สทนช.เตรียมสรุปแผนแม่บทฯ น้ำ 20 ปีในช่วงพ.ศ. 2566-2580

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/679018

สทนช.เตรียมสรุปแผนแม่บทฯ น้ำ 20 ปีในช่วงพ.ศ. 2566-2580

สทนช.เตรียมสรุปแผนแม่บทฯ น้ำ 20 ปีในช่วงพ.ศ. 2566-2580

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.02 น.

เลขาธิการ สทนช.เตรียมสรุปแผนแม่บทฯ น้ำ 20 ปี เสนอ กนช.พิจารณาภายในเดือน ต.ค.นี้ หลังเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชนทั่วประเทศเสร็จเรียบร้อย เชื่อมั่นเป็นแผนแม่บทน้ำ “ถูกที่ถูกเวลา ถูกคน”

9 ก.ย.65 ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมปัจฉิมนิเทศร่วมกับหน่วยงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย “โครงการศึกษาปรับปรุงกรอบแนวทางและค่าเป้าหมายแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำ 20 ปี” โดยมีผู้บริหารสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติผู้แทนหน่วยงานด้านน้ำ คณะกรรมการลุ่มน้ำทั้ง 22 ลุ่มน้ำที่ปรึกษาโครงการฯ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เปิดเผยว่า สทนช.ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นในระดับพื้นที่รวม 7 พื้นที่ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม-2 กันยายน 2565 ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคใต้ตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคเหนือ ครอบคลุมทั้ง 22 ลุ่มน้ำ เพื่อรับฟังปัญหาด้านน้ำในแต่ละพื้นที่และข้อเสนอแนะต่างๆ จากคณะกรรมการลุ่มน้ำ องค์กรผู้ใช้น้ำ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านน้ำในระดับพื้นที่และภาคประชาชน สำหรับนำมาปรับปรุงแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและความต้องการของประชาชนมากที่สุด

จากการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้แทนคณะกรรมการลุ่มน้ำ 22 ลุ่มน้ำทั่วประเทศ ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลจากประชาชนในแต่ละลุ่มน้ำ ที่สะท้อนปัญหาและให้ความคิดเห็นในแต่ละประเด็น ทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ 1.การจัดการน้ำอุปโภคบริโภค 2.การสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต (เกษตร/อุตสาหกรรม) 3.การจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย 4.การอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศทรัพยากรน้ำ 5.การบริหารจัดการ สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในทุกระดับ เพื่อจัดทำกรอบแนวทางและค่าเป้าหมายแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำ 20 ปีในช่วงปี 2566-2580 ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนกันยายน 2565 จากนั้นจะนําเสนอต่อคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ (กนช.) เพื่อพิจารณาเห็นชอบในเดือนตุลาคม 2565 และประกาศใช้เพื่อเป็นกรอบแนวทางเป้าหมายในการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านน้ำ และเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับดำเนินการจัดทำแผนแม่บทลุ่มน้ำ ที่สะท้อนกับประเด็นปัญหาของพื้นที่ลุ่มน้ำ ในลำดับต่อไป

“แผนแม่บทฯ น้ำฉบับใหม่นี้มีการปรับปรุงหลายอย่างให้ทันสมัยและครอบคลุมรอบด้านรองรับการเปลี่ยนแปลงหรือความท้าทายใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น ที่สำคัญคือต้องการผลักดันให้ภาคประชาชนและท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการน้ำมากยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผู้ใช้น้ำจากทั่วประเทศ ทำให้ได้ทราบถึงความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง สามารถนำไปกำหนดแผนการบริหารจัดการน้ำของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตรงต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น เพราะเป็นการร่วมมือกันออกแบบระหว่างหน่วยงานรัฐและภาคประชาชน จึงเป็นแผนแม่บทฯน้ำ 20 ปีที่เรียกว่า ถูกที่ ถูกเวลา และถูกคน”เลขาธิการ สทนช. กล่าว

ดร.สุรสีห์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ผลการประชุมกลุ่มย่อยทั้ง 22 ลุ่มน้ำ พบว่าประเด็นที่เจอแต่ละพื้นที่มีลักษณะปัญหาและความต้องการที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ลุ่มน้ำ โดยสรุปแล้วส่วนใหญ่จะมีความต้องการคล้ายคลึงกันในแผนบริหารจัดการน้ำอุปโภคบริโภค ประชาชนต้องการให้มีการควบคุมคุณภาพน้ำ จัดการน้ำกินน้ำใช้ให้เพียงพอต่อความต้องการ เพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพประปาหมู่บ้าน และการบริหารจัดการ โดยสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในทุกระดับ ประชาชนต้องการมีบทบาทในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ของตนเอง โดยมีภาครัฐให้การสนับสนุนข้อมูล เครื่องมือ และงบประมาณให้กับท้องถิ่นในการดำเนินโครงการเกี่ยวกับน้ำ ซึ่งข้อคิดเห็นต่างๆ เหล่านี้จะถูกนํามาพิจารณาอยู่ในแผนแม่บทฯน้ำ 20 ปีฉบับปรับปรุง ร่วมกับประเด็นที่เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ทั้งในประเทศและสถานการณ์โลก อาทิสถานการณ์โควิด-19 ทำให้แรงงานคืนถิ่นนําไปสู่ความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งน้ำกิน น้ำใช้ และน้ำเพื่อการเกษตร เพื่อสร้างรายได้รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการน้ำและภัยธรรมชาติที่ทำให้เกิดภัยพิบัติด้านน้ำรุนแรงขึ้น การใช้ข้อมูลเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation) การแก้ปัญหาโดยวิธีธรรมชาติ (natural-based solution) การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมควบคู่กับการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศทรัพยากรน้ำการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เอกชนและทุกภาคส่วนได้อย่างแท้จริง   

สมาคมวิทยาศาสตร์สัตว์ปีกโลกฯ หนุนไทยผู้ผลิตเนื้อไก่ระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678915

สมาคมวิทยาศาสตร์สัตว์ปีกโลกฯ หนุนไทยผู้ผลิตเนื้อไก่ระดับโลก

สมาคมวิทยาศาสตร์สัตว์ปีกโลกฯ หนุนไทยผู้ผลิตเนื้อไก่ระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 10.33 น.

สมาคมวิทยาศาสตร์สัตว์ปีกโลกฯ หนุนกระบวนการผลิตที่ยั่งยืนตลอดห่วงโซ่ ตอกย้ำ ไทยผู้ผลิตเนื้อไก่ระดับโลก ปลอดโรค ปลอดภัย ปลอดสาร

สมาคมวิทยาศาสตร์สัตว์ปีกโลก สาขาประเทศไทย จัดงานประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2565 ในรูปแบบไฮบริด (Hybrid Meeting) เผยแพร่องค์ความรู้ด้านสัตว์ปีก และติดตามข้อมูลที่ทันสมัย จากผู้เชี่ยวชาญทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยมี น.สพ.ศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ นายกสมาคมวิทยาศาสตร์สัตว์ปีกโลก สาขาประเทศไทย เป็นประธานเปิดงานฯ  พร้อมด้วย นางภัทนีย์ เล็กศรีสมพงษ์ อุปนายกสมาคมฯ และคณะกรรมการสมาคม ร่วมการประชุม ณ ห้อง Phoenix2 อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ เมืองทองธานี กรุงเทพฯ

นายสัตวแพทย์ศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ นายกสมาคมวิทยาศาสตร์สัตว์ปีกโลก สาขาประเทศไทย หรือ World Poultry Science Association (WPSA) Thailand Branch เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมสัตว์ปีกระดับสากลมานานหลายทศวรรษ การจัดประชุมทุกปีเพื่อเป็นเวที เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมประชุมเข้าถึงข้อมูลด้านวิวัฒนาการในการผลิต เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยน ความคิดเห็น และประสบการณ์ในด้านวิชาการผลิตสัตว์ปีก เผยแพร่ความรู้ แนวความคิด และวิทยาการใหม่ๆ แก่สมาชิก พร้อมให้การสนับสนุนการศึกษา วิจัย ค้นคว้า และการดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านวิชาการการผลิตสัตว์ปีก ทั้งภายในและต่างประเทศ ที่จะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมสัตว์ปีกต่อไป

สำหรับปีนี้ ยังคงมุ่งเน้นการบรรยายด้านวิชาการ โดยนักวิชาการ นักวิจัย คณาจารย์ และผู้ทรงคุณวุฒิ ตอกย้ำความเชื่อมั่นด้านสัตว์ปีกที่มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านการผลิต การวิจัย และการพัฒนา เพื่อให้ได้ผลผลิตสัตว์ปีกที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ปลอดโรค ปลอดภัย ปลอดสาร สร้างความมั่นคงทางอาหารให้ผู้บริโภคทั่วโลก ตลอดจนแนวโน้มความต้องการสินค้าที่มาจากวัตถุดิบและกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน

“ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตเนื้อไก่และส่งออกเนื้อไก่รวมทั้งผลิตภัณฑ์ไก่ติดอันดับโลก จึงมีการติดตามงานวิจัยที่หลายประเทศจัดทำและออกเผยแพร่อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมตลอดห่วงโซ่การผลิต (Supply Chain) ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ จากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง” น.สพ.ศักดิ์ชัย กล่าว

-005

เกษตรฯ-พาณิชย์รุกยุทธศาสตร์ข้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678865

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน
ภายใต้ยุทธศาสตร์ข้าวไทย ปี 2563-2567 ระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ โดยมี นายบุญฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือ ว่าตามที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (นบข.) ได้มีมติเห็นชอบยุทธศาสตร์ข้าวไทย ปี 2563-2567 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 ภายใต้หลักการ “ตลาดนำการผลิต” โดยมีพันธกิจ 4 ด้าน

ดร.ทองเปลวกล่าวต่อว่า สำหรับการติดตามความก้าวหน้าและการหารือครั้งนี้ มี 3 ประเด็น คือ 1.การดำเนินการพัฒนาพันธุ์ข้าว โดยการจัดประกวดข้าวพันธุ์ใหม่เพื่อการพาณิชย์ ซึ่งสอดคล้องตามยุทธศาสตร์ข้าวไทยด้านการผลิตที่มีเป้าหมายต้องได้พันธุ์ข้าวใหม่ 12 พันธุ์ ภายใน 5 ปี และได้มีการจัดโครงการประกวดข้าวพันธุ์ใหม่เพื่อการพาณิชย์ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2564 ประกาศผลการประกวด และได้ข้าวพันธุ์ใหม่ 6 สายพันธุ์ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการขอรับรองพันธุ์พืชและขึ้นทะเบียนพันธุ์ข้าว

2.การจัดประกวดข้าวพันธุ์ใหม่เพื่อการพาณิชย์ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2565 ซึ่งได้ปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการฯ แล้ว โดยกระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการตามขั้นตอนการประกวดในส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ การตรวจสอบประวัติพันธุกรรม การกำหนดรหัสตัวอย่างพันธุ์ข้าวที่ผ่านการตรวจสอบ การกระจายตัวอย่างพันธุ์ข้าวไปยังแปลงนาทดลองเพื่อลงเพาะกล้าข้าว เป็นต้น และ3.การเพิ่มจำนวนหน่วยตรวจสอบเอกลักษณ์พันธุกรรม (DNA) ข้าวหอมมะลิไทย เพื่อเปิดให้บริการตรวจสอบ DNA ข้าวหอมมะลิไทยในเชิงพาณิชย์ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ ได้ขอให้กรมการข้าว พิจารณาเพิ่มหน่วยตรวจสอบ DNA ในพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งตัวอย่างของผู้ประกอบการ ซึ่งกรมการข้าว อยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการ

ปศุสัตว์คว้าเกรดA ประเมินITAปี2565 หน่วยงานโปร่งใส มีหลักธรรมาภิบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678863

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ได้เข้ารับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (integrity and Transparency Assesment : ITA) โดยสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งผลการประเมิน ITA ประจำปีงบประมาณ 2565 กรมปศุสัตว์ ผ่านเกณฑ์การประเมินและจัดให้อยู่ในระดับ A ด้วยคะแนน 93.03 ติดท็อป 5 ของหน่วยงานระดับกรม ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถือว่าเป็นการได้รับคะแนนประเมินที่ดีขึ้น +1.22 คะแนน เมื่อเทียบกับผลการประเมินปี 2564 ได้คะแนน 91.81 ที่สำคัญปีนี้ ในรายตัวชี้วัด การเปิดเผยข้อมูล และการป้องกันการทุจริต ได้ 100% เต็ม ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จในการเป็นองค์กรที่มีธรรมาภิบาล

ทั้งนี้ ในปี 2565 มีหน่วยงานของรัฐเข้าร่วมประเมิน 8,303 หน่วยงาน ผ่านเกณฑ์การประเมิน 5,855 หน่วยงาน (70.52%) ซึ่งการประเมินมี 3 รูปแบบ 10 ตัวชี้วัด ได้แก่ การประเมินของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (ข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานราชการในหน่วยงาน) มี 5 ตัวชี้วัด ประกอบด้วย การปฏิบัติหน้าที่ การใช้งบประมาณ การใช้อำนาจ การใช้ทรัพย์สินของราชการ และการแก้ไขปัญหาการทุจริต การประเมินของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (ประชาชน หรือ ผู้มาติดต่อขอรับบริการกับหน่วยงาน)มี 3 ตัวชี้วัด ประกอบด้วย คุณภาพการดำเนินงาน ประสิทธิภาพการสื่อสาร และการปรับปรุงระบบการทำงาน และการ
เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ มี 2 ตัวชี้วัด ประกอบด้วย การเปิดเผยข้อมูล และการป้องกันการทุจริต

กรมข้าวชวนชาวโนนขาม ตั้งแปลงใหญ่ผลิต‘ข้าวรักษ์โลก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678864

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว นายขจร โนวัฒน์ ผอ.สำนักส่งเสริมการผลิตข้าว ดร.ภณ ทัพพินท์กรนายกสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรรักษ์โลก พร้อมคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมชมและให้กำลังใจกลุ่มเกษตรกรบ้านโนนขาม หมู่ 12 ต.จานใหญ่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยมี ผอ.ศูนย์วิจัยข้าวและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวภาคอีสาน และสมาชิกเกษตรกร ต้อนรับ โดย นายณัฏฐกิตติ์กล่าวว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ มีความเป็นห่วงพี่น้องชาวนา จึงได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อมาช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าว ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการข้าวที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับบริบทในพื้นที่ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั้งระบบ นำมาต่อยอดเป็น “ข้าวรักษ์โลก” ที่จะทำให้เกษตรกรสามารถผลิตข้าวได้อย่างมีคุณภาพรักษาสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ได้อย่างยั่งยืน

ด้านนายสานิตย์ จิตต์นุพงศ์ ประธานที่ปรึกษาสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรรักษ์โลก เปิดเผยว่า “ข้าวรักษ์โลก”
เป็นการปลูกข้าวโดยคำนึงถึงการรักษานิเวศเป็นหลัก ยกเลิกการเผาฟาง โดยผลผลิตที่ได้คือ ข้าวมีคุณภาพทางกายภาพดีขึ้น ทำให้ได้ราคาสูง ประกอบกับการใช้ชีวภัณฑ์ ชีวภาพ ที่มีต้นทุนต่ำผลที่ได้คือชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้นและมีความยั่งยืน

ทั้งนี้ อธิบดีกรมการข้าว ได้เชิญชวนให้เกษตรกรบ้านโนนขาม เข้าร่วมโครงการนาแปลงใหญ่และรวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งและประสิทธิภาพในการผลิตข้าว อีกทั้งยังแนะนำให้กลุ่มชาวนาหันมาทำนาประณีต ซึ่งเป็นการทำนาที่มุ่งเน้นในเรื่องของคุณภาพมากกว่าปริมาณ สามารถแบ่งพื้นที่นาเป็นพื้นที่เลี้ยงสัตว์เพื่อนำมูลมาเป็นปุ๋ย หรือปรับพื้นที่เป็นแหล่งผลิตอาหาร

วช.หนุนวิจัยผึ้งชันโรง ช่วยยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678868

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผอ.สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างน้ำผึ้งชันโรง ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน อย่างยั่งยืน เสริมสร้างเศรษฐกิจของชาวบ้าน จึงให้การสนับสนุนทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง ในการวิจัยคิดค้นพัฒนาสูตรอาหารเสริมตามความจำเพาะของผึ้งชันโรงในแต่ละสายพันธุ์เพื่อยกระดับคุณภาพของน้ำผึ้งให้ได้มาตรฐานอัตราการรอดชีวิตสูง เพิ่มการสร้างตัวอ่อนและให้ปริมาณน้ำผึ้งชันโรงมากขึ้น

ด้าน ดร.จักราวุธ ไม้ทิพย์ ทีมผู้วิจัย กล่าวว่า กระบวนการกรรมวิธีพัฒนาการเพาะเลี้ยงผึ้งชันโรง ได้ทำการคัดแยกและจำแนกยีสต์จากถ้วยเกสรของผึ้งชันโรง Tetragonula laeviceps พบยีสต์สกุล Starmerella sp.CMU-Y15 ที่ผลิตสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของผึ้งชันโรง จึงผสมยีสต์นี้ร่วมกับอาหารเสริมผึ้งชันโรง เมื่อนำไปทดสอบในแปลงเกษตร พบว่าการเพาะเลี้ยงชันโรงด้วยอาหารเสริมจะช่วยให้ชันโรงมีการสร้างถ้วยน้ำหวานรวมถึงตัวอ่อนภายในรังมีปริมาณเพิ่มขึ้น และให้น้ำผึ้งเพิ่มขึ้นมากที่สุด 18.50 กรัม/รัง (2 เท่า)เมื่อเปรียบเทียบกับการเลี้ยงแบบปกติ เมื่อวิเคราะห์หาองค์ประกอบทางเคมีของสารระเหยในน้ำผึ้ง พบสาร Shuanghuaol และ Hotrienol ซึ่งออกฤทธิ์ทางชีวภาพสามารถต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเครียดได้ สำหรับอาหารเสริมชันโรง เป็นการพัฒนาอาหารเสริมที่มีจุลินทรีย์โพรไบโอติก ที่อยู่ในรูปแบบกึ่งสำเร็จรูป เกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้ง่าย ราคาถูก ชันโรงมีน้ำหนักตัว อัตราการรอดชีวิต อัตราการกินอาหารเพิ่มขึ้นส่งผลให้ปริมาณน้ำผึ้งชันโรงที่ผลิตได้เพิ่มขึ้น นับเป็นการเลี้ยงชันโรงแนวใหม่ ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น ตอบสนองความต้องการของตลาดและผู้บริโภค

ทั้งนี้ จากองค์ความรู้และความสำเร็จดังกล่าว ได้นำไปสู่การผนึกกำลังของพี่เลี้ยง (Big Brothers) ในการสนับสนุนการเพาะเลี้ยงชันโรงให้ขยายตัวมากขึ้นในหลายวิสาหกิจโดยเริ่มที่ จ.ระยอง สมุทรปราการ และลำปาง มีการจัดงานประกาศเจตนารมณ์ “Big Brothers….นำชุมชนสู่วิสาหกิจเพื่อสังคม…น้ำผึ้งชันโรง ซึ่งเป็นการผนึกกำลังของภาคเอกชนเพื่อช่วยเหลือวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ในการพัฒนาการเพาะลี้ยงชันโรงและผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งชันโรงอย่างครบห่วงโซ่คุณค่าผลิตภัณฑ์ โดยมีวิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพผู้เลี้ยงชันโรงบ้านทับมาเป็นต้นแบบแหล่งเรียนรู้ และจะพัฒนาต่อยอดการเพาะเลี้ยงและสูตรอาหารเพื่อให้ชันโรงในภาคตะวันออก โดยเฉพาะ จ.ระยอง และภาคกลาง จ.สมุทรปราการ ให้มีผลผลิตต่อเนื่องทั้งปี พร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับวิสาหกิจชุมชนอื่นๆ

กรมข้าวหนุนศูนย์ข้าวฯทำนาประณีต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678580

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 20.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ดร.ภณ ทัพพินท์กร นายกสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรรักษ์โลก และผู้ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เยี่ยมชมและให้กำลังใจเกษตรกร ศูนย์ข้าวชุมชน ต.เขาคอก อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ และบ้านโนนจาน ต.ยะวึก อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ โดยมี ผอ.ศูนย์วิจัยข้าวและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวภาคอีสาน นายสุเทียน วงศ์ศิริศักดิ์ ประธานศูนย์ข้าวชุมชนบ้านเขาคอก ต้อนรับ

นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก คือ รับฟังปัญหาด้านต่างๆ ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวเพื่อส่งออกต่างประเทศ เพื่อรวบรวมข้อมูลไปวางแผนช่วยเหลือ ขณะนี้พบว่าเกษตรในหลายพื้นที่ประสบปัญหาด้านแรงงาน เนื่องจากกลุ่มชาวนาไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ทำให้คุณภาพการผลิตข้าวลดน้อยลง อย่างไรก็ดี ได้ให้ข้อแนะนำให้กลุ่มเกษตรหันมาทำนาประณีตที่มุ่งเน้นในเรื่องคุณภาพมากกว่าปริมาณ เพราะจะทำให้สามารถเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์ข้าวได้อย่างมีคุณภาพ สามารถแบ่งสัดส่วนพื้นที่นาส่วนอื่นเป็นพื้นที่เลี้ยงสัตว์เพื่อนำมูลมาเป็นปุ๋ย หรือปรับพื้นที่เป็นแหล่งผลิตทรัพยากรด้านอาหาร นอกจากนี้ยังได้แนะนำให้เกษตรกรนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีมาใช้ในการทำการเกษตร เพื่อลดข้อจำกัดด้านแรงงาน และพลังงาน รวมถึงสนับสนุนกองทุน

สำหรับศูนย์ข้าวชุมชน ต.เขาคอก จะเป็นอีกหนึ่งพื้นที่นำร่องโครงการข้าวรักษ์โลก ซึ่งเป็นโครงการที่ต่อยอดจาก มุ่งเน้นการทำเกษตรอินทรีย์ในทุกมิติใช้ชีวภาพและชีวภัณฑ์ที่ปลอดสารพิษ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการข้าวที่มีคุณภาพสอดคล้องกับบริบทในพื้นที่ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั้งระบบ และถือเป็นหนึ่งในโครงการที่สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว ที่ทางรัฐบาลให้ความสำคัญ เพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตข้าวได้อย่างมีคุณภาพ รักษาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

‘ประภัตร’ร่วมงานคลินิกเกษตร ส่งมอบโค-กระบือโครงการธนาคารฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678582

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 70 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2565 ที่ลานอเนกประสงค์เรือนไทยโพธสุธน ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี โดยมี นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผวจ.สุพรรณบุรี นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าโครงการนี้ เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่สำคัญ นับเป็นการปฏิบัติงานเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาด้านการเกษตร ได้รับบริการทางการเกษตรอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว ที่ผ่านมากรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯทั่วประเทศ

สำหรับการให้บริการคลินิกเกษตร ประกอบด้วย คลินิกดิน โดยกรมพัฒนาที่ดิน คลินิกพืช โดยกรมวิชาการเกษตร คลินิกปศุสัตว์ โดยกรมปศุสัตว์ คลินิกประมง โดยกรมประมง คลินิกข้าว โดยกรมการข้าว คลินิกชลประทาน โดยกรมชลประทาน คลินิกสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ คลินิกบัญชี โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ คลินิกกฎหมาย โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม คลินิกหม่อนไหม โดยกรมหม่อนไหม คลินิกส่งเสริมการเกษตร โดยกรมส่งเสริมการเกษตร รวมไปถึงคลินิกอื่นๆที่มีหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมให้บริการ การจัดแสดงและจำหน่ายผลผลิต ผลิตภัณฑ์ ของวิสาหกิจชุมชน Young Smart Farmer ของ จ.สุพรรณบุรี โดยมีเกษตรกรมาร่วมงานและเข้ารับบริการคลินิกเกษตรกว่า 500 คน

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ขอพระราชานุญาตจัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ กราบบังคมทูลถวายสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารเนื่องในโอกาสอันเป็นมิ่งมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระชนมพรรษา 50 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2545 และทรงรับโครงการไว้ในพระราชานุเคราะห์ พระราชทานพระราชานุญาตอัญเชิญพระนามาภิไธยย่อไว้ในเครื่องหมายตราสัญลักษณ์โครงการ โดยเริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2545 ที่ ต.บ้านหลวง อ.ดอนพุด จ.สระบุรี ให้บริการแก่เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายอย่างรวดเร็วทั่วถึง ทันเหตุการณ์ และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ยังมีการนำโคในโครงการธนาคารโค–กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ มอบให้เกษตรกร จ.สุพรรณบุรี 108 ตัว ซึ่งโครงการดังกล่าว เกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานมอบโค ให้แก่เกษตรกร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ยากจน ให้มีโคเป็นของตนเอง และขยายผลให้กับเกษตรกรข้างเคียงเป็นปัจจัยในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ทำให้มีรายได้และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ปศุสัตว์พร้อมรับCFIA ตรวจประเมินโรงงาน เปิดตลาดส่งเนื้อสัตว์ ออกขายไปยังแคนาดา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678578

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุลรองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ต้อนรับเจ้าหน้าที่จากหน่วยงาน the Canadian Food Inspection Agency (CFIA) ประเทศแคนาดา ในโอกาสเข้าตรวจประเมินระบบการกำกับดูแลการผลิตสินค้าเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ของประเทศไทย โดยมี Mr. Christophe Rouleau ผู้แทนจากสถานทูตแคนาดาประจำประเทศไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมต้อนรับ

สำหรับการตรวจประเมินครั้งนี้จะมีการเข้าตรวจโรงงาน ทั้งสิ้น 6 แห่ง ประกอบด้วยโรงเชือดเป็ด 2 แห่ง โรงเชือด
และโรงงานแปรรูปเป็ด 1 แห่ง โรงเชือดและโรงงานแปรรูปไก่ 2 แห่ง และโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ปีก 1 แห่ง ซึ่งเป็นการตรวจประเมินระบบการดูแลการผลิตสินค้าเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าที่ส่งจากประเทศไทยสอดคล้องตามมาตรฐาน กฎ ระเบียบประเทศแคนาดา มากกว่านั้น ในการตรวจครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อเปิดตลาดการส่งออกสินค้าเนื้อเป็ดจากประเทศไทยไปยังประเทศแคนาดา

ในการนี้ ผู้แทนจากกรมปศุสัตว์ ได้บรรยายภาพรวมระบบการเฝ้าระวังและดูแลสุขภาพสัตว์ปีก การป้องกันและควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีก รวมถึงระบบการตรวจสอบคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ ระบบการผลิตสินค้าเนื้อสัตว์ปีก ซึ่งปัจจุบันโรงเชือด
และโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกของประเทศไทยได้รับการรับรองจากหน่วยงาน CFIA แล้ว 35 โรงงาน ในปี 2564 มีปริมาณการส่งออกเนื้อไก่แปรรูปไปประเทศแคนาดา 7,720 ตัน มูลค่า 981.82 ล้านบาท ปี 2565 (มกราคม-มิถุนายน) 5,944 ตัน มูลค่า 856.03 ล้านบาท

กรมส่งเสริมฯแจงปมบริการ เกษตรอ.พระยืนไร้เจ้าหน้าที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678579

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร (กสก.) กล่าวถึงกรณีการเผยแพร่คลิปวีดีโอของเกษตรกรที่ระบุว่าได้ไปติดต่อราชการ ที่สำนักงานเกษตร อ.พระยืน จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ไม่พบเจ้าหน้าที่ให้บริการ ว่าได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พบว่าในขณะนั้น มีเจ้าหน้าที่มาปฏิบัติงานแล้ว แต่อยู่ระหว่างลงพื้นที่ และส่วนหนึ่งอยู่ระหว่างดูแลแปลงสาธิตด้านหลังสำนักงานฯ อย่างไรก็ดี ภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียนได้มีการสั่งการไปยังสำนักงานเกษตรอำเภอทุกแห่ง ให้มีเจ้าหน้าที่ประจำที่สำนักงานฯ ตลอดเวลา

ทั้งนี้ สำหรับวัตถุประสงค์ในการเข้าพบของเกษตรกรนั้น พบว่ามาติดต่อขอลงทะเบียนผู้เลี้ยงปลา แต่เนื่องจากสำนักงานเกษตรอำเภอ ไม่มีภารกิจด้านประมง จึงให้คำแนะนำเบื้องต้น พร้อมให้หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อสำนักงานประมงอำเภอ เพื่อให้เกษตรกรรายดังกล่าว สามารถขอลงทะเบียนผู้เลี้ยงปลาได้ตามความประสงค์แล้ว