กรมชลฯเร่งระบาย-ฟื้นฟูน้ำท่วมทุกจุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690634

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวโน้มลดลงและเริ่มคลี่คลาย เนื่องจากไม่มีปริมาณฝนตกเพิ่มเติม จึงวางแผนบริหารจัดการน้ำและกักเก็บน้ำ รวมถึงการเร่งระบายน้ำในพื้นที่ซึ่งมีน้ำท่วมขัง และร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เข้าไปฟื้นฟูหลังน้ำลด อาทิ สำนักงานชลประทานที่ 6 ได้ลงพื้นที่เร่งสูบน้ำช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วม ต.เกิ้ง และ ต.ท่าตูม อ.เมือง จ.มหาสารคาม นอกจากนี้ ยังได้เร่งสูบน้ำที่หมู่บ้านแจ้งจม ต.เจ้าท่าอ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำท่วมขัง ขณะที่โครงการชลประทานอุบลราชธานี เข้าช่วยเหลือ ฟื้นฟู ทำความสะอาด ล้างอาคาร ถนน เก็บขยะ บริเวณโดยรอบสำนักงานสหกรณ์ จ.อุบลราชธานี อ.วารินชำราบ ก่อนหน้านี้ด้วย

ด้านสำนักเครื่องจักรกล ได้สนับสนุนรถบรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตร 2 คัน เข้าไปฉีดน้ำ ทำความสะอาดบริเวณโดยรอบ รพ.อินทร์บุรี อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี สำนักงานชลประทานที่ 12 ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ระบายน้ำท่วมขังออกจากพื้นที่ ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาสามชุก ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ระบายน้ำท่วมขังออกจากพื้นที่บริเวณ ต.หนองสาหร่าย อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี

สำหรับพื้นที่ภาคใต้ ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานชลประทานที่ 14 ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณหมู่บ้านลาวัลเล่ ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน สูบน้ำจากหมู่บ้านลาวัลเล่ ลงสู่คลองสามพันนาม พร้อมนำรถแบ๊กโฮบูมยาว ขุดลอกเปิดช่องทางระบายน้ำ บริเวณคลองสามพันนามในเขตอบต.ทับใต้ และเดินเครื่องสูบน้ำบริเวณแพไม้ ต.หัวหิน อ.หัวหินเสริมศักยภาพการระบายน้ำ ให้กลับสู่สภาวะปกติ ซึ่งปัจจุบันระดับน้ำได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง

ชลประทานเดินหน้า ป้องกันเหตุน้ำท่วม ลอกคลองที่เพชรบุรี จัดการปัญหาใน2วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690459

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ นำเจ้าหน้าที่ชลประทานเพชรบุรี และคณะทำงานเพชรบุรีโมเดล ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการขุดลอกผักตบชวา และวัชพืชในคลองบางจากโดยเรือขุดลอกของกรมชลประทาน โดยมีนายวิชา ทองยืน นายก อบต.บางจาก นางพรนภา คนคล่อง รองนายก อบต. ปลัด อบต.และสมาชิก อบต.ร่วมลงพื้นที่ โดยนายก อบต.บางจาก กล่าวขอบคุณ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ นายอลงกรณ์ พลบุตร และกรมชลประทาน ที่ส่งเรือขุดลอกมาดำเนินการภายใน 2 วัน หลังจากแจ้งปัญหาคลองบางจาก ให้ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ ทราบ เนื่องจากเป็นคลองที่รับน้ำจาก อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด อ.เมือง และ อ.บ้านแหลม โดยก่อนหน้านี้มีผักตบชวาและวัชพืชจำนวนมากกีดขวางทางน้ำ ทำให้หวั่นเกรงว่าหากฝนตกหนักจะทำให้น้ำท่วมพื้นที่การเกษตรและชุมชนที่คลองบางจากไหลผ่าน โดยเฉพาะ ต.หัวสะพาน ต.วังตะโก ต.บางจาก และ ต.บางครก เพราะส่วนใหญ่จะเกิดน้ำท่วมช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน

ทั้งนี้ นายอลงกรณ์ ได้กล่าวขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานบนเรือโป๊ะบรรทุกรถแบ๊กโฮ พร้อมกับมอบหมายนายเจษฎา สาระ ผอ.สถานีพัฒนาที่ดินเพชรบุรี ขยายผลน้ำผักตบชวาที่ขุดลองผลิตเป็นปุ๋ยหมักและให้ว่าที่ ร.ต.อาณัติ หุ่นหลา เกษตร จ.เพชรบุรี สร้างการรับรู้ในการใช้ปุ๋ยหมักที่ผลิตได้ไปใช้ประโยชน์ในไร่นาเป็นการลดต้นทุนการผลิตตามแนวทาง BCG Model ของรัฐบาล และนโยบายส่งเสริมการใช้ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ของ รมว.เกษตรฯ

ส.ป.ก.จัดกิจกรรมวันรักต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว-ลดโลกร้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690457

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวว่า จากที่สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เชิญชวนให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ จัดกิจกรรมวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2565 ในวันที่ 21 ตุลาคม 2565 เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกให้เกิดความรัก ความหวงแหนในทรัพยากรป่าไม้ของชาติ

ทั้งนี้ ส.ป.ก.ได้จัดกิจกรรมที่ศูนย์เครื่องจักรกล อ.เมือง จ.ปทุมธานี โดยการจัดกิจกรรมวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2565 เป็นกิจกรรมที่เสริมสร้างความรักความผูกพัน และเป็นการร่วมมือป้องกันและแก้ไขภาวะโลกร้อน โดยร่วมกันปลูกและบำรุงรักษาต้นไม้ ด้วยการพรวนดิน ใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช ตัดแต่งกิ่งไม้และรดน้ำต้นไม้ที่มีอยู่ ให้แข็งแรงเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว สามารถช่วยให้ธรรมชาติมีความสมดุลมากยิ่งขึ้น และกิจกรรมดังกล่าว ยังเป็นแผนกลยุทธ์การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล ให้มีเป้าประสงค์ เพื่อส่งเสริม พัฒนา และสร้างจิตสำนึกที่ดีในด้านคุณธรรม จริยธรรมองค์กรและความผูกพันของบุคลากรสู่การเป็นองค์กรคุณภาพสูง โดยส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างฝ่ายบริหารและส่วนราชการกับข้าราชการและบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน และผู้ปฏิบัติงานด้วยกัน

‘เฉลิมชัย’เร่งสูบน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690458

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้กำชับโครงการชลประทานทุกแห่ง สร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมวางแผนช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว อีกทั้งได้มอบนโยบายในการเร่งสูบน้ำท่วมขัง เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา และลำน้ำสาขาทยอยลดต่ำลงแล้ว

ด้านนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ขณะนี้เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ปริมาณฝนในหลายพื้นที่ทางตอนบนเริ่มลดน้อยลง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลักทางตอนบน อาทิ แม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันสถานวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 2,261 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที แนวโน้มลดลง จึงปรับลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเหลือในอัตรา 2,143 ลบ.ม.ต่อวินาที ในขณะที่สถานีวัดน้ำ C.29A อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 2,699 ลบ.ม.ต่อวินาที ภาพรวมแนวโน้มระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ที่สถานีวัดน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาC.35 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำอยู่ที่ 5.03 เมตร (ร.ท.ก.) ลดลง 11 เซนติเมตร ที่สถานีวัดน้ำ C.37 คลองบางบาล อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำอยู่ที่ 5.32 เมตร (ร.ท.ก.) ลดลง10 เซนติเมตร และที่สถานีวัดน้ำ C.36คลองบางหลวง ต.บางหลวงโดด อ.บางบาลจ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำอยู่ที่6.37 เมตร (ร.ท.ก.) ลดลง 16 เซนติเมตรส่วนสถานีวัดน้ำแม่น้ำน้อย C.67 สะพานหัวเวียง ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำอยู่ที่ 5.42 เมตร (ร.ท.ก.) ลดลง8 เซนติเมตร และที่สถานีวัดน้ำ C.68 ตลาดเสนา อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำ 4.59 เมตร (ร.ท.ก.) ลดลง8 เซนติเมตร ทำให้ปัจจุบันในหลายพื้นที่สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลายแล้ว

‘อลงกรณ์’พัฒนาเกษตรกรรม ลุย62จังหวัด-ยกระดับคุณภาพชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690460

‘อลงกรณ์’พัฒนาเกษตรกรรม  ลุย62จังหวัด-ยกระดับคุณภาพชีวิต

‘อลงกรณ์’พัฒนาเกษตรกรรม ลุย62จังหวัด-ยกระดับคุณภาพชีวิต

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโครงการการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง เป็นประธานการประชุมติดตามผลการดำเนินงาน โดยมี นายกษิดิ์เดชธนทัต เสกขุนทด ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนฯ ระดับชุมชนและท้องถิ่นและผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ซึ่งมี นายจิตติศักดิ์ศรีปัญญา ผอ.กองนโยบายเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและเกษตรกรรมยั่งยืน เป็นเลขานุการในการประชุม

ทั้งนี้ ที่ประชุมรับทราบรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองระดับจังหวัด ซึ่งได้มีการขับเคลื่อนโครงการในพื้นที่เป้าหมายเพื่อดำเนินการ 591 แห่ง ใน 62 จังหวัด ประกอบด้วย 1.พื้นที่วัด 19 แห่ง 2.พื้นที่โรงเรียนสถานศึกษาและมหาวิทยาลัย 372 แห่ง 3.พื้นที่โรงพยาบาล 13 แห่ง 4.พื้นที่ชุมชน 90 แห่ง และ 5.พื้นที่อื่นๆ ได้แก่ พื้นที่ของหน่วยงานราชการและพื้นที่เอกชน 97 แห่ง

อย่างไรก็ดี นายอลงกรณ์ แสดงความพอใจต่อความก้าวหน้าของโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองระดับจังหวัด โดยยกตัวอย่างรายงานการดำเนินงานของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งได้นำเสนอผลงานการขับเคลื่อนโครงการต่อที่ประชุม ดังนี้ 1.โครงการมหาวิทยาลัยสีเขียว (Green Campus) 2.โครงการโรงเรียนสีเขียว (Green School) “เก่ง ดีมีทักษะ (ทักษะอาชีพและทักษะชีวิต) มีสุขภาพดี”3.โครงการวัดสีเขียว (Green Temple) “วัดวนเกษตร สวนสมุนไพรในเมือง” และ 4.โครงการโรงพยาบาลสีเขียว (Green Hospital) “สุขภาพและความสุขอย่างยั่งยืน”

รวมทั้ง รับทราบความก้าวหน้าผลการดำเนินงานของ จ.ชลบุรี ที่มีการดำเนินกิจกรรมรวมพลังคนชลบุรี ปลูกป่า ทาโป่ง “เหนื่อยนี้เพื่อช้าง…เพื่อคนชลบุรี” ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ภายใต้กิจกรรมฝึกอาชีพ “เพาะพันธุ์ไม้พื้นถิ่น สร้างอาชีพ สร้างรายได้” กิจกรรมการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองโครงการขยายผลจิตอาสาสำนักงาน กศน. ฯลฯ

สำหรับผลการดำเนินงานของ จ.ระนอง มีการดำเนินการโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในวัด โครงการปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ป่าชายเลนและป้องกันไฟป่า จังหวัดระนอง ฯลฯ ในส่วนของ จ.นครศรีธรรมราช มีการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการปลูกดาวเรือง กิจกรรมปลูกไม้ยืนต้นเพิ่มพื้นที่สีเขียว บริเวณริมเขื่อนคลองฆ่าสัตว์ ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีความก้าวหน้าของคณะทำงานพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในพื้นที่โรงเรียนและวิทยาลัย ซึ่งดำเนินการโรงเรียนสีเขียวต้นแบบเสร็จแล้วกำลังขยายผลไปทุกภาคและรายงานของคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในพื้นที่การเคหะแห่งชาติ (Green NationalHousing Authority) ซึ่งมีการบูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ ด้วย

กรมชลฯพร้อมรับมือฝนตก’ใต้ตอนล่าง’ กำชับปฏิบัติเข้ม 13 มาตรการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690418

กรมชลฯพร้อมรับมือฝนตก'ใต้ตอนล่าง' กำชับปฏิบัติเข้ม 13 มาตรการ

กรมชลฯพร้อมรับมือฝนตก’ใต้ตอนล่าง’ กำชับปฏิบัติเข้ม 13 มาตรการ

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 22.05 น.

กรมชลฯ พร้อมรับมือฝนตกภาคใต้ตอนล่าง เร่งสำรวจอาคารและระบบชลประทานทั่วประเทศ หลังสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ พร้อมเร่งซ่อมแซมอาคารและระบบชลประทาน

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2565 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝนในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ในเขตสำนักงานชลประทานที่ 16 (จ.สงขลา จ.พัทลุง จ.ตรัง และ จ.สตูล) ภาพรวมในปี 2565 นี้ สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติประมาณ 27% ส่วนสถานการณ์น้ำท่าในลุ่มน้ำหลัก ได้แก่ ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา คลองนาท่อม คลองปะเหลียน แม่น้ำตรัง คลองดุสน และคลองละงู ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่ง กรมชลประทานได้เตรียมแผนรับมือสถานการณ์อุทกภัย โดยเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมในพื้นที่ จ.สงขลา ได้แก่ พื้นที่เศรษฐกิจเทศบาลนครหาดใหญ่ ชุมชนริมคลองธรรมชาติ อ.หาดใหญ่ และบริเวณคาบสมุทรสทิงพระ จ.พัทลุง ได้แก่ อ.ศรีบรรพต อ.เขาชัยสน และบริเวณขอบทะเลสาบ อ.เมือง จ.ตรัง ได้แก่ อ.เมือง ตลาดนาโยง อ.นาโยง และตลาดเทศบาลตำบลย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว 
จ.สตูล ได้แก่ อ.เมือง และ อ.ละงู

นอกจากนั้น ยังได้กำชับให้ปฏิบัติตาม 13 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2565 อย่างเคร่งครัด ตรวจสอบความมั่นคงของเขื่อน อาคารชลประทาน และคันกั้นน้ำต่างๆ ให้มีความพร้อมใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ บริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำฝนในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งเตรียมพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือ อาทิ เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ รถขุด เป็นต้น รวม 247 หน่วย ที่จะสามารถเข้าไปช่วยเหลือและลดผลกระทบสถานการณ์อุทกภัยได้ทันท่วงที ปัจจุบันได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำประจำจุดพื้นที่เสี่ยงแล้วรวม 36 เครื่อง จากแผน 128 เครื่อง ที่สำคัญได้เน้นย้ำให้กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการระบายน้ำช่วงน้ำหลาก รวมไปถึงการสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ แนวทางในการบริหารจัดการน้ำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบอย่างต่อเนื่องด้วย

ขณะเดียวกัน ยังได้วางแผนปรับปรุงระบบชลประทานในพื้นที่ ที่มีอายุการใช้งานมานานแล้ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำได้อย่างเต็มศักยภาพ สามารถเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนและพื้นที่ชลประทานได้มากขึ้น เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน เกษตรกร และกลุ่มผู้ใช้น้ำ รวมทั้งสามารถสนับสนุนทุกกิจกรรมการใช้น้ำได้อย่างเพียงพอและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

นายประพิศ บอกด้วยว่าปัจจุบันระดับน้ำที่ล้นตลิ่งในหลายพื้นที่เริ่มทยอยกลับเข้าสู่ลำน้ำแล้ว ประกอบกับสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ทยอยคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ จึงสั่งการให้โครงการชลประทานในพื้นที่ เร่งเข้าไปสำรวจอาคารชลประทานและระบบส่งน้ำต่างๆ หลังน้ำลด เพื่อปรับปรุง ซ่อมแซม ให้สามารถใช้งานและส่งน้ำให้เกษตรกรได้ทำการเพาะปลูกในฤดูกาลต่อไปได้อย่างเต็มศักยภาพ ส่วนพื้นที่การเกษตรที่ยังมีน้ำท่วมขัง ได้เร่งดำเนินการสูบน้ำของจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยจะคงปริมาณน้ำไว้ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ตามความต้องการของเกษตรกร สำหรับไว้ใช้เพาะปลูกพืชต่อไปด้วย

ปศุสัตว์เตือนหวัดนกระบาดเวียดนาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690006

วันศุกร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.02 น.

นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีรักษาราชการแทนอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า จากรายงานข่าวจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม โดยกระทรวงสาธารณสุขเวียดนามออกแถลงการณ์ยืนยันการตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ชนิด A สายพันธุ์ H5 โดยผู้ป่วยเป็นเด็กหญิงวัย 5 ปี อาศัยอยู่ในจังหวัดฟู้เถาะ มีประวัติการรับประทานเนื้อไก่ และแสดงอาการประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้อาการยังอยู่ในขั้นวิกฤต อนึ่ง เวียดนามมีผู้ป่วยโรคไข้หวัดนก รวมอย่างน้อย 128 คน นับตั้งแต่ปี 2546 ทุกรายติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 เสียชีวิตรวม 64 ราย

นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า แม้ประเทศไทยจะไม่พบรายงานการเกิดโรคไข้หวัดนก เป็นระยะเวลา 14 ปี แต่กรมปศุสัตว์ ยังคงเตรียมความพร้อม และป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยสั่งการเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกอย่างใกล้ชิด เฝ้าระวังโรคสัตว์ตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด สุ่มเก็บตัวอย่างสัตว์ปีกในพื้นที่เสี่ยง เช่น พื้นที่ตามแนวชายแดน พื้นที่นกอพยพ พื้นที่นกวางไข่ พื้นที่มีการเลี้ยงสัตว์ปีกหนาแน่น ฝูงเป็ดไล่ทุ่ง เป็นต้น เข้มงวดการเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ปีกภายในประเทศ ชะลอการนำเข้าสัตว์และซากสัตว์ปีกจากประเทศที่เกิดโรคไข้หวัดนก

ส่วนสัตว์ปีกเลี้ยงในระบบฟาร์มให้เข้มงวดความปลอดภัยทางชีวภาพขั้นสูงสุด เช่น การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคในโรงเรือนและบริเวณโดยรอบ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง สัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มเข้มงวด เรื่องระบบความปลอดภัยภายในฟาร์ม ควบคุมการเข้า-ออกฟาร์ม ให้ฉีดพ่นยานพาหนะทุกคัน เป็นต้น รณรงค์ทำความสะอาดและพ่นยาฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่เสี่ยงต่างๆ ได้แก่ พื้นที่นกอพยพอาศัยอยู่ พื้นที่ตามแนวชายแดน พื้นที่เลี้ยงสัตว์ปีกหนาแน่น เป็นต้น ตลอดจนผลักดันระบบการเลี้ยงสัตว์ปีกให้เข้าระบบมาตรฐาน GAP หรือ GFM รวมถึงประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานระหว่างประเทศ

เลขาฯรมว.เกษตรฯรุดถก ปัญหาเกษตรกรเดือดร้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690004

วันศุกร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของมวลชน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 3 / 2565 ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตร โดยในที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการตามผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีราษฎรขอรับสิทธิการจัดสรรที่ดินแปลงอพยพเนื่องจากได้รับผลกระทบจากเขื่อนราษีไศล จ.สุรินทร์ ให้มีการจัดสรรที่ดินแปลงใหม่ให้ผู้ได้รับผลกระทบเข้าอาศัยและทำกินได้หากไม่สามารถจัดหาที่ดินให้ได้ ขอให้จ่ายเงินค่าชดเชยค่าที่ดินเป็นกรณีพิเศษผู้มีสิทธิอัตราไร่ละ 80,800 บาท รวม 1,590 ราย รวมพื้นที่ทั้งหมด 17,896-1-91 ไร่ เป็นเงินทั้งสิ้น 1,340,876,000 บาท ตามประเด็นข้อเรียกร้องของกลุ่มสมัชชาเกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และกลุ่มสมาพันธ์เกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้กรมชลประทาน รวบรวมเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วน ภายใน 15 วัน เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในลำดับต่อไป

คปก.เห็นชอบบัญชี หลักเกณฑ์คัดเลือก เกษตรกรสปก.ใหม่ ให้ใช้เขตปฏิรูปที่ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690005

วันศุกร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ครั้งที่ 5/2565 โดยที่ประชุม คปก.ให้ความเห็นชอบบัญชีเกษตรกรผู้ขึ้นทะเบียนที่ได้รับการคัดเลือกซึ่งจะมีสิทธิได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมรวม 4 ประเภท พร้อมเห็นชอบหลักเกณฑ์การใช้บัญชี ดังนี้ 1.บัญชีเกษตรกรซึ่งผ่านการประเมินในหลักสูตรเกษตรกรรุ่นใหม่ สัดส่วนไม่เกินร้อยละ 10 ของจำนวนเกษตรกรที่จะได้รับการคัดเลือก 2.บัญชีเกษตรกรผู้ขอรับการจัดที่ดินเป็นการเฉพาะ 3.บัญชีเกษตรกรผู้ขอรับการจัดที่ดินและขึ้นทะเบียนกับ ส.ป.ก. และ 4.บัญชีเกษตรกรอื่นๆ ตามที่ คปจ. กำหนด ซึ่งสัดส่วนลำดับที่ 2-4 จะพิจารณาตามความเหมาะสม พร้อมกันนั้น ที่ประชุม คปก.ได้อนุญาตให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อสร้างวัด 3 แห่ง ได้แก่ 1.วัดป่าธรรมมงคล จ.อุดรธานี 2.วัดห้วยน้ำทรัพย์ จ.ฉะเชิงเทรา และ 3.วัดสองธรรมาราม จ.แพร่

ด้าน ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. เปิดเผยว่า สำหรับบัญชีเกษตรกรผู้ขึ้นทะเบียนที่ได้รับการคัดเลือกซึ่งจะมีสิทธิได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพร้อมหลักเกณฑ์การใช้บัญชีใหม่นี้ จะช่วยให้ ส.ป.ก.จังหวัด สามารถคัดเลือกเกษตรกรที่มีสิทธิได้รับที่ดินจาก ส.ป.ก.ได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดย ส.ป.ก. ยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรอยู่ได้ อยู่ดี มีความสุข ในเขตปฏิรูปที่ดิน

‘อลงกรณ์’ชี้จุดเปลี่ยน ไทยเร่งลดก๊าซเรือนกระจก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/689769

วันพฤหัสบดี ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานมูลนิธิ Worldview Climate Foundation (WCF) บรรยายพิเศษ หัวข้อ “ศักยภาพของโครงการบลู คาร์บอน ในประเทศไทย” (Potential for blue carbon projects in Thailand’ ในการประชุมนานาชาติ จัดโดยมูลนิธิ Worldview International ที่ กทม.โดยแสดงวิสัยทัศน์อนาคตประเทศไทยในการเดินหน้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เพื่อร่วมแก้ปัญหาความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ (Climate Change) ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Green House Gases : GHGs) อย่างจริงจัง ตามพันธกรณีที่ประเทศไทยจะบรรลุเป้าหมายคาร์บอนเป็นศูนย์ (Zero Carbon) ในปี 2065 ซึ่งทำให้ทุกภาคส่วน เร่งรัดดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจก ที่เป็นต้นเหตุของภาวะโลกร้อน รวมทั้งองค์การก๊าซเรือนกระจก ซึ่ง (TGO) ได้กำหนดมาตรฐานของประเทศไทยว่าด้วยการรับรองการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (T-VER) และกำลังพัฒนาสู่มาตรฐานสากล

นายอลงกรณ์กล่าวว่า ราคาการค้าคาร์บอน เพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว ภายในปีเดียว จากคาร์บอนตันละ 34 บาท ในปี 2021 เป็น 107 บาท ในปีนี้ โดยเชื่อมั่นว่าจะเพิ่มขึ้นทั้งราคาและปริมาณแบบก้าวกระโดด และปี 2022 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของไทยในการขับเคลื่อนโครงการบลูคาร์บอนสู่ยุคใหม่ของการลดก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนการตื่นตัวของภาครัฐและเอกชนในการปลูกป่าบนบก โครงการปลูกป่าโกงกาง 3 แสนไร่ ภายใน 10 ปี และโครงการส่งเสริมการปลูกเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเลใน 22 จังหวัด ติดชายทะเล ทั้งฝั่งอ่าวไทย และอันดามัน ซึ่งดูดซับคาร์บอนสูงกว่าต้นไม้ทั่วไปถึง 5 เท่า ทำให้ประเทศไทย เป็นหนึ่งในประเทศอาเซียนที่มีศักยภาพในการแก้ปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดประเทศหนึ่งในภูมิภาค