‘เฉลิมชัย’นำทีมลงพื้นที่สุราษฎร์ธานี ติดตามการพัฒนาคลองร้อยสาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682319

'เฉลิมชัย'นำทีมลงพื้นที่สุราษฎร์ธานี ติดตามการพัฒนาคลองร้อยสาย

‘เฉลิมชัย’นำทีมลงพื้นที่สุราษฎร์ธานี ติดตามการพัฒนาคลองร้อยสาย

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565, 14.56 น.

“เฉลิมชัย”นำทีมลงพื้นที่สุราษฎร์ธานี ติดตามการพัฒนาคลองร้อยสาย เดินหน้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ที่ประสบปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ติดตามแนวทางการพัฒนาคลองร้อยสาย จ.สุราษฎร์ธานี และรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชานในพื้นที่ ณ วัดบุญบันเทิง ต.บางโพธิ์ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคลองร้อยสายที่ ถือเป็นหลอดเลือดของประชาชนใน 6 ตำบล ของ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ได้แก่ ต.บางใบไม้ , ต.บางชนะ , ต.คลองฉนาก , ต.บางไทร , ต.คลองน้อย และ ต.บางโพธิ์

ทั้งนี้ นายเฉลิมช้ย กล่าวว่า พื้นที่คลองร้อยสายนี้ยังมีความอุดมสมบูรณ์ของพืชนานาพันธุ์ตลอดแนวสองฝั่งคลอง มีสวนผลไม้หลากหลายชนิด และสวนมะพร้าวที่อุดมสมบูรณ์ จึงทำให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี และมีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากมะพร้าวมากมาย อาทิ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นบริสุทธิ์ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากน้ำมันมะพร้าว การทำน้ำสมจาก และน้ำผึ้ง

จากการลงพื้นที่ในวันนี้ ได้มอบหมายกรมชลประทานเข้ามาพัฒนาคลองร้อยสายและสอบถามความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่รวมถึงศึกษาออกแบบ และดำเนินการในส่วนของงบประมาณ เพื่อเข้ามาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปสำหรับในส่วนของการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าว ซึ่งได้มีการเรียกประชุมกับส่วนราชการ และได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการและภายในปีนี้จะชะลอการนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศ โดยเชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้ราคามะพร้าวของเกษตรกรขยับขึ้นอย่างแน่นอน ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลไม่ได้เข้าข้างนายทุน แต่จะเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและเกษตรกรอย่างเต็มที่

สำหรับคลองร้อยสาย เป็นพื้นที่ชุมชุนที่อยู่ใกล้ตัวเมืองสุราษฎร์ธานี เป็นชื่อเรียกของลำคลองสาขาของแม่น้ำตาปี และคลองพุนพิน ซึ่งประกอบด้วยคลองเล็กคลองน้อยนับร้อยคลองเชื่อมโยงกัน ก่อนไหลลงสู่อ่าวไทยที่บริเวณอ่าวบ้านดอน โดยในอดีตการสัญจรไปยังพื้นที่คลองร้อยสายนี้ใช้การสัญจรทางน้ำเป็นหลักเนื่องจากยังไม่มีเส้นทางรถยนต์สำหรับการสัญจรราษฎรมักตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนริมคลองต่างๆ ราษฎรส่วนใหญ่ประอบอาชีพทำสวนและการประมง เป็นอาชีพหลัก

– 006

‘เฉลิมชัย’กำชับกรมชลฯ รับมือสถานการณ์ฝนตกเพิ่มขึ้น 21-25 ก.ย.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682005

'เฉลิมชัย'กำชับกรมชลฯ รับมือสถานการณ์ฝนตกเพิ่มขึ้น 21-25 ก.ย.นี้

‘เฉลิมชัย’กำชับกรมชลฯ รับมือสถานการณ์ฝนตกเพิ่มขึ้น 21-25 ก.ย.นี้

วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2565, 15.21 น.

“เฉลิมชัย”กำชับกรมชลฯ รับมือสถานการณ์ฝนตกเพิ่มขึ้น 21-25 ก.ย.นี้ ลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์ของกรุมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในช่วงวันที่ 21 – 25 ก.ย.65 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศลาวตอนบน และประเทศเวียดนามตอนบน ส่งผลให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จึงได้กำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ นำการคาดการณ์สภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา มาวางแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พิจารณาปรับการระบายเพื่อรองรับปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้น จัดเจ้าหน้าที่ พร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดัน ประจำจุดพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง ให้สามารถพร้อมใช้งานได้อย่างเต็มกำลัง โดยได้เน้นย้ำให้มีการตรวจสอบความพร้อมของอาคารชลประทานและพนังกันน้ำให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ หมั่นกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งขอความร่วมมือหน่วยงานท้องถิ่นในการช่วยกันจำกัดผักตบชวา สิ่งกีดขวางทางน้ำ ในลำคลองสาขาต่างๆ ไม่ให้ไหลลงมาทางน้ำสายหลัก ตลอดจนบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (22 ก.ย.65) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 53,203 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 70 ของความจุอ่างฯ ยังสามารถรับน้ำได้อีก 25,579 ล้าน ลบ.ม.เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 15,420 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 62 ของความจุอ่างฯ สามารถรับน้ำได้อีก 9,451 ล้าน ลบ.ม.

กรมชลฯเพิ่มระบายน้ำ เตือนพื้นที่‘ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา’น้ำสูงขึ้น 0.3-0.5 เมตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/681991

กรมชลฯเพิ่มระบายน้ำ เตือนพื้นที่‘ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา’น้ำสูงขึ้น 0.3-0.5 เมตร

กรมชลฯเพิ่มระบายน้ำ เตือนพื้นที่‘ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา’น้ำสูงขึ้น 0.3-0.5 เมตร

วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2565, 14.36 น.

กรมชลฯเพิ่มระบายน้ำ เตือนพื้นที่‘ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา’น้ำสูงขึ้น 0.3-0.5 เมตร

23 กันยายน 2565 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาวันนี้ (23 กันยายน 2565) ว่า ที่สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,028 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 2.70 เมตร มีแนวโน้มลดลง ก่อนปริมาณน้ำนี้จะไหลไปรวมกับน้ำที่มาจากแม่น้ำสะแกกรัง และลำน้ำสาขา ไหลลงสู่บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ควบคุมการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาที่สถานี C.13 อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ในอัตราประมาณ 1,989 ลบ.ม./วินาที

ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (24 กันยายน 2565) จะควบคุมการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 2,200 ลบ.ม./วินาที จะส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 0.30 – 0.50 เมตร ในช่วงวันที่ 25-27 กันยายน 2565 บริเวณชุมชนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ได้แก่ คลองโผงเผง จ.อ่างทอง , คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา , อ.เสนา อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย) , อ.อินทร์บุรี อ.เมืองสิงห์บุรี , อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี และ อ.ไชโย จ.อ่างทอง ส่วนที่สถานีวัดน้ำ C.29A อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ย 2,499 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทาน ได้ใช้ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เร่งระบายน้ำออกสู่อ่าวไทยในช่วงน้ำทะเลลงอย่างเต็มศักยภาพ

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทานได้เตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่ประจำจุดเสี่ยง ที่พร้อมจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที รวมถึงติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำท่าอย่างใกล้ชิด บริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ฝนที่ตกลงมา สำหรับเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ได้ใช้ระบบชลประทานนำเข้าคลองต่างๆ ทั้งด้านฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา บริหารจัดการน้ำตามศักยภาพของคลอง เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด

ขอนแก่นรณรงค์สวมหมวกนิรภัย เน้น‘ทางม้าลายปลอดภัย-วินัยดี’ สร้างจิตสำนึกปชช.ลดอุบัติเหตุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/681826

วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายศุภชัย ลีเขาสูง ปลัดจังหวัดขอนแก่นเป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ความปลอดภัยทางถนน “การรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ และรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้ามทางม้าลาย ร่วมกับ ภาคีเครือข่าย จ.ขอนแก่น ที่บริเวณหน้าโรงเรียนเทศบาลสวนสนุก ถ.กลางเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น

นายศุภชัยกล่าวว่า เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวและตระหนักถึงความปลอดภัยทางถนน โดยผู้เดินเท้าต้องตระหนักถึงความปลอดภัยบริเวณทางข้าม อีกทั้งเพื่อสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนตระหนักถึงหน้าที่ของตน ในการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย ป้องกันและลดความสูญเสียจากปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตร่างกายของประชาชน รวมถึงทรัพย์สิน ให้ประชาชนได้รับทราบและให้ความร่วมมือเพื่อความปลอดภัยของทุกคนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้กำหนดให้ขอนแก่นเป็นจังหวัดนำร่องของภาคอีสานในการปรับปรุงทางข้าม ทางม้าลาย ขีดสี ตีเส้น ชะลอความเร็ว การจัดทำป้ายเตือน ป้ายสัญลักษณ์ ก่อนถึงทางข้าม

ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ขับขี่รถปฏิบัติตามกฎหมายจราจร และผู้เดินทางเท้ามองเห็นได้ชัดเจน มีความปลอดภัยในขณะเดินทางข้ามถนน ถือว่าเป็นกิจกรรมรณรงค์สร้างการรับรู้ถึงความปลอดภัยในการขับขี่รถ และพื้นที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนในการเดินทางข้ามถนน และเป็นการสร้างจิตสำนึกให้ผู้ขับขี่มีความตระหนัก ถึงการขับขี่รถสวมหมวกนิรภัยเพื่อความปลอดภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ การลดความเร็วในเขตชุมชน สถานศึกษา และหยุดให้คนข้ามในทางข้าม ตลอดจนให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อให้ผู้ที่ใช้รถ ใช้ถนนมีความตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรทางบก

‘เฉลิมชัย’หารือแคนาดา ผลักดันส่งออกสินค้าเกษตรไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/681823

วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ ดร.ซาราห์ เทย์เลอร์ เอกอัครราชทูตแคนาดา ประจำประเทศไทย ร่วมหารือการส่งเสริมและขยายความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกัน โดยมีนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯนายธนา ชีรวินิจ เลขานุการ รมว.เกษตรฯ นายสมชวนรัตนมังคลานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ พร้อมคณะ เข้าร่วม โดยการหารือครั้งนี้ ไทยและแคนาดาพร้อมร่วมมือในเรื่อง Smart agriculture-Canadian technology โดยมีนโยบายการขับเคลื่อนงานด้านเกษตรอัจฉริยะ มุ่งหวังที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาสนับสนุนกระบวนการผลิตสินค้าเกษตร ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเกษตรในปัจจุบัน ให้มุ่งสู่เกษตร 4.0 มีเป้าหมายสำคัญมุ่งเน้นให้เกิดการทำเกษตรแบบทำน้อยได้มาก ใช้ทรัพยากรในการผลิตให้เกิดประสิทธิภาพ

ดร.เฉลิมชัยกล่าวว่า ขอบคุณฝ่ายแคนาดาสำหรับความร่วมมือในโครงการ Offshore Programซึ่งเป็นโครงการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการด้านความปลอดภัยอาหาร ระหว่างองค์การตรวจสอบอาหารของแคนาดา (Canadian Food InspectionAgency : CFIA) และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เพื่อให้ประเทศคู่ค้าสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหารของแคนาดาเน้นด้านการตรวจสอบและประเมินความปลอดภัยอาหาร การตรวจสอบสถานประกอบการ และกิจกรรมความช่วยเหลือด้านเทคนิค ที่ผ่านมา มกอช.และ CFIA ได้แลกเปลี่ยนด้านวิชาการด้านความปลอดภัยอาหาร 4 ครั้งและอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อหารือถึงการขยายความร่วมมือระหว่างกันในการจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอาหารตั้งแต่ต้นทาง รวมถึงการผลักดันการปฏิบัติตามกฎระเบียบ การเฝ้าระวังและตรวจติดตาม และการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์ เป็นต้น

“แคนาดาเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญของไทย โดยสินค้าเกษตรไทยที่มีศักยภาพ และเป็นที่ต้องการในแคนาดา เช่น ปลาทูน่ากระป๋อง ข้าว ไก่ กุ้ง และยางพารา จึงมั่นใจว่าผู้บริโภคชาวแคนาดา จะได้บริโภคสินค้าเกษตรและอาหารของไทยที่มีความปลอดภัยและได้มาตรฐานสากล โดยกระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญกับการผลิตตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ซึ่งความมั่นคงทางอาหารถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของผลิตภัณฑ์ทางอาหาร จึงได้กำหนดนโยบาย 3S (ความปลอดภัยทางอาหาร (Safety)ความมั่นคง (Security) และความยั่งยืนของทรัพยากรและนิเวศทางการเกษตร (Sustainability) ซึ่งจะเป็นหลักประกันในการรับรองคุณภาพอีกทางหนึ่ง จึงได้ฝากให้ท่านเอกอัครราชทูตฯ ช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและอาหารของไทย รวมถึงแนวทางการดำเนินงานของรัฐบาลไทยให้แก่ชาวแคนาดามั่นใจต่อสินค้าเกษตรของไทย” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

เกษตรฯชู‘น่านโมเดล’ผลิตรังไหม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/681819

วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานโครงการส่งเสริมไหมอุตสาหกรรมรังเหลือง ตามนโยบายตลาดนำการผลิต “น่านโมเดล” โดยมีนายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหมและผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ลานอเนกประสงค์บ้านหนองแดงใหม่ ต.หนองแดง อ.แม่จริม จ.น่าน ว่าได้ขับเคลื่อนนโยบายตลาดนำการผลิต ตามแนวคิดการบริหารจัดการสินค้าเกษตรแบบใหม่ โดยให้หน่วยงานในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค บูรณาการการทำงานร่วมกัน แสวงหาความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย วางแผนการผลิตทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ลดปัญหาทั้งกรณีสินค้าเกษตรล้นตลาดและไม่เพียงพอ ซึ่งกรมหม่อนไหมได้วางแผนการผลิตรังไหมให้ได้มาตรฐานตามความต้องการของตลาด เป็นการลดการนำเข้าเส้นไหมจากต่างประเทศ ลดการบุกรุกทำลายป่า

ทั้งนี้ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯน่าน ได้ปรับเปลี่ยนแนวคิดและวิธีการปลูกพืชของเกษตรกร ยึดแนวนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ มาปฏิบัติ มีทางบริษัทจุลไหมไทย จำกัด ซึ่งมีความต้องการผลผลิตรังไหม ปีละ 5,000 ตัน แต่เกษตรกรสามารถผลิตได้เพียงปีละ 2,000 ตัน ซึ่งจากโอกาสทางด้านการตลาดดังกล่าวจึงวางแผนการผลิตร่วมกันทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่ปรับเปลี่ยนมาปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทดแทนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมีความเสี่ยงด้านผลผลิตและราคา รวมถึงการบุกรุกทำลายป่า ซึ่งการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมใช้พื้นที่น้อย ปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวได้หลายสิบปี มีการทำข้อตกลงซื้อขายรังไหมในระบบเกษตรพันธสัญญาร่วมกับเกษตรกรในการรับซื้อรังไหมที่เป็นระบบและเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

ทั้งนี้ สำหรับในปี 2565 คาดการณ์ผลผลิตรังไหมประมาณ 60 ตัน และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาทและจะขยายผลไปยังพื้นที่ใกล้เคียงและพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

เกษตรฯถกหอการค้าไทย-จีน มุ่งขยายตลาด-พัฒนาส่งออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/681821

วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเยี่ยมเยียนหอการค้าไทย-จีน ที่หอประชุมใหญ่ หอการค้าไทย-จีน ชั้น 9 อาคารไทย ซี.ซี.ทาวเวอร์ ถนนสาทรใต้ ว่าภาคการเกษตรของไทยเป็นอาชีพที่สร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศ ซึ่งจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ทั่วโลกตื่นตัวมากขึ้น โดยเฉพาะภาคการเกษตร ทำให้มูลค่าสินค้าเกษตรมากขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ดี กระทรวงเกษตรฯ มีความสัมพันธ์กับจีนอย่างต่อเนื่อง ต้องยอมรับว่าสินค้าเกษตรของไทยส่งออกไปจีนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผลไม้ของไทย จึงส่งเสริมให้เกษตรกรรักษาคุณภาพสินค้าเกษตรให้มีความปลอดภัย และได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ นอกจากนี้ ยังต้องพยายามขยายตลาดเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากอัตราการบริโภคของจีนยังมีอยู่สูงมาก หากสามารถกระจายไปมณฑลต่างๆ ได้ จะทำให้ไทยสามารถส่งออกได้มากขึ้นด้วย

ดร.เฉลิมชัยกล่าวยืนยันว่า หากสามารถดำเนินการสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและเกษตรกรได้ ยินดีที่จะดำเนินการทันที ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสัมพันธ์กับภาคการเกษตร โดยมุ่งหวังที่จะสร้างมูลค่าการเกษตรทั้งระบบ ซึ่งเชื่อว่าจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี และจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งทางธุรกิจที่ยังมีอนาคตไกล

ปลัดเกษตรฯลงพื้นที่ มอบแนวทางทำงาน หน่วยงาน14จว.ใต้ ขับเคลื่อน3ด้านหลัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/681827

วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานการประชุมเชิงปฏิบัติการ มอบแนวคิดการบริหารงานกระทรวงเกษตรฯ และตรวจราชการ 14 จังหวัดภาคใต้ โดยมีนายสำราญ สาราบรรณ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่สำนักงานชลประทานที่ 16 จ.สงขลา ว่ามุ่งหวังให้เกิดความเข้าใจแนวทางการดำเนินงานและพัฒนาการทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งนโยบาย “Agri challenge Next Normal 2022” ของกระทรวงเกษตรฯ เป็นนโยบายสำคัญที่มุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ให้บรรลุเป้าหมายในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้เกษตรกร โดยการวางรากฐานการทำงานของกระทรวงเกษตรฯ เพื่อรองรับความปกติใหม่ (New Normal)

สำหรับการขับเคลื่อนการดำเนินงานต้องดำเนินงานในเชิงบูรณาการภายใต้แนวคิด “เชื่อมโยงการบริหาร แปลงสารให้ชัด จัดสรรให้ถูก” โดยขับเคลื่อนงานใน 3 ด้าน ประกอบด้วย 1.ภารกิจเร่งด่วนเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายให้บรรลุเป้าหมาย 2.ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้เกษตรกร และ 3.วางรากฐานการทำงานของกระทรวงเกษตรฯ

ทั้งนี้ ภาคการเกษตร จ.สงขลา มีพื้นที่ทำการเกษตรกระจายอยู่ในทั้ง 16 อำเภอ รวม 2,412,475 ไร่ คิดเป็น50.65% ของพื้นที่ทั้งหมด มีมูลค่าผลิตภัณฑ์ภาคเกษตรมวลรวม 28,500 ล้านบาท/ปี โดยมีสินค้าเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวนาปี ยางพารา ปาล์มน้ำมัน การเลี้ยงปลากะพงขาวในกระชัง เป็นต้น

‘หนองคาย-เวียงจันทน์’ ลงนามความร่วมมือ รักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนไทย-ลาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/681822

‘หนองคาย-เวียงจันทน์’ ลงนามความร่วมมือ  รักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนไทย-ลาว

‘หนองคาย-เวียงจันทน์’ ลงนามความร่วมมือ รักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนไทย-ลาว

วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ที่ห้องประชุมโรงแรมรอยัลนาคารา อ.เมืองหนองคาย ได้มีการประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนไทย-ลาว จังหวัดหนองคาย-นครหลวงเวียงจันทน์ ครั้งที่ 13 โดยมี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย และนายอาดสะพังทอง สีพันดอน เจ้าครองนครหลวงเวียงจันทน์ นำคณะทั้งสองประเทศประชุมร่วมกัน พร้อมทั้งลงนามในบันทึกการประชุมฯ

นายอาดสะพังทอง สีพันดอน เจ้าครองนครหลวงเวียงจันทน์ กล่าวว่า จากสถานการณ์โรคโควิด-19 ทำให้การประสานงานความร่วมมือร่วมกันระหว่างสองประเทศในช่วงที่ผ่านมาเกิดปัญหาบ้าง เมื่อเห็นชอบในการหารือร่วมกันในครั้งนี้แล้ว ทางลาวจะนำรายละเอียดทั้งหมดนี้ไปขยายผลให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานให้เกิดเป็นรูปธรรม เชื่อว่าความร่วมมือสองประเทศ ไทย-ลาว จะดีขึ้น ขอให้ช่วยกันรักษาชายแดนให้เป็นชายแดนที่มีมิตรภาพ สันติภาพ เป็นภารกิจที่มีศักดิ์ศรีและศักดิ์สิทธิ์ของทั้งสองท้องถิ่น ขอให้หนองคายและนครหลวงเวียงจันทน์ เป็นเมืองคู่ขนานที่พัฒนาไปด้วยกัน

ด้าน นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า การประชุมในครั้งที่ 12 ที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายเป็นที่เรียบร้อยอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจอันดีที่มีให้กันต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและเสริมสร้างความมั่นคงตามชายแดนระหว่างจังหวัดหนองคายกับนครหลวงเวียงจันทน์ อาทิ ความร่วมมือด้านการพัฒนาฝีมือแรงงาน สาธารณสุข เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การเกษตร และการคมนาคมขนส่ง ทำให้บริเวณชายแดนมีความสงบเรียบร้อยดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบ มีประเด็นปัญหาบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงไทย-ลาว ให้ทั้งสองฝ่ายสกัดกั้นและปราบปรามการเคลื่อนไหวของบุคคลที่เป็นภัยตามพื้นที่ของตนอย่างเคร่งครัดและให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารซึ่งกันและกันอย่างต่อเนื่อง ชายแดนทั้งสองประเทศจะต้องเป็นพื้นที่ปลอดเสียงจากอาวุธและระเบิดเป็นตัวอย่างให้แก่จังหวัดและแขวงที่มีชายแดนติดต่อกันหากจะมีการจุดพลุ บั้งไฟหรือกิจกรรมที่ส่งเสียงดังต้องแจ้งให้แต่ละฝ่ายทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน, การปฏิบัติงานของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงจะดูแลพลเมืองที่ประกอบอาชีพสุจริตของตนตลอดจนการป้องกัน ปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติดรวมทั้งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยหรือมีความจำเป็นอื่นๆ ตามหลักมนุษยธรรม, ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้มีการเพิ่มวันทำการและเวลาเปิด-ปิด จุดผ่อนปรนการค้า ระหว่างนครหลวงเวียงจันทน์กับจังหวัดหนองคาย และเห็นชอบในหลักการเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการยกระดับจุดผ่อนปรนการค้าเป็นจุดผ่านแดนถาวรและด่านประเพณีเป็นด่านท้องถิ่นต่อไป แต่จะดำเนินการได้จนกว่าสถานการณ์โรคระบาดจะลดน้อยลงและทั้งสองฝ่ายมีความพร้อม เป็นต้น

อำนาจเจริญถก ผู้บริหารศูนย์ศึกษา พระพุทธศาสนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/681824

วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการผู้บริหารศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ จ.อำนาจเจริญ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 พร้อมบรรยายพิเศษหัวข้อ “บทบาทในการเกื้อหนุนระหว่างวัดและชุมชน ให้มีความสุขอย่างยั่งยืน” โดยมี พระครูภาวนากิจจาทรเจ้าอาวาสวัดบ้านเก่าบ่อ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีผู้บริหารศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์จังหวัดอำนาจเจริญ วัฒนธรรมจังหวัดอำนาจเจริญ และเจ้าหน้าที่ ที่รับผิดชอบโครงการศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ จังหวัดอำนาจเจริญ(ศพอ.) จำนวน 41 แห่ง เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ และยังมีพิธีบายศรี สีสู่ขวัญ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ในโอกาสที่ท่านจะเกษียณอายุราชการ ที่วัดบ้านเก่าบ่อ ต.หนองแก้ว อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ  

นายวิสูตร ดวงสิมา วัฒนธรรม จ.อำนาจเจริญ กล่าวถึงการจัดประชุมครั้งนี้ ว่า สำนักงานวัฒนธรรม จังหวัดอำนาจเจริญร่วมกับ วัดบ้านเก่าบ่อ จัดให้มีการประชุมขึ้นในครั้งนี้ เพื่อชี้แจง สร้างความเข้าใจ ปรึกษาหารือ แลกเปลี่ยนทิศทางการดำเนินงาน โครงการศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ จ.อำนาจเจริญ ภายใต้บริบทของพื้นที่ ตามแนวทางการดำเนินงานโครงการฯ ของกรมการศาสนา

โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย ผู้บริหารศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัฒนธรรม จ.อำนาจเจริญ และเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโครงการ จำนวน 41 แห่ง โดยมีกิจกรรมประกอบด้วย การสร้างความรู้ ความเข้าใจ แนวทางส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อสร้างสังคมคุณธรรมใน จ.อำนาจเจริญ การส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ในพื้นที่โดยใช้เทคโนโลยี เป็นต้น