ชป.ประชุมมอบนโยบายงานจ้างที่ปรึกษา ของสำนักบริหารโครงการ ประจำปีงบประมาณ 68

ชป.ประชุมมอบนโยบายงานจ้างที่ปรึกษา ของสำนักบริหารโครงการ ประจำปีงบประมาณ 68

ชป.ประชุมมอบนโยบายงานจ้างที่ปรึกษา ของสำนักบริหารโครงการ ประจำปีงบประมาณ 68

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.03 น.

ชป.ประชุมมอบนโยบายงานจ้างที่ปรึกษา ของสำนักบริหารโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 นายวิทยา แก้วมี รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายงานจ้างที่ปรึกษาของสำนักบริหารโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยมี นายบุรีรัตน์ วงศ์บุรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมธารทิพย์ 01 ชั้น 4 อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน ถนนสามเสน กรุงเทพฯ และผ่านระบบ Video Conference

สำหรับการประชุมในครั้งนี้เป็นการมอบนโยบายงานจ้างศึกษาของสำนักบริหารโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 รวมทั้งรับฟังปัญหา อุปสรรค และแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อให้การทำงานของบริษัทที่ปรึกษาสอดคล้องกับยุทธศาสตร์และนโยบายของกรมชลประทานต่อไป

‘อัครา’เข้าร่วมงาน วันเกษตรภาคอีสาน มุ่งพัฒนาครบวงจร ชูครัวไทยสู่ครัวโลก

‘อัครา’เข้าร่วมงาน วันเกษตรภาคอีสาน มุ่งพัฒนาครบวงจร ชูครัวไทยสู่ครัวโลก

‘อัครา’เข้าร่วมงาน วันเกษตรภาคอีสาน มุ่งพัฒนาครบวงจร ชูครัวไทยสู่ครัวโลก

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในงานวันเกษตรภาคอีสาน ประจำปี 2568 ภายใต้คำขวัญ “เกษตรอีสานสร้างสรรค์ ผลักดัน Soft Power ยกระดับเกษตรทันสมัย สู่การพัฒนาไทยให้ยั่งยืน” ที่อาคารนิทรรศการจตุรมุข อุทยานเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยการจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนผลงานวิชาการและงานวิจัยทางการเกษตรของนักวิชาการทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงองค์กรพัฒนาเอกชนและเกษตรกร เพื่อเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ทางการเกษตรและเทคโนโลยีการเกษตรสู่ชุมชน การฝึกอบรมอาชีพการเกษตรให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจ รวมถึงการส่งเสริมการขยายตัวของธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรขนาดกลางและขนาดย่อม

นอกจากนี้ยังเป็นเวทีในการส่งเสริมและเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ชุมชนกระตุ้นให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษาเห็นความสำคัญของอาชีพเกษตรและการเป็นครัวของโลก พร้อมทั้งจัดแสดงผลงาน ผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม และความก้าวหน้าทางการเกษตรเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในด้านเศรษฐกิจ BCG

“กระทรวงเกษตรฯ พร้อมสนับสนุนการจัดงานเกษตรภาคอีสาน และทุกภาคส่วน ที่เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลก โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่พัฒนาภาคการเกษตร เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร สำหรับงานครั้งนี้ เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรและผู้ที่สนใจที่ได้เข้ามาเที่ยวชมงาน” นายอัครา กล่าว

ที่ปรึกษาฯร่วมประกวด ควายงามเมืองเจียงฮาย

ที่ปรึกษาฯร่วมประกวด  ควายงามเมืองเจียงฮาย

ที่ปรึกษาฯร่วมประกวด ควายงามเมืองเจียงฮาย

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจาก รมว.เกษตรฯ เป็นประธานเปิดงานมหกรรมประกวดควายงามเมืองเจียงฮายครั้งที่ 2 ที่ลานข้างหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย ชมรมอนุรักษ์และพัฒนาควายงาม จ.เชียงราย ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย จัดทำโครงการมหกรรมประกวดควายงามเมืองเจียงฮาย ครั้งที่ 2 ขึ้น

ทั้งนี้ ได้มีกิจกรรมการประกวดควายไทยการจัดแสดงผลงานทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการเลี้ยงควาย การเผยแพร่ความรู้ ด้านวิชาการและผลงานด้านปศุสัตว์ ตลอดทั้งการแสดงและจำหน่ายผลผลิตปศุสัตว์จากเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรต่างๆ ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้เกษตรกรและประชาชนผู้สนใจหันกลับมาพัฒนาทรัพยากรด้านการเลี้ยงสัตว์และการเกษตรที่ตนเองมีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยใช้องค์ความรู้ที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในงานดังกล่าว จากการศึกษาดูงาน นำกลับไปต่อยอดพัฒนาการเลี้ยงควายของตนเองต่อไป

‘อิทธิ’เดินหน้า3R-INGModel ไม่นำเข้าสินค้าเกษตรที่ผ่านการเผา

‘อิทธิ’เดินหน้า3R-INGModel ไม่นำเข้าสินค้าเกษตรที่ผ่านการเผา

‘อิทธิ’เดินหน้า3R-INGModel ไม่นำเข้าสินค้าเกษตรที่ผ่านการเผา

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมวิชาการนานาชาติ ภายใต้หัวข้อ “การเฉลิมฉลองทศวรรษแห่งความร่วมมือในระดับภูมิภาคเพื่ออนาคตเกษตรกรรมที่ยั่งยืน” และงาน 10th Anniversary of ASEAN Climate Resilience Network (ASEAN-CRN)โดยมีนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.เชียงใหม่ นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ที่ปรึกษา รมช.เกษตรฯ นายภูผา ลิกค์ ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.เกษตรฯ นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียนและผู้แทนองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ เข้าร่วม ที่โรงแรมเชียงใหม่ แมริออท อ.เมือง จ.เชียงใหม่

ทั้งนี้ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรฯ ได้กล่าวเปิดการประชุมผ่านวีดิทัศน์ ว่าประเทศไทย ให้ความสำคัญต่อการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภาคการเกษตร โดยมีนโยบาย 3R คือ Re-Habit การเปลี่ยนนิสัยหรือพฤติกรรมเกษตรกรในการทำการเกษตรจากแบบเดิมที่มีการเผาเป็นแบบไม่เผา Replace with High Value Crops ปรับเปลี่ยนโดยการปลูกพืชมูลค่าสูง เช่น ไม้ผลหรือพืชยืนต้น ทดแทนพืชระยะสั้นที่มีการเผาและ Replace with Alternate Cropsปรับเปลี่ยนพื้นที่นาปรังเป็นพืชสร้างรายได้อื่นอีกทั้งได้ยกระดับการดำเนินงานเป็น ING Model คือต้นแบบการผลิตพืชคาร์บอนต่ำด้วยการเพิ่มศักยภาพการผลิต การใช้นวัตกรรมในการผลิต เพื่อให้ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนแปลงภาคการเกษตร

ขณะเดียวกัน การประชุมครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมของประเทศสมาชิกอาเซียน และพันธมิตรทุกภาคส่วน นำไปสู่การผลักดันงานด้านการวิจัย และพัฒนาการเกษตรของอาเซียน (ATWGARD) ต่อไปยังการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส (SOM-AMAF Leader) และรัฐมนตรีอาเซียนด้านเกษตรและป่าไม้ (AMAF Leader) ต่อไป พร้อมกันนี้ ประเทศไทยจะเป็นผู้นำในการผลักดันให้ประเทศสมาชิกอาเซียนและพันธมิตรทุกภาคส่วนร่วมมือกันรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยการหลีกเลี่ยงการซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากกระบวนการเผาโดยหวังว่ารัฐมนตรีของอาเซียนจะสามารถร่วมกันประกาศความร่วมมือนี้ในการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านเกษตรและป่าไม้ครั้งต่อไป

นายอิทธิ กล่าวว่า ประเทศไทยจะเป็นผู้นำขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมในการไม่เผาพืชทางการเกษตร และไม่รับซื้อ ไม่นำเข้าสินค้าเกษตรที่ผ่านการเผา ขานรับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะมาตรการเกี่ยวกับพืชผลทางการเกษตรที่มีการเผา ที่ได้กำหนดมาตรการ “งดรับซื้อพืชจากการเผา” ตรวจสอบการลักลอบการนำเข้าพืชที่ผ่านการเผาทุกชนิดอย่างเด็ดขาด เพื่อลดปริมาณฝุ่นฯ ให้ได้มากกว่าปีที่ผ่านมาผ่านประกาศกระทรวงเกษตรฯ เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2568 เรื่อง มาตรการบริหารจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ภาคการเกษตร

‘กรมการข้าว’จัดพิธีบวงสรวงตั้งศาลเจ้าที่กรมการข้าว เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และความสิริมงคล

'กรมการข้าว'จัดพิธีบวงสรวงตั้งศาลเจ้าที่กรมการข้าว เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และความสิริมงคล

‘กรมการข้าว’จัดพิธีบวงสรวงตั้งศาลเจ้าที่กรมการข้าว เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และความสิริมงคล

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 20.38 น.

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย ดร.ชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นายอานนท์ นนทรีย์ รองอธิบดีกรมการข้าว นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมการข้าว ร่วมกันทำพิธีบวงสรวงตั้งศาลเจ้าที่ประจำกรมการข้าว เพื่อให้เป็นที่เคารพสักการะ เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ สร้างขวัญกำลังใจ และเป็นศูนย์รวมจิตใจให้กับบุคลากรกรมการข้าว ณ บริเวณหน้าอาคารจักรพันธุ์ กรมการข้าว

– 006

ธ.ก.ส.ผนึกกำลังเกษตรกรกระบี่ ขับเคลื่อนภารกิจสีเขียว

ธ.ก.ส.ผนึกกำลังเกษตรกรกระบี่ ขับเคลื่อนภารกิจสีเขียว

ธ.ก.ส.ผนึกกำลังเกษตรกรกระบี่ ขับเคลื่อนภารกิจสีเขียว

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 16.54 น.

10 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ ชุมชนธนาคารต้นไม้ บ้านพรุดินนา เลขที่ 24 หมู่ที่ 6 และ เลขที่ 83 ม.6 ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ของนายเดชา ศรีชัย ประธานวิสาหกิจ ธนาคารต้นไม้ บ้านพรุดินนา ได้มีการรวมตัวของสมาชิกของชุมชนธนาคารต้นไม้และชุมชนไม้มีค่าในจังหวัดกระบี่ 3 ชุมชน ประกอบด้วย ธนาคารต้นไม้บ้านพรุดินนา บ้านปลายทับใหม่ และบ้านคลองพน จังหวัดกระบี่

โดยในวันนี้ ธ.ก.ส. ได้ลงพื้นที่เพื่อผนึกกำลังชุมชนธนาคารต้นไม้และชุมชนไม้มีค่าในจังหวัดกระบี่ 3 ชุมชน ในการขับเคลื่อนภารกิจซื้อ – ขายคาร์บอนเครดิตในโครงการ BAAC Carbon Credit พร้อมออกใบ Certificate มาตรฐาน T-VER จาก อบก.(องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกองค์การมหาชน) เพื่อตอบโจทย์ภาคธุรกิจในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ได้แก่ ธนาคารต้นไม้บ้านพรุดินนา บ้านปลายทับใหม่ และบ้านคลองพน จังหวัดกระบี่

นางสาวฐานิศวร์ ฐิติโชติวัฒนกุล ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ได้ร่วมกับชุมชนในการดำเนินโครงการ BAAC Carbon Credit เพื่อเดินหน้าแนวทางการส่งเสริมการ ซื้อ-ขาย คาร์บอนเครดิตในประเทศ ตามโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) เริ่มจากการขึ้นทะเบียนโครงการ การตรวจนับจำนวนต้นไม้ การตรวจรับรองคาร์บอนเครดิตจากผู้ประเมินภายนอก (Validation and Verification Body: VVB) 

การรับรองปริมาณคาร์บอนเครดิตจากองค์กรบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) เพื่อนำปริมาณการกักเก็บคาร์บอนไปตอบโจทย์ความต้องการของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ที่มีเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในจังหวัดกระบี่ มีธนาคารต้นไม้ที่เข้าร่วมโครงการ 3 ชุมชน ได้แก่ ธนาคารต้นไม้บ้านพรุดินนา ธนาคารต้นไม้บ้านปลายทับใหม่ และธนาคารต้นไม้บ้านคลองพน ซึ่งมีจำนวนต้นไม้ที่เข้าโครงการจำนวน 32,397 ต้น จำนวนพื้นที่ 1,000 ไร่ คาดว่ามีปริมาณคาร์บอนเครดิตจำนวน 307 ตันคาร์บอนที่ขึ้นทะเบียนกับ อบก. ซึ่งโครงการดังกล่าว นอกจากช่วยสร้างรายได้กลับคืนสู่ผู้ปลูกต้นไม้แล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการเพิ่มพื้นที่สีเขียวที่จะมาดูดซับปริมาณคาร์บอน สร้างภูมิคุ้มกันและบรรเทาผลกระทบจากปัญหาโลกร้อน และผลักดันให้ประเทศไทยสามารถบรรลุข้อตกลงความเป็นกลางทางคาร์บอนตามเป้าหมายที่วางไว้ 

ทั้งนี้ สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดกระบี่ มีเป้าหมายที่จะขยายการสร้างคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้ไปยังชุมชนที่เข้าร่วมโครงการธนาคารต้นไม้รวมถึงขยายผลไปยังกิจกรรมอื่น ๆ เช่น การเพิ่มพื้นที่ปลูกป่าชายเลน เป็นต้น โดยคาดว่า

จะมีปริมาณคาร์บอนเครดิตที่จะนำมาซื้อ – ขายได้กว่า 2,100 ตันคาร์บอน ภายใน 7 ปีมูลค่าประมาณ 6,300,000 บาท

สำหรับผู้ที่สนใจ และต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม สร้างรายได้และสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็งให้กับชุมชน อันนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน สามารถติดต่อได้ที่ ธ.ก.ส ในสังกัด สนจ.กระบี่ ได้ทุกสาขา ใกล้บ้าน

.025

‘อธิบดีกรมการข้าว’ประชุมตรวจสอบรายงานการเงินกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

'อธิบดีกรมการข้าว'ประชุมตรวจสอบรายงานการเงินกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

‘อธิบดีกรมการข้าว’ประชุมตรวจสอบรายงานการเงินกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.13 น.

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานการประชุมปิดตรวจสอบรายงานการเงินของเงินทุนหมุนเวียนเพื่อผลิตและขยายพันธุ์พืช กรมการข้าว สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2567 และประชุมเปิดตรวจสอบรายงานการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2567 ของกรมการข้าว โดยมี นางสาววันทนีย์ สุขสมบูรณ์ ผู้อำนวยการกลุ่ม รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักตรวจเงินแผ่นดินที่ 11 และคณะ เป็นผู้กำกับดูแล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่/บุคลากรผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องปฏิบัติการติดตามสถานการณ์ข้าว ชั้น 1 อาคารกรมการข้าว

– 006

ไทย-ญี่ปุ่นเดินหน้าร่วมมือด้านเกษตร

ไทย-ญี่ปุ่นเดินหน้าร่วมมือด้านเกษตร

ไทย-ญี่ปุ่นเดินหน้าร่วมมือด้านเกษตร

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังหารือกับ ดร.ฮางิวาระ ฮิเดกิ ที่ปรึกษารองอธิบดีกรมสิ่งแวดล้อม การส่งออกและกิจการระหว่างประเทศ (Dr. Hagiwara Hideki : Counsellor Deputy Director-General for Environment, Export and International Affairs Bureau) พร้อมคณะ ว่า ไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดในหลายมิติ โดยเฉพาะด้านการเกษตร ภายใต้กรอบทวิภาคีและพหุภาคี ซึ่งฝ่ายญี่ปุ่นได้เสนอเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดไทย-ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Economic Partnership Agreement : JTEPA) ครั้งที่ 15 ในเดือนมิถุนายน 2568 ที่ประเทศญี่ปุ่น พร้อมทั้งแจ้งว่าหน่วยงาน National Agriculture and Food Research Organization (NARO) ประเทศญี่ปุ่น สนใจที่จะมีความร่วมมือในการลดการเผา (Burning crop) กับกระทรวงเกษตรฯ

สำหรับกรอบอาเซียน-ญี่ปุ่น ฝ่ายญี่ปุ่นยินดีที่จะสนับสนุนการดำเนินโครงการที่อยู่ภายใต้แผนความร่วมมือสีเขียวอาเซียน-ญี่ปุ่น (ASEAN-Japan MIDORI Cooperation Plan)ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ที่ให้ความสำคัญกับการปรับใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร นอกจากนี้ ฝ่ายไทยขอให้ฝ่ายญี่ปุ่นพิจารณาการขอเปิดตลาดส้มโอและมะม่วงสดทุกสายพันธุ์ของไทยไปยังประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศคู่ค้าสินค้าเกษตรอันดับที่ 3 ของไทย ในระหว่างปี 2564-2566 มีสัดส่วนการค้าสินค้าเกษตรร้อยละ 7.65 ของมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรของไทยกับโลกซึ่งฝ่ายไทยได้เปรียบดุลการค้ากับญี่ปุ่นมาโดยตลอด สำหรับสินค้าส่งออกสำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ไก่ชนิดแกลลัสโดเมสติกัสปรุงแต่ง อาทิ แกงไก่ที่บรรจุกระป๋อง 2.ชิ้นเนื้อและเครื่องในที่บริโภคได้ของไก่ชนิดแกลลัสโดเมสติกัสแช่แข็ง 3.อาหารสุนัขหรือแมวสำหรับขายปลีก 4.ปลาทูน่า ปลาสคิปแจ็ค และปลาโบนิโต ปรุงแต่ง อาทิ ปลาทูน่ากระป๋อง และ 5.ยางธรรมชาติที่กำหนดไว้ในทางเทคนิค

สวพส.สร้างชุมชนสีเขียว ชูไม่เผาลดหมอกควันพื้นที่สูง

สวพส.สร้างชุมชนสีเขียว  ชูไม่เผาลดหมอกควันพื้นที่สูง

สวพส.สร้างชุมชนสีเขียว ชูไม่เผาลดหมอกควันพื้นที่สูง

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส.กล่าวว่า ในปี 2566 มีจุดความร้อนสะสมในพื้นที่ดูแลของ สวพส.8 จังหวัด มากถึง 7,836 จุด ก่อให้เกิดฝุ่น PM2.5 ในระดับสูง ซึ่งทุกภาคส่วนจะแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการต่างๆ และที่เห็นเป็นประจำทุกปี คือการพ่นน้ำ การดับไฟป่า การจัดทำแนวกันไฟ และอีกหลายๆ กิจกรรม จากปัญหาดังกล่าว สวพส.ได้ขยายองค์ความรู้จากโครงการหลวงมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ทั้งการทำการเกษตรแบบไม่เผา โดยการจัดพื้นที่รายแปลงที่เหมาะสม เน้นการใช้พื้นที่น้อยให้มีรายได้มาก ใช้พืชผักที่ขายได้ในราคาสูงและทำได้ตลอดทั้งปี สวพส.ได้ดำเนินงานการเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยส่งเสริมการปลูกไม้ผลและกาแฟใต้ร่มเงาในพื้นที่ป่า และการประสานกับหน่วยงานภาคีในการช่วยเหลือชุมชนบนพื้นที่สูงให้มีวิถีชีวิตที่ดีและพอมีพอกินตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยการทำการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กล่าวคือ เมื่อชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทำให้ชาวบ้านมีเวลาที่จะดูแลป่าไม้ที่อยู่รอบชุมชนมากขึ้น เพิ่มพื้นที่สีเขียวและพื้นที่ทำการเกษตรที่มีไม้ยืนต้น ไม่บุกรุกทำลายป่า โดยการทำเกษตรแบบไม่เผา ส่งผลให้ในปี 2567 นี้ จุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่การดูแลของ สวพส.8 จังหวัด รวม 5,137 จุด ลดลงถึง 34% เมื่อเทียบกับปี 2566

สำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบโขง ต.แม่หลอง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ดำเนินการโดย สวพส.ถือเป็นต้นแบบสำคัญของการปรับเปลี่ยนวิถีเกษตรให้สอดคล้องกับธรรมชาติและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดย สวพส.เริ่มดำเนินงานด้วยการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสร้างความคุ้นเคยกับผู้นำชุมชนและชาวบ้าน พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้จากโครงการหลวงที่เน้นการพัฒนาพื้นที่สูงในทุกมิติ ตั้งแต่การทำเกษตรกรรมที่ไม่เผา การจัดการพื้นที่แปลงเกษตรอย่างเหมาะสม ไปจนถึงการปลูกพืชที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ชุมชนสามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องพึ่งพาการเผา ในปี 2567 พื้นที่ในโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบโขงพบจุดความร้อน (Hotspot) เพียง 1 จุด ชุมชนในพื้นที่สามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสมดุล มีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถทำเกษตรกรรมที่สร้างรายได้ให้ตลอดทั้งปีโดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

“การดำเนินงานของ สวพส.ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาที่สมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน แต่ยังสะท้อนถึงความสำเร็จในการส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน การอยู่ร่วมกันระหว่างคนและป่าอย่างกลมกลืน ซึ่งสิ่งนี้เป็นความตั้งใจของ สวพส.ร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวง ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยมีเป้าหมายในการรักษาสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตที่ยั่งยืนของชุมชนบนพื้นที่สูงต่อไป” นายวิรัตน์ กล่าว

รองปลัดฯประชุมคกก. พัฒนาเกลือทะเลไทย

รองปลัดฯประชุมคกก. พัฒนาเกลือทะเลไทย

รองปลัดฯประชุมคกก. พัฒนาเกลือทะเลไทย

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

น.ส.ภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย ครั้งที่ 1/2568 โดยมีนายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุม 134-135 กระทรวงเกษตรฯ และผ่านระบบออนไลน์

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการและแนวทางแก้ไขปัญหาราคาเกลือทะเลตกต่ำ รวมถึงการบริหารจัดการสต๊อกเกลือทะเล สำหรับปีการผลิต 2567/68 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพการผลิตและการตลาดอย่างยั่งยืน ภายใต้แผนปฏิบัติการพัฒนาเกลือทะเล ปีงบประมาณ 2566-2570 ซึ่งประกอบด้วย 5 แผนงานสำคัญ ได้แก่ 1.การยกระดับคุณภาพและมาตรฐานเกลือทะเลไทย 2.การพัฒนาเกษตรกรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 3.การพัฒนาระบบการตลาด 4.การจัดระบบการผลิตอย่างยั่งยืน และ 5.การบูรณาการส่งเสริมและพัฒนาเกลือทะเลไทย