เปิดตลาดเป็ดสุกแดนจิงโจ้ โรงงานพร้อมส่งออกธ.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682855

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯเดินทางเยือนนครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เพื่อหารือและเร่งรัดการตรวจประเมินโรงงานเป็ดปรุงสุกของประเทศไทยร่วมกับนายคริส ทีนนิ่ง ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตร ประมงและป่าไม้แห่งออสเตรเลีย โดยธุรกิจอุตสาหกรรมเป็ดปรุงสุกของประเทศออสเตรเลีย มีกำลังการผลิตอยู่ประมาณ8 ล้านตัว/ปี (คิดเป็นเนื้อเป็ด 18,000 ตัน) มีเป็นมูลค่าประมาณ100 ล้านเหรียญออสเตรเลีย (ประมาณ 2.4 พันล้านบาท)โดยร้อยละ 95 ส่งขายตลาดในประเทศ และมีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 5 ต่อปี ซึ่งมีโอกาสการเติบโตจากผู้บริโภคชาวเอเชียที่มีความต้องการบริโภคเป็ดปรุงสุกเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ เล็งเห็นว่าธุรกิจเป็ดปรุงสุกของไทย มีศักยภาพในการเติบโตในตลาดออสเตรเลีย ซึ่งคาดการณ์ว่าหากเปิดตลาดสำเร็จ จะสามารถนำร่องเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้มากกว่า 500 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าประมาณ 100-150 ล้านบาท และพร้อมขยายตลาดในปีต่อไป โดยจะมีการประเมินโรงงานเป็ดปรุงสุกที่ประเทศไทยเดือนตุลาคมนี้ และคาดว่าจะสามารถส่งออกเป็ดปรุงสุกลอตแรกไปยังออสเตรเลียได้ภายในเดือนธันวาคมนี้

แนะรัฐกำหนดเขตกักกัน-มาตรการควบคุมวัชพืช‘หญ้าแม่มด’หลังพบระบาดในไร่‘อ้อย-ข้าวโพด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682919

แนะรัฐกำหนดเขตกักกัน-มาตรการควบคุมวัชพืช‘หญ้าแม่มด’หลังพบระบาดในไร่‘อ้อย-ข้าวโพด’

แนะรัฐกำหนดเขตกักกัน-มาตรการควบคุมวัชพืช‘หญ้าแม่มด’หลังพบระบาดในไร่‘อ้อย-ข้าวโพด’

วันอังคาร ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2565, 21.19 น.

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2565 นางจรรยา มณีโชติ นายกสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย และอดีตผู้เชี่ยวชาญด้านวัชพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร กล่าวกับผู้สื่อข่าวขณะลงพื้นที่ให้ความรู้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อยและไร่ข้าวโพด ในการกำจัดหญ้าแม่มด ณ ต.นิคมเขาบ่อแก้ว อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ว่า หญ้าแม่มดเป็นวัชพืชที่แย่งอาหารพืชประเภทใบเลี้ยงเดี่ยวใบแคบ เช่น อ้อย ข้าวโพด ในอดีตเคยมีการระบาดที่ จ.อุบลราชธานี ในปี 2517 แต่ได้มีความพยายามกำจัดอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเกษตรกรหันไปปลูกมันสำปะหลังซึ่งไม่ใช่พืชเป้าหมายของหญ้าแม่มด ทำให้วัชพืชชนิดนี้หายสาปสูญไป ไม่มีการรายงานมาตั้งแต่ปี 2527

กระทั่งในปี 2560 มีรายงานพบการระบาดของหญ้าแม่มดในพื้นที่ปลุกอ้อยและข้าวโพด ใน 4 อำเภอของ จ.นครสวรรค์ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.พยุหะคีรี อ.ตากฟ้า และ อ.ตาคลี ซึ่งครั้งนี้เป็นหญ้าแม่มดที่มีดอกสีขาวไม่ใช่สีเหลืองอย่างที่เคยพบในปี 2517 ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีการรายงานพบหญ้าแม่มดดอกสีขาวในหลายประเทศของทวีปเอเชีย อาทิ อินเดีย จีน เมียนมา เวียดนาม อินโดนีเซีย

“เรามีสมมติฐานอยู่ 2 อย่าง เดิมมันมีอยู่ในประเทศไทยหรือเปล่าแต่เราไม่เคยไปสำรวจ แล้วเราไม่เคยเห็นความเสียหาย 2.มันติดมากับเมล็ดพันธุ์จากข้าวโพดถุงขาวที่มาจากแถวๆ ชายแดนหรือเปล่า เพราะมีชาวบ้านรายงานว่าตอนที่ข้าวโพดมันแล้งๆ แล้วก็ตายไป เมล็ดพันธุ์มันขาดแคลน เขาก็เลยไปเอาข้าวโพดถุงขาวจากชายแดนมาปลูก เขาก็เริ่มเห็นดอกสีขาวมันมา แล้วหลังจากนั้นเขาก็เปลี่ยนไปปลูกอ้อย มันก็เลยกินอ้อยด้วย แล้วมันก็ไปกินข้าวฟ่างหางหมาด้วย กินข้าวฟ่างด้วย กินหลายอย่างเลย” นางจรรยา ระบุ

นายกสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย กล่าวต่อไปว่า หญ้าแม่มดเป็นวัชพืชกักกันร้ายแรงและนานาชาติต่างเฝ้าระวังไม่ให้หลุดเข้าไปในประเทศของตน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ป้องกันได้ยากเพราะหญ้าแม่มด 1 ฝักมีเมล็ดเฉลี่ยราว 700 เมล็ด และ 1 ต้นมีมากถึง 2 แสนเมล็ด อีกทั้งเมล็ดมีลักษณะเล็กมากเหมือนกับฝุ่นผงสามารถติดไปกับสิ่งของต่างๆ ได้ง่าย

ดังนั้นจึงเรียกร้องให้ภาครัฐของไทยประกาศเขตกักกัน เช่นเดียวกับที่ประเทศออสเตรเลียซึ่งประกาศเขตกักกันหญ้าแม่มดที่รัฐควีนส์แลนด์ เฝ้าระวังการเคลื่อนย้ายพืชเกษตรออกไปยังรัฐอื่นอย่างเข้มงวด โดยหญ้าแม่มดนั้นเมล็ดที่อยู่ในดินจะมีอายุตั้งแต่ 10 – 20 ปี จึงต้องเฝ้าระวังจนกว่าจะหมดอายุของหญ้าแม่มด แต่ก่อนหน้านั้นก็ต้องให้ความรู้กับชาวบ้านด้วย เพราะตนมาทำงานนี้ตั้งแต่ช่วงปี 2560 จนปัจจุบันคือปี 2565 ก็ยังไม่ค่อยรู้จักหญ้าแม่มดกันมากนัก

อนึ่ง เฟซบุ๊กแฟนเพจ “สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย” โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 23 ก.ย.2565 ระบุชนิดหญ้าแม่มด 7 สายพันธุ์ ที่มีรายงานพบในหลายพื้นที่ทั่วโลก ดังนี้ 1.Striga asiatica (L.) O. Ktze ดอกสีเหลือง หรือแดง มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของประเทศทางตะวันออกและตอนใต้ของทวีปอัฟริกา เช่นเอธิโอเปีย ทุกประเทศในทวีปเอเชีย รวมทั้งประเทศไทย และสหรัฐอเมริกา (ในรัฐ Carolina โดยติดไปกับเมล็ดพันธุ์ข้าวจากจีน)

2.Striga angustifolia (Don.) Saldanha ดอกสีขาว มีรายงานการระบาดในแหล่งปลูกอ้อยในอินเดีย และ ในจังหวัดนครสวรรค์ของประเทศไทย นอกจากนั้น พบการกระจายตัวอยู่ในทวีปอัฟริกา ประเทศจีน โอมาน ภูฏาน บังกลาเทศ ศรีลังกาปากีสถาน เนปาล เมียนมา เวียดนาม และอินโดนีเซีย

3.Striga aspera Willd. ดอกสีชมพูอ่อน พบระบาดในทวีปอัฟริกาตะวันตก ทางตะวันออกของประเทศซูดานจนถึงตอนใต้ของประเทศมาลาวี ทำความเสียหายในข้าวโพดของประเทศไนจีเรีย แคมเมอรูน และ โคท ไอโวรี่ ระบาดในแปลงปลูกข้าวของประเทศโคท ไอโวรี่ และ เซเนกัล (Parker and Riches, 1993) และระบาด 40-59%ของพื้นที่ปลูกข้าวของประเทศไนจีเรีย (Dugie et. al., 2006)

4.Striga densiflora (Benth.) Benth. ดอกสีขาว พบระบาดในแปลงปลูกข้าวสาลีในประเทศอินเดีย (Parker, 2012) 5.Striga forbesii Benth. ดอกสีส้มอ่อน พบระบาดในตอนใต้ของทวีปอัฟริกา และประเทศมาดากัสก้า ทำความเสียหายแก่ข้าวโพดและข้าวฟ่างในประเทศซิมบาบเว และแทนซาเนีย และพบระบาดในแปลงข้าวของประเทศโคท ไอโวรี่ (Parker, 2012)

6.Striga hermonthica (Del.) Benth. ดอกสีชมพูเข้มหรือม่วง พบระบาดรุนแรงในแหล่งปลูกธัญพืชและพืชตระกูลถั่วในทวีปอัฟริกา (Emechebe et. al.,1991) ก่อความเสียหายมากกว่า S. asiatica พื้นที่ระบาดในปัจจุบันประมาณ 300 ล้านไร่ หรือ 1.3 เท่าของประเทศญี่ปุ่น

7.Striga gesneroides ดอกมีสีขาว จนถึงสีม่วงเข้ม เป็นชนิดเดียวที่อาศัยอยู่เฉพาะพืชใบเลี้ยงคู่เท่านั้น มีรายงานทำ ความเสียหายให้ผลผลิตของถั่วพู (cowpea) และ ยาสูบ (tobacco) มันเทศ (sweet potato) และพืชอื่นๆ ในวงศ์ Acanthaceae, Convolvulaceae Euphorbiaceae และ Fabaceae พบในทวีปอัฟริกา ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกาเหนือ จีน อินเดีย ปากีสถาน ตะวันออกกลาง และน่าตกใจว่า CABI รายงานพบการระบาดในประเทศกัมพูชา เพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทย

– 006

เกษตรฯจับมือออสซี่พัฒนาด้านเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682636

วันอังคาร ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังร่วมประชุมคณะทำงานร่วมด้านการเกษตรออสเตรเลีย-ไทย ครั้งที่ 22 โดยมีนายคริสทีนนิ่ง ผู้ช่วยปลัดด้านการค้าและการต่างประเทศ กระทรวงเกษตร น้ำและป่าไม้หัวหน้าคณะผู้แทนออสเตรเลีย เป็นประธานร่วมฝ่ายออสเตรเลีย ที่นครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ว่าเนื่องในโอกาสครบรอบปีที่ 70 ของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและออสเตรเลีย ทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำถึงการปฏิบัติตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2548 (17 ปี)

ดร.ทองเปลวกล่าวต่อว่า การประชุมครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนด้านนโยบายการเกษตร โดยฝ่ายไทยนำเสนอการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ตั้งแต่ระดับโลกตามแนวทางขององค์การสหประชาชาติ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และนโยบายระดับประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีการดำเนินการตามร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ในระยะ5 ปีถัดไป (2566-2570) รวมถึงนโยบาย Agri Challenge Next Normal 2022 ซึ่งตอบรับนโยบายการเป็นครัวของโลก ส่วนฝ่ายออสเตรเลียนำเสนอแผนการพัฒนาการเกษตรของออสเตรเลีย นอกจากนี้ ยังรับทราบความก้าวหน้าของโครงการความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทยกับออสเตรเลีย 5 ด้าน

ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมฯ ประธานร่วมฝ่ายไทยและฝ่ายออสเตรเลีย ได้ลงนามในเอกสารถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) โดยมีเนื้อหาที่กล่าวถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างไทยและออสเตรเลียที่มีมาอย่างยาวนานภายใต้กรอบข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) และความร่วมมือทางด้านการเกษตรระหว่างกันด้วย

ปศุสัตว์คว้า2รางวัลเลิศรัฐ ด้านบริหารงาน-การบริการดีปี’65

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682637

วันอังคาร ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลเลิศรัฐ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) พิจารณาผลการตรวจประเมินรางวัลการบริการภาครัฐแห่งชาติ ประจำปี 2565 โดยกรมปศุสัตว์ได้รับรางวัลเลิศรัฐ 2 รางวัล ซึ่งมีนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมคณะ ร่วมรับรางวัล ที่กรมปศุสัตว์ซึ่งนายสัตวแพทย์สรวิศกล่าวว่า กรมปศุสัตว์ ได้รับ 2 รางวัล คือ 1.รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 4.0 ระดับก้าวหน้า (Advance) สำหรับหน่วยงานของรัฐที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการขององค์กร และ 2.รางวัลบริการภาครัฐระดับดี ประเภทพัฒนาการบริการ ผลงาน“แหนเกล็ดทองเมืองสกล พืชน้ำลดต้นทุน”ของสำนักงานปศุสัตว์ จ.สกลนคร เป็นรางวัลสำหรับหน่วยงานของรัฐที่มีผลการพัฒนาคุณภาพการให้บริการเพื่อประชาชน ให้ได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรม และเป็นที่พึงพอใจ

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวอีกว่า เป็นความภาคภูมิใจที่กรมปศุสัตว์ มุ่งมั่นพัฒนาระบบราชการ ส่งผลให้ได้รับรางวัลจากสำนักงาน ก.พ.ร. ต่อเนื่องทุกปีรวม 68 รางวัล ส่วนปัจจัยที่ทำให้กรมปศุสัตว์ได้รับรางวัลเพราะมีเป้าหมายชัดเจนในการพัฒนางาน เพื่อให้เกิดความสุขแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ บุคลากรทุกคนสังคมและประเทศชาติ รวมทั้งมุ่งมั่นพัฒนาให้เกิดผลลัพธ์ คือ สินค้าปศุสัตว์มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัย เพียงพอและสามารถแข่งขันได้ ด้วยกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน และมีความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม มีการวางแผนและพัฒนาปรับปรุงกระบวนงานและสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง มีการจัดการความรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ นวัตกรรม ระหว่างบุคลากรภายในและภายนอกหน่วยงาน

ปลัดฯเยือนเชียงราย ขับเคลื่อนงานเกษตร รับความเปลี่ยนแปลง ช่วยสร้างอาชีพยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682634

วันอังคาร ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบนโยบายเตรียมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตร ปี 2566ให้กับเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ จ.เชียงราย และร่วมประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด ครั้งที่ 3/2565 ที่โรงแรมเชียงของ ทีคการ์เด้นริเวอร์ฟร้อนท์ จ.เชียงรายโดยมี นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร นายสุรเดช สมิเปรมนายประกอบ เผ่าพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ และหัวหน้าส่วนราชการฯจ.เชียงราย เข้าร่วม

ดร.ทองเปลวกล่าวว่า จ.เชียงราย ถือเป็นจังหวัดสำคัญที่เป็นฐานการส่งออกด้านปศุสัตว์ รวมถึงมีท่าเรือสำคัญสำหรับรับและส่งสินค้าเกษตรไปยังประเทศต่างๆ ดังนั้น บุคลากรในสำนักงานเกษตรและสหกรณ์ จ.เชียงราย ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ จำเป็นต้องเข้าใจและได้รับการพัฒนาศักยภาพให้มีทักษะที่ทันสมัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมสู่ความปกติถัดไป (Next Normal) ซึ่งจะชัดเจนขึ้นในปี 2566 รวมทั้งสร้างเครือข่ายการทำงานของคนรุ่นใหม่ พัฒนาสู่ Smart Officer เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการพัฒนา และขับเคลื่อนงานตามภารกิจในพื้นที่ให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรภายใต้การบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตรให้มีความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ ตามแผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ปี 2564-2570 เพื่อบรรลุตามวิสัยทัศน์กระทรวงเกษตรฯ

ปลัดเกษตรฯถกแนวทาง บริหารงานเกษตรฯ25จว.ภาคกลาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682635

วันอังคาร ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ“แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพและการบริหารงานตามภารกิจของบุคลากรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 25 จังหวัดภาคกลาง พร้อมมอบแนวคิดและหลักการบริหารงานกระทรวงเกษตรฯ โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมที่โรงแรมบางแสนเฮอริเทจ จ.ชลบุรี ว่า นโยบายของกระทรวงเกษตรฯ รวมทั้งนโยบายของจังหวัด จำเป็นต้องเข้าใจและได้รับการพัฒนาศักยภาพให้มีทักษะที่ทันสมัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมสู่ความปกติถัดไป(Next Normal) รวมทั้งสร้างเครือข่ายการทำงานของคนรุ่นใหม่ พัฒนาสู่ SmartOfficer เพื่อขับเคลื่อนงานตามภารกิจในพื้นที่ให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรภายใต้การบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตรให้มีความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ ตามแผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG 2564-2570

“การพัฒนากำลังคนภาคเกษตร พัฒนากระบวนการทำงาน ผลักดันวิจัยและนวัตกรรมเกษตร และยกระดับความร่วมมือเครือข่ายการพัฒนาภาคเกษตรจากทุกภาคส่วน มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะด้านนโยบายความยั่งยืนในระบบอาหารสัมพันธ์กับปัจจัยการผลิต ทรัพยากรธรรมชาติ และระบบนิเวศ โดยหัวใจสำคัญในการผลักดันความยั่งยืนให้เกิดขึ้นอยู่ที่การบริหารจัดการที่ดีและมีประสิทธิภาพ เพื่อลดการสูญเสียตลอดห่วงโซ่อุปทาน และลดผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม อาทิ การบริหารจัดการน้ำ การบริหารจัดการดิน การบริหารจัดการพันธุ์พืช BCG Modelตลอดจนการทำเกษตรโดยใช้ตลาดนำการผลิต ดังนั้น การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ จะส่งผลให้การขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ” ดร.ทองเปลว กล่าว

สำหรับการขับเคลื่อนภาคเกษตร หากพิจารณาสถานการณ์และแนวโน้มที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ ทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจและสังคมโลก ราคาสินค้าต่างๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้น พฤติกรรมการบริโภคของประชากร โอกาสและภัยคุกคามของภาคเกษตรจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เร่งให้โลกเข้าสู่ยุค Next Normal อย่างรวดเร็ว ดังนั้นนโยบาย “Agri challenge Next Normal 2022” ของกระทรวงเกษตรฯ จะเป็นนโยบายสำคัญที่มุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล และนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ให้บรรลุเป้าหมายในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้เกษตรกร สร้างเอกภาพและความยั่งยืนในภาคการเกษตร เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับสินค้าเกษตรของไทย โดยขับเคลื่อนผ่านภารกิจของกระทรวงเกษตรฯ

‘เฉลิมชัย’ฟื้นฟูแม่น้ำปราณฯ ปล่อยสัตว์น้ำ2ล้านตัวช่วยชาวประมง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682387

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ โครงการพัฒนาฟื้นฟูและแก้ปัญหาแม่น้ำปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ (ด้านประมง) ปี 2565 เพื่อฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับทรัพยากรสัตว์น้ำ สร้างการมีส่วนร่วมให้ชาวประมงและชุมชนได้ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน โดยมี นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง นายเสถียร เจริญเหรียญ ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน ที่ลานสาธารณประโยชน์ 24 ไร่ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

ดร.เฉลิมชัยกล่าวว่า แม่น้ำปราณบุรีเป็นแม่น้ำสายสำคัญของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นแหล่งทรัพยากรประมงที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ปัจจุบันสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป ทางกรมประมง และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กำหนดเป็นแหล่งน้ำเป้าหมายในการพัฒนาและฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์กับการอนุรักษ์อย่างเหมาะสม การจัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำครั้งนี้ จะช่วยเร่งฟื้นฟูและสร้างความยั่งยืนให้กับทรัพยากรสัตว์น้ำ ส่งเสริมให้มีการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า และคืนความอุดมสมบูรณ์กลับมาในระยะยาว ซึ่งเป็นการเพิ่มผลผลิตให้มีเพียงพอต่อความต้องการบริโภค สามารถสร้างรายได้ ลดรายจ่ายในครัวเรือนให้แก่ชาวประมง ทำให้มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ

“สำหรับการดำเนินงานที่ผ่านมา กรมประมงได้ใช้มาตรการ 3 ป.คือ ป้อง ปราม ปราบ เพื่อดูแลจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในแม่น้ำปราณบุรี ให้คงอยู่ในความสมดุลและมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น โดยร่วมบูรณาการกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ฟื้นฟูและพัฒนาแม่น้ำปราณบุรี ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทางให้กลับคืนสภาพความอุดมสมบูรณ์ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน และสำหรับโครงการนี้ กรมประมงตั้งใจส่งสัญญาณว่าจะต้องการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างจริงจัง ซึ่งนอกจากการรักษาสมดุลทางธรรมชาติแล้ว ยังสามารถเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องชาวประมงอีกทางหนึ่งด้วย อย่างไรก็ดี กรมประมงได้เข้ามาดูแลพี่น้องชาวประมงกลุ่มต่างๆ ทั้งเรื่องประมงชายฝั่ง หรือสิทธิต่างๆ ที่ได้รับการดูแลจากภาครัฐ ขอให้รู้ว่าเรามีความตั้งใจเต็มที่ และจะดูแลพี่น้องชาวประมงอย่างดีที่สุด หากเกิดปัญหาขอให้มีการพูดคุยและร่วมกันแก้ปัญหา ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

ด้านนายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กิจกรรมครั้งนี้ ได้มีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงสู่แม่น้ำปราณบุรี 2 ล้านตัว ประกอบด้วย กุ้งทะเล 1,200,000 ตัว ปลากะพงขาว 90,000 ตัว ปลากินพืชน้ำจืด 700,000 ตัว และปูม้า 10,000 ตัวโดยพันธุ์สัตว์น้ำส่วนหนึ่งได้มอบให้กับองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ อ.ปราณบุรี อ.หัวหิน และกลุ่มเครือข่ายอนุรักษ์แม่น้ำปราณบุรี รวม 17 ชุมชน สำหรับนำไปปล่อยในแม่น้ำปราณบุรีในจุดอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ นิทรรศการให้ความรู้ด้านการประมงและการเกษตร คลินิกชาวประมง ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ

‘อลงกรณ์’ติดตามงาน คกก.นโยบายด้านเกษตร ความก้าวหน้าศูนย์AIC สร้างประโยชน์เกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682386

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0 ครั้งที่ 4/2565 และประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (Agritech and Innovation Center : AIC) ครั้งที่ 4/2565 โดยที่ประชุมได้ติดตามผลการดำเนินงานคณะอนุกรรมการต่างๆ ของกระทรวงเกษตรฯ พร้อมรับทราบผลการจัดพิธีมอบรางวัล AIC Award 2022 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่านมา

จากนั้นที่ประชุมได้รับฟังผลการบริหารการขับเคลื่อน AIC จ.ตรัง นอกจากนี้ ศูนย์ความเป็นเลิศ (Center of Excellence: CoE) จ.อุทัยธานี ได้รายงานผลการดำเนินการของศูนย์ CoE กระบือลุ่มน้ำสะแกกรัง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งอบรมบ่มเพาะ รวบรวมและถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร ภูมิปัญญาด้านการเกษตร และนวัตกรรมทางการเกษตร พร้อมเป็นศูนย์กลาง ในการให้บริการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเชื่อมโยงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคเกษตรกร ประกอบกับ จ.อุทัยธานี เป็นจังหวัดที่มีกระบือมากและมีคุณภาพ รวมทั้งมีตลาดที่เป็นแหล่งรับซื้อขายกัน จึงเห็นว่าควรให้มีการพัฒนาโครงการ “งานฟาร์มอนุรักษ์กระบือเชิงธุรกิจอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ การอนุรักษ์ต่อยอดเชิงธุรกิจ และพัฒนาคุณภาพกระบือ จ.อุทัยธานี

ปลัดเกษตรฯร่วมงาน 60ปีกรมพัฒนาที่ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682388

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บรรยายพิเศษ หัวข้อ “AgrichallengeNextNormal เหลี่ยวหลังแลหน้า รองรับ NextNormal มุ่งขับเคลื่อนภาคเกษตรอย่างยั่งยืน” และมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่นภาคบรรยาย ผลงานวิชาการดีเด่นภาคนิทรรศการ และรางวัลปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินในการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมตามแผนที่การเกษตรเชิงรุก ภายในงานประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ประจำปี 2565 “60 ปี กรมพัฒนาที่ดิน การเปลี่ยนแปลงในทศวรรษหน้า สู่การพัฒนาที่ดินยั่งยืน” ที่โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ จ.ภูเก็ต โดยมีน.ส.เบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมด้วยผู้บริหารและข้าราชการในสังกัด เข้าร่วม

ดร.ทองเปลวกล่าวว่า การบรรยายพิเศษครั้งนี้มุ่งหวังในการสร้างความเข้าใจแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ และพัฒนาการทำงานไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้การดำเนินงานเกิดการบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับกรมพัฒนาที่ดิน มีความเชื่อมโยงแผนนโยบายสำคัญ มีโครงสร้างและกลไกการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติรวมถึงเป็นส่วนสำคัญที่พาภาคเกษตรไทยมุ่งสู่ความสำเร็จ สร้างการขับเคลื่อนภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน

“การขับเคลื่อนภาคเกษตร ยังคงต้องมุ่งเน้นเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญด้านการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรในเวทีโลก รวมทั้งเป้าหมายนโยบายและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อความอยู่ดีมีสุขของเกษตรกร โดยพิจารณาสถานการณ์และแนวโน้มที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ ทั้งสถานการณ์โลกที่เกี่ยวข้องกับด้านการเกษตร โอกาสและภัยคุกคามของภาคเกษตรด้านต่างๆ” ดร.ทองเปลว กล่าว

อสป.รุกขยายท่าบกทั่วไทย นำร่องพัฒนาพื้นที่เชียงราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682389

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายปรีดา ยังสุขสถาพร ผอ.องค์การสะพานปลา (อสป.) เปิดเผยว่า ได้ขานรับนโยบายของ นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในการให้ อสป.ลุยขยายท่าบกทั่วไทย โดยตนอยากให้พนักงานทุกคนเดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมายการขยายโครงการท่าบก ไปพร้อมๆ กับการพัฒนาสะพานปลา และท่าเทียบเรือประมง ทั้ง 18 แห่งทั่วไทย เพื่อให้ อสป.บรรลุเป้าหมายรายได้และผลกำไรเติบโตตามเป้าหมาย

ทั้งนี้ มีแผนจะพัฒนาและขยายตลาดสินค้าสัตว์น้ำของไทย เพื่อให้ทัดเทียมกับประเทศที่พัฒนาแล้ว เพื่อยกระดับตลาดสินค้าสัตว์น้ำจากชาวประมง เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ให้มีมาตรฐานสากล ทั้งคุณภาพและราคา ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ทั้งในประเทศและกลุ่มประเทศอาเซียน โดยในระยะแรกมีเป้าหมายขยายตลาดไปตามนโยบาย รมช.เกษตรฯ ซึ่ง อสป.รับบทบาทสำคัญในการหาตลาดท่าบกให้กับพี่น้องชาวประมงได้ประกอบอาชีพและได้มีช่วงการขยายสินค้าสัตว์น้ำได้มากขึ้น

“ขณะนี้ อสป.กำลังหารือกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย โดยจะเริ่มนำร่องสินค้าสัตว์น้ำเป็นประเภทแรก หากเป็นไปตามที่คาดการณ์จะสร้างคลังสินค้าใกล้ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน มีการสร้างห้องเย็นเพื่อเก็บสินค้า หากมีความต้องการสินค้าก็จะทำให้สามารถขนส่งขึ้นเรือได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว ซึ่งหากประสบผลสำเร็จก็จะเริ่มขยายท่าบกในพื้นที่อื่นๆ ที่ยากต่อการซื้อขายสินค้าสัตว์น้ำ” นายปรีดา กล่าว