พาณิชย์ ถกผู้เลี้ยงไก่ เตรียมปรับราคาลง พร้อมสั่งห้างช่วยจัดโปรฯ ดูแลผู้บริโภค

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810392

พาณิชย์ ถกผู้เลี้ยงไก่ เตรียมปรับราคาลง พร้อมสั่งห้างช่วยจัดโปรฯ ดูแลผู้บริโภค

พาณิชย์ ถกผู้เลี้ยงไก่ เตรียมปรับราคาลง พร้อมสั่งห้างช่วยจัดโปรฯ ดูแลผู้บริโภค

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 19.33 น.

กรมการค้าภายใน ถกสมาคมผู้เลี้ยงฯ แก้ไก่แพง พบสาเหตุอากาศร้อนแล้งทำไก่โตช้า ยันสถานการณ์กลับมาปกติ จากนี้ไม่ขึ้นแล้ว ด้านห้างพร้อมจัดโปรโมชั่นลดราคาช่วยเหลือ

นายกรนิจ โนนจุ้ย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมได้หารือร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ สมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย สมาคมผู้ผลิตไก่เนื้อเพื่อการส่งออก ผู้ประกอบการรายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท คาร์กิลล์มีทส์ (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท เบทาโกรเกษตรอุตสาหกรรม จำกัด บริษัท ไทยฟู้ดส์ จำกัด บริษัท สหฟาร์ม จำกัด และห้างค้าส่งค้าปลีก เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตและการค้าสินค้าเนื้อไก่ หลังจากที่มีข่าวปรับขึ้นราคา ตามนโยบายนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ทั้งนี้ พบสาเหตุมาจากช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. 2567 ที่ผ่านมา ที่เป็นช่วงอากาศร้อนและแล้งจัด ทำให้ผลผลิตไก่ลดลง จากเดิมเลี้ยง 39-42 วัน และน้ำหนักไก่ลดลง 5% กว่าจะได้ขนาด 2.4 กิโลกรัม ต้องเลี้ยงเพิ่มอีก 3-5 วัน ทำให้ผู้ประกอบการมีภาระ จึงมีการปรับขึ้นราคาเพื่อให้สอดคล้อง 

ส่วนที่มีการมองว่า การส่งออกที่เพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุทำให้ไก่ในประเทศขาดแคลน ก็ไม่เป็นความจริง โดยได้รับการยืนยันจากผู้ผลิตและผู้ส่งออกว่าปริมาณผลผลิตไก่มีเพียงพอ ไม่มีปัญหาขาดแคลน ทั้งการบริโภคในประเทศและการส่งออก และตอนนี้ ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดยผู้เลี้ยง ได้ลงลูกไก่เพิ่ม และการเลี้ยง ก็ใช้เวลา 39-42 วันเหมือนเดิม และเมื่อผลผลิตลอตใหม่เข้าสู่ตลาด ราคาก็จะปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติ

“ได้รับคำยืนยันทั้งจากผู้เลี้ยง จะเร่งเลี้ยงเพิ่ม และผู้ประกอบการได้มีการเปิดโรงเชือดใหม่เพิ่มขึ้นด้วย ส่วนเรื่องราคา ทั้งผู้เลี้ยง ห้างค้าส่งค้าปลีก ยืนยันจะไม่มีการปรับขึ้นราคาไปกว่านี้อีกแล้ว ก็จะตรึงราคานี้ ไม่มีการขึ้นอีก และยังจะช่วยจัดโปรโมชั่น โดยเฉพาะชิ้นส่วนสะโพก และเนื้ออก เพื่อลดราคาให้กับผู้บริโภคด้วย และจากนี้เมื่อสถานการณ์ผลผลิตดีขึ้น ก็จะปรับลดลงตามความเหมาะสม ขอให้ผู้บริโภคเบาใจลงได้” นายกรนิจ กล่าว

อย่างไรก็ตาม กรมจะมีการติดตามสถานการณ์การเลี้ยง การค้าไก่ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ทั้งผู้เลี้ยง ผู้ผลิตที่ส่งไก่ไปให้ห้างค้าส่งค้าปลีก และห้างค้าส่งค้าปลีกทุกวัน เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านราคา เพื่อกำกับดูแลให้ราคาอยู่ในโครงสร้างทุกราย ทั้งผู้เลี้ยง ผู้ผลิต ห้าง ซึ่งจากการตรวจสอบตอนนี้ ราคายังอยู่ในโครงสร้างที่กำหนด

ธนาคารที่ดิน’ปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้นฯในโอกาสพระราชพิธีมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810386

ธนาคารที่ดิน'ปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้นฯในโอกาสพระราชพิธีมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ

ธนาคารที่ดิน’ปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้นฯในโอกาสพระราชพิธีมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 19.18 น.

ธนาคารที่ดิน “ปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น สู่ความมั่นคง และยั่งยืน” เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันที่ 13 มิถุนายน 2567 นายกุลพัชร ภูมิใจอวด ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หน่วยงานของรัฐ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายสุทธิรักษ์ อุฒมนตรี ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน เข้าร่วมกิจกรรม “ปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น สู่ความมั่นคง และยั่งยืน” ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคประชาชน และหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแก้วกล้า หมู่ที่ 8 บ้านทุ่งโป้ง ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เพื่อเป็นการนำร่องกิจกรรม “ปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น สู่ความมั่นคง และยั่งยืน” เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ วันที่ 28 กรกฎาคม 2567 

โดยการดำเนินกิจกรรม “ปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น สู่ความมั่นคง และยั่งยืน” ของ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน จะร่วมกันปลูกต้นไม้ในพื้นที่วิสาหกิจชุมชน 12 พื้นที่ และ 5 สหกรณ์ อย่างพร้อมเพรียงกันในวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีในชุมชน เสริมสร้างความสามัคคีในชุมชน พัฒนาท้องถิ่นของแต่ละชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ วันที่  28 กรกฎาคม 2567 

สำหรับวันนี้ (13 มิ.ย.2567) กิจกรรม “ปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น สู่ความมั่นคง และยั่งยืน” ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแก้วกล้า หนึ่งใน 12 พื้นที่ ดำเนินการของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ภายใต้โครงการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน ได้รับการสนับสนุนจาก นายชุนแผน ทิมเมฆ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกลัดหลวง พร้อมเปิดโครงการฯ และร่วมปลูกต้นสักทอง ขนุน มะขามป้อม และหญ้าแฝก บริเวณรอบสระน้ำ 

ร่วมกับสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแก้วกล้า ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครู นักเรียนโรงเรียนทุ่งโป่ง  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งโป่ง กลุ่มอสม.ตำบลกลัดหลวง กลุ่มแม่บ้านท่ามะริด จำนวน 150 คนเข้าร่วม 

นางวิมล ฝั่งทะเล ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแก้วกล้า เปิดเผยว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแก้วกล้า ตั้งอยู่ หมู่ที่ 8 บ้านทุ่งโป้ง ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี บนเนื้อที่ 93 ไร่ ปัจจุบันมีสมาชิก 29 ครอบครัว 

รูปแบบแปลงที่วางไว้ คือทำเกษตรอินทรีย์ การจัดการพื้นที่ส่วนกลางได้ออกแบบขุดคูรอบแปลงเพื่อใช้ในการเกษตร ขุดสระขนาดใหญ่ 4 สระ จัดล็อคแบ่งแปลงให้กับพี่น้องสมาชิก แปลงละ 2 ไร่ให้ปลูกบ้านที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ และทำการเกษตร ปลูกพืชผักสวนครัว ไม้ยืนต้น และไม้เศรษฐกิจ เลี้ยงสัตว์ โดยการบริหารจัดการพื้นที่ใช้ระบบน้ำร่วมกันทุกแปลง โดยสมาชิกในกลุ่มสามารถทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินกับ บจธ. แล้ว 

ชาวนา เตรียม เฮ! นบข.ไฟเขียว ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ ช่วยชาวนาเต็มสูบ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810365

ชาวนา เตรียม เฮ! นบข.ไฟเขียว ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ ช่วยชาวนาเต็มสูบ

ชาวนา เตรียม เฮ! นบข.ไฟเขียว ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ ช่วยชาวนาเต็มสูบ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 18.30 น.

13 มิถุนายน 2567 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ(นบข.) ครั้งที่ 2/2567 โดยมี ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว และผู้บริหารจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมฯ ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

ในการนี้ คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.)ได้มีมติเห็นชอบรับหลักการโครงการสนับสนุนปุ๋ยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว (ปุ๋ยคนละครึ่ง) โดยมอบหมายให้กรมการข้าว ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะอนุ นบข. ด้านการผลิตจัดทำข้อมูลเสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบโครงการและงบประมาณต่อไป

สำหรับโครงการสนับสนุนปุ๋ยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว (ปุ๋ยคนละครึ่ง) ที่ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายปัจจัยการผลิตในการลดตันทุนการผลิตข้าวแก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2567/68 โดยรัฐบาลดำเนินโครงการไร่ละ 1,000 บาท  ไม่เกิน 20 ไร่  หรือไม่เกินครัวเรือนละ 20,000 บาท เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวด้วยการใช้ปุ๋ยและชีวภัณฑ์ในสูตรและอัตราที่เหมาะสมตามนิเวศน์และสภาพพื้นที่ ตลอดจนเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเป็น 3 เท่าในระยะเวลา4ปี  ซึ่งเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสามารถเลือกรับการสนับสนุนปุ๋ยสำหรับนาข้าวที่ขึ้นทะเบียน จำนวน 13 รายการ ได้แก่ 1. ปุ๋ยสูตร 25-7-14  2. ปุ๋ยสูตร 20-8-20  3. ปุ๋ยสูตร 20-10-12 4. ปุ๋ยสูตร 30-3-3  5. ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0  6. ปุ๋ยสูตร 18-12-6 7. ปุ๋ยสูตร 16-8-8  8. ปุ๋ยสูตร 16-12-8  9. ปุ๋ยสูตร 16-16-8 10. ปุ๋ยสูตร 16-20-0  11. ปุ๋ยสูตร 20-20-0 12. ปุ๋ยอินทรีย์ที่ขึ้นบัญชีนวัตกรรม หรือ ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ และ 13. ชีวภัณฑ์ที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย

นอกจากนี้ที่ประชุมฯได้เห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปี67 เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรจากผลกระทบของภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมอบหมายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

​รมว.กษ.มอบ ผบห.กษ.เข้าพบรัฐมนตรีของกระทรวงอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐานของนิวซีแลนด์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810335

​รมว.กษ.มอบ ผบห.กษ.เข้าพบรัฐมนตรีของกระทรวงอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐานของนิวซีแลนด์

​รมว.กษ.มอบ ผบห.กษ.เข้าพบรัฐมนตรีของกระทรวงอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐานของนิวซีแลนด์

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 16.39 น.

​รมว.กษ.มอบ ผบห.กษ.เข้าพบรัฐมนตรีของกระทรวงอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐานของนิวซีแลนด์ เน้นย้ำความร่วมมือ ทั้งในมิติแรงงาน การท่องเที่ยว และความร่วมมือในการลงทุนในสาขาต่างๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2567 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระเกษตรและสหกรณ์ มอบหมาย นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เข้าพบหารือ Mr. Shane Jones รัฐมนตรีของกระทรวงอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐานของนิวซีแลนด์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หน่วยงานด้านพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาค

ทั้งนี้ รัฐมนตรีของนิวซีแลนด์ ได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างไทยและนิวซีแลนด์ โดยปัจจุบันนิวซีแลนด์เปิดประเทศมากขึ้น ทั้งในมิติแรงงานและการท่องเที่ยว และพร้อมให้ความร่วมมือกับไทยในการลงทุนในสาขาต่างๆ โดยเฉพาะในเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร ที่ตอบสนองและสอดรับกับสถานการณ์และความท้าทายต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งสภาพอากาศที่แปรปรวน และการเข้าสู่สังคมสูงอายุ ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนรายได้ของเกษตรกรคือ น้ำ และพลังงาน

– 006

‘ฉก.พญานาคราช’บุกห้องเย็นในสงขลา จับสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมาย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810244

'ฉก.พญานาคราช'บุกห้องเย็นในสงขลา จับสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมาย

‘ฉก.พญานาคราช’บุกห้องเย็นในสงขลา จับสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมาย

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 13.37 น.

ฉก.พญานาคราช บุกห้องเย็นในสงขลา จับสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมาย น้ำหนักกว่า 6 ตัน มูลค่ากว่าสามแสนบาท

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ร่วมทีมหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราชตรวจค้นห้องเย็นต้องสงสัย เพื่อตรวจสอบการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ณ ห้องเย็นไม่ทราบชื่อ ในพื้นที่ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จำนวน 2 แห่ง

พันตำรวจโทอัครเดช ปิ่นทองพันธ์ รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรคลองแงะ จังหวัดสงขลา ในฐานะเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจพญานาคราช นำกำลังเจ้าหน้าที่กองสารวัตรและกักกัน ด่านกักกันสัตว์สงขลา ด่านกักกันสัตว์เพชรบุรี ด่านกักกันสัตว์นราธิวาส ด่านกักกันสัตว์นครศรีธรรมราช และด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ เข้าตรวจค้นสถานที่เก็บกักซากสัตว์ต้องสงสัยในพื้นที่ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จำนวน 2 แห่ง แบ่งออกเป็น ห้องเย็นแห่งที่หนึ่ง ตรวจพบซากสัตว์ปีก (อกไก่) น้ำหนัก 1,200 กิโลกรัม มูลค่า 63,600 บาท ซากสัตว์ปีก (ทั้งตัว) น้ำหนัก 500 กิโลกรัม มูลค่า 25,000 บาท น้ำหนักรวม 1,700 กิโลกรัม มูลค่ารวม 88,600 บาท ซึ่งมีบรรจุภัณฑ์ระบุแหล่งกำเนิดในประเทศไทย โดยเจ้าหน้าที่สารวัตรปศุสัตว์ได้ดำเนินการอายัดสินค้าดังกล่าว พร้อมทั้งแจ้งให้เจ้าของสินค้านำเอกสารที่เกี่ยวข้องมาแสดงแหล่งที่มาต่อเจ้าหน้าที่

และในส่วนห้องเย็นแห่งที่สอง ตรวจพบซากสัตว์ปีก (ขาไก่) จำนวน 1,000 กิโลกรัม มูลค่า 70,000 บาท และซากสัตว์ปีก (ตับไก่) จำนวน 5,004 กิโลกรัม มูลค่า 250,200 บาท มีบรรจุภัณฑ์ระบุแหล่งกำเนิดจากประเทศเพื่อนบ้าน จำนวนรวมทั้งสิ้น 6,004 กิโลกรัม มูลค่ารวม 320,200 บาท โดยเจ้าหน้าที่สารวัตรปศุสัตว์ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ประกอบการรายดังกล่าว ซึ่งมีการกระทำความผิด ดังต่อไปนี้ 1) นำเข้าสินค้าปศุสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษตามมาตรา 68 จำคุกไม่เกินสองปี ปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2) ไม่มีใบอนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ภายในราชอาณาจักร อันเป็นความผิดตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษตามมาตรา 71 จำคุกไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ 3) ไม่มีใบอนุญาตทำการค้า และหากำไรในลักษณะคนกลางซึ่งซากสัตว์ อันเป็นความผิดตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษตามมาตรา 66 วรรคหนึ่ง จำคุกไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จากนั้นเจ้าหน้าที่สารวัตรปศุสัตว์ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางดังกล่าวส่งมอบและดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งของกลางดังกล่าวไม่มีการระบุแหล่งที่มาอย่างชัดเจน อาจมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคระบาดสัตว์ที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ รวมถึงความปลอดภัยด้านอาหารของผู้บริโภค และเศรษฐกิจด้านปศุสัตว์ภายในประเภทด้วย

– 006

รมว.เกษตรฯมุ่งพัฒนาด้านสัตวแพทย์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810166

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงานประชุมวิชาการคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ CUVC2024-The Theatre ภายใต้หัวข้อที่ “Integrated One Health Approaches for SustainableWell-Being” โดยมีนายสมชวนรัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วมที่สามย่านมิตรทาวน์ กทม. ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นในการพัฒนาวิชาชีพทางด้านสัตวแพทย์ให้ก้าวหน้าทางด้านวิจัยและนวัตกรรม แสดงถึงบทบาทของสัตวแพทย์ในบริบทที่กว้างขึ้นของสุขภาพหนึ่งเดียว หรือ One Health ที่สัตวแพทย์นอกจากจะเป็นผู้รักษาสัตว์แล้ว ยังเป็นผู้ดูแลทั้งด้านสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม ให้มีความยั่งยืน ความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างมนุษย์ สัตว์ และสุขภาพสิ่งแวดล้อมจำเป็นต้องมีแนวทางเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน ซึ่งสัตวแพทย์มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมาก และนอกจากจะเป็นการประชุมทางวิชาการ ยังถือเป็นการทำงานร่วมกันที่ขยายขอบเขตออกไปในทุกภาคส่วน ทั้งมหาวิทยาลัยสัตวแพทย์ต่างๆ องค์กรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน กว่า 30 แห่ง

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ให้ความสำคัญกับสุขภาพหนึ่งเดียวเป็นอย่างมาก ซึ่ง One Health ไม่ใช่เพียงแค่แนวคิดทฤษฎี แต่ยังเป็นหลักการและแนวทางปฏิบัติที่เป็นตัวกำหนดสุขภาพของเราอีกด้วย โดยในทางสัตวแพทย์ถือเป็นสิ่งสำคัญที่เน้นผลกระทบในเชิงลึกของสุขภาพของสัตว์ที่มีผลต่อสุขภาพมนุษย์ โรคสัตว์สู่คน รวมทั้งการเชื่อมโยงต่อระบบนิเวศ ซึ่งองค์ความรู้ที่ไม่สิ้นสุดทางด้านสัตวแพทย์ ทั้งด้านวิชาการ วิจัย และนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัย ร่วมกับหน่วยงานรัฐบาลจะช่วยกันรักษาสมดุลให้กับโลกได้ นอกจากนี้ สุขภาพหนึ่งเดียว ยังเป็นองค์ความรู้ในการเชื่อมโยงสุขภาพของมนุษย์ สัตว์ และระบบนิเวศ เพื่อสามารถแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน ซึ่งต้องการความร่วมมือระหว่างสาขาวิชาต่างๆ ของสัตวแพทย์ เพื่อวางแนวทางการควบคุมโรค เพิ่มปลอดภัยในอาหาร และรักษาสมดุลอ่อนโยนของระบบนิเวศของเราให้ยั่งยืนได้ในอนาคต

รองปลัดฯรุดติดตามงาน ช่วยผู้เลี้ยงโคนมรายย่อย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810167

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานช่วยเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมรายย่อยในโครงการ
พระราชดำริ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมปศุสัตว์ และองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ผ่านระบบ Zoom Meetingโดยที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นต่างๆ ดังนี้ 1.แนวทางการดำเนินงานช่วยเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมรายย่อยในโครงการพระราชดำริ

2.ภาพรวมแนวทางการดำเนินงานและความก้าวหน้าการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมรายย่อยทั่วประเทศ และ 3.ความก้าวหน้า ปัญหาอุปสรรค แผนงาน/แนวทาง การดำเนินงานช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมรายย่อยในโครงการพระราชดำริ 7 แห่ง คือสหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จ.สกลนคร, สหกรณ์โคนมหนองโพ จ.ราชบุรี, สหกรณ์โคนมชะอำ และสหกรณ์โคนมไทยเดนมาร์ค จ.เพชรบุรี, สหกรณ์โคนมไทยเดนมาร์ค จ.ประจวบคีรีขันธ์, สหกรณ์โคนมไทยเดนมาร์ค จ.สระบุรี และสหกรณ์โคนมทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย เพื่อให้มีประสิทธิภาพต่อไป

พด.ทำแผนใช้ที่ดินตำบล มุ่งใช้งานอย่างเหมาะสมยั่งยืน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810169

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน (พด.) กล่าวว่า ได้จัดทำแผนการใช้ที่ดินซึ่งเป็นเครื่องมือที่จะนำไปสู่การใช้ทรัพยากรดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีแผนการใช้ที่ดินระดับต่างๆ ประกอบด้วย ระดับประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นภาพรวมและเกิดการเชื่อมโยงการใช้ที่ดินด้านต่างๆ ของทั้งประเทศ ระดับจังหวัด เป็นการบริหารจัดการการใช้ที่ดินในจังหวัด และนำไปสู่การจัดทำแผนการใช้ที่ดินระดับตำบล ซึ่งจัดทำให้สอดคล้องกับศักยภาพของที่ดินการเกษตร โดยการมีส่วนร่วมของเกษตรกรและชุมชนตามบริบทของพื้นที่และครอบคลุมรายละเอียดหลายด้าน ได้แก่ การวางแผนการผลิต การอนุรักษ์ดินและน้ำการเตรียมดิน การจัดการอินทรียวัตถุ การจัดการธาตุอาหารพืช การจัดการน้ำในดิน รวมทั้งการควบคุมศัตรูพืชด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำข้อมูลแผนการใช้ที่ดินไปใช้พัฒนาพื้นที่การเกษตรให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ของตนเองได้ ช่วยให้เกิดการใช้ทรัพยากรดินและที่ดินได้อย่างยั่งยืน ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเกษตรกร สร้างความมั่นคงเข้มแข็งให้กับภาคการเกษตร

สำหรับการขับเคลื่อนจัดแผนการใช้ที่ดินระดับตำบลนั้น สำนักงานพัฒนาที่ดิน 12 เขต และสถานีพัฒนาที่ดินในสังกัดได้ร่วมกันดำเนินการ โดยมีกองนโยบายและแผนการใช้ที่ดิน และหน่วยงานส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง ให้การสนับสนุนข้อมูล รวมทั้งให้แนวทางและข้อเสนอแนะในการจัดทำแผนการใช้ที่ดิน ซึ่งได้ดำเนินการส่งเสริมและให้ความรู้กับเกษตรกรในการพัฒนาพื้นที่การเกษตรให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ตามแผนฯ ผ่านโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ เช่น การปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด ก่อสร้างแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน จัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ เป็นต้น หรือโครงการของหน่วยงานอื่นๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นอกจากนี้ ได้นำไปต่อยอดสู่โครงการความร่วมมือพัฒนาตำบล (SMART TAMBON) ซึ่งเป็นการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในรูปแบบฐานข้อมูลสารสนเทศเชิงพื้นที่

ส่วนการวางแผนการใช้ที่ดินและให้ข้อมูลการจัดการดินในพื้นที่เกษตรรายแปลง ทั้งนี้ เพื่อเป็นแนวทางในการบูรณาการงานพัฒนาที่ดินส่งเสริมการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในด้านการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดิน โดยให้เกษตรกรได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ในตำบลของตนเอง มีการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเหมาะสม และเกิดการเรียนรู้ร่วมกันของคนในชุมชน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรในพื้นที่อย่างแท้จริง เพราะเป็นการกำหนดแนวทางในการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ถูกต้องตามศักยภาพของดิน และเกิดประโยชน์สูงสุด นำไปสู่การใช้ที่ดินอย่างยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในตำบลให้ดีขึ้น เกิดผลเป็นรูปธรรม “เกษตรกรกินดี อยู่ดี มีรายได้ มีอาชีพมั่นคง สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน” ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เกษตรฯจัดประชุม คกก.บริหารนโยบาย บริการด้านเกษตร ใช้3แนวทางสำคัญ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810170

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

น.ส.ภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายอำนวยความสะดวกด้านการเกษตรประเด็นบริการทางการเกษตรที่ใช่ เลือกใช้ให้เหมาะสม ของกระทรวงเกษตรฯ ครั้งที่ 2/2567 เพื่อติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนงานนโยบายอำนวยความสะดวกด้านการเกษตร ประเด็นบริการทางการเกษตรที่ใช่ เลือกใช้ให้เหมาะสม ของกระทรวงเกษตรฯ ใน 3 แนวทางสำคัญได้แก่ แนวทางที่ 1 งานบริการภาคการเกษตรเพื่อส่งเสริมเกษตรกร/สถาบันเกษตรกรเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรครบวงจร (Agricultural Service Provider) แนวทางที่ 2 งานบริการApplication ของกระทรวงเกษตรฯ(การเข้าถึงการบริการที่สะดวก รวดเร็วและทันสมัย) และ แนวทางที่ 3 งานบริการ e – Service ของกระทรวงเกษตรฯ(มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น มีค่าใช้จ่ายที่ถูกลงและมีความสะดวกมากขึ้น)

ทั้งนี้ ที่ประชุมมอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบหลัก ได้แก่ กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และสำนักพัฒนาระบบบริหาร สำนักงานปลัดกระทรวง
เกษตรฯ จัดทำฐานข้อมูลงานบริการภาคการเกษตร งานบริการ Applicationของกระทรวงเกษตรฯ และงานบริการe-Service ของกระทรวงเกษตรฯ ให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นตามนโยบายที่กำหนด และให้บริการแก่เกษตรกรได้อย่างแท้จริง

‘ธรรมนัส’เดินหน้า‘คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ’เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810023

‘ธรรมนัส’เดินหน้า‘คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ’เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

‘ธรรมนัส’เดินหน้า‘คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ’เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 08.36 น.

‘ธรรมนัส’เดินหน้า‘คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ’เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

12 มิถุนายน 2567 น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้สานต่อโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 6 และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยรัฐมนตรีร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ได้เตรียมความพร้อมและมอบแนวทางการจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ระดับประเทศ โดยกำหนดจัดงานจุดหลักจะอยู่ที่ศูนย์บริการและพัฒนาลุ่มน้ำปาย ตามพระราชดำริ จังหวัดแม่ฮ่องสอน (ท่าโป่งแดง) ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2567

น.ส.เกณิกา กล่าวต่อว่า วัตถุประสงค์ของโครงการคลินิกเกษตร คือต้องการให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรและประชาชนที่มารับบริการ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดให้เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญ ถือเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาได้รับบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว ทั้งการให้บริการทางวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรแก่เกษตรกร 77 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงขยายโอกาสให้เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล สามารถเข้าถึงการบริการทางการเกษตร และได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องครบถ้วนในคราวเดียวกัน

“โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ  สยามมกุฎราชกุมาร เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถือเป็นโครงการที่มีความสำคัญ และได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด ดำเนินการแบบบูรณาการต่อเนื่องมาโดยตลอด เพื่อให้บริการและแก้ไขปัญหาทางการเกษตรร่วมกัน เพื่อให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกร และประชาชน ในการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ ณ จุดเดียว ซึ่งจะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ครบถ้วนทุกด้าน และสอดคล้องกับปัญหาความต้องการของเกษตรกรอย่างแท้จริง” น.ส.เกณิกา กล่าว