I.O.I สาดความสุขล้นฮอลล์ สมมง 10 ปีที่รอคอย ปลดล็อกความคิดถึงกับแฟนไทย

I.O.I สาดความสุขล้นฮอลล์ สมมง 10 ปีที่รอคอย ปลดล็อกความคิดถึงกับแฟนไทย

I.O.I สาดความสุขล้นฮอลล์ สมมง 10 ปีที่รอคอย ปลดล็อกความคิดถึงกับแฟนไทย

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.28 น.

ผ่านพ้นไปอย่างอบอุ่น อิ่มเอมไปด้วยความทรงจำสุดพิเศษ และมีแต่คำว่า เริ่ด! เริ่ดมาก! เริ่ดสะใจ!! สำหรับคอนเสิร์ต “2026 I.O.I Concert Tour: LOOP in BANGKOK” ที่จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569 ณ IDEA LIVE, BRAVO BKK กับการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของเกิร์ลกรุ๊ประดับตำนาน I.O.I (ไอโอไอ) เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของวง และมอบของขวัญสุดพิเศษให้กับแฟนๆ ที่คอยสนับสนุนพวกเธอมาตลอดคอนเสิร์ตครั้งนี้ I.O.I ไม่เพียงพาแฟนๆ ย้อนกลับไปสัมผัสช่วงเวลาอันงดงามตลอดเส้นทางที่ผ่านมา แต่ยังถ่ายทอดเรื่องราวของมิตรภาพ ความผูกพัน และการเติบโตของสมาชิกแต่ละคนตลอดระยะเวลา 10 ปี ผ่านการแสดงที่ครบทั้งความสนุก ความซาบซึ้ง และมีความหมายต่อใจ

บรรยากาศคึกคักตั้งแต่หน้างาน เมื่อแฟนเกิร์ลและแฟนบอยพร้อมใจกันสวมชุดสีชมพูมารวมตัวกัน เพื่อแสดงพลังความรักให้กับสมาชิกทั้ง 9 คน ได้แก่ ‘Jeon Somi’ (จอนโซมี), ‘Kim Se Jeong’ (คิมเซจอง), ‘Choi Yoo Jung’ (ชเวยูจอง), ‘Kim Chungha’ (คิมชองฮา), ‘Kim So Hye’ (คิมโซฮเย), ‘Jung Chae Yeon’ (จองแชยอน), ‘Kim Do Yeon’ (คิมโดยอน), ‘Lim Na Young’ (อิมนายอง) และ ‘Yoo Yeonjung’ (ยูยอนจอง) ทันทีที่ทั้ง 9 สาวปรากฏตัวบนเวที ความสดใสก็เปล่งประกายไปทั่วทั้งฮอลล์ เปิดฉากด้วยเพลงฮิตอย่าง ‘Pick Me’, ‘Dream Girls’ และ ‘Whatta Man’ ท่ามกลางโปรดักชันสุดยิ่งใหญ่ที่ผู้จัดสายเปย์ iMe Thailand ทุ่มเต็มที่ให้สมการรอคอย ขณะที่ ‘อังดุงงี’ (Angdungi : ชื่อแฟนคลับ) ส่งเสียงเชียร์และตะโกนแฟนชานท์ดังสนั่นทุกเพลง ปลดล็อกความคิดถึงที่เฝ้ารอกันมายาวนาน ฮาร์ทเรทพุ่งยิ่งกว่าเดิมเมื่อสาวๆ ทักทายบอกคิดถึงเป็นภาษาไทย “ทุกคนคะ คิดถึงจังเลยค่ะ” พร้อมเผยว่ารู้สึกประทับใจกับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากอังดุงงีชาวไทย และย้ำว่านี่คือวันแห่งความสุข เพราะนอกจากจะเป็นคอนเสิร์ตในประเทศไทยครั้งแรกแล้ว ยังเป็นคอนเสิร์ตต่างประเทศครั้งแรกของ I.O.I อีกด้วย พร้อมกล่าวขอบคุณแฟนๆ ที่ทำให้ช่วงเวลานี้เกิดขึ้นจริง

จากนั้นทั้ง 9 สาวยังคงสาดความน่ารักสดใส โชว์พลังเสียงผ่านเพลง ‘똑 똑 똑 (Knock Knock Knock)’, ‘Doo Wap’ และเซอร์ไพรส์สุดพิเศษที่ทำเอาฮอลล์แทบแตก เมื่อยูจองเปลี่ยนท่อนจบของเพลง ‘사랑해 기억해 (I Love You, I Remember You)’ เป็นภาษาไทยว่า “รักนะคะ” ก่อนพาทุกคนนั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่ได้เริ่มต้นรู้จักกัน ผ่านเพลง ‘핑거팁스 (Fingertips)’, ‘얌얌 (Yum Yum)’, ‘24시간 (24 Hour)’ และ ‘Crush’ แฟนๆ โซนยืนกระโดดกันสุดตัว ส่วนโซนนั่งก็แทบนั่งไม่ติดเก้าอี้

ต่อเนื่องด้วยเพลงจากอัลบั้มล่าสุดที่พาพวกเธอกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง แต่ศิลปินถึงกับอึ้ง!! เมื่อแฟนๆ ร้องตามเพลงใหม่ดังกระหึ่มทั้งฮอลล์ ไม่ว่าจะเป็น  ‘갑자기 (Suddenly)’, ‘SPF 100+ (Summer Pop Fantasy)’ และ ‘IOI (Where My Girls At)’ เพิ่มระดับความประทับใจขึ้นอีกหลายเท่าตัว ก่อนจะต่อด้วยเพลง ‘너무너무너무 (Very Very Very)’, ‘같은 곳에서 (In The Same Place)’ และ ‘잠깐만 (Hold On)’ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขที่ไม่มีแผ่ว

เข้าสู่พาร์ทที่หลายคนรอคอย กับการได้ฟังพลังโวคอลในเพลง ‘소나기 (Downpour)’, ‘그때 우리 지금 (Then, Now and Forever)’ และ ‘벚꽃이 지면 (When The Cherry Blossoms Fade)’ ที่ทำเอาทั้งศิลปินและแฟนคลับน้ำตาคลอไปตามกัน ความประทับใจยิ่งลึกซึ้งขึ้นเมื่อแฟนๆ ร่วมกันทำโปรเจกต์บอกความในใจ ด้วยการแปลอักษรจากกล่องไฟเป็นข้อความ “I❤️I” พร้อมชูแบนเนอร์ข้อความ “함께 기다려온 10년,약속을 지켜줘서 고마워 I.O.I” (10 ปีที่เรารอด้วยกันมา ขอบคุณนะ I.O.I ที่รักษาสัญญา) และร่วมกันร้องเพลง ‘소나기 (Downpour)’ ดังกึกก้องทั่วทั้งฮอลล์ เพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับศิลปินที่กลับมาหาตามสัญญา

หลังซึ้งจนใจเปียกปอนไปแล้ว ก็ถึงเวลาปลดปล่อยความมันส์ให้สาแก่ใจ มันส์ให้สุดกว่าเดิมในช่วงอังกอร์ เมื่อ I.O.I ใส่เต็มทุกพลังกับเพลง ‘Bang Bang’, ‘내 말대로 해줘 (More More)’, ‘IF I’, ‘웃으며 안녕 (Goodbye With A Smile)’ และ ‘Reprise’ ก่อนปิดท้ายด้วย ‘Pick Me’ (Remix Version)ที่ทำให้ทั้งฮอลล์กระโดดกันแบบไม่มีแรงเหลือ เรียกว่าตลอดการแสดงเกือบ 3 ชั่วโมง สมาชิกทั้ง 9 คนได้ร่วมสร้างช่วงเวลาอันแสนพิเศษกับแฟนๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมส่งต่อความรักและคำขอบคุณทั้งน้ำตาให้กับทุกคนที่อยู่เคียงข้างมาตั้งแต่วันแรก จนกลายเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความทรงจำ และความประทับใจที่จะถูกเก็บไว้ในหัวใจของ I.O.I และอังดุงงีตลอดไป จนกว่าจะได้กลับมาพบกันอีกครั้ง!!!

ผู้เสียหายรวมตัวแฉ พ่อฟอร์ด คนสนิท แพรรี่ โกงเงิน 70 ล้าน หลอกฮุบข้าว -ที่ดิน เชิ่ดรถหนี ฟอร์ด โฟนอินไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ผู้เสียหายรวมตัวแฉ พ่อฟอร์ด คนสนิท แพรรี่ โกงเงิน 70 ล้าน หลอกฮุบข้าว -ที่ดิน เชิ่ดรถหนี ฟอร์ด โฟนอินไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ผู้เสียหายรวมตัวแฉ พ่อฟอร์ด คนสนิท แพรรี่ โกงเงิน 70 ล้าน หลอกฮุบข้าว -ที่ดิน เชิ่ดรถหนี ฟอร์ด โฟนอินไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.40 น.

กรณีกลุ่มผู้เสียหายจำนวนมาก รวมตัวร้องเรียนถูก “นายอี๊ด” พ่อของ “ฟอร์ด ปกรณ์” อินฟลูเอนเซอรชื่อดัง คนสนิท “แพรรี่ ไพรวัลย์” หลอกลวงหลายรูปแบบ ทั้งรับซื้อข้าว หลอกให้จำนองที่ดินจนสูญหลัก 10  ล้าน รวมทั้งหลอกให้ซื้อรถก่อนเชิ่ดรถหนีไป ผู้เสียหายร้อง “อ้อ ไพรัช” ขอให้ช่วยเหลือ ตอนนี้ติดต่อนายอี๊ดไม่ได้ มูลค่าความเสียหายร่วม 70 ล้านบาทรายการโหนกระแส วันที่ 10 มิ.ย.69 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมายเลข 33 สัมภาษณ์ สมบัติ ผู้ใหญ่บ้าน เสียหาย 2.4 แสน, โก้ เสียหาย 10 ล้าน , สนวน เสียหาย 9.1 แสน หลอกให้ลูกชายออกรถยนต์และมอเตอร์ไซค์, พรสุดา เสียโฉนดที่ดินและรถกระบะ , เดอะ -เฉลียว-อุไร-สมบาน, เสาวภา-อภิญญา ผู้เสียหายโดนตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสน ,อ้อ ไพรัช เข้ามาช่วยร้องสื่อและช่วยดำเนินการเรื่องคดีความ และ ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์

คุณเล่าก่อนเลย?

สมบัติ : เคสของผมขายข้าว คนที่รับซื้อคืออี๊ด พ่ออินฟลูฯ ผมทำประกอบการเกี่ยวกับรถเกี่ยว 6 ล้อที่หาข้าวไปขายให้โรงสี รู้จักท่าน ให้ราคาดีกว่าท้องตลาด ผมเลยเอาไปขายให้โรงสี ปีแรกได้เงินตามที่บินไปขาย แต่พอเข้าปีที่สอง ให้ราคาสูงกว่าท้องตลาด

เขาให้ยังไง?

สมบัติ : โรงสีทั่วไป 13 บาทต่อกิโล แต่ขายให้อี๊ดได้ 16 ล้านบาทต่อกิโล ชาวนาเนอะ กว่าจะได้ข้าวไปขายก็ลำบาก ก็เลยสนใจ เอาข้าวไปขายกับอี๊ด อี๊ดก็รู้จักกัน แกย้ายถิ่นฐานไปเปิดร้านรับซื้อข้าวที่หลักเขตครับ

จากนั้นยังไงต่อ ได้โล 16 บาท อี๊ดให้ราคาดี?

สมบัติ : เที่ยวแรกขาย 2 ตันกว่า ได้ประมาณ 3.4 หมื่น รอบแรกไม่ได้เงิน เขาบอกว่าออกบิลก่อน ประมาณวันจันทร์ไปขายข้าวแล้วจะนำเงินสดมาจ่าย ก็เห็นราคาดี ดีใจว่าได้ราคาสูง ก็ไปอีกรอบนึง

ที่อื่นให้ราคา 13 บาท ไม่ได้สูงขนาดนี้?

สมบัติ : ครับ แต่ไปขายราคาจริงอยู่ที่ 11 บาท แต่นี่โล 16 บาท เขาไม่คัดข้าวไม่อะไรเลย เขาเอาเลย ยิ่งเห็นผมเป็นผู้ใหญ่บ้าน

เสียเหลี่ยมเนอะเป็นผู้ใหญ่บ้าน?

สมบัติ : รู้ครับ แต่เราชาวนาเนอะ

ไม่ได้เฉลียวใจเลย?

สมบัติ : ครับ ปีแรกได้เงินตามที่ไปขายครับ เงินสด ตอนนั้นไม่ได้แพง 13 บาท มาปีสอง แกให้แพง

แล้วมันยังไงต่อ?

สมบัติ : แกออกนโยบายว่าเข้าโครงการรัฐ จะมีค่าเฉลี่ย เขาจะให้ประมาณอาทิตย์ละบาท ผมก็เลยสนใจ สมมติว่าออกบิล 16 บาท อีกอาทิตย์ให้ 17

นโยบาย จาก 16 อีกอาทิตย์เป็น 17 ไอ้ที่ค้างเงินอยู่เนี่ยนะ?

สมบัติ : ครับ

ธรรมดาข้าวขายโล 13 แต่ขายจริง 11 บาท วันดีคืนดี ตาอี๊ดบอกว่ามาขายกูนี่ 16 บาทจ่ายเลย นี่ไปเลย 2 ตัวได้เงิน 3.4 หมื่น แต่ยังไม่ได้เงิน ตาอี๊ดวางบิลไปก่อน แต่มีข้อแม้ ถ้าอาทิตย์นี้ 16 บาท ยังไม่จ่าย จ่ายอาทิตย์หน้า ได้ 17 บาท ดอกขึ้นมาเลย ก็เอาสิ?

สมบัติ : ครับ (หัวเราะ) ผมเห็นว่าได้ราคาดี ก็ชักชวนญาติประมาณ 2 คันไปขาย มีคุณเฉลียว เป็นญาติพี่น้องกัน ประมาณเกือบแสน น้าอีกคนอุไรก็ 7.5 หมื่นครับ

ทนายตุ๋ย : สามคนนี้ใครเป็นคนชวน

สมบัติ : ผมครับ เขาบอกว่าผู้ใหญ่ข้าวปีนี้ราคาดีนะ มีพี่น้อง ญาติพี่น้องที่มีข้าวอยู่ในยุ้ง ในสต็อกมั้ย เอามาให้ผมเลย ผมให้ราคาสูง

ทนายตุ๋ย : ถ้าเขาเอ่ยปากให้ไปชวนใครมา เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนด้วย

สมบัติ : ครับ ผมเห็นราคาดี ผมก็ไปชวนพี่น้อง

เราโดนไปเท่าไหร่?

สมบัติ : 2.4 แสน รวมกัน 3 ท่าน ทั้งเฉลียว อุไร ครับ ผมโดน 6.9 หมื่นครับ

นี่คือเรื่องผู้ใหญ่ แล้วติดตามทวงมั้ย?

สมบัติ : ติดตามจนวันไปรับเงิน วันที่ 17 เดือน 7 ปี 66 ผมไปรับที่โรงสี แกก็ปิดประตูเงียบเลย แต่ตอนนั้นเบอร์ติดต่อได้อยู่ครับ แกว่าทำเรื่องกู้แบงก์อยู่

แกเอาข้าวไปไหน เป็นตันๆ?

สมบัติ : ผมไม่ทราบครับ

อ้อ ไพรัช : คงเอาไปขายตามราคาท้องตลาดครับ เขาขายมากกว่านั้นไม่ได้ครับ เขาจับเสือมือเปล่า แล้วอาศัยหน้ามึน หน้าด้าน

สมบัติ : มีบิลที่ออกจากเขา แต่ไม่มีลายเซ็นเขา

อ้อ ไพรัช : ไม่มีใบกำกับภาษีด้วยนะ

ทนายตุ๋ย : ไม่มีลายเซ็นไม่เป็นไร เพราะหัวเอกสารเป็นชื่อโรงสีเขาครับ

อี๊ดมีโรงสีข้าว นานแค่ไหนแล้วเหตุการณ์นี้?

สมบัติ : ตั้งแต่ปี 66 ครับ  3 ปีแล้วทวงมาตลอด ติดต่อไม่ได้เลย เขาเปลี่ยนเบอร์เปลี่ยนอะไรติดต่อไม่ได้เลย

ไปหาเขาที่บ้านที่โรงสีมั้ย?

สมบัติ : ไปครับแต่เขาไม่อยู่ จนผมเอะใจว่าโดนหลอกแล้ว เลยไปแจ้งความสภ.เมืองบุรีรัมย์ นายอี๊ดก็ไปครับ

ทำไมถึงไป?

สมบัติ : เขาบอกถ้าไม่เชื่อใจว่าเขาไม่จ่าย เขาไปด้วยกันก็ได้ แต่เขาพูดต่อหน้าร้อยเวรว่ากำลังกู้แบงก์ ยังไม่ได้ ถ้าได้จะจ่ายให้หมดเลย ไม่หนีครับ

อ้อ ไพรัช : เขามีลูกล่อลูกชนเยอะ

สมบัติ : เขาบอกถ้าได้เงินจะไม่หนี จะจ่ายทุกบาททุกสตางค์ หน้าตาเฉย

ทนายตุ๋ย : เขาไปด้วย นั่งต่อหน้าพนักงานสอบสวน แต่ไม่มีลายเซ็นเขานะ

สมบัติ : เขาบอกกำลังกู้แบงก์อยู่ครับ

คุณโดนเท่าไหร่?

โก้ : 10 ล้าน เป็นหนี้โดยไม่รู้ตัวครับ

อ้อ ไพรัช : พ่อเขาตรอมใจเสียชีวิตด้วยครับ

โก้ : ผมมีที่ของครอบครัว นายอี๊ดเขาหลอกให้ไปกู้เงินเจ๊กมา ว่าซื้อที่ 6 ไร่นะ ให้เป็นชื่อของผม แล้วใส่ชื่อเขาด้วย เดี๋ยวเขาจะกู้ให้

อ้อ ไพรัช : เขาเอาที่ 33 ไร่ของพี่สาวเขาไปจำนำไว้กับเจ๊ก เขาให้เงินมา 1.35 ล้าน เขาก็บอกให้คนนี้ไปซื้อที่อีก 6 ไร่ ในราคา 7.5 แสน เขาบอกจะเอาที่ที่มีโฉนดไปเข้าธนาคาร ธกส. เขาบอกจะเอาเข้า 10 ล้าน แบ่งคนละ 5 ล้าน ร่วมรับผิดชอบหนี้ด้วยกัน คนนี้จะเอาเงินไปบริหารธุรกิจตัวเองคือแม็คโคร อี๊ดเขาจะบริหารธุรกิจคือข้าว  ทางนี้ก็เซ็นมอบอำนาจให้เขา พอเซ็นมอบอำนาจให้ปุ๊บเขาก็ค่อยๆ หายไป

เซ็นมอบอำนาจเรื่องการบริหารที่ในการเอาที่ไปกู้ แล้วที่เป็นชื่อพี่สาว?

อ้อ ไพรัช : ที่ 33 ไร่ไปจำนำไว้กับเจ๊ก แล้วเอาเงินนั้นมาซื้อที่ใหม่

ที่แปลงแรกคือชื่อพี่สาว เอาไปวางไว้กับเจ๊ก พอได้เงินก้อนนี้ก็เอาไปซื้อที่แปลงใหม่ เป็นชื่อคุณโก้กับชื่อเขาร่วมด้วยในโฉนด?

โก้ : ถ้าไม่ร่วมเขากู้ไม่ได้

เขาถือกรรมสิทธิ์ร่วม เงินเป็นเงินคุณ คุณเอาที่ไปวาง เอาเงินไปซื้อที่แปลงนึง ที่อีกแปลงมีกรรมสิทธิ์ร่วมคือตัวเขา เขาหลอกให้คุณเซ็นมอบอำนาจในการไปทำอะไรก็ได้ จากนั้นเขาเอาที่นี้ไปทำอะไร?

โก้ : ไปกู้เงิน ธกส.

ออกมาเท่าไหร่?

อ้อ ไพรัช : ในนี้บอก 10 ล้าน

ได้เงิน 10 ล้านมั้ย?

โก้ : ไม่เห็น แต่ต้องจ่ายหนี้แปลงแรกกับแปลงนี้ที่ไปวาง เขาไม่รับผิดชอบเลย

อ้อ ไพรัช : ที่แปลงแรกเขาไม่รู้ด้วยว่าอยู่ตรงไหน เขาไปตามหาโฉนดเอง 33 ไร่

ที่อี๊ดเอาไปวาง สุดจริงๆ?

อ้อ ไพรัช : ใช่ครับ

 เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับแพรรี่เลย คนละส่วนกันนะ ฟอร์ดมีพ่อคืออี๊ด ฟอร์ดมีเพื่อนสนิทคือแพรรี่ ตอนนี้มีข่าวพูดออกไปก็ไม่เป็นธรรมกับแพรรี่ ส่วนฟอร์ดเองเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวต้องดูความเชื่อมโยง ฟอร์ดต้องชี้แจง เพราะได้ยินมาว่าเขามีการโอนเงินเข้าบัญชีลูกชาย?

โก้ : แต่ไม่รู้ว่าลูกชายคนไหนครับ

ตัวโก้โดน 10 ล้าน ไม่ได้เป็นตัวเงินสดๆ สาเหตุเกิดจากโก้มีพี่สาว พี่สาวมีที่ดินแปลงนึง 30 กว่าไร่ อี๊ดเป็นคนที่ชาวบ้านนับหน้าถือตา มีโรงสีข้าวไว้ใจกัน มาบอกว่ามีที่แปลงนึงเดี๋ยวไปซื้อไว้ เอาเข้าธกส.จะได้เงินมาซื้ออันนี้ ไม่มีเงินไม่เป็นไร เอาที่ดินพี่ไปวางไว้ก่อน ทางนี้ก็เชื่อ เอาที่ดินพี่สาวไปวางไว้ ได้เงินออกมา 1.3 ล้าน กำเงินล้านไปซื้อที่อีกแปลง ในราคา 7.5 แสน เงินส่วนต่างอยู่ไหน?

โก้ : อยู่กับผมครับ

7.5 แสนนี้ อี๊ดบอกว่าสามารถเอาที่ดินแปลงนี้ไปวางธกส.ได้ในราคา 10 ล้าน เดี๋ยวมาแบ่งกัน แบ่งเพราะอี๊ดจะดำเนินการให้ อี๊ดจะเอาเงิน 5 ล้านครึ่งนึงไปทำข้าว ส่วนอีก 5 ล้าน โก้จะเอาไปทำอะไรก็เรื่องของโก้ มีการใส่ชื่อของโก้ กับอี๊ด คือทองสุก ชื่อเจ้าของจึงมีสองคน เป็นกรรมสิทธิ์ร่วมสองคน ซึ่งอี๊ดไม่ได้จ่ายเงินเลย หนำซ้ำอี๊ดบอกว่าที่ดินแปลงใหม่ 7.5 แสน คุณทำไม่ได้หรอก เดี๋ยวผมจัดการให้เอง เซ็นหนังสือมอบอำนาจมา หลังจากนั้นอี๊ดเอาไปเข้าธกส.จริง ตามหลักฐานทั้งหมดรวมดอก เงินต้นที่ออกไปจริง 7.5 ล้าน รวมดอกเบี้ยคือ 10 ล้าน พอนายอี๊ดได้เงิน 7 ล้าน นายอี๊ดทิ้งเลย คุณโก้ต้องเป็นคนจ่ายที่ดินสองแปลง ทั้งของพี่สาวที่เอาไปวาง และอีกแปลงคือที่อี๊ดเอาหนังสือมอบอำนาจไปวางธกส. คุณโดนสองเด้ง ทุกวันนี้ยังจ่ายเงินอยู่?

โก้ : แปลงแรกปล่อยหลุดแล้วครับ สู้ดอกไม่ไหว

33 ไร่นี่นะ?

โก้ : ครับ

อ้อ ไพรัช : ดอกผุด 7 แสน

น้องไม่บอกพี่ก่อน ให้กู้ก่อนก็ได้ 33 ไร่ ล้านสามเองนะ?

โก้ : รวมดอกอีก 7 แสน

ปล่อยหลุดไปแล้วเหรอ?

โก้ : มันไม่ไหวครับ เรื่องนานแล้วครับ เจ๊กบอกถ้ามีเงินก็มาซื้อเอา แกไม่ได้ขายใครหรอก

เอาจริงๆ นะ สิ่งที่งงอย่างนึง ที่ดินแปลงที่สองที่เอาเงินกู้จาก 33 ไร่ ไปซื้อ ซื้อมา 7 แสน แต่เวลาไปวางธกส. ทำไมได้สูง 7 ล้านกว่า ในนี้เขียนชัดเจน ธนาคารเรียกคืนเงินกู้ทั้งหมด ให้ท่านนำเงินต้นรวมดอกเบี้ย  10,259,160.13 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12.625 ต่อปี จากเงินต้น 7,674,211.21 บาท นับตั้งแต่ลงหนังสือฉบับนี้ จนกว่าจะชำระเสร็จ ไปชำระให้ธนาคาร ธกส. สาขาประโคนชัย ภายในเวลา 60 วันนับจากได้รับหนังสือใบนี้ หากพ้นกำหนดนี้แล้ว ท่านไม่ชำระหนี้ให้แล้วเสร็จ ธนาคารจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เอาที่ดิน 7 แสนไปวางได้ 7 ล้านงงเลย?

ทนายตุ๋ย : เท่าที่ดูในหนังสือ เขาอาจมีหลายสัญญา มีมูลหนี้หลายสัญญา อาจเอาที่ดินนี้ไปค้ำประกันจำนองเงินกู้ ในนี้มีสัญญาเงินกู้ 8 ฉบับครับ

ฉะนั้นไม่ใช่ที่ดินแปลงนี้แปลงเดียว รวมไป?

ทนายตุ๋ย : ครับ แล้วเอาอันนี้ไปจำนอง

มีหนังสือเงินกู้ เงินทุนหมุนเวียน เลขที่บัญชีนี้ เงินกู้เท่านี้ ทั้งหมด 8 สัญญา ของคุณโก้น่าจะอยู่ในนี้ 1 สัญญา ถ้าจะอนุมานเร็วๆ คือเขาเอาที่คุณเป็น 1 ใน 8 อาจเอาของคนอื่นมารวมด้วย รวมเป็น 8 สัญญาแล้วยื่นทีเดียว เขาได้มา 7 ล้านกว่า เวลาธนาคารเขาตาม เขาตาม 8 สัญญาเลย?

ทนายตุ๋ย : เพราะผิดสัญญาทั้งหมด

แต่ไม่รู้ที่คุณเท่าไหร่ คุณจ่ายเท่าไหร่?

โก้ : ผมไม่มีเงินจ่ายครับ

ทนายตุ๋ย : หนังสือเขาเรียกผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วม ในสัญญาเงินกู้ อาจมีชื่อเขาเป็นผู้กู้ร่วมด้วย

แสดงว่าต้องมีอีก 7 คนที่โดนด้วยเหมือนกัน หรือเป็นชื่อเขาคนเดียวก็ได้ ตอบไม่ได้ แต่มีชื่อคุณโก้กู้ร่วมด้วย นี่เรื่องคุณเรื่องนึงนะ ทำไมคุณเห็นว่าเขาโอนเงินเข้าบัญชีลูกชาย?

โก้ : ช่วงปี 66 ผมได้รู้จักกับผู้ใหญ่ เขาชักชวนจะให้เงินเรื่องนี้ มาลงทุนให้น้าอี๊ดหน่อย  ถ้ามีเงินจ่ายเดี๋ยวให้ลานรับซื้อข้าว (โรงสี) เลย ผมเลยเอาแฟนมาด้วย ผมได้รู้จักผู้ใหญ่เพราะเรื่องนี้ครับ

อ้อ ไพรัช : ร้านนี้ไม่ใช่เงินเขาลงทุนด้วยนะ มีนายทุนอีก นายทุนโดนไป 30 ล้าน เขาส่งข้อความขอโทษนายทุน นายทุนแคปมาให้ เจ๊ไก่โดนไป 30 ล้าน เจ๊ไก่ส่งไปหาพยานคนนึง เรื่องนี้นานหรือยัง?

อ้อ ไพรัช : ประมาณ 2-3 เดือน

เพราะในข้อความเขาตัดพ้อ เหมือนจะทำร้ายตัวเอง ตอนนี้เขายังอยู่มั้ย?

อ้อ ไพรัช : ยังอยู่ครับ

เรื่องนี้พอนำเสนอไปตามสื่อต่างๆ ไปพาดพิงถึงแพรรี่ แพรรี่ขอความเป็นธรรมในมุมเขาด้วย เพราะเขาไม่ได้รู้เรื่องนี้ แต่เขาเองอาจสนิทกับฟอร์ด ก็เลยเป็นประเด็นเชื่อมโยงไปถึงแพรรี่ แต่แพรรี่ไม่เกี่ยว แต่พอทางนี้บอกว่ามีบัญชีของฟอร์ดร่วมด้วยมันก็น่าคิดว่าฟอร์ดรู้ตัวมั้ยว่าพ่อเอาบัญชีฟอร์ดไปรับเงินชาวบ้าน ไม่งั้นฟอร์ดก็เป็นม้า?

ทนายตุ๋ย : ของโก้ ตั้งแต่ปี 61 ชัดเจนว่าแพรรี่ไม่รู้เรื่อง

ตามเขาเจอมั้ย?

โก้ : ตามมาตลอดครับ เขาบอกเดี๋ยวให้ๆ ครับ ผมก็เชื่อใจ

โก้ก็ไม่มีเงินจ่ายหนี้สิน แปลงแรก 33 ไร่ถูกยึดไปเรียบร้อย เหลืออีกแปลง 7 แสนกว่าบาท ถ้าเขาไปวางจะเป็นสัญญารวมหรือเปล่า?

ทนายตุ๋ย : เขากู้ทีละสัญญา แต่ละสัญญาอาจมีเงื่อนไขกับธกส. ว่าสัญญานี้มีใครค้ำประกัน เอาหลักทรัพย์อะไรมาจำนอง 1 ใน 8 น่าจะเป็นของโจ้ 1 สัญญา

หนังสือเงินกู้ไล่เรียงมาปี 55 ของโก้อยู่ในช่วงปี 61 เอาไปจำนองปีไหน?

โก้ : ประมาณ 61-63 ประมาณนี้แหละครับ

ถ้า 23 ม.ค.62 ยอดเงินกู้ 5 ล้านบาท 28 ก.พ. 62 อยู่ที่ 4.9 หมื่น?

ทนายตุ๋ย : เชื่อว่าธกส. คุยกับลูกหนี้ว่ามีหลายสัญญาเงินกู้ หาหลักทรัพย์มาเพิ่ม ส่วนเพิ่มสัญญากู้ไหน จำนองสัญญาไหน เป็นหน้าที่ธนาคารเขาบริหารจัดการอีกที ถ้ากู้เพิ่มก็เอาที่ไปจำนอง เพื่อให้มีหลักทรัพย์ที่น่าเชื่อถือ ปี 61 มีแค่สัญญาเดียว ปี 62 มีสามสัญญา

พอเป็นปี 61 ที่สลักหลังไว้ในโฉนด ไทม์ไลน์ไม่ตรงกัน?

ทนายตุ๋ย : สัญญากู้บางทีธกส.อาจช่วยเหลือเกษตรกร เขาอาจให้ไปหาหลักทรัพย์มาเพิ่ม

ธงคืออะไรตอนนี้?

โก้ : ผมอยากได้ที่ของผมคืนครับ อย่างน้อยได้ 6 ไร่ 7.5 แสนคืนก็ยังดีครับ

พี่สมบัติอยากได้เงินคืน 2 แสนกว่าบาท?

สมบัติ : ครับ

ทางนี้ก็หนักไม่แพ้กัน ลูกชายทำงานกับเขา วันดีคืนดี เอาชื่อลูกชายไปเปิดบัญชี แล้วเอาเงินเข้าบัญชีลูกชาย ไม่พอไปซื้อรถใช้ชื่อลูกชาย แล้วเอารถไปเลย ตอนนี้ใครเป็นคนผ่อน?

สนวน : ไม่มีใครผ่อนค่ะ เพราะไม่มีเงินจ่าย

ลูกชายต้องเป็นคนจ่ายเพราะชื่อเป็นชื่อลูกชาย อยากให้มาจัดการเรื่องนี้ด้วย ซึ่งโดนฟ้องไปแล้ว?

สนวน : จ้ะ

เรื่องเป็นยังไง?

สนวน : ลูกชายทำงานโรงสี เขาหลอกให้ออกรถให้เขา มีรถกระบะ 1 คัน มอเตอร์ไซค์อีก 1 คัน ซึ่งเป็นชื่อลูกชาย เขาเอาไปหมด

รู้จักกันเพราะทำงานที่โรงสี ลูกชายทำอะไร?

สนวน : ช่วยเขาทุกอย่าง ทำความสะอาดแถวโรงสีอะไรด้วย

เรื่องเปิดบัญชีเป็นยังไง?

สนวน : ลูกชายบอกว่าเขาให้ไปเปิดบัญชีให้ แล้วใช้ชื่อลูกชายเปิด

ลูกชื่ออะไร?

สนวน : ชื่ออึ๋ม (หัวเราะ)

ทำไมตั้งชื่อลูกว่าอึ๋ม?

สนวน : ให้นอนดี เลี้ยงง่าย

อ้อ ไพรัช : เป็นภาษาเขมร

อยู่แถวๆ บุรีรัมย์ เลยได้ภาษาเขามา ลูกชื่ออึ๋ม นี่ชื่อสมบาน?

สมบาน : คลอดที่รพ.

ลูกอึ๋มทำงานอยู่ ก็ไปเปิดบัญชี แล้วลูกมาบอก?

สนวน : หนังสือมาจ้ะ

อ้อ ไพรัช : เขาให้ลูกชายไปเซ็นใช่มั้ยตอนไปซื้อรถ

สนวน : ลูกชายบอกเขามาเซ็นที่ลานข้าวจ้ะ ลูกชายไม่รู้เรื่องอะไรเลย เขาให้เซ็นก็เซ็น เขาบอกว่าเครดิตเขาไม่ดี ให้เซ็นชื่อออกรถให้เขา

อ้อ ไพรัช : บัญชีที่เปิดก็เดินแล้ว รับเงินจากการซื้อข้าวบ้าง เอาเงินจากโน่นนี่มาเข้าบัญชีอึ๋ม

ก็เป็นม้านะ แจ้งความยัง?

สนวน : แจ้งความแล้ว

ทนายตุ๋ย : ตัวคุณอี๊ดอาจเครดิตไม่ดี ติดบูโร เลยทำสัญญาเช่าซื้อไม่ได้ เลยใช้ชื่อบัญชีน้องอึ๋ม ในการเดินบัญชี เพื่อไปขอวงเงินสินเชื่อกับไฟแนนซ์เพื่อซื้อรถ

เปิดบัญชีให้คนโอนเงินเข้ามาด้วยมั้ย?

สนวน : ได้ยินตอนไปปิดบัญชี ธนาคารเขาบอกว่าปิดทำไม บัญชีนี้เงินเพิ่งเข้า เดี๋ยวเงินเถ้าแก่ก็เข้า ถ้าปิดบัญชีเงินจะเข้ายังไง

ธนาคารพูดงี้เหรอ แสดงว่าธนาคารก็รู้ว่าเถ้าแก่ใช้บัญชีอึ๋มสิ อยากรู้ว่า ณ ตอนนี้ธนาคารก็รู้ว่าบัญชีนี้ไม่ใช่บัญชีเถ้าแก่ เป็นบัญชีอึ๋ม เวลาโอนเงินก็โอนเข้าบัญชีอึ๋ม เขาเลยบอกว่าอึ๋มอย่าเพิ่งไปปิด เดี๋ยวเงินเจ้านายเข้ามาแล้วเขาจะไปถอนใช่มั้ย?

สนวน : จ้ะ สงสัยอย่างนั้น

แล้วธนาคารจะไปสนับสนุนได้ไง เขากำลังป่าวประกาศว่าระวังนะห้ามเปิดบัญชีให้ใครใช้ ลูกชายอยู่ไหน?

สนวน : ทำงานจ้ะ โทรยังไม่ติดเลย  ตอนนี้ลูกชายปิดบัญชีแล้วจ้ะ ปิดนานแล้ว

ลูกชายต้องมานั่งเป็นหนี้รถกระบะกับมอเตอร์ไซค์ รถเป็นชื่อลูกชาย ตัวรถเอง นายอี๊ดเอาไป ติดตามเขามั้ย?

สนวน : ติดตามแหละ แต่ไปก็ไม่เจอ ไปตามโรงสี เขาก็บอกว่าโรงสีนี้ปิดนานแล้ว ตามอยู่หลายวันไม่เจอ ก็เลยหยุด ไม่รู้จะไปตามที่ไหน

เลยโดนฟ้อง?

สนวน : จ้ะ

ทนายตุ๋ย : เป็นไฟแนนซ์ของรถ เรื่องผิดสัญญาเช่าซื้อ ไม่ชำระตั้งแต่งวดที่สอง หลังจากทำสัญญาเช่าซื้อออกรถไป

อ้อ ไพรัช : เขาเสนอขายรถกระบะให้โก้ 2.3 แสน

อี๊ดใช้ชื่อลูกชายเขาซื้อรถกระบะ งวดที่สองไม่ผ่อนแล้ว ไฟแนนซ์ตามยึดรถ แต่ไม่เจอ ปรากฎว่าเขาเอารถมาเสนอขายฝั่งโก้ เขาขาย 2.3 แสน เขาบอกให้ผ่อนต่อมั้ย หรือขายขาดเลย?

โก้ : ขายขาดเลยครับ เขาบอกใช้ได้เลยครับ ถ้าผมไม่เอา เดี๋ยวก็มีคนอื่นมาเอา

ซื้อ 8.9 แสน ชื่ออึ๋ม แต่เอารถไปขายนี่ 2.3 แสน พอไฟแนนซ์ไปทวง ก็ไปทวงอึ๋ม อึ๋มไม่มีเงินจ่ายก็โดนฟ้อง?

อ้อ ไพรัช : เขาได้เงินทอนด้วยนะ รถ 7 แสน ขาย 2.3 แสน

ทนายตุ๋ย : เหมือนได้เงินไปฟรีๆ

อ้อ ไพรัช : ทั้งเงินทอนและเงินขาย

คุณได้ซื้อมั้ย?

โก้ : ไม่ครับ ผมไม่ได้ซื้อ  

เขาไปขายที่อื่นหรือยัง?

อ้อ ไพรัช : ขายเรียบร้อยแล้ว มันนานแล้ว ตอนนี้เป็นเหยื่ออย่างเดียวเลย เสียเครดิตหมด

พี่พรสุดา โดนอะไร?

พรสุดา : โดนรถกับโฉนด โฉนดพี่ทองสุกบอกว่าพรพี่เครดิตดี พี่มีหน้าร้านขายข้าว ถ้าอยากได้เงิน โอนโฉนดเป็นชื่อพี่ พี่จะได้กู้เงินให้ ทางนี้ก็อยากได้ ถามว่าจะได้เท่าไหร่ เขาบอกว่าถ้าเขากู้ให้ ได้เป็นล้าน โฉนด 1 ไร่กับ 6 ตารางวา เราก็เซ็นให้เขาเรียบร้อยค่ะ

สรุปชื่อโฉนดเป็นชื่อเรา เขาบอกจะกู้ให้ เขาจะให้กู้เท่าไหร่?

พรสุดา : เขาบอกจะเอาเท่าไหร่ เราบอกขอ 4 แสน เขาบอกโฉนดนี้กู้ได้เป็นล้าน เราก็เอา แล้วต้องยอมไปเซ็นให้เขาที่กรมที่ดินค่ะ เขาพาไปค่ะ

ชีวิตผมต้องศึกษาทุกเรื่อง บางทีก็เหนื่อย ทำไมผมต้องรู้ทุกเรื่อง  ในนี้สลักหลังไว้ว่ามีการจำนอง โดยทองสุกเอาไปจำนองเอง?

ทนายตุ๋ย : อันนี้จำนองกับออมสิน ธกส.

พรสุดา : จำได้คร่าวๆ น่าจะปี 62 ค่ะ

ทนายตุ๋ย : จำนองปี 63 ธนาคารออมสินครับ

ทุกวันนี้ใครเป็นคนจ่าย?

พรสุดา : ไม่ทราบเลยค่ะ เขาบอกถ้าอยากได้ที่ไปเอาที่กรมบังคับคดีเองค่ะ

ทนายตุ๋ย : เป็นไปได้ว่าอาจถูกฟ้อง แล้วยึดทรัพย์ไปแล้ว ถ้าอยากได้คืนก็ไปซื้อที่กรมบังคับคดี อันนี้ไม่เกี่ยวกับธกส.

เขาเอาเงินไปเท่าไหร่?

ทนายตุ๋ย : ในนี้ไม่ได้บอกเรื่องสัญญากู้อะไร เพียงแต่บอกว่าเอาไปเป็นจำนองเพิ่มหลักทรัพย์กับธนาคารออมสินแค่นั้น สำหรับที่ดินแปลงนี้ 1 ไร่ 60 ตารางวา พี่เขาเลยไปแจ้งความ

นอกเหนือจากโฉนดคุณโดนอะไรอีก?

พรสุดา : รถกระบะค่ะ เขาบอกไม่มีรถใช้ ขอยืมก่อนเดือนนึงได้มั้ย เดี๋ยวเขาจะส่งงวดให้ พ่อบ้านความที่ว่ารักเมีย เลยขับไปส่งให้เขาค่ะ

ผัวเราเอาไปส่งให้เขาเลย เพราะเห็นว่าเขาจะผ่อนให้เดือนนึง เราจะได้ไม่ต้องผ่อน?

พรสุดา : ค่ะ

ทนายตุ๋ย : ให้ยืมไปอีก 6 หมื่นใช่มั้ย

พรสุดา : 6 หมื่นคือเอาเงินเขามา 1.2 แสน คุณคันนา แม่บ้านทองสุกบอกว่าขอยืมเงินก่อน 6 หมื่นได้มั้ย ไม่มีเงินซื้อข้าว ความเป็นเพื่อนบ้านกันเลยให้เขาไป 6 หมื่น

ตอนนี้รถอยู่ที่ไหน?

พรสุดา : ไม่ทราบค่ะ

ครบเดือนนึงไปทวงรถคืนมั้ย?

พรสุดา : ถามแล้วถามอีก บอกว่าไม่มีเงินไปไถ่ให้ค่ะ

เอารถคุณไปจำนำ?

พรสุดา : อันนี้ก็ไม่แน่ใจค่ะ

แสดงว่าเอาไปจำนำ?

พรสุดา : น่าจะใช่ แต่ทุกวันนี้ก็ส่งงวดให้อยู่ค่ะ

ทำไมแน่ใจว่าเขาส่งงวดให้อยู่?

พรสุดา : ถ้าบริษัทรถเขามา ทางนี้ก็จะส่งให้บ้างค่ะ เขาส่งบ้าง ทางนี้ส่งบ้างค่ะ

แต่รถหายไปแล้ว?

พรสุดา : ค่ะ อยากได้รถและโฉนดคืนค่ะ

อ้อ ไพรัช : เหยื่อเขาซื่อๆ หมดทุกคน ไม่ทันเกม ฟังแล้วผมอึดอัด ผมเหนื่อยใจแทน

ตามหาเขาไม่เจอเหรอทุกวันนี้?

พรสุดา : ทางนี้เป็นคนทำงานส่งให้ครอบครัวเพราะพ่อบ้านอายุเยอะแล้ว เขาไม่สามารถทำงานได้ ก็อยู่เลี้ยงหลานเลี้ยงอะไรไปค่ะ ตามหาไม่ค่อยเจอเขา เพราะต้องทำงานไม่ค่อยได้กลับบ้าน โทรหาแต่ก็ไม่ค่อยรับ

ทุกวันนี้เขาอยู่ในพื้นที่อยู่มั้ย?

อ้อ ไพรัช : ญาติพี่น้องอ้างว่าก็ตามหาเหมือนกัน ตอนนี้โทรไปก็ไม่รับสาย อ้างว่าไม่เห็นหน้าเป็นปีแล้ว ญาติโดนหมดทุกคน หมู่บ้านก็โดนหมด ที่แรกเขาไม่ได้เปิดที่เมืองบุรีรัมย์นะครับ เขาเปิดที่ประโคนชัย แต่แถวนั้นเขารู้กันหมด เขาเลยย้ายไปอยู่เมืองบุรีรัมย์ ที่ประโคนชัยโดนจนไม่มีใครไปขายข้าว เขาย้ายไปประโคนชัย จนมีนายทุนโดนไป 30 ล้าน ผู้ใหญ่บ้านก็โดน ข้างนอกที่ไม่ได้เข้ามา ที่ไม่ได้มาก็โดนไปคนละล้านกว่าทั้งนั้น

 พี่สมบานโดนยังไง?

สมบาน : แฟนแกไปขายข้าว แกบรรทุกไป ลานแรกกดราคา พอไปลานเขา เขาบอกเอามาขายให้ผมเลย ผมให้ 16 บาท ร้านอื่นให้ 13 บาท เราก็เอา แฟนบอกขายได้ราคาดีเด้อ ไปเที่ยวนี้จะพาไปด้วย เขาก็ต้อนรับอย่างดีเลยนะ นายทองสุกหาน้ำหาอะไรให้กิน ไปลานอื่นไม่ต้อนรับ แต่นี่มาต้อนรับ บอกมีญาติพี่น้องบอกเน้อว่าขายได้ราคาดี

ก็เลยแนะนำกันไปขาย โดนไปเท่าไหร่?

สมบาน : ที่จริง 2 แสนกว่าค่ะ ขายให้พี่ชาย มีเงินเก็บให้ลูกเรียนสักแสน เขาไม่มีเงินซื้อปุ๋ย ก็เลยเอาเงินของหนูที่ขายข้าวให้เขาก่อน

เอาเงินตัวเองให้เขา เพราะ?

สมบาน : เพราะอีก 5 วันเขานัดไปเอาเงิน สงสารพี่ชายไม่มีเงินซื้อปุ๋ย ก็เลยเอาเงินให้พี่ชายไปก่อน ทีนี้โดนกับตัวเองหมดเลย พี่ชายก็เลยรอด เราก็เลยบานอย่างนี้ (หัวเราะ)

อ้อ ไพรัช : จริงๆ เยอะกว่านี้ ที่ยังไม่มาแจ้งความ

โทรหา “ฟอร์ด ปกรณ์” ตอนนี้โดนกระหน่ำเลยนะ?

ฟอร์ด : ผมก็โดนเยอะครับ ผมก็ตกใจ เครียดมากเลย เงินมันเยอะมากเลยครับ แต่สิ่งที่ผมอยากบอกตอนนี้คือผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินก้อนนี้ หรือกระบวนการรับรู้เรื่องนี้เลยครับ จริงๆ ผมอยู่กับย่ากับป้ามาตั้งแต่เด็ก เพราะพ่อผมไปทำงาน ไม่ได้อยู่ด้วยกันตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่ 3 เดือนผมก็อยู่กับป้ากับยายมาตลอด เขาก็เลี้ยงดูมาตลอด ผมได้ไปอยู่กับแม่จริงๆ ตอนเรียนม.5 ม. 6 ผมรู้สึกว่าถ้าเงินเยอะขนาดนี้ ทำไมผมไม่มีเงินเลย ผมไม่รู้ว่าเรื่องมันเกิดมายังไง ผมไม่รู้จริงๆ ช่วงปีหนึ่งผมแยกย้ายกับที่บ้าน ผมไปเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย ก็แยกย้ายจากพ่อแม่ พ่อก็เปิดอีกลานนึง ผมมาช่วยบ้างเสาร์-อาทิตย์ ผมรู้แหละว่าพ่อทำข้าว แต่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรเลย แต่เริ่มมารู้ว่าพ่อไม่ค่อยมีเงิน ผมต้องหาเงินเรียนแล้วช่วงนั้น ผมมารู้ทีหลังว่าพ่อมีหนี้มีสิน ผมก็รับได้ตอนนั้น แต่ผมไม่คิดว่ามันขนาดนี้ ผมไม่รู้เลยว่ามันเยอะขนาดนี้ ผมก็ทำใจแล้วว่าเราต้องหาเงินเอง มาอยู่กับป้ากับย่าเหมือนเดิม ผมก็หาเงินเองตั้งแต่นั้นเลย พอมีเงินผมก็ช่วยใช้หนี้พ่อแม่เท่าที่ช่วยได้ครับ

ฟอร์ดรู้มั้ยว่าพ่อเอาบัญชีเราไปใช้?

ฟอร์ด : ผมไม่รู้เลยครับ ถ้ามีเงินเข้าบัญชีผม ผมต้องรู้สิว่ามันเยอะขนาดนี้ แต่นี่ผมไม่เคยได้เงินเยอะขนาดนั้นเลยครับ

เคยเปิดบัญชีให้พ่อถือไว้มั้ย?

ฟอร์ด : ไม่ครับ ปกติผมใช้เองครับ

เป็นไปได้มั้ยพ่อเอาบัตรประชาชนฟอร์ดไปเปิด?

ฟอร์ด : ไม่ครับ ถ้าผมไปธนาคารผมต้องรู้ว่าบัญชีนี้เขาเปิดไว้เป็นชื่อเรา เราต้องสแกนหน้าด้วยนะครับทุกวันนี้

แต่นี่เปิดหลายปีก่อน?

ฟอร์ด : ก็ต้องเช็กดูครับ เพราะช่วงเรียนอยู่มัธยม ผมไม่ได้มีเงินในส่วนนั้นเลย ผมไม่ได้มีเงินเยอะขนาดนั้นไปโรงเรียนครับ

ฟอร์ดจำเป็นต้องเช็กกับธนาคารหลายๆ ธนาคาร ว่ามีบัญชีฟอร์ดเปิดอยู่หรือเปล่า เพราะมีคนเห็นว่าพ่อของฟอร์ดเปิดบัญชี แล้วเอาบัญชีฟอร์ดในการรับเงิน อันนี้ฟอร์ดต้องเช็ก?

ฟอร์ด : ครับผม ได้ครับ

ถ้าไม่อย่างนั้น ส่วนตัวมองว่าถ้าพ่อเอาบัญชีฟอร์ดไปรับเงิน แล้วเป็นเงินที่ไม่ชอบ สุดท้ายฟอร์ดจะกลายเป็นบัญชีม้า แล้วจะโดนไปด้วย?

ฟอร์ด : โดยผมไม่รู้ก็เป็นบัญชีม้าเลยใช่มั้ยครับ ผมยินดีไปชี้แจงหมดเลยครับ

วันนี้เขาจะไปร้องกองปราบ ฟอร์ดกังวลใจมั้ย?

ฟอร์ด : ไม่กังวลใจเลยครับ ผมยินดี ผมรู้สึกว่าผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผมบริสุทธิ์เลยครับ ผมยินดีครับ

ทนายตุ๋ย : ถ้าวันนี้เขามีการแจ้งความร้องทุกข์ สอบเส้นทางการเงิน มีเงินบางส่วนไปอยู่ในบัญชีฟอร์ด ฟอร์ดก็เข้าไปชี้แจง แล้วบอกเจตนาตัวเองว่าไม่รู้ไม่เห็นยังไง ตร.จะพิสูจน์

ฟอร์ด : อันไหนชี้แจงได้ ผมฝากด้วยครับ ผมอยากยืนยันว่าผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจริงๆ ครับ

ฟอร์ดต้องออกมาชี้แจงว่าข้อเท็จจริงเป็นยังไง สิ่งที่ต้องทำคือเราไม่รู้ว่าเงินที่พ่อฟอร์ดเอาเข้าบัญชี เอาเข้าบัญชีฟอร์ดจริงหรือเปล่า ฟอร์ดจำเป็นต้องไปเช็กธนาคารว่ามีการเปิดบัญชีชื่อฟอร์ดหรือเปล่า ส่วนฟอร์ดจะออกมาชี้แจงความบริสุทธิ์ใจก็อีกเรื่องนึง ได้เจอพ่อบ้างมั้ย?

ฟอร์ด : เจอเป็นบางครั้งครับ ช่วงที่ผมะเปิดร้านซักผ้า พ่อก็มาร่วมทำบุญ

ช่วงนี้ได้เจอมั้ย?

ฟอร์ด : ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอครับ

ติดต่อพ่อได้มั้ย?

ฟอร์ด : คนที่ดูแลผมมาอาจคุยกับพ่อบ้าง แต่ผมไม่ได้คุยกับพ่อ ไม่ได้อยู่กับพ่อ ปัจจุบันผมก็ไม่ได้อยู่กับพ่อ

ล่าสุดคุยกันเมื่อไหร่?

ฟอร์ด : คุยกันบ้างครับ ล่าสุดนี่แหละที่เป็นข่าว ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่าฟอร์ดอย่ามายุ่งเลย อันนี้ฟอร์ดไม่เกี่ยว เดี๋ยวให้ผู้ใหญ่เขาเคลียร์กันเอง ฟอร์ดได้มาประมาณนี้ ฟอร์ดเลยไม่รู้ว่าต้องออกมาอธิบายอะไร เพราะเรื่องทั้งหมดฟอร์ดไม่รู้เลยครับ

ฟอร์ดต้องถามว่าพ่อเอาชื่อฟอร์ดไปเปิดบัญชีหรือเปล่า?

ฟอร์ด : ได้ครับ เดี๋ยวผมจะไปตรวจสอบอีกทีครับ

ปกติให้เงินพ่อมั้ย?

ฟอร์ด : ให้บ้างหลังจากผมหาเงินเองได้ บางทีผมรู้ว่าพ่อไม่มีเงินใช้ หรือติดหนี้ บางทีผมก็โอนให้บ้างครับ

แพรรี่เป็นไงบ้าง?

ฟอร์ด : ผมกังวลใจตรงนี้ที่สุด หนักใจมาก เขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย แต่เขาโดนไปด้วย จริงๆ ไม่เกี่ยวกับพี่แพรรี่เลยครับ มีรูปอยู่แหละตอนเราคบพี่แพรรี่ พี่แพรรี่พาไปหาพ่อหาแม่ แต่เราไม่รู้ว่าพ่อเขามีเหตุการณ์แบบนี้ ด้วยความที่แฟนจะพาไปหาพ่อแม่ ก็มีการถ่ายรูปลงปกติครับ เราก็ไม่รู้เรื่องราวครับ มันก็หนักครับเท่าที่ฟังมา

ฟอร์ดไม่ได้อยู่กับพ่ออี๊ดตั้งแต่เด็ก?

ฟอร์ด : ผมไปอยู่ช่วงมัธยมปลายครับ

มีทางไหนให้เขาออกมารับผิดชอบ หรือพูดคุยว่าจะเอายังไงได้บ้างมั้ย?

ฟอร์ด : ผมไม่ได้จะปกป้องพ่อหรือว่าอะไร ถ้าพ่อผิดก็ว่าไปตามผิดได้เลยครับ ให้ตรวจสอบดำเนินคดีให้ถึงศาลเลยครับ ถ้าพ่อผิดจริงพ่อต้องยอมรับผิดเลยครับ

ฟอร์ดจะไม่ยื่นมือมาเกี่ยวข้องเลย ให้ว่ากันไปตามกระบวนการตามกฎหมาย?

ฟอร์ด : ใช่ครับ ผมไม่อยากเข้ามาตรงนี้ เพราะผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเลย ทุกวันนี้ผทมก็ยังทำงาน ผมก็กลัวว่าจะมีผลกระทบกับการทำงานเหมือนกัน บางสิ่งบางอย่างที่ลงไปในโซเชียลบางทีมันก็ไม่จริง ทำไมมีผลกระทบมาถึงเราหนักขนาดนี้

มีผลกระทบแน่ๆ เพราะเขาพูดว่าพ่อของฟอร์ด แฟนแพรรี่ แต่หลักความจริงแพรรี่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เขาจะไปรับผิดชอบก็คงไม่ใช่เรื่อง แต่ฟอร์ดน่าจะมีประเด็นมากกว่า มีอะไรอยากถามฟอร์ดมั้ย?

โก้ : ฟอร์ดพอติดต่อพ่อได้มั้ย

ฟอร์ด : ตอนนี้ผมให้ติดต่อพ่อหมานที่เป็นคนดูแลให้ ตอนนี้ก็ไม่ได้คุย ตอนรู้ข่าวก็ตกใจ เอาตรงๆ ฟอร์ดก็เสียใจนะ ทำไมทำแบบนี้ มันไม่ได้เกี่ยวกับเราเลย ทำไมเราต้องมารับผิดแบบนี้

โก้ : ถ้าติดต่อแกได้ บอกแกให้มาใช้หนี้หน่อย ของพี่ก็หนักอยู่เนอะ ฟอร์ดก็รู้อยู่

ฟอร์ด : ได้ครับ

อ้อ ไพรัช : ตอนนี้ฟอร์ดรู้มั้ยพ่ออยู่ไหน

ฟอร์ด : ไม่รู้เลยครับ ผมพูดจริงๆ  ว่าไม่รู้เลย ผมสงสารและเห็นใจมากครับ มันเยอะมากครับ

อ้อ ไพรัช : พี่ไม่ได้มีอคติกับฟอร์ด พี่ทำหน้าที่ของพี่

ฟอร์ด : ครับ

มีภาพถ่ายของฟอร์ดกับพ่อออกมาเยอะพอสมควร กังวลใจมั้ยว่ามันจะไปหักล้างกับสิ่งที่ฟอร์ดบอกว่าฟอร์ดไม่ค่อยได้เจอ?

ฟอร์ด : ไม่ครับ ผมไม่ซีเรียสเลย ผมไม่ได้เจอทุกช่วง และไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย อาจมีรูปตอนผมอยู่กับพ่อตอนมัธยมก็ได้ ตอนผมย้ายไปอยู่กับพ่อ ไม่ได้อยู่กับป้า

ทนายตุ๋ย : ฟอร์ดคิดว่าพ่อเอาชื่อฟอร์ดไปอ้างมั้ย

ฟอร์ด : ถ้าเป็นแต่ก่อนผมคิดว่าไม่นะครับ เพราะผมยังไม่ได้เป็นที่รู้จักเท่านี้เลย ถ้าเปรียบเทียบตอนนั้นเนอะ สิบปีผมเพิ่งอายุ 14 เองมั้ง ช่วงปี 61 ผมอายุประมาณ 16 มัธยมปลายครับ  ในส่วนของผม ผมให้ข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้ามีส่วนไหนที่ผมพอช่วยเหลือหรือบรรเทาให้พี่น้องชาวนาได้ ผมยินดีเต็มที่ครับ ผมอยากให้ศาลหรือกระบวนการยุติธรรมตัดสินให้เด็ดขาดเลยครับ ถ้าพ่อผิดจริงก็ตามนั้นเลยครับ แต่ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้นเลยครับ ผมยืนยันได้

ถ้าเอาชื่อฟอร์ดไปเปิดบัญชีม้าจริงๆ แล้วรับเงินไม่ถูกต้อง ฟอร์ดจะทำยังไง?

ฟอร์ด : ต้องแจ้งความมั้ยครับ

ทนายตุ๋ย : ลูกฟ้องพ่อแม่ไม่ได้ แต่ต้องไปแจ้งความแล้วให้อัยการเขามีความเห็น แต่ไปฟ้องตรงๆ ไม่ได้ เอาข้อเท็จจริงไปตามกระบวนการก็อาจจะได้ว่าฟอร์ดไม่รู้ไม่เห็น

ถ้าเชื่อมโยงมาถึง เขาอาจไปตรวจสอบเส้นทางการเงินของฟอร์ดว่าพ่อโอนเงินมาให้มั้ย หรืออะไรก็แล้วแต่ อันนี้เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน ฉะนั้นพอเขาไล่ เขาไล่หมดเลย ว่ามีการตรวจสอบเงินโอนไปที่ไหน โอนให้ฟอร์ดหรือเปล่า หรือโอนให้ใคร เงินอยู่ตรงไหน ถ้าโอนให้ฟอร์ด ฟอร์ดอาจตกเป็นจำเลยอีกหนึ่งคน ต้องเข้าไปชี้แจง?

ฟอร์ด : ได้ครับพี่หนุ่ม

แม่สนาน อยากพูดอะไร?

สนาน : คือนายอภิสิทธิ์ออกรถให้พ่อฟอร์ด แต่พ่อไม่ได้จ่ายงวด แต่อภิสิทธิ์ต้องจ่ายงวดต่อ ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ อภิสิทธิ์ไม่มีเงินจ่าย มีหนังสือศาลให้อภิสิทธิ์ไปขึ้นศาล หนังสือศาลบอกว่าส่งหนังสือไปให้ทางพ่อฟอร์ดแล้ว แม่ฟอร์ดเป็นคนเซ็นค้ำประกันกับอภิสิทธิ์ แต่วันที่ไปศาลไม่มีใครไป ศาลเลยบอกว่าไม่มีคู่กรณีเขาทำอะไรไม่ได้ เราตามหาแล้วไม่เจอ

ฟอร์ด : ถ้าให้ผมช่วยรับผิดชอบตอนนี้ ผมมีรถอยู่ สามารถเอาไปช่วยเหลือได้มั้ยครับ ถ้าเขาหนักใจจริงๆ ผมช่วยได้มั้ยครับ หรือให้ผมช่วยส่งงวดครับ

สนาน : อยากให้หารถมาส่งที่ร้านเขาคืน

ตอนนี้เขาโดนฟ้องเรื่องค่าเช่าซื้อรถ?

ทนายตุ๋ย : ตั้งแต่ปี 67 แล้ว ป่านนี้ศาลตัดสินไปเรียบร้อยแล้ว คุณแม่ฟอร์ดชื่อคันนาเหรอ

ฟอร์ด : ใช่ครับผม

ทนายตุ๋ย : คุณแม่บอกฟอร์ดมั้ยว่าเป็นหนี้ธนาคาร

ฟอร์ด : ไม่ครับพี่ ผมไม่รู้เลยจริงๆ ครับ ผมรู้นิดนึงว่าไปยืมคนโน้นคนนี้บ้าง แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าใคร เพราะคนที่บ้านก็เล่าให้ฟัง ป้าก็เล่าให้ฟังครับ

พรสุดา : ฟอร์ดรู้เรื่องแม่เนอะ แม่ทำงานคนเดียว ฟอร์ดก็รู้เนอะ แม่เดือดร้อน อยากได้โฉนดคืน แม่ก็ลำบาก ฟอร์ดเข้าใจเนอะ ถ้าฟอร์ดช่วยส่วนนี้ได้ ฟอร์ดช่วยแม่หน่อยได้มั้ย

ฟอร์ด : ให้ผมช่วยใช่มั้ยครับ ตอนนี้ผมก็ทำงานอยู่เนอะ เปิดร้านซักผ้าและขายของออนไลน์ ถ้าผมแบ่งไปสักนิดนึงได้มั้ยครับ ผมไม่รู้ว่าผมต้องทำยังไงต่อ

พรสุดา : แม่ก็อยากให้ช่วยแม่ได้บ้าง แม่ก็ลำบาก

ฟอร์ด : ผมสามารถช่วยยังไงได้บ้างครับในส่วนนี้

แม่ต้องการอะไร?

พรสุดา : ต้องการรถที่จะใช้ ต้องขนอาหารให้หมู

อยากได้รถคืน ตอนนี้พอเขาตามหาพ่อไม่เจอ ทุกคนจะไปลงที่ฟอร์ด เขาจะมาหาที่ลูก แต่ลูกบอกว่าไม่ได้รู้เรื่องเลย ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่อันไหนเขาพอช่วยได้เขาก็ยินดีช่วย ถ้าอันไหนไม่เหนือบ่ากว่าแรงก็ช่วยกันไป แต่ตอนนี้สิ่งแรกฟอร์ดต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตัวเองซะก่อน เพราะมันอาจถูกครหาได้ เพราะมีเรื่องโยงมาถึงบัญชีนี่แหละ?

ฟอร์ด : ครับ

อ้อ ไพรัช : ผมอยากให้ฟอร์ดออกมาคุยกับผู้เสียหาย เป็นตัวแทนพ่อก็ได้ ใช้หนี้หรือไม่ใช้ก็เป็นเรื่องของฟอร์ด แต่อยากให้เขามาเห็นหน้าหน่อย ให้ชาวบ้านเขามีความหวังหน่อย

จริงๆ  วันนี้เขาจะมาด้วย แต่ซื้อตั๋วให้ไม่ทัน จริงๆ ฟอร์ดจะบินมาเลย เขายินดีมา เขาอยากมา แต่บินมาไม่ทัน เพราะเรื่องนี้เคาะตอนเช้า ตอนนี้ฟอร์ดอยู่ไหน?

ฟอร์ด : ผมอยู่บุรีรัมย์ครับ ผมไม่ได้อยู่กับพ่อ ผมอยู่ร้านซักผ้าครับ

พ่ออยู่บุรีรัมย์มั้ย?

ฟอร์ด : ผมพูดจริงๆ ว่าไม่ทราบเลยครับ เพราะพ่อแกไปทำงาน

ฟอร์ดอาจต้องประสานพ่อให้หน่อยในเบื้องต้น คุณเองอาจต้องไปลงบันทึกประจำวันไว้แสดงความบริสุทธิ์ใจ แล้วคุณต้องไปหาแบงก์ไปสอบถามหลายๆ แบงก์ว่ามีชื่อคุณไปเปิดบัญชีหรือเปล่า?

ฟอร์ด : ได้ครับ

พี่สมบาน มีอะไรอยากพูดอีกมั้ย?

สมบาน : อยากให้ช่วยเหลือเรื่องข้าวนี่แหละค่ะ ไม่มีเงินใช้ค่ะ

อ้อ ไพรัช : เดือดร้อนกันหมดแหละครับ

เข้าใจคนลำบากก็อยากหาคนมาช่วยรับผิดชอบ แต่ลูกชายก็ไม่ได้อยู่กับพ่อ เขาไม่รู้ต้องรับผิดชอบแบบไหน ทางนี้พูดง่ายๆ เขาต้องการเงินแหละ ฟอร์ดจะไหวหรือเปล่า?

อ้อ ไพรัช : มุมมองชาวบ้าน เขามองว่าอินฟลูฯ มีตังค์ แต่จริงๆ ก็ไม่ได้มีตังค์ทุกคน อย่างผมเขาวิ่งเข้าหาผม เขาก็เข้าใจว่าผมมีเงิน แต่จริงๆ ผมมีแค่สื่อ ผมใช้สื่อช่วยเขา เอาแค่สื่อในมือไปช่วย นอกนั้นค่าใช้จ่ายอะไรผมออกเองหมด

ถ้าถามพี่ อันดับแรก ฟอร์ดต้องตามหาพ่อก่อนถ้าจะช่วยพวกเขาให้พ่อออกมาพูดข้อเท็จจริง และพ่อต้องบอกว่าพ่อจะเอายังไงกับคนกลุ่มนี้ จะช่วยเขายังไง ตอนนี้ประเด็นคือพ่อหนีหายไป ไม่มีใครติดต่อได้ พี่ว่าครอบครัวคุณอี๊ด คือลูกชาย ภรรยา หรือลูกสาว น่าจะประสานได้ดีกว่า พอไปคุยก็บอกให้เขาออกมาเถอะ ไม่งั้นเรื่องก็จะไปกันใหญ่ นี่เขาจะไปกองปราบแล้ว?

อ้อ ไพรัช : จริงๆ ชื่อแม่เป็นเจ้าของโรงสีข้าวด้วยนะ แม่ก็เขาโดนนะ

ทนายตุ๋ย : เปิดทะเบียนพาณิชย์รับซื้อข้าวเป็นบัญชีชื่อแม่ เดี๋ยวไปดูกันว่าแม่เกี่ยวข้องมั้ย คุณไปแจ้งความร้องทุกข์ เดี๋ยวพนักงานสอบสวนจะดูเองว่าจะถึงแม่เขามั้ย แม่รู้เห็นมั้ย แม่อาจไม่รู้เห็นก็ได้ ก็ดูข้อเท็จจริงเป็นเรื่องๆ ไป เพราะที่ผ่านมาไม่มีใครพูดถึงแม่เขาเลย ทุกคนพุ่งไปที่พ่อ เพราะพ่อเขาคุยคนเดียว ฉะนั้นเป็นไปได้ว่าแม่เปิดโรงสีข้าว แต่พ่อเอามาใช้ ข้อเท็จจริงตรงนี้เดี๋ยวเราไปคุยกับพนักงานสอบสวน เขาอาจเรียกแม่ฟอร์ดมาสอบปากคำ ซึ่งเขาอาจไม่รู้เห็นก็ได้ แต่ข้อเท็จจริงทุกอย่างมันไปถึงนะ

สิ่งแรกที่ต้องเร่งทำ คือฟอร์ดต้องรีบตามพ่อให้เจอ ให้พ่อออกมาพูดข้อเท็จจริง ต้องมาคุยกับชาวบ้านว่าเอายังไง โฉนดคืออะไร รถเขาอยู่ไหน ตอนนี้ไม่มีใครติดต่อได้เลย ถ้าฟอร์ดบอกว่าไม่รู้เรื่องทั้งหมด ก็เข้าใจนะ ชาวบ้านเขาก็อยากให้มีคนรับผิดชอบแหละเอาตรงๆ เพราะตอนนี้ไม่มีใครรับผิดชอบเขาเลย สิ่งที่ฟอร์ดต้องทำก่อนคืออย่าถือว่าเป็นความรับผิดชอบเลยเนอะ ถือว่าช่วยชาวบ้านก็แล้วกัน ไปตามพ่อ เอาพ่อออกมาคุยก่อนว่าจะเอายังไง  จะรับผิดชอบเขายังไง จะเยียวยายังไง เพื่อความเป็นธรรมของหลายๆ ฝ่ายนะ อยู่ดีๆ จะบอกว่าฟอร์ดต้องเอาเงินไปจ่ายทั้งที่ยังไม่ได้พิสูจน์กัน มันก็ไม่ยุติธรรมกับฟอร์ด ขณะเดียวกัน ก็ไม่ยุติธรรมกับชาวบ้าน เพราะเขาเดือดร้อน เขาเป็นผู้เสียหาย ตัวต้นเรื่องตอนนี้ต้องออกมาก่อน เขาดูอยู่แน่ๆ ฟอร์ดวางหูจากพี่ พยายามช่วยติดต่อพ่อหน่อยได้มั้ย ตอนนี้ฟอร์ดก็เดือดร้อนแล้ว?

ฟอร์ด : ครับ

มีอะไรอยากพูดอีกมั้ย?

ฟอร์ด : ผมก็ไม่มีอะไรจะพูดครับ เดี๋ยวผมจะไปชี้แจงในส่วนของผมครับ ผมบริสุทธิ์ใจจริงๆ ครับ ในส่วนเรื่องนี้ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องครับ

ตอนนี้แบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งนึงเข้าใจฟอร์ด ฝั่งนึงอยากให้ฟอร์ดรับผิดชอบ ทำรายการมาเจอเคสแบบนี้เยอะมาก กรณีบุคคลที่ทำผิด ถ้าเป็นพ่อ เขาต้องไปพิสูจน์ก่อนว่าลูกมีส่วนร่วมหรือเปล่า เราไม่สามารถบอกได้เลยว่าพ่อทำผิดแล้วลูกจะผิดตาม ต้องใจเย็นๆ ก่อน กองปราบจะเป็นคนชี้ให้เอง เขาจะไล่เส้นทางการเงิน ถ้าอี๊ดโอนเงินให้ฟอร์ด ฟอร์ดเกี่ยว ฟอร์ดจะออกมาชี้แจงยังไงก็ว่ากัน ถ้าสุดท้ายแล้วเงินนั้นฟอร์ดเอาไปใช้ ฟอร์ดมีส่วนต้องเยียวยาคนเหล่านี้ด้วย แต่ถ้ากองปราบเขาพิสูจน์แล้ว ปรากฏฟอร์ดไม่เคยรับเงินจากพ่อเลย พ่อไม่เคยโอนเงินเข้าบัญชีฟอร์ด ฟอร์ดไม่เคยมีบัญชีม้าเลย ฟอร์ดหลุด ต้องพูดตามข้อเท็จจริงนะ ณ วันนี้ถ้าจะให้ฟอร์ดมารับผิดชอบเดี๋ยวนี้ โดยยังไม่มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริง มันก็ยังไม่ได้ ต้องผ่านกระบวนการก่อน เราไม่รู้ว่าฟอร์ดเกี่ยวหรือเปล่า ถ้าฟอร์ดเกี่ยว ฟอร์ดต้องรับผิดชอบ อันดับแรก สิ่งที่ฟอร์ดต้องทำคือแจ้งความ ลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนเรื่องบัญชี ไปตรวจสอบบัญชี ตามพ่อออกมาชี้แจงกับผู้เสียหาย รอกองปราบตรวจสอบเส้นทางการเงินของฟอร์ด ถ้ามีก็อีกเรื่องนึงนะ ถ้าไม่มีก็อีกเรื่องนึง?

ทนายตุ๋ย : สุดท้ายฟอร์ดก็ต้องเข้าไปชี้แจง

ฟอร์ด : ในส่วนนี้ผมเต็มที่ครับ

ต้องรอตร. ว่ามีส่วนพัวพันหรือเปล่า ผมก็พยายามเป็นกลางที่สุด มันตอบไม่ได้จริงๆ คิดว่าไง?

พรสุดา : ก็ว่าไปตามนี้ค่ะ

โก้ : น้องเขาไม่รู้เรื่องว่าพ่อทำแบบนี้เอาไว้

อย่าเพิ่งบอกว่าเขารู้หรือไม่รู้ ฟอร์ดอาจรู้ก็ได้ หรืออาจปกปิดอยู่ หรือฟอร์ดอาจไม่รู้เลยก็ได้ วันนี้ยังฟันธงไม่ได้ ต้องรอตร.ตรวจสอบเส้นทางการเงินก่อน?

ฟอร์ด : ยินดีเลยครับ

แต่ทางนี้ชาวบ้าน พ่อเอาเงินไป เจอลูกแล้วลูกก็ต้องใช้คืนมา ชาวบ้านคิดแบบนี้ เพราะเขารู้สึกว่าเขาไม่รู้จะไปหาใคร พ่อก็ไม่เจอ แม่ก็ไม่เจอ ตาอี๊ดฟังนะ ถ้าคุณก่อเรื่องคุณต้องรับผิดชอบ ไม่งั้นปัญหาทั้งหมดจะไปตกที่ลูกคุณ ลูกคุณจะเดือดร้อน วันนี้ไม่ต้องรักชาวบ้านหรอก คุณรักลูกคุณก่อน ถ้าคุณรักลูกคุณ คุณกำลังวางระเบิดให้ลูกคุณอยู่ คุณต้องออกมารับผิดชอบว่าเอายังไง ไม่ใช่หนีหายไปแบบนี้ คนไม่เข้าใจ ฉะนั้นวันนี้คุณจะบอกว่าคุณโดดหนีเลย แล้วโยนมาที่ลูก จบเลยนะ?

ทนายตุ๋ย : ภาระลูกเลย แล้วต้องมานั่งชี้แจงด้วย

เข้าใจชาวบ้าน เขาไม่รู้จะทำยังไง?

ทนายตุ๋ย : มันเสียหายไปหมดแล้ว ตามไม่เจอตัว

อ้อ ไพรัช : ยายแก่ๆ สามสี่คนมาหาที่บ้าน อายุจะ 80 แล้วมั้ง ผมเห็นแล้วเจ็บปวด ทำไมเขาทำได้ เห็นแล้วเหนื่อยใจ บางคนไปบ้านผมเดินแทบไม่ไหว ต้องพยุงกันมา เขารอความหวัง ผมก็เป็นกระบอกเสียงให้เท่าที่ผมทำได้

เราติดต่อทั้งแม่ทั้งพ่อ ก็ติดต่อไม่ได้ ติดต่อได้แค่ลูก ลูกบอกไม่รู้จริงๆ แต่สุดท้ายต้องรอตร.เช็กเส้นทางการเงิน ตรวจสอบว่าฟอร์ดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่พ่อทำแบบนี้หรือเปล่า ถ้ามีการโอนเงินเข้าบัญชีฟอร์ด แล้วฟอร์ดเอาเงินไปใช้ อีกเรื่องเลยนะ?

ทนายตุ๋ย : ต้องไปชี้แจง  ถ้ามีเงินโอนเข้าบัญชี หน้าที่ต้องชี้แจงว่ารู้เห็นมั้ย 

สกสค.-ออมสิน ผนึกกำลังสหกรณ์ฯ 10 จว. นำร่องแก้หนี้ครู เตรียมปล่อยกู้ดอกต่ำ 5พันล้านบาท

สกสค.-ออมสิน ผนึกกำลังสหกรณ์ฯ 10 จว. นำร่องแก้หนี้ครู เตรียมปล่อยกู้ดอกต่ำ 5พันล้านบาท

สกสค.-ออมสิน ผนึกกำลังสหกรณ์ฯ 10 จว. นำร่องแก้หนี้ครู เตรียมปล่อยกู้ดอกต่ำ 5พันล้านบาท

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.26 น.

สกสค.-ธ.ออมสิน ผนึกสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 10 จังหวัด นำร่องแก้หนี้ครู ออมสินเตรียมปล่อยทุนดอกเบี้ยต่ำ 5,000 ล้านบาท ผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์ครู

11 มิถุนายน 2569 ดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือถึงแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ร่วมกับธนาคารออมสินและสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 10 จังหวัดนำร่องจาก 4 ภูมิภาค เพื่อขอความร่วมมือในแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการช่วยลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. ซึ่งขณะนี้ธนาคารออมสินอยู่ระหว่างเร่งพิจารณามาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม นอกจากนี้ ธนาคารออมสินยังเตรียมสนับสนุนเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำให้แก่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศในวงเงินเบื้องต้น 5,000 ล้านบาท เพื่อนำไปปล่อยกู้ให้สมาชิกสหกรณ์ที่เป็นครูและบุคลากรทางการศึกษาในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วย


  
“การดำเนินงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือ 3 ฝ่าย ได้แก่ สกสค. ธนาคารออมสิน และสหกรณ์ออมทรัพย์ครู โดยมุ่งช่วยเหลือทั้งผู้กู้และผู้ค้ำประกัน พร้อมผลักดันมาตรการไกล่เกลี่ยหนี้ ลดการฟ้องร้อง ลดภาระของผู้กู้และผู้ค้ำ รวมถึงส่งเสริมวินัยทางการเงินเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของครูอย่างยั่งยืน สำหรับโครงการนำร่อง มีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจาก 10 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ กำแพงเพชร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี เชียงราย นครพนม นครสวรรค์ สมุทรปราการ สุพรรณบุรี และสุราษฎร์ธานี เข้าร่วม โดยหลังจากนี้ สกสค. มีแผนขยายผลไปยังสหกรณ์ออมทรัพย์ครูในทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศต่อไป” ดร.พีระพันธ์ กล่าว

ดร.พีระพันธ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2567-2568 สกสค. ได้ร่วมมือกับธนาคารออมสินช่วยเหลือครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ประสบปัญหาหนี้สินมาอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถลดดอกเบี้ยให้ครูกว่า 230,000 ราย คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท ปรับโครงสร้างหนี้ให้ครู 8,868 ราย วงเงินรวม 14,917 ล้านบาท ภายใต้นโยบาย “ไม่ฟ้อง ไม่ยึดทรัพย์ ไม่ขายทอดตลาด และไม่ฟ้องล้มละลาย” พร้อมจัดอบรมสร้างวินัยทางการเงินตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษากว่า 22,000 รายทั่วประเทศ

ยกเลิกแล้ว ปลัดศธ.เซ็นยกเลิกโครงการ ร.ร.สีขาว ปี 70 เดินหน้าคืนเวลาให้ครู

ยกเลิกแล้ว ปลัดศธ.เซ็นยกเลิกโครงการ ร.ร.สีขาว ปี 70 เดินหน้าคืนเวลาให้ครู

ยกเลิกแล้ว ปลัดศธ.เซ็นยกเลิกโครงการ ร.ร.สีขาว ปี 70 เดินหน้าคืนเวลาให้ครู

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.21 น.

11 มิถุนายน 2569 นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ได้ลงนามในหนังสือ ด่วนที่สุด เรื่อง ยกเลิกโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 

เรียน ศึกษาธิการจังหวัดทุกจังหวัด ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569- 2570นโยบายที่ 1 คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก ซึ่งมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงาน (Work Smart) เพื่อลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียน การสอนของครู อันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการศึกษาและส่งเสริมให้ครูสามารถทุ่มเทเวลาารพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยเฉพาะการดำเนินงานภายใต้ใครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ซึ่งมีขั้นตอนและภารกิจด้านเอกสารจำนวนมาก นั้น       

สำนักงานปลัด กระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้รับผิดชอบดำเนินการโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข ขอเรียนว่า เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงขอแจ้งยกเลิกโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป.

บอร์ดติดตามฯ ววน. เยี่ยมชมผลงานวิจัย บพท. เปลี่ยนกล้วยตกเกรดปทุมธานีสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง

บอร์ดติดตามฯ ววน. เยี่ยมชมผลงานวิจัย บพท. เปลี่ยนกล้วยตกเกรดปทุมธานีสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง

บอร์ดติดตามฯ ววน. เยี่ยมชมผลงานวิจัย บพท. เปลี่ยนกล้วยตกเกรดปทุมธานีสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

บอร์ดติดตามและประเมินผลระบบ ววน. เร่งหาแนวทางประเมินผลการขับเคลื่อน ววน. เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลและงานมุ่งเป้า พร้อมลงพื้นที่ดูงานการยกระดับคุณค่ากล้วยหอมทองและกล้วยน้ำว้าปทุมธานีตลอดห่วงโซ่ของนักวิจัย มทร.ธัญบุรี ภายใต้การสนับสนุนของ บพท. มุ่งแปรรูปกล้วยตกเกรดเพื่อเพิ่มรายได้ ลดขยะ และพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผ่านแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

นพ.สุวิทย์ วิบูลผลประเสริฐ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ศูนย์รังสิต (เมืองเอก) โดยมีวาระสำคัญ คือ การสรุปแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ แนวทางการติดตามและประเมินผลการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลทั้งโครงการที่ทำอยู่แล้ว เช่น ธุรกิจฐานนวัตกรรม เซมิคอนดักเตอร์ การรับมือภัยพิบัติ บัญชีนวัตกรรมไทย การขจัดความยากจน และโครงการที่ยังไม่ได้ทำ โดยที่ประชุมเห็นชอบกรอบการประเมินตามที่นำเสนอและขอให้ฝ่ายเลขานุการฯ ทำงานร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) รวมทั้งเห็นชอบแนวทางการติดตามและประเมินผลกลไก กระบวนการ และผลลัพธ์ของแผนงานมุ่งเป้า โดยขอให้ฝ่ายเลขานุการฯ ทำงานร่วมกับสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ นำความเห็นจากที่ประชุมไปดำเนินการทันที และนำเสนอความก้าวหน้าเป็นวาระประจำทุกเดือน

ภายหลังการประชุม ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) นำคณะกรรมการฯ เดินทางไปติดตามผลการดำเนินงานการยกระดับห่วงโซ่คุณค่า “กล้วยปทุมธานี” ของสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามาถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) โดย บพท. ณ ศูนย์ส่งเสริมอาชีพ วัดไก่เตี้ย จังหวัดปทุมธานี ซึ่งงานวิจัยได้ช่วยยกระดับขีดความสามาถของเกษตรกรมืออาชีพ จัดการบริหารความเสี่ยงผลผลิตด้วยระบบพัฒนาการผลิตกล้วย ช่วยตัดสินใจคำนวณต้นทุนและวางแผนการปลูกกล้วยมาตรฐาน GAP อีกทั้งเพิ่มมูลค่าผลผลิตตกเกรดด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมตามมาตรฐานการผลิต ตลอดจนสร้างโอกาสผู้ประกบการรายใหม่และโอกาสทางการตลาด เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของตลาด

“จ.ปทุมธานีมีกล้วยหอมทองมีพื้นที่ปลูกกล้วยหอมทองและกล้วยน้ำว้ารวม 21,142 ไร่ มีผลผลิต 80,867 ตัน/ปี มูลค่า 1,669.75 ล้านบาท แต่มีกล้วยตกเกรดร้อยละ 20-30 บางช่วงผลผลิตล้นตลาด และมีขยะหลังการเก็บเกี่ยวกว่า 3 หมื่นตัน/ปี บพท.จึงสนับสนุนนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรียกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการบนฐานทรัพยากรพื้นถิ่น เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในจังหวัดปทุมธานีตลอดห่วงโซ่คุณค่า รวมถึงพัฒนากลไกการแบ่งปันรายได้อย่างเป็นธรรม โดยมุ่งเน้นการสร้างรายได้ ลดขยะ และสร้างผู้ประกอบการในพื้นที่ ผ่านแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เปลี่ยนกล้วยตกเกรดและวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้เป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสร้างสรรค์” ดร.กิตติ กล่าว

ทั้งนี้ นักวิจัยได้เพิ่มมูลค่าผลผลิตโดยพัฒนาแป้งกล้วยเชิงหน้าที่ เช่น แป้งทดแทนแป้งสาลี ไขมันทดแทน และครีมเทียมข้น ใช้เทคโนโลยีแช่แข็งแปรรูปกล้วยสุก เช่น กล้วยหนึบ แยม ไอศกรีม และสารให้ความหวานผง รวมทั้งกล้วยกรอบคาราเมลธัญพืช และเส้นใยสิ่งทอสำหรับแฟชั่นสมัยใหม่รักษ์โลกและแบรนด์มูลค่าสูง นอกจากนี้ยังนำระบบสารสนเทศและมาตรฐาน GAP มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต บริหารจัดการต้นทุน และขยายช่องทางการตลาดออนไลน์ พัฒนาศักยภาพเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนกว่า 29 ราย ช่วยสร้างรายได้เสริมที่ยั่งยืนแก่ชุมชน โดยมูลค่าสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 15-75 รายได้วิสาหกิจชุมชนเพิ่มขึ้นสูงสุดร้อยละ 60 ตัวอย่างเช่นกลุ่มกล้วยกรอบมีรายได้เพิ่มร้อยละ 68.83 ด้วยยอดขายกว่า 1.6 แสนบาทภายใน 15 เดือน นอกจากนี้ยังลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม

‘กล้วยเตี้ยต้านวาตภัย’ วว.จัดอบรมเสริมแกร่งเกษตรกร พลิกโฉมการผลิตกล้วยหอมทองเมืองย่าโม

‘กล้วยเตี้ยต้านวาตภัย’ วว.จัดอบรมเสริมแกร่งเกษตรกร พลิกโฉมการผลิตกล้วยหอมทองเมืองย่าโม

‘กล้วยเตี้ยต้านวาตภัย’ วว.จัดอบรมเสริมแกร่งเกษตรกร พลิกโฉมการผลิตกล้วยหอมทองเมืองย่าโม

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ (ศนก.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) นำโดย ดร.กุศล เอี่ยมทรัพย์ นักวิจัยอาวุโส ดร.สรวิศ แจ่มจำรูญ นักวิจัย พร้อมด้วยคณะทำงาน จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “กล้วยเตี้ยต้านวาตภัย” ภายใต้โครงการขยายผลเทคโนโลยีการผลิตกล้วยหอมให้ได้คุณภาพมาตรฐาน ที่ผลผลิตสูงและต้านทานความเสียหายจากการหักล้ม ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ณ กลุ่มผู้ผลิตกล้วยหอมทองแปลงใหญ่ ต.สุขไพบูลย์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา

การอบรมในครั้งนี้ วว. ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคนิคเชิงลึกให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ เพื่อมุ่งเน้นการแก้ปัญหาความเสียหายจากการหักลมเนื่องจากลมพายุ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการปลูกกล้วยหอมทองด้วยนวัตกรรมกล้วยเตี้ย 1.ถ่ายทอดเทคนิคการเลือกสายพันธุ์และการจัดการสวนกล้วยให้มีความสูงเหมาะสม เพื่อเพิ่มความต้านทานแรงลม ป้องกันการหักล้มของต้นกล้วยเมื่อเกิดพายุ เพื่อยกระดับขีดความสามารถเกษตรกรในการรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน , 2.ถ่ายทอดการผลิตกล้วยหอมทองคุณภาพสูง ได้มาตรฐานส่งออก เพิ่มผลผลิตต่อไร่ด้วยวิธีการจัดการสวนที่ถูกต้องแม่นยำ , 3.ถ่ายทอดการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพกล้วยหอมทองให้มีเนื้อสัมผัสและรสชาติตามความต้องการของตลาด ทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมักจะเผชิญกับปัญหาวาตภัยเป็นระยะๆ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกร โครงการนี้จึงมุ่งหวังให้เกษตรกรสามารถปรับตัวได้ด้วยเทคโนโลยีที่จับต้องได้จริง พร้อมเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงจากการหักล้มของกล้วย และสร้างความมั่นคงในอาชีพอย่างยั่งยืน

ข่าวดี! หลักสูตรทันตะอินเตอร์ มวล. ผ่านการรับรองสูงสุด 7 ปี จากทันตแพทยสภา

ข่าวดี! หลักสูตรทันตะอินเตอร์ มวล. ผ่านการรับรองสูงสุด 7 ปี จากทันตแพทยสภา

ข่าวดี! หลักสูตรทันตะอินเตอร์ มวล. ผ่านการรับรองสูงสุด 7 ปี จากทันตแพทยสภา

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

วิทยาลัยทันตแพทยศาสตร์นานาชาติ ม.วลัยลักษณ์ ผ่านการรับรองหลักสูตรขั้นสูงสุด 7 ปี จากทันตแพทยสภา สะท้อนคุณภาพการศึกษาที่เป็นเลิศและมาตรฐานการผลิตบัณฑิตทันตแพทย์ในระดับสากล

รศ.ดร.ทพ.พูนศักดิ์ ภิเศก คณบดีวิทยาลัยทันตแพทยศาสตร์นานาชาติ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ทันตแพทยสภาได้มีมติรับรองหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) ของมหาวิทยาลัยเป็นระยะเวลา 7 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ซึ่งถือเป็นระยะเวลาการรับรองขั้นสูงสุด

โดยการประเมินในครั้งนี้ครอบคลุมใน 2 ส่วนสำคัญ คือ การประเมินโครงสร้างหลักสูตรฉบับปรับปรุงใหม่ปี 2569 และความพร้อมของสถาบันที่ผ่านเกณฑ์ประเมินครบทั้ง 15 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นศักยภาพของผู้บริหารและคณาจารย์ แผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ที่ทันสมัย พร้อมมุ่งสู่การผลิตทันตแพทย์คุณภาพในระดับสากล

รศ.ดร.ทพ.พูนศักดิ์ ระบุปัจจัยความสำเร็จสู่การรับรองระดับสูงสุดมาจาก 3 ประการ คือ หลักสูตรที่ทำให้นักศึกษาสอบใบประกอบวิชาชีพได้ 100%, คณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญครอบคลุม 14 สาขาเฉพาะทาง และเครือข่ายนานาชาติที่ส่งนักศึกษาดูงานต่างประเทศเช่น ญี่ปุ่น เกาหลี หรือยุโรป อย่างน้อย 2 ครั้ง เสริมด้วยการเรียนในพหุวิทยาเขตทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้เข้าถึงบริบทวิชาชีพที่แตกต่างทั้งในสังคมเมืองและส่วนภูมิภาค

นอกจากนี้วิทยาลัยฯ มุ่งเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีโดยการนำ “ทันตกรรมดิจิทัล” (Digital Dentistry) มาผสมผสานในหลักสูตรปริญญาตรีอย่างเต็มรูปแบบ โดยให้นักศึกษาชั้นปีที่ 5 และ 6 ฝึกใช้เครื่องมือล้ำสมัยอย่างระบบพิมพ์ปากดิจิทัล (Digital Scanner) เพื่อผลิตบัณฑิตทันตแพทย์ ม.วลัยลักษณ์ ที่เท่าทันเทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21

“ผลสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้บัณฑิต ซึ่งสำเร็จการศึกษาไปแล้ว 2 รุ่น พบว่า ได้รับเสียงชื่นชมอย่างสูงจากสถานประกอบการ โดยเฉพาะจุดแข็งด้านทักษะภาษาอังกฤษ และทักษะความเป็นมนุษย์ (Human Skills) ที่มีวุฒิภาวะและความอดทน พร้อมแก้ปัญหาในการทำงานจริง ส่งผลให้บัณฑิตมีเส้นทางอาชีพที่เปิดกว้าง ทั้งในโรงพยาบาลรัฐ-เอกชน รวมถึงการศึกษาต่อระดับสูงทั้งในและต่างประเทศ” รศ.ดร.ทพ.พูนศักดิ์ กล่าว

สำหรับทิศทางและเป้าหมายในอนาคต วิทยาลัยฯ มุ่งขับเคลื่อนสู่อนาคตด้วยวิสัยทัศน์ ‘Think Global, Act Local’ โดยบ่มเพาะนักศึกษาให้มีแนวคิดระดับสากลจากการเรียนรู้โลกกว้าง ควบคู่กับการรับใช้สังคมผ่านการดูแลผู้ป่วยในพื้นที่นครศรีธรรมราชและภาคใต้ พร้อมทั้งผลักดันคณาจารย์ในการสร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อยกระดับวงการทันตแพทย์

“เราตั้งใจให้วิทยาลัยฯ แห่งนี้เป็นเสมือน ‘ครอบครัว’ ที่ดูแลนักศึกษาอย่างใกล้ชิดทั่วถึง ทั้งด้านการเรียนและการใช้ชีวิต ด้วยอัตราส่วนอาจารย์ต่อนักศึกษาที่สูงเป็นพิเศษ จึงอยากเชิญชวนคนรุ่นใหม่มาร่วมสัมผัสเทคโนโลยีทันตกรรมที่ทันสมัย และเปิดประตูสู่อนาคตการเป็นทันตแพทย์ระดับสากลไปด้วยกันที่ ม.วลัยลักษณ์” รศ.ดร.ทพ.พูนศักดิ์ กล่าวในตอนท้าย

ในหลวง โปรดเกล้าฯ ให้ ผู้ว่ายะลา เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

ในหลวง โปรดเกล้าฯ ให้ ผู้ว่ายะลา เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

ในหลวง โปรดเกล้าฯ ให้ ผู้ว่ายะลา เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.44 น.

“ ในหลวง“ โปรดเกล้าฯ ให้ ผู้ว่ายะลา เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 11.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้ นายก้องสกุล  จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เชิญดอกไม้ และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ ดาบตำรวจ รณชัย  นุ่นยัง  สิบตำรวจเอก ศีลวัตร  ชัยโรจน์  สิบตำรวจเอก จิตติน  หาสนำ  สิบตำรวจเอก วิทยา  อยู่เย็น  สิบตำรวจเอก เกียรติภูมิ  สีแก้วอินทร์  สิบตำรวจเอก กิตติภัฎ  กองอินทร์  สิบตำรวจเอก วิษณุ  ถาวรยุติธรรม  สิบตำรวจเอก ชัยภัทร  พรหมอินทร์  และสิบตำรวจตรี วิทมล  วงเกื้อ  เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการสายตรวจรถยนต์ประจำหมวดเฉพาะกิจหน่วยปฏิบัติการพิเศษยะลา 12 (รามัน) ขณะออกปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนบ้านปูลัย และลาดตระเวนเส้นทางคมนาคมสาย 4010 เหตุเกิดบริเวณถนนรามัน – บาลอ หมู่ที่ 7 ตำบลบาลอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลยะลาสิริรัตนรักษ์ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ต่อจากนั้น

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายก้องสกุล  จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เชิญดอกไม้ และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ นายซาการียา  ลาโฮะยา ประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลรามัน อำเภอรามัน จังหวัดยะลา 

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงรับ เจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนทุกคน ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และประชาชน อย่างหาที่สุดมิได้
 

ม.สยาม จับมือ NCC สร้างโอกาสการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพนักศึกษาสู่ภาคอุตสาหกรรม MICE

ม.สยาม จับมือ NCC สร้างโอกาสการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพนักศึกษาสู่ภาคอุตสาหกรรม MICE

ม.สยาม จับมือ NCC สร้างโอกาสการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพนักศึกษาสู่ภาคอุตสาหกรรม MICE

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.25 น.

มหาวิทยาลัยสยาม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ร่วมกับ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด (NCC) ผู้บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษา วิชาการ และการพัฒนาทักษะวิชาชีพของนักศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและภาคอุตสาหกรรมการจัดประชุม นิทรรศการ และอีเวนต์ (MICE)

พิธีลงนามจัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี ดร.พรชัย มงคลวนิช อธิการบดีมหาวิทยาลัยสยาม และคุณสุรพล อุทินทุ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิต์  ร่วมลงนามในข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว

ความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมทางวิชาการ การประชุม สัมมนา นิทรรศการ และกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน รวมถึงเปิดโอกาสให้นักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรของมหาวิทยาลัยสยามได้เข้าร่วมฝึกปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ เสริมสร้างประสบการณ์ตรงจากภาคอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมเสริมสร้างทักษะวิชาชีพ สนับสนุนการจัดการศึกษาเชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) การฝึกประสบการณ์วิชาชีพ การเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคอุตสาหกรรมร่วมเป็นวิทยากรและอาจารย์พิเศษ ตลอดจนส่งเสริมโอกาสการมีงานทำและการสร้างรายได้ระหว่างเรียนให้แก่นักศึกษา

ไทยพีบีเอส เผยผลดำเนินงานปี 2568 เกินดุล 69 ล้านบาท เดินหน้าปรับองค์กรสู่สื่อสาธารณะดิจิทัล

ไทยพีบีเอส เผยผลดำเนินงานปี 2568 เกินดุล 69 ล้านบาท เดินหน้าปรับองค์กรสู่สื่อสาธารณะดิจิทัล

ไทยพีบีเอส เผยผลดำเนินงานปี 2568 เกินดุล 69 ล้านบาท เดินหน้าปรับองค์กรสู่สื่อสาธารณะดิจิทัล

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.59 น.

“วันชัย” ชี้ผลการดำเนินงานปี 2568 สะท้อนความมั่นคงทางการเงินขององค์กร พร้อมวางรากฐานการเติบโตในอนาคต ผ่านการลงทุนด้านคอนเทนท์ เทคโนโลยี ข้อมูล และบุคลากร เพื่อขับเคลื่อนไทยพีบีเอส สู่การเป็น Public Digital Media Platform อย่างเต็มรูปแบบ

นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส  เปิดเผยถึงงบการเงินประจำปี 2568 ซึ่งผ่านการรับรองจากผู้สอบบัญชี และได้นำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่ามีทิศทางที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยองค์กรมีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิ หรือเกินดุล อยู่ที่ 69 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงฐานะการเงินที่แข็งแรงขึ้น และเป็นฐานสำคัญในการเดินหน้าปรับองค์กรสู่สื่อสาธารณะดิจิทัล

ในปี 2568 ไทยพีบีเอส มีรายได้รวม 2,695 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าประมาณ 100 ล้านบาท คิดเป็น 3.86%  โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากเงินบำรุงองค์การค้างรับข้ามงวดบัญชี ประมาณ 92.66 ล้านบาท จาก 1,957 ล้านบาท เป็น 2,050 ล้านบาท ขณะที่สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรวมให้ลดลงได้ประมาณ 146 ล้านบาท คิดเป็น 5.28% ส่งผลให้ไทยพีบีเอสมีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิ และมีเสถียรภาพทางการเงินที่มั่นคงมากขึ้น สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากร ควบคู่กับการดำเนินภารกิจสื่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง

สำหรับฐานะการเงิน ณ สิ้นปี 2568 ไทยพีบีเอส มีสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 6,994 ล้านบาท เติบโตขึ้น 1.23% โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็น 4,365 ล้านบาท คิดเป็น13.25%  แสดงถึงสภาพคล่องที่สูงขึ้น ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 912 ล้านบาท คิดเป็นเพียง 13% ของสินทรัพย์รวมทั้งหมด สะท้อนโครงสร้างทางการเงินยังคงอยู่ในระดับที่มั่นคงและปลอดภัย

นอกจากนี้ ตัวเลขกระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานยังสูงถึง 1,039 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 54.46% ยืนยันว่า แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารสภาพคล่องและการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในส่วนของค่าใช้จ่าย ต้นทุนการผลิตและจัดหารายการลดลงถึง 10.76% อยู่ที่ 858 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการวางแผนและบริหารจัดการงบประมาณอย่างรอบคอบ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการปรับขึ้นเล็กน้อย โดยมีค่าใช้จ่ายด้านงานสารสนเทศเป็นรายการสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงภารกิจด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลที่มีบทบาทมากขึ้น  

นายวันชัย ระบุว่า การลดลงของต้นทุนผลิตและจัดหารายการเป็นผลจากการบริหารจัดการงบประมาณอย่างระมัดระวัง ซึ่งไทยพีบีเอสได้ดำเนินควบคู่ไปกับการรักษาสมดุลด้านคุณภาพของเนื้อหา เพราะภารกิจหลักของสื่อสาธารณะคือการผลิตคอนเทนท์ที่ตอบโจทย์สังคม สร้างความรู้ และเปิดพื้นที่สาธารณะให้แก่ประชาชน

นอกจากค่าใช้จ่ายด้านการผลิตและจัดหารายการที่ลดลงแล้ว  ยังเป็นผลจากมาตรการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน โดยเฉพาะแคมเปญรณรงค์ปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นในช่วงพักเที่ยง ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากพนักงานทุกคน ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าลดลงเหลือจาก 31.20 ล้านบาทในปี 2567 เหลือ 28.42 ล้านบาทในปี 2568 หรือคิดเป็น 8.91% 

“มาตรการประหยัดไฟฟ้าที่เริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ เช่น การปิดไฟที่ไม่จำเป็นในช่วงพักเที่ยง แต่เมื่อทุกคนร่วมมือกันก็ได้ผลที่เป็นรูปธรรม  แนวคิดเดียวกันนี้ยังสะท้อนถึงการบริหารทรัพยากรขององค์กรในภาพรวม ที่มุ่งใช้ทุกทรัพยากรอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด โดยจะต่อยอดไปสู่โครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Roof) ทั้งที่สำนักงานใหญ่และสถานีโครงข่ายทั่วประเทศ เพื่อช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าในระยะยาว และมุ่งสู่การเป็นองค์กรสื่อสีเขียวที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2569”  นายวันชัยกล่าว

นายวันชัยกล่าวว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 ที่ปรับตัวดีขึ้น จะเป็นฐานสำคัญในการบริหารทรัพยากรของ ไทยพีบีเอส ให้เกิดความยั่งยืนและคุ้มค่ามากขึ้น ทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร เทคโนโลยี และคอนเทนท์ โดยเป้าหมายสำคัญต่อจากนี้ไม่ใช่เพียงการรักษาฐานะการเงินให้มั่นคง แต่คือการนำทรัพยากรที่มีไปลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรในระยะยาว  โดยมีแนวทางสำคัญคือการลงทุนผลิตคอนเทนท์คุณภาพสูง ทั้งละคร ซีรีส์ และสารคดีเชิงลึก เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกิจสื่อสาธารณะ และสามารถต่อยอดเป็นทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ขององค์กรในอนาคต ผ่านการเผยแพร่ซ้ำ การจำหน่ายสิทธิ การร่วมผลิตกับพันธมิตร และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากคอนเทนท์คุณภาพ

“โจทย์สำคัญของไทยพีบีเอส คือการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งคอนเทนท์ เทคโนโลยี ข้อมูล และบุคลากร เพื่อพัฒนาองค์กรสู่ Public Digital Media Platform ที่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายวันชัยกล่าว