ฉก.พญานาคราชจับ สัตว์น้ำนำเข้าผิดก.ม. ตรวจพบที่ระนอง ยึดได้กว่า500กิโลฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808368

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พ.อ.รวิรักษ์ สัตตบุศย์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราช กล่าวว่า ทางหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราช สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่กองตรวจการประมง สำนักงานประมง จ.ระนอง กรมประมง ชุดปฏิบัติการทางน้ำ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี เข้าจับกุมผู้กระทำผิดสัญชาติเมียนมา 3 ราย ซึ่งร่วมกันลักลอบนำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต บริเวณทะเลอันดามัน จ.ระนอง

ทั้งนี้ ว่าที่ ร.ต.ประเสริฐ คงเยี้ยนหัวหน้าหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลเกาะสุรินทร์ (พังงา) พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำเรือ ร่วมกับนายพิทยา มณีโชติ นายท้ายเรือกลชายทะเล ส3 สังกัดสำนักงานประมง จ.ระนอง และ สอ.ทวีศักดิ์ ดอนจันทร์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการทางน้ำ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี ออกปฏิบัติงานปราบปรามผู้กระทำความผิดตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในพื้นที่ทะเลอันดามัน อ.เมือง จ.ระนอง ได้จับกุมเรือสัญชาติเมียนมา ที่ร่วมกันลักลอบนำเข้าสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต ยึดเรือ 1 ลำ ผู้กระทำความผิด3 คน สัตว์น้ำ รวม 3 รายการ ประกอบด้วย ปลากระเบนคละไซส์น้ำหนักประมาณ 250 กิโลกรัม ปูชนิดต่างๆ คละไซส์ น้ำหนักประมาณ 200 กิโลกรัม และปลาเบญจพรรณ น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม รวมน้ำหนักทั้งสิ้นประมาณ 500 กิโลกรัม ก่อนส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจรับไว้ดำเนินคดี

ที่ปรึกษาฯติดตามนโยบายสินค้ามูลค่าสูง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808371

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามนโยบายผลักดันสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้า เกษตรมูลค่าสูง โดยมีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแตงโมเกาะสุกร ต.เกาะสุกร อ.ปะเหลียน จ.ตรัง

ทั้งนี้ เกาะสุกร มีพื้นที่ปลูกแตงโมประมาณ 310 ไร่ มีเกษตรกร 83 ราย มีการส่งเสริมการผลิตแตงโมผลิตสายพันธุ์เมญ่า โบอิ้ง และวันนา503 ซึ่งเป็นแตงโมเนื้อสีแดง และแตงโมเนื้อสีเหลืองมีปลูกบ้างแต่ไม่มาก เช่น พันธุ์ควีนเลดี้ ไดอาน่า ระยะเวลาการปลูกประมาณ 2 เดือน แต่ละปีจะสามารถปลูกแตงโมได้ 3 รุ่น คือ เดือนกันยายน-ตุลาคมของทุกปี แตงโมคันนา/บนโคก,เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมของทุกปี แตงโมชายหาด และเดือนมกราคม-เมษายนของทุกปี แตงโมหลังนา

สำหรับระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยวแตงโม มีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 60-70 วัน นับจากวันที่ปลูกโดยพื้นที่คันนาสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในช่วงประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม พื้นที่บนโคกประมาณช่วงเดือนธันวาคม พื้นที่ชายหาดประมาณช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นมกราคม และพื้นที่ในนามีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 50-55 วัน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ประมาณช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนเมษายน พื้นที่เกาะสุกรบริเวณที่ปลูกแตงโมจะได้รับไอความเค็มจากน้ำทะเลโดยเกลือโซเดียมจะไปช่วยละลายโพแทสเซียมที่อยู่ในดิน ทำให้พืชเอาดูดเอาไปใช้ได้ดีโพแทสเซียมจะช่วยในเรื่องการสะสมแป้งและลำเลียงน้ำตาลในพืช มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้จากการเลี้ยงสัตว์ ช่วงที่มีเทศกาลปล่อยควาย ระยะเวลา 4 เดือน จะได้มูลสัตว์ประมาณ 2,100 กิโลกรัมต่อวัน ทำให้พื้นที่มีดินอุดมสมบูรณ์ มีสารอาหารมากเพียงพอ ทำให้สามารถปลูกแตงโมซ้ำได้ถึงปีละ 3 ครั้ง ซึ่งแตกต่างจากดินพื้นที่อื่น

ส.ป.ก.ร่วมทำMOUธกส. ขยายสิทธิประโยชน์สินเชื่อฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808375

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การให้ผู้ได้รับสิทธิโดยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ขอรับสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ระหว่างสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กับ ธ.ก.ส.โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ส.ป.ก.ได้เร่งดำเนินการให้ประชาชนมีสิทธิในที่ดิน โดยพิจารณาเอกสารสิทธิการใช้ประโยชน์ให้เป็นโฉนด เพื่อให้สามารถนำไปต่อยอดให้เข้าถึงแหล่งทุนได้ ซึ่งได้เปลี่ยนเอกสารสิทธิฯ จาก ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร พร้อมขยายสิทธิการใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มมูลค่าและใช้ค้ำประกันสินเชื่อกับสถาบันการเงินได้ โดยแก้ไขระเบียบให้รองรับโฉนดเพื่อการเกษตร ตลอดจนสิทธิและการใช้ประโยชน์เพิ่มเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะการใช้โฉนดเพื่อการเกษตรเป็นหลักประกันเงินกู้กับ ธ.ก.ส.

ปัจจุบันมีเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินใช้เอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 เป็นหลักประกันสินเชื่อ ธ.ก.ส.ตามบันทึกข้อตกลงฉบับเดิม (ยังไม่ครอบคลุมถึงโฉนดเพื่อการเกษตร) ประมาณ 350,000 ราย คิดเป็นวงเงินประมาณ 130,000 ล้านบาท และจากบันทึกข้อตกลงฉบับใหม่นี้จะทำให้ผู้ได้รับสิทธิโดยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากวงเงินสินเชื่อ ธ.ก.ส.ที่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 60เป็นร้อยละ 80 ของราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินกรมธนารักษ์ โดยเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยน ส.ป.ก. 4-01เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร 1 ล้านแปลง ในปี 2567 คิดเป็นวงเงินสินเชื่อประมาณ 490,000 ล้านบาท

กรมการข้าวร่วมพิธีลงนามถวายพระพร สำนักพระราชวัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808331

กรมการข้าวร่วมพิธีลงนามถวายพระพร สำนักพระราชวัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมการข้าวร่วมพิธีลงนามถวายพระพร สำนักพระราชวัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

วันจันทร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 16.09 น.

กรมการข้าวร่วมพิธีลงนามถวายพระพร ณ สำนักพระราชวัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

วันที่ 3 มิถุนายน 2567 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมพิธีลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2567 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ สำนักพระราชวัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 3 มิถุนายน 2567 ผ่านระบบออนไลน์ ได้ที่เว็บไซต์ http://www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 1 – 5 มิถุนายน 2567

ชาวนาโอด! น้ำมันแพงทำต้นทุนเพิ่ม ข้องใจทำไม น้ำมันชอบแพงช่วงทำนา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808190

ชาวนาโอด! น้ำมันแพงทำต้นทุนเพิ่ม ข้องใจทำไม น้ำมันชอบแพงช่วงทำนา

ชาวนาโอด! น้ำมันแพงทำต้นทุนเพิ่ม ข้องใจทำไม น้ำมันชอบแพงช่วงทำนา

วันอาทิตย์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 15.33 น.

เกษตรกร จ.บุรีรัมย์ ที่กำลังเริ่มไถหว่านข้าวนาปี โอดได้รับผลกระทบ หลังน้ำมันพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำต้นทุนเพิ่มขึ้นด้วย พร้อมตั้งข้อสังเกตุช่วงฤดูการทำนา-เก็บเกี่ยวของทุกปี ทำไมน้ำมันปรับราคาขึ้น วอนรัฐบาลจริงจังและจริงใจแก้น้ำมันแพง

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมัน ที่มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนทุกสาขาอาชีพ และผู้ประกอบการแล้ว ยังได้ส่งผลกระทบต่ออาชีพเกษตรกรชาวนา และชาวนาที่มีรถไถนารับจ้างด้วยเช่นเดียวกัน

โดยที่ ต.สะเดา อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ชาวนาในหลายตำบล หมู่บ้าน บางส่วนได้ลงมือไถนาหว่านข้าวไปแล้ว และยังมีที่เหลืออีกหลายราย ทั้งที่มีรถไถนาเป็นของตัวเอง และที่ต้องว่าจ้างเพื่อนบ้านที่มีรถไถนาให้มาไถปรับที่นา เพื่อทำการเพาะปลูกข้าวนาปี ในปีการผลิต 2567 นี้ และกำลังได้รับผลกระทบจากปัญหาราคาน้ำมันแพง ที่ได้มีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะนี้ โดยวันนี้ กลุ่มน้ำมันดีเซลที่ จ.บุรีรัมย์ มีราคาขายหน้าปั๊มอยู่ที่ 33.36 บาทต่อลิตร ทำให้ชาวนาที่กำลังไถนาหว่านข้าว ต้องควักเงินจ่ายค่าน้ำมันใส่รถไถนาเพิ่มขึ้นจากเดิม รวมถึงรถไถนาก็ต้องปรับค่าจ้างไถต่อไร่เพิ่มขึ้นจากห้วงปกติเช่นเดียวกัน

นายสุชิน ตวนกระโทก อายุ 60 ปี ชาวนาบ้านสะเดา หมู่ที่ 9 ต.สะเดา อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ บอกว่า ตนทำนา 18 ไร่ และได้ว่าจ้างรถไถนาของเพื่อนบ้าน มาไถปรับสภาพพื้นที่นาเพื่อทำการหว่านเพาะปลูกข้าวนาปี และได้รับผลกระทบ โดยในการทำนาแต่ละครั้งก็มีต้นทุนในการทำนา ทั้งค่าเมล็ดพันธุ์ข้าว ค่าจ้างรถไถ ค่าปุ๋ย ค่าเกี่ยว และค่าขนบรรทุก แต่ตอนนี้ต้องควักเงินลงทุนไปแล้วกว่า 2 หมื่นบาท จ่ายค่าเมล็ดพันธุ์ข้าว และค่าไถ ซึ่งปีนี้หลังจากน้ำมันมีราคาปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้รถไถนาต้องปรับราคาค่าจ้างขึ้นด้วย จากปีที่ผ่านมาค่าไถเฉลี่ยต่อไร่ประมาณ 200 บาท แต่พอมาปีนี้ถ้ารถไถขนาดเล็กคิดราคาไร่ละ 230 บาท ถ้ารถไถใหญ่ไร่ละ 250 บาท ซึ่งจำเป็นจะต้องว่าจ้างรถมาไถนา

พร้อมกันนี้ นายสุชิน ยังได้ตั้งข้อสังเกตุด้วยว่า เป็นที่น่าแปลกใจว่าทำไมพอถึงช่วงหน้านา ไม่ว่าจะเป็นช่วงเริ่มการเพาะปลูกข้าว และเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิต น้ำมันมักจะมีการปรับราคาสูงขึ้นเป็นประจำ จึงอยากวิงวอนให้รัฐบาลได้จริงจัง และจริงใจ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่เกษตรกรทำไร่ทำนา

ด้านนายพีรพัฒน์ จงมีเลิศ อายุ 23 ปี บอกว่า วันนี้มาไถนาให้กับญาติ และรับจ้างไถนาให้เพื่อนบ้าน ซึ่งมีที่นาอยู่ติดกันคิดราคาค่าไถต่อไร่ละ 230 บาท จากปีที่ผ่านมาคิดไร่ละ 200 บาท แต่ปีนี้พบว่าน้ำมันเริ่มปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำเป็นจะต้องปรับราคาค่าจ้างเพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากรถไถต้องใส่น้ำมันเพิ่มมากขึ้นจากเดิม จึงอยากให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันด้วย เพื่อลดผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร

‘กรมปศุสัตว์’ จัดงาน ‘Thailand Buffalo Heritage’ ส่งเสริม ‘ควายไทย’ ให้เป็น Soft Power ด้านเทศกาลประเพณีไทย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808149

'กรมปศุสัตว์'จัดงาน'Thailand Buffalo Heritage'ส่งเสริม'ควายไทย'ให้เป็น Soft Power ด้านเทศกาลประเพณีไทย

‘กรมปศุสัตว์’จัดงาน’Thailand Buffalo Heritage’ส่งเสริม’ควายไทย’ให้เป็น Soft Power ด้านเทศกาลประเพณีไทย

วันอาทิตย์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 09.46 น.

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2567 เวลา 17.00 น.ที่ผ่านมา ณ ลานหลังวัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ นำเจ้าหน้าที่จัดงาน Thailand Buffalo Heritage โดยมี นายเศรษฐา ​ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรี อยุธยา นายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดี​กรม​ปศุสัตว์​ แขกผู้มีเกียรติ เกษตรกร และนักท่องเที่ยวที่สนใจ เข้าร่วม ในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อเป็นการยกระดับการพัฒนาควายไทยให้เป็น Soft Power ระดับโลก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับควายไทย นอกจากนี้ ยังเป็นการดำรงควายไทยให้อยู่คู่กับสังคม และวิถีเกษตรกรรมของไทย รวมถึงเป็นการส่งเสริมให้ควายไทยได้รับการยกระดับและถูกมุ่งเน้นในเชิงพัฒนา โดยกรมปศุสัตว์เป็นเจ้าภาพหลัก ในการจัดกิจกรรมการประกวดควายไทยรวม 30 รุ่น ประกอบด้วย ควายดำ ควายเผือก ควายแคระ และควายยักษ์ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการและกิจกรรมมากมาย

– 006

‘ก.เกษตร’รวมใจปลูกหม่อน น้อมถวาย 46 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808104

‘ก.เกษตร’รวมใจปลูกหม่อน น้อมถวาย 46 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

‘ก.เกษตร’รวมใจปลูกหม่อน น้อมถวาย 46 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

วันเสาร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 22.00 น.

‘ก.เกษตร’รวมใจปลูกหม่อน น้อมถวาย 46 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

1 มิถุนายน 2567 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดงาน “กระทรวงเกษตรรวมใจปลูกหม่อน น้อมถวาย 46 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี” โดยมีนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมกิจกรรม ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ในวันที่ 3 มิถุนายน 2567 กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมหม่อนไหม ได้จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีแด่สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 46 พรรษา รวมถึงเพื่อส่งเสริมการปลูกหม่อน สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิตทางการเกษตร นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดทำแปลงหม่อนสาธิต ขยายพันธุ์หม่อน และสร้างเป็นศูนย์กระจายพันธุ์หม่อน เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านหม่อนไหมให้กับนักท่องเที่ยว นักศึกษา และผู้ที่สนใจในการประกอบอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม โดยมีเป้าหมายการปลูกหม่อนใบและหม่อนผลในพื้นที่ 20 ไร่ จำนวน 10,046 ต้น

“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ที่พระองค์ทรงมีพระเมตตาต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ดังได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจและปรากฏในพระราชดำริของพระองค์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทรงเยี่ยมราษฎรทุกภูมิภาคในโครงการส่งเสริมศิลปาชีพและโครงการพระราชดำริในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาต่อยอดและอำนวยประโยชน์สุขแก่ราษฎร และเนื่องในโอกาสมหามงคลนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้จัดกิจกรรมจิตอาสาร่วมกับการปลูกหม่อนและปล่อยพันธุ์ปลา เพื่อเป็นการร่วมกันทำความดี เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงถึงมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อเหล่าปวงชนชาวไทย พร้อมสืบสานพระราชปณิธานยึดมั่นในการปฏิบัติที่ดี รวมถึงร่วมสร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและปวงชนชาวไทยตลอดไป” รัฐมนตรีเกษตรฯ กล่าว

สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยปลูกหม่อนใบและหม่อนผล จำนวน 10,046 ต้น ในพื้นที่จำนวน 20 ไร่ และกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลา จำนวน 200,046 ตัว พร้อมทั้งมอบพันธุ์หม่อนให้กับผู้อำนวยการสำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขต 1-5 โดยนำไปปลูกใน “โครงการ 72 หมู่บ้าน รวมใจปลูกหม่อนน้อมถวาย 72 พรรษา ทศมินทรราชา”เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 อีกด้วย

กระทรวงเกษตรฯ ร่วมปลูกหม่อน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808074

กระทรวงเกษตรฯ ร่วมปลูกหม่อน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

กระทรวงเกษตรฯ ร่วมปลูกหม่อน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

วันเสาร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.12 น.

กระทรวงเกษตรฯ ร่วมปลูกหม่อน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

▫️วันที่ 1 มิถุนายน 2567 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2567

“กระทรวงเกษตรรวมใจปลูกหม่อน น้อมถวาย 46 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี” โดยมีร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว และผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสกกรณ์ เข้าร่วมงาน ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

▫️ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ยังได้ประธานมอบพันธุ์หม่อนให้กับสำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ  เขต 1 – 5 เพื่อนำไปใช้ในโครงการ 72 หมู่บ้านร่วมใจปลูกหม่อน น้อมถวาย 72 พรรษา ทศมินทรราชา และนำผู้บริหารร่วมกันปลูกหม่อน พร้อมเปิดป้ายแปลงหม่อนเฉลิมพระเกียรติฯ จากนั้นร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาเฉลิมเกียรติ

กรมปศุสัตว์ จัดรณรงค์บริโภคนมทั่วไทย ในวันดื่มนมโลก : World Milk Day

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808011

กรมปศุสัตว์ จัดรณรงค์บริโภคนมทั่วไทย ในวันดื่มนมโลก : World Milk Day

กรมปศุสัตว์ จัดรณรงค์บริโภคนมทั่วไทย ในวันดื่มนมโลก : World Milk Day

วันเสาร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 10.32 น.

วันที่ 31 พฤษภาคม 2567 เวลา 09.00 น. กรมปศุสัตว์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคีเครือข่าย กำหนดจัดงาน “วันดื่มนมโลก” หรือ “World Milk Day” ซึ่งในปี 2567 ภายแนวคิด “สร้างความสุข เสริมภูมิคุ้มกัน ดื่มนมทุกวัน ดื่มได้ทุกวัย บริโภคนมได้หลากหลายเมนู” โดยมีนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมี นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นผู้กล่าวรายงาน  “วันดื่มนมโลก” หรือ “World Milk Day” พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายวีระสันติ ประทุมพล  ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ แขกผู้มีเกียรติ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมฯ  ณ ลานอเนกประสงค์ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคาร B รัฐประศาสนภักดี ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ 

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ตามที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO)  ได้กำหนดให้วันที่ 1 มิถุนายน ของทุกปี เป็น “วันดื่มนมโลก” หรือ “World Milk Day” เพื่อให้ประเทศและองค์กรต่างๆ ทั่วโลก ให้ความสำคัญและร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคนม โดยในปี 2567 ได้จัดขึ้นภายใต้คำขวัญที่ว่า “สร้างความสุข เสริมภูมิคุ้มกัน ดื่มนมทุกวัน ดื่มได้ทุกวัย บริโภคนมได้หลากหลายเมนู” เพื่อรณรงค์การบริโภคนมและผลิตภัณฑ์นมของประชาชนในประเทศให้มากขึ้น รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้บริโภคมีความเข้าใจและมีทัศนคติที่ถูกต้องในการดื่มนม เห็นถึงคุณค่า และประโยชน์ของการบริโภคนม ยังเป็นการส่งเสริมการผลิตน้ำนมของเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงโคนม และอุตสาหกรรมนมในประเทศ ให้มีความมั่นคงด้านอาชีพการเลี้ยงโคนม 


 
การจัดกิจกรรมวันดื่มนมโลก หรือ World Milk Day  มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ประเทศและองค์กรต่างๆ ทั่วโลกให้ความสำคัญต่ออุตสาหกรรมนมทั้งระบบ ได้แก่ ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม และภาคราชการ ตลอดจนถึงผู้บริโภค ให้มีความรู้ความเข้าใจ และมีทัศนคติที่ถูกต้องในการดื่มนมเห็นถึงคุณค่า ประโยชน์ของการบริโภคนม  ยังเป็นการส่งเสริมการผลิตน้ำนมของเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงโคนม และอุตสาหกรรมนมในประเทศ
 
โดยในปีนี้กรมปศุสัตว์มีการจัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคนม ซึ่งประกอบไปด้วย 

 – กิจกรรมการออกบูธจำหน่ายสินค้า ของผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นม ณ ลานอเนกประสงค์ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคาร B รัฐประศาสนภักดี ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ  และผ่านช่องทางสื่อโซเชียลมีเดียของกรมปศุสัตว์

 – วิดีทัศน์ส่งเสริมการบริโภคนมจากหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 

 –  การเสวนาสร้างความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับประโยชน์ของนมให้กับผู้สนใจเข้ารับฟัง โดยผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ และเอกชน

 กิจกรรมรณรงค์การบริโภคนมของหน่วยงานกรมปศุสัตว์ส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคที่ร่วมผ่านทาง VDO conference 

ทั้งนี้การจัดงานในปีนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย องค์การส่งเสริมกิจกรรมโคนมแห่งประเทศไทย สภาเกษตรกรแห่งชาติ ชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด สมาคมผู้ผลิตนมพาสเจอไรส์ สมาคมอุตสาหกรรมนมและอาหาร กรมอนามัย องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ เครือข่ายนมดีทุกวัยดื่มได้ทุกวัน สมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ และหน่วยงานอื่นๆ ในประเทศอีกเป็นจำนวนมาก อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าว

อธิบดีกรมปศุสัตว์ ร่วมงานแถลงวิสัยทัศน์ Ignite Thailand : Agriculture Hub ของ​เศรษฐ​า​ ทวีสิน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807972

อธิบดีกรมปศุสัตว์ ร่วมงานแถลงวิสัยทัศน์ Ignite Thailand : Agriculture Hub ของ​เศรษฐ​า​ ทวีสิน

อธิบดีกรมปศุสัตว์ ร่วมงานแถลงวิสัยทัศน์ Ignite Thailand : Agriculture Hub ของ​เศรษฐ​า​ ทวีสิน

วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 20.30 น.

“อธิบดีกรมปศุสัตว์”ร่วมงานแถลงวิสัยทัศน์ Ignite Thailand : Agriculture Hub ของนายกรัฐมนตรี​เศรษฐ​า​ ทวีสิน

วันที่ 31 พฤษภาคม 2567 เวลา 14.00 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์​ พร้อมด้วย​ นายสัตวแพทย์โสภัชย์​ ชวาลกุล​ นายสัตวแพทย์ประภาส​ ภิญโญชีพ​ และนายพงษ์พันธ์​ ธรรมมา​ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์  ร่วมรับฟังการแถลงแนวทางยุทธศาสตร์เพื่อเปลี่ยนแปลงการเกษตรไทยให้เป็นศูนย์กลางเกษตรและอาหารของโลก รับชมวิดีทัศน์สรุปภาพรวม “ปลุกพลังเกษตรไทย ปลุกความยิ่งใหญ่ระดับโลก” และการแถลงวิสัยทัศน์ Ignite Agriculture 2025 ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในงาน Ignite Thailand : Agriculture Hub เรื่อง ปลุกพลังเกษตรกรไทย ปลุกความยิ่งใหญ่ระดับโลก​ โดยมุ่งยกระดับภาคเกษตรกรรม​ ส่งเสริมเกษตรกรไทยให้มีรายได้มากขึ้น​ 3​ เท่าใน​ 4​ ปี​ ดูแลตั้งแต่ตันน้ำในภาคการผลิต จนไปถึงการแปรรูปส่งออกไปยังตลาดโลกตลอดห่วงโซ่ ด้วยการใช้ “ตลาดนำ​ นวัตกรรมเสริม​ เพิ่มรายได้”  ผ่านการขับเคลื่อนด้วยมาตรการสำคัญของร้อยเอกธรรมนัส​ พรหมเผ่า​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ 2​ มาตรการ​ ได้แก่​ มาตรการสร้างภูมิคุ้มกันและความยั่งยืน​ และมาตรการยกระดับสินค้าเกษตรสู่การเพิ่มรายได้ โดยมีคณะรัฐมนตรี​และผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ เข้าร่วมรับฟัง​ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล