สกู๊ปพิเศษ : ‘NIA’สานพลัง ‘ขอนแก่น อินโนเวชั่น’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจบีซีจีปั้นย่านศรีจันทร์-กังสดาล เป็นย่านนวัตกรรมอาหาร-การเกษตร-เทคโนโลยีชีวภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686353

สกู๊ปพิเศษ : ‘NIA’สานพลัง ‘ขอนแก่น อินโนเวชั่น’  ขับเคลื่อนเศรษฐกิจบีซีจีปั้นย่านศรีจันทร์-กังสดาล  เป็นย่านนวัตกรรมอาหาร-การเกษตร-เทคโนโลยีชีวภาพ

สกู๊ปพิเศษ : ‘NIA’สานพลัง ‘ขอนแก่น อินโนเวชั่น’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจบีซีจีปั้นย่านศรีจันทร์-กังสดาล เป็นย่านนวัตกรรมอาหาร-การเกษตร-เทคโนโลยีชีวภาพ

วันศุกร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และขอนแก่น อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ ลงนามความร่วมมือการพัฒนาย่านนวัตกรรมจังหวัดขอนแก่น เพื่อผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาและฟื้นฟูพื้นที่ย่านศรีจันทร์-กังสดาลจ.ขอนแก่น ให้เป็น “ย่านนวัตกรรมอาหาร การเกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ” รวมถึงเป็นศูนย์กลางการต่อยอดองค์ความรู้และเศรษฐกิจระดับนานาชาติ การพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งย่านนวัตกรรมแห่งนี้จะเป็นพื้นที่สำคัญที่ช่วยสร้างโอกาสและผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยโมเดลบีซีจี (Bio-Circular-Green Economy)

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานNIA กล่าวว่า NIA มีแผนยกระดับนวัตกรรมในภาคอีสาน โดยตั้งเป้าผลักดันจังหวัดขอนแก่นเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมในภูมิภาคนี้ ผ่านโครงการย่านนวัตกรรมจังหวัดขอนแก่น ทั้งย่านศรีจันทร์และย่านกังสดาลเพื่อเป็นพื้นที่นำร่องสำหรับสนับสนุนการสร้างอัตลักษณ์ของเมืองให้มีความโดดเด่น การทำกิจกรรม การลงทุนด้านนวัตกรรมที่สามารถสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและคุณค่าใหม่ให้กับภาคอีสาน

โดยมุ่งเป้าให้เป็น 1. ศูนย์กลางเศรษฐกิจนวัตกรรมเกษตร อาหาร และ เทคโนโลยีชีวภาพ พื้นที่แห่งโอกาสของผู้ประกอบการ, 2.ศูนย์กลางด้านการเรียนรู้และการศึกษาในระดับภูมิภาคยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน,3. เมืองน่าอยู่ เชื่อมโยงการใช้ชีวิตและการทำงานสร้างเศรษฐกิจสนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการ โดย NIA จะเป็นตัวกลาง ในการเชื่อมโยงผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมขับเคลื่อน

นายวีระเจตน์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจน้ำตาลประเทศไทย พลังงาน และธุรกิจใหม่ กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า กลุ่มมิตรผล และบริษัท ขอนแก่น อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมของประเทศไทย โดยกลุ่มมิตรผล และ บริษัท ขอนแก่น อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ จะนำเอาความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ รวมทั้งทรัพยากรต่างๆ มาสนับสนุนการพัฒนาย่านนวัตกรรมขอนแก่น ให้เป็นศูนย์กลางแห่งการพัฒนานวัตกรรมการเกษตร อาหาร และเทคโนโลยีชีวภาพ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้ผู้ประกอบการสามารถยกระดับการพัฒนาธุรกิจสู่โมเดลเศรษฐกิจBio-Circular-Green หรือ BCG โดยมีศูนย์นวัตกรรมและวิจัยของกลุ่มมิตรผล ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ชั้น 9 ของอาคารแห่งนี้ พร้อมด้วยพื้นที่แสดงผลงาน สินค้า การจัดประชุมและโรงแรม ซึ่งนับเป็นการสร้าง Innovation Ecosystem และการทำงานร่วมกันของภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ที่สมบูรณ์ที่สุดของจังหวัดขอนแก่น

เกษตรฯชูเมืองนครปฐม อุตสาหกรรมเกษตรพัฒนายั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686182

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ จ.นครปฐม โดยมีนายรัฐศาสตร์ ชิดชู รอง ผวจ.นครปฐม และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ศาลากลางจังหวัดนครปฐม โดยนายอลงกรณ์ กล่าวว่า โครงการสำคัญที่เป็นอีกคานงัดการปฏิรูปภาคเกษตรของกระทรวงเกษตรฯ คือโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล ภายใต้แนวคิด “บริหารโดยชุมชน เป็นของชุมชน และเพื่อชุมชน” โดยมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนทุกตำบลของจังหวัดนครปฐม ซึ่งจะเป็นกลไกพัฒนาหมู่บ้านตำบลแบบบูรณาการทุกภาคส่วนตามแผนพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล ควบคู่กับการเดินหน้าโครงการเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมระบบเกษตรกรรมยั่งยืนในรูปแบบต่างๆ มีการวางโครงสร้างและระบบแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาภาคเกษตรในพื้นที่เมืองและพื้นที่ชุมชน ซึ่งทั้ง 2 โครงการขับเคลื่อนโดยคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนแห่งชาติ ซึ่งมี ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เป็นประธาน และมีที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนครอบคลุม 77 จังหวัด

สำหรับการขับเคลื่อนการดำเนินงานภาคการเกษตรในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ตามนโยบาย 5 ยุทธศาสตร์ 15 นโยบายของ รมว.เกษตรฯ มีโครงการสำคัญที่ดำเนินการใน 5 เรื่อง มีสินค้าสำคัญ ได้แก่ ข้าว กล้วยไม้ มะพร้าวน้ำหอม กุ้งขาว กุ้งก้ามกราม ปลานิล สุกร โคนม และไก่ไข่

“กระทรวงเกษตรฯ มุ่งขับเคลื่อนภาคการเกษตรสู่เกษตรมูลค่าสูง (Next Normal) โดยมี 12 ก้าวใหม่ที่กล้าเดิน เป็นคานงัดสำคัญ ได้แก่ 1.ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) 2.ศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ 3.ดิจิตอล ทรานสฟอร์เมชั่น (Digital Transformation) 4.เกษตรอัจฉริยะและตลาดออนไลน์ 5. เกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง-ชนบท 6.เกษตรแห่งอนาคต อาหารแห่งอนาคต 7.โลจิสติกส์เกษตรเชื่อมไทย-เชื่อมโลก 8.เกษตรแปลงใหญ่ สตาร์ทอัพเกษตร 9.ยกระดับเกษตรกรก้าวใหม่ 10.เกษตรสร้างสรรค์ สู่เกษตรมูลค่าสูง (The Brand Project) เน้นแปรรูปสร้างมูลค่าและพัฒนาแบรนด์ 11.การพัฒนาเชิงพื้นที่ (Area base) ไม่มีเหลื่อมล้ำ และ 12.เปิดกว้างสร้างหุ้นส่วน (Partnership platform) ในประเทศและต่างประเทศ

อย่างไรก็ดี กระทรวงเกษตรฯ มีแผนพัฒนาการเกษตรอย่างรอบด้านตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบ (ร่าง) แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ จ.นครปฐม ฉบับ 5 ปี (2566-2570) ฉบับทบทวน รอบปี 2567 ในการขับเคลื่อนงานภาคการเกษตร

‘มนัญญา’ดูงานอิตาลี โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม มีคุณภาพปลอดเชื้อโรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686179

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เยี่ยมชมดูงานบริษัท Mariani Srl. เพื่อศึกษากระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์ปลอดเชื้อสำหรับเครื่องดื่มเมืองวินเซนซา ประเทศอิตาลี พร้อมด้วยนายสมพร ศรีเมือง ผอ.องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) และคณะ โดย Mr. Roberto Ciambetti ประธานสภาแคว้นเวเนโต กล่าวชื่นชม รมช.เกษตรฯ ในการแบน 3 สารอย่าจริงจัง ซึ่งส่งผลให้สภาพดินในอนาคตมีความสมบูรณ์ จนอาจเรียกว่า “หญ้าก็ยังหวานได้”

ในโอกาสนี้ บริษัท Mariani Srl. ได้เชิญ Mr. Erik Umberto Pretto รองวุฒิสภาอิตาลี (Camera dei Deputati) Mr.Roberto Ciambetti ประธานสภาแคว้นเวเนโต (Presidente del Consiglio Regionale Veneto) Mr.Giacomo Possamai สมาชิกสภาภูมิภาคเวเนโต (Consigliere Regionale Veneto) Ms.Valentina Maculan นายกเทศมนตรีเมืองแคร์เร (Sindaco Carré) และ Mr.Roberto Marianiผู้ช่วยนายกสภาอุตสาหกรรมการผลิตเมืองแคร์เร (Ass. Con delega alleattivitá productive Carré) ร่วมต้อนรับ รมช.เกษตรฯ และประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตโดยใช้นวัตกรรมเพิ่มผลการผลิต ทดแทนการใช้สารเคมี อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของผู้บริโภค ซึ่งอิตาลีให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการผลิตที่ยั่งยืน โดยบริษัท Marinani อิตาลี และบริษัท เอส ไอ จี คอมบิบล็อค ประเทศไทย ได้ร่วมผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษปลอดเชื้อสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ที่มีคุณภาพสูง

‘เฉลิมชัย’พัฒนาผลผลิตข้าวที่อุบลฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686180

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการลดต้นทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน ปี 2565 โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โรงเรียนม่วงสามสิบ (อำนวยปัญญา) จ.อุบลราชธานี ซึ่งกรมการข้าว จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นให้สมาชิกของศูนย์ข้าวชุมชน เกษตรกรทั่วไป ได้เรียนรู้และมีความเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับการบริหารจัดการการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวในรูปแบบศูนย์ข้าวชุมชน และการนำเทคโนโลยีทางการเกษตรสมัยใหม่ มาใช้เพื่อลดต้นทุนการผลิตอย่างเหมาะสม และยกระดับมาตรฐานเมล็ดพันธุ์ข้าว สร้างโอกาสในการเพิ่มคุณภาพและเพิ่มผลตอบแทน

สำหรับกิจกรรมภายในงาน มีการจัดแสดงนิทรรศการและสาธิตการใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อลดต้นทุนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว การยกระดับคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว การผลิตข้าวคุณภาพดีเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น การบริหารจัดการศูนย์ข้าวชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ นิทรรศการทางการเกษตรอื่นๆ การมอบรางวัลแปลงใหญ่ข้าวดีเด่นระดับประเทศ กลุ่มเกษตรกรดีเด่น และเกษตรกรดีเด่น จ.อุบลราชธานี มอบหนังสือให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) มอบพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์น้ำ และปัจจัยการผลิต และมอบรางวัลคนดีศรีม่วง

นอกจากนี้ ยังมีการร่วมกันจัด “งานฉลอง 139 ปี เกษตรอินทรีย์ อ.ม่วงสามสิบ” ขึ้นด้วย มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในวาระที่ อ.ม่วงสามสิบ ก่อตั้งครบ 139 ปี และสมโภชพระบรมพุทธโธ พระพุทธรูปประจำเมืองม่วงสามสิบ นำผลผลิตมาแสดงและจำหน่าย ถ่ายทอดความรู้เชิงวิชาการ จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตรและปศุสัตว์ให้ชาว อ.ม่วงสามสิบ ได้ศึกษาเรียนรู้ นำไปประกอบอาชีพ มีประกวดแข่งขันเต้นบาสโลบของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) รพ.สต.24 แห่ง ใน อ.ม่วงสามสิบ

ถกสมัชชาฯภาคอีสาน เร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686181

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับ ผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ตัวแทนจากกลุ่มสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน และกลุ่มสมาพันธ์เกษตรกรอีสาน ซึ่งทั้ง 2 กลุ่ม ที่นำมวลชนประมาณ 1,000 คน มาชุมนุมบริเวณหน้ากระทรวงเกษตรฯ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรที่ดินแปลงอพยพ หรือจ่ายเงินค่าชดเชยที่ดินแปลงอพยพให้กับราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนราษีไศล จ.สุรินทร์ โดยมีข้อเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรฯ จัดประชุมคณะกรรมการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของมวลชน พิจารณาผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะทำงานระดับจังหวัดอีกครั้งหนึ่ง

ทั้งนี้ นายประยูร แจ้งต่อที่ประชุมและกลุ่มเกษตรกรทั้ง 2 กลุ่ม ว่าเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2565 กระทรวงเกษตรฯ ได้ประชุมคณะกรรมการแก้ปัญหาดังกล่าว แล้ว ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายกรมชลประทานดำเนินการ 3 ประเด็น และแจ้งฝ่ายเลขานุการฯพิจารณานำเสนอคณะกรรมการฯ พิจารณา ดังนี้ 1.ให้ตรวจสอบความถูกต้องของระเบียบต่างๆ ว่าสามารถใช้หลักเกณฑ์ใดได้บ้างในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ 2.ขอให้ตรวจสอบโครงการฝายราษีไศลว่าเป็นโครงการขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ และ 3.ขอให้จัดทำฐานข้อมูลของราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากโครงการดังกล่าว เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการช่วยเหลือต่อไป

อย่างไรก็ดี กรมชลประทาน ได้มีหนังสือขอให้หน่วยงานชลประทานในพื้นที่ จ.สุรินทร์ ให้ตรวจสอบ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการและจัดทำข้อมูลตามมติที่ประชุม หากดำเนินการเสร็จสิ้นจะมีการประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาต่อไป

ผู้เลี้ยงสุกรส่งสัญญาณราคาหมูจีนพุ่งสูง หวั่นเกิดโรคระบาดซ้ำสอง เตือนไทยป้องกันเข้มงวด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686115

ผู้เลี้ยงสุกรส่งสัญญาณราคาหมูจีนพุ่งสูง หวั่นเกิดโรคระบาดซ้ำสอง เตือนไทยป้องกันเข้มงวด

ผู้เลี้ยงสุกรส่งสัญญาณราคาหมูจีนพุ่งสูง หวั่นเกิดโรคระบาดซ้ำสอง เตือนไทยป้องกันเข้มงวด

วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 16.39 น.

สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งสัญญาณเตือนภาครัฐและเกษตรกรป้องกันโรค ASF เข้มแข็ง หลังจีนผลผลิตขาดแคลนหนักหวั่นเกิดโรคระบาดซ้ำ ทำราคาหมูจีนพุ่งสูง ขณะที่ราคาหมูไทยตามกระแสยืนแข็งทั้งปีนี้ ตามสถานการณ์ในภูมิภาคผลผลิตน้อยไม่เพียงพอต่อการบริโภค ดันราคาสูงขึ้นตามกลไกตลาดต่อเนื่องในปี 2566

12 ตุลาคม 2565 นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า สถานการณ์ราคาสุกรในประเทศปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสมทั้งผู้เลี้ยงและผู้บริโภครับได้ โดยสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติประกาศราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มยืนราคา 100 บาทต่อกิโลกรัม ต่อเนื่องมามากกว่าครึ่งปี ขณะที่ราคาขายปลีกเนื้อแดงเฉลี่ยอยู่ที่ 200 บาทต่อกิโลกรัม คาดว่าราคาจากนี้ไปจะยังทรงตัวสูง เนื่องจากผลผลิตยังออกสู่ตลาดน้อย ประกอบกับหลังเทศกาลกินเจและเข้าสู่ช่วงเทศกาลท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้าประเทศไทยมากขึ้น ก่อนเข้าสู่เทศกาลเฉลิมฉลองปลายปี ทำให้ความต้องการบริโภคอาหารสูง ราคาจึงปรับขึ้นตามกลไกตลาด

นอกจากนี้ เกษตรกรยังต้องแบกภาระต้นทุนและปัจจัยการผลิตสูงขึ้นทั้งจากวัตถุดิบอาหารสัตว์ พลังงาน ยารักษาโรคและปุ๋ย และการปรับปรุงฟาร์มให้ได้มาตรฐานเพื่อป้องกันโรค อาจทำให้เกษตรกรไม่กล้าเสี่ยงนำหมูเข้าเลี้ยงใหม่ ทำให้ผลผลิตในประเทศไม่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นผลให้ราคาหน้าฟาร์มปรับขึ้นบ้างช่วงตามอุปสงค์-อุปทาน

ทั้งนี้ สำนักข่าว นิกเคอิ ของญี่ปุ่น รายงานสถานการณ์ราคาสุกรในประเทศจีน ว่า จากสารพัดปัจจัยทั้งโรคระบาดในคน โรคระบาดในหมู และต้นทุนอาหารสัตว์ที่ดีดตัวอย่างแรง ส่งผลให้ราคาหมูสดของจีนพุ่งสูงขึ้นถึง 94.7% เทียบกันปีต่อปี ราคาหมูมีชีวิตท้องถิ่นอยู่ที่ 23.15 หยวน ต่อกิโลกรัม หรือ 122 บาทต่อกิโลกรัม และเป็นราคาที่ไม่มีเสถียรภาพ ขณะที่ต้นทุนการผลิตในเดือนสิงหาคมปีนี้ เพิ่มขึ้น 22.5% เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2564 ซึ่งรัฐบาลยังไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ เกิดผลผลิตไม่เพียงพอต่อการบริโภค จนรัฐบาลต้องระบายสต๊อกหมูแช่แข็งสำรองในคลังห้องเย็นของรัฐบาลออกมาเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของชาวจีน

“ราคาเนื้อสุกรของไทยขณะนี้ ไม่ถือว่าแพง เป็นราคาที่ปรับขึ้นสอดคล้องกับราคาในประเทศจีนที่ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มเฉลี่ยอยู่ที่ 122 บาทต่อกิโลกรัม หลังผลผลิตในประเทศขาดแคลนไม่เพียงพอต่อความต้องการ ขณะที่เวียดนามอยู่ที่มากกว่า 90 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งราคาทรงตัวใกล้เคียงกับไทย และมีแนวโน้มที่ราคาจะปรับสูงขึ้นตามต้นทุนการผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูง” นายสิทธิพันธ์ กล่าว

นายสิทธิพันธ์ กล่าวต่อว่า อาจประเมินได้ว่าตอนนี้หมูทั่วโลกขาดแคลน ซึ่งช่วงที่ผ่านมาราคาสุกรอ่อนลงเล็กน้อย เนื่องจากฝนตกชุกเกษตรกรเร่งจับหมูหนีน้ำท่วม ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ขณะที่เป็นช่วงเทศกาลถือศีลกินเจ ความต้องการบริโภคลดลง ราคาจึงปรับลงตามกลไกตลาด แต่หลังจากนี้ ราคาจะปรับสูงขึ้นซึ่งสมาคมผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศยังคงให้ความร่วมมือภาครัฐมาโดยตลอดในการตรึงราคาสุกรหน้าฟาร์มที่ 100 บาทต่อกิโลกรัม     

สำหรับราคาเนื้อหมูในปี 2566 ต้องติดตามสถานการณ์ดูปริมาณผลผลิตหมูในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้าด้วย จะสามารถผลิตได้ตามเป้าหมายและสามารถขยายตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์เนื้อหมูแปรรูปไปจีนหรือเวียดนามได้อย่างไร ก็จะเป็นปัจจัยส่งเสริมให้ราคาหมูไทยทรงตัวในระดับสูงได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาต้นทุนผลิตเป็นสำคัญเพราะปัจจุบันต้นทุนเฉลี่ยของไทยสูงเกือบ 100 บาทต่อกิโลกรัม แล้ว เมื่อบวกค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายอื่นทำให้ราคาขายปลีกหมูเนื้อแดงเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 200 บาท ถือว่าเป็นไปตามกลไกตลาด

‘เฉลิมชัย’ขับเคลื่อนแปลงใหญ่ ลดต้นทุนมุ่งพัฒนาสู่Smart Farmer

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/685909

‘เฉลิมชัย’ขับเคลื่อนแปลงใหญ่  ลดต้นทุนมุ่งพัฒนาสู่Smart Farmer

‘เฉลิมชัย’ขับเคลื่อนแปลงใหญ่ ลดต้นทุนมุ่งพัฒนาสู่Smart Farmer

วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สนับสนุน : ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมงานขับเคลื่อนแปลงใหญ่ จ.เพชรบุรี เพื่อสร้างการรับรู้ ถ่ายทอดองค์ความรู้จากหน่วยงานต่างๆ สู่เกษตรกร เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต พัฒนาสู่ Smart Farmer และการเชื่อมโยงการตลาด

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน “สร้างการรับรู้สู่เกษตรกรและการขับเคลื่อนงานแปลงใหญ่ จ.เพชรบุรี” โดยมี นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ นายอภิชาติ สุภาแพ่ง ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ลานอเนกประสงค์ชายทะเลหาดเจ้าสำราญ จ.เพชรบุรี ซึ่งการจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ และถ่ายทอดองค์ความรู้จากหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ สู่เกษตรกร รวมถึงนำเสนอความสำเร็จจากการขับเคลื่อนงานแปลงใหญ่ ที่มุ่งเน้นให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต เพิ่มศักยภาพในการผลิต ขยายพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ รวมถึงทำการวิเคราะห์เชิงลึกต่อความต้องการของกลุ่มสมาชิกเพื่อจัดทำแผนธุรกิจและรูปแบบการถ่ายทอดองค์ความรู้ โดยเน้นการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรสู่ Smart Farmer และการเชื่อมโยงการตลาด ซึ่งให้ความสำคัญกับการผลิตที่ต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลักดันการแปรรูปเกษตรมูลค่าสูง ใช้การตลาดสมัยใหม่เพื่อให้ไทยเป็นหนึ่งในประเทศสำคัญของผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูงของโลก

ดร.เฉลิมชัยกล่าวว่า โครงการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ดำเนินงานทั้งสินค้าพืช ประมง และปศุสัตว์ เน้นการสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรรายย่อย ด้านการผลิตและการจำหน่าย มีผู้จัดการพื้นที่เป็นผู้บริหารจัดการทุกกิจกรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน มีการรวมกลุ่มกันสร้างอำนาจต่อรองให้เกษตรกร ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน โดยมีหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายให้การสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้การสร้างการรับรู้ และใช้พื้นที่เป็นศูนย์กลางการพัฒนา มองเป้าหมาย พื้นที่ คน สินค้า มีการตั้งศูนย์เรียนรู้ต่างๆ เป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตทางการเกษตร มี Smart Farmer และ Young Smart Farmer เป็นเกษตรกรต้นแบบของชุมชน เป็นแบบอย่างในการพัฒนาให้เกษตรกรสามารถดำเนินการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของตลาด

ทั้งนี้ จ.เพชรบุรี ดำเนินการเกษตรแปลงใหญ่ตั้งแต่ปี 2559 ถึงปัจจุบัน มีแปลงใหญ่ทั้งสิ้น 51 แปลงแบ่งเป็นข้าว พืชไร่ ไม้ผล ปศุสัตว์ เกลือทะเล และแมลงเศรษฐกิจ มีเกษตรกร 2,248 ราย พื้นที่ 43,579.5 ไร่ โดยกิจกรรมภายในงาน มีการจัดสถานีสร้างการรับรู้สู่เกษตรกร 3 สถานี ได้แก่ 1.การอารักขาพืชเพื่อรับมือกับโรคและแมลงศัตรูพืชในฤดูฝน 2.การปรับปรุงบำรุงดิน และการจัดการดิน-ปุ๋ย ในภาวะปุ๋ยเคมีราคาแพง โดยสถานีพัฒนาที่ดิน จ.เพชรบุรี และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบุรี และ 3.การบริหารจัดการเครื่องจักรกลเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อทดแทนแรงงานและลดต้นทุนการผลิต โดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จ.เพชรบุรี สหกรณ์การเกษตร กลุ่มแปลงใหญ่กล้วยหอม และเครือข่ายแปลงใหญ่ข้าว นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการความรู้ต่างๆ จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ การออกร้านจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่างๆ ด้วย

เกษตรฯใช้มรดกวัฒนธรรม ฟื้นท่องเที่ยวช่วยเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/685907

วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมพิธีเปิด“ลานวัฒนธรรม” งานประเพณีบุญสารทเดือนสิบและงานกาชาด จ.นครศรีธรรมราช ปี 2565 ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “99 ปี มหานครแห่งศาสตร์ ศิลป์ และศรัทธา กตัญญุตาต่อบรรพชน อนุรักษ์สืบสาน เสน่ห์วันวาน สู่อนุชนรุ่นหลัง”เพื่อสร้างช่องทางการตลาดสำหรับจำหน่ายสินค้าของพี่น้องเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มอาชีพผลิตภัณฑ์ OTOP

สำหรับกิจกรรมภายในงาน มีการส่งเสริมวัฒนธรรมที่มีศักยภาพ 5 F ทั้ง Film Food Fashion Fighting Festival โดยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาเยือนจ.นครศรีธรรมราช สามารถชม ชิม ช้อป ชิล สิ่งดีๆ ที่เป็นSoft Power ทั้ง 5 F จาก 23 อำเภอทั่วจังหวัด

“รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศ รวมถึงการแก้ปัญหาการดำรงชีวิตของประชาชน การให้ความช่วยเหลือเกษตรกร พร้อมผลักดันทุกภาคส่วน
ให้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้ฟื้นคืนกลับมาโดยเร็ว ซึ่งการสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนของมรดกทางวัฒนธรรม ถือเป็น Soft Power อย่างหนึ่งที่จะทำให้สามารถพัฒนาต่อยอดวัฒนธรรมให้มีศักยภาพได้ โดยมุ่งหวังให้แต่ละพื้นที่ นำวัฒนธรรมท้องถิ่นไปสู่การเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก ถือเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

กรมประมงโร่เตือน ให้ผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำ รับมือน้ำท่วมหนัก ส่งผลต่อสัตว์เลี้ยง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/685908

วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องจนแหล่งน้ำธรรมชาติบางพื้นที่มีปริมาณมากกว่าปกติ อาจส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน จึงมีการติดตาม เฝ้าระวัง เพื่อป้องกันและลดผลกระทบด้านการประมง ผ่านศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการประมง หรือ ศปภ.ปม.มีการแจ้งเตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ เตรียมพร้อมรับมือเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น พร้อมเน้นย้ำเฝ้าระวังการเลี้ยงจระเข้ ให้มีการตรวจสอบสถานที่เลี้ยง ตรวจนับจำนวนจระเข้ เพื่อป้องกันการหลุดรอดออกจากฟาร์มเลี้ยง และให้ประมงจังหวัด เข้าช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า

สำหรับความเสียหายด้านประมงในขณะนี้ จากการสำรวจพบพื้นที่ความเสียหายแล้ว 31 จังหวัด มีเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั้งในบ่อดิน บ่อซีเมนต์และกระชัง ได้รับความเดือดร้อน 5,076 รายประมาณการพื้นที่เสียหาย 6,283.75 ไร่1,004.77 ตารางเมตร ประมาณการมูลค่าความเสียหายวงเงิน 66,149,954.86 บาทประมาณการมูลค่าความช่วยเหลือ วงเงิน30,567,360.57 บาท

ทั้งนี้ เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมประมง หากได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย สามารถขอรับความช่วยเหลือได้โดยให้หน่วยงานกรมประมงภายในจังหวัดพิจารณาดำเนินการให้ความช่วยเหลือ ใช้เงินทดรองราชการในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ตามระเบียบกระทรวงการคลัง

สศก.รุกพัฒนาใช้พลังงานทางเลือก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/685906

วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า จากการขับเคลื่อนภาคเกษตรด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) หรือการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว จึงวิเคราะห์เชิงเศรษฐกิจของการนำวัสดุเหลือใช้จากมะพร้าวอ่อนมาใช้

ในอุตสาหกรรมต่อเนื่องและพลังงานทางเลือก เพื่อศึกษาแนวทางในการส่งเสริมการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้จากมะพร้าวอ่อนตามแนวทางของ BCG Model รวมทั้งเก็บข้อมูลจากเกษตรกรโรงคัดบรรจุ ผู้รวบรวมเปลือกมะพร้าวอ่อนโรงไฟฟ้าชีวมวล กลุ่มทำปุ๋ย และกลุ่มทำถ่าน พบว่าเกษตรกรมีการนำสิ่งเหลือใช้จากมะพร้าวอ่อนมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ โดยนำสิ่งเหลือใช้ในสวนมะพร้าว ทำเป็นปุ๋ย ช่วยลดค่าปุ๋ยได้ ขณะที่บริษัท/โรงคัดบรรจุมะพร้าว จะมีสิ่งเหลือใช้ เช่น เปลือก จั่น และทะลายมะพร้าว เอาไปถมที่บางส่วนมีผู้รวบรวมเปลือกมะพร้าวนำไปแปรรูปเป็นใยมะพร้าวก่อนนำไปเป็นชีวมวลของโรงไฟฟ้า หรือนำไปผลิตเพื่อได้ขุยมะพร้าวสำหรับผสมดินขาย และบางกลุ่มนำไปเผาเพื่อทำถ่านอัดแท่งขาย และได้น้ำส้มควันไม้ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการเผาถ่าน

นอกจากนี้ ในการศึกษาวิเคราะห์เชิงเศรษฐกิจของการนำวัสดุเหลือใช้จากมะพร้าวอ่อนมาใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่องและพลังงานทางเลือกนั้น สำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร ได้จัดสัมมนาระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเพิ่มมูลค่าสิ่งเหลือใช้จากมะพร้าวอ่อน เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีการอภิปรายผลงานวิจัย และมุมมองจากคณะวิทยากรภาคส่วนต่างๆ เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลและมุมมองในการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนา เพื่อเพิ่มมูลค่าของสิ่งเหลือใช้จากมะพร้าวและเชื่อมโยงเครือข่าย BCG ในการเพิ่มมูลค่าจากสิ่งเหลือใช้จากมะพร้าวอ่อนร่วมกัน