ปศุสัตว์ชู‘Pig Sandbox’ นำร่องควบคุมโรคASFในสุกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676534

ปศุสัตว์ชู‘Pig Sandbox’  นำร่องควบคุมโรคASFในสุกร

ปศุสัตว์ชู‘Pig Sandbox’ นำร่องควบคุมโรคASFในสุกร

วันอังคาร ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า โครงการ Sandbox ปศุสัตว์ เป็นการเพิ่มช่องทางรายได้สร้างความยั่งยืนให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นช่องทางในการเพิ่มรายได้ควบคู่กับการทำเกษตร มีการพิจารณากำหนดพื้นที่ กลุ่มเป้าหมาย เพื่อควบคุมโรคสัตว์และส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ เป็นโครงการนำร่อง ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาช่องทางส่งออกไปยังตลาดประเทศเพื่อนบ้านและต่างประเทศ ตนได้มอบหมายกรมปศุสัตว์ เร่งดำเนินการและติดตามความคืบหน้าโครงการนี้ โดยกำหนดพื้นที่นำร่อง “Pig Sandbox”เพื่อควบคุมโรคและส่งเสริมการเลี้ยงสุกรในพื้นที่ดังกล่าวภายใต้มาตรการ 3S คือ SCAN พื้นที่ SCREEN ความเหมาะสม และ SUPPORT การเลี้ยงดู การตลาดและแหล่งทุน

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ ได้ดำเนินโครงการ Pig Sandbox แบ่งเป็นพื้นที่นำร่อง พื้นที่ขยายผล พื้นที่ปลอดโรค ASF-Free Zone และพื้นที่นอกเขตปลอดโรค เป็นโครงการนำร่องต้นแบบการเลี้ยงสุกร เพื่อการควบคุมป้องกันการเกิดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) และโรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) ส่งเสริมและฟื้นฟูการผลิตสุกร เพื่อการผลิตสินค้าปศุสัตว์ที่มีคุณภาพ ยกระดับการจัดการฟาร์มและการเลี้ยงดูให้มีคุณภาพมาตรฐาน และส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกร ได้ทำโครงการวิจัย “Sandbox ในการวางระบบการควบคุมโรคและฟื้นฟูฟาร์มสุกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคปากและเท้าเปื่อยและโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ในพื้นที่นำร่องจังหวัดราชบุรี” โดยมีระยะเวลาดำเนินการโครงการ 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2565-3 พฤษภาคม 2566 ได้การสนับสนุนงบประมาณวิจัยจาก สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. วงเงินงบประมาณ 10,070,720.00 บาท กำหนดโอนทั้งหมด 4 งวด โดยงวดแรก ได้โอนไปแล้ว 3,142,560.00 บาท สำหรับเป็นแนวทางต้นแบบในการควบคุมป้องกันโรค การส่งเสริมและฟื้นฟูการเลี้ยงสุกรของเกษตรกรรายเล็กและเกษตรกรรายย่อย เป็นการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ เพื่อยกระดับและปรับระบบการเลี้ยงให้เข้าสู่มาตรฐาน GFM หรือ GAP หรือระบบ compartment และเป็นการเตรียมความพร้อมของเกษตรกรในพื้นที่เพื่อนำสุกรกลับมาเลี้ยงรอบใหม่

ด้านนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ให้ข้อมูลว่า จากการดำเนินงานในการควบคุมและป้องกันโรค ASF อย่างเข้มงวด ทำให้ประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่งในอาเซียนที่ควบคุมโรคได้ดีที่สุด ประเทศฟิลิปปินส์เข้ามาศึกษาดูงานในมาตรการควบคุม ป้องกันและเฝ้าระวังโรค ASF เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ สำหรับโครงการ Pig Sandbox จะเป็นเขตพื้นที่ควบคุมพิเศษ เพื่อเป็นต้นแบบนำร่องในการส่งเสริมและฟื้นฟูการผลิต สามารถควบคุมป้องกันการเกิดโรคระบาดต่างๆ ในสุกรได้ เป็นการปรับปรุงระบบความปลอดภัยทางชีวภาพของการเลี้ยงสุกรในฟาร์มให้จัดการและควบคุมโรคที่เหมาะสมยิ่งขึ้น

กรมบัญชีสหกรณ์รุกเพิ่มประสิทธิภาพงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676532

วันอังคาร ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ขับเคลื่อนงานตามภารกิจในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร โดยวางระบบการตรวจสอบการเงินการบัญชีของสหกรณ์ที่ครอบคลุมทั้งด้านการบริหารจัดการและการประเมินประสิทธิภาพระบบการควบคุมภายในของสหกรณ์ เพื่อให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ได้รับการตรวจสอบบัญชีที่เป็นไปตามมาตรฐาน มีระบบการควบคุมภายในที่ดี สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นให้สมาชิก โดยในปัจจุบันมีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรเป้าหมายที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ต้องเข้าปฏิบัติงาน

ตรวจสอบบัญชี 11,800 แห่ง ได้เข้าดำเนินการแล้ว 9,816 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 83.19 โดยมีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่สามารถนำงบการเงินเสนอเข้าที่ประชุมใหญ่ได้ 6.611 แห่ง ทำให้สมาชิกได้รับทราบผลการดำเนินงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ตลอดจนได้รับเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืนได้เร็วขึ้น

ทั้งนี้ การดำเนินงานของสหกรณ์มีรูปแบบที่เปลี่ยนไป ประกอบกับการเกิดเหตุทุจริตในสหกรณ์หลายแห่ง กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จึงมีมาตรการเชิงรุกในการยกระดับมาตรฐานการสอบบัญชีให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ได้แก่ 1.การพัฒนาระบบการตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ มีการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ ใช้เป็นเครื่องมือช่วยอำนวยความสะดวกให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร มีระบบการเงินการบัญชีและมีการควบคุมภายในที่ดี รวมทั้งผลักดันให้สหกรณ์ในพื้นที่ต่อยอดการใช้ข้อมูลจากโปรแกรมระบบบัญชีด้วยการนำ Application Smart4M มาใช้ในการบริหารจัดการข้อมูล

2.การพัฒนาสมรรถนะบุคลากร ให้มีความเป็นมืออาชีพและพัฒนาทักษะใหม่ๆ ที่จำเป็นทั้งด้านความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพ ด้านสมรรถนะไอที ด้านความรู้เฉพาะเกี่ยวกับธุรกิจที่ตรวจสอบและที่สำคัญคือการพัฒนาความสามารถด้านการสื่อสาร เพื่อให้ผู้สอบบัญชีสามารถเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินการบัญชีให้แก่สหกรณ์ ผลักดันให้มีการบริหารจัดการด้านการเงินที่มีคุณภาพ

กรมชลฯเฝ้าระวัง พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก ใช้มาตรการบริหาร ช่วยลดผลกระทบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676533

วันอังคาร ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ตามประกาศกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ฉบับที่21/2565 เรื่อง “เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน” การประเมินสถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พบว่าจะมีปริมาณฝนตกสะสมต่อเนื่อง ประกอบกับสถานการณ์น้ำในลำน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติบางพื้นที่ที่ฝนตกหนักอยู่ในเกณฑ์น้ำมาก อาจส่งผลให้เกิดน้ำหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน จึงขอให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ จึงกำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่ ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสม และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ ให้ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและความสามารถในการใช้งานของอ่างเก็บน้ำอาคารบังคับน้ำ รวมทั้งให้ติดตาม ตรวจสอบซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำต่างๆ ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เร่งระบายน้ำในพื้นที่น้ำท่วมขัง นอกจากนี้ยังเน้นย้ำให้บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และอ่างเก็บน้ำขนาดกลางให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม การเตรียมแผนเผชิญเหตุรับสถานการณ์น้ำหลาก ความพร้อมบุคลากร เครื่องจักร เครื่องมือ รวมไปถึงระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

ผู้เลี้ยงวอนรัฐเร่งรับซื้อกุ้งด่วน อย่ารอจนราคาตกเท่าประกันขั้นต่ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676526

ผู้เลี้ยงวอนรัฐเร่งรับซื้อกุ้งด่วน อย่ารอจนราคาตกเท่าประกันขั้นต่ำ

ผู้เลี้ยงวอนรัฐเร่งรับซื้อกุ้งด่วน อย่ารอจนราคาตกเท่าประกันขั้นต่ำ

วันจันทร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 17.35 น.

ผู้เลี้ยงวอนรัฐเร่งรับซื้อกุ้งด่วน อย่ารอจนราคาตกเท่าประกันขั้นต่ำ

29 สิงหาคม 2565 รายงานจากวงการผู้เลี้ยงกุ้ง แจ้งว่า ขณะนี้ราคากุ้งปากบ่อที่เกษตรกรขายได้ขณะนี้เป็นราคาเท่ากับราคาประกันขั้นต่ำ ตามที่คณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ (Shrimp Board) ประกาศ ซึ่งราคากุ้งลดลงเร็วมาก เนื่องจากเกษตรกรมีความจำเป็นต้องเร่งจับกุ้งขาย เพื่อลดความเสี่ยงจากอากาศแปรปรวนและฝนตกหนัก หากไม่จับอาจทำให้กุ้งตายและเสียหายทั้งบ่อได้ เนื่องจากฤดูฝน โดยเฉพาะช่วงที่ฝนตกหนัก ยิ่งช่วงนี้มีมรสุม น้ำฝนไหลลงบ่อจำนวนมากทำให้ความเค็มของน้ำไม่ได้มาตรฐานและออกซิเจนลดลง ทำให้กุ้งกินอาหารน้อยลงจึงเติบโตช้า ซึ่งมีผลโดยตรงต่อราคา

ทั้งนี้ ห้องเย็นและโรงงานแปรรูปรู้ดีว่า เกษตรกรประสบปัญหาช่วงฤดูฝนของทุกปี และจำเป็นต้องจับกุ้งขายก่อนครบระยะเวลาการเลี้ยง เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากการปล่อยกุ้งไว้ในบ่อ จึงเป็นโอกาสของห้องเย็นที่จะชะลอการซื้อรอให้ราคาตกต่ำที่สุดจึงเข้าซื้อ  ซึ่งเป็นการบีบให้เกษตรกรขายเพราะไม่มีทางออก ราคาเท่าไหร่ก็ต้องขาย ขายได้ราคาต่ำดีกว่าปล่อยให้ผลผลิตเสียหาย

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2565 Shirmp Board มีมติกำหนดราคาประกันขั้นต่ำกุ้งขาวแวนนาไม เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการรับซื้อกุ้งไปจนถึงสิ้นปี 2565 โดยมีเป้าหมายในการรักษาเสถียรภาพราคาและสร้างความเชื่อมั่นในการลงกุ้งรอบใหม่ของเกษตรกร กำหนดราคาเฉลี่ยตั้งแต่ราคา 119-180 บาทต่อกิโลกรัม ตามขนาดเล็ก-ใหญ่ตามน้ำหนักตั้ง 100-30 ตัวต่อกิโลกรัม ตลอดจนกำหนดมาตรฐานทางกายภาพของกุ้ง ต้องไม่มีหางไหม้ เนื้อน้ำตาล เปลือกหลุด หางกุดท้องดำ ตัวนิ่ม กุ้งผอม กุ้งพิการ ไม่เกิน 5% ต้องไม่มีกลิ่นหญ้า กลิ่นโคลนหรือกลิ่นผิดปกติอื่นๆ รวมถึงต้องมีผลตรวจสารตกค้าง 3 รายการ ได้แก่ Nitrofurans Fluoroquinolone และ Tetracycline ให้กับโรงงาน ณ วันจับกุ้ง Shrimp Board ยังตอกย้ำว่าเงื่อนไขดังกล่าวผู้ประกอบการห้องเย็นและโรงงานแปรรูปย้ำชัดเป็นราคารับซื้อปากบ่อ และเน้นกุ้งสวย สด ขนาดได้

ขณะนี้ผู้เลี้ยงกุ้ง ประสบปัญหาโรคระบาดเริ่มมากขึ้นจากปัจจัยแวดล้อมรอบด้านโดยเฉพาะสภาพอากาศ จึงขอให้กรมประมงและ Shrimp Board มีมาตรการและแนวทางในการแก้ปัญหาเรื่องโรคระบาดที่ชัดเจน ตลอดจนติดตามให้ห้องเย็นออกรับซื้อกุ้งจากเกษตรกรทันที เพื่อสร้างความมั่นใจด้านราคาและเป็นแรงจูงใจให้กับเกษตรกรในการลงกุ้งรอบใหม่ ตลอดจนการส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติวงเงินมาแล้วมากกว่า 500 ล้านบาท

รายงานข่าวกล่าวอีกว่า ผู้เลี้ยงกุ้งหลายพื้นที่เจอปัญหาเดียวกันราคากุ้งตกเร็ว ห้องเย็นและโรงงานแปรรูปจึงควรใช้โอกาสนี้ช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการนับซื้อในราคาที่ยุติธรรม ไม่ควรชะลอการซื้อเพื่อรอให้ราคาต่ำลงอีกเป็นการซ้ำเติมเกษตรกร

ก่อนหน้านี้ กรมประมงและ Shirmp Board มีมติอนุญาตให้นำเข้ากุ้งจากเอกวาดอร์และอินเดีย จำนวน 10,000 ตัน เพื่อแก้ปัญหากุ้งในประเทศขาดแคลน และสนับสนุนให้ห้องเย็นและโรงงานแปรรูปมีวัตถุดิบในการผลิต สามารถส่งมอบสินค้าทันเวลา โดยกำหนดเงื่อนไขการรับซื้อช่วงเวลาที่เหมาะสมและจะต้องรับซื้อกุ้งจากเกษตรกรในราคาตลาด แต่มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลต่อเสถียรภาพราคากุ้งไทยในระยะยาว เนื่องจากกุ้งนำเข้าจากต่างประเทศมีคุณภาพและราคาต่ำกว่ากุ้ง ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์กุ้งไทยที่รักษาระดับคุณภาพ “พรีเมี่ยม” มาโดยตลอด กรมประมงและ Shrimp Board จึงควรพิจารณาแนวทางในการป้องกันโรค เพื่อเพิ่มอัตรารอดของกุ้งซึ่งจะส่งผลดีด้านต้นทุนและราคากุ้งในอนาคตและแบ่งปันผลร่วมกัน

เกษตรฯเปิดฉากเจ้าภาพเอเปก2022 เดินหน้าผลักดัน‘ครัวไทยสู่ครัวโลก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676306

วันจันทร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้อนรับคณะรัฐมนตรี และสมาชิกเอเปก 21 เขตเศรษฐกิจ พร้อมกล่าวเปิดการประชุมรัฐมนตรีความมั่นคงอาหารเอเปก ครั้งที่ 7 (The Seventh APEC Virtual Food Security Ministerial Meeting) ที่โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อผลักดันนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลก พร้อมจับมือร่วมเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปก หนุนแผนปฏิบัติการภายใต้แผนงานความมั่นคงอาหาร มุ่งสู่ ค.ศ. 2030 ร่วมกันอย่างเข้มแข็ง

ดร.เฉลิมชัยกล่าวว่า ประเทศไทย มุ่งหวังที่จะสนับสนุนให้เอเปกมีการเจริญเติบโตในระยะยาว มีภูมิคุ้มกัน มีความครอบคลุม ความสมดุล และความยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องวิสัยทัศน์ปุตราจายา ค.ศ.2040 แผนปฏิบัติการเอาเทอรัว รวมถึงหัวข้อหลักของการเป็นเจ้าภาพเอเปกของไทย คือ “OPEN, CONNECT, BALANCE” หรือ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล” และแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว Bio – Circular – Green Economy หรือ BCG Model

การประชุมระดับรัฐมนตรีความมั่นคงอาหาร นับเป็นกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคที่เข้มแข็ง และสามารถมีส่วนร่วมสนับสนุนความมั่นคงอาหารให้กับประชาคมโลก ในฐานะผู้ผลิตและผู้ส่งออกอาหารและสินค้าเกษตรรายใหญ่ ของโลก ซึ่งจากสถานการณ์ความมั่นคงด้านอาหารในปัจจุบัน องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ รายงานว่าในปี พ.ศ. 2573 ประชาชนประมาณ 670 ล้านคน จะยังคงขาดสารอาหาร นอกจากนี้
ผลกระทบและความตึงเครียดที่เกิดขึ้นต่อระบบอาหารทั่วโลก เช่น วิกฤตด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้เอเปก ต้องปรับบทบาทและแนวทางที่จะเดินไปข้างหน้าร่วมกัน

การประชุมครั้งนี้ สมาชิกเอเปก 21 เขตเศรษฐกิจ ยังได้ร่วมกันรับรองปฏิญญาความมั่นคงอาหารเอเปก ซึ่งเป็นเอกสารแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นทางการเมือง ในการส่งเสริมความมั่นคงอาหารในภูมิภาค โดยในร่างปฏิญญาฯ ได้ผลักดันนโยบายสำคัญ 4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านความปลอดภัยอาหาร ด้านการค้าระหว่างประเทศ ด้านการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และด้านการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน

กรมข้าวนำการสาธิต ใช้ทำนาแบบโยนกล้า ช่วยลดต้นทุนผลิต เพิ่มผลผลิตคุณภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676299

วันจันทร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานวันสาธิตการทำนาแบบนาโยนกล้าของศูนย์ข้าวชุมชน ต.ห้วยขมิ้น โดยมีนางปวีนา แสนคุ้ม ปลัดอำเภอหนองแค และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่แปลงนาสาธิตศูนย์ข้าวชุมชน ต.ห้วยขมิ้น อ.หนองแค จ.สระบุรี ว่าการจัดงานครั้งนี้สอดคล้องตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้เจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 10) ทรงมีพระราชปณิธานที่จะ “สืบสาน รักษา และต่อยอด”ได้ทรงนำแนวทางดังกล่าวส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรม พัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร

การทำนาแบบนาโยน เป็นการทำนาแบบประณีตเพื่อพึ่งพาตนเอง และลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เนื่องจากการทำนารูปแบบนี้ไม่ทำให้รากกล้าเสียหาย เติบโตได้ต่อเนื่อง แตกกอและซึมซับอาหารได้ดี โดยภายในงานได้มีการจัดแปลงสาธิตการทำนาแบบนาโยน เพื่อช่วยให้เกษตรกรมีความรู้เรื่องการทำนาแบบนาโยน ช่วยลดต้นทุนการผลิต รวมทั้งขับเคลื่อนการดำเนินงานกลุ่มส่งเสริมอาชีพของศูนย์ข้าวชุมชน ต.ห้วยขมิ้น ให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างยั่งยืนในระดับครัวเรือนต่อไป โดยพันธุ์ข้าวที่ใช้ในการจัดทำแปลงสาธิตครั้งนี้ คือข้าวเจ้าพันธุ์ กข 79 (ชัยนาท 62) ซึ่งมีลักษณะเด่นเป็นพันธุ์ที่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และโรคไหม้ ให้ผลผลิตสูงเฉลี่ย 809 กิโลกรัมต่อไร่

วช.หนุนนวัตกรรมกากน้ำตาล สู่อุตสาหกรรมเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676300

วันจันทร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผอ.สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า ได้พัฒนาต่อยอดงานวิจัยในมิติต่างๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์โดยฝีมือคนไทย นำวัตถุดิบจากโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูป ต่อยอดเป็นอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น นวัตกรรมการใช้ประโยชน์จากกากน้ำตาลที่เป็นผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมน้ำตาลของประเทศไทยเพื่อการผลิตบิวทิลแลคเตทและกรดแลคติกระดับโรงงานต้นแบบ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ซึ่งมี รศ.ดร.อภิชาติ บุญทาวัน เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ได้รับการสนับสนุนจาก วช. เป็นงานวิจัยที่ได้พัฒนากระบวนการหมักกรดแลคติกจากกากน้ำตาลอ้อยในถังปฏิกรณ์ชีวภาพ 500 ลิตรและทำบริสุทธิ์ด้วยปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชั่นควบคู่กับการกลั่นหรือที่เรียกว่าการกลั่นแบบมีปฏิกิริยาที่มีการใช้บิวทานอลและตัวเร่งปฏิกิริยาวิวิธพันธุ์ชนิดแอมเบอร์ลิสต์-15 พบว่าสามารถเพิ่มค่าผลผลิตของบิวทิลแลคเตทได้มากกว่าร้อยละ 99 ส่วนการสังเคราะห์บิวทิลแลคเตทแบบต่อเนื่องด้วยระบบการกลั่นแบบมีปฏิกิริยาในระดับโรงงานต้นแบบนั้น สภาวะที่เหมาะสมคือสัดส่วนโดยโมลของกรดแลคติกต่อบิวทานอลที่ 1:3 ทำให้ได้บิวทิลแลคเตทตามเป้าหมาย

นอกจากนี้ ผลงานวิจัยยังสามารถคัดแยกเชื้อแบคทีเรียที่มีความสามารถในการสร้างกรดแลคติกขึ้นมาโดยให้ผลผลิตที่สูงจากการใช้วัตถุดิบกากน้ำตาล โดยพัฒนากระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูง พร้อมทั้งการแยกและการทำบริสุทธิ์ทำผลิตภัณฑ์ในระบบ แต่เนื่องจากกรดแลคติกที่ได้จากกระบวนการหมักจะมีสิ่งเจือปนหลายชนิด จากการศึกษาพบว่าเทคโนโลยีเมมเบรนและเทคนิคการกลั่นระยะทางสั้นสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ดี จึงมีการพัฒนาประสิทธิภาพการทำบริสุทธิ์กรดแลคติก เพื่อให้สามารถสร้างผลผลิตที่เป็นกรดแลคติกที่เป็นกรดอินทรีย์ที่มีประโยชน์ ทำให้สามารถที่จะพัฒนาสู่การผลิตนำร่องหรือ pilot plantscale ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ อุปกรณ์และเครื่องมือภายในประเทศ ที่มีการศึกษาวิจัยให้เกิดองค์ความรู้ที่พร้อมถ่ายทอดให้เกิดการใช้งานจริงในโรงงานอุตสาหกรรม

ขณะเดียวกัน ยังสามารถนำกรดแลคติกที่ผลิตได้นำไปทำปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชั่น (Esterification) กับบิวทานอล ทำให้เกิดเป็นบิวทิลแลคเตท ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เป็นที่ต้องการของตลาดโลก อีกทั้งยังมีการพัฒนาปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชั่นในการกลั่นด้วยตัวเร่งที่มีประสิทธิภาพ สามารถทำปฏิกิริยาที่ดีภายใต้สภาวะความดันบรรยากาศและอุณหภูมิไม่สูงมาก ได้ผลสูงเทียบเท่ากับตัวเร่งปฏิกิริยาที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ในปัจจุบันและสามารถขยายองค์ความรู้ไปสู่กระบวนการผลิตขนาดใหญ่ในอนาคต

กรมชลฯเร่งบริหารน้ำ ยัน4เขื่อนหลักยังรับน้ำได้อีก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676302

วันจันทร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า จากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรง ประกอบกับร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ มีพื้นที่ประสบอุทกภัยรวมทั้งสิ้น 8 จังหวัด ได้แก่ เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด เพชรบูรณ์ ตราดระนอง และภูเก็ต ปัจจุบันสถานการณ์น้ำในหลายพื้นที่เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

ทั้งนี้ ปริมาณฝนที่ตกสะสมส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่าไหลเข้าอ่างเก็บน้ำทั้งขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้งประเทศ รวมกันกว่า 1,997 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ส่งผลดีต่อสถานการณ์น้ำในภาพรวม อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 41,832 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 55 ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้อีกประมาณ 34,253 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 9,792 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 39 ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้อีก 15,079 ล้าน ลบ.ม.

อย่างไรก็ดี กรมชลประทาน จะบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม สอดคล้องกับสถานการณ์ฝนที่ตกในแต่ละพื้นที่ ควบคู่ไปกับการเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งหน้าให้ได้มากที่สุด โดยไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำส่วนพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม ได้เน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทาน ติดตามสถานการณ์น้ำและเตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ สามารถช่วยประชาชนได้ทันที

ปศุสัตว์ลดช่องว่างปัญหาสุขภาพสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676301

วันจันทร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ได้ร่วมพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ IHR-PVS National Bridging Workshop ซึ่งมีการพัฒนาระบบงานด้านสุขภาพสัตว์และงานด้านสัตวแพทย์สาธารณสุข ประสานงานและดำเนินการภายใต้หลักสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) ดำเนินงานภายใต้กรอบแผนงานของ WHO InternationalHealth Regulations (IHR) และ OIE Performance of Veterinary Services(PVS) Pathway โดยประเทศไทยเป็นความร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานสากลทั่วโลก

การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อวิเคราะห์ช่องว่างระหว่างการดำเนินงานของภาคส่วนสาธารณสุขและสุขภาพสัตว์ของประเทศไทย ทบทวนความร่วมมือด้านวิชาการที่เกี่ยวข้องกับโรคติดเชื้อระหว่างสัตว์และคน (Zoonoticdisease) ร่วมกำหนด Road-map มาตรการแก้ไขและกลยุทธ์การทำงานรูปแบบใหม่เพื่อพัฒนาความร่วมมือ และแลกเปลี่ยนความคิดเพื่อหาแนวทางในการประสานและเชื่อมโยงการทำงานกันในการรับมือกับภัยคุกคามต่างๆ ที่มีต่อการดำรงอยู่ร่วมกันของมนุษย์และสัตว์ให้ดียิ่งขึ้น

นายสัตวแพทย์โสภัชย์ เปิดเผยด้วยว่า การประชุมดังกล่าวเป็นประโยชน์กับบุคลากรด้านบริการสุขภาพสัตว์และสุขภาพคนในประเทศ เพื่อพัฒนาระบบด้านสุขภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการของประเทศไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติงานให้สอดคล้องตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR) และนำมาใช้ในการประเมินตนเอง (PVS self-evaluation) เพื่อลดช่องว่างและเชื่อมโยงเครือข่ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนางานด้านสุขภาพสัตว์และระบบงานด้านสัตวแพทย์บริการสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

กรมชลฯขานรับนโยบาย กอนช. ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/675936

กรมชลฯขานรับนโยบาย กอนช. ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2565

กรมชลฯขานรับนโยบาย กอนช. ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2565

วันศุกร์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.22 น.

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2565 ที่ห้องประชุม SWOC อาคาร 99ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.)โดยมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยภายหลังการประชุมฯ ว่า สถานการณ์น้ำในปัจจุบัน (26 ส.ค. 65) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 48,298 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 63 ของความจุอ่างฯ ยังสามารถรับน้ำได้อีกประมาณ 27,791 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 13,089 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 53 ของความจุอ่างฯ สามารถรับน้ำได้อีกประมาณ 11,782 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันกรมชลประทานได้ควบคุมการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่สถานี C.13 อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ในอัตราประมาณ 1,500 ลบ.ม./วินาที เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล ไว้รองรับปริมาณน้ำเหนือที่จะมาเพิ่มอีกในระยะต่อไป ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้ให้โครงการชลประทานในแต่ละพื้นที่ ร่วมบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเชื่อมโยงข้อมูลนำมาคาดการณ์และวิเคราะห์สภาพอากาศ ปริมาณน้ำในลำน้ำ แหล่งเก็บกักน้ำ พื้นที่น้ำหลาก รวมทั้งจัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ อาทิ เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ รถแบคโฮ และกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อเตรียมความพร้อมและบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤตให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด ตลอดจนประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างทันท่วงที พร้อมทั้งปฏิบัติตาม 13 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2565 อย่างเคร่งครัด ตามข้อสั่งการของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.)

– 006