนามที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการตอบคำถามประเด็นการกดบัตรแทนกันในสภา กทม. ด้วยข้อความทั้งหมดว่า “ประธาน สภากรุงเทพมหานคร เรียกตัวเองว่า “หนู” พิธีกร เรียก ประธาน ว่า “เธอ” (หลายครั้งกลุม สก.พรรคประชาชน เรียกพิธีกร “พี่ยุทธ) พิธีกรถาม: เธอเขื่อว่ากดบัตรแทนกันไหม? เธออยู่ด้วยนี่ ประธานสภาฯ ตอบ: มีกดซ้ำกัน แต่ญัตติไม่สำคัญ เป็นแค่เรื่องขอให้มี “ล่าม” นี่คือมาตรฐาน ประธานสภา กทม . (ผู้หญิงคนแรก) !!!!”

บุญยอด

หลังจากที่โพสต์ของ บุญยอด สุขถิ่นไทย เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตได้เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกัน เช่น

“เหมือนเจ้าของบัตรก็ยอมรับนี่ครับรอไรอยู่ละครับ #หนู #ประธาน”

“แปลว่าการนับญาติยังมีอยู่”

“มีอะไรแปลกๆ”

บุญยอด

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Boonyod Sooktinthai

เผยชีวิตอีกมุม ‘แก้วตา ธิษะณา’ เปิดความผูกพันของครอบครัวที่มีต่อ ‘ทักษิณ’

18 กันยายน 2569 เวลา 17:32 น.

แก้วตา ธิษะณา

วันนี้ 18 กันยายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก สำนักข่าวรักพรรคเพื่อไทย โพสต์ประวัติความเป็นมา คุณแม่ ของ ธิษะณา ชุณหะวัณ หรือที่ใครหลายคนรู้จักกันในชื่อของ แก้วตา ด้วยข้อความทั้งหมดว่า “ที่หลายคนไม่รู้ ว่าคุณแม่ของ แก้วตา ธิษะณา ชุณหะวัณ – แก้วตา – Tisana Choonhavan เคยทำงานอยู่กับร้านผ้าไหมของนายก #ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน แม้คุณพ่อจะเป็น ประชาธิปัตย์

” แม่แก้วเป็นดีไซน์เนอร์อยู่ #ชินวัตรไหมไทย แม่แก้วไปเลือกเพื่อไทย ไปช่วยเพื่อไทยหาเสียง แม่บอกสงสารคุณทักษิณ ตอนโดนเข้าเรือนจำ ” ” แก้วเป็นคนแรกๆที่ออกมาปกป้องคุณทักษิณตอนเข้าเรือนจำ ตอนนั้นใจหายมาก ตอนเด็กๆ เคยไปม็อบเสื้อเหลืองก็จริง คนในม็อบก็พูด อยากให้ทักษิณติดคุกๆ แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีวันนั้นจริงๆ และคนที่ตามไปขยายผลให้แกโดนคดี คือคนเดียวกับที่กระทำกับแก้ว” แก้วเล่าถึงวันที่คุณพ่อแก้วเสีย

แก้วตา ธิษะณา

“คุณพายัพ (น้องชายนายกทักษิณ) เป็นเพื่อนกับแม่แก้ว ตอนคุณพ่อแก้วเสียแกไปงาน แก้วเข้าไปสวัสดี ยังคิดว่าเป็นคุณทักษิณ เพราะหน้าเหมือนคุณทักษิณมาก แก้วรีบไปขอถ่ายรูป เขาบอกเขาไม่ใช่คุณทักษิณ”

วันนี้ แม้จะยังไม่ได้เจอตัวท่าน’ทักษิณ’เป็นๆ แต่ก็ได้เข้ามาใกล้แล้ว เพราะตอนนี้ ‘แก้วตา’ อยู่ในพรรคของผู้นำจิตวิญญาณ และ ผู้ก่อตั้งชื่อ ทักษิณ ชินวัตร #แดงแก้วตา”

แก้วตา ธิษะณา

หลังจากที่โพสต์ของทางเพจเฟซบุ๊ก สำนักข่าวรักพรรคเพื่อไทย เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกัน เช่น

“ท่านแม้วคือ”ผน.จิตวิณญาณที่แท้จริงค่ะทำตามกฏกติกามารยาททุกอย่าง.ปชต.จ๋าของแท้ค่ะรักและห่วงใยปทชและปชช.ยังแท้จริงค่ะขอขอบคุณๆแก้วตาที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของพรรคพทค่ะ”

“สุดยอดครับเพราะเครือคุณแก้วตาฯเป็นอดีตธาญาตินายกฯชาติชายชุณวรรณครับเคยบริหารประเทศดีมากที่เคยมีว่ปรารพว่าปรเทศไทยจะต้องเปลี่ยนเป็นจากสนามรบเป็นสนามการค้าใยยุคนั้นรุ่งเรืองจริงฯครับ”

“ดีใจและยินดีด้วยหัวใจค่ะ ที่คุณแก้วตา เข้ามาอยู่ใต้ชายคาอ้อมอกบ้านคชสารแห่งเมืองเชียงใหม่(ถิ่นอาศัยของคุณแม่ที่น่ารักแสนดี ที่รักเพื่อไทยมาตลอด และตลอดมา รักนะคะคนและพรรคเพื่อไทยที่แสนดีทุกๆคนค่ะครับฯ.”

“อดีตนายกทักษิณชินวัตรท่านนี้แหละคนของประชาชนและชาวรากหญ้าส่วนใหญ่ของประเทศที่รักและศรัทธาอดีตนายกทักษิณชินวัตรท่านนี้ที่ได้ทำคุณประโยชน์นานัปการให้กับประเทศและประชาชน”

“ขนลุก ทุกคนควรตื่นจากมโนแล้วมาอยู่ในโลกตวามจริง ควรยอมรับความจริงว่าคุณทักษิณทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติแค่ไหน ท่านทำเพื่อคนรากหญ้าแค่ไหน”

“ยินดีด้วยที่มาอยู่เพื่อไทยสมัยหน้าผมก็เลือกเพื่อไทยครับ”

แก้วตา ธิษะณา
แก้วตา ธิษะณา
แก้วตา ธิษะณา
แก้วตา ธิษะณา

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจากเฟซบุ๊ก สำนักข่าวรักพรรคเพื่อไทย, เฟซบุ๊ก ธิษะณา ชุณหะวัณ – แก้วตา – Tisana Choonhavan, เฟซบุ๊ก Thaksin Shinawatra

รักชนก จี้ อนุทิน ตอบ เมื่อวานปัดตกร่างกฎหมายปลดล็อกสนุกเกอร์ แต่วันนี้บอกกำลังพิจารณาอยู่ จวกเซ็นเอกสารแบบไม่ได้อ่าน

18 กันยายน 2569 เวลา 17:32 น.

‘รักชนก’ จี้ ‘อนุทิน’ ตอบ เมื่อวานปัดตกร่างกฎหมายปลดล็อกสนุกเกอร์ แต่วันนี้บอกกำลังพิจารณาอยู่ ชี้เป็นไปได้แค่ 2 มุม คือเซ็นเอกสารแบบไม่ได้อ่าน

วันที่ 18 กันยายน 2569 นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สส.นนทบุรี เขต 8 พรรคประชาชน และ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้ความเห็นถึงกรณีที่นายอุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีมติไม่รับรองร่างแก้ไขพระราชบัญญัติการพนัน เพื่อปลดล็อกกีฬาสนุกเกอร์และบิลเลียดออกจากบัญชีการพนัน โดยตั้งคำถามถึงวิสัยทัศน์ของรัฐบาลในการสนับสนุนกีฬาอาชีพ รวมถึงความสับสนในการบริหารงานของผู้นำประเทศ

นายนนท์ ได้เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีหนังสือลงวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ส่งถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แจ้งว่านายกรัฐมนตรีพิจารณาความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว มีบัญชาไม่รับรองร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งนนท์มองว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ความพยายามในการปลดล็อกกีฬาสนุกเกอร์ต้องมาหยุดชะงักลง

“หลังจากที่ผมรับเรื่องและร่วมกับนักกีฬา สมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย รวมถึงเพื่อน สส. ผลักดันร่างแก้ไข พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 จนยื่นต่อสภาได้เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 เหตุผลสำคัญคือกฎหมายนี้ใช้มานานกว่า 90 ปี ไม่สอดคล้องกับปัจจุบันที่สนุกเกอร์เป็นกีฬาอาชีพ และมีนักกีฬาไทยสร้างผลงานระดับโลก ข้อจำกัดนี้ส่งผลกระทบต่อโอกาสของเยาวชน การฝึกซ้อม และสร้างช่องโหว่ในการบังคับใช้กฎหมาย แต่เมื่อร่างถูกวินิจฉัยว่าเป็นร่างการเงินและต้องส่งให้นายกฯ รับรองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 134 กลับถูกปัดตก” นายนนท์ กล่าว

นายนนท์ตั้งคำถามทิ้งท้ายถึงรัฐบาลว่า “ติดปัญหาตรงไหน?” เมื่อรัฐบาลทราบดีถึงศักยภาพของสนุกเกอร์ไทย เหตุใดจึงไม่เปิดโอกาสให้วงการพัฒนาต่อ หากติดขัดข้อกฎหมาย งบประมาณ รายได้รัฐ หรือมีความกังวลเรื่องการพนัน ขอให้ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา โดย นนท์ย้ำว่า นี่ไม่ใช่การเรียกร้องเปิดเสรีการพนัน แต่กีฬาต้องได้รับการปฏิบัติในฐานะกีฬา หากรัฐบาลเห็นว่าสนุกเกอร์ยังควรถูกผูกไว้กับกฎหมายการพนัน ก็ควรมีคำตอบที่ชัดเจน ไม่ใช่ตอบเพียงคำว่าไม่รับรอง เพราะเบื้องหลังร่างกฎหมายนี้คืออนาคตของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และผู้ประกอบการ ทุกคนสมควรได้

ขณะที่ น.ส.รักชนก ได้ออกมาตอบโต้กรณีที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในวันนี้ถึงกรณีการปัดตกร่างกฎหมายดังกล่าว โดยนายกฯ ระบุว่า “เดี๋ยวผมจะเรียกเรื่องมาดู กำลังพิจารณาอยู่ ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าผมจะไม่เซ็น เรื่องยังมาไม่ถึงผม”

น.ส.รักชนก กล่าวว่า ถามจริงๆ คนเป็นนายกรัฐมนตรีพูดกลับไปกลับมาระหว่างหนังสือราชการจากสำนักเลขาธิการฯ กับคำพูดของตัวเองในวันนี้ได้ด้วยหรือ ซึ่งมีความเป็นไปได้เพียง 2 ทางเท่านั้น

1) นายกรัฐมนตรีไม่รู้เรื่องอะไรในการบริหารราชการแผ่นดินเลย เซ็นเอกสารปัดตกกฎหมายที่ชี้ชะตาชีวิตและอนาคตของประชาชนไปโดยที่ไม่ได้อ่านรายละเอียด ซึ่งน่ากังวลว่า นายกรัฐมนตรีเซ็นเอกสารมั่วๆ เช่นนี้กับเรื่องอื่นๆ อีกหรือไม่ 

2) มีคนปลอมลายเซ็นนายกรัฐมนตรี หรือมีใครมาสวมรอยใช้อำนาจแทน ซึ่งถ้าระบบการทำงานในทำเนียบรัฐบาลล้มเหลวและหละหลวมถึงขั้นนี้ นายกรัฐมนตรีต้องสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบหาความจริงโดยด่วนที่สุด ไม่เช่นนั้นประชาชนจะฝากความหวังไว้กับผู้นำที่จำไม่ได้แม้กระทั่งว่าตัวเองเซ็นอะไรลงไปได้อย่างไร

“แต่ดิฉันคิดว่าไม่มีใครเซ็นแทนหรอก สไตล์นายอนุทิน ไม่รู้ขั้นตอน ไม่ใส่ใจ ไม่เข้าใจงานฝ่ายนิติบัญญัติเสียมากกว่า ถ้าให้เดาคือเซ็นเอกสารไปแบบส่งๆ ตามแฟ้มที่วางไว้ หรือไม่ก็มีคนสั่งมาให้เซ็นอีกทีโดยไม่อ่านสักตัวบนกระดาษด้วยซ้ำ ถ้าจะฝากอะไรต่อเรื่องนี้อยากจะบอกว่านับวันประชาชนยิ่งตั้งคำถามว่านายกฯ จริงจังกับอะไรบ้าง ยกเว้นหาความสุข ความบันเทิงให้ตัวเอง” น.ส.รักชนก กล่าวทิ้งท้าย

’วุฒิสภา‘ ยกคณะสัญจรลงพื้นที่เกาะช้าง จ.ตราด ตามคืบหน้าการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว-เชื่อมต่อถนนรอบเกาะ

18 กันยายน 2569 เวลา 17:23 น.

’วุฒิสภา‘ ยกคณะสัญจรลงพื้นที่เกาะช้าง จ.ตราด ตามคืบหน้าการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว-เชื่อมต่อถนนรอบเกาะ ดันแก้ ‘น้ำประปา’ ไม่เพียงพอ ช่วยคนในพื้นที่ กระตุ้นศก.-การท่องเที่ยว ด้าน ’กำนันต.เกาะช้าง‘ ขอบคุณช่วยสานฝัน10ปีให้ชาวถิ่น

เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 18 กันยายน 2569 ที่เกาะช้าง จ.ตราด นายพิศูจน์ รัตนวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา พร้อมสมาชิกวุฒิสภา(สว.) อาทิ นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ , นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ และสว. รวม 15 คน ร่วมลงพื้นที่ติดตามการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว หมู่4 อ.เกาะช้าง จ.ตราด ในโครงการวุฒิสภาสัญจร โดยมีนายยศพล สนามไชย ผอ.สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 9 กล่าวสรุปเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว ตอนหนึ่งว่า

โครงการอ่างเก็บน้ำนี้ เป็นเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียว เป็นงบฯผูกพันปี 2564-67 โดยใช้งบฯทั้งสิ้นรวม 444,250,600 บาท ใช้พื้นที่รวม 1,780 ไร่ เป็นพื้นที่ชลประทาน 745 ไร่ สามารถกักเก็บน้ำได้รวม 2.35 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและการเกษตรในหน้าแล้ง เนื่องจากพื้นที่บนเกาะช้างไม่มีระบบปะปา ชาวบ้านต้องซื้อน้ำใช้ ขุดบ่อบาดาล รวมถึงดึงน้ำจากน้ำตก ดังนั้น อ่างเก็บน้ำจึงเป็นความจำเป็นต่อประชาชน และผู้ที่เข้ามาพักอาศัยและนักท่องเที่ยว สามารถรองรับการพัฒนาในอนาคตได้ 20 ปี ทั้งนี้บนเกาะที่จะต้องใช้อ่างเก็บน้ำ 4 อ่างถึงจะเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำของชาวบ้านและผู้ประกอบการบนเกาะช้างที่มี 2 ตำบล 9 หมู่บ้าน แม้โครงการก่อสร้างนี้จะล่าช้ากว่ากำหนด แต่คาดว่าจะสามารถสร้างให้แล้วเสร็จในปี 2571

ขณะที่ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวสะท้อนโครงการอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว่า ถือเป็นความหวังของเกาะช้าง เพราะช่วงหน้าแล้ง โดยเฉพาะปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพื้นที่จำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำ น้ำจึงถือเป็นต้นทุนสำคัญทั้งภาคการท่องเที่ยว และการเกษตรที่ต้องซื้อน้ำจากแผ่นดินใหญ่มารองรับ เพราะส่วนใหญ่คนในพื้นที่ประกอบอาชีพการท่องเที่ยวเป็นหลัก การเกษตรเป็นรอง ทำให้ต้นทุนซื้อน้ำกินน้ำใช้สูง ส่งผลทำให้ราคาที่พักและสถานบริการต่างๆมีราคาสูงขึ้นด้วย หากผลักดันโครงการนี้สำเร็จ จะสามารถช่วยพัฒนาเกาะช้างให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นการแก้ไขปัญหาปัจจุบัน ส่วนท้องถิ่นต้องนำรถน้ำไปแจกจ่ายให้ประชาชนบางพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำ ขณะที่โรงแรมต้องซื้อน้ำปีละหลักล้านบาท ในช่วงไฮซีซั่น มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 90 % และอีก 10 %เป็นคนไทย หากโครงการสำเร็จ และมีน้ำเพียงพอ จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มการเข้าถึงของนักท่องเที่ยวไทย และให้เกิดการพัฒนาการเกษตร การท่องเที่ยว เพื่อทำให้เกาะช้างเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ เป็นสากลของโลก

หลังจากนั้นนายพิศูจน์ และคณะฯ ได้รับฟังการรายงานข้อมูลการติดตามโครงการก่อสร้างถนนรอบเกาะช้าง ช่วงบ้านบางเบ้า-บ้านสลักเพชร อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด ระยะทาง 11.23 กิโลเมตร เป็นถนนขนาด 2 ช่องจราจร มีไหล่ทางข้างละ 0.5 เมตร มีสะพาน 14 แห่ง โดยมีจุดทางลอดให้สัตว์ป่าใช้เพื่อหลักเลี่ยงอันตรายของสัตว์ป่า เช่น ช้างป่าและมีจุดชมวิวบนเส้นทางดังกล่าว โดยใช้งบประมาณการก่อสร้าง 661,053,000 บาท คาดว่าจะสร้างแล้วเสร็จในปี 2573 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณา

โดยนายเติมศักดิ์ เสริฐศรี กำนันตำบลเกาะช้างใต้ กล่าวตอนหนึ่งว่า ตนในฐานะผู้นำชุมชนและตัวแทนชาวเกาะช้างขอขอบคุณสว. ที่ช่วยผลักดันและติดตามโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว แบะถนนรอยเกาะ ที่ชาวเกาะช้างฝันมานานหลายสิบปี จากการขาดแคลนน้ำกิน น้ำใช้ การท่องเที่ยวและการเกษตร รวมถึงการทำถนนเส้นนี้ จะช่วยย่นย่อเวลา และเส้นทางให้สัญจรได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ต้องเดินทางขับขี่รถรอบเกาะในบางช่วงที่ชำรุดทรุดโทรมช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางของชาวบ้านและเด็กนักเรียนบนเกาะช้าง และการขนส่งสินค้าบริการ พร้อมทั้งยังส่งเสริมการท่องเที่ยวและเชื่อมีโยงโครงข่ายการคมนาคมในพื้นที่เกาะช้างเพื่อรองรับการพัฒนาในอนาคต ขอขอบคุณที่มองเห็นความเดือดร้อนของชาวเกาะช้าง

กกต.สั่งสอบเพิ่ม 3 สำนวนฮั้ว สว.ส้ม เหตุพยานปากสำคัญ เลื่อนเข้าให้ปากคำคณะที่ 26

18 กันยายน 2569 เวลา 17:14 น.

“กกต.ชุดใหญ่”สั่งสอบเพิ่ม 3 สำนวน”ฮั้ว สว.ส้ม”แล้ว เผยลงมติช้าเหตุพยานปากสำคัญเลื่อนเข้าให้ปากคำคณะที่ 26 หลายครั้ง ส่งผลให้ไม่สามารถเชื่อมโยงไปยังหลักฐานเส้นทางการเงิน -ผู้สมัคร สว. และผู้อยู่เบื้องหลัง เกี่ยวกับการจ่ายเงินค่าจัดประชุม

วันที่ 18 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถึงความคืบหน้าในการไต่สวนคดีเกี่ยวกับการเลือก สว.หรือ “โกงเลือก สว.” ที่ยังเหลืออีก 3 สำนวน โดยอยู่ในชั้นคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ 26 ดำเนินการสอบสวนอยู่ และยังไม่เสร็จสิ้น

โดย 3 สำนวนดังกล่าว ได้แก่ 1). การฮั้ว สว.ของพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองสีส้ม ในระดับจังหวัด 2). การฮั้ว สว.ของพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองสีส้ม ในระดับประเทศ 3). กลุ่มฮั้ว สว.อิสระ หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “ฮั้ว สว.ส้ม” นั้น

ล่าสุด มีรายงานแจ้งว่า คณะกรรมการฯ คณะที่ 26 ได้ส่ง 3 สำนวนดังกล่าวไปยังที่ประชุม กกต.ชุดใหญ่แล้ว แต่ที่ประชุม กกต.ชุดใหญ่ สั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม เนื่องจากพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอในการพิจารณาเพื่อลงมติ

มีรายงานแจ้งอีกว่า สาเหตุที่พยานหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังไม่เพียงพอนั้น เนื่องจากพยานปากสำคัญ ขอเลื่อนเข้าให้ปากคำกับคณะที่ 26 หลายครั้ง ส่งผลให้ไม่สามารถเชื่อมโยงไปยังหลักฐานชิ้นสำคัญคือ เส้นทางการเงิน ซึ่งมีความเชื่อมโยงไปถึงตัวผู้สมัคร สว. และผู้อยู่เบื้องหลัง เกี่ยวกับการจ่ายเงินค่าจัดประชุม

“เรื่องนี้หมกเม็ดไม่ได้หรอก ถ้าหมกเม็ด เดี๋ยวโดนสังคมเอาตาย” แหล่งข่าวจากสำนักงาน กกต.ระบุ

‘ข้าวสุข’ นครพนม ไกลถึงเวียนนา! เกษตรกรหญิงไทยโชว์อัตลักษณ์เกษตรอินทรีย์ ดันสินค้าไทยสู่ตลาดยุโรป

18 กันยายน 2569 เวลา 15:31 น.

407870_0

สปษ.สหภาพยุโรป นำเกษตรกรหญิงไทยร่วมงาน ernte.dank.festival 2026 ณ กรุงเวียนนา ส่งเสริมบทบาทสตรีและประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรไทยสู่ยุโรป

สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำสหภาพยุโรป (สปษ. สหภาพยุโรป) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา นำ นางสาวนงค์ลักษณ์ อัศวสกุลชัย ประธานวิสาหกิจชุมชนแปรรูปข้าวตำบลบ้านผึ้ง (ข้าวสุข) จังหวัดนครพนม ผู้แทนเกษตรกรหญิงจากประเทศไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ในการประสานเกษตรกรไทยเข้าร่วมงาน ernte.dank.festival 2026 ณ Heldenplatz กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ซึ่งเป็นงานสำคัญด้านการเกษตรและป่าไม้ของออสเตรีย จัดโดย Ökosoziales Forum Österreich & Europa เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้และสัมผัสภาคการเกษตร อาหารท้องถิ่น และความยั่งยืน ตลอดจนส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างภาคเกษตรกับประชาชนในเขตเมือง

ในโอกาสนี้ ผู้แทนเกษตรกรหญิงไทยได้ร่วม การพูดคุยบนเวทีหลัก (Panel Discussion) กับ นาง Irene Neumann-Hartberger ประธานสหพันธ์เกษตรกรหญิงแห่งออสเตรีย และผู้แทนเกษตรกรหญิงจากยูกันดา โดยนำเสนอเรื่องราวการทำเกษตรของไทย การผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบในชุมชน และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิตทางการเกษตร พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับบทบาท ชีวิตการทำงาน และความท้าทายของเกษตรกรหญิงในแต่ละประเทศ ทั้งนี้ งานในปี 2569 ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับบทบาทของสตรีในภาคเกษตร เนื่องใน ปีเกษตรกรหญิงสากล 2026 (International Year of the Woman Farmer 2026) โดยภายในงานมีพื้นที่ “Bäuerinnendorf” หรือหมู่บ้านเกษตรกรหญิง และพื้นที่นำเสนอวิถีชีวิตของเกษตรกรหญิงจากประเทศไทย ยูกันดา และออสเตรีย

ควบคู่กับกิจกรรมบนเวที สปษ. สหภาพยุโรป ได้ผลักดันการ ประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปของไทย ให้เกษตรกรหญิงนำผลิตภัณฑ์จากข้าว อาทิ ชาข้าวอินทรีย์และข้าวอินทรีย์ มาแนะนำและให้ผู้เข้าร่วมงานทดลองชิม เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรง และสร้างการรับรู้ถึงคุณภาพ ความหลากหลาย ตลอดจนศักยภาพในการแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าเกษตรไทย

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ผู้แทนเกษตรกรหญิงไทยได้ให้สัมภาษณ์แก่ สถานีวิทยุและโทรทัศน์สาธารณะแห่งชาติออสเตรีย (ORF) เกี่ยวกับประสบการณ์จากการเข้าร่วมกิจกรรมและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเกษตรกรหญิงจากประเทศต่าง ๆ ซึ่งช่วยเผยแพร่เรื่องราวของเกษตรกรหญิงและภาคการเกษตรไทยสู่สาธารณชนออสเตรียในวงกว้าง โดยการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ฝ่ายผู้จัดได้ประสานกับผู้แทนไทยไว้โดยเฉพาะ

ในวันเดียวกัน ได้เข้าร่วม VIP Reception ของงาน โดยได้นำชาข้าวอินทรีย์ของไทยเสิร์ฟแก่ นาย Norbert Totschnig รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและป่าไม้ของออสเตรีย และแขกผู้มีเกียรติภายในงาน นับเป็นอีกโอกาสในการนำเสนอผลิตภัณฑ์เกษตรมูลค่าเพิ่มของไทยผ่านการทดลองชิม และประชาสัมพันธ์เอกลักษณ์และศักยภาพของสินค้าเกษตรไทยแก่ผู้แทนระดับสูงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในออสเตรีย

การเข้าร่วมงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานของ สปษ. สหภาพยุโรป ในการส่งเสริมภาพลักษณ์ภาคการเกษตรไทยในตลาดยุโรป ผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวของเกษตรกรหญิง การนำเสนอแนวทางการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ และการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์เกษตรมูลค่าเพิ่มของไทย ตลอดจนสร้างเครือข่ายและเพิ่มการรับรู้เกี่ยวกับคุณภาพและศักยภาพของสินค้าเกษตรและอาหารไทยในออสเตรียและสหภาพยุโรป

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 16 ศาสตราจารย์ใหม่ จาก 8 มหาวิทยาลัยดัง

19 กันยายน 2569 เวลา 11:43 น.

ราชกิจจา

19 ก.ย.69  เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งศาสตราจารย์ จำนวน 2 ฉบับ รวม 16 ราย

ประกาศฉบับแรก มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งพนักงานมหาวิทยาลัยและพนักงานสถาบัน สังกัดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยขอนแก่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ในสาขาวิชาต่างๆ จำนวน 15 ราย ดังนี้

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

  1. รองศาสตราจารย์ตุลวิทย์ สถาปนจารุ สังกัดคณะสิ่งแวดล้อม ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม สังกัดคณะสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

  1. รองศาสตราจารย์สุรพล แสนสุข สังกัดสถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาพฤกษศาสตร์ สังกัดสถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2565

มหาวิทยาลัยขอนแก่น

  1. รองศาสตราจารย์นงลักษณ์ มีทอง สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาวัสดุศาสตร์ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2565
  2. รองศาสตราจารย์ณัญธิวัฒน์ พลดี สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2565
  3. รองศาสตราจารย์วิภาวี หีบแก้ว สังกัดคณะแพทยศาสตร์ ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ในสาขาวิชากายวิภาคศาสตร์ สังกัดคณะแพทยศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2566
  4. รองศาสตราจารย์ศิริพร ปรุงวิทยา สังกัดคณะเทคนิคการแพทย์ ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ สังกัดคณะเทคนิคการแพทย์ ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2567

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

  1. รองศาสตราจารย์ปริม อวยชัย สังกัดคณะทันตแพทยศาสตร์ ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก สังกัดคณะทันตแพทยศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2565
  2. รองศาสตราจารย์สุวิทย์ บุญยะเวชชีวิน สังกัดคณะแพทยศาสตร์ ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา สังกัดคณะแพทยศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2565
  3. รองศาสตราจารย์พิชชา จองวิวัฒสกุล สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาวิศวกรรมโยธา สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566
  4. รองศาสตราจารย์เกศชาดา เอื้อไพโรจน์กิจ สังกัดคณะแพทยศาสตร์ ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาวิสัญญีวิทยา สังกัดคณะแพทยศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2567
  5. รองศาสตราจารย์เกื้อการุณย์ ครูส่ง สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาชีวเคมี สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2567
  6. รองศาสตราจารย์สุชาดา จันทร์ประทีป นภาธร สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2567

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

  1. รองศาสตราจารย์อเล็กชานเดอร์ ชือตอฟ สังกัดคณะนิติศาสตร์ ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ในสาขาวิชากฎหมายเปรียบเทียบ สังกัดคณะนิติศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2566

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

  1. รองศาสตราจารย์พรพิมล อังคเศกวินัย สังกัดคณะสหเวชศาสตร์ ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาภูมิคุ้มกันวิทยา สังกัดคณะสหเวชศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2566

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

  1. รองศาสตราจารย์ทศพล เมลืองนนท์ สังกัดคณะเทคโนโลยีนวัตกรรมบูรณาการ ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาเคมีอินทรีย์ สังกัดคณะเทคโนโลยีนวัตกรรมบูรณาการ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2567

ประกาศ ณ วันที่ 18 กันยายน พ.ศ.2569 โดย ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

นอกจากนี้ ราชกิจจานุเบกษายังเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีอีกฉบับ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง รองศาสตราจารย์ประยูรศักดิ์ เปลื้องผล สังกัดคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ สาขาวิชาฟิสิกส์ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2565

ประกาศ ณ วันที่ 18 กันยายน พ.ศ.2569 โดย ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

1
2
3

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โชว์ ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ สู่เวทีโลกที่โตเกียว

18 กันยายน 2569 เวลา 20:42 น.

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดกิจกรรม “CHUD THAI KNOWLEDGE, CRAFTSMANSHIP AND PRACTICES OF THE THAI NATIONAL COSTUME” ระหว่างวันที่ 17-18 กันยายน 2569 ณ Hyokeikan, Tokyo National Museum กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น นับเป็นหมุดหมายสำคัญทางวัฒนธรรมที่สะท้อนวิสัยทัศน์ในการสร้างองค์ความรู้ “ชุดไทย” สู่เวทีโลก

วันที่ 18 กันยายน 2569 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นองค์ประธานในการแสดงแบบชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ และเสื้อพระราชทานทั้ง 3 แบบ ทั้งนี้ในงาน ยังมีการสาธิตกระบวนการสร้างสรรค์เครื่องประดับไทยโบราณซึ่งเป็นงานศิลป์ชั้นสูง อาทิเช่น เครื่องประดับและศิลปะการพันดิ้น การปักสดึงกรึงไหม งานช่างเครื่องเงินเครื่องทอง กระเป๋าผ้าเทคนิคประคบทองโบราณ และ ผ้าไหมทอลายมงคล โดยกิจกรรมทั้งหมดถูกนำเสนอในฐานะงานออกแบบร่วมสมัยที่สะท้อนโครงสร้างเชิงศิลป์ มิใช่เพียงวัตถุทางประวัติศาสตร์ หากแต่เป็นมรดกที่ยังคงมีชีวิตและสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง

รากฐานสำคัญของการสร้างองค์ความรู้ชุดไทยสู่เวทีโลก สืบเนื่องมาจากพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมุ่งมั่นอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยเฉพาะด้านเครื่องแต่งกายซึ่งเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์สำคัญของประเทศไทย ด้วยพระวิสัยทัศน์และพระอัจฉริยภาพ พระองค์ทรงศึกษาค้นคว้าหลักฐานเชิงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการแต่งกายของสตรีไทย ทั้งรูปแบบการแต่งกายไทยในราชสำนักในแต่ละยุคสมัยอย่างเป็นระบบ  และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และการออกแบบร่วมกันพัฒนา “ชุดไทยพระราชนิยม” ให้เป็นมาตรฐานการแต่งกายสำหรับสุภาพสตรีไทยที่มีความเหมาะสมทั้งในเชิงวัฒนธรรมและบริบทของสังคมไทยสมัยใหม่ พัฒนาเป็น ชุดไทยพระราชนิยม ต้นแบบเครื่องแต่งกายไทยร่วมสมัย ที่สุภาพ งดงาม เหมาะสมต่อการสวมใส่จริงในการประกอบพระราชกรณียกิจทั้งในและต่างประเทศ

ชุดไทยพระราชนิยมประกอบด้วย 8 รูปแบบ ได้แก่ ชุดไทยเรือนต้น ชุดไทยจิตรลดา ชุดไทยอมรินทร์ ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยดุสิต ชุดไทยจักรี ชุดไทยศิวาลัย และชุดไทยจักรพรรดิ ซึ่งได้รับพระราชทานนามตามพระที่นั่งและพระตำหนักในพระบรมมหาราชวังและพระราชวังดุสิต อีกทั้งยังมีเสื้อพระราชทานสำหรับบุรุษ 3 รูปแบบ สะท้อนถึงเกียรติยศและความภาคภูมิใจของผู้สวมใส่ ตลอดจนพัฒนาการของมรดกเครื่องแต่งกายไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

จัดโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม

“รมว.ประเสริฐ” ถกจีน ดัน AI ลดงานธุรการ-เดินหน้าความร่วมมือการศึกษา

18 กันยายน 2569 เวลา 20:27 น.

S__365699112_0

“รมว.ประเสริฐ” ถกจีน ดัน AI ลดงานธุรการ-เดินหน้าความร่วมมือการศึกษา

18 กันยายน 2569 นายประเสริฐ จันทรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับนายหวัง เฉิงเหวิน กรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลางแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20 กระทรวงศึกษาธิการ และหัวหน้าคณะกรรมการตรวจสอบวินัยและกำกับดูแลแห่งรัฐ ประจำกระทรวงศึกษาธิการ สาธารณรัฐประชาชนจีน (ระดับเทียบเท่ารัฐมนตรีช่วยว่าการฯ) ในโอกาสเยือนไทยเพื่อกระชับความร่วมมือด้านการศึกษา ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

รมว.ศธ. กล่าวว่า ไทยกำลังผลักดันการนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมาลดภาระงานธุรการของครู พร้อมสนใจศึกษาประสบการณ์จีนด้าน Smart Classroom และการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ขณะที่ฝ่ายจีนได้แลกเปลี่ยนแนวทางดูแลความปลอดภัยอาหารกลางวันในโรงเรียน ผ่านระบบกำกับดูแลตั้งแต่ระดับชาติถึงอำเภอ และแผนใช้เทคโนโลยีติดตามข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ด้านการป้องกันทุจริต รมว.ศธ. ระบุว่า กระทรวงฯ ดำเนินมาตรการ e-Bidding นโยบาย No Gift และศูนย์รับแจ้งเบาะแสทุจริต ควบคู่การบูรณาการหลักสูตรต้านทุจริตร่วมกับ ป.ป.ช. ส่วนฝ่ายจีนได้แบ่งปันประสบการณ์การใช้ AI และ Big Data ตรวจสอบงบประมาณเพื่อลดการใช้ดุลยพินิจส่วนบุคคล

นอกจากนี้ รมว.ศธ. ยังหารือแนวทางขยายความร่วมมือ ทั้งด้านอาชีวศึกษา ทุนการศึกษา การเรียนการสอนภาษาจีน และการเพิ่มครูอาสาสมัครจีน-ห้องเรียนขงจื่อ เพื่อรองรับการลงทุนจากจีนที่ขยายตัวในไทย

“ไทยกับจีนมีความสัมพันธ์แบบพี่ใหญ่-น้องเล็กที่แน่นแฟ้น การแลกเปลี่ยนข้อมูลและบุคลากรผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลจะช่วยยกระดับมาตรฐานการศึกษาของทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน” รมว.ศธ. กล่าว
+++++++++++++++++=