ฉลองมงคลสมรส ภัทริน บุราวาศ-ศศิอาภาฬ์ บุญช่วย

ฉลองมงคลสมรส ภัทริน บุราวาศ-ศศิอาภาฬ์ บุญช่วย

ฉลองมงคลสมรส ภัทริน บุราวาศ-ศศิอาภาฬ์ บุญช่วย

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.28 น.

ต้อนรับความชุ่มฉ่ำของฤดูฝนด้วย คู่ข้าวใหม่ปลามันที่จูงมือกันเข้าสู่พิธีมงคลสมรสอย่างเรียบง่ายแต่อบอุ่นและอบอวลไปด้วยความรัก ระหว่างเจ้าบ่าว ภัทริน บุราวาศ บุตรชาย ภาวิไล-พ.ต.อ.พลวัต บุราวาศ และเจ้าสาว ศศิอาภาฬ์ บุญช่วย บุตรี วรรณี บุญช่วย -พรเทพ อ่วมแย้ม  ณ ห้องไดมอนด์โดม โรงแรมควีนส์แลนด์ ถนนศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา

เจ้าสาวคนสวย ศศิอาภาฬ์ บุญช่วย จบการศึกษาระดับปริญญาโท M.Sc Marketing and International management, University of Reading สหราชอาณาจักร ประกอบธุรกิจส่วนตัวหลายด้าน ส่วนเจ้าบ่าว ภัทริน บุราวาศ จบการศึกษาระดับปริญญาโท M.Sc. Real Estate, University of Reading สหราชอาณาจักร ปัจจุบันเป็นสถาปนิกอิสระ แม้จะเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่ทั้งคู่รู้จักกันได้เพราะมีเพื่อนเป็นพ่อสื่อแม่สื่อให้ทั้งคู่ได้ทำความรู้จักกัน สิ่งที่ทำให้ความรักเติบโตคือความธรรมดาที่ทำให้วันธรรมดาๆ ของทุกวันเป็นวันที่พิเศษ ที่ทำให้เราอยู่ด้วยกันแล้วเหมือนเป็นบ้านของกันและกัน จากคนรักจึงได้มาเปลี่ยนสถานะเป็นคู่ชีวิตร่วมสร้างครอบครัวที่เต็มไปด้วยความรักความอบอุ่น

++++++++++++

บ่าวสาว ภัทริน บุราวาศ-ศศิอาฬ์ บุญช่วย พร้อมด้วยมารดาบิดาเจ้าบ่าว ภาวิไล-พ.ต.อ.พลวัต บุราวาศ มารดาบิดาเจ้าสาว วรรณี บุญช่วย – พรเทพ อ่วมแย้ม (แถวยืน) พี่ชายเจ้าบ่าว ภารัฐ-ภัทระ บุราวาศ และ น้องชายเจ้าสาว พรรณพงศ์ อ่วมแย้ม

บ่าวสาวแลกแหวนเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตคู่

บิดาเจ้าบ่าว พ.ต.อ.พลวัต บุราวาศ ต้อนรับ อดีต รมว.ต่างประเทศ กษิต-จิตนาภิรมย์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, อารสา เตมิยาจล, ธิดา สมะลาภา และ คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา

มารดาเจ้าบ่าว ภาวิไล บุราวาศ ต้อนรับเพื่อนๆ (นั่ง)ทัศนาลักษณ์ สันติกุล, ดวงพร พาณยง, ศิริพันธุ์ มณีรัตน์, สมศรี ลัทธพิพัฒน์, ศศินี ภัททิยกุล (ยืน) พล.อ.วิชิต ยาทิพย์, พล.ร.ต.หญิง สุรัชฎา ชลออยู่, ภัทราดา ยมนาค และ พล.ท.อิสสระ วัชรประทีป

 เพื่อนๆ ภาวิไล บุราวาศ ร่วมยินดีกับหลานชาย-หลานสะใภ้

พล.อ.วิชิต – พล.ท.หญิง จุไรภัทร์ ยาทิพย์ และ มนต์ฤดี – พล.ท.อิสสระ วัชรประทีป

บรรยงค์ สุวรรณผ่อง, ศ.ดร.สุรพล วิรุฬห์รักษ์ (ราชบัณฑิต), สุมิดา พันธุ์กระวี และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

ภารัฐ บุราวาศ, นิศากร – ม.ล.วรุตม์ วรวรรณ,ภัทระ บุราวาศ, ณัฐธินีย์ บุณยเกียรติ และ อนุรัชช สุวตะพันธุ์

ภาวิไล บุราวาศ ต้อนรับ ปรางทิพย์ – ธีรพล นพรัมภา

(นั่ง) สีวิกา เมฆธวัชชัยกุล, เนตรนฤมล ศิริมณฑล, ยศวดี บุณยเกียรติ, คุณหญิงกษมา วรวรรณฯ, ผาณิต พูนศิริวงศ์ (ยืน) ธวัชชัย ตั้งสง่า, นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์, ธัชชัย อัมพรายณ์, พิชัย คณิวิชาภรณ์ และ ธีราพร วิรุฬห์รักษ์

ต่อตระกูล ยมนาค, ธีราพร วิรุฬห์รักษ์ กับคุณพ่อเจ้าบ่าว พ.ต.อ.พลวัต บุราวาศ และผาณิต พูนศิริวงศ์

อิทธิอร บุนนาค (ซ้ายสุด) ร่วมแสดงความยินดี

ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ นีรนุช ปัทมสูต

เพชร – ภิพัชรา แก้วจินดา เป็นตัวแทนเพื่อนๆ ขึ้นกล่าวอวยพรบ่าวสาว

บ่าวสาวท่ามกลางเพื่อนๆ ที่มาร่วมยินดี

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : หัวใจเต้นผิดจังหวะ รักษาได้เมื่อกินยาอย่างเคร่งครัด

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : หัวใจเต้นผิดจังหวะ รักษาได้เมื่อกินยาอย่างเคร่งครัด

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : หัวใจเต้นผิดจังหวะ รักษาได้เมื่อกินยาอย่างเคร่งครัด

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.53 น.

หัวใจเปรียบเสมือนเครื่องจักรที่มหัศจรรย์ที่สุดชิ้นของมนุษย์และสัตว์ เป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างให้มาโดยเฉพาะ มันทำงานประสานเป็นระบบตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีเวลาหยุดพัก ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย

กลไกสำคัญที่ทำให้หัวใจเต้นได้แม่นยำคือ ระบบไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งทำหน้าที่ส่งสัญญาณกระตุ้นให้กล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวและคลายตัวเป็นจังหวะสม่ำเสมอคงที่ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อกระแสไฟฟ้าเกิดลัดวงจร เดินผิดเส้นทาง หรือถูกรบกวนด้วยปัจจัยต่าง ๆ จะทำให้เกิดสภาวะ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่ซับซ้อน และมีความรุนแรงหลายระดับ

หนึ่งในประเภทที่พบบ่อยและมีความสำคัญทางการแพทย์มาก คือ ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว หรือที่เรียกว่า AF (Atrial Fibrillation) คือภาวะที่หัวใจห้องบนบีบตัวไม่เป็นจังหวะ เต้นสั่นพริ้วไม่เป็นระบบ ส่งผลให้เลือดไหลเวียนช้าลงและค้างอยู่ในห้องหัวใจ ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นของภัยเงียบที่น่ากลัว เพราะเลือดที่ตกค้างจะเริ่มจับตัวเป็นก้อนลิ่มเลือด และหากลิ่มเลือดนี้หลุดออกจากหัวใจเข้าไปในระบบไหลเวียนโลหิตจนไปอุดตันเส้นเลือดที่สมอง ผู้ป่วยจะเผชิญกับโรคอัมพฤกษ์อัมพาต

เมื่อเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะขึ้น แต่ในผู้ป่วยบางคนอาจไม่รู้สึกว่าผิดปกติอะไร แต่บางรายอาจมีอาการแตกต่างกันตามประเภทของความผิดปกติ หลายคนมีอาการใจสั่น รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นรัวแรง เต้นสะดุด หรือบางครั้งรู้สึกเหมือนใจวูบหายไปชั่วขณะ หากหัวใจเต้นเร็วเกินไป ร่างกายจะเริ่มอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย แม้ไม่ได้ออกแรงหนัก หายใจไม่อิ่ม และอาจมีอาการแน่นหน้าอกร่วมด้วย แต่ถ้าหากหัวใจเต้นช้าเกินไป เลือดจะไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้เวียนศีรษะ หน้ามืด มึนงงเหมือนจะเป็นลม หรืออาจหมดสติได้ ผู้ป่วยบางรายมีอาการใจสั่น และความรู้สึกไม่สบายในช่องอก ซึ่งเป็นอาการที่อธิบายได้ยาก

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ มักเกิดจากความเสื่อมตามวัย ซึ่งนับเป็นปัจจัยหลัก เมื่ออายุเรามากขึ้นก็มีความเสี่ยงสูงขึ้น และยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ซึ่งมีสาเหตุจากโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคลิ้นหัวใจ ไทรอยด์เป็นพิษ และโรคอ้วน นอกจากนี้ ยังมีเรื่องพฤติกรรมการใช้ชีวิต รวมถึงมีความเครียดสะสม พักผ่อนไม่เพียงพอ การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มมีคาเฟอีนปริมาณมากเกินไป หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งส่งผลให้ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำลง จึงเป็นเหตุให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้ในที่สุด

การรักษาด้วยยา มีเป้าหมายหลักคือ การจัดการระบบไฟฟ้าหัวใจให้กลับมาคงที่ และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย

ยาแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ตามอาการของผู้ป่วย

กลุ่มแรก คือ ยาควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ เพื่อไม่ให้หัวใจเต้นเร็วเกินไป จนหัวใจล้าและล้มเหลว

กลุ่มที่สอง คือ ยาปรับจังหวะหัวใจ เพื่อเปลี่ยนจังหวะที่ปั่นป่วนให้กลับมาเต้นตามธรรมชาติ

กลุ่มสุดท้าย มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วย AF คือ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือดในหัวใจ

อย่างไรก็ตาม การใช้ยาเหล่านี้ต้องเน้นวินัยของผู้ใช้ยาเป็นสำคัญ ผู้ป่วยต้องรับประทานยาให้ตรงเวลาสม่ำเสมอและ ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด อีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญ คือเรื่องของปฏิกิริยาระหว่างยา หรือยาตีกัน โดยเฉพาะผู้ใช้ยาละลายลิ่มเลือดกลุ่ม Warfarin ยาตัวนี้มีความไวสูงต่ออาหารและยาอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ป่วยที่ใช้ Warfarin ต้องระวังการบริโภคผักใบเขียวเข้มที่มีวิตามินเคสูง เช่น ผักคะน้า ผักโขม บรอกโคลี ในปริมาณมากหรือน้อยเกินไปกว่าปกติที่เคยรับประทาน เพราะวิตามินเคจะไปต้านฤทธิ์ยา ทำให้ยาไม่ออกฤทธิ์สมบูรณ์ เสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน

ในทางตรงกันข้าม การรับประทานยาสมุนไพร หรืออาหารเสริมบางชนิด เช่น แปะก๊วย โสม กระเทียมสกัด หรือน้ำมันปลา อาจไปเสริมฤทธิ์ยาจนทำให้เลือดออกไม่หยุด แม้แต่ยาแก้ปวด แก้อักเสบ กลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น Ibuprofen ก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในทางเดินอาหารอย่างรุนแรง

สัญญาณอันตรายที่ผู้ป่วยกินยาละลายลิ่มเลือดต้องสังเกต คือ ภาวะเลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดกำเดาไหลบ่อย เลือดออกตามไรฟันขณะแปรงฟันแล้วเลือดหยุดไหลยาก มีจ้ำเลือด หรือรอยช้ำตามผิวหนังโดยไม่ได้ถูกกระแทก หรือกรณีที่รุนแรง คืออุจจาระมีสีดำเหมือนน้ำมันดิน ซึ่งบ่งบอกว่ามีเลือดออกในกระเพาะอาหาร หากมีอาการเหล่านี้ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

แต่ข่าวดีคือ ถึงแม้จะมีปัญหาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ แต่ความก้าวหน้าทางการแพทย์ รวมกับวินัยในการรับประทานยา ควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การจัดการความเครียด การออกกำลังกายเบา ๆ ตามคำแนะนำของแพทย์ และหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นทุกชนิด และทำความเข้าใจธรรมชาติของโรค โดยเฉพาะอันตรายของ AF จะช่วยให้ผู้ป่วยไม่ประมาท และร่วมมือในการรักษาอย่างใกล้ชิด เหล่านี้จะทำให้พ้นอันตราย

สุดท้ายแล้ว เป้าหมายของการรักษาโรคนี้ ไม่ใช่แค่ทำให้หัวใจเต้นสม่ำเสมอเพียงอย่างเดียว แต่เป้าหมายสำคัญคือการป้องกันอัมพาต การทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่มีคุณภาพ

รศ. ภญ. ดร. ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เรื่องนี้มีประวัติ: โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา

เรื่องนี้มีประวัติ: โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา

เรื่องนี้มีประวัติ: โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.19 น.

‘เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม’ 

พระปฐมบรมราชโองการ ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ วันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม 2493

สวนจิตรลดาเขต     พระนิเวศน์ ณ ธานี

เนาองค์พระทรงศรี      นคเรศรภูมินทร์

เขตวังมโหฬาร์              ทศนาฉมาจินต์

แลท้องสนามติณ               ฤก็ขึ้นระเบียบเคียง

เป็นที่ ธ ทดลอง             กิจผองก็รายเรียง

นาไร่ผิว์มองเมียง               จะเจอพืชและยุ้งฉาง

โคนมก็มีอยู่                     พิศดู ณ ตามทาง

บ่อปลากะไว้วาง                ก็เพาะพันธุมัจฉา

มากยิ่งละสิ่งหลาก         ละก็ยากจะพรรณา

ตัวอย่างก็ยกมา                 ฤก็เห็นจะเพียงพอ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชนิพนธ์นำชมพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ไว้ใน คำฉันท์ดุษฎีสังเวย และกาพย์ขับไม้กล่อมพระศรีนารัฐราชกิริณี ในพระราชพิธีขึ้นระวางสมโภชช้างสำคัญที่จังหวัดนราธิวาส เมื่อ พ.ศ. 2520 ตอน ชมเมือง

ในรัชสมัยแห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นช่วงเวลาที่บ้านเมืองกำลังพัฒนาในทุก ๆ ด้าน เพื่อให้เจริญทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ เพื่อให้อาณาประชาราษฎร์มีความสุขเกษม ดังนั้น การที่เราได้เกิดมาภายใต้พระร่มพระบรมโพธิสมภารแห่งพระองค์ท่านจึงถือได้ว่าเป็นความโชคดีอย่างที่สุด และด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่าน จึงทำให้ประชาชนชาวไทยมีความสุข ความเจริญมาจนทุกวันนี้ 

พสกนิกรต่างสำนึกเป็นอย่างดีว่าพระองค์ท่านทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ตลอดเวลา ด้วยมีพระราชประสงค์ให้คนไทยอยู่เย็นเป็นสุขตามอัตภาพ ดังนั้น พระองค์จึงมีพระราชดำริว่าด้วยเศรษฐกิจพอเพียง นับเป็นแนวคิดปรัชญาที่จุดประกายนำไปสู่การพัฒนาและสร้างสรรค์ให้ประเทศชาติของเราเจริญรุ่งเรือง แล้วยังทำให้หลายประเทศบนโลกใบนี้น้อมนำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ด้วย

สวนจิตรลดาฯ หรือพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน นับเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญในด้านการเกษตร การประมง การพลังงานทดแทน เป็นต้น โดยทรงใช้หลักการวิทยาศาสตร์ในการศึกษาทดลอง เพื่อแสวงหามิติใหม่แห่งภูมิปัญญาแห่งแผ่นดิน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทดลองในพื้นที่พระตำหนักจิตรลดาฯ เขตพระราชฐานที่ประทับของพระองค์ ดังนั้น พระราชฐานแห่งนี้จึงได้รับการยอมรับว่า เป็นพระราชวังที่ไม่เหมือนพระราชวังใด ๆ บนโลก เพราะเป็นห้องทดลอง เป็นศูนย์การวิจัยในด้านเกษตรกรรม ประมง ปศุสัตว์ ป่าไม้ งานอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อม เป็นที่ตั้งโรงสีข้าว โรงนมวัว โรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตร โรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และโรงงานอุตสาหกรรมการเกษตร ที่นำไปสู่การพัฒนาประยุกต์การผลิตแบบครบวงจรในที่สุด ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ก็เพื่อความอยู่ดี กินดี มีสุข และเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทยเป็นสำคัญ

 พระราชกรณียกิจสำคัญในช่วงแรกของการเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 คือการเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมพสกนิกรในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยเฉพาะในถิ่นทุรกันดารที่ห่างไกลความเจริญ โดยพระองค์ท่านทรงงานหนักตลอดเวลาแทบจะทุกวัน ผลจากการเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรความจริงในเขตต่าง ๆ ทั่วพระราชอาณาจักร ทำให้ทรงรับรู้ความจริงทั้งปวง และยังทรงเห็นว่าพสกนิกรของพระองค์มีความเป็นอยู่ที่แสนยากลำบาก จึงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ที่จะทรงแก้ไขและระงับความทุกข์ให้พสกนิกร โดยอันดับแรกทรงเห็นว่าเกษตรกรคือกลุ่มคนสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ปัญหา เพราะอาชีพเกษตรกรรมคืออาชีพหลักของประเทศในขณะนั้น 

ในปี 2504 จึงมีพระราชดำริให้ทดลองปลูกข้าว และยางนา ภายในเขตพระตำหนักจิตรลดาฯ จึงนับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ทรงศึกษาปัญหาต่าง ๆ ของเกษตรกรจนถึงรากเหง้าของปัญหา แม้ในช่วงที่ทรงทดลองนั้น เป็นช่วงที่กระแสโลกกำลังเปลี่ยน โดยมีผลถึงไทยด้วยคือไทยได้รับอิทธิพลด้านการเป็นประเทศอุตสาหกรรม แต่ทรงตระหนักว่าไทยเป็นประเทศที่มีพื้นฐานทางเกษตรกรรม ดังนั้นจึงทรงทำให้สังคมเกษตรกรรมอย่างไทยสามารถปรับเปลี่ยนความเป็นอยู่ให้สอดคล้องกับกระแสโลกที่เปลี่ยนไป แต่ก็ต้องไม่สูญเสียอัตลักษณ์สำคัญของไทยที่ดำรงมาตั้งแต่โบราณกาล และต้องไม่สูญเสียภูมิปัญญาดั่งเดิมของบรรพบุรุษไทย 

ดังนั้น โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา จึงนับเป็นสถานที่สำคัญของการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง และวิจัย เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาต้นเหตุต่าง ๆ ของการเกษตรของไทย ทำให้เกิดการสร้างฐานความรู้จากการศึกษาวิเคราะห์ ผ่านการทดลอง แล้วแก้ไขปัญหาด้วยสติปัญญา จนนำไปสู่การปฏิบัติจริงเพื่อแก้ปัญหาได้ตรงประเด็นและมีประสิทธิภาพ

ด้วยพระวิริยะอุสาหะ และการที่ทรงทุ่มเทพระสติปัญญา และอุทิศพระวรกายเพื่อพสกสิกรมาตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ จึงทำให้พระเกียรติคุณก้องขจรไกลในสากล ดังนั้น สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองเฉลิมพระเกียรติคุณแห่งสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชผู้ทรงพระปรีชาสามารถเลิศล้ำในการนำชนบทให้วัฒนา เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2530

โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองสดุดีพระเกียรติคุณในฐานะทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจดีเด่นด้านอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วันที่ 4 พฤศจิกายน 2535

องค์การอนามัยโลก ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองสาธารณสุขเพื่อมวลชน วันที่ 24 พฤศจิกายน 2535

สมาคมนานาชาติด้านนิเวศน์วิทยาทางเคมี ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญสดุดีพระเกียรติคุณด้านการสงวนรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ วันที่ 26 มกราคม 2536

องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญแอกริโคลา วันที่ 6 ธันวาคม 2538

สถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญสดุดีพระเกียรติคุณ วันที่ 5 มิถุนายน 2539 

องค์การสภาการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนนานาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองสดุดีพระเกียรติคุณ วันที่ 25 มิถุนายน 2540 

องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญเทเลฟูด วันที่ 8 ธันวาคม 2542

องค์การอนามัยโลก ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลสดุดีพระเกียรติคุณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2543

สมาคมสินเชื่อการเกษตรและชนบทภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรวงข้าวทองคำ 23 พฤษภาคม 2548 

โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ 26 พฤษภาคม 2549

และมูลนิธิ The World Food Prize ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญ Dr. Norman E. Borlaug World Food วันที่ 23 กรกฎาคม 2550     

เราคนไทยทุกคนนับว่าเป็นคนมีบุญอย่างมหัศจรรย์ เพราะว่าเรามีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรอย่างหาที่สุดมิได้           

คุณแหน : 25 พฤษภาคม 2569

คุณแหน : 25 พฤษภาคม 2569

คุณแหน : 25 พฤษภาคม 2569

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.06 น.

II ศาสตราจารย์คลินิก พลโทหญิง แพทย์หญิงสุรีย์พร คุณาไทย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจเด็ก เชิญชวนร่วมบริจาคเงินให้มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี เพื่อให้เด็กที่มีปัญหาโรคหัวใจพิการมาแต่กำเนิดได้มีชีวิตรอดจนเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น คุณหมอบอกว่าโดยสถิติที่พบคือ เด็กแรกเกิด 1 เปอร์เซ็นต์มีโอกาสเกิดโรคหัวใจพิการ หากคุณ ๆ ต้องการช่วยเหลือ สามารถบริจาคได้โดยตรงที่มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ดูรายละเอียดมูลนิธิฯ ได้ที่ https://www.doctordek.com/index.php/8-2 

II ประยุทธ มหากิจศิริ หรือเสี่ยเป้า หรือพี่เป้า ของหลาย ๆ คน ยังคงมีสถานภาพเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 10 ของไทยในปี 2567 โดยมีสินทรัพย์รวมประมาณ 42,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ย้ำว่าเหรียญสหรัฐฯ สำหรับธุรกิจต่าง ๆ ที่ตระกูลมหากิจศิริยังคงดูแลและดำเนินการอยู่ก็มีทั้งอังสังหาริมทรัพย์ สนามกอล์ฟ อุตสาหกรรมเหล็ก-ทองแดง โลจิสติกส์ และโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงแฟรนไชส์ธุรกิจอาหาร เช่น TACO BELL และ PizzaHut รวมถึงธุรกิจบันเทิงเริงรมย์ ถึงแม้ปัจจุบันมหากิจศิริจะไม่ได้ดูแลแบรนด์ Nescafe อีกต่อไป ก็ไม่ได้ทำให้ความเป็นมหาเศรษฐีหายไปจากครอบครัวนี้

II เวลาพูดถึงมหากิจศิริ นอกจากจะนึกถึงประยุทธแล้ว ยังต้องนึกถึงสุวิมล เฉลิมชัย อุษณีย์ และอุษณาด้วย เพราะบุคคลเหล่านี้คือลมใต้ปีก และเป็นตัวจักรสำคัญของธุรกิจของกลุ่มมหากิจศิริ แต่ที่น่าสนใจคือระยะหลัง ๆ ประยุทธ มีผลงานเพลงมากมายพอประมาณ แต่จะพัฒนาจนกลายเป็นศิลปินในวันข้างหน้าหรือไม่ ต้องรอดูกันต่อไป ใครที่ได้ฟังเสียงร้องของมหาเศรษฐีผู้นี้แล้ว หากไม่รู้จักตัวจริงมาก่อน อาจจะนึกว่า นี่คือศิลปินตัวจริงคนหนึ่งของวงการเพลง 

II อารยา ลาภชีวสิทธิฉัตร หรือเจ๊เล้ง เจ้าของอาณาจักรเจ้เล้ง ดอนเมือง (โปรดสังเกตอารยาเน้นคำว่าเจ้มากกว่าเจ๊ แต่ใครจะออกเสียงเจ๊ ก็ตามสบาย) วันนี้เศรษฐีนีผู้มีมีอายุ 79 ปี ไม่ได้ออกข่าวบ่อย ๆ เหมือนเมื่อ 10 กว่าปีก่อน แต่ก็ยังคงสไตล์เจ้าแม่อาณาจักรค้าปลีกย่านดอนเมือง อาเจ้บอกว่า ทุกวันนี้ก็ยังทำงานเหมือนเดิม ไปที่ร้านเจ้เล้ง ดอนเมืองเป็นประจำ ไปแล้วมีความสุข เพราะได้พบปะลูกค้า ได้ดูลูกน้องทำงาน แต่บางวันเจ้ก็สวมบทแม่ค้าขายของ online แบบ Live เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย แต่เจ้ก็ยังเป็นห่วงคนที่บ้าซื้อของ online แบบไม่ยั้งคิด จึงฝากข้อคิดเพื่อเตือนใจว่า หากยังกระหนำซื้อโดยไม่ยั้งคิด ชีวิตจะมีหนี้สินท่วมหัว สุดท้ายชีวิตก็พังพาบ 

II ไม่ว่าราคาตั๋วเครื่องบินจะแพงแค่ไหน แต่สายการบินเอทิฮัด ยืนยันนำเครื่องบินรุ่นแอร์บัส A380 มาบินให้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ เชื่อมกับสนามบินซาเอด แห่งอาบู ดาบี ในเดือนตุลาคมนี้ แต่ที่เก๋กว่าคือ A380 จะมีห้องสวีทด้วย แต่มีเพียง 3 ห้องเท่านั้น นับเป็นสายการบินเดียวของโลกที่มีห้องสวีทบนเครื่อง เพราะฉะนั้น มหาเศรษฐีที่ต้องการใช้บริการนี้จึงต้องแย่งชิงกันเอาเอง

Victor Lee 

ไก่-อารีรัตน์ เซเลบริตี้ชื่อดัง ควงสัตว์เลี้ยงตัวโปรด ไขความลับจากจักรวาล ใน WTF: What’s Trend Future

ไก่-อารีรัตน์ เซเลบริตี้ชื่อดัง ควงสัตว์เลี้ยงตัวโปรด ไขความลับจากจักรวาล ใน WTF: What’s Trend Future

ไก่-อารีรัตน์ เซเลบริตี้ชื่อดัง ควงสัตว์เลี้ยงตัวโปรด ไขความลับจากจักรวาล ใน WTF: What’s Trend Future

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.21 น.

วงการสัตว์เลี้ยงต้องสะเทือน!! เมื่อในโลกใบนี้ยังมีศาสตร์การสื่อสารกับสัตว์เลี้ยง ที่ใช้พลังแห่งจักรวาล เป็นศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับการ์รันตีระดับโลก ให้คนรักสัตว์ได้เข้าใจสัตว์เลี้ยงตัวโปรดสุดรักสุดหวงของคุณ ได้อย่างง่ายดาย โดยมี “อารีรัตน์ กฤษณะสมิต หรือ คุณไก่” ผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์ชั้นสูง ในประเทศไทย และกำลังมาแรงกับงานอดิเรก ที่คนรักสัตว์น่าจะสนใจมาก ในการเป็น Professional Animal Communicator and healings หรือเข้าใจสั้นๆ คือการสื่อสารกับสัตว์ นั่นเอง

ร่วมไขความลับ และฟังประสบการณ์ได้ในรายการ “WTF: What’s Trend Future” รายการทอล์กและพอดแคสต์ที่เจาะลึกเรื่องวิสัยทัศน์ แนวคิดทางธุรกิจ รวมถึงการอัปเดตเทรนด์แห่งอนาคตจากผู้คนหลากหลายวงการ และในครั้งนี้เป็นครั้งแรกกับคนรักสัตว์เลี้ยงที่ห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะครั้งนี้คุณจะเข้าใจลูกๆ ของคุณมากขึ้นกับศาสตร์ใหม่ที่เรียกว่า Animal Healing & Communication “การบำบัดและสื่อสารกับสัตว์”

“คุณไก่ อารีรัตน์ กฤษณะสมิต” กล่าวว่า “ส่วนตัวพี่รู้จักน้อง “ก้อง” อรรฆรัตน์ นิติพน มามากกว่า 20 ปี ตั้งแต่สมัยที่พี่ทำงานอยู่ DKSH ซึ่งในช่วงนั้นก็เคยมีโอกาสให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนาฬิกา และหลังจากนั้นก็ติดตามผลงานของน้องก้องมาโดยตลอด พร้อมทั้งชื่นชมในความสามารถและมุมมองการทำงานของน้องเสมอมา

เมื่อมีโอกาสได้พูดคุยกับน้องก้องเกี่ยวกับอีกด้านหนึ่งของชีวิตพี่ นั่นคือศาสตร์ด้าน Animal Healing & Communication หรือการบำบัดและสื่อสารกับสัตว์ ซึ่งยังถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับสังคมไทย พี่รู้สึกดีใจมากที่น้องก้องเปิดใจรับฟังและให้พื้นที่ในการแลกเปลี่ยนมุมมองในเรื่องนี้ และขอบคุณน้องก้องที่ให้โอกาสพี่ได้มาร่วมพูดคุยในรายการ “WTF: What’s Trend Future”

ในการพูดคุยครั้งนี้ พี่ได้แบ่งปันประสบการณ์ชีวิตและการทำงาน ใน “สองโลก” ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ระหว่างโลกของ Luxury Business ที่พี่ทำงานมานานหลายสิบปี และอีกโลกหนึ่งที่เป็นงานอดิเรกคือการเป็นนักบำบัดและนักสื่อสารสัตว์ ซึ่งเป็นสิ่งที่พี่รักและศึกษาอย่างจริงจัง

สำหรับผู้ที่สนใจอยากทำความเข้าใจศาสตร์ Animal Healing & Communication ในเบื้องต้น สามารถติดตามรับชมรายการนี้ได้ และสำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ทาง Facebook: Areerat Krissanasmit, Page: Animal Healing and Communication Thailand หรือ Line ID: areeratkai”

ติดตามชมคลิปสัมภาษณ์ คุณไก่เต็มๆ ได้ทางเพจ “อายุน้อยร้อยล้าน” ในวันพุธ ที่  27  พฤษภาคมนี้  เวลา 18.00 น.

#อารีรัตน์กฤษณสมิต

#ก้องอรรฆรัตน์

#ก้องอายุน้อยร้อยล้าน

#TruffleA

#WTF #trend

#pet #อายุน้อยร้อยล้าน #animalcommunitor

ตุ๊กกี้ ฟิวส์ขาด ลุกขึ้นสู้เพจปลอมปั่นดราม่าทำลายชื่อเสียง

ตุ๊กกี้ ฟิวส์ขาด ลุกขึ้นสู้เพจปลอมปั่นดราม่าทำลายชื่อเสียง

ตุ๊กกี้ ฟิวส์ขาด ลุกขึ้นสู้เพจปลอมปั่นดราม่าทำลายชื่อเสียง

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.12 น.

เป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียลจนเจ้าตัวต้องออกมาชี้แจง สำหรับตลกซุปตาร์ชื่อดัง “ตุ๊กกี้ สุดารัตน์” หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบจากการโปรโมทรายการหนึ่ง ซึ่งมีการแชร์ต่ออย่างแพร่หลายทั้งในสื่อหลักและเพจต่าง ๆ ล่าสุด ตุ๊กกี้ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อชี้แจงความจริง 4 ข้อหลัก ยืนยันว่าได้เคลียร์ใจกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว

สรุป 4 ข้อชี้แจงจาก “ตุ๊กกี้” เคลียร์จบทุกดราม่า

 ข้อ 1: ทางรายการได้ดำเนินการลบคลิปในส่วนที่มีปัญหาในการตัดต่อออกเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งส่งข้อความขอโทษทางแอปพลิเคชัน Line ถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

 ข้อ 2: ในส่วนของพิธีกร “นิกกี้ ณฉัตร” ได้ติดต่อมาขอโทษกับเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วเช่นกัน พร้อมทั้งได้ไลฟ์สดชี้แจงผ่านทาง TikTok เพื่อความโปร่งใส

 ข้อ 3: สื่อบันเทิงชื่อดังอย่าง Tvpool บรรณาธิการ (บก.) ได้โทรศัพท์มาพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจ และลบโพสต์ที่เป็นประเด็นเรียบร้อยแล้ว โดยตุ๊กกี้ยืนยันว่าไม่ได้ติดใจอะไร เพียงแค่อยากให้ทุกคนทราบความจริง

 ข้อ 4: ตุ๊กกี้ย้ำชัดว่า ตนเองเป็นคนไม่ชอบดราม่า ไม่ชอบกระแสในเชิงลบ และไม่เคยพูดให้ร้ายใคร ตลอดการทำงานในวงการสื่อบันเทิงมานานกว่า 10 ปี ไม่เคยถูกฟ้องร้องหรือมีเรื่องผิดใจกับใคร แต่ครั้งนี้จำเป็นต้องออกมาปกป้องชื่อเสียงของตนเอง

นอกจากจะเคลียร์ใจกับคู่กรณีหลักแล้ว ตุ๊กกี้ ยังได้ระบุทิ้งท้ายถึงเพจเฟซบุ๊กบางเพจที่ตั้งตนเป็นครีเอเตอร์ แต่กลับนำภาพ AI และใช้ถ้อยคำรุนแรงมาโจมตี แขวน และบิดเบือนข้อมูลเพื่อเรียกยอดไลก์ ยอดแชร์ และสร้างรายได้เข้ากระเป๋าตัวเอง โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องหรือจิตใจของผู้อื่น

‘จากนี้ไปขอใช้พื้นที่ตัวเองปกป้องชื่อเสียงที่มีบ้างนะคะ รู้สึกเสียความรู้สึกมากๆ ไม่คุ้มเลย ทำงานหาเงิน ใช้ชีวิตปกติก็พอละค่ะ อย่าหาเรื่องให้ต้องมาปวดหัวแบบนี้เลย ขอร้อง!!นะคะ’ 

งานนี้แฟนคลับและชาวเน็ตต่างเข้าไปคอมเมนต์ให้กำลังใจสาวตุ๊กกี้กันอย่างล้นหลาม พร้อมสนับสนุนให้จัดการกับเพจที่สร้างข่าวปลอมอย่างเด็ดขาด

เอ็นดูไม่ไหว ลิซ่า แชะภาพคู่ ลาบูบู้ ทำรันเวย์วงการอาร์ตทอยสะเทือนอีกรอบ

เอ็นดูไม่ไหว ลิซ่า แชะภาพคู่ ลาบูบู้  ทำรันเวย์วงการอาร์ตทอยสะเทือนอีกรอบ

เอ็นดูไม่ไหว ลิซ่า แชะภาพคู่ ลาบูบู้ ทำรันเวย์วงการอาร์ตทอยสะเทือนอีกรอบ

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.56 น.

กลายเป็นโมเมนต์ที่ทำเอาแฟน ๆ ใจฟูและยิ้มตามกันทั้งโซเชียล! เมื่อดาราสาวระดับโลกอย่าง “ลิซ่า-ลลิษา มณีบาล” (Lalisa) โพสต์ภาพความน่ารักสดใสผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เผยโมเมนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟร่วมกับเจ้า “ลาบูบู้” (Labubu) คาแรกเตอร์อาร์ตทอยสุดฮอตจากค่าย Pop Mart ที่เธอเป็นคนรันวงการจนขาดตลาดไปทั่วโลก

โดยในภาพ สาวลิซ่าอยู่ในลุคสปอร์ตเกิร์ล ถ่ายทำเอ็มวี บอลโลก GOALS  บอกได้เลยว่าแซ่บปนน่ารัก สวมเสื้อฟุตบอลครอปสีเหลืองแมตช์กับกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน สาดรอยยิ้มสดใสพิมพ์ใจตามสไตล์ของเธอ แต่ที่ทำเอาแฟน ๆ หลุดโฟกัสและเอ็นดูกันสุด ๆ ก็คือการที่เธอได้กระทบไหล่กอดคอกับ “ลาบูบู้” ในชุดมาสคอตตัวเป็น ๆ ที่ร่วมแสดงในเอ็มวีเพลงบอลโลก GOALS  แถมในมือยังอุ้มตุ๊กตาลาบูบู้เวอร์ชันพิเศษและน้องมอลลี่ (Molly) ไว้อย่างทะนุถนอมอีกด้วย บอกเลยว่าเป็นการโคจรมาเจอกันของ “ตัวแม่ผู้รันวงการ” กับ “ลูกรักอาร์ตทอยอันดับหนึ่ง” ที่เคมีเข้ากันจนเกินต้าน เห็นโมเมนต์น่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้แล้ว ไม่รู้ว่าหลังจากนี้ราคาค่าตัวน้องลาบูบู้จะพุ่งทะยานไปถึงไหนกันนะแม่!

ลูกเกด เมทินี ฟาดเดือดกลางไลฟ์ ประกาศตัดขาดรายการดัง ลั่นไม่เคยชวนแต่พูดให้ความหวังคนดู

ลูกเกด เมทินี ฟาดเดือดกลางไลฟ์ ประกาศตัดขาดรายการดัง ลั่นไม่เคยชวนแต่พูดให้ความหวังคนดู

ลูกเกด เมทินี ฟาดเดือดกลางไลฟ์ ประกาศตัดขาดรายการดัง ลั่นไม่เคยชวนแต่พูดให้ความหวังคนดู

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.28 น.

ร้อนฉ่าสะเทือนวงการบันเทิง เมื่อตัวแม่ตัวมัมอย่าง “ลูกเกด – เมทินี กิ่งโพยม” ออกมาไลฟ์สดฟาดกลับแบบจุก ๆ หลังเกิดกระแสดราม่าหนาหู จากกรณีที่มีการส่งต่อคลิปสัมภาษณ์คนในรายการชื่อดังพร้อมแคปชั่นชวนคิดลึกว่า “ไม่โกรธลูกเกด บี โอเค” และยังมีการทิ้งท้ายหว่านล้อมให้แฟน ๆ ลุ้นตัวโก่งว่า “หรืออาจจะมาร่วมงานด้วยกัน”

โดย “ลูกเกด เมทินี” ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ด้วยท่าทีสุดเซ็งว่า ตื่นมาก็ต้องตกใจเพราะเจอคลิปและแคปชั่นที่สร้างความเข้าใจผิด พร้อมประกาศชัดเจนว่าดิฉันไม่ได้ไปร่วมรายการนั้นอย่างแน่นอน แต่ความจริงคือตนเองไปร่วมรายการ “Take Hormone” ตั้งแต่วินาทีแรก ส่วนเรื่องที่มีคนเชื่อมโยงธีมองุ่นในทีเซอร์อีกรายการ จนคิดว่าเป็น “ลูกเกด” (โยงคำว่าองุ่นแห้ง) นั้น เป็นเพียงความเข้าใจผิดไปเองเมื่อพูดถึงประเด็นที่รายการดังกล่าวพยายามทิ้งท้ายเหมือนจะมีเซอร์ไพรส์ร่วมงานกัน ลูกเกดได้ตอกกลับหน้าหงายว่า  “เขาไม่ได้ชวนดิฉันเลย… ไม่เคยชวน”

พร้อมตั้งคำถามกลับอย่างเผ็ดร้อนถึงเจตนาของอีกฝ่ายว่า การออกมาพูดให้ความหวังคนดูซ้ำ ๆ แบบนี้คือต้องการอะไรกันแน่นอกจากนี้ เจ้าตัวยังได้เปิดอกถึงเบื้องลึกเบื้องหลังความสัมพันธ์กับรายการคู่กรณี ยอมรับว่าที่ผ่านมาตนเองรักและให้เกียรติรายการนั้นมาก เพราะเป็นคนช่วยลงแรงปั้นมากับมือและหยาดเหงื่อของตัวเอง แต่ชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้ต้องสะบั้นรัก เป็นเพราะเหตุการณ์ในซีซั่นที่ผ่านมา ที่ตนเองรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า “ไม่ได้ถูกให้เกียรติเท่าที่ควร” จึงเป็นเหตุผลให้ตัดสินใจไม่ไปต่อ

 “เราก็แฟร์ เราก็รักรายการนั้น แต่พอเห็นเราไปที่อื่น กลับมาบอกแบบนี้… งงเหมือนกัน”

ลูกเกดกล่าวทิ้งท้ายด้วยความผิดหวัง พร้อมยืนยันปิดฉากการร่วมงานและจบไม่สวยอย่างเป็นทางการ เรียกว่างานนี้ดับฝันแฟนคลับที่รอคอยการกลับมาของตัวแม่ไปโดยปริยาย

กาล่า Student Battle ซนซ่าส์…ล่าแชมป์ ผลงานจาก Master Class Advance Acting For Film รุ่นที่ 3

กาล่า Student Battle ซนซ่าส์...ล่าแชมป์ ผลงานจาก Master Class  Advance Acting For Film รุ่นที่ 3

กาล่า Student Battle ซนซ่าส์…ล่าแชมป์ ผลงานจาก Master Class Advance Acting For Film รุ่นที่ 3

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.31 น.

ผ่านไปอย่างอบอุ่นและคึกคัก สำหรับการฉายภาพยนตร์รอบกาล่าร์เรื่อง “Student Battle ซนซ่าส์…ล่าแชมป์” ผลงานภาพยนตร์จากนักแสดงเลือดใหม่ผู้จบหลักสูตร Master Class : Advance Acting For Film รุ่นที่ 3 ที่จัดขึ้นเมื่อวันก่อน ณ โรงภาพยนตร์เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยผู้ชม แขกผู้มีเกียรติ ผู้ปกครอง แฟนคลับ และสื่อมวลชนที่เดินทางมาร่วมให้กำลังใจกันอย่างคับคั่ง โดยมีครูแมกซ์ – ภัทรกฤต ดวงสนิท ผู้ดูแลหลักสูตร พร้อมด้วยทีมนักแสดงจากภาพยนตร์ ร่วมพูดคุยถึงเบื้องหลังการทำงาน การฝึกฝน และประสบการณ์ครั้งสำคัญจากห้องเรียนการแสดง สู่ผลงานจริงบนจอภาพยนตร์

“Student Battle ซนซ่าส์…ล่าแชมป์” ถ่ายทอดเรื่องราวของความฝัน มิตรภาพ การแข่งขัน และพลังของคนรุ่นใหม่ที่พร้อมพิสูจน์ตัวเอง ผ่านสีสันความสนุก ความแสบ และความตั้งใจของเหล่านักแสดงหน้าใหม่ที่ได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ หลังผ่านกระบวนการเรียนรู้และฝึกฝนอย่างเข้มข้นในหลักสูตรการแสดงสำหรับภาพยนตร์ โดยหลักสูตร Master Class : Advance Acting For Film รุ่นที่ 3 ถูกออกแบบมาเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้การแสดงอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่พื้นฐานการเข้าใจบท การสร้างตัวละคร การใช้ร่างกาย เสียง อารมณ์ การทำงานหน้ากล้อง ไปจนถึงการทำงานร่วมกับทีมโปรดักชันจริง เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักแสดงรุ่นใหม่ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงไทยอย่างมั่นใจ

“คอร์สนี้เราไม่ได้ต้องการให้ทุกคนเรียนแค่ทฤษฎี แต่เราอยากให้ทุกคนได้เรียนจริง ปฏิบัติจริง และสัมผัสกระบวนการทำงานแบบมืออาชีพจริง ๆ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่ผลงานได้ออกสู่สายตาผู้ชม วันนี้จึงไม่ใช่แค่วันฉายภาพยนตร์ แต่เป็นวันที่ทุกคนได้เห็นผลลัพธ์ของความพยายาม ความอดทน และหัวใจของนักแสดงหน้าใหม่ที่กล้าฝัน กล้าลงมือทำ และกล้าพัฒนาตัวเอง ผมเชื่อว่าวงการบันเทิงไทยยังต้องการนักแสดงรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ มีวินัย และมีความเข้าใจในอาชีพนี้อย่างแท้จริง สิ่งที่เราพยายามทำคือการสร้างพื้นที่ให้เด็ก ๆ และนักแสดงหน้าใหม่ได้มีโอกาสเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ได้ทดลอง ได้ผิดพลาด ได้พัฒนา และได้แสดงศักยภาพของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ ผมอยากฝากลูกศิษย์ทุกคนไว้กับผู้ชม สื่อมวลชน และผู้ใหญ่ในวงการบันเทิงด้วยครับ ทุกคนตั้งใจมาก และผมเชื่อว่าหลายคนมีศักยภาพที่จะเติบโตต่อไปในเส้นทางนี้ได้อย่างสวยงาม” ครูแมกซ์กล่าว

บรรยากาศภายในโรงภาพยนตร์เต็มไปด้วยเสียงปรบมือ รอยยิ้ม และความประทับใจจากผู้ชมที่ได้ร่วมชมผลงานของนักแสดงรุ่นใหม่บนจอใหญ่ โดยหลายคนต่างชื่นชมถึงความตั้งใจ พลังการแสดง และเสน่ห์เฉพาะตัวของนักแสดงแต่ละคนที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าจับตา

สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ นำแสดงโดยทีมนักแสดงเลือดใหม่ ได้แก่ ปุ๊ย ชัยวุฒิ สดาวงศ์วิวัฒน์, มีนา พรชนก จันทร์ฉาย, ตังตัง ภัทรานิษฐ์ พยัฆพันธ์, ตั๊ก พัฒราลัย กงไกรราช, หมิว นภัสสร วิทยานันท์, อามีน คลาร่า กีรติเวคิน, พล กุศล ทองอรุณศรี, ปีใหม่ นรภัทร พลีคาม, เทนนิส ธนวินท์ หงษ์เวียงจันทร์, ขวัญ เพียงขวัญ พันธุมพันธ์, จิมมี่ พงศ์ฑัฒ นิลพันธ์, พราว สิริภัทรา จันทรานุวัฒน์, อองลี ประเสริฐ แวงวิจิตร, วิลเลี่ยม วิลเลียม เฮ้าส์ฮาห์น และ คุณพี ก้องภพ พร้อมประเสริฐ

การฉายรอบกาล่าในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของนักแสดงหน้าใหม่ ที่ไม่เพียงได้แสดงผลงานของตนเองต่อหน้าผู้ชมจริง แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ว่าการเรียนรู้อย่างจริงจัง การฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง และการทำงานแบบมืออาชีพ สามารถผลักดันคนรุ่นใหม่ให้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงไทยได้อย่างมีคุณภาพ “Student Battle ซนซ่าส์…ล่าแชมป์” จึงไม่ใช่เพียงภาพยนตร์จากห้องเรียนการแสดง แต่คือผลงานแห่งความฝัน ความพยายาม และพลังของนักแสดงรุ่นใหม่ที่พร้อมจะก้าวต่อไปบนเส้นทางบันเทิงอย่างภาคภูมิใจ

ไอซ์ เอ็มโบ ร่วมส่งต่อพลังแห่งการให้ ชวนแบ่งปันน้ำใจผ่าน เข็มวันอานันทมหิดล ประจำปี 2569

ไอซ์ เอ็มโบ ร่วมส่งต่อพลังแห่งการให้ ชวนแบ่งปันน้ำใจผ่าน เข็มวันอานันทมหิดล ประจำปี 2569

ไอซ์ เอ็มโบ ร่วมส่งต่อพลังแห่งการให้ ชวนแบ่งปันน้ำใจผ่าน เข็มวันอานันทมหิดล ประจำปี 2569

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.05 น.

ศิลปินจีเอ็มเอ็ม มิวสิค ไอซ์ – ศรัณยู วินัยพานิช และ เอ็มโบ – พันธกานต์ พุ่มพฤกษ์   จากวง New Country ร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวเข็มวันอานันทมหิดล ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด“Care Beyond Cancer” เข็มที่ระลึกเนื่องใน “วันอานันทมหิดล” วันคล้ายวันสวรรคต รัชกาลที่ 8  (9 มิถุนายน) ผู้พระราชทานกำเนิด “แพทย์จุฬาฯ” พร้อมเชิญชวนบริจาคเพื่อนำไปสมทบทุนมูลนิธิ    อานันทมหิดล, มูลนิธิสงเคราะห์เด็ก สภากาชาดไทย, ช่วยเหลือพระภิกษุสงฆ์อาพาธ – ผู้ป่วยยากไร้ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, กิจกรรมจิตอาสา สโมสรนิสิต คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสนับสนุนการรักษาผู้ป่วยมะเร็งในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยมีผู้ใจบุญและแฟนคลับให้ความสนใจร่วมสนับสนุนเป็นจำนวนมาก ณ อาคารจักรพงษ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ไอซ์ – ศรัณยู วินัยพานิช เปิดเผยว่า

“รู้สึกดีใจและภูมิใจมากครับ ที่ได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในครั้งนี้ เพราะเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่เราได้ใช้พลังของตัวเองในการส่งต่อกำลังใจและช่วยเหลือผู้อื่นได้ ผมขอเชิญชวนทุกคนส่งต่อพลังแห่งน้ำใจ สร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ มาร่วมบริจาคเงินเพื่อรับเข็มที่ระลึกเนื่องในวันอานันทมหิดล  ประจำปี 2569 และรับเสื้อยืดและเสื้อโปโลสวยๆ เป็นของที่ระลึกกันนะครับ”

เอ็มโบ – พันธกานต์ พุ่มพฤกษ์ เปิดเผยว่า

“ผมเชื่อว่าการบริจาคเพียงเล็กน้อย ก็สามารถสร้างกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ให้กับผู้ป่วยและผู้ที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ เพราะทุกพลังของการให้ เมื่อรวมกันแล้ว ก็สามารถสร้างโอกาสให้ใคร            อีกหลายคนได้ครับ โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้จากเพจเฟซบุ๊ก ANAN DAY แล้วมาร่วมส่งต่อกำลังใจและความหวังด้วยกันนะครับ”

ผู้ที่สนใจสามารถร่วมบริจาค ผ่านเลขที่บัญชี 045-508231-4 บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี วันอานันทมหิดล ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย หรือทางเว็บไซต์ https://ananday.docchula.com ติดตามข่าวสารของโครงการได้ที่ Facebook: ANAN DAY หรือโทร. 02 256 4452-3