โชว์เครื่องปีนมะพร้าวเจ๋ง! มีระบบล็อกความปลอดภัยใช้แทนแรงงานลิง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/675849

โชว์เครื่องปีนมะพร้าวเจ๋ง! มีระบบล็อกความปลอดภัยใช้แทนแรงงานลิง

โชว์เครื่องปีนมะพร้าวเจ๋ง! มีระบบล็อกความปลอดภัยใช้แทนแรงงานลิง

วันศุกร์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 12.54 น.

กรมวิชาการเกษตรวิจัยพัฒนาเครื่องปีนมะพร้าวตัวช่วยเก็บผลผลิตแทนใช้แรงงานลิง สร้างความมั่นใจเครื่องปีนของไทยปลอดภัยกว่าต่างประเทศ ด้วยระบบเข็มขัดล็อกควบคุมความปลอดภัยระหว่างใช้งาน  น้ำหนักชุดอุปกรณ์รวม 2 ข้างซ้ายและขวา 10 กิโลกรัม ปลื้มศักยภาพสามารถปีนขึ้นลงต้นมะพร้าวด้วยความเร็วเพียง 0.14 เมตรต่อวินาที

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า จากข้อกังวลของ PETA กรณีการใช้ลิงเก็บมะพร้าวเป็นการทารุณกรรมสัตว์และมีการรณรงค์ให้ประเทศต่างๆ ปฏิเสธผลิตภัณฑ์มะพร้าวที่ได้จากแปลงที่เก็บเกี่ยวโดยลิงเป็นปัญหาที่ค่อนข้างส่งผลกระทบต่อผู้ปลูกมะพร้าวและผู้ประกอบการของไทยที่ส่งออกผลิตภัณฑ์มะพร้าว ซึ่งการแก้ไขปัญหาด้วยการใช้เครื่องปีนมะพร้าวแทนแรงงานลิงจะเป็นแนวทางหนึ่งที่สนับสนุนการแก้ปัญหาของภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งเกษตรกรจะได้เรียนรู้และปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ในการเก็บเกี่ยวมะพร้าว

สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร โดยนายสุภาษิต เสงี่ยมพงศ์ ได้วิจัยคิดค้นผลิตเครื่องปีนมะพร้าว โดยพัฒนาจากต้นแบบของประเทศอินเดีย เป็นอุปกรณ์ขาเหยียบไต่ต้นมะพร้าวขึ้นไป มีสองด้านซ้ายขวา แท่นเหยียบขนาด 14×15 เซนติเมตร ทำจากเหล็กเหนียว เชื่อมต่อกับเพลากลมที่ทำจากสแตนเลสยาว 90 เซนติเมตรเพื่อให้ไม่เป็นสนิม ด้านล่างของขาเหยียบทั้งสองข้างมีเหล็กโค้งยาว 34 เซนติเมตรทำหน้าที่โอบรอบโคนมะพร้าวเพื่อกดค้ำต้นมะพร้าวขณะที่ถ่ายน้ำหนักตัวลงไปเหยียบบนเครื่องปีน ด้านบนของขาเหยียบมีแผ่นยางกันกระแทก ทำหน้าที่กดรับขาไม่ให้หลุดออกจากเครื่องปีน ปลายสุดด้านบนมีมือจับ สำหรับใช้ยกลวดสลิงเวลาปีนต้นมะพร้าว ลวดสลิงขนาด 2 หุน ยาว  260  เซนติเมตรเมื่อคล้องทำเป็นบ่วงรอบโคนมะพร้าวต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 35 เซนติเมตรขึ้นไป ทำหน้าที่รัดต้นมะพร้าวและพยุงขาเหยียบให้เกาะเกี่ยวต้นมะพร้าวระหว่างที่ใช้มือจับยกขาเหยียบให้ค่อยขยับขึ้นไป

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ต้นแบบเครื่องปีนมะพร้าวของกรมวิชาการเกษตรจะมีความปลอดภัยมากกว่าต้นแบบของอินเดีย เนื่องจากมีระบบเข็มขัดล็อกเอวผู้ปีน ผูกติดกับอุปกรณ์ปีนต้นมะพร้าว ทำให้ผู้ใช้มีความมั่นใจในความปลอดภัยเมื่อปีนขึ้นต้นมะพร้าวที่มีความสูงมากจะไม่เกิดความผิดพลาดตกลงมาจากเครื่องปีน รวมทั้งมีระบบล็อกแท่นเหยียบไม่ให้ขยับเคลื่อนไปมา โดยเครื่องปีนที่ออกแบบมีแท่นล็อกสำหรับปีนไปทำกิจกรรมบนคอมะพร้าว เช่น ปาดน้ำตาล หรือขึ้นไปผสมเกสร บางครั้งอาจจะใช้เวลาในการทำกิจกรรมนานขาเหยียบอาจจะขยับไปมาและหลุดร่วงลงมาทำให้ผู้ปีนได้รับอันตรายได้ ซึ่งเครื่องปีนของต่างประเทศไม่มีระบบควบคุมความปลอดภัยนี้ โดยน้ำหนักของชุดอุปกรณ์เครื่องปีนมะพร้าวนี้มีน้ำหนักรวมทั้งสองข้างซ้ายและขวา 10 กิโลกรัม (ข้างละ 5 กิโลกรัม) เมื่อปีนขึ้นต้นมะพร้าวสามารถปีนขึ้นลงด้วยความเร็ว 0.14 เมตรต่อวินาที

“กรมวิชาการเกษตรมีความพร้อมทั้งเทคโนโลยี มะพร้าวสายพันธุ์ใหม่ ที่มีความสูงไม่มากนักที่จะใช้ปลูกแทนต้นเดิมที่มีอายุมาก  ระบบการตรวจรับรอง GAP Monkey free plusรวมทั้งเทคโนโลยีเครื่องปีนมะพร้าวที่สามารถใช้แทนแรงงานลิงที่เป็นข้อกังวลของ PETA ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน เกษตรกรหรือผู้ที่สนใจเครื่องปีนมะพร้าวสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม โทรศัพท์ 02-5792757  โดยปัจจุบันมีโรงงาน 3 โรงงานได้นำต้นแบบไปผลิตจำหน่ายเชิงพาณิชย์แล้ว” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าว

เกษตรฯเปิดฉากยิ่งใหญ่! เจ้าภาพ’เอเปค 2022′ เปิดแลนด์มาร์ก’หัวหินไทยแลนด์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/675847

เกษตรฯเปิดฉากยิ่งใหญ่! เจ้าภาพ'เอเปค 2022' เปิดแลนด์มาร์ก'หัวหินไทยแลนด์'

เกษตรฯเปิดฉากยิ่งใหญ่! เจ้าภาพ’เอเปค 2022′ เปิดแลนด์มาร์ก’หัวหินไทยแลนด์’

วันศุกร์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 12.45 น.

เกษตรฯเปิดฉากยิ่งใหญ่ เจ้าภาพเอเปค 2022 เปิดแลนด์มาร์ก”หัวหินไทยแลนด์” ประชุมรัฐมนตรีความมั่นคงอาหารเอเปค ครั้งที่ 7

วันนี้ (26 สิงหาคม 2565) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดฉากเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีความมั่นคงอาหารเอเปค ครั้งที่ 7 (The Seventh APEC Virtual Food Security Ministerial Meeting) ร่วมกับสมาชิกเอเปค 21เขตเศรษฐกิจ ณ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ผลักดันประเด็นหลักที่จะช่วยสนับสนุนโยบายครัวไทย สู่ครัวโลก ความปลอดภัยอาหาร การค้าระหว่างประเทศ การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนร่วมกัน ยืนยัน ไทยพร้อมจับมือร่วมเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปค เผชิญกับความท้าทายต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการของแผนปฏิบัติการภายใต้แผนงานความมั่นคงอาหาร มุ่งสู่ ค.ศ.2030 ร่วมกันอย่างเข้มแข็ง

โอกาสนี้ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานการประชุมรัฐมนตรีความมั่นคงอาหารเอเปค ครั้งที่ 7 ได้กล่าวต้อนรับคณะรัฐมนตรี และสมาชิกเอเปค 21 เขตเศรษฐกิจ พร้อมกล่าวเปิดการประชุมในครั้งนี้ว่า ประเทศไทย มุ่งหวังที่จะสนับสนุนให้เอเปค มีการเจริญเติบโตในระยะยาว มีภูมิคุ้มกัน มีความครอบคลุม ความสมดุล และความยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ปุตราจายา ค.ศ.2040 แผนปฏิบัติการเอาเทอรัว รวมถึงหัวข้อหลักของการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทย คือ “OPEN, CONNECT, BALANCE” หรือ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล” และแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว Bio – Circular – Green Economy หรือ BCG Model

การประชุมระดับรัฐมนตรีความมั่นคงอาหาร นับเป็นกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคที่เข้มแข็ง และสามารถมีส่วนร่วมสนับสนุนความมั่นคงอาหารให้กับประชาคมโลก ในฐานะผู้ผลิตและผู้ส่งออกอาหารและสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลก ซึ่งจากสถานการณ์ความมั่นคงอาหารในปัจจุบัน องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ รายงานว่า ในปี ค.ศ.2030 ประชาชนประมาณ 670 ล้านคน จะยังคงขาดสารอาหาร นอกจากนี้ ผลกระทบและความตึงเครียดที่เกิดขึ้นต่อระบบอาหารทั่วโลก เช่น วิกฤตด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ทำให้เอเปค ต้องปรับบทบาทและแนวทางที่จะเดินไปข้างหน้าร่วมกัน

การประชุมครั้งนี้ ประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพการประชุมได้ออกแถลงการณ์แสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความมั่นคงอาหารในภูมิภาค โดยในแถลงการณ์ได้ผลักดันนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ประกอบด้วย 1) การสนับสนุนความปลอดภัยอาหารและการอำนวยความสะดวกทางการค้า 2) การปรับปรุงการดำรงชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี 3) การส่งเสริมความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ 4) การส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยีในภาคเกษตรอาหาร และ 5) การสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ภาคเอกชน นับได้ว่ามีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ในการร่วมเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร โดยประธานสภาที่ปรึกษาธุรกิจเอเปค ประจำปี 2565 ได้ให้คำแนะนำที่สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการภายใต้แผนงานความมั่นคงอาหาร มุ่งสู่ปี ค.ศ.2030 ได้แก่ การสนับสนุนการอำนวยความสะดวกทางการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิทัล การประสานงานกับองค์กรระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงด้านอาหาร การส่งเสริมการลดอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีสำหรับการเกษตรและการค้าอาหาร และการนำโมเดล BCG มาปรับใช้ ทั้งนี้ เชื่อมั่นได้ว่า ร่างปฏิญญาความมั่นคงอาหารเอเปค จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าเกษตรและอาหารของไทย รวมถึงการสนับสนุนระบบการค้าแบบพหุภาคี จะทำให้เกิดการอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น

พร้อมกันนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย ยังผลักดันการดำเนินการภายใต้แผนปฏิบัติการภายใต้แผนงานความมั่นคงอาหารเอเปค ผ่านการขับเคลื่อนนโยบาย 3S ทั้งเรื่อง Safety Security และ Sustainability ส่งเสริมความปลอดภัยอาหารให้ได้มาตรฐานสากล ถูกหลักโภชนาการ รวมถึงส่งเสริมเทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมที่เชื่อมโยงการพัฒนาฐานข้อมูลด้วยระบบ Big Data ด้านดิน น้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และโรคระบาดของพืชและสัตว์ และเพิ่มโอกาส

ในการเข้าถึงเศรษฐกิจดิจิทัล ที่ขับเคลื่อนภาคเกษตร ด้วย BCG Model และที่สำคัญ ในปี 2566 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้วางนโยบายเสริมสร้างบทบาทสตรี ให้เป็นกำลังหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยใช้แผนขับเคลื่อนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง ให้เป็น Smart group เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก นอกจากนี้ ยังเน้นการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านการเกษตรให้มีความทันสมัย สามารถวิเคราะห์และวางแผนการผลิต รวมถึงการเข้าถึงตลาด ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ส่งเสริมและพัฒนากระบวนการผลิตและแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรให้ตรงกับความต้องการของตลาด ตลอดจนส่งเสริมความมั่นคงอาหารในครัวเรือนและชุมชน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังให้ความสำคัญด้านการพัฒนากำลังคนภาคเกษตร และการทำงานด้วยเช่นกัน รวมถึงสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมเกษตร และยกระดับความร่วมมือเครือข่ายการพัฒนาภาคการเกษตรจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะด้านนโยบายความยั่งยืนในระบบอาหารสัมพันธ์กับปัจจัยการผลิต ทรัพยากรธรรมชาติ และระบบนิเวศ ซึ่งหัวใจสำคัญในการผลักดันความยั่งยืน คือ การบริหารจัดการที่ดีและมีประสิทธิภาพ เพื่อลดการสูญเสียตลอดห่วงโซ่อุปทาน และลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อาทิ การบริหารจัดการน้ำ การบริหารจัดการดิน การบริหารจัดการพันธุ์พืช ตลอดจนการทำเกษตรโดยใช้ตลาดนำการผลิต

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) และโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานหุ้นส่วนเชิงนโยบายด้านความมั่นคงอาหาร ประจำปี 2022 เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมวิชาการเกษตร และกรมประมง ได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมที่เกี่ยวข้องภายใต้กรอบเอเปค มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งถือเป็นการเปิดฉากการประชุมเอเปคพร้อมกันทั้งประเทศ ในฐานะที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค และได้มีการจัดการประชุมที่เกี่ยวข้องอีก 12 การประชุมเรื่อยมา แน่นอนว่า การประชุมรัฐมนตรีของเขตเศรษฐกิจร่วมกันครั้งนี้ เป็นการแสดงวิสัยทัศน์และแนวนโยบายในการผลักดันความมั่นคงทางอาหาร ซึ่ง ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มุ่งเน้นนโยบาย BCG และ 3S รวมถึงนโยบายต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า สินค้าเกษตรและอาหารไทย ที่มีผลผลิตที่มีความปลอดภัยและมีคุณภาพมาตรฐาน พร้อมเป็นครัวให้กับประชากรในภูมิภาคเอเปคและครัวโลก

สำหรับความมั่นคงอาหารในประเทศไทย มีการวางแผนเตรียมความพร้อมด้านความมั่นคงอาหารทั้งระบบ โดยผ่านกลไกคณะกรรมการอาหารแห่งชาติ นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย สศก. ได้จัดทำปฏิทินผลผลิตสินค้าเกษตรรายเดือนระดับจังหวัด (Provincial Crop Calendar) ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมและเชื่อมโยงกันทั้งระบบ (BIG DATA) เพื่อคาดการณ์ปริมาณการผลิตสินค้าเกษตรแบบรายชนิดสินค้า ที่จะออกสู่ตลาดเป็นรายเดือนตลอดปีเพาะปลูกล่วงหน้า ในแต่ละจังหวัด อำเภอ และตำบล ซึ่งจะทำให้ทราบปริมาณสารอาหารที่มีอยู่ในแต่ละจังหวัด ทำให้สามารถบริหารจัดการความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการได้ทั้งระบบทั้งในภาวะปกติ และภาวะวิกฤต โดยปัจจุบัน มีการรวบรวมสินค้าพืช 50 ชนิด ปศุสัตว์ 10 ชนิด และประมง 10 ชนิด แสดงทั้งปริมาณผลผลิต ผลผลิตต่อไร่ ระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด ข้อมูลความพอเพียงของหมู่โภชนาการต่อประชากรในจังหวัด สัดส่วนของเกษตรกรในแต่ละชนิดสินค้า ปริมาณผลผลิตสินค้าเกษตรที่จะออกสู่ตลาดในแต่ละเดือน และสัดส่วนการกระจายผลผลิตภายในและภายนอกจังหวัดเป็นรายสินค้าและรายจังหวัด ซึ่งเป็นการบริหารจัดการและสร้างความเชื่อมั่นความมั่นคงอาหารในประเทศ

ทั้งนี้ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก หรือเอเปค เป็นการรวมตัวระหว่างเขตเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในภูมิภาค ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2532 ณ กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย ปัจจุบัน เอเปคมีสมาชิกรวม 21 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ฮ่องกง นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ไทย จีนไทเป ชิลี เม็กซิโก ปาปัวนิวกินี เปรู รัสเซีย และเวียดนาม ซึ่งเอเปคมีประชากรรวมกว่า 2,900 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 3 ของโลก มีผลิตภัณฑ์มวลรวม หรือ GDP รวมกันมากกว่า 1,700 ล้านล้านบาท เกินครึ่งของ GDP โลก ซึ่งการเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปคของไทยในปี 2565 ครั้งนี้ ไทยให้ความสำคัญกับการปรับตัวและฟื้นฟูเศรษฐกิจในยุคหลังโควิด-19 และพร้อมผลักดันประเด็นหลักที่จะช่วยสนับสนุนโยบายความมั่นคงด้านอาหาร ในฐานะครัวไทยสู่ครัวโลก โดย สหรัฐอเมริกา จะรับไม้ต่อจากประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ปี ค.ศ.2023

ไปดูภาพพืชผักสวยๆ หลังใช้ปุ๋ยชีวอินทรีย์จากทีพีไอ โดยไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/675840

ไปดูภาพพืชผักสวยๆ หลังใช้ปุ๋ยชีวอินทรีย์จากทีพีไอ โดยไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง

ไปดูภาพพืชผักสวยๆ หลังใช้ปุ๋ยชีวอินทรีย์จากทีพีไอ โดยไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง

วันศุกร์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 11.44 น.

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2565 เพจเฟชบุ๊ก “บ้านเกษตร ทีพีไอ” ได้โพสต์ภาพพืชผักต่างๆ พร้อมข้อความระบุว่า วันนี้ขออนุญาตนำเสนอรูปพืชผักชนิดต่างๆ จากศูนย์วิจัยเกษตรอินทรีย์ ปลูกโดยผลิตภัณฑ์คุณภาพดีเยี่ยมอย่างปุ๋ยชีวอินทรีย์จากบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ส่งผลให้พืชผักเจริญงอกงาม ต้นสมบูรณ์แข็งแรงครับ

ขณะที่ นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPL และประธานกรรมการ บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP ระบุว่า ต้นฝ้าย ต้นใหญ่ ใบหนา ดอกฝ้ายใหญ่ปราศจากหนอนเจาะสมอ นี่เป็นสุดยอดของนวตกรรมวิทยาการปลูกฝ้ายอินทรีย์ของ TPI แค่ใช้น้ำส้มควันไม้และปุํยอินทรีย์ของ TPI โดยไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลงของฝรั่ง ซึ่งแพงมาก แล้วยังเป็นเพชฌฆาตฆ่าคนฉีดยาแต่แมลงและหนอนไม่ตาย

นอกจากนี้ ยังใช้ป้องกันแมลงและหนอนในพืชอี่นได้เช่นองุ่นอินทรีย์ มะเขือเทศอินทรีย์ ผักอินทรีย์ เชิญชมได้ที่ศูนย์วิจัย TPI ที่ซอยศูนย์วิจัย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่

– 006

‘พีระพันธุ์’ถกปัญหาประมง พบกม.กว้าง-จนท.ตีความอำนาจผิด แนะตั้งกรรมการแก้ไข

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/675830

‘พีระพันธุ์’ถกปัญหาประมง พบกม.กว้าง-จนท.ตีความอำนาจผิด แนะตั้งกรรมการแก้ไข

‘พีระพันธุ์’ถกปัญหาประมง พบกม.กว้าง-จนท.ตีความอำนาจผิด แนะตั้งกรรมการแก้ไข

วันศุกร์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 10.33 น.

“พีระพันธุ์” เรียกประชุมอธิบดีกรมประมง และหน่วยงานในสังกัด ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังเครือข่ายประมงร้องเรียนถูกแจ้งข้อกล่าวหาทำผิด กม.ประมง ทั้งที่ก่อนหน้าเคยพูดคุยเข้าใจ และกรมฯ ระบุว่าทำถูกต้อง แต่ปัจจุบันกลับถูกแจ้งความ สั่งระงับออกเรือ พบเหตุเกิดจากข้อความในกฎหมายกว้างเกินไปจน เกิดปัญหาการตีความ และเจ้าหน้าที่ที่ลงไปปฏิบัติงานไม่เข้าใจระเบียบหลักเกณฑ์ แนะตั้งคณะกรรมการแก้ไขข้อกฏหมายด่วน บรรเทาความเดือดร้อนผู้ประกอบการประมง

26 สิงหาคม 2565 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการอำนวยความเป็นธรรมและเร่งรัดการปฏิบัติราชการ เปิดเผยผลการประชุมตรวจสอบข้อเท็จจริงและสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาในด้านการประมง ที่มีนายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง ผู้บริหารกรมฯ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง อาทิ ประมงจังหวัดชลบุรี และจังหวัดสมุทรสาครร่วมประชุม ว่า ที่ผ่านมาตนได้รับร้องเรียนจากเครือข่ายผู้ประกอบการประมงในพื้นที่ จ.ชลบุรี และสมุทรสาคร เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากการถูกแจ้งข้อกล่าวหาเรื่องเครื่องมือทำประมงอวนลากที่ถูกระบุว่ากระทำผิดกฎหมาย ทั้งที่ได้ปฏิบัติตามระเบียบและข้อตกลงของกรมประมง และที่ผ่านมาไม่เคยถูกจับกุม แต่ล่าสุดกลับถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดกฎหมายที่มีโทษค่าปรับสูง พร้อมขอให้แก้ปัญหาเรื่องมาตรา 57 แห่ง พ.ร.ก.การประมง เกี่ยวกับการจับสัตว์น้ำเศรษฐกิจวัยอ่อน และขนาดเล็ก ที่ยังไม่มีความชัดเจนเนื่องจากชาวประมงจำนวนมากถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำผิด หลังจากมีสัตว์น้ำต้องห้ามติดอวนขึ้นมาแม้ไม่เจตนาก็ตาม

ทั้งนี้มีเครือข่ายผู้ประกอบการประมงได้เดินทางมาขอความเป็นธรรมเพื่อให้ตรวจสอบการดำเนินการของกรมประมง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องข้อกฎหมาย และการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่าดำเนินการถูกต้องหรือไม่ รวมทั้งหาแนวทางแก้ไขเรื่องความไม่ชัดเจนของของกฎหมายในมาตรา 57 ด้วย วันนี้ตนจึงได้เชิญอธิบดีกรมประมง และเจ้าหน้าที่ส่วนต่างๆ มาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว

นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อว่า หลังจากที่รับฟังรายละเอียดข้อชี้แจงทั้งจากอธิบดีกรมประมง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแล้วพบว่า ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากความไม่ชัดเจนของกฎหมายโดยเฉพาะประเด็นของ มาตรา 57 ที่เนื้อหาและข้อความยังไม่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องของการระบุเรื่องเจตนาการกระทำ ซึ่งตามเจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการที่จะปกป้องรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำ แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดเรื่องเจตนาการกระทำผิดไว้ ทำให้ผู้ที่ทำการประมงที่มีสัตว์น้ำขนาดเล็กติดอวนมาด้วยถูกตีความว่ากระทำผิดไปด้วย ซึ่งเป็นเรื่องหนึ่งที่จะต้องหาแนวทางแก้ไขเรื่องเนื้อหาข้อความในข้อกฎหมายดังกล่าว ด้วยการตั้งคณะกรรมขึ้นมาดูแลโดยเร็ว นอกจากนั้น ก็มีปัญหาความเข้าใจระเบียบหลักเกณฑ์เกี่ยวกับอวนที่ผิดพลาดของเจ้าหน้าที่จนนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดีชาวประมง ทั้งๆ ที่ไม่ได้กระทำผิด ซึ่งอธิบดีกรมประมงรับว่าจะรีบไปดำเนินการแก้ไขโดยด่วน

นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการตีความที่ไม่ถูกต้องชัดเจนเรื่องอำนาจหน้าที่ของคณะทำงาน เช่น อนุกรรมการต่างๆ ภายใต้การทำงานของคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและชาวประมงได้ ซึ่งเห็นว่าเรื่องนี้จะต้องไปดำเนินการทำความใจเรื่องอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดที่จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของหน่วยงาน และมีผลถึงความเดือดร้อนของประชาชนด้วย ทั้งนี้ตนได้ให้แนวทางกับอธิบดีกรมประมงไปดำเนินการแก้ไขแล้ว ซึ่งจะได้เชิญเจ้าหน้าที่หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้เพื่อมาตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่ง

“เรื่องนี้ผมเห็นใจทั้งสองฝ่าย เพราะเจ้าหน้าที่เองก็ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย แต่กฎหมายบางข้อที่ถูกเขียนขึ้นก็ยังไม่ชัดเจน กฎหมายบางอย่างถ้าใช้เกินความจำเป็นก็จะทำให้ประชาชนเดือดร้อน ขณะเดียวกันก็ยังมีความเข้าใจกฎหมายและระเบียบหลักเกณฑ์ที่ไม่ถูกต้องของเจ้าหน้าที่บางคนจนนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดีที่ไม่ถูกต้อง สิ่งสำคัญที่สุดคือ ทำอย่างไรถึงจะไปด้วยกันได้ เราก็ต้องส่งเสริมให้กิจการประมงเขาไปได้ ชาวประมงเองก็ต้องรู้ว่าไม่ไปทำลายสัตว์น้ำ ถึงจะทำมาหากินก็ต้องให้โอกาสปลาโตขึ้นมา ผมเชื่อว่าไม่มีใครต้องการทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายปัจจุบันโทษหนัก นอกจากพวกที่ตั้งใจเป็นโจรทำผิดกฎหมายอันนั้นก็ต้องเอาให้หนัก แต่คนที่เขาทำมาหากิน ผิดพลาดบ้าง เข้าใจผิดบ้าง หรือเจ้าหน้าที่เองเข้าใจหลักเกณฑ์ผิดบ้าง อันนี้ต้องหาทางทำความเข้าใจกัน” นายพีระพันธุ์ กล่าว

เกษตรฯจับมือมท.ขับเคลื่อน การจัดทำบัญชีเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/675754

วันศุกร์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย ร่วมให้เกียรติเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการ “ชุมชนคนทำบัญชี เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน” หนุนครูบัญชีอาสา สอนแนะความรู้การจัดทำบัญชีแก่ประชาชนในชุมชนพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกอำเภอทั่วประเทศ ระหว่างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรฯ กับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย โดยมีนายอำพันธุ์ เวฬุตันติ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และนายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าว ที่กระทรวงเกษตรฯ

น.ส.มนัญญากล่าวว่า ได้ขับเคลื่อนโยบายการส่งเสริมการทำบัญชี เพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนให้เกษตรกรและประชาชน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จึงกำชับให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ขับเคลื่อนการนำระบบบัญชีไปวางรากฐานในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร รวมถึงลูกหลานของเกษตรกรด้วย เพื่อจะได้นำไปใช้ในการวางแผนการใช้จ่ายเงินในอนาคต ช่วยเสริมสร้างศักยภาพด้านการประกอบอาชีพเกษตรกรรมให้เกษตรกรได้อย่างมั่นคงและเป็นโอกาสในการต่อยอดสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังสนับสนุนและพัฒนาให้อาสาสมัครเกษตรกรด้านบัญชี หรือครูบัญชีอาสา ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 7,636 รายทั่วประเทศ เป็นตัวแทนขับเคลื่อนการถ่ายทอดความรู้การจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายในครัวเรือน และบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพแก่เกษตรกร และประชาชนทั่วไป รวมถึงเยาวชน ได้มีความรู้พื้นฐานในเรื่องบัญชี รู้จักความพอมี พอกินพอใช้ วางแผนการใช้จ่ายได้อย่างสมเหตุสมผล สามารถนำข้อมูลไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในครอบครัวและชุมชน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยปี 2565 กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อส่งเสริมการจัดทำบัญชี ให้ขยายผลไปในทุกกลุ่มเป้าหมายแล้วกว่า 64,000 รายซึ่งความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงมหาดไทย ครั้งนี้ เป็นการบูรณาการครั้งสำคัญที่เติมเต็มความรู้การจัดทำบัญชีให้กับประชาชน

ด้าน นายอำพันธ์กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือโครงการ “ชุมชนคนทำบัญชี เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน” เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม–ธันวาคม 2565 ในส่วนของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จะกำหนดหลักสูตรการอบรม สนับสนุนสมุดบัญชี และสื่อการสอน จัดครูบัญชีอาสา เป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้การจัดทำบัญชีตามหลักสูตรที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์กำหนด และกำกับ ติดตามประเมินผล การจัดทำบัญชีของกลุ่มเป้าหมาย ส่วนองค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่น จะเป็นผู้คัดเลือกผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการ 10–30 คนต่อรุ่น/ชุมชน และสนับสนุนงบประมาณการจัดอบรม โดยประสานงานกับสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ในจังหวัดนั้นๆ เพื่อให้คำแนะนำการดำเนินกิจกรรมให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามโครงการ ทั้งนี้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากครูบัญชีอาสา ผู้นำชุมชน ผู้นำเกษตรกร ในการส่งเสริมการจัดทำบัญชี

ชุมทางอีสาน : 26 สิงหาคม 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/675756

ชุมทางอีสาน : 26 สิงหาคม 2565

ชุมทางอีสาน : 26 สิงหาคม 2565

วันศุกร์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

nn…ยามศึกเรารบ ยามสงบเราพัฒนา ขอนแก่นหลายพื้นที่น้ำท่วมหนัก พล.ต.วรพินิจ ขันธุปัฏน์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร์ ได้สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 23 จัดกองพันมณฑลทหารบกที่ 23 กำลังพลจากกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย และกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน 48 นายนำเรือท้องแบน 4 ลำ รถยนต์บรรทุก 4 คัน ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงพื้นที่น้ำท่วม อ.บ้านแฮด แจ้งเตือนประชาชนให้ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง สั่งให้ พ.อ.อวยชัย เอกะกุล ผู้บังคับกองพันมณฑลทหารบกที่ 23 ลงพื้นที่สำรวจความเดือดร้อนของประชาชนและประสานกับหน่วยงานราชการในพื้นที่เพื่อวางแผนร่วมกันในการจัดการน้ำและ ป้องกันน้ำท่วม ทำให้ชาวบ้านต่างชื่นชมทหารรั้วของชาติที่ออกช่วยเหลือชาวบ้านยามทุกข์ยากเดือดร้อน อย่างนี้ต้องขอยกนิ้วให้ครับ…

nn ขอแสดงความยินดีกับ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณหน่วยงานต้นแบบการจัดซื้อจัดจ้าง SME ในมิติของจำนวนเงิน และสัดส่วนการจัดซื้อจัดจ้างให้กับหน่วยงานภาครัฐ ประจำปี 2564 จากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) โดยการนำของ รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ศ.ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ (ผู้แทนอธิการบดี) เป็นผู้เข้ารับโล่เกียรติคุณจากสุพัฒนพงษ์พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานมอบ ในงาน SME-GP Day “รัฐพร้อมซื้อ SME พร้อมขาย” ณ อาคารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา…

nn และ ขอแสดงความยินดีกับ ศ.สมชาย ปิ่นละออ ที่ได้รับรางวัลนักวิจัยเกียรติคุณสารสิน ประจำปี 2564 พิธีมอบรางวัลจัดขึ้น โดยฝ่ายวิจัย และ บริการวิชาการ กองบริหารงานวิจัย มข. ณ โรงแรมพูลแมน ออคิด บอลรูม ขอนแก่น…

nn ศ.สมชาย บอกว่า นักวิจัยต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตในผลงาน ยึดหลักความถูกต้องตามหลักวิชาการ  “งานวิจัยที่ภูมิใจที่สุด คือ งานการศึกษาเกี่ยวกับกลไกการเกิดโรคพยาธิใบไม้ในตับ และทำให้เป็นมะเร็งท่อน้ำดี การศึกษาในสัตว์ทดลองตั้งแต่การป้อนหนูให้เป็นมะเร็งท่อน้ำดีในสัตว์ทดลอง และได้แสดงหลักฐานต่างๆ จนกระทั่งพิสูจน์ให้เห็นว่า การเกิดพยาธิใบไม้ตับเป็นสาเหตุหลักของการเป็นมะเร็งท่อน้ำดี และผลงานที่เกิดขึ้นทำให้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Q1 และผลงานของงานนี้ได้นำไปเป็นนโยบายแห่งชาติและผลักดันไม่ให้เกิดผลกระทบในสังคม ในสถาบันมะเร็งท่อน้ำดีซึ่งมีการศึกษาอยู่ในขณะนี้”

สมใจ นามสุดตา

หม่อนไหมเปิดประชุม ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ ผลงานวิจัย-นวัตกรรม พัฒนางานหม่อนไหม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/675752

วันศุกร์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายวัชรพงษ์ แก้วหอม รองอธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการประจำปี 2565 ว่า การประชุมวิชาการก่อให้เกิดโอกาสที่นักวิชาการภายในและภายนอก กรมหม่อนไหม จะได้รับทราบผลงานวิชาการเชิงนวัตกรรมของกรมหม่อนไหม เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกันสามารถมีงานวิจัยเชิงรุกและพัฒนาต่อยอดจากองค์ความรู้ให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาตามกรอบยุทธศาสตร์ การพัฒนาประเทศในระยะยาว 20 ปี และโมเดลในการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย หรือไทยแลนด์ 4.0 โดยใช้นวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ทำให้งานวิจัยมีจุดแข็งและเพิ่มคุณค่าให้แก่ผลงาน เป็นการเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันแก่เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมของประเทศไทย

สำหรับการประชุมวิชาการหม่อนไหมในปีนี้ เป็นเวทีในการนำเสนอผลงานวิชาการและนวัตกรรมด้านหม่อนไหมที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ และดำเนินการแล้วเสร็จในปีที่ผ่านมา ทั้งผลงานวิชาการที่ดำเนินการโดยบุคลากรของกรมหม่อนไหม และผลงานวิชาการที่บุคลากรของกรมหม่อนไหมร่วมดำเนินการกับหน่วยงานอื่น โดยคัดเลือกจากผลงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทั้งในด้านการเกษตรและในเชิงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตหม่อนไหมของเกษตรกรและผู้ประกอบการ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วยนักวิชาการจากกรมหม่อนไหม หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง สถาบันการศึกษา เกษตรกรและผู้ประกอบการ รวม 120 คน

สกู๊ปพิเศษ : ‘มหกรรมมหาวิทยาลัยขอนแก่นบริการชุมชน’ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/675753

สกู๊ปพิเศษ : ‘มหกรรมมหาวิทยาลัยขอนแก่นบริการชุมชน’ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย!

สกู๊ปพิเศษ : ‘มหกรรมมหาวิทยาลัยขอนแก่นบริการชุมชน’ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย!

วันศุกร์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ได้จัดการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรม “มหกรรมมหาวิทยาลัยขอนแก่นบริการชุมชน” ในโครงการ KKU CSV  มหาวิทยาลัยขอนแก่นร่วมสร้างคุณค่าสู่สังคม ประจำปีงบประมาณ 2565 โดยมี อาจารย์ณัฐสมล  ธนกุลรังสฤษดิ์  ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นประธานในที่ประชุม และมีผู้บริหาร และตัวแทนจากคณะ หน่วยงาน ภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น  บุคลากรกองสื่อสารองค์กร และเครือข่ายสื่อและวิทยุมวลชน เข้าร่วมประชุม ที่ ห้องประชุมสารสิน อาคารสิริคุณากร สำนักงานอธิการบดี      

อาจารย์ณัฐสมล ธนกุลรังสฤษดิ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า ในที่ประชุมได้ร่วมลงมติเห็นชอบในการจะจัดกิจกรรม “มหกรรมมหาวิทยาลัยขอนแก่นบริการชุมชน” ประจำปี 2565 ขึ้น ในวันที่ 16 กันยายน 2565 ณ สถานีรถไฟจังหวัดขอนแก่น นับเป็นโอกาสดีที่คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ร่วมสร้างคุณค่าสู่สังคม และเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างมหาวิทยาลัยขอนแก่นและชุมชน  

มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีโครงการดีๆ โดยจะนำองค์ความรู้ และการบริการสู่ชุมชนสำหรับประชาชนในจังหวัดขอนแก่น โดยจะจัดกิจกรรมหลากหลายสำหรับทุกวัย ทั้งผู้ใหญ่ เด็ก นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป มีหลายคณะ/หน่วยงานแจ้งร่วมกิจกรรมเปิดบูธให้บริการประชาชน อาทิ ในด้านสุขภาพ จะมีคณะแพทยศาสตร์ จะให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก การให้ความรู้เรื่องการเตรียมตัวเข้าห้องผ่าตัด การปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐานการฝังเข็ม การตรวจคัดกรองมะเร็งท่อน้ำดี ความรู้ด้านการดูแลหัวใจของศูนย์หัวใจสิริกิติ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไปจนถึงการตรวจรักษาสุขภาพช่องปากโดยทีมแพทย์คณะทันตแพทยศาสตร์มีบูธของคณะเทคโนโลยี จะให้บริการด้านอุตสาหกรรมเกษตร ด้านอาหาร การประกอบอาหาร การแปรรูปอาหาร และการตรวจคุณภาพน้ำในบ้านเบื้องต้น  

“นอกจากนั้น  ยังมีการให้ความรู้ในเรื่องของการประกอบการต่างๆ ในเรื่องวิชาชีพ ความรู้ใกล้ตัวด้านกฎหมาย โดยทีมนิติกรของกองกฎหมาย ความรู้ด้านเด็กสมาธิสั้น พัฒนาการเรียนรู้ช้า มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาจากคณะศึกษาศาสตร์  พร้อมกับจัดกิจกรรมการฝึกทักษะสำหรับเด็กเล็ก มีกิจกรรมเปิดประสบการณ์ในโลกเสมือนทางดิจิทัล หรือ metaverse experience ของสำนักหอสมุด สำหรับผู้ที่มีสัตว์เลี้ยง สามารถนำสัตว์เลี้ยงไปตรวจสุขภาพ  ตรวจโรคเห็บหมัด  และรับวัคซีนพิษสุนัขบ้าฟรี รวมถึงการรับคำปรึกษาได้ นับว่าเป็นกิจกรรมใหญ่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นจะนำองค์ความรู้ไปให้บริการสำหรับตอบสนองความต้องการของประชาชนทุกกลุ่มช่วงวัย โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น” อาจารย์ณัฐสมล  ธนกุลรังสฤษดิ์ กล่าว 

สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถมาร่วม “มหกรรมมหาวิทยาลัยขอนแก่นบริการชุมชน” ได้ในวันที่ 16 กันยายน 2565 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไปณ สถานีรถไฟจังหวัดขอนแก่น ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย! 

เกษตรฯ-หอการค้าเร่งเพิ่มมูลค่าส่งออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/675755

วันศุกร์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์ปฏิรูปภาคเกษตรของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ที่มุ่งขยายความร่วมมือกับทุกภาคีภาคส่วน มีกำหนดประชุมกับหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อหารือแนวทางและโครงการขยายความร่วมมือในทุกมิติ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ในการยกระดับภาคเกษตรกรรมสู่เกษตรมูลค่าสูง เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เพิ่มรายได้เกษตรกร และเพิ่มมูลค่าการค้าการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารสู่เป้าหมายประเทศผู้ส่งออกอาหารท็อปเทนของโลก และมหาอำนาจอาหารภายในปี 2030 โดยตนได้หารือกับนายสนั่นอังอุบลกุล ประธานหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และคณะ

ทั้งนี้ สำหรับประเด็นการหารือจะเกี่ยวกับการขยายความร่วมมือในโครงการที่ผ่านมา เช่น โครงการ 1 ไร่ 1 แสน และแนวทางความร่วมมือใหม่ๆ เช่น การส่งเสริมระบบการค้าสินค้าเกษตรที่เสรีและเป็นธรรม การพัฒนาธุรกิจเกษตรครอบคลุมถึงระบบตลาดสินค้าเกษตรแบบออนไลน์และออฟไลน์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการสร้างแบรนด์ การพัฒนาระบบประมูลสินค้าเกษตร ระบบโลจิสติกส์สินค้าเกษตร ทั้งในและต่างประเทศ การส่งเสริมเกษตรพันธสัญญา และระบบประกันภัยพืชผล รวมทั้งความร่วมมือด้านการพัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตร การปฏิรูประบบอำนวยความสะดวกทางการค้า การส่งเสริมระบบเกษตรกรรมยั่งยืน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การสนับสนุนส่งเสริมการวิจัยพัฒนาและการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีเกษตร และนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษาผลผลิตการเกษตรโดยเฉพาะระบบควบคุมความเย็น (Cold Chain) และการวิจัยตลาดนำการผลิต การส่งเสริมนโยบายอาหารแห่งอนาคตเพื่อพัฒนาผลผลิตพืชประมงปศุสัตว์สู่เกษตรมูลค่าสูง

ชลประทานลุยตรวจอ่างน้ำ แก้ปัญหาเมืองมะขามหวาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/675757

วันศุกร์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมคณะ ลงพื้นที่สำรวจสภาพพื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำทิน จ.เพชรบูรณ์ เพื่อเข้าตรวจสอบโครงการและสภาพแวดล้อมโดยรอบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการนำเสนอรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม

นายเฉลิมเกียรติกล่าวว่า โครงการอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านเขาขาด ต.ตะเบาะ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ เก็บกักน้ำได้ประมาณ 15.65 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) มีพื้นที่รับประโยชน์ 11,631 ไร่ พื้นที่ชลประทานฤดูฝน 10,050 ไร่ และพื้นที่ชลประทานฤดูแล้ง 3,518 ไร่ ครอบคลุม 13 หมู่บ้าน 2 ตำบล คือ ต.ตะเบาะ
และ ต.น้ำร้อน อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ เมื่อแล้วเสร็จ จะเป็นแหล่งเก็บกักนำไว้ใช้ในการเพาะปลูกในพื้นที่เกษตรกรรมซึ่งขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง เป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำหรับอุปโภค-บริโภคของประชาชน ตลอดจนสัตว์เลี้ยงตลอดลำน้ำทิน รวมถึงป้องกันและบรรเทาความเสียหายจากอุทกภัยในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยพัฒนาอาชีพและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น