กรมข้าวเปิดงานวันข้าวหอมฯ เชื่อมโยงตลาด-เทคโนโลยีใหม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709050

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยนายจารึก กมลอินทร์ ประธานคณะกรรมการกลางศูนย์ข้าวชุมชนแห่งประเทศไทย นายชัยยพลชาวเมืองสีวสุ รองประธานกรรมการกลางศูนย์ข้าวชุมชนแห่งประเทศไทย และผู้บริหารกรมการข้าวทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เข้าร่วมพิธีเปิดงานวันข้าวหอมมะลิอำเภอบัวใหญ่ ครั้งที่ 1 โดยมีนายกิตติวัฒนกสิการ เกษตรอำเภอบัวใหญ่ นายบุญเลิศ ประสิทธิ์นอก ประธานศูนย์ข้าวชุมชนอำเภอบัวใหญ่ และเกษตรกรในพื้นที่ ต้อนรับ ที่สำนักงานเกษตรอำเภอบัวใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา

ทั้งนี้ อธิบดีกรมการข้าว ได้เป็นประธานเปิดพิธีดังกล่าวและร่วมบายศรีสู่ขวัญข้าว พร้อมกับพบปะสมาชิกโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ภายในงาน โดยนายณัฏฐกิตติ์ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เชื่อมโยงทางการตลาดข้าวหอมมะลิ จ.นครราชสีมา รวมทั้งนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในกระบวนการผลิต แปรรูปข้าวหอมมะลิ และอุตสาหกรรมให้เกษตรกรได้รับรู้

จัดงานนิทรรศการ‘กรมชลฯ6รัชกาลฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709048

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้จัดนิทรรศการ “กรมชลประทาน 6 รัชกาล งานของแผ่นดิน” ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของกรมชลประทาน นับตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงก่อตั้งกรมคลอง วิวัฒนาการเป็นกรมทดน้ำ และกรมชลประทาน จนย่างก้าวสู่ปีที่ 121 ในรัชกาลปัจจุบัน ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน มีการพัฒนาแหล่งน้ำเริ่มจากภูมิปัญญาบรรพชน จนถึงภูมิปัญญาในวิทยาการสมัยใหม่ เพื่อนำพากรมชลประทานไปสู่ความเป็นองค์กรอัจฉริยะ สร้างความมั่นคงด้านน้ำและเพิ่มคุณค่าการบริหารจัดการน้ำในปี 2580

กรมชลประทาน สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณใหญ่หลวงหาที่สุดมิได้ของทั้ง 6 รัชกาล ตลอดระยะเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา ได้น้อมนำแนวพระราชดำริอันเกิดแต่ปรีชาสามารถของทุกๆ พระองค์ มาเป็นแนวทางปฏิบัติในการดำเนินงานจนเป็นผลสำเร็จ งานชลประทานพัฒนาการเจริญเติบโตอย่างกว้างขวาง ด้วยรูปแบบโครงการในประเภทและขนาดต่างๆ ครอบคลุมในทุกภาคของประเทศไทย สร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่นคงผาสุกอยู่ดีกินดีให้เกิดกับประชาชนทุกแห่งหน นับเป็นความภาคภูมิใจของกรมชลประทานและชาวชลประทาน ที่ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานจนเป็นที่ประจักษ์ ทั้งงานด้านวิชาการ ด้านพัฒนาแหล่งน้ำ งานบริหารจัดการน้ำ ด้านการมีส่วนร่วม งานสิ่งแวดล้อม ฯลฯ อย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย 6 รัชกาล ที่ทรงคุณูปการใหญ่หลวงในงานชลประทาน จนบังเกิดเป็นความมั่นคงแห่งน้ำ ปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของคนไทย จึงจัดแสดงนิทรรศการดังกล่าว ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2566 เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านต่างๆ ของกรมชลประทาน ให้ประชาชนได้รับรู้

อ.ต.ก.จัดกิจกรรม ยกสวนตะลอนกรุง หนุนสินค้าเกษตร สร้างรายได้ยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709045

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปณิธาน มีไชยโย ผอ.องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กล่าวว่า ได้จัดกิจกรรมตลาดเคลื่อนที่ “ยกสวนตะลอนกรุง” จำหน่ายสินค้าเกษตรผลไม้สดและแปรรูปจากเกษตรกรโดยตรง ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว ยึดหลักตลาดนำการผลิต สนับสนุนเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนและสถาบันเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้และผู้ผลิตสินค้าผลไม้แปรรูป จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าการเกษตร ส่งเสริมธุรกิจเกษตรในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ นำเกษตรสมัยใหม่เชื่อมโยงกับกลไกตลาดให้เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรได้เกิดการเรียนรู้ด้านการบริหารจัด การวางแผนการผลิตให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับปริมาณความต้องการสินค้าของตลาดอย่างสมดุลกัน เพื่อไม่ให้เกิดภาวะสินค้าล้นตลาด ก่อให้เกิดรายได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ สำหรับกิจกรรม“ยกสวนตะลอนกรุง” มีการจำหน่ายผลไม้จากสวนเกษตรกรโดยตรง อาทิ มะยงชิด มะปรางหวาน มะม่วงน้ำดอกไม้ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกล้วย มีโปรโมชั่นพิเศษ รับฟรีคูปองเงินสดมูลค่า50 บาท เพียงกด Like & Share กิจกรรม “ยกสวนตะลอนกรุง” ทาง เฟซบุ๊ก : ortorkordelivery เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าในงานที่ตลาด อ.ต.ก.ริมคลองบางซื่อ นอกจากนี้อ.ต.ก. พร้อมเคลื่อนที่ยกสวนตะลอนกรุง จำหน่ายสินค้าเกษตรผลไม้สดและแปรรูป ที่กรมประมง และการประปานครหลวง เพียงซื้อสินค้าร้านใดก็ได้ครบทุก 500 บาท รับคูปองเงินสดมูลค่า 50 บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้า

2 แสนตัน! ‘ประภัตร’ประสานลงนามความร่วมมือส่งออก’ทุเรียนไทย’ไปจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708656

2 แสนตัน! 'ประภัตร'ประสานลงนามความร่วมมือส่งออก'ทุเรียนไทย'ไปจีน

2 แสนตัน! ‘ประภัตร’ประสานลงนามความร่วมมือส่งออก’ทุเรียนไทย’ไปจีน

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.17 น.

“รมช.ประภัตร”ประสานลงนามความร่วมมือการส่งออกทุเรียนไทยไปยังประเทศจีน ดึงผู้ประกอบการไทยจีนจับมือส่งออก คาดเบื้องต้นส่งออกทุเรียนกว่า 2 แสนตัน หรือกว่า 3,000 ตู้คอนเทนเนอร์ ในปี 66 พ่วงด้วยมะพร้าว และอาหารทะเล อีกกว่า 2,000 ตู้คอนเทนเนอร์

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 ที่กระทรวงเกษตร์ นายประภัตร โพธสุธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นสักขีพยานลงนามความร่วมมือในการส่งออกผลไม้ ระหว่างบริษัท ควีน โฟรเซ่น ฟรุต จำกัด กับ Tsinghua Uniresource Company ของประเทศจีน

โดย นายประภัตร กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยและประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะการนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรของไทยไปยังประเทศจีน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งดำเนินการแก้ไขอย่างต่อเนื่องตลอดมา โดยผลไม้ของประเทศไทยพอถึงฤดูกาล อาจจะทำให้ราคาตกต่ำลง และสร้างความเดือดร้อนกังวลใจให้แก่พี่น้องเกษตรกร

ซึ่งในวันนี้ ได้มึการประสานงานความร่วมมือ ระหว่างบริษัทเอกชนของทั้ง2ประเทศได้มีการลงนามข้อตกลงร่วมกันในการรับซื้อ ผลไม้จากไทยจะทำให้เกษตรกรได้เกิดความมั่นใจ ว่าจะมีตลาดในการส่งออกผลไม้ เพราะจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัลโควิด-19 ทำให้เกิดวิกฤตและมีความยากลำบากในการส่งออกสินค้าทางการเกษตร ซึ่งทางรัฐบาลไทยได้ช่วยเหลือ สร้างความมั่นใจให้ทั้งทางพี่น้องเกษตรกรและประเทศจีนอย่างเต็มที่ ว่าสามารถส่งได้ในทันที และจะให้ราคาที่ดี เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้ได้มากที่สุด

สำหรับการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ทางจีนยืนยันว่า จะซื้อทุเรียนจากประเทศไทยกว่า 2 แสนตัน หรือกว่า 3,000 ตู้คอนเทนเนอร์ และยังจะมีการรับปากจะซื้อมะพร้าวจากไทยจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำในขณะนี้ได้ด้วย ขณะเดียวกันยังจะมีนำเข้าชมพู่ และหมาก ด้วย นอกจากนี้ ทางจีนยังแสดงเจตจำนงค์ในการที่จะนำเข้าอาหารทะเลจากประเทศไทยอีกกว่า 2,000 ตู้คอนแทนเนอร์ ซึ่งกระทรวงฯ จะประสานทางเอกชนไทย เพื่อส่งออกอาหารทะเลต่อไป

“อนาคตหวังว่าจะสามารถส่งผลไม้ หรือสินค้าประเภทอื่นๆไม่ว่าจะเป็นหมาก ชมพู่ มะพร้าวน้ำหอม และอาหารทะเลไปยังประเทศจีนอีกด้วย โดยในปี 2566 ทางประเทศจีนจะรับซื้อทุเรียนประมาณ 2,000 – 3,000 ตู้คอนเทนเนอร์ (1 ตู้คอนเทนเนอร์ เฉลี่ยประมาณ 18 ตัน) และต้องขอบคุณ บริษัท ไทย อะกรีคัลเจอร์ จำกัด ที่ทำให้เกิดสัญญาซื้อขายนี้เกิดขึ้นด้วย” รมช.ประภัตร กล่าว

นายประภัตร กล่าวด้วยว่า ในการส่งออกผลไม้ไทยไปยังจีนขณะนี้ อยากฝากถึงเจ้าของสวนทุเรียนไทย และขอความร่วมมือเกษตรกรอย่าตัดทุเรียนอ่อนออกจำหน่าย ขณะที่ยังไม่ครบอายุการเก็บเกี่ยว เพราะจะผลต่อคุณภาพและความน่าเชื่อถือต่อทุเรียนไทย ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อการส่งออกของตลาดผลไม้ไทย ด้วยเช่นกัน

– 006

รองปลัดฯร่วมพิธี ลงนามในข้อตกลง การวิจัยและพัฒนา เพิ่มศักยภาพเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708455

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจากนายประยูรอินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเกษตรเพื่อเสริมศักยภาพด้านการเกษตรของไทย ระหว่างสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)กับบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ที่อาคารเอสเจ โดยบันทึกข้อตกลงดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาด้านการเกษตรผ่านระบบโทรคมนาคมและระบบดาวเทียม เพื่อส่งเสริมให้เกิดองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อพัฒนาภาคการเกษตรให้ทันสมัย

ทั้งนี้ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้ร่วมหารือแลกเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาความร่วมมือภายใต้บันทึกข้อตกลงดังกล่าว โดยเน้นการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ประจำปีงบประมาณ 2566 ได้แก่ นโยบายตลาดนำการผลิต นโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0 และนโยบายเกษตร 3S (Safety Security Sustainability)เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค และสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรอย่างยั่งยืนต่อไป

เกษตรฯเข้าร่วมการประชุม คกก.น้ำตาลทรายครั้งที่1/66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708456

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการน้ำตาลทราย ครั้งที่ 1/2566 ในฐานะกรรมการ (ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์)ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ชั้น 1 กระทรวงอุตสาหกรรม โดยมี นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เป็นประธานการประชุม

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ดำเนินการพิจารณาเลือกประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และเลขานุการคณะกรรมการน้ำตาลทราย เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย และร่วมกันหารือและพิจารณาในประเด็น 1.ขอรับสิทธิซื้อน้ำตาลทรายผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกปี 2566, 2.บริษัท น้ำตาลเกษตรผล จำกัด ขอปรับปรุงบัญชีน้ำตาลทรายดิบชนิดเทกองฤดูการผลิตปี 2563/2564 และปี 2564/2565 (ขาดบัญชี) และ 3.การมอบอำนาจให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดกระทำกิจการเฉพาะอย่างแทนประธานคณะกรรมการน้ำตาลทราย

สกู๊ปพิเศษ : สภาเกษตรกรแห่งชาติ ขับเคลื่อนภารกิจเพื่อเกษตรกรทั่วไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708453

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สภาเกษตรกรแห่งชาติ ยืนยันความพร้อม ประกาศวันเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร ดีเดย์ 19 มีนาคมนี้ชวนเกษตรกรทั่วประเทศร่วมใช้สิทธิเพื่อการพัฒนาเกษตรกรอย่างยั่งยืน สภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้ประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร และการเลือกสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ โดยได้กำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2566 เป็นวันลงคะแนนเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น. ทั้งนี้ ยังเปิดให้เกษตรกรผู้ที่สนใจลงสมัครรับเลือกตั้งฯ สามารถยื่นใบสมัคร
รับเลือกตั้งฯ พร้อมเอกสารหลักฐานได้ตั้งแต่วันที่ 8-12 กุมภาพันธ์ 2566 (5 วัน) ณ ที่ทำการปกครองอำเภอในเขตพื้นที่จังหวัด/สำนักงานเขตในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หรือสถานที่อื่นที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดประจำอำเภอ หรือผู้อำนวยการการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรกรุงเทพมหานครประจำเขตประกาศกำหนด โดยพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ สามารถตรวจสอบรายชื่อในประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป ณ ที่ทำการปกครองอำเภอ / หน่วยเลือกตั้งใกล้บ้าน

นายรัตนะ สวามีชัย เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกที่สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ดำเนินการจัดการเลือกตั้งเอง ซึ่งการเลือกตั้งครั้งก่อนนั้นเป็นการเลือกตั้งทางอ้อมในระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัด แต่ครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งโดยตรงและลับ โดยใช้ฐานข้อมูลเกษตรกรรายบุคคลเป็นหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งจะแตกต่างจากการเลือกตั้งในครั้งที่แล้ว โดยสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติได้มีการร่วมมือเป็นอย่างดีกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการต่างๆ ภายใต้ระเบียบสภาเกษตรกรแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร พ.ศ. 2565 อาทิ คณะอนุกรรมการกฎหมาย คณะอนุกรรมการรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ และวินิจฉัย และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนภารกิจการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร เพื่อเตรียมความพร้อมในเรื่องต่างๆ และขับเคลื่อนการปฏิบัติงานได้

ทั้งนี้ สภาเกษตรกรแห่งชาติได้มีการเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการเลือกตั้งฯ ให้เจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง ซึ่งประกอบด้วยผู้อำนวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดประจำอำเภอ/ประจำเขต หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด เจ้าหน้าที่สำนักงานสภาเกษตรจังหวัด และเจ้าหน้าที่สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ มีความรู้ ความเข้าใจในบทบาท หน้าที่ตามพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. 2553 รวมทั้งกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร และการเลือกสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติในครั้งนี้ เป็นไปด้วยความราบรื่น ถูกต้อง โปร่งใส และเที่ยงธรรม ซึ่งได้ดำเนินการไปครบถ้วนสมบูรณ์แล้วในช่วงเวลาที่ผ่านมา

สำหรับบทบาท ภารกิจ ของสภาเกษตรกรแห่งชาติ สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร นับว่าเป็นบทบาทที่มีความสำคัญจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศ โดยเป็นกลไกสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนเกษตรกร คอยรับฟังปัญหาจากเกษตรกร มาเสนอต่อสภาเกษตรกรจังหวัดและสภาเกษตรกรแห่งชาติ เพื่อหาแนวทางแก้ไขโดยมุ่งรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร และเพื่อพัฒนาการประกอบอาชีพเกษตรกรรมให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน

ด้านนายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อกรมการปกครองได้รับมอบหมายภารกิจจากกระทรวงมหาดไทย ให้เป็นผู้รับผิดชอบให้ความร่วมมือในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร และการเลือกสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติในครั้งนี้ ก็ได้มอบหมายให้สำนักบริหารการปกครองท้องที่โดยส่วนการเมืองและการเลือกตั้ง ดำเนินการในการวางแผนการบริหารจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกรอย่างเป็นระบบ โดยมีการกำหนดกิจกรรมที่ต้องดำเนินการอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดแบ่งเขตเลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้ง การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการให้เจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง การดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกรให้เป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม สามารถตรวจสอบได้ในทุกกระบวนการ พร้อมทั้งยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติอย่างใกล้ชิด อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญก็ได้มอบสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ให้ดำเนินการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร โดยตรวจสอบ คัดกรองตามคุณสมบัติที่กำหนดในระเบียบการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดประเภทผู้แทนเกษตรกร

ทั้งนี้ สภาเกษตรกรแห่งชาติ เชิญชวนเกษตรกรไทยรวมพลังใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร และการเลือกสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2566โดยจะมีการลงคะแนนเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา 08.00 -17.00 น. พร้อมทั้งเชิญชวนให้เกษตรกรผู้ที่สนใจลงสมัครรับเลือกตั้ง สามารถยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งฯ พร้อมเอกสารหลักฐานได้ตั้งแต่วันที่ 8-12 กุมภาพันธ์ 2566 ณ ที่ทำการปกครองอำเภอในเขตพื้นที่จังหวัด/สำนักงานเขตในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หรือสถานที่อื่นที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดประจำอำเภอ หรือผู้อำนวยการการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรกรุงเทพมหานครประจำเขต ประกาศกำหนด

รองฯกรมข้าวเยี่ยมแปลงนาสะอาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708457

รองฯกรมข้าวเยี่ยมแปลงนาสะอาด

รองฯกรมข้าวเยี่ยมแปลงนาสะอาด

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รุดเยี่ยม : น.ส.นนทิชา วรรณสว่าง รองอธิบดีกรมการข้าว และคณะ เยี่ยมชุมชนกลุ่มแปลงนาสะอาด จ.กำแพงเพชร โรงอบลดความชื้นฯ สถานที่ทำผลิตภัณฑ์ข้าวตลอดจนรับฟังการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค พร้อมแนะนำและให้ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาให้สำเร็จตามเป้าหมาย

น.ส.นนทิชา วรรณสว่าง รองอธิบดีกรมการข้าว และคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนชุมชนกลุ่มแปลงนาสะอาด โดยมี นายทฤษฎี เพชรมะลิ ประธานกลุ่มวิสาหกิจแปลงนาสะอาด ผู้นำกลุ่มศูนย์ข้าวชุมชน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวฯ ให้การต้อนรับ ที่ศูนย์ข้าวชุมชนแปลงนาสะอาด จ.กำแพงเพชร

สำหรับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปลงนาสะอาด ได้รับการสนับสนุนให้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวตลาดเฉพาะ (Niche Market)
ของกองพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวกรมการข้าว ตั้งแต่ปี 2559 โดยใช้ข้าวโภชนาการสูงพันธุ์รับรองของกรมการข้าว ได้แก่ กข 69 (ทับทิมชุมแพ) และมะลินิลสุรินทร์ นำร่อง ซึ่งได้ดำเนินการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยปี 2564 วิสาหกิจชุมชนได้เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนงบประมาณฯ สร้างโรงอบลดความชื้นข้าวเปลือก และสถานที่ปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ ตลอดจนได้จดทะเบียนเป็นศูนย์ข้าวชุมชนแปลงนาสะอาด เพื่อให้มีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวได้ดียิ่งขึ้น และให้พี่น้องชาวไทยได้บริโภคข้าวที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ไม่มีสารตกค้าง และใช้ทุกส่วนจากข้าวให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ในการนี้ รองอธิบดีกรมการข้าว ได้เยี่ยมชมโรงอบลดความชื้นเมล็ดข้าวเปลือก สถานที่ปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวของกลุ่มฯ และเยี่ยมชมสถานที่ทำผลิตภัณฑ์จากข้าว ตลอดจนรับฟังผลการดำเนินงาน ปัญหา/อุปสรรค พร้อมให้คำแนะนำ ข้อเสนอแนะในการบริหารจัดการให้พัฒนาและสำเร็จตามเป้าหมาย

‘เฉลิมชัย’เผยยอด11เดือน สินค้าเกษตรโกยรายได้1.5ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708454

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ประเทศไทยในฐานะประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรอันดับ 13 ของโลก ทำให้สินค้าเกษตรของไทยต้องพึ่งพาตลาดต่างประเทศเป็นหลัก แต่ปัจจุบันสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศภายใต้ความท้าทายที่มากขึ้นในหลายมิติ ทั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศการเกิดโรคอุบัติใหม่-อุบัติซ้ำ การก้าวกระโดดของเทคโนโลยีและนวัตกรรม ความเข้มงวดของกฎระเบียบทางการค้าและข้อตกลงระหว่างประเทศ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ตลอดจนความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ต้นทุนการผลิตภาคการเกษตรเพิ่มสูงขึ้น แต่สถิติภาพรวมการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกในช่วง 11 เดือนของปี 2565 (มกราคม–พฤศจิกายน 2565) ยังคงแข็งแกร่ง โดยภาพรวมการค้าไทยกับทั่วโลก คิดเป็นมูลค่า 1,553,822 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 ที่มีมูลค่า 1,273,761 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 22) ซึ่งการดำเนินงานต่างๆ ทุกหน่วยงานร่วมขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1.ตลาดนำการผลิต 2.เทคโนโลยีเกษตร 4.0, 3. “3 S” เกษตรปลอดภัย เกษตรมั่นคงและเกษตรยั่งยืน 4.เกษตรกรรมยั่งยืน และ 5.บูรณาการทำงานเชิงรุกกับทุกภาคส่วน

ด้านนายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า หากพิจารณาเฉพาะการค้าระหว่างไทยกับประเทศที่ไทยทำความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA) ซึ่งไม่นับรวมประชาคมอาเซียน ประกอบด้วย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เปรู ชิลี อินเดีย ฮ่องกง เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาพบว่าภาพรวมการค้าอยู่ที่ 901,284 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.52) โดยการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย มีมูลค่ากว่า 698,500 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.82) และนำเข้าเป็นมูลค่า 202,784 ล้านบาท

ทั้งนี้ ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้าคิดเป็นมูลค่า 495,716 ล้านบาท ตลาดส่งออกที่มีมูลค่ามากที่สุด ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย สาธารณรัฐเกาหลี และออสเตรเลีย ตามลำดับ สำหรับสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุด ได้แก่ ผลไม้ มูลค่า 164,793 ล้านบาท ของปรุงแต่งจากเนื้อสัตว์ ปลา หรือสัตว์น้ำ 97,145 ล้านบาท ยางพารา 83,919 ล้านบาท พืชผักเพื่อบริโภค มูลค่า 49,052 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์แป้งธัญพืช 41,451 ล้านบาท ไขมันและน้ำมันที่ได้จากสัตว์ หรือพืช มูลค่า 40,521 ล้านบาท และน้ำตาลและผลิตภัณฑ์จากน้ำตาล มูลค่า 33,638 ล้านบาท เป็นต้น

สำหรับความตกลงการค้าเสรีฉบับล่าสุดของไทย (RCEP) ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2565 พบว่า ภาพรวมการค้ามีมูลค่ากว่า 1,286,028 ล้านบาท โดยการส่งออกมีมูลค่ากว่า 971,508 ล้านบาท และนำเข้ามีมูลค่ากว่า 314,520 ล้านบาท

‘สไกร’ สร้างความเข้าใจทำงานปี 66 ย้ำต้องโปร่งใส-แก้ไขปัญหาเกษตรกรทันที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708475

'สไกร' สร้างความเข้าใจทำงานปี 66 ย้ำต้องโปร่งใส-แก้ไขปัญหาเกษตรกรทันที

‘สไกร’ สร้างความเข้าใจทำงานปี 66 ย้ำต้องโปร่งใส-แก้ไขปัญหาเกษตรกรทันที

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 18.11 น.

เลขาธิการ สไกร เปิดเวทีอบรมติวเข้มหัวหน้าสาขา สร้างความเข้าใจการทำงานปี 66 คึกคัก ย้ำให้ทุกคนทำงานด้วยความโปร่งใส รวดเร็ว ความเดือดร้อนของเกษตรกรต้องได้รับการแก้ไขทันที

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2666 ที่โรงแรมอีโค่ โคซี่ บีชฟร้อนท์ รีสอร์ท เพชรบุรี นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงาน กฟก. เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างความเข้าใจในการปฏิบัติงานภายใต้ระเบียบและแนวทางปฏิบัติที่ปรับปรุงเพิ่มเติม โดยมี รองเลขาธิการ ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ หัวหน้าส่วนทุกส่วน หัวหน้าสำนักงานสาขาทุกจังหวัด เข้าร่วมอบรมในครั้งนี้กว่า 100 คน

นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงาน กฟก. ได้มอบนโยบาย 5 ด้าน ต่อหัวหน้าสำนักงาน ว่า “ภายใต้ภารกิจตามกฎหมายของกองทุนฟื้นฟูฯ นั้น มีหน้าที่สำคัญในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรกว่า 5 ล้านคน ภารกิจที่จำเป็นเร่งด่วนทั้งในขณะนี้และเป็นแผนการทำงานในปี 67 คือ 1. เรื่องการสะสางฐานข้อมูลด้านทะเบียนองค์กรและทะเบียนหนี้ให้มีความเป็นปัจจุบันและถูกต้อง ทันสมัย เพราะจะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น 2. คณะอนุกรรมการระดับจังหวัด ให้ทุกสาขาจังหวัดเร่งประมวลและรวบรวมกลุ่มไลน์อนุกรรมการจังหวัดแต่ละจังหวัด เพื่อให้เกิดการสื่อสารที่รวดเร็วและทั่วถึง อำนวยความสะดวกให้การทำงานในพื้นที่มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น 3. การดำเนินงานในระดับพื้นที่ ได้มีการแบ่งเขตบูรณาการกลุ่ม เพื่อขับเคลื่อนงานที่ติดค้าง มีปัญหาให้ได้รับการแก้ไข มีสำนักกิจการสาขาจังหวัด และสำนักงานใหญ่ทุกส่วนงาน เป็นหน่วยประสานงานและให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกในทุกด้าน 4. บทบาทหน้าที่ของกฎหมาย ได้มอบนโยบายกับสำนักกฎหมาย ให้มีโครงการนิติกร ซึ่งเป็นกระบวนการบริหารทางหลักนิติศาสตร์ นำมาช่วยเหลือเกษตรกรที่มีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย 5. งานด้านการตรวจสอบ เป็นการตรวจสอบเพื่อป้องกัน แนะนำ นิเทศน์ให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับทราบและแก้ไขปรับปรุงให้ถูกต้อง เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศที่เกี่ยวข้อง

หลังจากนั้นรองเลขาธิการสำนักงาน กฟก. นายสมยศ ภิราญคำ และผู้อำนวยการสำนักบริหาร ได้ชี้แจงเรื่องการดำเนินงานตามแผนงานประจำปี 2566 และการดำเนินงานภายใต้ตัวชี้วัดผล 5 ด้านของ กฟก. ที่ประเมินโดย Tris ปิดท้ายเนื้อหาการอบรมด้วยผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบ ในประเด็นเรื่องมุมมองการดำเนินงานด้านการตรวจสอบภายในของสำนักงานสาขาจังหวัด โดยบรรยากาศในวันแรกเต็มไปด้วยความคึก.-008