เกษตรฯเร่งมือช่วยเหลือ พื้นที่การเกษตรทั่วไทยหลังน้ำลด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/688630

วันศุกร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล รักษาการปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร ครั้งที่ 4/2565 ร่วมกับหน่วยงานในสังกัด ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ว่าได้เตรียมเสนอโครงการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติจากสถานการณ์ฝนตกชุกสะสมและพายุดีเปรสชั่น “โนรู” ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีพื้นที่ประสบอุทกภัย ทั้งสิ้น 59 จังหวัดโดยขณะนี้สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติ31 จังหวัด และยังประสบอุทกภัย 28 จังหวัด ส่งผลกระทบต่อผลผลิตและโอกาสในการสร้างรายได้ที่เกษตรกรควรจะได้รับ ทำให้กระแสเงินสดในมือของเกษตรกรลดลง ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ พร้อมทั้งเร่งปรับแผนการบริหารจัดการน้ำและการบริหารความเสี่ยงเพิ่มเติมเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันและการเพาะปลูกตามแผนบริหารจัดการน้ำ

จากการสำรวจผลกระทบด้านการเกษตร ด้านพืช ได้รับผลกระทบ 56 จังหวัด เกษตรกร 531,703 ราย ครอบคลุมพื้นที่ 4,505,862 ไร่แบ่งเป็น ข้าว 2,991,705 ไร่ พืชไร่และพืชผัก1,473,553 ไร่ ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ 40,604 ไร่สำรวจพบความเสียหายแล้ว เกษตรกร 75,874 รายพื้นที่ 730,327 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 556,677 ไร่ พืชไร่และพืชผัก 170,077 ไร่ ไม้ผล ไม้ยืนต้นและอื่นๆ 3,573ไร่ คิดเป็นเงิน 1,097.16 ล้านบาทให้ความช่วยเหลือแล้ว เกษตรกร 765 ราย พื้นที่ 3,350 ไร่ วงเงิน 5.81 ล้านบาท

ด้านประมง ได้รับผลกระทบ 42 จังหวัด เกษตรกรได้รับผลกระทบ 22,854 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับผลกระทบ 26,116 ไร่ แบ่งเป็น บ่อปลา 25,750 ไร่ บ่อกุ้ง 366 ไร่ กระชง 11,172 ตร.ม. สำรวจพบความเสียหายแล้วเกษตรกร 537 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับความเสียหาย 521 ไร่ กระชัง 11 ตร.ม. คิดเป็นเงิน 2.93 ล้านบาท ให้ความช่วยเหลือแล้ว เกษตรกร156 ราย พื้นที่ 264 ไร่ วงเงิน 1.52 ล้านบาท และด้านปศุสัตว์ ได้รับผลกระทบ 16 จังหวัด เกษตรกร 21,625 ราย สัตว์ได้รับผลกระทบ 1,337,182 ตัว แบ่งเป็น โค 52,412 ตัว กระบือ 15,378 ตัว สุกร 13,040 ตัว แพะ/แกะ 2,856 ตัวสัตว์ปีก 1,253,496 ตัว แปลงหญ้า 2,243 ไร่ อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย

ทั้งนี้ ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว โดยกรมชลประทาน ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ424 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำ 480 เครื่อง เครื่องจักรอื่นๆ 20 เครื่อง และกระสอบทราย 12,000 กระสอบกรมปศุสัตว์ ดำเนินการอพยพสัตว์ 20,391 ตัวแจกจ่ายหญ้าพระราชทาน 338.26 ตัน อาหาร TMR6.50 ตัน สร้างเสริมสุขภาพสัตว์ 1,002 ตัว รักษาสัตว์ 51 ตัว และสนับสนุนถุงยังชีพสัตว์ 601 ชุด และกรมประมง สนับสนุนเรือตรวจการ 57 ลำ รถยนต์ 50 คัน พร้อมกับเจ้าหน้าที่ 301 ราย

กรมชลฯรุดบรรเทาน้ำท่วม เข้าช่วยเหลือพื้นที่กรุงเก่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/688628

วันศุกร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายธนากร ตันติกุล ผอ.โครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำใน จ.พระนครศรีอยุธยา และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ โดยได้ติดตามสถานการณ์ถนนคันคลองติดประตูน้ำเจ้าเจ็ด ที่รับน้ำจากแม่น้ำน้อยและคลองเจ้าเจ็ด เกิดการกัดเซาะจนทำให้ถนนขาดเป็นขนาดความกว้าง 20 เมตร ซึ่งกรมชลประทาน ได้เร่งดำเนินการซ่อมแซมจนแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ มีการใช้เข็มพืดเหล็กชีทไพล์ และบรรจุหินใหญ่ใส่กล่องลวดถัก เพื่อลดการไหลของน้ำไม่ให้แผ่ขยายวงกว้างออกไป ช่วยลดผลกระทบต่อพื้นที่ตอนล่าง และส่งผลให้ระดับน้ำในคลองเจ้าเจ็ดคงที่ ทำให้ทุ่งรับน้ำเจ้าเจ็ดที่มีความจุ 350 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ปัจจุบันรับน้ำไปแล้ว 480 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 137 ของพื้นที่ ระดับน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 0.80-0.90 เมตร ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ควบคุมทำให้ระดับน้ำในทุ่งคง บริเวณ ต.รางจรเข้ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา

ปศุสัตว์เฝ้าระวัง‘ไข้หวัดนก’ หลังเวียดนามพบชนิด A สายพันธุ์ H5 ในเด็ก 5 ขวบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/688371

ปศุสัตว์เฝ้าระวัง‘ไข้หวัดนก’ หลังเวียดนามพบชนิด A สายพันธุ์ H5 ในเด็ก 5 ขวบ

ปศุสัตว์เฝ้าระวัง‘ไข้หวัดนก’ หลังเวียดนามพบชนิด A สายพันธุ์ H5 ในเด็ก 5 ขวบ

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 13.30 น.

ปศุสัตว์เฝ้าระวัง‘ไข้หวัดนก’ หลังเวียดนามพบชนิด A สายพันธุ์ H5 ในเด็ก 5 ขวบ

24 ตุลาคม 2565 นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า มีรายงานข่าวจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2565 ว่ากระทรวงสาธารณสุขเวียดนามออกแถลงการณ์ยืนยันการตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกชนิด A สายพันธุ์ H5 โดยผู้ป่วยเป็นเด็กหญิงวัย 5 ปี อาศัยอยู่ในจังหวัดฟู้เถาะ มีประวัติการรับประทานเนื้อไก่ และแสดงอาการประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้อาการยังอยู่ในขั้นวิกฤติ โดยเวียดนามมีผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกรวมอย่างน้อย 128 คน นับตั้งแต่ปี 2546 ทุกรายติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 เสียชีวิตรวม 64 ราย

“แม้ขณะนี้ประเทศไทยจะไม่พบรายงานการเกิดโรคไข้หวัดนกมาแล้วเป็นระยะเวลา 14 ปี แต่กรมปศุสัตว์ยังคงเตรียมความพร้อม และป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยได้สั่งการเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกอย่างใกล้ชิด เฝ้าระวังโรคสัตว์ตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด สุ่มเก็บตัวอย่างสัตว์ปีกในพื้นที่เสี่ยง เช่น พื้นที่ตามแนวชายแดน พื้นที่นกอพยพ พื้นที่นกวางไข่ พื้นที่มีการเลี้ยงสัตว์ปีกหนาแน่น ฝูงเป็ดไล่ทุ่ง” นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ กล่าว

นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน ยังให้เข้มงวดตรวจสอบการเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ปีกภายในประเทศ ชะลอการนำเข้าสัตว์และซากสัตว์ปีกจากประเทศที่เกิดโรคไข้หวัดนก ส่วนสัตว์ปีกเลี้ยงในระบบฟาร์มให้เข้มงวดความปลอดภัยทางชีวภาพขั้นสูงสุด เช่น การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคในโรงเรือนและบริเวณโดยรอบ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง สัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มเข้มงวดเรื่องระบบความปลอดภัยภายในฟาร์ม ควบคุมการเข้า-ออกฟาร์ม ให้ฉีดพ่นยานพาหนะทุกคัน เป็นต้น รณรงค์ทำความสะอาดและพ่นยาฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่เสี่ยงต่างๆ ได้แก่ พื้นที่นกอพยพอาศัยอยู่ พื้นที่ตามแนวชายแดน พื้นที่เลี้ยงสัตว์ปีกหนาแน่นเป็นต้น ตลอดจนผลักดันระบบการเลี้ยงสัตว์ปีกให้เข้าระบบมาตรฐาน GAP หรือ GFM รวมถึงประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายในประเทศ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตลอดจนหน่วยงานระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกสังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด  หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ อย่านำสัตว์ปีกไปจำหน่ายจ่ายแจก หรือนำไปประกอบอาหารโดยเด็ดขาด ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ อาสาปศุสัตว์ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เจ้าหน้าปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที  เพื่อเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินมาตรการ ควบคุมโรคทันที หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอหรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดใกล้บ้าน

-005

อ.ส.ค.ชูฟาร์มโคนมประสิทธิภาพสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/688277

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสมพร ศรีเมือง ผอ.องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า ฟาร์มโคนมประสิทธิภาพสูงถือเป็นฟาร์มสาธิตเชิงธุรกิจที่อยู่ในพื้นที่ของ อ.ส.ค. ซึ่งมีแผนจะพัฒนาให้เป็น Smart Dairy Farm ใช้เทคโนโลยีช่วยในการจัดการฟาร์ม ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเป็นแหล่งฝึกภาคปฏิบัติและสร้างบุคลากรมืออาชีพด้านการเลี้ยงโคนม รวมทั้งเป็นฟาร์มสำหรับใช้ในการศึกษาพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการฟาร์มให้มีความสะดวกและเหมาะสมกับการเลี้ยงโคนมของเกษตรกรยุคใหม่ ที่สอดสอดคล้องกับหลักการดูแลสวัสดิภาพสัตว์ (Animal welfare) และถือเป็นฟาร์มสาธิตต้นแบบที่เปิดนำร่องเป็นฟาร์มแรกของประเทศไทย

ด้านนายพีระ ไชยรุตม์ ผู้ช่วย ผอ.อ.ส.ค. กล่าวว่า ปัจจุบันฟาร์มโคนมประสิทธิภาพสูง มีแม่โครีดนม 120 ตัว มีการใช้เทคโนโลยีช่วยในการจัดการฟาร์ม เช่น การเลี้ยงแบบขังในคอกและใช้อาหารผสมสำเร็จที่มีมาตรฐานตรงตามความต้องการของโค ระบบการรีดนมที่มีการบันทึกปริมาณน้ำนมดิบรายตัวรายวัน มีระบบทำความสะอาด มีเป้าหมายให้มีการฝึกอบรมและศึกษาดูงานในฟาร์มโคนมประสิทธิภาพสูง สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมปีละไม่น้อยกว่า 680 คน และเพิ่มนักท่องเที่ยวเยี่ยมชมกิจการไม่น้อยกว่า 10%

ขณะที่ ว่าที่ ร.ต.กิตตว์ธรรศ์ จิตต์มนัส หัวหน้ากองงานฟาร์มฝ่ายวิจัยและพัฒนาการเลี้ยงโคนม อ.ส.ค.กล่าวว่า ได้ตั้งดัชนีชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ของโครงการฟาร์มโคนมประสิทธิภาพสูงไว้ 12 ด้าน นอกจากนี้ ยังได้วางเป้าหมายมีผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมกิจการฟาร์มไม่น้อยกว่า ปีละ 60,000 คน ส่วนผลดำเนินการด้านอื่นก็ประสบความสำเร็จ อาทิ มีบุคลากรด้านกิจการโคนมเข้าฝึกอบรมและศึกษาดูงาน 932 ราย องค์ประกอบน้ำนมดิบสูงกว่ามาตรฐานการรับซื้อและมีรายได้จากการขายนมจนถึงปัจจุบัน

‘เฉลิมชัย’เปิดสะพาน ส่งเสริมการท่องเที่ยว หนุนวิถีชุมชนท้องถิ่น ยกระดับคุณภาพชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/688280

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเปิดสะพานและเยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และปล่อยพันธุ์ปลา 200,000 ตัว ลงคลองพระพิมล ตลาดน้ำไทรน้อย วัดไทรใหญ่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ว่าได้มอบหมายสำนักงานชลประทานที่ 11 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระพิมล ก่อสร้างสะพานข้ามคลองพระพิมล เพื่อเป็นทางสัญจรตลาดน้ำไทรน้อย แสดงถึงเจตนารมณ์อันดีที่จะร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการให้มีการเพิ่มช่องทางในการสร้างงาน สร้างอาชีพและรายได้ เป็นการกระตุ้นและสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจในพื้นที่ รวมถึงใช้เป็นจุดติดตั้งเครื่องมืองานชลประทานต่างๆ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการน้ำโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระพิมล สำนักงานชลประทานที่ 11 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“กระทรวงเกษตรฯ ขอขอบคุณพี่น้องประชาชน และหน่วยงานต่างๆ ที่ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ในการมีส่วนร่วมดำเนินการก่อสร้างสะพานเพื่อเป็นทางสัญจร ข้ามฝั่งของนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในตลาดน้ำไทรน้อย และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดน้ำไทรน้อย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งหวังว่าจะสามารถช่วยสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับผู้ใช้น้ำและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชนในพื้นที่ต่อไป” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

ร่วมมือปลดหนี้เกษตรกร ผู้ที่ประสบโศกนาฏกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/688278

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าจากเหตุการณ์ที่นับเป็นโศกนาฏกรรมใหญ่ในพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู ซึ่งภายหลังทราบว่ามีสมาชิก 2 ราย ที่เป็นหนี้กับสถาบันเกษตรกร หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ในพื้นที่ จึงได้ร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยการชำระหนี้ให้กับสถาบันเกษตรกรเต็มจำนวนเงินต้น

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่ผ่านมาน.ส.ณัชชา พันธ์เพ็ง เกษตรและสหกรณ์ จ.หนองบัวลำภู พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรฯใน จ.หนองบัวลำภู และผู้แทน ได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงดังกล่าว ซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตรนากลาง จำกัด มูลหนี้เงินต้น 11,000 บาท และสมาชิกกลุ่มเกษตรเลี้ยงสัตว์อุทัยสรรค์ มูลหนี้เงินต้น 25,000 บาท รวมเป็นเงิน 36,000 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจและช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบเหตุ

เกษตรฯเปิดตัวโครงการ พัฒนาการใช้ปุ๋ยชีวภาพ-ชีวภัณฑ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/688279

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ได้ขับเคลื่อนงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า 250 โครงการ ซึ่งทุกปีคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกและตัดสินผลงานโครงการพระราชดำริและโครงการพิเศษดีเด่น โดยคัดเลือกโครงการที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์สู่พื้นที่เป้าหมายและทั่วไป โดยปี 2565 ได้ตัดสินให้ “การพัฒนาและขยายผลปุ๋ยชีวภาพและชีวภัณฑ์เพื่อการผลิตพืชอินทรีย์อย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ผลงานของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรฉะเชิงเทรา สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 ได้รับรางวัลโครงการพระราชดำริและโครงการพิเศษดีเด่น ระดับดีเด่น

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรฉะเชิงเทรา ได้พัฒนาขยายผลการผลิตและการใช้ปุ๋ยชีวภาพและชีวภัณฑ์ซึ่งเป็นนวัตกรรมของกรมวิชาการเกษตรสู่เกษตรกรให้ผลิตพืชอินทรีย์อย่างยั่งยืน และขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์สู่เกษตรกรและผู้สนใจ เพื่อลดต้นทุน เพิ่มรายได้ในการผลิตพืชอินทรีย์ พร้อมยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรรอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นตัวอย่างแก่การพัฒนาพื้นที่อื่น รวมทั้งพัฒนาเป็นแปลงเรียนรู้การผลิตพืชในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตร เสมือน “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตพืชด้านต่างๆ

นายระพีภัทร์กล่าวต่อว่า เทคโนโลยีกรมวิชาการเกษตรดังกล่าว เกษตรกรสามารถดำเนินการผลิตใช้ได้ด้วยตนเอง จึงได้ถ่ายทอดและขยายผลให้ผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาและสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้และปฏิบัติได้จริงในพื้นที่ตนเอง จนประสบความสำเร็จด้านเกษตรกรรมและพัฒนาอาชีพนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นเป็นการยกระดับฐานะความเป็นอยู่รอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ ซึ่งจากการดำเนินงานถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยจัดทำแปลงต้นแบบการผลิตพืชอินทรีย์สามารถขยายผลสู่เกษตรกรพื้นที่รอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สามารถลดต้นทุนได้ร้อยละ 35.77 ทำให้รายได้สุทธิมากกว่าเฉลี่ย 37,398 บาท/ไร่

นอกจากนี้ จากการดำเนินการแปลงต้นแบบการผลิตพืชอินทรีย์ เกษตรกรแปลงต้นแบบสามารถเป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตพืชอินทรีย์โดยใช้เทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร และได้ผลิตปุ๋ยชีวภาพและชีวภัณฑ์ใช้เอง ซึ่งมีผู้สนใจเข้าศึกษาดูงานแปลงต้นแบบ รวมทั้งสิ้น 349 ราย สามารถขยายผลไปสู่เกษตรกรรอบศูนย์ศึกษาฯ และพื้นที่อื่นได้ 101 ราย ในส่วนของเกษตรกรขยายผลมีการยอมรับและมีความพึงพอใจในการใช้ปุ๋ยชีวภาพและชีวภัณฑ์ของกรมวิชาการเกษตรมากที่สุด ปัจจุบันเกษตรกรขยายผลได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP 97 ราย และ Organic Thailand 7 ราย

ลุยต่อ! ‘เฉลิมชัย’สั่งระดมช่วยเหลือปศุสัตว์พื้นที่น้ำท่วมภาคใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687952

ลุยต่อ! 'เฉลิมชัย'สั่งระดมช่วยเหลือปศุสัตว์พื้นที่น้ำท่วมภาคใต้

ลุยต่อ! ‘เฉลิมชัย’สั่งระดมช่วยเหลือปศุสัตว์พื้นที่น้ำท่วมภาคใต้

วันศุกร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 16.44 น.

รมว.เกษตรฯสั่งลุยต่อ! ให้กรมปศุสัตว์ระดมเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2565 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สั่งการให้กรมปศุสัตว์เตรียมพร้อมช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และสัตว์เลี้ยงในภาคใต้เนื่องจากเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนของภาคใต้ ประกอบกับระยะนี้กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ได้เลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคใต้ตอนบน ทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและตกหนักบางแห่ง โดยต้องระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะ 1 – 2 วันนี้ด้วย

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ รายงานว่า ในพื้นที่ภาคใต้ 14 จังหวัด มีพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอุทกภัยรวม 11 จังหวัด 85 อำเภอ 344 ตำบล กว่า 3,000 หมู่บ้าน จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านเสบียงอาหารสัตว์ รวมทั้งแร่ธาตุ และเวชภัณฑ์ ในการให้ความช่วยเหลือแก่สัตว์เลี้ยงของเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งวันนี้ (21 ต.ค.) ได้ปล่อยขบวนรถหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน พร้อมด้วยหน่วยบริการสัตวแพทย์เคลื่อนที่ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ (ศวอ.) 11 แห่งได้แก่ ศวอ.เพชรบุรี ศวอ.ประจวบคีรีขันธ์ ศวอ.กาญจนบุรี ศวอ.สุพรรณบุรี ศวอ.ชุมพร ศวอ.พัทลุง ศวอ.สุราษฏร์ธานี ศวอ.ตรัง ศวอ.นครศรีธธรมราช ศวอ.สตูล และศวอ.นราธิวาส สนับสนุนเสบียงสัตว์เคลื่อนย้ายลงเสบียงอาหารสัตว์ลงไปไว้ในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก เพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้าในการให้ความช่วยเหลือ โดยได้จัดเตรียมคลังเสบียงไว้ทั้งสิ้น 12 จุด ในพื้นที่ 11 อำเภอ 8 จังหวัด จำนวนเสบียงสัตว์ทั้งสิ้น 95,000 กิโลกรัม และหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ 15 หน่วย เป็นการรับเชิงรุก

ในปี 2565 ประเทศไทยประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ ซึ่งมีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบด้านปศุสัตว์ 23 จังหวัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ จึงได้เร่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ซึ่งปัจจุบันกรมปศุสัตว์ได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรไปแล้วทั้ง 23 จังหวัด 136 อำเภอ 420 ตำบล 1,680 หมู่บ้านเกษตรกร 24,190 ราย โดยกรมปศุสัตว์ได้ให้ความช่วยเหลือดังนี้ 1.อพยพสัตว์ที่ได้รับผลกระทบแล้ว เป็น 2,281,201 ตัว 2.สนับสนุนด้านเสบียงสัตว์ 1,137,170 กิโลกรัม ชุดส่งเสริมสุขภาพสัตว์ 30,837 ชุด และถุงยังชีพสัตว์ 2,924 ถุง และ 3.ดำเนินการรักษาสัตว์ 1,723 ตัว

รมว.เกษตรฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในทุกพื้นที่ ที่มีการประกาศเขตภัยพิบัติและเขตพื้นที่ให้ความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน ให้เร่งดำเนินการสำรวจตรวจสอบสภาพความเสียหาย เช่น สัตว์ตาย แปลงหญ้า เพื่อให้ความช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2562 โดยเร่งด่วนต่อไป

ทั้งนี้ เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยสามารถติดต่อขอรับการสนับสนุนเสบียงสัตว์ หรือขอรับการช่วยเหลือเยียวยา ได้ที่สำนักงาน ปศุสัตว์จังหวัด สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ หรือศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ในพื้นที่ หรือติดต่อกลุ่มโครงการพิเศษและป้องกันภัยพิบัติด้านปศุสัตว์ กองส่งเสริมและพัฒนาปศุสัตว์ โทร. 0-2653-4444 ต่อ 3315 Application DLD 4.0

สกู๊ปพิเศษ : เทศบาลเมืองบุรีรัมย์แจ้งผู้สูงอายุ-ผู้พิการ รายใหม่ลงทะเบียน ‘เบี้ยยังชีพ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687798

สกู๊ปพิเศษ : เทศบาลเมืองบุรีรัมย์แจ้งผู้สูงอายุ-ผู้พิการ รายใหม่ลงทะเบียน ‘เบี้ยยังชีพ’

สกู๊ปพิเศษ : เทศบาลเมืองบุรีรัมย์แจ้งผู้สูงอายุ-ผู้พิการ รายใหม่ลงทะเบียน ‘เบี้ยยังชีพ’

วันศุกร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ แจ้งผู้สูงอายุผู้พิการ รายใหม่ ลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพ ตั้งแต่เดือน ต.ค.-พ.ย.2565 นี้ เผยในปีงบประมาณ 2565 เทศบาลมอบเบี้ยยังชีพทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยเอดส์จำนวนทั้งสิ้น 3,346 คน เป็นเงิน 27,652,200 บาท

นายสมศักดิ์ ธีระวิวัฒนกิจ รองนายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้เทศบาลเมือง(ทม.)บุรีรัมย์ ได้เปิดรับลงทะเบียนเบี้ยยังชีพรายเดือน แบบขั้นบันได สำหรับผู้สูงอายุรายใหม่ เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ซึ่งจะมีสิทธิ์รับเงินเบี้ยยังชีพ ตั้งแต่เดือน ต.ค.2568 เป็นต้นไป

โดยในส่วนของผู้สูงอายุ จะต้องมีคุณสมบัติ คือ มีสัญชาติไทย มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปในปีงบประมาณถัดไป ซึ่งได้ลงทะเบียนเพื่อขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (โดยเป็นผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 2 กันยายน 2507 คือ เกิดระหว่างวันที่ 2 กันยายน 2506-1 กันยายน 2507 สำหรับในกรณีที่ในทะเบียนบ้านไม่ปรากฏวัน เดือน ปี ให้ถือว่าบุคคลนั้นเกิดในวันที่ 1 มกราคม ของปีนั้นและยังไม่เคยลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพมาก่อน รวมทั้งผู้สูงอายุที่ย้ายภูมิลำเนามาใหม่ในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ และยังไม่เคยลงทะเบียนตามข้อ 8 แห่งระเบียบกระทรวงมหาดไทย)

ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ จากหน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจ ไม่เป็นผู้สูงอายุ ผู้พิการที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ และไม่เคยขึ้นทะเบียนและรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุมาก่อน อีกทั้งไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งดังนี้ กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล ข้าราชการการเมืองระดับชาติและระดับท้องถิ่นทุกรูปแบบ เช่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาเทศบาล ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น

นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า ส่วนผู้พิการนั้น จะต้องเป็นผู้พิการที่มีสัญชาติไทย มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตพื้นที่ มีบัตรประจำตัวคนพิการแล้ว ไม่เป็นบุคคลที่อยู่ในความอุปการะของสถานสงเคราะห์ของรัฐ และไม่เคยขึ้นทะเบียนและรับเงินเบี้ยความพิการมาก่อน นำหลักฐานสำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ สำเนาทะเบียนบ้าน หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชนของผู้ดูแลคนพิการมาด้วย (กรณีผู้ดูแลคนพิการเป็นคนอื่น) และสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารกรณีขอรับเงินผ่านธนาคาร มายื่นคำขอจดทะเบียนรับเงินเบี้ยความพิการ

ทั้งนี้ ให้นำหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมสำเนา ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนาและสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารพร้อมสำเนากรณีขอรับเงินผ่านธนาคาร มายื่นคำขอลงทะเบียนรับเงินเบี้ยยังชีพฯได้ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ชั้น 1 ฝ่ายส่งเสริมสวัสดิการสังคม กองสวัสดิการสังคม (ห้องงานทะเบียนราษฎร) หากไม่สามารถมาด้วยตนเองให้ผู้อื่นมายื่นแทนได้โดยทำหนังสือมอบอำนาจพร้อมนำ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจมาด้วยตั้งแต่เดือนตุลาคม-เดือนพฤศจิกายน 2565

อย่างไรก็ตาม ในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ที่ผ่านมา เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ได้ดำเนินการจ่ายเบี้ยยังชีพ จำนวนทั้งสิ้น 3,346 คน เป็นเงินทั้งสิ้น 27,652,200 บาทแยกเป็น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จำนวน 2,788 คน เป็นเงิน 22,269,000 บาท ผู้พิการ จำนวน 533 คน เป็นเงิน 5,277,200 บาท และผู้ป่วยเอดส์ จำนวน 25 คน เป็นเงิน 156,000 บาท

กรมข้าวลุยน้ำท่วม มอบเมล็ดพันธุ์ข้าว ให้ชาวนาประสบภัย น้ำท่วมที่ศรีสะเกษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687794

วันศุกร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมคณะ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวภาคอีสาน ลงพื้นที่เทศบาล ต.โคกจาน อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ เพื่อตรวจเยี่ยมพี่น้องชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นโนรูที่เคลื่อนตัวผ่านเข้าประเทศไทย โดยได้รับความร่วมมือจาก นายแว่น พรหมคุณ เกษตรอำเภออุทุมพรพิสัยนางอินทิอร วงศ์สหวิวัฒน์ เกษตรอำเภอห้วยทับทัน

นายณัฏฐกิตติ์เปิดเผยว่า จากกรณีพายุโนรู พัดผ่านพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ส่งผลให้มีฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้างในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน ทำให้พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่การทำนา ซึ่งข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พบว่า จ.ศรีสะเกษ มีพื้นที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม 7 อำเภอ รวม 16 ตำบล 46 หมู่บ้าน

อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยด้วยว่าในส่วนของพื้นที่จัดทำแปลงขยายเมล็ดพันธุ์ข้าว ที่อยู่ในการดูแลของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษ 3,268 ไร่ แบ่งเป็น ต.โคกจาน และ ต.ทุ่งไชย อ.อุทุมพรพิสัย ต.ผักไหม อ.ห้วยทับทัน และ ต.หนองแค อ.ราษีไศล มีเกษตรกรรวม 256 ราย ส่วนใหญ่ปลูกข้าวดอกมะลิ 105 และ กข15 โดยจากการสำรวจพบว่ามีพื้นที่ปลูกข้าวที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม 1,761 ไร่ มีเกษตรกรได้รับผลกระทบ 183 ราย ทั้งนี้ นายณัฏฐกิตติ์ ได้เยี่ยมให้กำลังใจเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและมอบเมล็ดพันธุ์ข้าว พร้อมถุงยังชีพเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ชาวนาใน อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ