เกษตรกรเมืองช้างโอด! วอนรัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคาวัวควายตกต่ำมากสุดในรอบ 20 ปี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811766

เกษตรกรเมืองช้างโอด! วอนรัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคาวัวควายตกต่ำมากสุดในรอบ 20 ปี

เกษตรกรเมืองช้างโอด! วอนรัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคาวัวควายตกต่ำมากสุดในรอบ 20 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 21.51 น.

เกษตรกรเมืองช้างโอด! วอนรัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคาวัวควายตกต่ำมากสุดในรอบ 20 ปี

วันที่ ( 20 มิ.ย. 67 ) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงานว่า ได้พบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค , กระบือ ในเขตพื้นที่บ้านชำสะมิง ต.ชบ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ที่ได้รับผลกระทบเรื่อง ราคาโคตกต่ำ ซึ่งคาดว่ามากสุดในรอบ 20 ปี จึงอยากวอนผ่านสื่อไปถึงรัฐบาล ให้ช่วยเร่งหาทางออก และแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร

นายทิน ปัญญาดี อายุ 58 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ เล่าว่า ตนก็ไม่รู้สาเหตุเหมือนกันว่าทำไมราคาวัว , ควาย ถึงตกต่ำขนาดนี้ ตนมีวัวที่เลี้ยงอยู่ทั้งหมด 5 ตัว ซึ่งเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา วัวที่ตนเลี้ยง อายุประมาณเท่าที่มีอยู่ในคอก สามารถขายได้สบายๆ 2-3 หมื่นบาทต่อตัว ซึ่งปัจจุบันราคาไม่ถึง 7 พันบาท ซึ่งวันก่อนตนได้นำวัวไปขายแล้วด้วย แต่มานึกอีกทีว่าสงสารวัว และก็สงสารตัวเองที่ทุ่มเทเลี้ยงมา ก็เลยตัดสินใจเอาเงินไปคืนพ่อค้าที่รับซื้อวัว

นายทิน ยังเล่าว่า ตนก็แปลกใจเหมือนกันว่า ราคาเนื้อวัวที่ขายตามท้องตลาด ราคาก็ไม่ได้ถูก กิโลกรัมละเกือบ 300 บาท แต่ทำไมพ่อค้าที่รับซื้อวัวถึงให้ราคาถูกขนาดนี้ ตอนนี้ตนหาทางออกไม่ได้เลย หนี้สินก็เต็มไปหมด หวังจะเลี้ยงวัวไว้ขายก็มีแต่ขาดทุน ตนอยากจะฝากไปถึงรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยเร่งหาทางออก และแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ส่งเสริมให้ราคาวัว , ควาย ดีขึ้นกว่านี้หน่อย ไม่ใช่แค่ตน หรือคนสุรินทร์เท่านั้น อยากให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือเกษตรกรคนไทยทั่วทั้งประเทศ

รับจ้างบินโดรนพ่นสารกำจัดศัตรูพืช ต้องผ่านหลักสูตรอบรม-ขออนุญาตครอบครองวัตถุอันตราย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811761

รับจ้างบินโดรนพ่นสารกำจัดศัตรูพืช ต้องผ่านหลักสูตรอบรม-ขออนุญาตครอบครองวัตถุอันตราย

รับจ้างบินโดรนพ่นสารกำจัดศัตรูพืช ต้องผ่านหลักสูตรอบรม-ขออนุญาตครอบครองวัตถุอันตราย

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 21.03 น.

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2567 เพจเฟซบุ๊ก “สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย. ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความรู้ด้านการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เผยแพร่คลิปวีดีโอ “เรื่องที่คนใช้โดรนทางการเกษตรต้องรู้…ในep.22” โดยมี น.ส.อัชลี นามวงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มควบคุมวัตถุอันตราย สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร มาให้ความรู้ ซึ่งสืบเนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรนิยมใช้โดรนฉีดพ่นสารกำจัดศัตรูพืช รวมถึงเกิดอาชีพรับจ้างบินโดรนในงานเกษตรอย่างแพร่หลาย

โดย น.ส.อัชลี กล่าวว่า เรื่องนี้มีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คือ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ในมาตรา 22 ระบุว่า ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายประเภทที่ 2 ต้องแจ้งการดำเนินการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อน และมาตรา 23 ระบุว่า ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

ขณะที่ในส่วนของโดรน จะมี 2 หน่วยกงานที่เกี่ยวข้อง คือเชิงวิชาการ โดยสำนักวิจัยอารักขาพืช กรมวิชาการแกษตร มีภารกิจให้ความรู้ในการใช้งานโดรนอย่างถูกวิธีและปลอดภัย ที่ผ่านมาอบรมไปแล้ว 2 รุ่น มีผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 1,000 คน ผู้ผ่านการอบรมจะได้ใบประกาศซึ่งมีอายุ 5 ปี และหากต้องการประกอบอาชีพรับจ้างบินโดรนพ่นสารเคมีทางการเกษตรในแปลงของผู้อื่น ก็ต้องทำเรื่องขออนุญาตครอบครองวัตถุอันตรายกับกลุ่มควบคุมวัตถุอันตราย เพราะมีกฎหมายระบุเรื่องการครอบครองสารเคมีเพื่อรับจ้าง ต้องผ่านการอบรมและได้รับอนุญาตด้วย

“ใบอนุญาตอายุ 1 ปี พอหมดอายุก็ต้องต่ออายุ ค่าธรรมเนียมขอมีไว้ในครอบครองขั้นต่ำอยู่ที่ 500 บาท แต่ในการพิจารณาว่าราคาอยู่ที่เท่าไร คือขั้นต่ำ 500 บาท แต่ว่าเราจะดูปริมาณในการเก็บ ขนาดพื้นที่ในการเก็บก็คือราคาก็จะเพิ่ม แพงที่สุดจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาท แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ขั้นต่ำ 500 บาท” น.ส.อัชลี กล่าว

น.ส.อัชลี กล่าวต่อไปว่า ในการต่อใบอนุญาตครอบครองวัตถุอันตราย สามารถต่อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ โดยกรมวิชาการเกษตร มีระบบ National Single Window (NSW) หากผู้ประกอบการหรือเกษตรกรอยู่ต่างจังหวัด สามารถแจ้งหรือสมัครได้เลย โดยหากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามได้ที่หมายโทรศัพท์ 02-579-7990 และ 02-579-7986

ทั้งนี้ ในกรณีของเกษตรกรที่ใช้โดรนพ่นสารเคมีเกษตรในแปลงของตนเอง ไม่ได้รับจ้างพ่นในแปลงของบุคคลอื่น ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง ยกเว้นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ พ.ศ.2539 ได้กำหนดว่า กรณีผู้มีวัตถุอันตรายเพื่อกำจัดศัตรูพืชในการประกอบเกษตรกรรมของตนเอง ได้รับการยกเว้นไม่ต้องแจ้งหรือขออนุญาตครอบครองวัตถุอันตราย อย่างไรก็ตาม เกษตรกรกลุ่มนี้ยังต้องผ่านการอบรมหลักสูตรการใช้งานโดรนอย่างถูกวิธีและปลอดภัย

ขอบคุณเรื่องจาก https://www.facebook.com/WSST1977/videos/811121634414939?locale=th_TH

‘กรมพัฒนาที่ดิน’ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนศูนย์ชีวภาพชุมชน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811730

'กรมพัฒนาที่ดิน'ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนศูนย์ชีวภาพชุมชน

‘กรมพัฒนาที่ดิน’ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนศูนย์ชีวภาพชุมชน

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 19.10 น.

กรมพัฒนาที่ดิน ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนศูนย์ชีวภาพชุมชน (Community Biological Center : CBC LDD)

นางนงนุช ศรีพุ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 มอบหมายให้ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 พร้อมด้วย นายพรภิรมย์ อ่อนสัมพันธุ์ ประธานศูนย์ชีวภาพชุมชน เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนศูนย์ชีวภาพชุมชน (Community Biological Center : CBC LDD) โดยความร่วมมือระหว่างกรมพัฒนาที่ดินและสถาบัน IRD โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านความหลากหลายชีวภาพทางดิน และกำหนดแผนบูรณาการในการทำงานเพื่อขับเคลื่อนศูนย์ชีวภาพชุมชน ร่วมกันแสวงหาแนวทางการจัดการดินอย่างยั่งยืน และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และการใช้ประโยชน์จากความหลากหลาย ทางพันธุกรรมของจุลินทรีย์ เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมทางการเกษตร การผลิต ขยาย และใช้จุลินทรีย์เพื่อการเกษตรในระดับชุมชนท้องถิ่น เกษตรกรสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ พด. ของกรมพัฒนาที่ดิน และทำให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ เช่น ปุ๋ยชีวภาพ และสารชีวภัณฑ์ต่างๆ เป็นต้น เกษตรกรสามารถดำเนินกิจกรรม และใช้ผลิตภัณฑ์จากฐานทรัพยากรทางชีวภาพที่ก่อให้เกิดมูลค่าและคุณค่าต่อชุมชนท้องถิ่นต่อไป ณ ห้องประชุม 801 กรมพัฒนาที่ดิน กรุงเทพมหานคร

– 006

สพข.1 ร่วมอบรม รวมพล คนหัวใจอินทรีย์ เสริมทักษะสู่การพัฒนาเกษตรอินทรีย์ พีจีเอส (PGS) ผลิตอาหารปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811696

สพข.1 ร่วมอบรม รวมพล คนหัวใจอินทรีย์ เสริมทักษะสู่การพัฒนาเกษตรอินทรีย์ พีจีเอส (PGS) ผลิตอาหารปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

สพข.1 ร่วมอบรม รวมพล คนหัวใจอินทรีย์ เสริมทักษะสู่การพัฒนาเกษตรอินทรีย์ พีจีเอส (PGS) ผลิตอาหารปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 17.44 น.

สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 นางนงนุช ศรีพุ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 มอบหมายให้ มิสเตอร์เกษตรอินทรีย์ในสังกัด เข้าร่วมฝึกอบรมโครงการฝึกอบรมวิทยากรระดับพื้นที่ด้านการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ หลักสูตร “การพัฒนาเจ้าหน้าที่ พด.เป็นมิสเตอร์อินทรีย์” โดย ดร.อาทิตย์ ศุขเกษม รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ด้านวิชาการ เป็นประธานเปิดการอบรมฯ และนายจำเริญ นาคคง ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน กล่าวรายงานที่มาความสำคัญของการจัดอบรม

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาที่ดินที่สมัครเป็นมิสเตอร์เกษตรอินทรีย์ได้รับความรู้ความเข้าใจ กระบวนการขับเคลื่อนกลุ่มเกษตรอินทรีย์ด้วยระบบการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม PGS เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินงานขับเคลื่อนกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์ให้ผ่านการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ต่อไป เพื่อทดสอบคัดเลือกผู้ที่มีความรู้ความสามารถผ่านเกณฑ์ที่กรมฯกำหนด ให้ได้รับการแต่งตั้งเป็นมิสเตอร์เกษตรอินทรีย์ประจำในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ สำหรับขับเคลื่อนงานเกษตรอินทรีย์ PGS ตามมาตรฐานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ในการอบรมประกอบด้วยภาคบรรยายภาคปฏิบัติเพื่อให้เกิดความเข้าใจในกระบวนการขับเคลื่อนกลุ่มเกษตรอินทรีย์อย่างมีประสิทธิภาพ การเสวนา เป็นการแลกเปลี่ยน แชร์ประสบการณ์ สำหรับกลุ่ม/พื้นที่ที่ดำเนินการเกษตรอินทรีย์ประสบผลสำเร็จ เพื่อเป็นแนวทางให้กับมิสเตอร์เกษตรอินทรีย์ในการขับเคลื่อนกลุ่ม และยังมีการลงพื้นที่เกษตรอินทรีย์ ทำให้มิสเตอร์เกษตรอินทรีย์ที่เข้ารับการอบรมได้ทักษะเพิ่มเติม สามารถนำไปใช้เพื่อขับเคลื่อนกลุ่มเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยผู้เข้าอบรมประกอบด้วย มิสเตอร์เกษตรอินทรีย์จากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ในสังกัดกรมพัฒนาที่ดิน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง วิทยากร ผู้สังเกตการณ์ รวม 230 คน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 19 มิถุนายน 2567 โดยกองวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน ร่วมกับมูลนิธิเกษตรอินทรีย์ไทย ณ วังรีรีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก

สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 ร่วมพิธีเปิด’โครงการพัฒนา 72 สายน้ำ อย่างยั่งยืน’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811694

สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 ร่วมพิธีเปิด'โครงการพัฒนา 72 สายน้ำ อย่างยั่งยืน'

สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 ร่วมพิธีเปิด’โครงการพัฒนา 72 สายน้ำ อย่างยั่งยืน’

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 17.40 น.

สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 ร่วมพิธีเปิด “โครงการพัฒนา 72 สายน้ำ อย่างยั่งยืน” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2567 นางนงนุช ศรีพุ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 เข้าร่วมพิธีเปิด “โครงการพัฒนา 72 สายน้ำ อย่างยั่งยืน” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการฯ โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อน้อมนำแนวทางพระราชดำริ พระราชปณิธาน และพระบรมราโชบายเกี่ยวกับการพัฒนาสิ่งแวดล้อม พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้อยู่ดีมีสุข ณ บริเวณจุดชมวิวรถไฟลอยน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตำบลโคกสลุง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี

พด.ร่วมงานแถลงข่าว เกษตรพากิน พาเที่ยว@ลานคนเมือง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811692

พด.ร่วมงานแถลงข่าว เกษตรพากิน พาเที่ยว@ลานคนเมือง

พด.ร่วมงานแถลงข่าว เกษตรพากิน พาเที่ยว@ลานคนเมือง

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 17.36 น.

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2567 ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรุงเทพฯ นายอธิวัฒน์ สิทธิภิญญาพัฒน์ ผู้อำนวยการกองเทคโนโลยีชีวภาพ ร่วมงานแถลงข่าวการจัดงาน “เกษตรพากิน พาเที่ยว @ลานคนเมือง” ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรุงเทพฯ โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดจัดงาน “เกษตรพากิน พาเที่ยว @ลานคนเมือง” ในระหว่างวันที่ 26 – 30 มิถุนายน พ.ศ. 2567 เพื่อส่งเสริมและสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสินค้าเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ และสินค้าอัตลักษณ์ ให้แก่ผู้บริโภค นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และบุคคลทั่วไป รวมถึงสร้างโอกาสให้เกษตรกรในการเรียนรู้ด้านการตลาดอีกด้วย ซึ่งภายในงานแถลงข่าวได้มีการจัดแสดงตัวอย่างสินค้าบางส่วนที่จะนำไปจำหน่ายในงานอีกด้วย โดยกรมพัฒนาที่ดินได้ร่วมจัดแสดงสินค้าผักอินทรีย์หลากสีมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ PGS ด้วยนวัตกรรมสารเร่งซุปเปอร์ พด. จากแปลงเกษตรอินทรีย์ของจ่าเหน่ง เกษตรอินทรีย์ หรือ หมอดินบัญชา เพ็ชรรักษ์ หมอดินอาสาจังหวัดสิงห์บุรี และเกษตรกรดีเด่น สาขาเกษตรอินทรีย์ ประจำปี 2567 ซึ่งเป็นผักอินทรีย์ที่เพาะปลูกแบบธรรมชาติที่ไม่ใช้สารเคมีสังเคราะห์ใดๆในทุกขั้นตอนของการผลิต ใช้น้ำหมักชีวภาพจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืช นอกจากนี้ ยังมีดินปลูกผักซึ่งเป็นดินอินทรีย์คุณภาพสูง มีธาตุอาหาร N P K ครบถ้วน มีจุลินทรีย์ที่ดีต่อดินและพืชช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดี เหมาะสำหรับพืชผักทุกชนิด

ทั้งนี้ กรมพัฒนาที่ดิน ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมเที่ยวชมงานมหกรรมสินค้าเกษตร “เกษตรพากิน พาเที่ยว @ลานคนเมือง” กรมฯ ร่วมจัดนิทรรศการที่โซน D บูธลำดับที่ D 21 ในหัวข้อ “นวัตกรรม พด. สร้างมูลค่าขยะ สู่ ZERO WASTE” จัดแสดงความรู้การเพิ่มมูลค่าขยะให้เกิดประโยชน์ โดยนำมาผลิตเป็นปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ และสารบำบัดน้ำเสียขจัดกลิ่นเหม็น ใช้ในครัวเรือน ร่วมกับนวัตกรรมสารเร่งซุปเปอร์พด.ต่างๆ โดยมีการสาธิตวิธีการทำจริง กิจกรรมทำกระถางรักษ์โลก พด.รักษ์ดินจำนวน 100 ชุดต่อวัน และผลิตภัณฑ์ปุ๋ยหมักและผักอินทรีย์ ของหมอดินอาสาดีเด่น เป็นแนวทางช่วยลดปริมาณขยะให้เป็นศูนย์ และยังได้ปุ๋ยอินทรีย์ไว้บำรุงพืชผัก ช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน และพิเศษสำหรับผู้มาร่วมงาน แจกสารเร่งพด. 300 ชุดต่อวัน ระหว่างวันที่ 26 – 30 มิถุนายนนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

‘กรมพัฒนาที่ดิน’ขอเชิญชวนเที่ยวงานมหกรรมสินค้าเกษตร’เกษตรพากินพาเที่ยว@ลานคนเมือง’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811691

'กรมพัฒนาที่ดิน'ขอเชิญชวนเที่ยวงานมหกรรมสินค้าเกษตร'เกษตรพากินพาเที่ยว@ลานคนเมือง'

‘กรมพัฒนาที่ดิน’ขอเชิญชวนเที่ยวงานมหกรรมสินค้าเกษตร’เกษตรพากินพาเที่ยว@ลานคนเมือง’

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 17.32 น.

กรมพัฒนาที่ดิน ขอเชิญชวนเที่ยวงานมหกรรมสินค้าเกษตร “เกษตรพากินพาเที่ยว@ลานคนเมือง” ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 26 – 30 มิถุนายน 2567 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น.พบกันที่โซน D บูธ D 21

– จัดเต็มความรู้!! นิทรรศการ “นวัตกรรม พด. สร้างมูลค่าขยะ สู่ ZERO WASTE” ให้ความรู้และสาธิตการใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด.ต่างๆ มาผลิตปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ และสารบำบัดน้ำเสียขจัดกลิ่นเหม็นใช้ในครัวเรือน

– ชม!! ผลิตภัณฑ์จานและกระถางที่ได้จากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยหมัก ผักอินทรีย์ PGS

– ร่วมกิจกรรมทำกระถางรักษ์โลก พด.รักษ์ดิน ทุกวัน!!

พด.มีของดีมาแจก ชุดสารเร่ง พด. 300 ชุด/วัน รีบมาเลยจ้า

ห้ามพลาด!! กิจกรรม The Miracle of soil วันที่ 29 มิ.ย.เวลา 10.00 – 12.00 น. ณ เวทีกลาง DIY ใช้ดินสีต่างๆ ทำเป็นชั้นดินในขวดโหล วาดภาพโดยใช้ดินแทนการใช้สีลงบนผ้า รับของฝากติดมือกลับบ้าน

#กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ #พากินพาเที่ยวลานคนเมือง #ลานคนเมือง #กรมพัฒนาที่ดิน

https://www.facebook.com/share/B8f7AiaTwUPUkwUW/?mibextid=QwDbR1

‘เลขาฯสปก.’จ่อฟันวินัย 4 จนท.โคราชเอี่ยวนอมินีนายทุน ลุยเช็ค 36 ล้านไร่สกัดฮุบที่ดินมิชอบ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811606

‘เลขาฯสปก.’จ่อฟันวินัย 4 จนท.โคราชเอี่ยวนอมินีนายทุน ลุยเช็ค 36 ล้านไร่สกัดฮุบที่ดินมิชอบ

‘เลขาฯสปก.’จ่อฟันวินัย 4 จนท.โคราชเอี่ยวนอมินีนายทุน ลุยเช็ค 36 ล้านไร่สกัดฮุบที่ดินมิชอบ

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 13.58 น.

‘วิณะโรจน์’เลขาฯส.ป.ก.เดินหน้าตรวจสอบการครอบครองที่ดินส.ป.ก. มิชอบทั่วประเทศ พร้อมนำรายชื่อผู้ครอบครองที่ดินติดประกาศทุกอบต.-เทศบาล พร้อมรับเรื่องร้องเรียน-คัดค้าน ส่วน 4 เจ้าหน้าที่ส.ป.ก.โคราช ออกหนังสืออนุญาตไม่ถูกต้อง ดำเนินการทางวินัยคู่ขนานกับทางกฎหมาย

20 มิถุนายน 2567 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมเจ้าหน้าที่ปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา 4 ราย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจโดยทุจริตและเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเกี่ยวกับการออกส.ป.ก. 4-01 ในจังหวัดนครราชสีมาโดยไม่เป็นไปตามระเบียบของส.ป.ก. ว่า ในส่วนของส.ป.ก. ส่วนกลางมีการดำเนินการทางวินัยคู่ขนานกันไป ซึ่งได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงมาก่อนหน้านี้แล้ว หากพบกระทำผิดจริงจะลงโทษทางวินัยด้วย (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘บิ๊กเต่า’นำทีม! จับเจ้าหน้าที่ สปก. โคราช ออกหนังสือให้นอมินี ครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. เอื้อนายทุน)

สำหรับการตรวจสอบการถือครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินไม่ถูกต้อง หรือเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติตามกฎหมายนั้น ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ให้การออกหนังสืออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดินส.ป.ก. เป็นไปเพื่อเกษตรกรอย่างแท้จริง โดยนำรายชื่อผู้ได้รับส.ป.ก. 4-01 ไปติดประกาศที่ อบต. และเทศบาล เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถตรวจสอบได้อย่างกว้างขวาง หากพบข้อสงสัยและร้องเรียนมาจะรับเรื่องร้องเรียนเพื่อตรวจสอบ

นอกจากนี้ยังมีคณะทำงานกลั่นกรองความผิดเกี่ยวกับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยทำงานตั้งแต่ระดับอำเภอซึ่งมีนายอำเภอเป็นประธานเพื่อช่วยให้การพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติการใช้ประโยชน์ในที่ดินของผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินเป็นไปด้วยความรวดเร็วยิ่งขึ้น หากพบการครอบครองที่ดินไม่ถูกต้องจะส่งต่อมายังจังหวัด แล้วส่งมายัง ส.ป.ก. ส่วนกลาง จากนั้นจะนำเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการการขับเคลื่อนการตรวจสอบและพิจารณาความผิดเกี่ยวกับผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดินซึ่งมี ร.อ.ธรรมนัส เป็นประธานเพื่อตรวจสอบและพิจารณาเพิกถอนต่อไป

สำหรับองค์ประกอบของคณะอนุกรรมการการขับเคลื่อนการตรวจสอบและพิจารณาความผิดเกี่ยวกับผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดิน มี ส.ป.ก. ผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นต้น

ขณะที่ก่อนหน้านี้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) อนุมัติโครงการตรวจสอบที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อตรวจสอบที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินทุกราย ทุกแปลง 36,498,883 ไร่ เพื่อให้เกษตรกรผู้ที่ได้รับการจัดสรรที่ดินปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายของ ส.ป.ก. รวมถึงการป้องกันไม่ให้ใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ของการปฏิรูปที่ดิน โดยมีงบประมาณดำเนินการ 5,838,100 บาท ส่วนแนวทางการตรวจสอบการถือครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินมีอยู่ 3 รูปแบบ

1.การตรวจสอบสิทธิและการใช้ประโยชน์ที่ดินซึ่งใช้ความร่วมมือระหว่าง ส.ป.ก.จังหวัด คนในท้องถิ่น ผู้ปกครองท้องที่ ในรูปแบบคณะอนุกรรมการตรวจสอบที่ดินร่วมพิจารณา

2.ตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินโดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศหรือภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูง และชี้เป้าหมายแปลงที่ดินที่อาจมีการใช้ประโยชน์ในที่ดินผิดปกติโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

3.การตรวจสอบการถือครองที่ดิน กรณีเกษตรกรทำผิดระเบียบหรือบุคคลอื่นครอบครองที่ดินโดยมิชอบ รวมถึงการพบการกระทำผิดในเขตปฏิรูปที่ดินเช่น การร้องเรียน แจ้งเบาะแสจากบุคคลหรือหน่วยงานเพื่อดำเนินการกับผู้กระทำความผิด การรวบรวมพยานหลักฐาน ถ้ากระทำผิดจริงจะสั่งให้สิ้นสิทธิการเข้าทำประโยชน์ทันที

ผู้ช่วยฯร่วมประชุม เครือข่ายประมงพื้นบ้าน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811476

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปล่อยพันธุ์ลูกกุ้งกุลาดำ 1,000,000 ตัว ที่หน้าสะพานปลาสมุทรสาคร และร่วมประชุม “เครือข่ายประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย เพื่อการทำประมงอย่างยั่งยืน” โดยมี นายปรีดา ยังสุขสถาพร ผอ.องค์การสะพานปลา และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดย ดร.จอมขวัญชี้แจงความคืบหน้าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไข พ.ร.ก.ประมง พ.ศ.2558 พ.ศ. …ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ สภาผู้แทนราษฎร ให้พี่น้องเครือข่ายประมง 22 จังหวัด ได้รับทราบ และรับหนังสือร้องเรียนจากสมาคมประมงชายฝั่ง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ที่ขอให้ รมว.เกษตรฯ ช่วยเหลือเยียวยาชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเสียจนทำการประมงไม่ได้

จากนั้น นายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกรมประมง เป็นประธานการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น “เครือข่ายประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย เพื่อการทำประมงอย่างยั่งยืน” โดยมีรศ.ดร.กังวาลย์ จันทรโชติ ผู้แทนมูลนิธิ TBTI GLOBAL และ ผศ.ดร.ดังนภสร ณ ป้อมเพชร ผู้แทนโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ร่วมกับสมาชิกชาวประมงพื้นบ้านและผู้มีส่วนได้เสียด้านประมง ใน 3 ประเด็นคือ 1.ประมงพื้นบ้าน และเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน 2.การกระจายอำนาจถึงประมงพื้นบ้านผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มสุดท้าย และ 3.อนาคตของการทำประมงพื้นบ้านในฐานะผู้รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่ประชุมได้มีการหารือและลงมติในการจัดตั้ง “สมาคมประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย” โดยมีนายดำรง แดงโชติ ผู้แทนสมาคมประมงพื้นบ้าน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานสมาคมฯ

‘อรรถกร’ชมแปลงต้นแบบ พันธุ์มะพร้าวน้ำหอมGIบ้านแพ้ว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811477

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมสวนทรัพย์ประภา “สมุทรสาครโมเดล การผลิตมะพร้าวน้ำหอม GI สร้างรายได้สูง” โครงการ 76 จังหวัด 76 โมเดล การผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยมูลค่าสูง โดยมอบใบเกียรติบัตรรับรองแปลงต้นแบบแม่พันธุ์มะพร้าวน้ำหอม GI บ้านแพ้ว ให้แก่นายประเสริฐ ทรัพย์มา มอบใบประกาศ GAP Monkey Free Plus ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม 14 ราย และมอบต้นพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ดีให้เกษตรกร 10 ราย ที่สวนทรัพย์ประภา จ.สมุทรสาคร

นายอรรถกร กล่าวว่า สวนทรัพย์ประภา เป็นต้นแบบการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยมูลค่าสูง รวมทั้งเป็นแปลงต้นแบบแม่พันธุ์มะพร้าวน้ำหอม GI บ้านแพ้ว ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP และ GAP Monkey Free plus มีการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุ (Zero waste) และสามารถขยายผลเทคโนโลยีสู่กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตมะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่ ให้สามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ทั่วประเทศ

นายอรรถกรกล่าวอีกว่า ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย โดยจะเร่งตรวจรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี หรือ GAP (Good Agricultural Practices) ให้เกษตรกรมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตร ยกระดับมาตรฐานทั้งการนำเข้าและส่งออก สำหรับปัญหาอื่นๆ เช่น น้ำในแหล่งน้ำ ที่ปีนี้เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวได้รับผลกระทบ จะเร่งหารือแนวทางช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องที่ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้เรื่องการจัดการซากมะพร้าวที่เหลือใช้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหาแนวทางนำวัสดุเหลือดังกล่าวไปทำให้เกิดประโยชน์

รมช.เกษตรฯ กล่าวถึงแนวโน้มราคามะพร้าวที่เกษตรกรเป็นกังวล ว่าเนื่องจากช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม มีผลผลิตจำนวนมากออกสู่ตลาด อาจทำให้เกิดปัญหาสินค้าล้นตลาด ก็จะร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ภาคเอกชน วางแผนหาตลาดรองรับ ป้องกันไม่ให้สินค้าล้นตลาด

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรราชบุรี สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 ได้คัดเลือกสวนทรัพย์ประภาเป็นโมเดลระดับจังหวัด ที่ได้นำเทคโนโลยี ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรมาใช้ในการแก้ปัญหา และเพิ่มมูลค่าของผลผลิต ได้แก่ เทคโนโลยีการคัดเลือกแม่พันธุ์ดี การป้องกันกำจัดแมลงศัตรูมะพร้าวโดยวิธีผสมผสาน การจัดการสวนแบบ Zero waste และการรับรองมาตรฐาน GAP Monkey Free Plus อีกทั้งยังเป็น “แปลงต้นแบบแม่พันธุ์มะพร้าวน้ำหอม GI บ้านแพ้ว” ที่ผ่านการรับรองโดยกรมวิชาการเกษตร สามารถสร้างรายได้ถึง 184,266 บาทต่อไร่ต่อปี และมีเกษตรกรเครือข่าย 39 ราย