ที่ปรึกษาฯลงพื้นที่ เยี่ยมชมศูนย์วิจัยฯ สนับสนุนกิจกรรม พัฒนาอาหารสัตว์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811478

ที่ปรึกษาฯลงพื้นที่  เยี่ยมชมศูนย์วิจัยฯ  สนับสนุนกิจกรรม  พัฒนาอาหารสัตว์

ที่ปรึกษาฯลงพื้นที่ เยี่ยมชมศูนย์วิจัยฯ สนับสนุนกิจกรรม พัฒนาอาหารสัตว์

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทรรักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เยี่ยมชมและติดตามการดำเนินงานศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เชียงราย ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย โดยมีนายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายเศกสรรค์ สวนกูล ผอ.สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ นายพืชผล
น้อยนาฝาย ปศุสัตว์ จ.เชียงราย นายโชคชัย วงละคร หัวหน้าด่านกักกันสัตว์เชียงราย นางพรพิมล บุญวงค์ ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เชียงราย และเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงเกษตรฯ ร่วมให้ข้อมูลในการตรวจราชการครั้งนี้

ทั้งนี้ ในปี 2567 ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เชียงราย มีภารกิจสนับสนุนเสบียงอาหารสัตว์ให้ จ.เชียงราย และแม่ฮ่องสอน มีเป้าหมายการพืชอาหารสัตว์ ได้แก่ หญ้าแห้ง 86,400 กิโลกรัม/ปี หญ้าหมัก 15,000 กิโลกรัม/ปี หญ้าสด 20,000 กิโลกรัม/ปีและท่อนพันธุ์ 33,300 กิโลกรัม/ปี

สำหรับศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เชียงราย มีภารกิจ ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์ และเสบียงสัตว์เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยธรรมชาติในพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีด้านอาหารสัตว์ที่เหมาะสม ทดสอบ สาธิต เผยแพร่ ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านอาหารสัตว์ให้แก่เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติในพื้นที่รับผิดชอบ และตรวจสอบและรับรองการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์และเสบียงสัตว์ของเกษตรกรเครือข่าย

‘บุญสิงห์’ชูการมีส่วนร่วมงานสหกรณ์ฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811475

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทรรักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาสมาชิกสร้างการมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลกิจการสหกรณ์ โดยมีนายนิรันดร์มูลธิดา รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายคัมภีร์ นับแสง สหกรณ์ จ.พะเยา นายปรีชา ยะตา ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรเมืองพะเยา จำกัดและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมที่สหกรณ์การเกษตรเมืองพะเยา ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจเรื่องอุดมการณ์ หลักการ วิธีการคุณค่าของสหกรณ์ และการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ มีความรู้ความเข้าใจในบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบในฐานะสมาชิกที่มีต่อสหกรณ์มากขึ้น พร้อมทั้งให้สมาชิกสหกรณ์มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน พัฒนา และแก้ไขปัญหาสหกรณ์ของตนเอง และให้สหกรณ์สามารถเป็นที่พึ่งและตอบสนองความต้องการที่จำเป็นให้กับสมาชิกได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป้าหมายผู้เข้าร่วมการอบรม ประกอบด้วย สมาชิกสหกรณ์การเกษตรเมืองพะเยา จำกัด เจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัด และผู้สังเกตการณ์100 คน

ทั้งนี้ สหกรณ์เป็นองค์กรทางเศรษฐกิจและสังคม เกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มของคนที่มีรูปแบบการดำเนินชีวิตที่คล้ายคลึงกัน มีอุดมการณ์ และแนวคิดร่วมกันที่จะแก้ไขปัญหาจากการประกอบอาชีพ หรือความต้องการบริการที่เหมือนกัน แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหานั้นได้โดยลำพัง จึงรวมกันช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จัดตั้งเป็นสหกรณ์การพัฒนาสหกรณ์ให้เจริญก้าวหน้าทางธุรกิจและเกิดความยั่งยืน เป็นองค์กรธุรกิจที่ดีเป็นที่พึ่งของมวลสมาชิกสหกรณ์นั้น ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย แต่ละบุคคล แต่ละกลุ่ม ต้องมีความรู้ความเข้าใจ รู้จักหน้าที่ของตนเอง ดำเนินการในบทบาทที่เหมาะสม โดยเฉพาะสมาชิกที่เป็นเจ้าของสหกรณ์ ต้องร่วมกันขับเคลื่อนสหกรณ์ให้เจริญก้าวหน้าและมีประสิทธิภาพ

หมูเถื่อน..คดีพิศวง สาวไม่ถึงตัวการใหญ่ รัฐต้องเอาจริง ตรวจสอบ DSI เร่งปิดคดี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811484

หมูเถื่อน..คดีพิศวง สาวไม่ถึงตัวการใหญ่ รัฐต้องเอาจริง ตรวจสอบ DSI เร่งปิดคดี

หมูเถื่อน..คดีพิศวง สาวไม่ถึงตัวการใหญ่ รัฐต้องเอาจริง ตรวจสอบ DSI เร่งปิดคดี

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 17.47 น.

หมูเถื่อน..คดีพิศวง สาวไม่ถึงตัวการใหญ่ รัฐต้องเอาจริง ตรวจสอบ DSI เร่งปิดคดี

การลักลอบนำเข้า “หมูเถื่อน” น่าจะเข้าข่าย “คดีพิศวง” ที่หน่วยงานผู้เกี่ยวข้องไม่สามารถสาวไปถึงตัวการใหญ่ได้ ทั้งที่มีข่าวมาเป็นระยะว่ามีการบุกตรวจเปิดตู้แช่เย็นตามท่าเรือต่างๆ จนพบหมูเถื่อนซุกซ่อนอยู่หลายต่อหลายล็อต แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สามารถปิดคดีได้ จนกลายเป็นคดีที่มีความยืดเยื้อที่สุดอีกหนึ่งคดีของไทย

ล่าสุด DSI ออกมาเปิดเผยถึง คดีหมูเถื่อน 2,388 ตู้ หลังจากใช้เวลาขยายผลมานานกว่า 1 ปี แต่ก็ยังคงอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งที่ระยะเวลาทำงานที่ผ่านมาก็เนิ่นนามมาถึงขวบปี เป็นการดำเนินการขยายผลตามข้อกังวลของเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู แต่ก็ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลมากไปกว่านี้ได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกลัวเสียรูปคดี หรือกลัวจะไปสะดุดตอใหญ่ที่ยังไม่ผุดขึ้นมากันแน่

ก่อนนี้ สิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ได้ร้องรัฐตรวจสอบหมูเถื่อนซ้ำทั่วประเทศ พร้อมเร่งดำเนินคดี ด้วยหวั่นว่าจะยังมีหมูเถื่อนตกค้างในระบบ และมีการระบายออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ส่งผลต่อราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์ม ที่ยังไม่สามารถปรับขึ้นข้ามเส้นคุ้มทุนไปได้ โดยราคาหน้าฟาร์มปัจจุบันอยู่ที่ 68-76 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่เกษตรกรกลับต้องแบกรับต้นทุนการเลี้ยงที่อยู่ในระดับสูงถึง 80-82 บาทต่อกิโลกรัม ไม่ต่างกับการบีบคั้นให้คนเลี้ยงหมูต้องพ้นจากอาชีพนี้

เรื่องนี้ต้องทวงถามการทำงานของ DSI ที่ย้ำว่าขยายผลเกือบทุกมิติแล้ว เหตุไฉนยังเปิดเผยข้อมูลไม่ได้ โดยอ้างเหตุต้องมีพยานหลักฐานอย่างสมบูรณ์เสียก่อน ทั้งที่ก่อนนี้ก็มีการประกาศรายชื่อบริษัทและชื่อนายทุนที่เป็นผู้ลักลอบนำเข้าแล้ว แต่กลับเป็นเพียงการเรียกสอบปากคำและปล่อยตัวไป ไม่ได้มีการดำเนินคดีแต่อย่างใด หากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป มิวายที่ตัวการใหญ่อาจจะรอดคดีกันทั้งขบวนการ

สาเหตุที่เกษตรกรต้องออกเร่งการทำงานของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ DSI ที่เป็นโต้โผในการปราบปรามหมูเถื่อน เพราะเป็นคดีที่สร้างความเสียหายใหญ่หลวงแก่ประเทศชาติ คนเลี้ยงหมูต่างได้รับผลกระทบจากกลไกราคาหมูที่ถูกบิดเบือน จนราคาตกต่ำกว่าต้นทุนการผลิตจากผลพวงของปัญหาหมูเถื่อน มาเป็นเวลานานถึง 2 ปีกว่า นับจากปี 2565 เป็นต้นมา ทำให้เกษตรกรรายย่อยต้องออกจากระบบไปนับหมื่นราย จากช่วงปี 2564 ก่อนที่จะเกิดโรคระบาด ASF ไทยมีผู้เลี้ยงหมูราว 150,000 รายทั่วประเทศ แต่ปัจจุบันเหลือแค่ 50,000 ราย หรือเพียงร้อยละ 33 เท่านั้น

วันนี้สิ่งเดียวที่คนเลี้ยงหมูต้องการคือ ขอให้ผู้เกี่ยวข้องกับการปราบปรามหมูเถื่อน เร่งดำเนินการกวาดล้างขบวนการนี้ สาวไปให้ถึงตัวการใหญ่และนำตัวมาดำเนินคดี ใช้อำนาจของกฎหมายจัดการเอาตัวคนผิดมาลงโทษ ให้มารับผิดชอบความเสียหายที่เกิดกับทั้งเศรษฐกิจชาติ อาชีพเกษตรกร และสุขภาพของคนไทยโดยเร็วที่สุด

กันยาพร สดสาย นักวิชาการด้านปศุสัตว์

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์​’ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการหลังรับการตรวจประเมินระบบควบคุมป้องกันโรคในม้า​ จาก​ EU

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811451

'อธิบดีกรมปศุสัตว์​'ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการหลังรับการตรวจประเมินระบบควบคุมป้องกันโรคในม้า​ จาก​ EU

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์​’ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการหลังรับการตรวจประเมินระบบควบคุมป้องกันโรคในม้า​ จาก​ EU

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 17.00 น.

เมื่อวันที่​ 19​ มิถุนายน​ 2567​ นายสัตวแพทย์สมชวน​ รัตนมังคลานนท์​ อธิบดีกรมปศุสัตว์​ เป็นประธานการประชุมความก้าวหน้าการดำเนินการภายหลังการตรวจประเมินระบบควบคุมป้องกันโรคในม้าของคณะผู้ตรวจประเมินจาก​ EU โดยมี นายสัตวแพทย์บุญญกฤช​ ปิ่นประสงค์​ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์​ นายสัตวแพทย์ณรงค์​ เลี้ยงเจริญ​ ผู้อำนวยการสำนักควบคุม​ ป้องกัน​ และบำบัดโรคสัตว์​ นายสัตวแพทย์เลิศชัย จินตพิทักษ์สกุล​ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ นายสัตวแพทย์วีรพงษ์​ ธนพงศ์ธรรม​ ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน​ สัตวแพทย์หญิงฉันทนี​ บูรณะไทย​ ผู้เชี่ยวชาญด้านตรวจสอบคุณภาพเนื้อสัตว์​ และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์​ ​หน่วยม้าทรงประจำพระองค์​ สมาคมกีฬาขี้ม้าแห่งประเทศไทย​ บริษัท​ บี.​ กริม​ คันทรีคลับ​ จำกัด​ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง​ เข้าร่วมฯ​ ณ​ ห้องพุทธอุดมสุข​ ตึกอำนวยการ​ ชั้น​ 2​ กรมปศุสัตว์​ พญาไท​

การประชุมครั้งนี้​ เป็นการรายงานความก้าวหน้าการดำเนินการในประเด็นเร่งด่วน​ 3​ ประเด็น​ เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณา ประกอบด้วย​ แผนเฝ้าระวังโรค Surra ตรวจสถานกักกันสัตว์​ และจัดทำข้อมูลวัคชีน AHS

ปศุสัตว์นครราชสีมา-ซีพีเอฟ’เปิดตัวโครงการสัตว์ปลอดโรค อาหารปลอดภัย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811352

ปศุสัตว์นครราชสีมา-ซีพีเอฟ’เปิดตัวโครงการสัตว์ปลอดโรค อาหารปลอดภัย

ปศุสัตว์นครราชสีมา-ซีพีเอฟ’เปิดตัวโครงการสัตว์ปลอดโรค อาหารปลอดภัย

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 12.10 น.

ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดตัว “โครงการสัตว์ปลอดโรค อาหารปลอดภัย ครั้ง 1/2567” เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้และสร้างความเข้าใจให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกในพื้นที่และชุมชน เป็นการป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาดในสัตว์ปีกเชิงรุก ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคระบาด ให้เกษตรกรได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ ทำให้ได้วัตถุดิบเนื้อสัตว์ปลอดโรคและอาหารปลอดภัย

โครงการนี้เป็นการผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับธุรกิจของซีพีเอฟ ประกอบด้วย ธุรกิจไก่กระทง ธุรกิจไก่พ่อ-แม่พันธุ์ โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ สายธุรกิจไก่เนื้อ1 และฟาร์มคอมเพล็กซ์ไก่ไข่จักราช โดยเปิดตัวกิจกรรมวานนี้ (18 มิถุนายน 2567) ที่ สำนักสงฆ์บ้านดอนทะยูง ตำบลสารภี อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา โดยมี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงานกว่า 250 คน

นายพศวีร์ สมใจ ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า กิจกรรมในวันนี้ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมาและซีพีเอฟ นำเจ้าหน้าที่และสัตวแพทย์ลงพื้นที่ร่วมให้ความรู้เรื่องโรคระบาดของสัตว์ พร้อมสาธิตการผสมวัคซีนและการให้วัคซีนป้องกันโรคระบาดในสัตว์ปีกกับเกษตรกรในจังหวัด เพื่อให้ประชาชนที่รับมอบวัคซีนจากปศุสัตว์สามารถนำวัคซีนไปใช้ป้องกันโรคกับไก่ภายในครัวเรือนได้เอง เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดโรคติดต่อในสัตว์ปีกเกิดขึ้นในพื้นที่ทั้งในส่วนของฟาร์มไก่และไก่พื้นบ้านของประชาชน

กิจกรรมเริ่มต้นที่อำเภอหนองบุญมาก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการเพาะเลี้ยงสัตว์ปีกมากที่สุดของจังหวัดนครราชสีมา มีฟาร์มในพื้นที่ 6 แห่ง และมีการส่งสัตว์ปีกออกสู่ตลาดต่อรุ่นมากกว่า 7.5 ล้านตัวต่อปี นอกจากนี้ยังมีไก่พื้นเมืองที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้กว่า 1 แสนตัว ดังนั้นการสร้างองค์ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันโรคระบาดในสัตว์ปีกจึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะทำให้เกษตรกรลดความเสี่ยงในการสูญเสียผลผลิต และสร้างความมั่นใจในการบริโภคเนื้อสัตว์ปีกแก่ผู้บริโภคว่าได้บริโภคอาหารที่มีคุณภาพปลอดภัยปราศจากโรค

ด้าน นายสาคร ทวรรณกุล รองผู้อำนวยการด้านการผลิตไก่กระทง ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทได้ริเริ่มโครงการ “สัตว์ปลอดโรค อาหารปลอดภัย” ร่วมกับปศุสัตว์จังหวัด เพื่อป้องกันโรคระบาดที่เกิดขึ้นในสัตว์และให้ความรู้กับประชาชนป้องกันโรคระบาดในสัตว์ปีก โดย ซีพีเอฟ ได้ลงพื้นที่ฉีดวัคซีนให้แก่สัตว์ปีกในชุมชนรอบฟาร์มทุกปีเป็นระยะเวลามากกว่า 10 ปีแล้ว และจะขยายไปในทุกพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา โดยในปีนี้มีเป้าหมายการฉีดวัคซีนในไก่พื้นเมืองให้ได้ รวม 40,000 ตัว

“ซีพีเอฟในฐานะผู้ผลิตอาหารให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพของอาหารและการป้องกันโรคเพื่อไม่ให้มีการปนเปื้อนเกิดขึ้นในอาหาร การให้ความรู้เรื่องการเลี้ยงสัตว์ตามหลักวิชาการกับชุมชนรอบโรงงานและฟาร์มของบริษัทฯ เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่บริษัทยึดมั่น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญของอาหารปลอดภัย สัตว์ปลอดโรค โดยการป้องกันโรคสัตว์ และการฉีดวัคซีนในสัตว์เลี้ยง เพื่อยกระดับการบริโภคให้ถูกต้องตามหลักอนามัยและสุขภาพที่ดี และยังเป็นการลดความเสี่ยงและลดโอกาสในการเกิดโรคระบาดในสัตว์ปีกและป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ฟาร์มของบริษัทฯ” นายสาคร กล่าว 

ซีพีเอฟ ตระหนักดีถึงความปลอดภัยทางอาหารและมีนโยบายส่งเสริมให้คนในชุมชนและผู้บริโภค รับทราบถึงข้อมูลการเลี้ยงสัตว์อย่างปลอดภัย โดยปัญหาด้านโรคที่เกิดจากสัตว์เลี้ยงในชุมชนเป็นปัญหาที่หน่วยงานราชการและประชาชนต้องร่วมกันเฝ้าระวัง เพราะโรคที่เกิดจากสัตว์หากเกิดการระบาดขึ้นจะเป็นปัญหาระดับประเทศได้ สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อภาคปศุสัตว์ไทย ทั้งมูลค่าทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศ ที่เป็นหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกเนื้อสัตว์ชั้นนำ การรณรงค์การป้องกันโรคอย่างถูกวิธี จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีในการบรรเทาปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับชุมชน เกษตรกร และประเทศในอนาคต

บริษัทยึดหลักปรัชญา 3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ คือประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และบริษัท สำหรับโครงการดังกล่าวฯ บริษัทฯ ช่วยดูแลชุมชนในพื้นที่ และประชาชนได้นำความรู้กลับไปปรับปรุงและป้องกันสัตว์เลี้ยง และสภาพแวดล้อมของชุมชนให้ดีขึ้น เป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในการสร้างความปลอดภัยทางอาหารของทุกคนที่จะต้องร่วมมือกันรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนตระหนักรู้ ซึ่งถือเป็นการตอบแทนคุณของแผ่นดินตามปรัชญาสู่ความยั่งยืน

ปศุสัตว์82ปีมุ่งสู่ Full Digitalization

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811263

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนากรมปศุสัตว์ ครบรอบ 82 ปีเมื่อเร็วๆ นี้ ภายใต้แนวคิด “กรมปศุสัตว์ มุ่งมั่นสู่ FULL DIGITALIZATION” โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายสัตวแพทย์สมชวนรัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ เป็นการแสดงศักยภาพการขับเคลื่อนภารกิจของกรมปศุสัตว์ ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาระบบการปฏิบัติงาน โดยภายในงานมีกิจกรรมที่หลากหลาย ประกอบด้วย พิธีไถ่ชีวิตโคเพศเมีย 23 ตัว เพื่อนำไปช่วยเหลือเกษตรกรภายใต้โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ จ.ลพบุรี การจัดนิทรรศการของหน่วยงานในสังกัดกรมปศุสัตว์ ภายใต้แนวคิด “กรมปศุสัตว์ มุ่งมั่นสู่ FULL DIGITALIZATION” การจัดนิทรรศการของเกษตรกรและผู้ประกอบการ พิธีมอบรางวัลผู้มีผลงานดีเด่นของกรมปศุสัตว์ และโครงการกรมปศุสัตว์ร่วมใจบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ (28 กรกฎาคม 2567)

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ได้ตั้งเป้าหมาย “เกษตรต้องอยู่ดี สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน” ได้ให้หน่วยงานในสังกัดบูรณาการทำงาน เพื่อวางรากฐานการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ยกระดับการทำงานเพื่อพัฒนาภาคการเกษตรให้สอดรับกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ทุกภาคส่วน 100% ภายใต้แนวคิด People-centric ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และใช้เทคโนโลยีสารสนเทศปลดล็อกศักยภาพการทำงานของหน่วยงาน บุคลากร และขับเคลื่อนการบูรณาการเชื่อมโยงกับทุกภาคส่วนอย่างเป็นรูปธรรมวัดผลได้

กนช.ไฟเขียวเร่งจัดการน้ำ สทนช.สร้างความรู้ทุกหน่วยงาน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811264

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เห็นชอบโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในฤดูฝนและการส่งเสริมความมั่นคงด้านน้ำอุปโภค เพื่อรองรับสภาวะลานีญา ที่ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักสูงกว่าค่าเฉลี่ย และอาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมในบางพื้นที่ สทนช.จึงเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจในหลักเกณฑ์ที่ถูกต้องให้แก่หน่วยงานต่างๆ ที่จะต้องเสนอแผนงาน/โครงการ ขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในฤดูฝน และการส่งเสริมความมั่นคงด้านน้ำอุปโภคดังกล่าว

สำหรับข้อกำหนดในการเสนอแผนงาน/โครงการนั้น กำหนดเงื่อนไขว่าจะต้องเป็นแผนงาน/โครงการในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ตามที่ สทนช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดการณ์ไว้ รวมทั้งพื้นที่ประสบปัญหาน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค ตลอดจนพื้นที่เสี่ยงที่จำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขหรือบรรเทาปัญหาโดยเร่งด่วน ตามที่คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด พิจารณาเห็นสมควร โดยจะต้องเป็นแผนงาน/โครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำหรือเพื่อป้องกันบรรเทาความเสียหายจากอุทกภัยหรือเตรียมเครื่องมือเครื่องจักรรองรับสถานการณ์อุทกภัย ปี 2567 หรือจะเป็นแผนงาน/โครงการเกี่ยวกับการเพิ่มศักยภาพการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง ปี 2567/68 หรือเพื่อส่งเสริมความมั่นคงด้านน้ำอุปโภค-บริโภคก็ได้เช่นกัน

ดร.สุรสีห์ กล่าวต่อว่า แผนงาน/โครงการที่จะขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบกลางดังกล่าว จะต้องสามารถระบุที่ตั้งพร้อมพิกัดโครงการได้ชัดเจน สอดคล้องกับการดำเนินการตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี แผนพัฒนาจังหวัด ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ.2565 และแผนพัฒนาท้องถิ่น ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย แต่จะต้องไม่เป็นภารกิจถ่ายโอน และสามารถดำเนินงานได้ตามข้อกำหนด หลักเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับตั้งแต่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ โดยจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนและกระบวนการในการเสนอโครงการในระบบ Thai Water Plan (TWP)

“อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การพิจารณาโครงการในแต่ละขั้นตอนเป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งเสนอแผนงาน/โครงการ โดยพิจารณาจากแผนงาน/โครงการที่มีความพร้อมอยู่แล้วและมีความจำเป็นเร่งด่วน พร้อมทั้งให้คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด คณะกรรมการลุ่มน้ำ และหน่วยงาน เร่งรัดการดำเนินการพิจารณาโครงการให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด คาดว่าจะสามารถเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติได้ภายในวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 เพื่อที่จะให้แต่ละหน่วยงานได้รับการสนับสนุนงบประมาณ ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไปซึ่งจะทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ทันต่อสถานการณ์”เลขาธิการ สทนช.กล่าว

รองปลัดฯติดตามปัญหา สินค้าเกษตรชายแดนใต้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811265

รองปลัดฯติดตามปัญหา  สินค้าเกษตรชายแดนใต้

รองปลัดฯติดตามปัญหา สินค้าเกษตรชายแดนใต้

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ติดตาม : นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมติดตามความก้าวหน้าการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรและแก้ปัญหาสินค้าเกษตรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งเรื่องทุเรียน ปลาพลวงชมพู และปลานิลสายน้ำไหล ควรมีการกระตุ้นช่องทางตลาด ส่งเสริมการค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรและแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ 2567 ของจังหวัดยะลา ครั้งที่ 1/2567 ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ใน จ.ยะลา ผ่านระบบ Zoom Meeting โดยได้มีการติดตามความก้าวหน้าสินค้าเกษตร ได้แก่ ทุเรียน ปลาพลวงชมพู และปลานิลสายน้ำไหล

ทั้งนี้ นายอภัย ได้ให้ข้อเสนอแนะในที่ประชุม ในส่วนของสินค้าทุเรียนว่า เกษตรและสหกรณ์ จ.ยะลา ควรนำร่องขอข้อมูลตัวเลขการซื้อขายยาฆ่าแมลง การหาแปลงตัวอย่างออร์แกนิก ที่ให้ราคาผลผลิตสูงกว่าปกติ เพื่อเป็นแนวทางการเพาะปลูกให้เกษตรกร นอกจากนี้ยังให้คำแนะนำในเรื่องของปลานิลสายน้ำไหลว่า ควรมีการกระตุ้นช่องทางการตลาด การโปรโมทสินค้า ผ่านช่องทางออนไลน์ให้มากขึ้น และประมง จ.ยะลา ควรทำแผนธุรกิจ ศึกษาต้นทุนการผลิตและจัดทำกระบวนการสุ่มตัวอย่างปลานิลดิบ ตรวจหาเชื้อโรค เพื่อให้สามารถนำมาทานดิบได้ เป็นต้น

กรมพัฒนาฯจัดงาน วันสถาปนาครบ61ปี ก้าวสู่องค์กรอัจฉริยะ ใช้ดินอย่างเหมาะสม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811262

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ได้จัดงาน “61 ปี พัฒนาที่ดิน เกษตรกรทำกินอย่างยั่งยืน” ที่กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กทม.เพื่อรำลึกถึงการก่อตั้งหน่วยงาน เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากรทั้งเจ้าหน้าที่ หมอดินอาสา และเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งเผยแพร่ผลงาน ชื่อเสียง และเกียรติภูมิของกรมพัฒนาที่ดิน

สำหรับกรมพัฒนาที่ดิน จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2506 มีวิสัยทัศน์ในการดำเนินงาน “เป็นองค์การอัจฉริยะทางดิน เพื่อขับเคลื่อนการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม 15 ล้านไร่ ภายในปี 2570” โดยในปี 2567 ก็พร้อมที่จะก้าวสู่ปีที่ 62 โดยมุ่งมั่นน้อมนำศาสตร์พระราชา ตามแนวพระราชดำริเป็นหลักในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการเกษตรและอาหารของโลกตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้บรรลุเป้าหมายในการสร้างรายได้ให้เกษตรกรเพิ่มเป็น 3 เท่าใน 4 ปีสร้างรายได้ภาคการเกษตร โดยใช้หลักการตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ส่งเสริมฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดินให้เกษตรกรใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเหมาะสม สร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรสามารถนำความรู้ด้านการพัฒนาที่ดินไปพัฒนาอาชีพการทำการเกษตร เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีปริมาณและคุณภาพคุ้มค่าต่อการลงทุน ภายใต้การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการสร้างความมั่นคงทางอาหาร และความมั่งคั่งให้กับภาคการผลิตของประเทศ ดูแลรักษาทรัพยากรดินให้มีศักยภาพในการใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน

‘อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน’ร่วมประชุมคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลาง ครั้งที่ 1/2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811286

'อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน'ร่วมประชุมคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลาง ครั้งที่ 1/2567

‘อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน’ร่วมประชุมคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลาง ครั้งที่ 1/2567

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 18.54 น.

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2567 ณ ห้องประชุม 134-135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรุงเทพฯ นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ร่วมประชุมคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลาง ครั้งที่ 1/2567 โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลาง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้กองทุนจัดรูปที่ดิน เพื่อแก้ไขปัญหาลูกหนี้กองทุนจัดรูปที่ดิน และลดภาระดอกเบี้ยค้างชำระ และที่ประชุมได้พิจารณาให้สำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง กรมชลประทาน เตรียมดำเนินการโครงการจัดรูปที่ดิน ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 12,400 ไร่ เพื่อการพัฒนาพื้นที่ในการจัดระบบชลประทาน และระบบสาธารณูปโภคต่างๆ อีกทั้งเตรียมประกาศกำหนดแนวเขตสำรวจการจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรม และแนวเขตสำรวจการจัดรูปที่ดินเพิ่มเติม แบ่งออกเป็น 1) แนวเขตสำรวจการจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรม จำนวน 29 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่จังหวัดเพชรบุรี พัทลุง สุราษฎร์ธานี ตรัง บุรีรัมย์ นครราชสีมา เลย น่าน นครสวรรค์ ระยอง และชัยนาท เพื่อสำรวจการจัดระบบน้ำพื้นที่ 2) แนวเขตสำรวจการจัดรูปที่ดิน จำนวน 4 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด สุพรรณบุรี และอ่างทอง

นอกจากนี้ รมว.กษ.ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการดำเนินงานรูปแบบเชิงรุก ในด้านการศึกษาและสำรวจพื้นที่เพิ่มเติม เพื่อเร่งขยายการพัฒนาระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมในเขตนอกพื้นที่ชลประทาน และต่อยอดสู่การขยายพื้นที่ชลประทานในประเทศไทยต่อไป