ผอ. WHO รับรองชาวเกาะเตเนริเฟ เรือสำราญไวรัสไม่อันตราย

ผอ. WHO รับรองชาวเกาะเตเนริเฟ เรือสำราญไวรัสไม่อันตราย

10 พ.ค. 2569 02:57 น.

ผอ. WHO รับรองชาวเกาะเตเนริเฟ เรือสำราญไวรัสไม่อันตราย

ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก รับรองกับชาวเกาะเตเนริเฟว่า เรือสำราญที่เกิดการแพร่กระจายของไวรัสฮันตา ซึ่งกำลังจะไปจอดเทียบท่า มีความเสี่ยงที่เชื้อจะแพร่กระจายต่ำ หลังเผชิญกระแสต่อต้าน

เมื่อ 9 พ.ค. 2569 ดร.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาสร้างความมั่นใจให้กับชาวเกาะเตเนริเฟ (Tenerife) ว่า เรือสำราญที่เกิดการแพร่กระจายของไวรัสฮันตา ซึ่งกำลังเดินทางมาจอดเทียบท่าที่เกาะแห่งนี้ มีความเสี่ยงของการติดเชื้ออยู่ในระดับต่ำ

ดร.เกเบรเยซุสย้ำในข้อความส่วนตัวถึงประชาชนบนเกาะเตเนริเฟ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะคานารี ว่า “นี่ไม่ใช่โควิดอีกระลอก” และในขณะนี้ไม่มีผู้โดยสารที่มีอาการป่วยหลงเหลืออยู่บนเรือ “เอ็มวี ฮอนดิอุส” (MV Hondius) แล้ว

“ผมทราบดีว่าพวกคุณกำลังกังวล” ดร.เกเบรเยซุส กล่าวกับชาวเตเนริเฟ “ผมรู้ว่าเมื่อคุณได้ยินคำว่า ‘การระบาด’ และเห็นเรือกำลังมุ่งหน้ามายังชายฝั่ง ความทรงจำเก่าๆ ที่พวกเรายังไม่ลืมเลือนจะย้อนกลับมา ความเจ็บปวดจากปี 2563 ยังคงเป็นเรื่องจริง และผมไม่เคยมองข้ามความรู้สึกนั้นเลยแม้แต่นาทีเดียว”

“แต่ผมต้องการให้พวกคุณฟังผมชัดๆ นี่ไม่ใช่โควิดอีกระลอก ความเสี่ยงด้านสาธารณสุขในปัจจุบันจากไวรัสฮันตายังคงอยู่ในระดับต่ำ” ผอ.องค์การอนามัยโลกย้ำ และเสริมว่า ขณะนี้มีผู้เชี่ยวชาญจาก WHO คือ ดร. เฟรดดี บันซา-มูโตกา อยู่บนเรือ MV Hondius ด้วย

WHO ระบุว่า ดร. เฟรดดี พร้อมด้วยแพทย์ชาวดัตช์อีกสองท่าน กำลังประเมินอาการทางแพทย์และความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อของทุกคนบนเรือ และรายงานล่าสุดระบุว่าไม่มีผู้โดยสารรายใดแสดงอาการของไวรัสฮันตาเพิ่มเติมแล้ว

ทั้งนี้ เรือ MV Hondius มีกำหนดจะเข้าจอดที่ท่าเรือกรานาดียา (Granadilla) ในช่วงเวลาประมาณ 04:00 – 06:00 น. ตามเวลา GMT ของวันอาทิตย์ ซึ่งสร้างความกังวลอย่างมากให้กับคนในพื้นที่ ส่วนนายเฟร์นันโด คลาวิโฆ ประธานรัฐบาลแคว้นกานาเรียสก็คัดค้านเรื่องนี้

ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา มีการยืนยันพบผู้ติดเชื้อในกลุ่มผู้โดยสารบนเรือลำนี้ 6 ราย โดยมี 1 รายเสียชีวิตระหว่างการเดินเรือ ส่วนอีก 2 รายเสียชีวิตหลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

ทางเจ้าหน้าที่ของสเปนได้พยายามคลายความกังวลเกี่ยวกับการมาถึงของเรือลำนี้ โดยชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการกักกันและป้องกันอย่างเข้มงวด

นางโมนิกา การ์เซีย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของสเปน กล่าวในการแถลงข่าวว่า ผู้โดยสารจะถูกกักตัวไว้บนเรือและจะได้รับอนุญาตให้ออกจากเรือด้วยเรือลำเล็กก็ต่อเมื่อมีเที่ยวบินส่งตัวกลับประเทศ มารอรับพวกเขาอยู่ที่ลานบินแล้วเท่านั้น

อนึ่ง ตามปกติแล้วไวรัสฮันตาจะมีสัตว์ฟันแทะเป็นพาหะ แต่การแพร่เชื้อจากคนสู่คนในสายพันธุ์แอนดีส (Andes strain) นั้นสามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งทาง WHO เชื่อว่าผู้โดยสารบางส่วนบนเรือได้รับเชื้อนี้มาในขณะที่อยู่ในอเมริกาใต้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อังกฤษส่งเรือรบมุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลาง จ่อทำภารกิจคุ้มครองฮอร์มุซ

อังกฤษส่งเรือรบมุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลาง จ่อทำภารกิจคุ้มครองฮอร์มุซ

10 พ.ค. 2569 01:15 น.

อังกฤษส่งเรือรบมุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลาง จ่อทำภารกิจคุ้มครองฮอร์มุซ

สหราชอาณาจักรส่งเรือรบไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทำภารกิจคุ้มครองเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เมื่อ 9 พ.ค. 2569 กระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรประกาศว่า กำลังดำเนินการส่งเรือรบไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจที่อาจเกิดขึ้นในการปกป้องเส้นทางการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

กระทรวงกลาโหมระบุว่า เรือ HMS Dragon ของราชนาวีอังกฤษ จะทำหน้าที่สนับสนุนความพยายามในการกวาดล้างทุ่นระเบิดและคุ้มครองเรือพาณิชย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่เน้น “การป้องกันเพียงอย่างเดียว”

“การส่งเรือ HMS Dragon ไปประจำการล่วงหน้า เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนที่รอบคอบ เพื่อให้แน่ใจว่าสหราชอาณาจักรมีความพร้อม ในฐานะส่วนหนึ่งของกองกำลังผสมพหุภาคีที่นำโดยสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส ในการรักษาความปลอดภัยบริเวณช่องแคบเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย” โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าว

ทั้งนี้ สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสกำลังเป็นผู้นำในความพยายามสร้างภารกิจพหุภาคี เพื่อรักษาความปลอดภัยในการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถูกปิดโดยพฤตินัยนับตั้งแต่สหรัฐฯ กับอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ. พวกเขายังเชิญชวนให้พันธมิตรนานาชาติรายอื่นๆ เข้ามามีส่วนร่วมด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

กรีซตรวจสอบเรือโดรนปริศนา หลังพบในทะเลไอโอเนียน

กรีซตรวจสอบเรือโดรนปริศนา หลังพบในทะเลไอโอเนียน

10 พ.ค. 2569 00:17 น.

กรีซตรวจสอบเรือโดรนปริศนา หลังพบในทะเลไอโอเนียน

กองทัพกรีซกำลังเร่งตรวจสอบเรือโดรนไร้คนขับปริศนาลำหนึ่ง หลังถูกชาวประมงท้องถิ่นพบซ่อนอยู่ในถ้ำ ใกล้กับเกาะในทะเลไอโอเนียน โดยพบวัตถุระเบิดในเรือด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 9 พ.ค. 2569 ว่า ชาวประมงพบเรือโดรนลำหนึ่งภายในถ้ำใกล้กับเกาะเลฟกาดา (Lefkada) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (7 พ.ค.) และได้แจ้งหน่วยยามฝั่งซึ่งต่อมาได้ลากเรือลำนี้ไปยังท่าเรือวาสิลิกิ (Vasiliki) ที่อยู่ใกล้เคียง

สื่อท้องถิ่นของกรีซรายงานว่า โดรนลำนี้บรรจุวัตถุระเบิดและเครื่องยนต์ยังคงทำงานอยู่ในขณะที่ถูกค้นพบ นอกจากนี้ยังมีรายงานระบุว่าตัวเรืออาจผลิตในยูเครน หรือมีความเชื่อมโยงกับสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่กำลังดำเนินอยู่

ภาพที่ปรากฏบนโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นเรือของหน่วยยามฝั่งกรีซกำลังลากโดรนที่มีความยาวหลายเมตรลำนี้เข้าสู่ท่าเรือ โดยลักษณะภายนอก โดรนมีสีเข้มและฝาปิดด้านบนเปิดออก บนตัวเรือไม่ปรากฏเครื่องหมายใดๆ ที่ระบุถึงแหล่งที่มาของตัวเรือ

ขณะนี้กระทรวงกลาโหมของกรีซกำลังเข้ามากำกับดูแลการสืบสวนแล้ว โดยผู้เชี่ยวชาญทางการทหารของกรีซจะดำเนินการตรวจสอบเพื่อหาวัตถุประสงค์ของโดรนลำนี้ ว่ามันหลุดเข้ามาในน่านน้ำของกรีซเนื่องจากความล้มเหลวทางเทคนิค หรือเกิดจากการขาดการติดต่อกับศูนย์ควบคุมหรือไม่

ข้อสันนิษฐานหนึ่งที่มีการรายงานคือ โดรนลำนี้อาจถูกเตรียมไว้เพื่อใช้จัดการกับ “กองเรือเงา” (Shadow Fleet) ของรัสเซีย ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกเรือบรรทุกน้ำมันหลายร้อยลำที่ใช้ขนส่งน้ำมันและก๊าซของรัสเซีย เพื่อหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกที่ประกาศใช้หลังจากการรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบในปี 2565

หนังสือพิมพ์ Ta Nea ของกรีซระบุว่า เรือลำดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับโดรน MAGURA V5 ของยูเครน ซึ่งเคยถูกนำมาใช้งานหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม รายงานนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ปูตินลั่น เป้าหมายในสงครามยูเครนนั้น ชอบด้วยเหตุผลแล้ว

ปูตินลั่น เป้าหมายในสงครามยูเครนนั้น ชอบด้วยเหตุผลแล้ว

9 พ.ค. 2569 22:51 น.

ปูตินลั่น เป้าหมายในสงครามยูเครนนั้น ชอบด้วยเหตุผลแล้ว

รัสเซียจัดพิธีเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะเหนือนาซีเยอรมัน โดย วลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวสุนทรพจน์โจมตีนาโตและยูเครน โดยยืนยันว่า เป้าหมายต่างๆ ในการทำสงครามของรัสเซียนั้น ชอบด้วยเหตุผลแล้ว

เมื่อ 9 พ.ค. 2569 ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีสวนสนามวันแห่งชัยชนะ ณ จัตุรัสแดง โดยระบุว่า ทหารของเขาในยูเครนกำลังต่อสู้กับ “กองกำลังที่ก้าวร้าว” ซึ่งสนับสนุนโดยกลุ่มนาโต (NATO) ทั้งหมด พร้อมทั้งระบุว่าเป้าหมายในสงครามของเขานั้น “ชอบด้วยเหตุผล” แล้ว

ปูตินชูวันแห่งชัยชนะของสหภาพโซเวียตเหนือนาซีเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นหัวใจสำคัญในการปกครองของเขามาตลอด 25 ปี ซึ่งตามปกติแล้วทางการรัสเซียจะจัดพิธีสวนสนามอย่างยิ่งใหญ่และตระการตา

แต่ในปีนี้ เนื่องจากการโจมตีระยะไกลของยูเครนที่เกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลเครมลินต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและลดขนาดการเฉลิมฉลองลง

พิธีสวนสนามในครั้งนี้มีขนาดเล็กลงกว่าปีก่อนๆ อย่างมาก โดยไม่มีการนำยุทโธปกรณ์ทางทหารมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในรอบเกือบสองทศวรรษ และมีบุคคลสำคัญจากต่างประเทศเข้าร่วมเพียงไม่กี่ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้นำจากประเทศพันธมิตรที่ใกล้ชิดของรัสเซียเท่านั้น

ทั้งรัสเซียกับยูเครนต่างตกลงที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 3 วันในช่วงกิจกรรมดังกล่าว ตามการประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้มอสโกเคยขู่ว่าจะโจมตีใจกลางกรุงเคียฟ “ครั้งใหญ่” หากยูเครนเข้ามาขัดขวางการดำเนินพิธีการ

ในสุนทรพจน์ต่อหน้าขบวนสวนสนาม ซึ่งมีทั้งหน่วยทหารของรัสเซียและทหารจากเกาหลีเหนือเข้าร่วม ปูตินได้อ้างถึงชัยชนะของสหภาพโซเวียตเพื่อระดมแรงสนับสนุนให้แก่กองทัพของเขาในยูเครน

“วีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของคนในยุคสมัยแห่งชัยชนะ ได้สร้างแรงบันดาลใจแก่ทหารผู้กำลังปฏิบัติหน้าที่ตามเป้าหมายของปฏิบัติการพิเศษทางทหารในวันนี้” ปูตินกล่าว “พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับกองกำลังที่ก้าวร้าว ซึ่งได้รับการติดอาวุธและสนับสนุนจากกลุ่มนาโตทั้งหมด และถึงจะเป็นเช่นนั้น เหล่าฮีโร่ของเราก็ยังคงรุกไปข้างหน้า”

“ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าภารกิจของเรานั้นชอบด้วยเหตุผลแล้ว” ปูตินประกาศ

อย่างไรก็ตาม สุนทรพจน์ดังกล่าวได้รับการตอบสนองอย่างเย็นชาจากคนบางส่วนในรัสเซีย ท่ามกลางปัญหาอินเทอร์เน็ตล่มและความเหนื่อยล้าจากสงครามยูเครนที่ยืดเยื้อมานานถึง 4 ปี ซึ่งบดบังบรรยากาศการเฉลิมฉลองในครั้งนี้

สำนักข่าว AFP สอบถาม “เอเลนา” นักเศรษฐศาสตร์วัย 36 ปี ถึงความรู้สึกในวันแห่งชัยชนะ ซึ่งเป็นวันรำลึกถึงตอนที่สหภาพโซเวียตเอาชนะนาซีเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 2 เธอตอบเพียงว่า “ไม่รู้สึกอะไรเลย … ฉันต้องการใช้อินเทอร์เน็ต แต่ตอนนี้มันใช้ไม่ได้” เธอบอกด้วยว่า เธอจะไม่รับชมการสวนสนามในครั้งนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

บุคคลปริศนา บุกรุกสนามบินเดนเวอร์ โดนเครื่องบินชนดับคารันเวย์

บุคคลปริศนา บุกรุกสนามบินเดนเวอร์ โดนเครื่องบินชนดับคารันเวย์

9 พ.ค. 2569 21:52 น.

บุคคลปริศนา บุกรุกสนามบินเดนเวอร์ โดนเครื่องบินชนดับคารันเวย์

บุคคลปริศนาบุกรุกเข้าไปในสนามบินเดนเวอร์ในยามวิกาล ก่อนจะถูกเครื่องบินของสายการบินฟรอนเทียร์ ที่กำลังจะออกเดินทาง ชนจนเสียชีวิตบนรันเวย์ และทำให้มีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ 12 ราย

เมื่อ 9 พ.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เกิดเหตุเครื่องบินของสายการบิน “ฟรอนเทียร์ แอร์ไลน์ส” (Frontier Airlines) พุ่งชนคนเสียชีวิตขณะกำลังพยายามนำเครื่องขึ้นจากรันเวย์ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติเดนเวอร์ เมื่อกลางดึกคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา

ทางท่าอากาศยานนานาชาติเดนเวอร์ (DIA) ระบุในแถลงการณ์ว่า การพุ่งชนครั้งนี้ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ที่เครื่องยนต์เป็นเวลาสั้นๆ ซึ่งทางหน่วยดับเพลิงเดนเวอร์สามารถควบคุมเพลิงได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนสายการบินฟรอนเทียร์แถลงว่า มีกลุ่มควันลอยเข้ามาภายในห้องโดยสาร จึงมีการอพยพผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 224 คนลงจากเครื่องผ่านสไลด์ฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัย พร้อมระบุด้วยว่า “เราเสียใจอย่างที่สุดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”

ข้อมูลจากสนามบินระบุว่า บุคคลดังกล่าวข้ามรั้วรักษาความปลอดภัยเข้ามา และถูกชนจนเสียชีวิตในอีก 2 นาทีต่อมาขณะกำลังวิ่งตัดหน้ารันเวย์

เจ้าหน้าที่รายงานว่า เครื่องบินของ ฟรอนเทียร์ แอร์ไลน์ส ลำนี้กำลังออกเดินทางจากเดนเวอร์มุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานนานาชาติลอสแอนเจลิส เมื่อเวลาประมาณ 23:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นก่อนจะพุ่งชนบุคคลดังกล่าว

นายชอน ดัฟฟี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในขณะนั้นเครื่องบินกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง

“เมื่อคืนที่ผ่านมา มีผู้บุกรุกละเมิดมาตรการรักษาความปลอดภัยของสนามบินนานาชาติเดนเวอร์ โดยตั้งใจปีนรั้วกั้นและวิ่งออกไปยังรันเวย์” ดัฟฟีระบุในแถลงการณ์ “ไม่ว่าใครก็ตาม ไม่ควร บุกรุกเข้าไปในพื้นที่สนามบินเดนเวอร์”

ทางท่าอากาศยานฯ ระบุว่า เบื้องต้นเชื่อว่าบุคคลนี้ไม่ใช่พนักงานของสนามบินและยังไม่มีการระบุตัวตนว่าคนผู้นี้เป็นใคร นอกจากนี้ยังได้ตรวจสอบแนวกั้นรั้วแล้วพบว่ายังอยู่ในสภาพสมบูรณ์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้โดยสารบนเครื่องบิน 12 ราย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โดย 5 คนในจำนวนนี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง

ปัจจุบัน ผู้โดยสารส่วนใหญ่เดินทางออกจากเดนเวอร์แล้วด้วยเครื่องบินลำอื่นของฟรอนเทียร์ แต่รันเวย์ที่เกิดเหตุยังคงปิดให้บริการ เพื่อให้สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ (FAA) และคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติ (NTSB) ดำเนินการสืบสวน

“เราเสียใจอย่างยิ่งกับอุบัติเหตุครั้งนี้ และขอแสดงความเสียใจไปยังผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกคน” ทางสนามบินเดนเวอร์ระบุทิ้งท้าย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ไพศาล ชวนจับตา ทักษิณ ออกเรือนจำพรุ่งนี้ คนแห่รับ เชื่อสะเทือนนักการเมืองเหนือกฎหมายบางพวก

ไพศาล ชวนจับตา ทักษิณ ออกเรือนจำพรุ่งนี้ คนแห่รับ เชื่อสะเทือนนักการเมืองเหนือกฎหมายบางพวก

ไพศาล ชวนจับตา ทักษิณ ออกเรือนจำพรุ่งนี้ คนแห่รับ เชื่อสะเทือนนักการเมืองเหนือกฎหมายบางพวก

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.18 น.

ไพศาล ชวนจับตา ทักษิณ ออกเรือนจำพรุ่งนี้ คนแห่รับ เชื่อสะเทือนนักการเมืองเหนือกฎหมายบางพวก

เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2569 นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “พรุ่งนี้พ่อใหญ่แม้วออกจากเรือนจำ จะมีผู้คนไปต้อนรับจำนวนมาก และ อาจ เดินทางไปส่งที่บ้านจันทร์ส่อง หล้าเป็นขบวนใหญ่ แม้ไม่ถึงกับเรียกว่ามืดฟ้ามัวดิน ที่อาจจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

แต่ย่อมส่งผลสะเทือนต่อนักการเมืองบางพวกที่ตั้งตัวอยู่เหนือกฎหมาย อยู่เหนือศาลและเหนือกว่าศาลรัฐธรรมนูญ

จะทำให้คุณค่า การถูกจำคุก สูงส่ง ยิ่งกว่า การตั้งตนอยู่เหนือกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของระบอบการเมืองใหม่มากมายนัก คอยดูกันไปก็แล้วกัน”

ศาลรธน. มีคำสั่งให้ ศรีสุวรรณ ทำความเห็นเป็นหนังสือส่ง ปมบัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ด ชอบด้วยรธน.หรือไม่

ศาลรธน. มีคำสั่งให้ ศรีสุวรรณ ทำความเห็นเป็นหนังสือส่ง ปมบัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ด ชอบด้วยรธน.หรือไม่

ศาลรธน. มีคำสั่งให้ ศรีสุวรรณ ทำความเห็นเป็นหนังสือส่ง ปมบัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ด ชอบด้วยรธน.หรือไม่

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.50 น.

ศาล รธน.มีคำสั่งให้ ศรีสุวรรณ ทำความเห็นเป็นหนังสือ กำหนด 5 ประเด็น ส่งศาลกรณีบัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ดชอบด้วย รธน.หรือไม่ 

เมื่อวันที่ 9 พ.ค.2569 นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เปิดเผยว่า ได้รับหนังสือจากศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้จัดทำความเห็นเป็นหนังสือตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด พร้อมจัดส่งเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง กรณีที่ได้ร้องเรียนผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 213 เพื่อพิจารณาวินิจฉัยว่า การที่ กกต.จัดทำบัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายหรือไม่

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 13 ก.พ.2569 องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดทำบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งอาจทำให้ผู้อื่นล่วงรู้ความลับในการใช้สิทธิของผู้เลือกตั้งได้ อันทำให้การเลือกตั้ง สส.ที่ผ่านมาเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ และการออกระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566 ข้อ 129 วรรคสอง ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 85 และ พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2561 มาตรา 84 และมาตรา 86 หรือไม่ ซึ่งต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินไว้พิจารณาเมื่อ 18 มีนาคม 2569 โดยกำหนดเป็นเรื่องพิจารณาที่ ต.30/2569 แล้ว

เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา ศาลจึงมีหมายคำสั่งเรียกให้องค์กรรักชาติ รักแผ่นดินได้จัดทำความเห็นเป็นหนังสือตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดทั้งสิ้น 5 ประเด็น เช่น การไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สภาพการเห็นรหัสคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด และวิธีการใดที่ทำให้ทราบผลการลงคะแนนของบุคคลอื่นหรือสามารถระบุตัวผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจากรหัสดังกล่าว การโต้แย้งคัดค้าน ร้องเรียน หรือแจ้งความบัตรเลือกตั้งดังกล่าวก่อนที่สื่อมวลชนจะนำเสนอ รวมทั้งให้จัดส่งพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องให้ศาลทั้งหมดด้วย

นายศรีสุวรรณ ระบุว่า องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เห็นว่าคำถามดังกล่าวอาจจะเป็นการตั้งประเด็นไต่สวนที่ไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของคำร้อง เพราะหัวใจของปัญหาอยู่ที่การมีอยู่ของบาร์โค้ดนั้นทำให้การเลือกตั้งนั้นลับหรือไม่ลับเท่านั้น แต่ก็มิอาจก้าวล่วงดุลยพินิจของศาลได้ แต่อย่างไรเสียองค์กรฯจะเร่งทำความเห็นพร้อมรวมรวมข้อมูล พยานหลักฐาน และขอให้สอบพยานอื่นเพิ่ม ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วันตามที่ศาลกำหนดตามมาตรา 27 วรรคสาม ของ พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรม นูญ 2561 เพื่อธำรงไว้ซึ่งความเที่ยงตรงและศักดิ์สิทธิ์ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย มิให้ผู้ใดมาใช้อำนาจและเล่ห์เหลี่ยมนอกกฎหมาย เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่อไป 

หมอวรงค์ แจงยิบ 5 ข้อ หลัง หมออ๋อง แฉตั้งญาตินั่งผู้ช่วย สส.

หมอวรงค์ แจงยิบ 5 ข้อ หลัง หมออ๋อง แฉตั้งญาตินั่งผู้ช่วย สส.

หมอวรงค์ แจงยิบ 5 ข้อ หลัง หมออ๋อง แฉตั้งญาตินั่งผู้ช่วย สส.

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.42 น.

หมอวรงค์ แจงยิบ 5 ข้อ หลัง หมออ๋อง แฉตั้งญาตินั่งผู้ช่วย สส. ชี้เรื่องเก่า 15 ปีที่แล้ว ไม่ได้ทำผิดระเบียบ ยันเดินหน้าปฏิรูปสิทธิประโยชน์นักการเมืองต่อ ลั่นหากข้องใจอีก พร้อมชี้แจง ไม่ต้องไปฟ้องผ่านสื่อ

เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2569 จากกรณีที่ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตรองประธานสภา คนที่ 1 และอดีตสส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “มีคนส่งเอกสารการตั้งคนนามสกุลเดียวกับตัวเอง 3 คน มาเป็นผู้ช่วยสส. ของหมอคนหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ผิดกฏหมายอะไร แค่แสดงนิสัยน่ารังเกียจแค่นั้นเอง” จากนั้นได้มีการเผยแพร่เอกสาร นายวรงค์ เดชกิจวิกรม แต่งตั้ง 5 คน คือ นางเฉลิมศรี จันทร์หิรัญ นางวัชรา จำเนียรสุขสกุล นายสรชัย เดชกิจวิกรม นายศรีศักร เดชกิจวิกรม และนางอุไรวรรณ เดชกิจวิกรม โดยลงนามสำเนาถูกต้องโดย นายกานต์ รัตกสิกร นิติกรปฎิบัติการ

ล่าสุด นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ชี้แจงคุณหมออ๋อง

ปรากฏว่ามีความพยายาม ให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง ไปขุดเรื่องในอดีต เกี่ยวกับการตั้งผู้ช่วยส.ส. ตั้งแต่สมัยผมยังเป็นส.ส.เขต ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งผ่านมาน่าจะไม่น้อยกว่า 15 ปีมาแล้วว่า ผมตั้งผู้ช่วย 5คน และเป็นคนนามสกุลเดียวกัน 3 คน

ผมยินดีอธิบายนะครับว่า

1.ผมไม่เคยตำหนิใคร ที่จะตั้งพี่น้องมาเป็นผู้ช่วย เพราะผมถือว่า เป็นการตั้งเพื่อการประสานงานส่วนตัวของส.ส. (ไม่ใช่รัฐมนตรี ที่เป็นงานส่วนรวม และมีผลประโยชน์) และสมัยนั้นก็ไม่มีระเบียบห้าม

2.การที่ผมตั้งพี่น้องผม ร่วมกับคนอื่น มาเป็นผู้ช่วย เพราะเขาสามารถช่วยงานผมได้ดี ไม่ได้ทำอะไรให้ผมเสียหาย และผมก็ไม่ได้เอาตำแหน่งไปขาย เพื่อหาผลประโยชน์

3.ผมเข้าใจว่าคุณหมออ๋องและสื่อบางท่าน เอาเรื่องผม มาเผยแพร่ ว่าผมตั้งผู้ช่วย5คน โดยมี3คนเป็นพี่น้องผม จึงเป็นของเก่า ผ่านมาไม่น้อยกว่า15ปีมาแล้ว และผมก็ไม่ได้ทำผิดระเบียบ ซึ่งปัจจุบันนี้ ผมได้ตั้งผู้ช่วยผมเพียง 3คน จากที่ให้มา8 คน ตามที่ผมประกาศเจตนารมณ์ไว้ชัดเจน

4.ผมยังยืนยันที่ อยากปฏิรูประบบสิทธิประโยชน์นักการเมือง ที่มากเกินความจำเป็น ทั้งยกเลิกบำนาญส.ส./ส.ว. ลดผู้ช่วยจาก8 คนเหลือ3คน ยกเลิกการศึกษาดูงานต่างประเทศ เพื่อประสิทธิภาพ และสร้างสำนึกที่ดีของนักการเมือง

5.ผมยังมีความเชื่อว่า การจัดการทุจริตคอรัปชั่นของประเทศ ต้องเริ่มจากการจัดการที่สภา ทำสภาให้น่าเชื่อถือ เพราะที่นี่คือศูนย์รวมทุกอย่างของอำนาจ ถ้าจัดการที่นี่ได้ ส่วนราชการต่างๆก็จะง่ายขึ้น
ถ้ามีอะไรข้องใจ ผมยินดีชี้แจงให้ทราบครับ ไม่ต้องผ่านสื่อหลายขั้นตอน สร้างความสับสนเปล่าๆ เพราะผมไม่มีอะไรต้องปิดบัง จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบ” 

วรงค์ จี้ หมออ๋อง สอบด่วน แฉยับ! สส.กินหัวคิวผู้ช่วย-ลาออกยังรับบำนาญ

วรงค์ จี้ หมออ๋อง สอบด่วน แฉยับ! สส.กินหัวคิวผู้ช่วย-ลาออกยังรับบำนาญ

วรงค์ จี้ หมออ๋อง สอบด่วน แฉยับ! สส.กินหัวคิวผู้ช่วย-ลาออกยังรับบำนาญ

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.30 น.

10 พฤษภาคม 2569 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์คลิปพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า #ถึงคุณหมออ๋องอีกครั้ง

ถ้าคุณหมออ๋องพอมีเวลา น่าจะช่วยไปตรวจสอบ

1.พรรคการเมืองบางพรรค เอาโควต้าผู้ช่วยส.ส. ที่มีมากถึง8คน ไปตั้งเพื่อใช้งานพรรค ไปตั้งผู้สมัครที่สอบตก ให้มีรายได้ เข้าข่ายการทุจริตหรือไม่ เพราะเจตนาเขาให้มาเป็นผู้ช่วยส.ส.

2.มีกระแสข่าวว่า ส.ส.บางคน เอาตำแหน่งผู้ช่วยที่มากถึง8คน ไปหารายได้เข้าตัว จริงไหม ช่วยตรวจสอบน่าจะดีนะครับ

3.ส.ส.บางคนลาออกไปเอง เพื่อไปลงสมัคร ผู้บริหารท้องถิ่น สมควรให้ประชาชนเลี้ยงดูด้วยเงินบำนาญเป็นหมื่น ตลอดชีวิตหรือไม่ ถ้ายังให้ประชาชนเลี้ยงดู จะไปดูแลประชาชนในท้องถิ่นอย่างไร

คุณหมออ๋องช่วยตรวจสอบ หาคำตอบก็ดีนะครับ

#ยกเลิกบำนาญสสสว
#ลดผู้ช่วยจาก8เหลือ3

นายกฯ นำคณะนั่งรถ EV Smart Bus อบจ.ภูเก็ต ทางเดียวกันไปด้วยกัน รณรงค์ Carpool ลดใช้พลังงาน

นายกฯ นำคณะนั่งรถ EV Smart Bus อบจ.ภูเก็ต ทางเดียวกันไปด้วยกัน รณรงค์ Carpool ลดใช้พลังงาน

นายกฯ นำคณะนั่งรถ EV Smart Bus อบจ.ภูเก็ต ทางเดียวกันไปด้วยกัน รณรงค์ Carpool ลดใช้พลังงาน

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.04 น.

นายกฯ นำคณะนั่งรถ EV Smart Bus อบจ.ภูเก็ต ทางเดียวกันไปด้วยกัน รณรงค์ Carpool ลดใช้พลังงาน พร้อมรับฟังรายงานการขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายรัฐบาลจากผู้ว่าฯ ภูเก็ต ตลอดเส้นทาง

เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เสร็จสิ้นภารกิจกำชับ และติดตามการแก้ไขปัญหาบุกรุกชายหาดสาธารณะพื้นที่ จ.ภูเก็ต นายอนุทิน พร้อมด้วยนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ ขึ้นรถบัสปรับอากาศ Smile Bus เดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต โดยไม่มีขบวนรถติดตามใด ๆ

การเดินทางโดยรถ EV Smart Bus อบจ.ภูเก็ต ในลักษณะ Carpool เป็นการรณรงค์การใช้ยานพาหนะร่วมกัน ลดการใช้พลังงาน ซึ่งรถบัส 1 คันสามารถใช้โดยสารได้เป็นจำนวนมาก และยังช่วยลดปัญหาการจราจร ทำให้การสัญจรเดินทางไปมาระหว่างสถานที่ต่าง ๆ เป็นไปโดยสะดวก ทางเดียวกันไปด้วยกัน

ทั้งนี้ ในระหว่างที่นายกฯ นั่งบนรถบัสคันดังกล่าว ได้ให้ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต มานั่งที่นั่งข้างนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งได้บรรยายและรายงานถึงบริเวณพื้นที่ต่าง ๆ ตามเส้นทางที่รถบัสผ่าน เพื่อติดตามการขับเคลื่อนภารกิจของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ทำให้สามารถบริหารจัดการเวลาเพื่อที่จะรับฟังสภาพปัญหา อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเพื่อประชาชนอย่างทันท่วงที และยั่งยืนต่อไป

สำหรับรถ EV Smart Bus อบจ.ภูเก็ต ในขณะนี้เปิดให้บริการ หมวด 1 จำนวน 3 เส้นทางในเขตอำเภอเมืองภูเก็ต สายที่ 1 จากสะพานหินไปเซ็นทรัลภูเก็ต สายที่ 2 จากท่าเรืออ่าวฉลองมาห้างสินค้าซุปเปอร์ชีป และสายที่ 3 จากท่าเรือรัษฎาไปสวนน้ำอันดามันดา ราคา 15 บาทตลอดสาย โดยสำหรับนักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุ พระภิกษุสงฆ์ และผู้พิการ ไม่เสียค่าใช้จ่าย