กรมชลฯเดินหน้าStreet canalนครปฐม แก้น้ำท่วม-ยันผลประโยชน์ของชาวบ้านต้องมาก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/680010

กรมชลฯเดินหน้าStreet canalนครปฐม แก้น้ำท่วม-ยันผลประโยชน์ของชาวบ้านต้องมาก่อน

กรมชลฯเดินหน้าStreet canalนครปฐม แก้น้ำท่วม-ยันผลประโยชน์ของชาวบ้านต้องมาก่อน

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.34 น.

กรมชลฯ เดินหน้า Street canal นครปฐม แก้น้ำท่วม ยันผลประโยชน์ของชาวบ้านต้องมาก่อน

จากปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหลายวันที่ผ่านมาทางกรมชลประทาน ไม่ได้ยิ่งนอนใจกับปัญหาดังกล่าว ได้เปิดเผยถึงความก้าวหน้างานจ้างสำรวจ ออกแบบโครงการคลองถนนและอุโมงค์ระบายน้ำ (Street canal) จังหวัดนครปฐม ชี้แก้ปัญหาน้ำท่วมทั้งในแนวเหนือ-ใต้ ออกสู่ทะเลร่วมกับการผันน้ำออกทางแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำเจ้าพระยา รวมค่าก่อสร้างประกอบโครงการกว่า 7 พันล้านบาท

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า งานจ้างสำรวจ ออกแบบโครงการคลองถนนและอุโมงค์ระบายน้ำ (Street canal) จังหวัดนครปฐม เป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งของโครงการปรับปรุงโครงข่ายระบบชลประทาน ในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ตามกลุ่มแผนงานที่ 4 จาก 9 แผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม ระบายน้ำทั้งในแนวเหนือ-ใต้ ออกสู่ทะเลร่วมกับการผันน้ำออกทางแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำเจ้าพระยา และบริหารจัดการน้ำเพื่อการกักเก็บกักน้ำ นำน้ำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมต่าง ๆ ในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง

โครงการนี้เริ่มปรึกษาหารือกันและประชุมปฐมนิเทศโครงการมาตั้งแต่ปี 2564 ถัดมาในปี 2565 ได้ประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 1 เมื่อช่วงเดือนมีนาคม ตรวจติดตามความก้าวหน้าครั้งที่ 1 ในเดือนมิถุนายน และประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 2 เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ล่าสุดคือตรวจติดตามความก้าวหน้าครั้งที่ 2 ในวันที่ 14 กันยายนนี้ ก่อนจะประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการในเดือนพฤศจิกายน รวมระยะเวลาปฏิบัติงานประมาณ 540 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 – วันที่ 22 ธันวาคม 2565

องค์ประกอบโครงการได้แก่ 1) งานขุดลอกคลองระบายน้ำ 10.617 กม.และงานอาคารประกอบคลองระบายน้ำรวมทั้งสิ้น 97 อาคาร มูลค่าก่อสร้าง 3,968.33 ล้านบาท 2) งานอุโมงค์ระบายน้ำ 6.998 กม. และอาคารประกอบในแนวอุโมงค์ระบายน้ำรวม 4 อาคาร ราคา 3,500.44 ล้านบาท รวมสององค์ประกอบโครงการกว่า 7,468.77 ล้านบาท 

สรุปรายละเอียดเบื้องต้น งานขุดลองคลองระบายน้ำและอาคารบังคับน้ำตามแนวคลองจะมี 4 แบบ ส่วนงานอุโมงค์และสถานีสูบน้ำ อุโมงค์จะระบายน้ำใต้คลองแนวลิขิต ความยาว 6.998 กิโลเมตร วางตัวใต้แนวคลองอ้อมน้อยและคลองแนวลิขิต 1 รับน้ำจากอาคารรับน้ำคลองฉาง อาคารรับน้ำคลองอ้อมน้อย อาคารรับคลองแนวลิขิต 1 และสูบน้ำจากสถานีปลายอุโมค์ลงสู่คลองภาษีเจริญ ส่วนนี้จะมีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 8.141 ไร่ ซึ่งมีมาตรการผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม พร้อมแนวทางการชดเชยที่ดินทรัพย์สิน ตั้งแต่ช่วงก่อสร้างตลอดจนช่วงดำเนินการ

โดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน มีขอบเขตการศึกษาอยู่ในจังหวัดนครปฐมและสมุทรสาคร ประกอบด้วย อำเภอพุทธมณฑล อำเภอสามพราน และอำเภอกระทุ่มแบน มี 7 ตำบล คือ ต.ศาลายา ต.บางกระทึก ต.บางเตย ต.กระทุ่มล้ม ต.ไร่ขิง  จังหวัดนครปฐม และต.อ้อมน้อย ต.สวนหลวง จังหวัดสมุทรสาครกลุ่มเป้าหมายได้แก่ หน่วยงานอำเภอ ท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่การพัฒนาโครงการ ตลอดจนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

สำหรับผลประโยชน์ของโครงการคลองถนนและอุโมงค์ระบายน้ำ (Street canal) 1.จะช่วยระบายน้ำท่วมในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง-ตอนบน ตั้งแต่คลองมหาสวัสดิ์ถึงคลองภาษีเจริญ 2.จะช่วยพร่องน้ำในคลองมหาสวัสดิ์เพื่อเตรียมรองรับปริมาณน้ำหลากตอนบนด้านฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา 3.ช่วยในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างและการกักเก็บน้ำด้วย

สำหรับประเด็นเรื่องค่าตอบแทนในราคาที่ดินที่ต้องชดเชยให้กับชาวบ้าน ท่านรองอธิบดีกรมชลประทาน ได้กล่าวว่า “ในเรื่องดังกล่าวกรมชลประทานคำนึงถึงปัญหาข้อนี้อยู่เสมอ เพราะเท่าที่เคยทำงานมากรมชลประทานไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์ของราคาที่ดิน และเราไม่ได้ประเมินเงินชดเชยจาก ราคาประเมินที่ดินเท่านั้น แต่เราต้องคำนึงถึงราคาซื้อขายตามจริงที่ชาวบ้านสมควรจะได้รับ ซึ่งตรงนี้ต้องยอมรับว่าราคาทึ่ดินถนนตัดผ่าน กับน้ำไหลผ่านมีราคาแตกต่างกัน เพราะผลไปอยู่ที่ตามมาต่างกันอย่างมาก ทางชลประทานยินดีจะให้เงินตอบแทนกับชาวบ้านอย่างสมน้ำสมเนื้อที่สุด ยกตัวอย่างในการเข้าไปทำอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ป่าสงวนที่มีชาวบ้านทำกินโดยปราศจากเอกสารสิทธิ์ใดๆ ทางกรมชลประทานก็ต้องให้ค่าขนย้าย รวมถึงเงินชดเชยอาชีพอย่างสมน้ำสมเนื้อ แต่กับในพื้นที่บริเวณนี้มีเอกสารที่ถูกต้อง เราจึงต้องรักษาผลประโยชน์ของชาวบ้านอย่างดีที่สุด” นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าว

‘เฉลิมชัย’ดึง’เสนาหอย’ แชร์ประสบการณ์-ความสำเร็จ บนเส้นทางอาชีพเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/680007

'เฉลิมชัย'ดึง'เสนาหอย' แชร์ประสบการณ์-ความสำเร็จ บนเส้นทางอาชีพเกษตร

‘เฉลิมชัย’ดึง’เสนาหอย’ แชร์ประสบการณ์-ความสำเร็จ บนเส้นทางอาชีพเกษตร

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.30 น.

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ล่าสุดกระทรวงเกษตรได้เชิญ เสนาหอย หรือ นายเกียรติศักดิ์ อุดมนาค ตัวแทนคนรุ่นใหม่ ที่มีใจรักอาชีพเกษตร ร่วมคณะทำงาน แบ่งปันแชร์ประสบการณ์จากการทำ “วินฟาร์ม” ปลูกผักออร์แกนิกปลอดสาร จนประสบความสำเร็จ เป็นตัวอย่างแนวทางและแรงบันดาลใจให้เกษตรกรยุคใหม่เพื่อพัฒนา ยกระดับเกษตรกรรุ่นใหม่ให้มีขีดความสามารถด้านการเกษตร สามารถทดแทนเกษตรกรผู้สูงอายุ และสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่หันมาประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งช่วงที่ผ่านมา หลังจากวิกฤตการณ์โควิด-19 และความผันผวนทางเศรษฐกิจ ทำให้มีคนรุ่นใหม่ในสาขาอาชีพต่างๆ ที่หลากหลาย ได้ให้ความสนใจพลิกวิกฤตเป็นโอกาสผันตัวเองเข้าสู่อาชีพเกษตรกรรมมากขึ้น

ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ นับว่ามีศักยภาพและความสามารถทั้งด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม ในยุคดิจิทัล รู้จักนำองค์ความรู้ต่างๆ มาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การบริหารจัดการ และการตลาดสินค้าเกษตร ที่นับเป็นแรงขับเคลื่อนเป็นฟันเฟืองสำคัญในการร่วมพัฒนาภาคเกษตรของประเทศไทยโดยที่ผ่านมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เฟ้นหากลุ่มคนรุ่นใหม่ รวมทั้ง Influencer (อินฟลูเอนเซอร์) ที่มีศักยภาพ มีความสนใจและรักในอาชีพการเกษตรที่ประสบความสำเร็จ เพื่อร่วมเป็นทีมคณะทำงานในการให้คำปรึกษาแก่เกษตรกร

ทั้งนี้ ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2565 นายเกียรติศักดิ์ อุดมนาค ได้เข้าพบ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อหารือถึงแนวทางในการร่วมคณะทำงานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งนายเกียรติศักดิ์ นับได้ว่ามีประสบการณ์และได้พบเจอปัญหาอุปสรรคต่างๆ บนเส้นทางอาชีพการเกษตรตั้งแต่ริเริ่มทำฟาร์ม จากที่ไม่มีความรู้ใดๆ แต่มีการศึกษาเทคนิค ขอคำแนะนำเกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา และหาความรู้จากแหล่งสื่อต่างๆ รอบตัวด้วยตนเอง เริ่มตั้งแต่การปรับปรุงดิน ขุดบ่อทำแหล่งน้ำ ทดลองปลูก โรคแมลง การเก็บเกี่ยว การสร้างแบรนด์ และขนส่งด้วยตนเอง ซึ่งถือได้ว่าจะเกิดประโยชน์และเป็นตัวอย่างต่อเกษตรกรและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนใจและอยากจะลองหันมาทำการเกษตรในปัจจุบัน

สำหรับ เสนาหอย นับเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงที่ประสบความสำเร็จ และมีความสนใจในอาชีพด้านการเกษตร โดยลงทุนทำฟาร์มของตนเองร่วมกับวิลลี่ แมคอินทอช ในชื่อ “วินฟาร์ม” (Wynn Farm) บนพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ จ.ฉะเชิงเทรา ทำฟาร์มปลูกผักออร์แกนิก ปลอดสารพิษ ทำเกษตรแบบอควาโปนิกส์ ด้วยการบริหารจัดการพื้นที่การเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุดแบบผสมผสานทั้งผืนดิน แหล่งน้ำ ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยจำหน่ายผลผลิตผ่านระบบออนไลน์ ด้วยคอนเซ็ป ว่า “ผักผมกินได้เลย ไม่ต้องล้าง”

‘มนัญญา’จับมือสธ.ร่วมงาน มหัศจรรย์กัญชาเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/679829

‘มนัญญา’จับมือสธ.ร่วมงาน  มหัศจรรย์กัญชาเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ

‘มนัญญา’จับมือสธ.ร่วมงาน มหัศจรรย์กัญชาเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เพิ่มมูลค่า : นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมงานมหัศจรรย์กัญชาฯ เพื่อความมั่นคงทางสุขภาพ และเศรษฐกิจ บูรณาการหน่วยงานต่างๆ เพื่อการใช้กัญชาต่อยอดทางเศรษฐกิจ

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมพิธีเปิดการประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์ เขตสุขภาพที่ 3 “มหัศจรรย์กัญชา เขตสุขภาพที่ 3 ร่วมสร้างสุขภาพ พัฒนาเศรษฐกิจ” โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข เป็นประธานและปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “กัญชา กัญชง ความมั่นคงทางสุขภาพและเศรษฐกิจของชาติ” ซึ่งมีนายขจร รักพานิชมณี ผวจ.อุทัยธานี นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิตปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่สนามกีฬา จ.อุทัยธานี

สำหรับการประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์ เขตสุขภาพที่ 3 (จ.นครสวรรค์กำแพงเพชร พิจิตร ชัยนาท และอุทัยธานี)เป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงต่างๆ รวมถึงภาคเอกชน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจบุคลากรทางการแพทย์ ประชาชน และผู้ประกอบการ หลังจากปลดกัญชาจากยาเสพติด ส่งเสริมการดูแลรักษาตนเองอย่างมีคุณภาพและปลอดภัย ต่อยอดทางเศรษฐกิจได้ มีการนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ และมีความพร้อมดำเนินงานได้อย่างครบวงจร

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ส่งเสริมการปลูกกัญชาในกลุ่มวิสาหกิจชุมชน สนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อให้ได้ต้นกัญชาที่มีคุณภาพ ร่วมบูรณาการโดยการจัดนิทรรศการภายในงานเพื่อให้ความรู้ในด้านต่างๆ อาทิ 1.นิทรรศการศูนย์บริหารจัดการพืชกัญชา กัญชง และกระท่อมแบบเสร็จ โดยถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัย จัดแสดงในเรื่องของสายพันธุ์และการขยายพันธุ์ ตลอดจนเทคนิคการปลูก การป้องกัน รวมทั้งการกำจัดศัตรูที่สำคัญของพืชกัญชา กัญชง และวิธีป้องกันกำจัดศัตรูพืช 2.คลินิกกรมวิชาการเกษตรเคลื่อนที่ ให้ความรู้ในเรื่องการต่ออายุใบรับรองมาตรฐานการผลิต GAP พืช มีการจัดตั้งหน่วยบริการขึ้นทะเบียนรับรองแหล่งผลิตพืช GAP และ GAP Plus การต่อใบอนุญาตขายปุ๋ยใบอนุญาตขายเมล็ดพันธุ์ควบคุม และใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย (One Stop Service)

3.นิทรรศการให้ความรู้เทคโนโลยีด้านต่างๆ อาทิ ปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยเคมี มาตรการการใช้สารเคมี โรคและแมลงศัตรูพืชที่สำคัญกับพืชเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี 4.โครงการส่งเสริมการผลิตพืชเศรษฐกิจกัญชง โดยสถาบันเกษตรกรจังหวัดอุทัยธานี ปี 2565 เพื่อให้สหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน และเพื่อให้มีรายได้และอาชีพที่มั่นคง ตลอดจน เพื่อพัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์แบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ กลุ่มเป้าหมายสหกรณ์ 6 แห่ง สมาชิกเข้าร่วมโครงการ 23 ราย พื้นที่เพาะปลูกจำนวน 20 ไร่ เป็นต้น

ปลัดเกษตรฯเยือนญี่ปุ่นต่อยอดภาคเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/679827

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ เดินทางไปยังจังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น ภายหลังร่วมลงนามในบันทึกความร่วมมือการพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น เพื่อหารือความร่วมมือกับองค์กรวิจัยด้านการเกษตรและอาหารแห่งประเทศญี่ปุ่น ซึ่งดำเนินงานด้านการทดลองและวิจัยเทคโนโลยีเกษตร ป่าไม้ ประมง และอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยมีผู้บริหารทั้ง 2 สถาบัน ต้อนรับ พร้อมบรรยายเกี่ยวกับหน่วยงาน

สำหรับประเทศญี่ปุ่นถือเป็นประเทศต้นแบบในภูมิภาคเอเชีย ที่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อมาปรับใช้ในภาคการเกษตรอย่างเต็มรูปแบบและสามารถนำมาปฏิบัติได้จริง เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ อาทิ เกษตรกรสูงวัย ต้นทุนการผลิตสูงการขาดแคลนแรงงาน ผลผลิตไม่มีเสถียรภาพ

“ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรให้มากยิ่งขึ้น เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อให้เป็นอาชีพที่น่าดึงดูดคนรุ่นใหม่ ส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร พัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและความปลอดภัยอาหารด้วยต้นทุนที่ลดลง ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรและระบบอาหารยั่งยืน และเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรด้วยการผลิตตามความ
ต้องการของตลาด ทั้งนี้ การส่งเสริมความร่วมมือผ่านระดับทวิภาคี/พหุภาคีด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะในมิติต่างๆ อาทิ การดำเนินโครงการวิจัยร่วมการทดลองการใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้/ผู้เชี่ยวชาญ และการประชุม/สัมมนาเชิงปฏิบัติการ จึงมีความสำคัญต่อกระทรวงเกษตรฯ อย่างมาก ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคการเกษตรไทย รวมทั้งเสริมสร้างความสมดุลระหว่างผลิตผลทางการเกษตรและการปกป้องสิ่งแวดล้อม” ดร.ทองเปลว กล่าว

กรมชลฯปลื้ม2โครงการ รับรางวัลดีเด่นEIAMonitoring

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/679828

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายชูชาติ รักจิตร รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นผู้แทนเข้ารับมอบรางวัลสถานประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรการในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมประจำปี 2564 (EIA Monitoring Awards 2021) ประเภทโครงการรัฐบาลดีเด่น ได้แก่ โครงการอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา จ.ปราจีนบุรี และโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.อุตรดิตถ์ โดยมี นายวราวุธศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้มอบรางวัล ในงาน “47 ปี สผ.สืบสานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กทม.

นายชูชาติกล่าวว่า รางวัล EIA Monitoring Awards 2021 ระดับดีเด่นในครั้งนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างมากเพราะเป็นรางวัลที่การันตีได้ว่า กรม ชลประทาน เห็นถึงความสำคัญของการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยมีมาตรการการป้องกันและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาแหล่งน้ำตามมาตรฐานสากล และพร้อมเดินหน้าสู่รางวัล EIA Monitoring Awards ระดับยอดเยี่ยมต่อไป

ทั้งนี้ กรมชลประทาน เคยได้รับรางวัล EIA Monitoring Awards มาแล้วถึง 3 ครั้ง ในปี 2554 ได้รับรางวัลระดับดีเด่น ได้แก่ โครงการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก รางวัลระดับชมเชย ได้แก่โครงการกิ่วคอหมา จ.ลำปาง ในปี 2559 ได้รับรางวัลระดับดีเด่น ได้แก่ โครงการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก โครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร จ.ชลบุรี โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.อุตรดิตถ์ และในปี 2564 ได้รับรางวัลระดับดีเด่น ได้แก่ โครงการอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา จ.ปราจีนบุรี และโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.อุตรดิตถ์

อำนาจเจริญมอบโฉนดที่ดิน นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/679824

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานในพิธีมอบโฉนดที่ดินตามโครงการ “มอบโฉนดที่ดินทั่วไป นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่นท้องที่ และประชาชนในพื้นที่ตำบลนาเวียง ตำบลหนองสามสี ตำบลเสนางคนิคม เข้ารับมอบโฉนดที่ดินในครั้งนี้ ด้วยรอยยิ้มแห่งความดีใจ และถือใบโฉนดกลับบ้านอย่างภาคภูมิใจด้วยที่อาคารอเนกประสงค์โรงเรียนวิสุทธิวงศ์ บ้านหนองคู ต.นาเวียงอ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ 

นายสุดใจ สมุทรเวช นักวิชาการที่ดินชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน เจ้าพนักงานที่ดิน จ.อำนาจเจริญ กล่าวถึงการจัดทำพิธีมอบโฉนดที่ดินว่า ในปีงบประมาณ 2565 กรมที่ดิน ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ จากส่วนกลาง มาดำเนินการเดินสำรวจขอออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ จ.อำนาจเจริญ ตามโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินและรังวัดรูปแปลงที่ดิน ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน จำนวน 1 สายสำรวจ โดยจัดสายสำรวจเข้าดำเนินการ 8 ตำบล 2 อำเภอ ประกอบด้วย ต.โคกสาร ต.ชานุมาน อ.ชานุมาน และต.นาเวียง ต.โพนทอง ต.ไร่สีสุก ต.เสนางคนิม ต.หนองไฮ อ.เสนางคนิคม โดยมีเป้าหมายในการดำเนินการ ตั้งแต่วันที่1 ม.ค.-31 ก.ค. 2565 จำนวน 595 แปลง และปัจจุบันดำเนินการไปแล้วทั้งสิ้น 634 แปลง คิดเป็นร้อยละ 106.55 ของเป้าหมาย  

สำหรับการออกโฉนดที่ดินในครั้งนี้ เป็นงานออกโฉนดที่ดิน จำนวน 87 ราย 124 แปลง เนื้อที่โดยประมาณ 547 ไร่ 1 ลาน 58 ตารางวา เป็นที่อยู่อาศัย จำนวน 50 แปลง เนื้อที่โดยประมาณ 20 ไร่ 14.5 ตารางวา เป็นที่นา ที่ไร่ จำนวน 73 แปลง เนื้อที่โดยประมาณ 527 ไร่ 1 งาน 43.5 ตารางวา ซึ่งเป็นที่ดินที่ประชาชนได้เข้าร่วมแจ้งตำแหน่งที่ดินยังไม่มีเอกสารสิทธิตามโครงการ “บอกดิน” ของกรมที่ดิน โดยเป็นการแจ้งตามโครงการบอกดิน 2 จำนวน 54 ราย คิดเป็นมูลค่าราคาที่ดิน ประมาณ 82 ล้านบาท

ร้อยเอ็ดร่วมรับรางวัลเลิศรัฐสาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/679825

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด มอบหมายให้ นายสนอง ดลประสิทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดพร้อมด้วย นายสายยนต์ สีหาบัว ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ร้อยเอ็ด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีรับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปีพ.ศ. 2565 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ช่องทาง YouTube Channel สำนักงาน ก.พ.ร. และ Facebook Fanpage :กพร OPDC ที่ห้องศูนย์บัญชาการยุทธศาสตร์ (Smart Room) ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมี นายวิษณุเครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี

โดย จ.ร้อยเอ็ด ได้สมัครและเสนอผลงานเพื่อขอรับรางวัลเลิศรัฐ และได้รับการคัดเลือกรับรางวัลเลิศรัฐประจำปี 2565 สาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม จำนวน 2 รางวัล ประกอบด้วย 1.ประเภทสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม ระดับดี ชื่อผลงาน : หนองตายร่วมใจลดรายจ่าย สร้างรายได้จากธนาคารสัตว์น้ำชุมชน และ 2. ประเภทรวมใจแก้จน ชื่อผลงาน บ้านเฮาเซาจน :ส่งเสริม BCG Economy คำพอุงจ้ายภู

เกษตรฯถกคณะกรรมการ มุ่งคุมคุณภาพอาหารสัตว์ แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รุกใช้บังคับเป็นมาตรฐาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/679826

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสมชวน รัตนมังคลารัตน์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ ครั้งที่ 1/2565 โดยมีผู้แทนสหกรณ์ ผู้แทนกลุ่มเกษตรกรผู้แทนผู้ประกอบธุรกิจภาคอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยที่ประชุมได้รับฟังความก้าวหน้าการปรับปรุงกฎหมายด้านปศุสัตว์ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ 2558 โดยกฎหมายลำดับรองที่ได้มีการประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เพิ่มเติม ประกอบด้วยกฎกระทรวง1 ฉบับ ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 5 ฉบับ และประกาศกรมปศุสัตว์ 1 ฉบับ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบประเด็นสำคัญต่างๆ ได้แก่ 1.การแก้ไขนิยามอาหารสัตว์เฉพาะ ประเภทอาหารเสริมสำหรับสัตว์และกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะประเภทอาหารเสริมสำหรับสัตว์2.การกำหนดอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะประเภทวัตถุดิบชนิดข้าวโพดป่น และอาหารสัตว์ที่มิใช่อาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ประเภทวัตถุดิบชนิดข้าวโพดเมล็ดและกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของวัตถุดิบทั้ง 2 ชนิด 3.การกำหนดปริมาณสารพิษจากเชื้อราในอาหารสัตว์น้ำ และในวัตถุดิบชนิดรำข้าวสาลีข้าวสาลีเมล็ด และข้าวบาร์เลย์ 4.การกำหนดลักษณะ และเงื่อนไขของอาหารสัตว์ที่ห้ามนำเข้าซึ่งมีความเสี่ยงต่อโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร และ 5.การกำหนดลักษณะและเงื่อนไขของอาหารสัตว์ที่ห้ามนำเข้าซึ่งมีความเสี่ยงต่อโรคสมองในแกะ

‘เฉลิมชัย’นำทีมลงเรือ ติดตามสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา มั่นใจไม่ท่วมเหมือนปี’54

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/679835

'เฉลิมชัย'นำทีมลงเรือ ติดตามสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา มั่นใจไม่ท่วมเหมือนปี'54

‘เฉลิมชัย’นำทีมลงเรือ ติดตามสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา มั่นใจไม่ท่วมเหมือนปี’54

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.41 น.

“เฉลิมชัย”นำทีมลงเรือ ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ยืนยันไม่ต้องกังวลปริมาณน้ำเหนือ มั่นใจน้ำไม่ท่วมเหมือนปี’54 อย่างแน่นอน

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา หลังน้ำฝนตกหนักต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทานมีการบริหารจัดการน้ำและควบคุมปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ 1,800 – 2,000 ลบ.ม./วินาที เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนและพื้นที่การเกษตร โดยได้มีการแจ้งเตือนไปยัง 11 จังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่จังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรีพระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรีสมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันปริมาณน้ำเหนือยังน้อย สังเกตได้จากสถานี C2 จังหวัดนครสวรรค์ ที่มีการระบายน้ำอยู่ที่ 1,851 ลบ.ม./วินาที ซึ่งปริมาณดังกล่าวจะระบายผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาออกทะเลเป็นหลัก จะยังไม่มีการระบายน้ำผ่านระบบบริหารน้ำเจ้าพระบายฝั่งตะวันตกและตะวันออก จะเห็นว่าในวันนี้ (13 ก.ย.65) กรมชลประทานระบายน้ำเข้าฝั่งตะวันออกเพียง 41 ลบ.ม./วินาที เท่านั้นสำหรับใช้เพื่อการอุปโภค-บริโภค ขณะที่เจ้าพระยาฝั่งตะวันตกระบายเพียง 20 ลบ.ม./วินาที ดังนั้นปริมาณน้ำดังกล่าวจึงไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรีและปทุมธานี แต่อย่างใด

สำหรับกรณีที่มีปริมาณน้ำมากในคลองรอบกรุงเทพมหานคร เช่น คลองรังสิต และคลองประเวศเป็นผลมาจากปริมาณน้ำฝนที่ตกต่อเนื่องในช่วง 2 – 3 วันที่ผ่านมา มากกว่าวันละ 100 มิลลิเมตร จึงได้มอบหมายให้กรมชลประทานระดมเครื่องสูบน้ำ เพื่อช่วยระบายน้ำออกสู่ทะเลในพื้นที่คลองต่างๆ รอบกรุงเทพฯเพื่อช่วยลดผลกระทบในพื้นที่ กทม. เช่น ระดมสูบน้ำในคลองรังสิตไปออกแม่น้ำบางปะกง และสูบในคลองประเวศฯ ไปออกทะเลที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตร

“ในวันนี้มาดูระดับน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่กรุงเทพฯ นนทบุรี และปทุมธานี ซึ่งอยากเปรียบเทียบให้เห็นว่าในช่วงเวลาเดียวกันนี้ เดือนกันยายนในปี 2564 มีการระบายน้ำอยู่ที่ประมาณ 2,800 ลบ.ม.แต่ในปีนี้ มีการปล่อยน้ำที่ 1,851 ลบ.ม./วินาที จึงอยากให้มั่นใจว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังอยู่ในสถานการณ์ปกติ อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กทม.และจังหวัดทุกจังหวัด และจะมีการประกาศแจ้งเตือนให้กับพื้นที่ได้รับทราบทันที สำหรับข้อกังวลใจว่าจะเกิดสถานการณ์น้ำท่วมเหมือนปี 54 นั้นขอให้ประชาชนมั่นใจว่าจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

ขณะที่การให้ความช่วยเหลือในปัจุบัน ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลังจากฝนที่ตกสะสมตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา กรมชลประทานได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 150 เครื่อง ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 260 เครื่อง เครื่องจักรอื่นๆ 1 เครื่องและกระสอบทราย 12,000 กระสอบ นอกจากนี้ กรมปศุสัตว์ยังได้ดำเนินการอพยพสัตว์ 2,181 ตัว แจกจ่ายหญ้าพระราชทาน 173.46 ตัน อาหาร TMR 4.50 ตันสร้างเสริมสุขภาพสัตว์ 41 ตัว รักษาสัตว์ 10 ตัว และสนับสนุนถุงยังชีพสัตว์ 106 ถุง พร้อมสนับสนุนเรือยางของกรมประมง จำนวน 1 ลำ พร้อมเจ้าหน้าที่

– 006

ปลัดเกษตรฯ-ญี่ปุ่นร่วมมือด้านเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/679552

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ร่วมพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ ระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยร่วมกับ นายเรียวสุเกะ โอกาวะ (RyosukeOgawa) ผู้ช่วย รมต.ด้านการต่างประเทศกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น ตามข้อสั่งการของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อนรมว.เกษตรฯ เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนและส่งเสริมการพัฒนาด้านเกษตรอัจฉริยะในประเทศไทย

ดร.ทองเปลวกล่าวว่า การลงนามความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาภาคการเกษตรของทั้งสองประเทศ พลิกโฉมระบบการเกษตรและอาหารให้รุดหน้าโดยเร็ว และมีความยั่งยืน สามารถตอบสนองตามแนวทาง BCG โมเดล และนโยบาย Thailand 4.0 ของไทยและยุทธศาสตร์ระบบอาหารสีเขียว (MeaDRI) ของญี่ปุ่น โดยทั้งหมดล้วนสอดคล้องตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

สำหรับบันทึกความร่วมมือดังกล่าวมีสาระสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะในประเทศไทยในด้านต่างๆ รวมทั้งการเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากร อาทิ การร่วมวิจัยและพัฒนา การแลกเปลี่ยนข้อมูลและเทคนิค และการประชุมปฏิบัติการ ซึ่งสามารถดำเนินการภายใต้โครงการสาธิตการใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ และกิจกรรมอื่น ในรูปแบบต่างๆ

“ขั้นตอนต่อไปทั้งสองฝ่ายจะต้องหารือหารือระหว่างกัน เพื่อจัดตั้งหน่วยงานประสานงานหลักที่จะร่วมกันพัฒนาแผนการดำเนินงาน และติดตามการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ภายใต้บันทึกความร่วมมือฉบับนี้ ในขณะที่กระทรวงเกษตรฯ จะประชุมเป็นการภายใน เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือด้านเกษตรอัจฉริยะกับฝ่ายญี่ปุ่นให้เป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป” ดร.ทองเปลว กล่าว