มกอช.ส่งเสริมพืชสมุนไพรมาตรฐาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693703

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ขับเคลื่อนการพัฒนาสมุนไพร ภายใต้แผนแม่บทแห่งชาติ ว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 (2560–2565) โดยกำหนดให้มียุทธศาสตร์ในการบรรลุตามเป้าหมาย 4 ยุทธศาสตร์ โดยมอบหมายให้มกอช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงาน เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาพืชสมุนไพรไทยให้มีศักยภาพและรองรับตลาดผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมา มกอช.ได้ส่งเสริมการผลิตพืชสมุนไพรให้ได้มาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์ โดยขับเคลื่อนผ่านโครงการพัฒนาเมืองสมุนไพร (Herbal city) ซึ่งได้ดำเนินโครงการส่งเสริมและยกระดับการผลิตสมุนไพรต้นแบบตามมาตรฐานสินค้าเกษตร ในพื้นที่ จ.ชัยนาท และโครงการพัฒนาต้นแบบการผลิต สมุนไพรอินทรีย์ในพื้นที่เมืองสมุนไพร จ.อำนาจเจริญ

สำหรับในปีงบประมาณ 2566มกอช.มีแผนการส่งเสริมและยกระดับการผลิตพืชสมุนไพรให้ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง โดยต่อยอดโครงการพัฒนาเมืองสมุนไพร (Herbal city) ผ่านโครงการส่งเสริมและยกระดับการผลิตพืชสมุนไพรเศรษฐกิจในพื้นที่เมืองสมุนไพร โดยอบรมให้ความรู้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพืชสมุนไพรในพื้นที่แปลงใหญ่ จ.อุทัยธานี มีโรงพยาบาลที่เป็นแหล่งรับวัตถุดิบสมุนไพรจากกลุ่มผู้ปลูกเพื่อนำมาแปรรูปและผลิตยาสมุนไพรที่มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน GMP

นอกจากนี้ได้จัดทำโครงการพัฒนาที่ปรึกษาเกษตรกรด้านมาตรฐานพืชสมุนไพรเศรษฐกิจ (กัญชา)ในพื้นที่ จ.เชียงราย โดยการอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เรื่องมาตรฐาน GAP การปลูก การดูแล การขออนุญาต และกฎหมายต่างๆ ตลอดจนโครงการยกระดับและพัฒนาศักยภาพการผลิต การตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน GAP/เกษตรอินทรีย์ สำหรับพืชสมุนไพรในเขต ส.ป.ก.

‘มนัญญา’ชื่นชมสหกรณ์พัทลุง แก้ปัญหาหนี้สินให้สมาชิกพ้นยากจน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693701

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.พัทลุง ตรวจราชการและติดตาม “โครงการแก้ไขปัญหาหนี้ให้กับประชาชน” พร้อมด้วย นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และผู้เกี่ยวข้อง ที่สหกรณ์การเกษตรพนมวังก์ จำกัด ต.พนมวังก์ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง โดย น.ส.มนัญญา กล่าวว่า ได้ให้ความสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม จึงจัดสรรงบประมาณในการลดภาระดอกเบี้ยแก่สมาชิกนำไปสู่การลดภาระหนี้สิน ซึ่งปีนี้รัฐบาลกำหนดให้เป็นปีแห่ง “การแก้ปัญหาหนี้สิน” จึงจำเป็นต้องหันมาร่วมมือกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่เป็นสถาบันหลักในพื้นที่จะต้องส่งเสริม บูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์

“สหกรณ์การเกษตรพนมวังก์ ถือเป็นสหกรณ์ที่เข้มแข็งแห่งหนึ่งใน จ.พัทลุง ได้นำนโยบายและงบประมาณที่ได้รับมาดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ โครงการลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านฯ สามารถผลิตผลิตภัณฑ์กล้วยตากส่งออกไปยังประเทศบรูไน รวมถึงผัก ผลไม้ เมล็ดพันธุ์ต่างๆ ที่สามารถปลูกเพื่อเป็นผลผลิตและส่งออกต่างประเทศ โครงการชดเชยดอกเบี้ยแก่สมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร มูลค่าหนี้ 249.49 ล้านบาทได้บรรเทาภาระดอกเบี้ย รวม 5.66 ล้านบาท ซึ่งทำให้สมาชิกสหกรณ์ 1,954 ราย มีฐานะดีขึ้นส่งผลถึงการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมของประชาชนในพื้นที่ อย่างไรก็ดี เป้าหมายในปี 2566 ต้องการให้สหกรณ์ทุกแห่งหาแนวทางลดหนี้สินให้ได้ เพราะหากทำแล้วพี่น้องเกษตรกรยังมีหนี้สินเพิ่มขึ้น ถือว่ายังไม่ประสบความสำเร็จดังนั้นจึงต้องร่วมมือกันเร่งรัดแก้ไขปัญหาดังกล่าว” น.ส.มนัญญา กล่าว

ทั้งนี้ สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร จ.พัทลุง ได้ขับเคลื่อนร่วมกับสมาชิก ใน 6 โครงการ โดยมีสมาชิกสหกรณ์ภาคการเกษตรใน 11 อำเภอของ จ.พัทลุง เข้าร่วมกว่า 2,420 ครัวเรือน ส่งต่อผลผลิตไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ในพื้นที่ชุมชนเมือง 5 แห่ง เกิดรายได้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 3,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีโครงการชดเชยดอกเบี้ยแก่สมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เพื่อลดภาระหนี้ให้แก่สมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ 8 แห่ง มูลค่าหนี้ 249.49 ล้านบาท ได้บรรเทาภาระดอกเบี้ย รวม 5.66 ล้านบาท ซึ่งทำให้สมาชิกสหกรณ์ 1,954 ราย มีฐานะดีขึ้นส่งผลถึงการลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนโครงการสนับสนุนอุปกรณ์ตลาดแก่สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ใน จ.พัทลุง ได้รับสนับสนุนอุปกรณ์การตลาดแก่สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรที่มีการจัดการตลาดผลผลิตยางพารา ตลาดผลิตน้ำนมดิบ ตลาดผลผลิตปาล์มน้ำมัน และตลาดผลผลิตข้าว รวม 23 สหกรณ์ มูลค่าทรัพย์สินทางการตลาดของเงินอุดหนุนกว่า 1,500 ล้านบาท ทำให้สามารถลดต้นทุนทางการตลาดแก่สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งส่งผลถึงการลดต้นทุนในการประกอบอาชีพของสมาชิกสหกรณ์

กรมข้าวรุดลงพื้นที่ ปลูกข้าวที่เชียงของ ใช้เมล็ดพันธุ์คุณภาพ ตั้งเป้าผลผลิตยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693697

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานการประชุมติดตามผลการดำเนินการเพาะปลูกข้าว และติดตามประสานงานประธานกองทุนหมู่บ้าน โดยมีนายขจร โนวัฒน์ ผอ.สำนักส่งเสริมการผลิตข้าว ดร.ภณ ทัพพินท์กร นายกสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรรักษ์โลก นายสานิตย์ จิตต์นุพงศ์ ประธานที่ปรึกษา สมาคมพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรรักษ์โลก ผอ.ศูนย์วิจัยข้าว และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทางภาคเหนือ ตลอดจนสมาชิกกองทุนหมู่บ้านน้ำม้า หมู่ 3 และสมาชิกกองทุนหมู่บ้านศรีดอนมูล หมู่ 9 เข้าร่วม ที่สำนักงานเทศบาล ต.สถาน อ.เชียงของ จ.เชียงราย

นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม รวมทั้ง ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ มีความเป็นห่วงชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวนาไทยมาโดยตลอด จึงได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อมาช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าว โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการข้าวที่มีคุณภาพ และสอดคล้องกับบริบทในแต่ละพื้นที่ กรมการข้าวจึงมุ่งมั่นดูแลควบคุมกระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานอย่างสูงสุด ตลอดจนบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning)อย่างเป็นระบบ โดยยึดขาณุโมเดล จ.กำแพงเพชร เป็นต้นแบบ เพื่อให้พี่น้องชาวนาสามารถผลิตข้าวได้อย่างยั่งยืน เพิ่มศักยภาพการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี ต่อยอดไปถึงการเพิ่มรายได้ เพิ่มมูลค่าข้าว และโอกาสในการส่งออกต่อไป

อ.ส.ค.ได้รับรางวัล ความมั่นคงไซเบอร์ การใช้งานปลอดภัย ลดเสี่ยงภัยคุกคาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693502

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสมพร ศรีเมือง ผอ.องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ได้รับเชิญให้เข้าร่วมพิธีมอบโล่รางวัล และประกาศเกียรติคุณ Prime Minister Awards: Thailand Cybersecurity Excellence Awards 2022 โดยสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ให้กับหน่วยงานที่มีผลงานดีเด่นด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ประจำปี 2022 ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กทม. โดยอ.ส.ค. ได้รับใบประกาศเกียรติคุณสำหรับหน่วยงานที่มีการดำเนินการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เป็นเลิศ (Certificate of Cyber Safety)

นายสมพร เปิดเผยว่า อ.ส.ค.ให้ความสำคัญด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวกับความปลอดภัยทางเทคโนโลยีมาโดยตลอด โดยเฉพาะในเรื่องการป้องกันภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกรูปแบบพร้อมเดินหน้าพัฒนาและขับเคลื่อนในทุกมิติ พร้อมที่จะพัฒนาและต่อยอด เพื่อเป็นการป้องกัน และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ ให้สอดคล้องกับแนวทางของพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 2562 และเป็นไปตามมาตรฐานสากล ในการสร้างนโยบายมาตรฐานและความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ทั้งภายในและภายนอกองค์กร

‘อลงกรณ์’ฟื้นฟูพันธุ์ปูทะเลประจวบฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693495

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีปล่อยพันธุ์ปูทะเล “โครงการฟื้นฟูทรัพยากรประมงบริเวณแหล่งก่อเกิดทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่ง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประจำปีงบประมาณ 2566” โดยมีนายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รอง ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมที่คลองเขาแดง (บริเวณวัดเขาแดง) อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พื้นที่ป่าชายเลนในเขตจังหวัดมีฐานทรัพยากรเพื่อการผลิตทั้งในมิติของความหลากหลายของชนิดและปริมาณสัตว์น้ำที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้บริเวณพื้นที่ป่าชายเลนทำหน้าที่นิเวศบริการที่ดีแก่ชุมชน และเพื่อสนับสนุนให้ชุมชนร่วมมือในการบริหารจัดการทรัพยากรประมงของจังหวัดอย่างยั่งยืน

อีกทั้งยังเป็นการขานรับนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มผลผลิตปูทะเลให้ได้ 5,000 ตัน ในปี 2566 โดยจากข้อมูลเดิมปี 2561 มีผลผลิตปูทะเล เพียง 1,600 ตัน ปี 2562 มีผลผลิต 3,000 ตัน ปี 2563 มี 3,000 ตัน และในปี 2564 ผลผลิตปูทะเลในภาพรวมทั้งประเทศมีปริมาณเพิ่มขึ้นกว่า 6,000 ตัน โดยเป็นผลผลิตปูทะเลจากการเพาะเลี้ยง 3,400 ตันและจากผลผลิตการจับจากธรรมชาติ 2,800 ตัน ซึ่งเกินเป้าหมายที่กรมประมงคาดการณ์ไว้

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศ และมีความสำคัญทางการประมงทะเล พร้อมจะพัฒนาด้านการใช้ประโยชน์ เนื่องจากเหมาะสมสำหรับเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ วางไข่ และเลี้ยงตัวในวัยอ่อนของสัตว์น้ำส่งผลให้ชาวประมงในพื้นที่มีการพัฒนาและสืบสานวิถีชีวิตในการทำประมงจากรุ่นสู่รุ่น สำหรับการจัดกิจกรรมปล่อยปูทะเลครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน โดยกรมประมง กำหนดปล่อยพันธุ์ปูทะเล 1,300,000 ตัว นอกจากนี้ยังได้สร้างความตระหนักรู้ในเรื่องการเพาะเลี้ยงและอนุบาลปูทะเลการขุนเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ ชีววิทยาและวงจรชีวิตปูทะเล

กรมชลฯสร้างสถานีสูบน้ำ แก้ปัญหาน้ำท่วมที่สงขลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693496

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า ในพื้นที่ อ.สทิงพระ จ.สงขลา ซึ่งเป็นหนึ่งในอำเภอที่อยู่ในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ มักประสบปัญหาอุทกภัยมาโดยตลอด เนื่องจากหากมีฝนตกหนักในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ก็จะส่งผลให้บริเวณดังกล่าวได้รับผลกระทบตามไปด้วย ประกอบกับการขึ้นลงของน้ำทะเล จึงทำให้เกิดน้ำท่วมขังในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวเป็นวงกว้างเป็นประจำทุกปี

ทั้งนี้ กรมชลประทาน โดยกองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง จึงได้ดำเนินการก่อสร้างสถานีสูบน้ำสนามชัย พร้อมอาคารประกอบ ที่มีศักยภาพในการสูบน้ำได้สูงสุด 20 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที 4 เครื่อง ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 4 ปี (2563-2566) ปัจจุบันมีความคืบหน้าแล้วกว่า 59% หากก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยเร่งระบายน้ำออกจากคลองระบายน้ำคลองหนังในช่วงน้ำทะเลหนุนได้ดีขึ้น โดยจะช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ อ.สทิงพระ และลดความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย รวมถึงพื้นที่การเกษตรได้เป็นอย่างมาก

‘มนัญญา’ชูทุเรียนส่งออก ขึ้นชั้นผลไม้พรีเมียมระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693499

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามนโยบายผลิตทุเรียนคุณภาพเพื่อการส่งออก ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน จ.ชุมพร พร้อมด้วย นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และคณะ โดยเยี่ยมชมสวนทุเรียนฉัตรกมลฟาร์มของ นายฉัตรกมล มุ่งพยาบาล ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิต GAP จากกรมวิชาการเกษตร พร้อมกับพบปะเกษตรกรเครือข่ายทุเรียนแปลงใหญ่ และมอบใบรับรองมาตรฐานการผลิต GAP ทุเรียน ให้กับตัวแทนเกษตรกรรวม 320 ราย 345 แปลง พื้นที่ 2,877.35 ไร่ ที่สวนทุเรียนฉัตรกมลฟาร์ม ต.พระรักษ์ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร จากนั้นได้เป็นประธานมอบนโยบายการประชุม เรื่อง “แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องให้กับผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน” ก่อนจะติดตามการดำเนินงานโรงคัดบรรจุผลไม้ (ทุเรียน) “หอมหมื่นลี้” ที่ตลาดมรกต ต.วังตะกอ อ.หลังสวน อ.ชุมพร

น.ส.มนัญญา กล่าวว่า มีนโยบายมุ่งเน้นการผลิตทุเรียนคุณภาพเพื่อส่งออกภายใต้มาตรการส่งออกทุเรียนไทยตามข้อตกลงทางพิธีสารไทย-จีน จึงได้ย้ำในที่ประชุมร่วมกับผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุกว่า 100 ราย ว่าทุเรียนไทยเป็นทุเรียนที่ดีที่สุดในโลก ทั้งด้านรสชาติและคุณภาพ และขอยืนยันว่าประเทศไทย จะดำเนินการอย่างเคร่งครัดเพื่อรักษาชื่อเสียง รักษาตลาดส่งออกและรักษามาตรฐานการผลิตของทุเรียนไทย สร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคทั่วโลก

“ในปี 2564 มีปริมาณการส่งออกทุเรียนทั้งประเทศ 925,855 ตัน มูลค่า 119,160 ล้านบาทและมีแนวโน้มการเติบโตของพื้นที่การผลิตและพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นทุกปี จึงขอย้ำต่อผู้ประกอบการส่งออกว่า กรมวิชาการเกษตร พร้อมให้คำแนะนำและบูรณาการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อรักษาชื่อเสียงและมาตรฐานของทุเรียนไทยที่ส่งออกไปทั่วโลก ดังนั้นทุกมาตรการที่กำหนดออกมา นอกจากมาตรการการส่งเสริมและการกำกับตามระเบียบ ยังเป็นมาตรการที่มาจากการหารือกับประเทศคู่ค้าที่กำหนดร่วมกันอีกด้วย จึงขอฝากว่าทุกฝ่ายต้องช่วยกันยกระดับมาตรฐานโรงคัดบรรจุทุเรียนสดเพื่อการส่งออก โดยเฉพาะด้านสุขอนามัยพืชตามพิธีสารไทย-จีน อย่างเคร่งครัด” น.ส.มนัญญา กล่าว

ด้านนายระพีภัทร์ กล่าวว่า ได้จัดกิจกรรม “GAP Mobile เคลื่อนที่” เพื่อเร่งดำเนินการให้บริการขึ้นทะเบียน หรือต่ออายุสวน GAP ให้แก่เกษตรกร ซึ่งปัจจุบันมีแปลงทุเรียนที่ขึ้นทะเบียน GAP ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมส่งออกไปจีนแล้ว 26,823 แปลง และมีโรงคัดบรรจุทุเรียนสดที่พร้อมรวบรวมและคัดบรรจุแล้ว 490 โรงคัดบรรจุ ทั้งนี้ คาดว่าตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป จะมีผลผลิตทุเรียนในภาคใต้ 120,000 ตัน โดยเป็นทุเรียนในพื้นที่ จ.ชุมพร 80,000 ตัน ซึ่งพร้อมอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบคุณภาพ และออกใบรับรองสุขอนามัยพืช

ชลประทานขานรับ นโยบายการจ้างงาน ช่วยเหลือเกษตรกร ตั้งเป้า8.6หมื่นราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693278

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล และ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในการช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนทั่วประเทศ ด้วยการดำเนินโครงการจ้างแรงงานชลประทานเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ปีงบประมาณ 2566 ปฏิบัติงานซ่อมแซม บำรุงรักษา ขุดลอก ปรับปรุงงานชลประทาน โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ งานก่อสร้างแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำเพื่อชุมชน/ชนบท แก้มลิง การจัดการคุณภาพน้ำ รวมทั้งโครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น

สำหรับในปีนี้ มีแผนจ้างแรงงานวงเงินกว่า 5,336 ล้านบาท สามารถจ้างแรงงานได้ประมาณ 86,000 คน ระยะเวลาการจ้างอยู่ระหว่าง 3-10 เดือน วงเงินจ้างแรงงานอยู่ระหว่าง 26,100-87,000 บาท/คน (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจ้างต่อคน) โดยเกณฑ์การจ้างแรงงานจะพิจารณากลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่ม ดังนี้ 1.เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรหรือเกษตรกรในพื้นที่ 2.สมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำของกรมชลประทานในพื้นที่ 3.ประชาชน และผู้ใช้แรงงานทั่วไปในพื้นที่ และ 4.หากแรงงานในพื้นที่มีไม่เพียงพอให้พิจารณาจ้างเกษตรกรหรือแรงงานในพื้นที่ใกล้เคียง จากหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด และลุ่มน้ำตามลำดับ

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลการรับสมัครได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้านหรือโทรสายด่วนกรมชลประทาน 1460

เกษตรฯถก BIMSTEC ด้านการเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693280

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ร่วมประชุมระดับรัฐมนตรี ภายใต้กรอบความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (BIMSTEC หรือ Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation) ด้านการเกษตร ครั้งที่ 2(Second BIMSTEC Agriculture Ministers Meeting : 2nd BAMM) พร้อมด้วย น.ส.นฤมล สงวนวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส BIMSTEC ด้านการเกษตรครั้งที่ 2 (Second Meeting of the BIMSTEC Senior Officials on Agriculture : 2nd SOM-A) และผู้แทนหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ

สำหรับการประชุมดังกล่าว มีการพิจารณาร่างแผนปฏิบัติงาน (Plan of Action) การเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านความร่วมมือทางการเกษตรภายใต้กรอบ BIMSTEC และร่าง MOU ระหว่างสถาบันวิจัยนโยบายอาหารระหว่างประเทศ (International Food Policy Research Institute : IFPRI) กับ BIMSTEC เพื่อรับรองในการประชุม BAMM ครั้งที่ 2 รวมทั้งพิจารณาเพิ่มสาขาความร่วมมือย่อยประมงและปศุสัตว์ ให้อยู่ภายใต้กลไกความร่วมมือของการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสเกษตร (SOM-A) และระดับรัฐมนตรีเกษตร (BAMM) นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบร่างแผนปฏิบัติงาน (Plan of Action) การเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านความร่วมมือทางการเกษตรฯ และ (ร่าง) MOU IFPRI กับ BIMSTEC ซึ่งให้ความสำคัญต่อความร่วมมือด้านการเกษตรในภูมิภาค BIMSTEC เพื่อส่งเสริมการจ้างงานในภาคชนบท การบรรเทาความยากจน ความมั่นคงอาหาร โภชนาการ การบริโภคที่ยั่งยืน การเสริมสร้างรายได้เกษตรกร การพัฒนาการค้าและการลงทุน

‘อลงกรณ์’สืบสานภูมิปัญญา ประเพณีแรกนาเกลือปลุกขวัญเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693281

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย เป็นประธานเปิดงานอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาด้านเกลือทะเล “ประเพณีแรกนาเกลือ” โดยมี นายสุรศักดิ์ ผลยังส่งรองผวจ.สมุทรสาคร และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่วิสาหกิจชุมชนสหกรณ์ หมู่ 3โคกขาม ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นการจัดงานประเพณีแรกนาเกลือครั้งแรกของไทย

สำหรับการจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย กระทรวงเกษตรฯ จังหวัดสมุทรสาคร เกษตรกร และหน่วยงานภาคีเครือข่าย มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เกษตรกรชาวนาเกลือ และรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมการทำนาเกลือของประเทศ สร้างการรับรู้ ประชาสัมพันธ์การผลิตเกลือทะเลของประเทศไทย กระตุ้นให้เกษตรกรพัฒนาการทำนาเกลือ และเริ่มต้นการผลิตใหม่โดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่ รวมทั้งสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน เกษตรกร ที่มีศักยภาพต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อสืบสานวิถีชีวิตด้านการเกษตร สร้างเครือข่ายด้านการเกษตร และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับชุมชน

ทั้งนี้ “ประเพณีแรกนาเกลือ” คือ การประกอบพิธีกรรมการเริ่มทำนาเกลือในฤดูกาลใหม่ ที่จัดขึ้นก่อนเริ่มทำนาเกลือในแต่ละปี คือประมาณเดือนพฤศจิกายน หรือช่วงหลังออกพรรษา โดยถือฤกษ์ยามอันดีคือตรงกับวันพฤหัสบดีและวันธงชัย ในเวลาเช้าของวัน ตั้งแต่ 07.00 เป็นต้นไป ผู้ทำพิธีจะหันหน้าไปทางทิศตะวันออก โดยชาวนาเกลือมีความเชื่อว่าเป็นพิธีกรรมที่เกิดขึ้นจากความเชื่อในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลในการทำนาเกลือ ทำให้การทำนาเกลือมีความราบรื่น ไม่มีอุปสรรค และได้ผลผลิตเกลือเป็นจำนวนมาก เพื่อให้การทำนาเกลือได้ผลผลิตตามที่ต้องการ และประสบผลสำเร็จในการทำนาเกลือ จึงมีพิธีเซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยของมงคล อาทิ ขนมต้มแดงต้มขาวขนมขี้หนู ไข่ต้ม หัวหมู เป็ดพะโล้ และผลไม้มงคล 9 อย่าง เป็นต้น

นอกจากนี้ ภายในงานนี้ยังมีการจัดนิทรรศการของหน่วยงานภาคีเพื่อเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเกลือทะเลเพื่อการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ในด้านต่างๆ และการเชื่อมโยงการทำนาเกลือกับกิจกรรมอื่นๆ เช่น แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร การสร้างรายได้เสริมนอกฤดูกาลการทำนาเกลือ และจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเกลือทะเล เช่น อาหารทะเลแปรรูป แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และร้านอาหารและที่พักที่อยู่ในการท่องเที่ยวเส้นทางเกลือ ภายใต้แนวคิด “Salt Sand Seafood”