กยท.งัดมาตรการ กองทุนพัฒนายาง เยียวยาเกษตรกร ประสบภัยน้ำท่วม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/691156

วันพฤหัสบดี ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวถึงสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน รวมถึงเกษตรกรชาวสวนยางที่สวนยางได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมขังหนัก กยท.จึงมีมาตรการช่วยเหลือกรณีสวนยางประสบอุทกภัยผ่านกองทุนพัฒนายางพารา โดยมีหลักเกณฑ์คือต้องเป็นสวนยางที่ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายจนเสียสภาพสวน หรือได้รับความเสียหายไม่น้อยกว่า 20 ต้นในแปลงเดียวกัน เกษตรกรจะได้รับเงินช่วยเหลือ รายละ 3,000 บาท

อย่างไรก็ดี กรณีสวนปลูกแทนที่ประสบอุทกภัย ซึ่งหากพบว่าเสียสภาพสวน จะให้ระงับการปลูกแทน โดยไม่เรียกเงินคืนในส่วนที่เสียหาย จากนั้นจึงอนุมัติให้การปลูกแทนใหม่ แต่ต้องไม่เกินเนื้อที่ที่ระงับการปลูกแทน กรณีไม่เสียสภาพสวน ต้นยาง หรือไม้ยืนต้นชนิดอื่น(พืชหลัก) อายุไม่เกิน 2 ปีครึ่ง ได้รับความเสียหายหนัก ไม่สามารถค้ำยันได้ ต้องปลูกซ่อมเท่านั้น โดย กยท.จะช่วยเหลือเป็นเงินค่าปลูกซ่อมครั้งเดียว อัตราต้นละ 45 บาท ส่วนต้นยางหรือไม้ยืนต้นชนิดอื่นที่เสียหายเอนล้ม แต่สามารถตัดแต่งและค้ำยันได้ กยท.จะช่วยเหลือค่าค้ำยัน โดยต้นยางที่มีอายุตั้งแต่ 2 ปีครึ่งขึ้นไป แต่ไม่เกิน 3 ปี อัตราต้นละ 35 บาท และต้นยางอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป อัตราต้นละ 110 บาท นอกจากนี้ได้กำชับให้ กยท.ในพื้นที่ ประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ความรู้เกษตรกรในการดูแลสวนยางหลังจากถูกน้ำท่วมอย่างถูกวิธี

ปศุสัตว์แจงก.ม.วัตถุดิบ ทดแทนสำหรับสัตว์เลี้ยง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/691157

วันพฤหัสบดี ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการ “PIA Technical Forum 2022” ของสมาคมผู้ประกอบกิจการอาหารสัตว์เลี้ยง (PIA) ในโอกาสครบรอบการจัดตั้งสมาคมฯครบรอบ 20 ปี ที่โรงแรมเรดิสันบลู พลาซ่า กทม.

ทั้งนี้ สำหรับการประชุมวิชาการดังกล่าวได้มีการบรรยายข้อมูลด้านโภชนาการอาหารสัตว์เลี้ยง จากในประเทศและต่างประเทศ ด้านนวัตกรรมการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นผู้นำตลาดโลกด้านการผลิตและส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกของสมาคมฯ เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และผู้สนใจด้านอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วไป อีกทั้งยังมีการจัดกิจกรรมแสดงสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงจากผู้ประกอบการต่างๆ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่สนใจนำไปต่อยอดธุรกิจ และทำให้อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยเติบโต แข็งแกร่ง และเป็นที่รู้จักในวงการอาหารสัตว์เลี้ยงในตลาดโลก นอกจากนี้กรมปศุสัตว์ ได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ โอกาสแนวทางและความเป็นไปได้ในการส่งเสริมจากกรมปศุสัตว์ ด้านข้อกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้วัตถุดิบทดแทน สำหรับอาหารสัตว์เลี้ยง (โปรตีนจากแมลง) โดยเจ้าหน้าที่จากกลุ่มมาตรฐานอาหารสัตว์ กองควบคุมและยาสัตว์ กรมปศุสัตว์

ฟรุ้ทบอร์ดไฟเขียวแผนงาน บริหารจัดการผลไม้ส่งขายตลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/691159

ฟรุ้ทบอร์ดไฟเขียวแผนงาน  บริหารจัดการผลไม้ส่งขายตลาด

ฟรุ้ทบอร์ดไฟเขียวแผนงาน บริหารจัดการผลไม้ส่งขายตลาด

วันพฤหัสบดี ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์มอบหมายให้ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (ฟรุ้ทบอร์ด) โดยที่ประชุมเห็นชอบ “โครงการพัฒนาลำไยอย่างยั่งยืน” เพื่อปรับโครงสร้างการผลิตลำไยในฤดูและนอกฤดู เป็นสัดส่วนร้อยละ 60 : 40 ภายในปี 2567 ตามความต้องการของตลาด สอดคล้องกับแผนพัฒนาผลไม้ไทย ปี 2565 – 2570 และรายงานการศึกษาวิเคราะห์เสถียรภาพกลุ่มสินค้าลำไย โดยบูรณาการการทำงานเชิงรุกกับทุกภาคส่วนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ประสานกระทรวงพาณิชย์ จัดหาตลาดล่วงหน้า เพื่อรองรับผลผลิตนอกฤดู ตามเป้าหมายของโครงการและมอบธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เสนอหลักการและคุณสมบัติเกษตรกร ที่เข้าร่วมโครงการ และอัตราดอกเบี้ยในการเข้าร่วมโครงการ

ที่ประชุมยังได้รับทราบผลการบริหารจัดการผลไม้ ประจำฤดูกาลผลิตที่ 2/2565 (กรกฎาคม–ตุลาคม) โดยสถานการณ์ลำไย ภาคเหนือ สามารถดำเนินการได้ตามแผนบริหารจัดการ มีผลผลิตรวมทั้งสิ้น 742,563 ตัน แบ่งเป็นกระจายผลผลิตภายในประเทศ 138,677 ตัน หรือร้อยละ 18.68 ผ่านวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตรModern Trade ตลาดออนไลน์ และตลาดผลไม้ภายในจังหวัด เป็นต้น

สถานการณ์ทุเรียน ภาคใต้ มีปริมาณผลผลิตรวม 328,818 ตัน แบ่งเป็น กระจายภายในประเทศ 116,868 ตัน หรือร้อยละ 35.54 การแปรรูป ทั้งแช่แข็ง อบแห้ง ฟรีซดราย กวน และอื่นๆ 18,191 ตัน หรือร้อยละ 5.53 และส่งออก 193,760 ตัน หรือร้อยละ 58.93 สถานการณ์มังคุด ภาคใต้ มีปริมาณผลผลิตรวม 19,536 ตัน แบ่งเป็น กระจายภายในประเทศ 15,416 ตัน หรือร้อยละ 78.91 การแปรรูป ทั้งอบแห้ง ฟรีซดราย กวน และอื่นๆ เช่น ไอศกรีม และน้ำมังคุด 78 ตันหรือร้อยละ 0.40 และการส่งออก (ผลสด)4,042 ตัน หรือร้อยละ 20.69 สถานการณ์เงาะ ภาคใต้ มีปริมาณผลผลิตรวม 25,956 ตัน และสถานการณ์ลองกอง ภาคใต้ มีปริมาณผลผลิตรวม 2,007 ตัน ซึ่งมีบริหารจัดการโดยการกระจายภายในประเทศทั้งหมด ผ่านล้งภายในประเทศ วิสาหกิจชุมชน Modern Trade ตลาดออนไลน์ และจำหน่ายถึงผู้บริโภคโดยตรง เป็นต้น

สำหรับความก้าวหน้าโครงการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนลำไย ปี 2564/2565 ฝ่ายเลขานุการ ได้เสนอโครงการดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเสนอแนวทางให้มีขนาดพื้นที่ปลูกรายละไม่เกิน 25 ไร่ ในอัตรา 2,000 บาทต่อไร่ กรอบวงเงิน 3,821.54 ล้านบาทรอบรรจุเข้าวาระการประชุม ครม.เพื่อพิจารณา

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบแนวทางการเปลี่ยนรหัสรับรอง GAP รูปแบบใหม่สำหรับผลไม้ส่งออกซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ทั้งนี้ ฉลากติดภาชนะบรรจุผลไม้ 13 ชนิดส่งออกไปจีน จะต้องระบุรหัสรับรอง GAP รูปแบบใหม่ โดยผลไม้ 13 ชนิดส่งออกไปจีน ได้แก่ ทุเรียน ลำไย ลิ้นจี่ มังคุด มะม่วง ชมพู่ขนุน กล้วย สับปะรด มะพร้าว มะขาม เงาะ และส้มโอ

กรมสหกรณ์เร่งสานอาชีพเลี้ยงโคนม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/691158

วันพฤหัสบดี ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการที่ได้ทำข้อตกลงร่วมกับสถาบันการศึกษา เพื่อขยายความร่วมมือสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับบุตรหลานสมาชิกสหกรณ์ ปี 2566 โดยจัดสรรดอกผลจากเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) มาสนับสนุนเป็นทุนการศึกษาต่อระดับปริญญาตรี สาขาสัตวแพทยศาสตร์ และสาขาสัตวศาสตร์ ให้บุตรหลานสมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนม 145 ทุน กำหนดระยะเวลาของโครงการ 3 ปี ตั้งแต่ปีการศึกษา 2566–2568 แบ่งเป็น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 30 ทุน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน 30 ทุน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 15 ทุนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย 18 ทุน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 49 ทุน และมหาวิทยาลัยขอนแก่น 3 ทุน เป็นทุนการศึกษารวม 30 ล้านบาท

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2565 กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการศึกษาต่อระดับปริญญาตรีของบุตรหลานสมาชิกสหกรณ์ โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี ที่สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ และวันที่ 18 ตุลาคม 2565 ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการศึกษาต่อระดับปริญญาตรีของบุตรหลานสมาชิกสหกรณ์ โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี

สำหรับโครงการดังกล่าว เป็นโครงการที่ต่อยอดจากปี 2560 โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ร่วมกับสถานศึกษาต่างๆ ดำเนินโครงการความร่วมมือทางการศึกษาเพื่อสานต่ออาชีพการเลี้ยงโคนม เปิดโอกาสบุตรหลานสมาชิกสหกรณ์โคนม และสหกรณ์การเกษตรที่มีสมาชิกเลี้ยงโคนม เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำความรู้เชิงวิชาการและเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ กลับไปต่อยอดอาชีพเลี้ยงโคนมและพัฒนาฟาร์มโคนมของครอบครัวและฟาร์มโคนมในพื้นที่ เพื่อจะได้ช่วยพัฒนาอาชีพการเลี้ยงโคนม

ส.ป.ก.ไฟเขียวแผน ใช้จ่ายเงินกองทุนฯ พัฒนาอาชีพเกษตร จัดซื้อที่ดินเพิ่มเติม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690918

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการโครงการและการเงินกองทุนปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (อกก.คง.) ครั้งที่ 8/2565 โดยที่ประชุมอนุมัติโครงการและให้ใช้เงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายตามโครงการก่อสร้างถนนสายซอยผิวจราจรหินคลุกในแปลงเกษตรกรรม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร 9 สาย เป็นงบลงทุน 2,518,000 บาท

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว ส่งผลดีต่อเกษตรกรดังนี้ 1.เพื่อพัฒนาระบบโครงข่ายถนนในแปลงเกษตรกรรม ให้มีความพร้อมก่อนการจัดสรรให้เกษตรกรใช้ประโยชน์ 2.เพื่อให้เกษตรกรมีเส้นทางในการคมนาคมที่สะดวกรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น และ 3.เพื่อใช้เป็นเส้นทางในการเข้าถึงแปลงเกษตรกรรมและขนส่งผลผลิต นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าผลการอนุมัติและเบิกจ่ายเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามโครงการพัฒนาแปลงที่ดินที่ได้จากการยึดคืนพื้นที่ตาม
คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 36/2565 (วันที่ 30 กันยายน 2565) โดยมีการอนุมัติโครงการที่ขอใช้เงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินฯ ตั้งแต่ปี 2560-2565 ไปแล้ว 82 โครงการ 6 กิจกรรม

นอกจากนั้นยังมีการอนุมัติค่าใช้จ่ายเพื่อการจัดซื้อและอนุมัติราคาที่ดิน ต.หนองราชวัตร อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี 2 แปลง รวมเนื้อที่ประมาณ 29-2-24 ไร่ วงเงินจัดซื้อทั้งสิ้น 3,695,000 บาท

กรมวิชาการฯพัฒนาพื้นที่‘น้ำหนาว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690919

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ได้ดำเนินงานโครงการสนองแนวพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โครงการ “พัฒนาลุ่มน้ำพื้นที่ต้นน้ำ น้ำหนาว พัฒนา
คุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน” อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งปัญหาสำคัญคือเกษตรกรสามารถเพาะปลูกพืชเชิงเดี่ยวได้ปีละครั้ง มีความเสี่ยงในการผลิต เนื่องจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ การระบาดของศัตรูพืช รวมถึงการบุกรุกทำลายป่า สภาพป่าไม่สามารถฟื้นตัวได้ทัน และเกษตรกรขาดความรู้ความเข้าใจในการปลูกพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่

ศูนย์วิจัยเกษตรที่สูงเพชรบูรณ์ สถาบันวิจัยพืชสวน และสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 พิษณุโลก ได้เข้ามาถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่ อ.น้ำหนาว ผ่านกิจกรรมการจัดนิทรรศการ แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักวิชาการเกษตร ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านของกรมวิชาการเกษตร และการฝึกอบรม หลักสูตร การปลูกพืชแบบผสมผสานตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การปลูกพืชเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนบนพื้นที่สูง เน้นการปลูกไม้ผลซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด มีมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านแปลงศูนย์การเรียนรู้การผลิตแมคาเดเมียอะโวคาโด และการผลิตกาแฟอะราบิกาแบบครบวงจร

นายระพีภัทร์กล่าวต่อว่า ได้สรุปผลการดำเนินงานโครงการตั้งแต่ปี 2560-2564 มีเกษตรกรที่ได้เข้ารับการอบรมตามหลักสูตรเทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตรแล้วกว่า 361 ราย ได้แปลงขยายผลการปลูกแมคาเดเมีย เพิ่มขึ้น 89 แปลง รวมพื้นที่กว่า 167 ไร่ ส่วนผลการปลูกกาแฟอะราบิกา เพิ่มขึ้น 150 ครัวเรือน รวมเป็นพื้นที่ 1,200 ไร่ มีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเข้าสู่มาตรฐาน GAP เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา และเกษตรกรแปลงต้นแบบการปลูกพืชผสมผสานมีต้นทุนการผลิต 54,200 บาท มีรายได้รวม 1,094,650 บาทต่อปี โดยเกษตรกรมีความพึงพอใจที่ได้รับองค์ความรู้มาปรับใช้ในการพัฒนาอาชีพ

เกษตรฯผนึกอาเซียน ร่วมมือด้านอาหาร-เกษตร-ป่าไม้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690921

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยระดับรัฐมนตรี (AMAF Leader) เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ครั้งที่ 44 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ หัวหน้าคณะผู้แทนไทยระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส (SOM AMAF Leader) ดร.วนิดา กำเนิดเพ็ชร์ ผอ.สำนักการเกษตรต่างประเทศ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ เน้นย้ำการขับเคลื่อนนโยบาย 3S (Safety, Security และ Sustainability) ควบคู่กับ Bio-Circular-Green Economy Model หรือ BCG Model โดยมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมร่วมมือในภาคอาหาร เกษตร และป่าไม้ กับประเทศสมาชิกอาเซียน และภาคีต่างๆ

สำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 44 รัฐมนตรีเกษตรอาเซียน 10 ประเทศ รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานตามกรอบความร่วมมือด้านอาหาร การเกษตร และป่าไม้ของประเทศสมาชิก โดยในที่ประชุมเห็นชอบเอกสารทั้งหมด 21 ฉบับ และรับทราบเอกสาร 4 ฉบับ ในสาขาต่างๆ รวมถึงการจัดทำปฏิญญาผู้นำอาเซียน ว่าด้วยการเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร (ASEAN Leaders Declaration on Strengthening Food Security) ในปี 2566 เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานอาหารระดับภูมิภาค และรับทราบความก้าวหน้าความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจา องค์การระหว่างประเทศ และคู่ภาคีอื่นๆ

นอกจากนี้ การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้กับรัฐมนตรีของจีน ญี่ปุ่นและเกาหลี ครั้งที่ 22 ประเทศสมาชิกอาเซียนได้แสดงความขอบคุณประเทศ +3 ที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริมความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในฐานะที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ยังคงสนับสนุนสำนักเลขาธิการองค์กรสำรองข่าวฉุกเฉินของอาเซียน+3 (APTERR) และระบบข้อมูลความมั่นคงด้านอาหาร (AFSIS) ที่มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร การบรรเทาความยากจน กำจัดภาวะทุพโภชนาการภายในภูมิภาค สนับสนุนระบบข้อมูลความมั่นคงด้านอาหาร (AFSIS) ในการเป็นองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการประชุมรัฐมนตรีอาเซียน-อินเดีย ด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 7 โดยในที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการระยะกลาง สำหรับความร่วมมืออาเซียน-อินเดีย ด้านการเกษตรและป่าไม้ (2564-2568) และยินดีที่มีโครงการริเริ่ม Centralilty of Soil in Agriculture and Environment เพื่อลดการใช้ปุ๋ยและปรับปรุงสุขภาพดิน และนำไปสู่ smart farming ในอนาคต

กรมส่งเสริมฯช่วยเกษตรกร แจกท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690635

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากการลงพื้นที่สำรวจและช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พบว่ามีพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังได้รับความเสียหายประมาณ 1.23 ล้านไร่ จากพื้นที่เพาะปลูกทั้งประเทศกว่า 9.32 ล้านไร่ จึงสั่งการให้ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 5 จ.บุรีรัมย์ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 6 จ.พิษณุโลก ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 7 จ.มหาสารคาม และศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 10 จ.อุดรธานี เร่งผลิตท่อนพันธุ์เพื่อสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ประสบภัย ประกอบกับที่ผู้แทนสมาคมมันสำปะหลัง 4 สมาคม ได้แก่ สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย สมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย และสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เข้าพบเพื่อหารือถึงผลกระทบและเสนอความต้องการของพี่น้องเกษตรกรจากกรณีของโรคใบด่างมันสำปะหลังรวมถึงเสนอขอสนับสนุนการดำเนินการในเรื่อง 1.การสำรวจพื้นที่ระบาด 2.การสนับสนุนต้นพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและทนทานโรคใบด่างจากพื้นที่สีเขียวแจกจ่ายพื้นที่สีแดง 3.การผลิตต้นพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดต่อเนื่องในพื้นที่สีเขียว 4.การวิจัยทดสอบพันธุ์ทนทานและผลผลิตอย่างต่อเนื่อง และ 5. การวิจัยทดสอบการเขตกรรม เช่น การใช้สารเพิ่มความสมบูรณ์และการเจริญเติบโต

นายเข้มแข็งกล่าวอีกว่า สำหรับการสำรวจพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พบว่ามีพื้นที่การเกษตรที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากอุทกภัยรวม 58 จังหวัด พื้นที่รวม 4,897,404.25 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 3,292,787.00 ไร่พืชไร่และพืชผัก 1,551,220.00 ไร่ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ 53,397.25 ไร่ เกษตรกรได้รับผลกระทบรวม 580,787 ราย ทั้งนี้ มีการประกาศเขตให้ความช่วยเหลือแล้ว 52 จังหวัด

‘ประภัตร’เปิดศูนย์ฯ พัฒนาด้านนวัตกรรม เพิ่มความรู้เกษตรกร ปรับใช้เพื่อการเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690636

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านการเกษตร บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด จ.สุพรรณบุรี ว่า ได้เปิดโอกาสในการทำวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านการเกษตรในประเทศไทย เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของเกษตรกรไทย เติมเต็มความรู้เกษตรกรให้ตามทันเทคโนโลยี และนำมาใช้ได้อย่างเข้าใจ ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านการเกษตร ที่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ดำเนินงานโดยบริษัทไบเออร์ไทย จำกัด ซึ่งเป็นแห่งที่ 2 ในภูมิภาคเอเชีย โดยช่วยสนับสนุนภาครัฐในการศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น โดรนสถานีอากาศอัจฉริยะ Digital applicationเพิ่มคุณภาพการทำการเกษตร สามารถเติมองค์ความรู้ให้เกษตรกรใน จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกข้าวและปลูกพืชอื่นๆ และศูนย์แห่งนี้ได้ขยายขอบข่ายการวิจัย ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ข้าว ข้าวโพด รวมถึงพืชผักและไม้ผลต่างๆ ทั้งจะเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างเกษตรกรกับหน่วยงานรัฐและภาคเอกชน

“ในการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัล ทำให้มีการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ในการทำเกษตรมากขึ้นและกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างความมั่นคงของผลผลิต จึงมีนโยบายที่จะปรับปรุงการผลิตทางการเกษตรเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด และสนับสนุนให้เกษตรกรยุคใหม่รู้จักนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเหมาะสม เอื้อต่อการใช้ทรัพยากรต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งเมล็ดพันธุ์ดิน น้ำ ปุ๋ย รวมถึงลดการใช้แรงงานคน นอกจากนี้ ยังมี 5 ยุทธศาสตร์ เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการพัฒนาการเกษตร”นายประภัตร กล่าว

‘มนัญญา’เร่งรัดให้ลดหนี้ แก้ปัญหาสมาชิกสหกรณ์ทั่วไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690637

‘มนัญญา’เร่งรัดให้ลดหนี้  แก้ปัญหาสมาชิกสหกรณ์ทั่วไทย

‘มนัญญา’เร่งรัดให้ลดหนี้ แก้ปัญหาสมาชิกสหกรณ์ทั่วไทย

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ลดหนี้ : น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ ยกระดับการทำงาน เร่งรัดหาแนวทางลดหนี้ให้สมาชิกสหกรณ์ทั่วประเทศ โดยให้สำรวจปัญหาและแก้ไขให้ตรงจุด พร้อมสนับสนุนโครงการพัฒนาอาชีพเสริมรายได้

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการ “แนวทางการส่งเสริมสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้มีความเข้มแข็งตามแผนปฏิบัติราชการ กรมส่งเสริมสหกรณ์ 5 ปี (2566 -2570)” พร้อมบรรยายพิเศษ หัวข้อ “นโยบายการส่งเสริมสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ปี 2566” โดยมี นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง นายวิศิษฐ์ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โรงแรมสตาร์คอนเวนชั่น จ.ระยอง ว่าปีงบประมาณ 2566 ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ยกระดับการทำงานให้มีความเข้มข้น ทั้งการทำงานเชิงการพัฒนา การส่งเสริม และงานตรวจการณ์ เพื่อป้องกันการเกิดข้อบกพร่อง โดยเฉพาะเรื่องการป้องกันการทุจริตภายในสหกรณ์ เพื่อยกระดับสหกรณ์ให้มีมาตรฐานสูงขึ้น ก่อให้เกิดประโยชน์กับมวลสมาชิกสหกรณ์ พร้อมกันนี้ต้องส่งเสริมให้สหกรณ์ดำเนินงานเพื่อที่จะให้ประโยชน์ย้อนกลับไปหาสมาชิกสหกรณ์ให้มากที่สุด รวมถึงการทำงานเชิงรุกให้มากขึ้น

น.ส.มนัญญากล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในสังกัด เพื่อส่งเสริมและพัฒนาสถาบันเกษตรกรให้เกิดความเข้มแข็ง ทั้งด้านประมง ปศุสัตว์ และการตรวจบัญชีสหกรณ์ อย่างไรก็ดี ในปีนี้ ได้มุ่งเน้นให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ ดูว่าโครงการต่างๆ ที่ได้ส่งเสริมให้กับสหกรณ์ไปแล้วนั้น ประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน และได้เน้นย้ำให้เร่งรัดหาแนวทางลดหนี้สินให้กับสหกรณ์ โดยให้สหกรณ์แต่ละจังหวัดสำรวจจำนวนหนี้สินว่าเกิดจากสาเหตุใด ทำไมสมาชิกถึงยังเป็นหนี้ ต้องแก้ให้ตรงจุด จึงต้องบูรณาการความร่วมมือกันใหม่ เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาหนี้ให้สมาชิก พร้อมทั้งหาแนวทางในการส่งเสริมสนับสนุนโครงการพัฒนาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิก โครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้แก่สมาชิกที่ประสบอุทกภัย หรือเข้าร่วมโครงการพัฒนาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ ซึ่งจะเพิ่มสภาพคล่องในครัวเรือนและลดภาระหนี้สินได้ ซึ่งก็ได้กำชับให้อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ลงไปกำกับดูแลในเรื่องนี้อย่างเคร่ง

สำหรับโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ และความเข้าใจแนวทางการส่งเสริมสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง ตามแผนปฏิบัติราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ 5 ปี (2566-2570) และรับทราบนโยบายการขับเคลื่อนงานส่งเสริมสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกร ในปีงบประมาณ 2566 รวมถึงให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้
รวบรวมปัญหาและข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับการแก้ปัญหาสหกรณ์ และการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ นำความรู้ที่ได้รับไปใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานตามภารกิจในการส่งเสริมสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรได้อย่างถูกต้อง