หม่อนไหมชู90ลายผ้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/683382

วันศุกร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า เพื่อเป็นการเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงให้ความสำคัญในการอนุรักษ์งานศิลปหัตถกรรมภูมิปัญญาไหมไทย ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการไหมไทย จึงจัดทำโครงการ 90 ลายผ้า อัตลักษณ์ของเกษตรกรสมาชิกศิลปาชีพ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 และเพื่อเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาการทอผ้าที่เป็นอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นถิ่นให้คงอยู่สืบไป เป็นการรวบรวมลายผ้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นของเกษตรกรสมาชิกศิลปาชีพและโครงการพระราชดำริ 90 ลาย และจัดทำหนังสือเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับลายผ้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นของเกษตรกรสมาชิกศิลปาชีพและโครงการพระราชดำริ เพื่อนำทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ทั้งนี้ มีลายผ้าอัตลักษณ์ 90 ลาย ของเกษตรกรสมาชิกศิลปาชีพจากจังหวัดต่างๆ อาทิ ลายศาลาทรงงาน ลายภูพาน ลายโคมห้า ลายหมากจับ ลายภูเขาดอกฝ้าย
ลายเกาะล้วงน้ำไหล ลายฉัตร ลายดอกจันทร์ ลายผ้าจกลายขิด เป็นต้น ซึ่งแต่ละลายมีความเป็นอัตลักษณ์ที่สวยงามแตกต่างกันไป อันเกิดจากแรงบันดาลใจของเกษตรกรที่สืบสานสืบทอดเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษ เกิดความภาคภูมิใจในการริเริ่มสร้างสรรค์

“โครงการ 90 ลายผ้าอัตลักษณ์ของเกษตรกรสมาชิกศิลปาชีพ ยังเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ ให้แก่เกษตรกรสมาชิกศิลปาชีพ และเกษตรกรภายใต้โครงการพระราชดำริ รวมทั้งนักเรียนนักศึกษาและประชาชนที่สนใจ อันเป็นการกระตุ้นให้มีการสวมใส่ผ้าไหมไทย อัตลักษณ์พื้นถิ่นซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ทรงคุณค่า และสนับสนุนเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าไหม” นายปราโมทย์ กล่าว

‘เฉลิมชัย’นำทีมลงพื้นที่รับฟังปัญหาพี่น้องชาวประมงบางพัฒน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/683411

'เฉลิมชัย'นำทีมลงพื้นที่รับฟังปัญหาพี่น้องชาวประมงบางพัฒน์

‘เฉลิมชัย’นำทีมลงพื้นที่รับฟังปัญหาพี่น้องชาวประมงบางพัฒน์

วันพฤหัสบดี ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2565, 20.15 น.

“เฉลิมชัย”นำทีมลงพื้นที่รับฟังปัญหาพี่น้องชาวประมงบางพัฒน์ จ.พังงา มุ่งพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ประชาชน

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2565 ณ หมู่บ้านชาวประมงบางพัฒน์ หมู่ที่ 8 ต.บางเตย อ.เมือง จ.พังงา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะเยี่ยมชมโครงการธนาคารปูม้า ร้านจำหน่ายสินค้าแปรรูปของชุมชน พร้อมรับฟังความต้องการของประชาชนในการพัฒนาหมู่บ้าน Fisherman Village และร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์กุ้งกุลาดำ จำนวน 100,000 ตัว ปลากะพงขาว 2 – 3 ซม.จำนวน 4,000 ตัว ปลากะพงขาว 3 – 4 ซม.จำนวน 1,000 ตัว และส่งมอบพันธุ์ปลายี่สกเทศ ขนาด 2 – 3 ซม.ให้เกษตรกรที่ อบต.ถ้ำน้ำผุด จำนวน 50,000 ตัว

ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า บ้านบางพัฒน์ตั้งอยู่ในอ่าวพังงา อ.เมือง จ.พังงา เป็นหมู่บ้านชาวประมงและแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ รายล้อมรอบด้วยความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลน เป็นชุมชนวิถีมุสลิม มีครัวเรือนทั้งหมดประมาณ 100 ครัวเรือน ประชากรประมาณ 300 กว่าคน ประชากร 100% เป็นชาวมุสลิม ประกอบอาชีพการทำประมง ร้อยละ 90 ที่เหลือทำอาชีพค้าขาย ประกอบกิจการร้านอาหาร ลูกจ้างทั่วไป ปัจจุบันคนในชุมชนหันมาให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวแบบวิถีชุมชนประมงเพิ่มมากขึ้น

สำหรับการลงพื้นที่ในวันนี้อยากมาดูวิถีชีวิต และมารับทราบปัญหาของพี่น้องประชาชน หากอะไรที่สามารถเข้ามาช่วยเหลือได้ พร้อมจะเข้ามาช่วยทันที และในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมจะเข้ามารับฟังปัญหาและส่งเสริมพัฒนาในส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งในเรื่องกองทุนประมงพื้นบ้าน หรือการสร้างความเข้มแข็งให้กับพี่น้องเกษตรทุกกลุ่ม นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเข้ามารับฟังปัญหาจากพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด อะไรที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรฯ ขอให้รายงานให้ทราบ เพื่อจะได้มาช่วยพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

– 006

ปลัดเกษตรฯรุกพัฒนางานกรมการข้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/683115

ปลัดเกษตรฯรุกพัฒนางานกรมการข้าว

ปลัดเกษตรฯรุกพัฒนางานกรมการข้าว

วันพฤหัสบดี ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เร่งพัฒนา : ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมสัมมนาการพัฒนางานฯ จัดโดยกรมการข้าว มุ่งสร้างความเข้าใจแนวทางการทำงานให้เกิดการบูรณาการไปสู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการสัมมนา“สรุปผลการดำเนินงานและแนวทางการพัฒนากระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีทั้งระบบ” พร้อมบรรยายพิเศษหัวข้อ “การขับเคลื่อนภาคเกษตรอย่างยั่งยืนในยุค Next Normal” และมอบทุนการศึกษาบุตรบุคลากรกรมการข้าว ให้กับ ผอ.สำนัก/กอง ที่มีบุตรของบุคลากรได้รับทุน ที่โรงแรมกระบี่รีสอร์ท จ.กระบี่

โดยมีคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ และผู้เข้าร่วมสัมมนาทั้งสิ้น 300 คน ว่ามุ่งหวังสร้างความเข้าใจแนวทางการดำเนินงานและพัฒนาการทำงานไปทิศทางเดียวกัน เพื่อให้เกิดการบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับกรมการข้าว มีหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ สร้างการขับเคลื่อนภาคการเกษตร มุ่งเน้นให้ “ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญด้านการผลิตและการส่งออกในเวทีโลก” รวมทั้งเป้าหมายนโยบายและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและแผนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับด้านการเกษตร

ทั้งนี้ พิจารณาสถานการณ์และแนวโน้มที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ ทั้งสถานการณ์โลกที่เกี่ยวข้องกับด้านการเกษตร โอกาสและภัยคุกคามของภาคเกษตรจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เร่งให้โลกเข้าสู่ยุค Next Normal อย่างรวดเร็ว โดยปี 2565 ถือเป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญในการปรับแนวทางการทำงาน การพัฒนากำลังคนภาคเกษตร พัฒนากระบวนการทำงาน ผลักดันวิจัยและนวัตกรรมเกษตร และยกระดับความร่วมมือเครือข่ายจากทุกภาคส่วน

“ประเทศไทยมีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทั่วทั้งประเทศกว่า 4.49 ล้านครัวเรือน คิดเป็นเนื้อที่ปลูกกว่า 61 ล้านไร่ ซึ่งถือเป็นสินค้าเกษตรลำดับหนึ่งของประเทศ จึงจำเป็นที่กรมการข้าวซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง จะต้องเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก” ดร. ทองเปลว กล่าว

‘อลงกรณ์’ชงเพชรบุรีฟู้ดวัลเลย์ เดินหน้า10โครงการพัฒนาด้านเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/683113

วันพฤหัสบดี ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 3/2565 ว่า ที่ประชุมรับทราบ 2 ประเด็นสำคัญ คือ 1.การขับเคลื่อนสาหร่ายพืชเศรษฐกิจใหม่ตามนโยบายอาหารแห่งอนาคต (Future Food Policy) โดย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ส่งเสริมสาหร่ายทะเล (Seaweed) และสาหร่าย ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ การแปรรูป และการตลาด มีกรมประมง เป็นหน่วยงานหลัก จัดทำแผนพัฒนาและแผนกลยุทธ์เป็นการพัฒนาการผลิตในระดับท้องถิ่นให้เป็นผลผลิตและผลิตภัณฑ์ชุมชน ( Community based product) มุ่งเน้นการผลิตสาหร่ายทะเล และสาหร่ายน้ำจืดเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ด้านเป็นอาหารคน อาหารสัตว์ อาหารเสริม เวชภัณฑ์ เครื่องสำอาง และน้ำมันชีวภาพ เป็นต้น

ส่วนศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งและศูนย์เพาะเลี้ยงน้ำจืด เร่งเดินหน้าในการรวบรวมพันธุ์ การเพาะเลี้ยงและการเผยแพร่พันธุ์ ซึ่งจะดำเนินการใน 50 จังหวัด แบ่งเป็น 22 จังหวัดชายฝั่งทะเล และ 28 จังหวัดบนบกมี องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นกว่า 2,600 แห่ง เป็นหนึ่งในเครือข่ายการขับเคลื่อน นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาสาหร่ายของศูนย์ความเป็นเลิศ ALEC ของ “วว.” และบริษัทเอกชน

2.การรับทราบผลการประชุมหารือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับสภาอุตสาหกรรมฯที่มีมติเห็นพ้องต้องกันใน 10 โครงการนอกจากนี้ได้รับทราบผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ได้แก่ แนวทางและมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารในกลุ่มจังหวัดนำร่อง โดยคณะอนุกรรมการฯ ได้แจ้งให้ทราบว่าบีโอไอ (BOI) ได้อนุมัติเพิ่มมาตรการส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมเกษตรแล้ว ซึ่งการจัดตั้งเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของ 18 กลุ่มจังหวัด สามารถดำเนินได้ทันทีตามมาตรการใหม่ของบีโอไอ ทั้งนี้ ขอให้คำนึงถึงความพร้อมใน 3 ประเด็นหลัก คือ พื้นที่ ผู้ประกอบการและสินค้าเกษตรที่เป็นวัตถุดิบเป้าหมาย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการจัดตั้งเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร

นายอลงกรณ์ เปิดเผยถึงโครงการ Eastern Thailand Food Valley : ETEV ภายใต้ EEC ซึ่งคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้(ฟรุ้ทบอร์ด) ร่วมสนับสนุน ว่าได้ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมฯ ลงพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการผลไม้ครบวงจรที่ จ.จันทบุรี โดยขณะนี้มี 4 กลุ่มจังหวัดที่กำลังเดินหน้าจัดตั้งเขตส่งเสริมเกษตรอุตสาหกรรม ซึ่งการประชุมครั้งถัดไป ตนจะเสนอโครงการเพชรบุรีฟู้ดวัลเลย์ ภายใต้เกตเวย์ตะวันตกและระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก (Western Economic Corridor) เป็นโครงการพัฒนา ตั้งแต่การผลิตพืช ประมง และปศุสัตว์ การแปรรูปขั้นต้น การใช้เกษตรอัจฉริยะสมาร์ทฟาร์มมิ่ง การพัฒนาศูนย์วิจัยเพื่อการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เกษตรกร เป็นหนึ่งใน “เพชรบุรีโมเดล”

เกษตรฯจับมือญี่ปุ่น ส่งเสริมด้านการค้า ยกระดับทำเกษตร ให้เกิดความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/683111

วันพฤหัสบดี ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงผลสำเร็จของการประชุมคณะอนุกรรมการพิเศษร่วมด้านการเชื่อมโยงท้องถิ่นสู่ท้องถิ่น ภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Economic Partnership Agreement : JTEPA) ครั้งที่ 12 ว่าภายหลังมีการลงนามในบันทึกความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ ได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะอนุกรรมการร่วมด้านเกษตรกรรม ป่าไม้ และประมง การประชุมคณะอนุกรรมการพิเศษร่วมด้านความปลอดภัยอาหาร และการประชุม JTEPA ครั้งที่ 12 พร้อมกันทั้ง 3 คณะฯ

ทั้งนี้ สำหรับกรอบการประชุม JTEPA ครั้งที่ 12 นับว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือด้านวิชาการต่างๆ ที่เป็นการยกระดับความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกัน

ปัจจุบันญี่ปุ่นให้ความสำคัญต่อการพลิกโฉมระบบการเกษตรและอาหารของโลก เพื่อให้มีความยั่งยืน โดยนำเสนอแนวคิดและกรอบความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ประกอบด้วยปัจจัยสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1.การเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและการพัฒนาระบบอาหารที่สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและมีความยั่งยืน 2.การส่งเสริมเกษตรอัจฉริยะและเกษตรดิจิทัล และ 3.การส่งเสริมการทำการเกษตรที่ลดปัญหาและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่าน 4 กลไก ซึ่งอนาคตกระทรวงเกษตรฯ จะยกระดับความร่วมมือและความสัมพันธ์กับทางญี่ปุ่น อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

เกษตรฯเปิดฉากจัดเอเปก ชูความมั่นคงด้านอาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/683112

วันพฤหัสบดี ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานการประชุมรัฐมนตรีความมั่นคงอาหารเอเปกครั้งที่ 7 ให้การต้อนรับคณะรัฐมนตรี และสมาชิกเอเปก 21 เขตเศรษฐกิจ พร้อมกล่าวในการประชุมครั้งนี้ ว่ามุ่งหวังสนับสนุนให้เอเปก เจริญเติบโตในระยะยาว มีภูมิคุ้มกัน มีความครอบคลุม ความสมดุล และความยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ปุตราจายา ค.ศ.2040 แผนปฏิบัติการเอาเทอรัว รวมถึงหัวข้อหลักของการเป็นเจ้าภาพเอเปก คือ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล” และแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว Bio -Circular – Green Economy หรือ BCG Model

การประชุมระดับรัฐมนตรีความมั่นคงอาหาร นับเป็นกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคที่เข้มแข็ง และสามารถมีส่วนร่วมสนับสนุนความมั่นคงอาหารให้กับประชาคมโลก ในฐานะผู้ผลิตและผู้ส่งออกอาหารและสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลก ซึ่งจากสถานการณ์ความมั่นคงอาหารในปัจจุบัน องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ รายงานว่า ในปี 2030 ประชาชนประมาณ 670 ล้านคน จะยังคงขาดสารอาหาร นอกจากนี้ ผลกระทบและความตึงเครียดที่เกิดขึ้นต่อระบบอาหารทั่วโลก เช่น วิกฤตด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ทำให้เอเปก ต้องปรับบทบาทและแนวทางที่จะเดินไปข้างหน้าร่วมกัน ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์แสดงเจตนารมณ์ส่งเสริมความมั่นคงอาหารในภูมิภาคด้านต่างๆ ด้วย

พิษพายุโนรู! ‘มนัญญา’สั่งเตรียมเมล็ดพันธุ์พืช-ปัจจัยการผลิต ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/683089

พิษพายุโนรู! 'มนัญญา'สั่งเตรียมเมล็ดพันธุ์พืช-ปัจจัยการผลิต ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร

พิษพายุโนรู! ‘มนัญญา’สั่งเตรียมเมล็ดพันธุ์พืช-ปัจจัยการผลิต ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565, 22.05 น.

รมช.มนัญญา ห่วงใยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากพายุโนรู ในพื้นที่อุทกภัยภาคอีสาน สั่งกรมวิชาการเกษตรเตรียมเมล็ดพันธุ์พืช ปัจจัยการผลิตพร้อมช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2565 นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า เนื่องด้วยสถานการณ์พายุโนรู ที่ส่งผลต่อประเทศไทย ในระหว่างวันที่ 28 – 30 กันยายน 2565 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ มีความกังวลและห่วงใย พี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากพายุดังกล่าว

รมช มนัญญา สั่งการให้กรมวิชาการเกษตร ติดตามสถานการณ์พายุโนรู และสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 3 และ 4 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของกรมวิชาการเกษตร เตรียมการดังนี้

1. กองแผนงาน เป็นศูนย์กลางรับเรื่องประสานงานกับ สวพ เขต และ รวบรวมข้อมูลความเสียหายของหน่วยงานที่ได้รับผลกระทบ

2. กองแผนงาน ประสานงานกับ สำนักแผนงานและโครงการพิเศษกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนร่วมกัน ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบ

3. กองวิจัยเมล็ดพันธุ์ สำรวจชนิดและปริมาณเมล็ดพันธุ์พืช/ปัจจัยการผลิตในแต่ละเขต ศูนย์ เพื่อเตรียมความพร้อมช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร โดยให้เตรียมความพร้อมเมล็ดพันธุ์ที่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ แจ้งข้อมูลความพร้อมมายังกองแผนงาน

4. ให้ผู้อำนวยสำนักวิจัยและพัฒนาเขต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเร่งตรวจสอบและป้องกันความเสียหายของหน่วยงาน รวมถึงให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโดยเร่งด่วน

5. หากหน่วยงานใด มีข้อเสนอแนวทางและมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่นการจัดทำถุงยังชีพ และ ความช่วยเหลืออื่นๆ ให้ประสานกับ คุณอนุสรา 094-3728665 เพื่อรวบรวมข้อมูลเสนอกรมวิชาการเกษตรให้ดำเนินการโดยด่วน

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวในตอนท้ายว่า กรมวิชาการเกษตร พร้อมให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากพายุโนรู โดยการเฝ้าระวังพื้นที่ผลผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญตลอดจนความเสียหายและประเมินความเสียหาย เตรียมพร้อม เมล็ดพันธุ์พืชผัก และ ปัจจัยการผลิตอื่นๆ อาทิเช่น ชีวภัณฑ์ ปุ๋ยชีวภาพ  เกษตรกรสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือ ได้ที่หน่วยงานของกรมวิชาเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1-8 และ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ

เกษตรฯเยี่ยมชมศูนย์ฯ มหาวิทยาลัยในออสซี่ พัฒนางานวิจัยเกษตร แลกข้อมูลการทำงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682861

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ นายคริสทีนนิ่ง ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตร ประมงและป่าไม้ ออสเตรเลีย พร้อมคณะเยี่ยมชมศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัย La Trobe University เมือง Bundoora ประเทศออสเตรเลีย เพื่อศึกษาการพัฒนางานวิจัยด้านการเกษตร การจัดการโรคระบาดในพืชและสัตว์ ส่งเสริมระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ และเป็นแบบการพัฒนาของสมาร์ทฟาร์ม ทั้งนี้ ศูนย์ AgriBio มีกระบวนการทำงานในรูปแบบร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน มุ่งเน้นการพัฒนาใน 5 ด้านหลัก ได้แก่ 1.การปรับเปลี่ยนพันธุกรรมของพืชเพื่อให้พืชหรือสัตว์แข็งแรง สามารถเพิ่มผลผลิตได้เพิ่มมากขึ้น 2.การประเมินสรีรวิทยาและรูปลักษณ์ขั้นสูงของพืช ให้เหมาะสมกับพื้นที่เพาะปลูก 3.การเตรียมพันธุ์พืชให้พร้อมก่อนลงฟาร์ม เช่น ความสูง สีเป็นต้น 4.จุลชีววิทยา (Microbial Science) และ 5.การเปิดรับนักเรียน- นักศึกษาด้านการเกษตร ตั้งแต่อายุ 6 ปีถึงระดับมหาวิทยาลัย เพื่อเรียนรู้และพัฒนางานวิจัยการเกษตร

“ขอขอบคุณทางฝ่ายออสเตรเลียสำหรับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยทางชีวภาพ โดยงานวิจัยและนวัตกรรมของออสเตรเลีย จะมีส่วนช่วยในการพัฒนาภาคการเกษตร และยังเป็นโอกาสในการจัดทำความร่วมมือ สำหรับการประชุมคณะทำงานความร่วมมือด้านการเกษตรไทย-ออสเตรเลีย ครั้งที่ 23 ต่อไป” ดร.ทองเปลว กล่าว

‘เฉลิมชัย’จัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682854

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 70 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2565 ที่สำนักงานเทศบาล ต.ปราณบุรี อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า ได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตจัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่กราบบังคมทูลถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระชนมพรรษา50 พรรษา เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2545และทรงรับโครงการไว้ในพระราชานุเคราะห์พระราชทานพระราชานุญาต อัญเชิญพระนามาภิไธยย่อไว้ในเครื่องหมายตราสัญลักษณ์โครงการ โดยเริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2545 ที่ ต.บ้านหลวง อ.ดอนพุด จ.สระบุรี กำหนดให้เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญ มีการปฏิบัติงานเชิงรุกให้เกษตรกรพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาได้รับบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว ทั้งการบริการทางวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร 77 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงขยายโอกาสให้เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลด้วย

ทั้งนี้ การให้บริการคลินิกเกษตร จะมีคลินิกอื่นๆ ที่มีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมให้บริการ โดยมีเกษตรกรร่วมงานและเข้ารับบริการคลินิกเกษตรกว่า 500 คน ทำให้สามารถเข้าถึงนักวิชาการข้อมูลทางวิชาการ เทคโนโลยีองค์ความรู้ทางการเกษตรได้อย่างทั่วถึง

“ถือเป็นความภูมิใจที่ได้มาเปิดงานซึ่งพระองค์ท่านมีแนวทางในการสืบสาน รักษา ต่อยอด เพื่อบรรเทาปัญหาของพี่น้องประชาชนในทุกด้าน และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่ พร้อมกับการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกร เชื่อว่าถ้าเกษตรกรเข้มแข็งประเทศชาติก็จะเข้มแข็งด้วย” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

ปลัดเกษตรฯเยี่ยมภาคเอกชน ต้นแบบเศรษฐกิจสีเขียว-ชีวภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682856

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ และหัวหน้าส่วนราชการกระทรวงเกษตรฯ 25 จังหวัดภาคกลาง เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของบริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์จำกัด (มหาชน) (TEGH) ที่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรีโดยมี นายเฉลิม โกกนุทาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TEGH และคณะ ต้อนรับและบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน พร้อมทั้งนำเยี่ยมชมการดำเนินงานของ TEGH ซึ่งเป็นผู้ผลิตและแปรรูปยางพาราและปาล์มน้ำมันรายใหญ่ในภาคตะวันออกซึ่งอยู่ในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC) และเป็นผู้ผลิตพลังงานทดแทนประเภทพลังงานชีวภาพแบบครบวงจร รวมถึงใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิตเน้นการพัฒนาในรูปแบบอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

TEGH ดำเนินงานใน 3 กลุ่มธุรกิจ คือ1.ธุรกิจยางพารา โดยเป็นผู้ผลิตน้ำยางข้น ยางแท่งและยางแท่งเกรดพิเศษ และเป็นผู้ประกอบการ
ยางพารารายใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก 2.ธุรกิจปาล์มน้ำมันในการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ และเป็นโรงงานสกัดน้ำมันเมล็ดในปาล์มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นำกากของเหลือทะลายปาล์ม แปรรูปเป็นเยื่อกระดาษ 3.ธุรกิจพลังงานทดแทน โดยมีระบบผลิตก๊าซชีวภาพที่มีประสิทธิภาพสามารถนำก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้มาใช้เป็นพลังงานทดแทน LPG ในกระบวนการอบยางแท่งได้ถึงร้อยละ 85 และนำไปผลิตไฟฟ้าได้อีกกว่า4 เมกะวัตต์ และรับบริหารจัดการกากอินทรีย์ที่ย่อยสลายด้วยแบคทีเรีย

ดร.ทองเปลวกล่าวว่า การเยี่ยมชมและศึกษาดูงานครั้งนี้ ทางบริษัท TEGH ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเป็นบริษัทผู้นำในการผลิตวัตถุดิบที่มีความยั่งยืน (sustainable material) ในตลาดของประเทศไทย และพร้อมสำหรับการเติบโตสู่ตลาดโลก รวมถึงยังมีความตั้งใจที่จะเติบโตไปพร้อมกับชุมชนและเกษตรกร พร้อมอยู่ร่วมกันกับสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล สำหรับความร่วมมือกับกระทรวงเกษตรฯ ในขณะนี้มีการทำข้อตกลงความร่วมมืออยู่สองโครงการ 1.โครงการพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม”(จากระยะที่ 1 สู่ระยะที่ 2) พื้นที่เป้าหมาย2 ล้านไร่ และ 2.โครงการ 1 กลุ่มจังหวัด 1 นิคมอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมีข้อตกลงความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดของกระทรวงเกษตรฯ อาทิการยางแห่งประเทศไทย ในโครงการด้านการวิจัยและพัฒนาการปลูกพืชแซมในสวนยางพารา

“กระทรวงฯเกษตรฯ พร้อมสนับสนุน แลกเปลี่ยนข้อมูลและนวัตกรรมต่างๆ กับทางTEGH โดยเฉพาะเกี่ยวกับโมเดล Bio-Circular-Green Economy หรือการผสมผสานของการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG) โดยทาง TEGH ให้ความสนใจกับความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทยผสานกับการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรชีวภาพในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (BCG)โดยการสร้างเขตประกอบการอุตสาหกรรมไทยอีสเทิร์น” ดร.ทองเปลว กล่าว