‘ปศุสัตว์-ศุลกากร’ยกพลร่วมบุกจับยึด-ทำลาย‘เนื้อ’ลักลอบนำเข้ากว่า 9.45 ตัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/671138

‘ปศุสัตว์-ศุลกากร’ยกพลร่วมบุกจับยึด-ทำลาย‘เนื้อ’ลักลอบนำเข้ากว่า 9.45 ตัน

วันพฤหัสบดี ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.10 น.

‘ปศุสัตว์-ศุลกากร’ยกพลร่วมบุกจับยึด-ทำลาย‘เนื้อ’ลักลอบนำเข้ากว่า 9.45 ตัน

4 สิงหาคม 2565 นายสัตว์แพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์มีหน้าที่ในการป้องกันและควบคุมโรคระบาดในสัตว์ กำกับดูแลกระบวนการผลิตสินค้าปศุสัตว์ให้มีคุณภาพมาตรฐานอาหารปลอดภัยต่อผู้บริโภค และบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 ได้ตรวจสอบเข้มงวดในการนำเข้าซากสัตว์และการเคลื่อนย้ายสัตว์ เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าซากสัตว์ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวังและควบคุมโรคระบาดในสัตว์ ขบวนการลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์และชิ้นส่วนที่ผิดกฎหมายจากต่างประเทศ ที่ไม่มีเอกสารการเคลื่อนย้ายหรือขออนุญาต หรือโดยสำแดงเท็จว่าเป็นสินค้าอื่น จึงได้กำชับสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์พร้อมหน่วยงานในพื้นที่ดำเนินการตรวจสอบ รายงานและดำเนินการลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง

ล่าสุดด่านกักกันสัตว์หนองคาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนปราบปรามประจำพื้นที่ภาคอีสาน ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม 2 ส่วนสืบสวนปราบปราม 1 กองสืบสวนและปราบปราม และเจ้าหน้าที่ศุลกากร สำนักงานศุลกากรจังหวัดหนองคาย ได้ดำเนินการยึดซากสัตว์ทั้งหมดรวม 9,454 กิโลกรัม

โดยวันที่ 14 กรกฎาคม 2565 ได้ตรวจยึดสินค้าซากสัตว์ทั้งหมดจำนวน 5,176 กิโลกรัม เป็นชิ้นส่วนหูสุกรแช่แข็ง จำนวน 40 กล่อง น้ำหนัก 480 กิโลกรัม ตีนไก่แช่แข็ง จำนวน 58 กล่อง น้ำหนัก 696 กิโลกรัม เนื้อสุกรแช่แข็ง จำนวน 4,000 กิโลกรัม

วันที่ 25 กรกฎาคม 2565 ได้ตรวจยึดสินค้าประเภทซากสัตว์ทั้งหมด 4,278 กิโลกรัม เครื่องในไก่แช่แข็ง (กึ๋นไก่) กล่องละ 16 กิโลกรัม จำนวน 98 กล่อง น้ำหนัก 1,568 กิโลกรัม เครื่องในไก่แช่แข็ง (กึ๋นไก่) กล่องละ 10 กิโลกรัม จำนวน 20 กล่อง น้ำหนัก 200 กิโลกรัม และชิ้นส่วนไก่แช่แข็ง (ตีนไก่) กล่องละ 10 กิโลกรัม จำนวน 251 กล่อง น้ำหนัก 2,510 กิโลกรัม

ในการกระทำความผิดตามมาตรา 242 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558  เพื่อเป็นการปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างกรมปศุสัตว์กับกรมศุลกากร เรื่องปฏิบัติเกี่ยวกับกรณีที่มีการจับกุมดำเนินคดีลักลอบนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักร ด่านศุลกากรจึงขอส่งมอบของกลางดังกล่าว ให้กับด่านกักกันสัตว์หนองคาย เพื่อดำเนินการตามอำนาจต่อไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์หนองคายได้รับมอบของกลางดังกล่าว และดำเนินการทำลายของกลางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อาศัยอำนาจตามระเบียบกรมปศุสัตว์ ว่าด้วยการดำเนินการกับสัตว์หรือซากสัตว์ของกลางที่เป็นโรคระบาดหรือเป็นพาหะของโรคระบาด ซึ่งถูกยึดหรืออายัดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์หรือตามกฎหมายอื่น พ.ศ. 2558

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการตรวจสอบคุมเข้มป้องกันการลักลอบนำเข้า ทำลายแหล่งเนื้อเถื่อน และลงโทษผู้กระทำความผิด นอกจากนี้ได้ตรวจสอบห้องเย็นเพื่อกันการกักตุนสินค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลเพิ่มเติม สามารถแจ้งได้ที่แอปพลิเคชัน DLD 4.0 หรือสายด่วนกรมปศุสัตว์ 063-225 -6888 ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

-005

วช.หนุน มช. ขับเคลื่อนงานวิจัยมุ่งเป้า Spearhead ด้านสังคม โชว์ผลงานในมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/671089

วช.หนุน มช. ขับเคลื่อนงานวิจัยมุ่งเป้า Spearhead ด้านสังคม โชว์ผลงานในมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 13.22 น.

วช.หนุน มช. ขับเคลื่อนงานวิจัยมุ่งเป้า  Spearhead  ด้านสังคม  พร้อมโชว์ผลงานเด่นในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565  เผยนวัตกรรมนักวิจัยไทย “เครื่องประเมินความสมดุลแรงกดน้ำหนักพร้อมการสื่อสารแบบไร้สาย” นอกจากช่วยบุคลากรทางการแพทย์วินิจฉัยความผิดปกติจากโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยเก็บข้อมูลไว้ในประเทศไทย

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง  ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า  กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม  โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ให้ทุนสนับสนุนคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ภายใต้โครงการวิจัยแบบบูรณาการยุทธศาสตร์เป้าหมาย (Spearhead) ด้านสังคม  ในการขับเคลื่อนงานวิจัยที่มีเป้าหมายหลักเพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ ซึ่งโครงการได้มีพัฒนาระบบทางการแพทย์อย่างต่อเนื่องทั้งภาวะฉุกเฉินที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุและการบาดเจ็บ และจากโรคภัยไข้เจ็บโดยเฉพาะกลุ่มโรคเรื้อรัง ซึ่งถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ 

ทั้งนี้ภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565  คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ได้มีการนำผลงานภายใต้โครงการ Spearhead  ดังกล่าวเข้าร่วมจัดแสดง โดยมีผลงานที่น่าสนใจ อย่างเช่น   “โครงการพัฒนาเครื่องประเมินความสมดุลแรงกดน้ำหนักพร้อมการสื่อสารแบบไร้สาย”  ผลงานของ “รองศาสตราจารย์ ดร.นิพนธ์  ธีรอำพน”  จากสถาบันวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ที่พัฒนาขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับบุคลากรทางแพทย์ ในการวัดแรงกด ณ  บริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวินิจฉัยความผิดปกติที่เกิดจากโรคหลอดเลือดสมอง(Stroke) ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการแขนขาอ่อนแรง เสียการทรงตัวจากหลอดเลือดในสมองมีภาวะตีบ อุดตัน หรือแตกทำให้เนื้อเยี่อในสมองถูกทำลาย การวินิจฉัยอย่างที่ถูกต้องและรวดเร็วจะเป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูสภาพร่างกายของผู้ป่วยและลดภาวะพิการและทุพพลภาพได้

สำหรับการวิจัยดังกล่าว ผู้วิจัยได้มีการพัฒนาเครื่องประเมินความสมดุลแรงกดน้ำหนักพร้อมการสื่อสารแบบไร้สาย   สำหรับโทรศัพท์มือถือระบบแอนดรอยด์ รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเครื่องฯ ไปใช้  ก่อนที่จะผลิตและ ทดสอบความแม่นยำ เที่ยงตรง และประสิทธิภาพของตัวเครื่องฯ    และได้นำส่งให้ผู้เชี่ยวชาญทดสอบเพื่อประเมินความเป็นได้ในการใช้งานแล้ว 2 ทีมจำนวน 10 เครื่อง  คือ  ทีมนักกายภาพ โรงพยาบาลสันทราย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่  และทีมนักกายภาพ โรงพยาบาลสารภีบวรพัฒนา อ.สารภี จ.เชียงใหม่  ผลการทดสอบพบว่า อุปกรณ์สามารถวัด Weight balance ของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

ส่วนจุดเด่นของงานวิจัยนี้  คือ เครื่องสามารถส่งข้อมูลเข้ามือถือระบบแอนดรอยด์ได้  ทำให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถนำข้อมูลการลงน้ำหนักเท้าแต่ละข้างของคนไข้ ไปใช้ประกอบการวินิจฉัยความผิดปกติ หรือใช้ประกอบการฟื้นฟูผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว  

และที่สำคัญเครื่องดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นในประเทศโดยคนไทย จึงเป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีของประเทศไทย ข้อมูลซึ่งไม่สามารถประเมินค่าได้ทั้งหมดจะถูกจัดเก็บไว้ในประเทศ  สามารถพัฒนาต่อยอดหรือเสริมสมรรถนะของระบบได้เองตามความต้องการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ปัจจุบันผลงานวิจัยนี้มีการขยายผลเชิงพาณิชย์แล้วทั้งในระดับโรงพยาบาล และภาคครัวเรือน เพื่อเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยบุคลากรทางการแพทย์ในการวินิจฉัย และฝึกกายภาพสำหรับผู้ที่มีความจำเป็นต้องปรับการลงน้ำหนักเท้าให้สมดุล 

 สนใจ ชมได้ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ2565 ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง  1-5 สิงหาคมนี้  ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ 

อ.ส.ค.รุกจัดการของเสียฟาร์มโคนม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/670946

วันพฤหัสบดี ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้นายสมพร ศรีเมือง ผอ.องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) จัดทำโครงการบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวมีความก้าวหน้าอย่างมาก โดย อ.ส.ค.เตรียมนำผลการศึกษาไปขยายผลร่วมกับสหกรณ์โคนม และเครือข่ายวิชาการจากมหาวิทยาลัย ซึ่งผลจากการศึกษาทำให้ได้รูปแบบการเลี้ยงโคนมที่ช่วยในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากของเสียในฟาร์มโคนม เช่น มูลโค และน้ำทิ้ง ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ซึ่งเป็นโมเดลใหม่ของการเลี้ยงโคนมในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ The circular dairy farming model ที่ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ลดปัญหาด้านมลภาวะจากของเสียในฟาร์ม โดยจะจัดทำศูนย์เรียนรู้ด้านเศรษฐกิจหมุนในฟาร์มโคนมให้เป็นที่ศึกษาดูงานขึ้น 1 แห่ง ใน อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

นายสมพรกล่าวต่อว่า สำหรับปีงบประมาณ 2565 บพข.ภายใต้แผนงานกลุ่มเศรษฐกิจหมุนเวียนยังได้จัดสรรงบประมาณร่วมทุนวิจัยกับ อ.ส.ค.ลงทุนพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าการใช้ประโยชน์จากมูลโคและสร้างมูลค่าเพิ่มให้เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น กระถางปลูกต้นไม้ที่ย่อยสลายง่าย อิฐบล็อกประสานเพื่อการตกแต่ง โดยคาดหวังให้เกิดผลลัพธ์ 4 ด้าน คือ 1.ด้านโมเดลแบรนด์สินค้า และรูปแบบผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 2.ด้านต้นแบบโรงงาน สายการผลิต และเครื่องจักรรองรับการผลิต ผลิตภัณฑ์กลุ่มอิฐและกระถาง 3.ผลประเมินความคุ้มค่าในการลงทุนนวัตกรรมระบบสร้างมูลค่าจากมูลโค และ 4.คู่มือส่งเสริมการลงทุนระบบผลิตอิฐและกระถางจากมูลโคจากฟาร์มโคนมเศรษฐกิจหมุนเวียน

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าผลสำเร็จของโครงการดังกล่าวจะสร้างชุดความรู้และกลไกระบบงานจัดการความรู้ให้ อ.ส.ค.ที่สามารถวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีบนความเชี่ยวชาญขององค์กร ส่งเสริม ถ่ายทอด และสนับสนุนความสำเร็จได้

กรมชลฯรับมือฝนตกหนัก เฝ้าระวังน้ำท่วมน้ำป่าหลาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/670947

วันพฤหัสบดี ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าได้กำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ จัดเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ในพื้นที่เสี่ยง กรณีฝนตกหนัก หรือลมกระโชกแรงจนส่งผลกระทบต่ออาคารชลประทาน และทรัพย์สินของทางราชการให้เร่งเข้าไปดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ รวมถึงตรวจสอบอาคารชลประทานให้มีสภาพพร้อมใช้งานเต็มศักยภาพ บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และอ่างเก็บน้ำขนาดกลางให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม บูรณาการร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แจ้งเตือนประชาชนเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำ เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ตลอดจนเตรียมความพร้อมของเครื่องจักร เครื่องมือ รถแบ๊กโฮ/รถขุด รถเทรลเลอร์ เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ ในพื้นที่เสี่ยง ให้สามารถช่วยเหลือได้ทันที

ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 41,125 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือ 54% ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้อีก 34,960 ล้านลบ.ม.เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์)มีปริมาณน้ำรวมกัน 9,738 ล้านลบ.ม. หรือ 39% ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้อีก 15,133 ล้านลบ.ม.

ปลัดเกษตรฯร่วมกำจัดภัย ให้โรคพิษสุนัขบ้าหมดไปจากไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/670948

วันพฤหัสบดี ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดงานโครงการปศุสัตว์ร่วมใจกำจัดภัยโรคพิษสุนัขบ้า เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานฯประจำปีงบประมาณ 2565 ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยมีนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ศูนย์ราชการกรมปศุสัตว์ จ.ปทุมธานี ว่าโครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความครอบคลุมในการผ่าตัดทำหมันและฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า โดยมีสถานพยาบาลสัตว์ร่วมดำเนินการตามเป้าหมายของโครงการฯ เพื่อให้ประชาชน หรือเจ้าของสัตว์เลี้ยง สามารถได้รับบริการ เข้าถึงจุดให้บริการผ่าตัดทำหมันและฉีดวัคซีนได้อย่างทั่วถึงและครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด และเพื่อให้เจ้าของสัตว์และประชาชนมีความรู้เรื่องโรคพิษสุนัขบ้าและสามารถเฝ้าระวัง ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์เลี้ยงและดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากโรคได้ รวมถึงส่งเสริมให้ประชาชนมี “การเลี้ยงสัตว์อย่างถูกวิธีมีความรับผิดชอบ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าในคนและสัตว์”

“กรมปศุสัตว์ ได้จัดทำโครงการปศุสัตว์ร่วมใจกำจัดภัยโรคพิษสุนัขบ้า ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าโดยเป็นความร่วมมือทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน เครือข่ายสถานพยาบาลสัตว์ เครือข่ายวิชาชีพการสัตวแพทย์ เจ้าของสัตว์เลี้ยง และประชาชน ร่วมดำเนินการในกิจกรรมการผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า การประชาสัมพันธ์ให้ความรู้โรคพิษสุนัขบ้า และส่งเสริมให้ประชาชนมีการเลี้ยงสัตว์อย่างถูกวิธีและมีความรับผิดชอบ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าในคนและสัตว์ รวมถึงการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงทั่วประเทศ เพื่อให้การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุม และกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ประเทศไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้าได้ตามพระปณิธานฯ” ดร.ทองเปลว กล่าว

สำหรับกิจกรรมภายในงาน มีการปล่อยคาราวานอาสาปศุสัตว์ และทีมสัตวแพทย์ออกปฏิบัติงานบริการประชาชน การผ่าตัดทำหมันสุนัข-แมว การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ การรักษาพยาบาลสัตว์ การให้ความรู้คำแนะนำเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า และการจัดนิทรรศการ เป็นต้น โดยคาดว่าจะทำให้สุนัขและแมวได้รับการผ่าตัดทำหมัน เพื่อควบคุมและลดประชากรสัตว์กลุ่มเสี่ยงโรคพิษสุนัขบ้าซึ่งเป็นการตัดวงจรของโรคพิษสุนัขบ้าไม่ให้ก่ออันตรายสู่คน รวมทั้งให้สัตว์ได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า มีการดูแลสุขภาพสัตว์อย่างทั่วถึง ส่งผลให้อัตราการพบโรคพิษสุนัขบ้าในประเทศไทยลดลง

‘เฉลิมชัย’รุดสางปัญหา เกษตรกรชาวสวนยาง ส่ง‘ธนา’ถกเครือข่ายฯ พร้อมแก้ไขเป็นรูปธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/670949

วันพฤหัสบดี ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังได้รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ให้เข้าพบกลุ่มเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ซึ่งนำโดย นายประทบ สุขสนาน รองประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย/ประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง จ.ตรัง และประธานชุมนุมสหกรณ์ จ.ตรัง ที่กระทรวงเกษตรฯ เพื่อหารือและรับหนังสือข้อเรียกร้องจากกลุ่มเครือข่ายสถาบันเกษตรกรฯ ที่มีรายละเอียด ดังนี้ 1.ให้กระทรวงเกษตรฯ เร่งแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ 2.ให้กระทรวงเกษตรฯ ส่งเสริมการใช้ยางพาราภายในประเทศอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพารา

3.ให้การยางแห่งประเทศไทย ดำเนินการจัดหาปุ๋ยให้เกษตรกรแทนการจ่ายเงินชดเชยค่าปุ๋ยบำรุง โดยโอนเข้าบัญชีเกษตรกรเป็นรายบุคคล และ 4.ให้การยางแห่งประเทศไทย ปรับการใช้ชนิดปุ๋ย จากการใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว เป็นการใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ หรือปุ๋ยอินทรีย์เคมี โดยให้เป็นไปตามสูตรปุ๋ยเคมีแต่ละพื้นที่ซึ่งมีคุณภาพตามมาตรฐานทางวิชาการรองรับ พร้อมจัดหาปุ๋ยภายในวงเงิน 891.86 ล้านบาท ตามปริมาณและความต้องการของแต่ละพื้นที่แต่ละสูตร และดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 โดยดำเนินการให้ทันตามระยะเวลาของแต่ละพื้นที่ และจัดทำแผนการบริหารความเสี่ยงสำรองกรณีการจัดหาปุ๋ยไม่ทันตามระยะเวลาและความต้องการของเกษตรกร

‘จุรินทร์’อัดกว่า 200 ล้าน ลุยช่วยชาวสวนลำไยดึงราคาขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/670912

‘จุรินทร์’อัดกว่า 200 ล้าน ลุยช่วยชาวสวนลำไยดึงราคาขึ้น

วันพุธ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.37 น.

‘จุรินทร์’อัดกว่า 200 ล้าน ลุยช่วยชาวสวนลำไยดึงราคาขึ้น เผยเกรดส่งออกและมัดปุ๊กราคากระเตื้องขึ้น 11-38% ส่วนรูดร่วงเกรดบี สูงกว่าปีก่อน 20% 

3 สิงหาคม 2565นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงราคาลำไยและราคาปุ๋ยว่า ลำไยมี 2 แบบ 1.ลำไยช่อ 2.ลำไยรูดร่วง ลำไยช่อมี 2 แบบ สำหรับการส่งออกที่เรียกว่า มัดปุ๊กขายในประเทศ ซึ่งอันนี้ไม่มีปัญหาปีนี้ราคาดีกว่าปีที่แล้วเยอะ เพราะเกรดส่งออกราคาดีกว่าปีที่แล้ว 21% สำหรับเกรดมัดปุ๊กทั่วไปราคาดีกว่าปีที่แล้ว 38% สำหรับในประเทศคือภาพรวม แต่ที่มีปัญหาคือลำไยรูดร่วง เพราะปีนี้ฝนตกชุกมาก ทำให้คุณภาพต่ำลง ประกอบกับลำไยรูดร่วงส่วนใหญ่เอาไปทำลำไยอบแห้งปรากฏว่าโรงอบแห้งของไทยชะลอการรับซื้อเพราะปีที่แล้วสต๊อกของไว้เยอะและเหลืออยู่มาก และที่ซ้ำเข้ามาคือจีนชะลอการรับซื้อเพราะเก็บสต๊อกปีที่แล้วไว้เยอะ  6 เดือนแรกของปีนี้เราส่งออกลำไยอบแห้งไปจีนบวกถึง 95% เกือบ 100% ทำให้ราคาลดลงมาสำหรับบางตัว ถ้าลำไยรูดร่วงเกรด AA ราคายังได้อยู่ เกรด B ราคาบวกถึง 20% แต่มีปัญหาคือเกรด A ที่ราคาลดลงมากระทรวงพาณิชย์เข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้อยู่ใน

ตอนนี้ เกรดรูดร่วง AA ตอนนี้ปรับเพิ่มเป็น 12 – 16 บาท/กก.แล้วในภาพรวม และเกรด A ที่มีปัญหามากสำหรับรูดร่วงที่ราคาปีที่แล้ว 4-7 บาท/กก.  ปีนี้เหลือ 4-6 บาท/กก. แต่กระทรวงพาณิชย์เข้าไปช่วยดูเกรด B ราคาดีกว่าปีที่แล้ว เกรด B ปีที่แล้ว 2-3 บาท/กก. ปีนี้ 2-4 บาท/กก. +20% แต่เกรด A มีปัญหาหนัก ตอนนี้ราคาขยับขึ้นเพราะกระทรวงพาณิชย์เข้าไปใช้วิธีเอาเงิน คชก.(คณะกรรมการบริหารกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร) ลงไปช่วย 200 กว่าล้านบาท โดยให้โรงงานลำไยอบแห้งช่วยรับซื้อ 100,000 ตันสดและมีจุดรับซื้อทั้งหมด 400 จุด ในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ ทำให้ราคาดีขึ้นสำหรับตัวที่มีปัญหา ส่วนเกรด AA ราคาอยู่ในช่วง 12-16 บาท/กก. เกรด A ราคาขยับขึ้นมาแต่ยังไม่ถึงกับดีมากแต่ B ขยับดีขึ้น

ตั้งแต่เดือน เม.ย.ถึง มิ.ย. ผลไม้ในภาคตะวันออกทั้งหมด เราเข้าไปช่วยเดิมตลาดใหญ่คือจีน แต่จีนมีปัญหาเรื่องด่านการขนส่งทางบกมีปัญหามาก เราปรับระบบการขนส่งให้ขนส่งทางเรือมากขึ้น และกระทรวงพาณิชย์ประสานกับสมาคมผู้ส่งออกสินค้าทางเรือ สมาพันธ์ สมาพันธ์โลจิสติกส์และเกษตรกร ล้ง ผู้ส่งออกทั้งหมดปรับ หาเที่ยวเรือและหาตู้คอนเทนเนอร์ให้ ทำให้ส่งออกไปจีนคล่องตัวมากขึ้นและราคาดีมากสำหรับปีนี้ เช่น หมอนทอง ภาคตะวันออกปี 64 ราคา 117 บาท/กก. ปีนี้เฉลี่ย 140 กว่าบาท/กก. ราคาดีขึ้น 22% ภาคใต้หมอนทอง ราคา +45% มังคุดผิวมัน +90% มังคุดคละ +114% เงาะโรงเรียน +168%  สับปะรดภูแลภาคเหนือ +20% สับปะรดโรงงาน +4% ลิ้นจี่จักรพรรดิ เกรด B +19% มะม่วงน้ำดอกไม้ +100% มะม่วงคละ +เกือบ50% 

ราคาที่ปรับดีขึ้นเพราะเราแก้ปัญหาทันท่วงทีและแก้ปัญหาเชิงรุก เข้าไปแก้ระบบการขนส่งทำให้ตัวเลขการส่งออกผลไม้ 6 เดือนแรกปีนี้ เพิ่มไปแตะ 120,000 ล้านบาท สำหรับตลาดจีนมีปัญหาเฉพาะการขนส่งทางบกเพราะจีนใช้นโยบาย Zero Covid ตรวจโควิดเข้มข้นมาก การส่งออกผลไม้ทางบกต้องผ่านลาวและผ่านเวียดนามเข้าด่านจีนต้องตรวจเข้มและรถติด เดี๋ยวปิด-เปิดเป็นอุปสรรคมาก ตนจึงปรับระบบการขนส่งมาใช้ทางเรือมากขึ้นประสบความสำเร็จอย่างยิ่งทำให้ระบายผลไม้ไปจีนได้คล่องตัวมากขึ้นในปีนี้ตัวเลขราคาขยับไปเยอะ 

และเรื่องราคาสินค้ากำลังดูอยู่ เช่น มาม่า ไวไว ยำยำ อั้นมาเยอะแล้ว ขอขึ้นมาซองละ 2 บาท จาก 6 บาทเป็น 8 บาท ตอนนี้กรมการค้าภายในช่วยดูอยู่ว่าจะทำอย่างไรให้สมดุลที่สุด ปรับน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้จนผู้ประกอบการไม่ถึงกับขาดทุนและเลิกผลิตจะกระทบของขาด ส่วนน้ำมันปาล์มขวดตอนนี้ราคาลดลงมาเยอะจาก 70 บาท/ขวด เหลือ 53-55 บาท/ขวด และอาจมีปรับลดลงไปอีก ปุ๋ยบางตัวก็เริ่มปรับลดลง เช่น ยูเรีย แต่บางตัวยังอยู่ในระดับที่สูงอยู่เพราะราคาแก๊สธรรมชาติยังไม่ปรับลดลงมา มาก 
เพราะช่วงที่ผ่านมาแก๊สธรรมชาติเพิ่มขึ้นถึง 195% และปุ๋ยก็ทำจากแก๊สธรรมชาติและค่าขนส่งก็ใช้น้ำมันทำให้ราคาสูง 

และสำหรับเรื่องปริมาณสินค้าถ้าอยู่ๆไปลดปริมาณไม่ตรงกับซองหรือ packageจริงจะผิดกฎหมาย ดำเนินคดี ตนเคยเดินไปตรวจในร้านขายของด้วยตนเอง สุ่ม 10-20 ชิ้นปรากฏว่าปีที่แล้วตรงหมดทุกอัน เพราะเขาเกรงกลัวกฎหมายถ้าทำเช่นนี้จะกระทบกับการผลิตและจะถูกดำเนินคดีถึงขั้นมีโทษหนักกรณีนี้ไม่น่าจะเกิด ยกเว้นปรับปริมาณและปรับราคาลงมา โดยต้องแจ้งให้ตรงกับ Package จริงที่กำหนดไว้ในซอง ถุง ตั้งแต่ต้นซึ่งยังไม่เจอ แต่ถ้าใครเจอแจ้ง 1569 เพราะเจ้าหน้าที่ตรวจตราตลอด พาณิชย์จังหวัด ทีมงานลงตรวจพื้นที่ทุกวันและตอนนี้กำลังจะเริ่มโครงการ พาณิชย์ลดราคา!ช่วยประชาชน Lot ที่ 20 จะลดราคา 30-50% เริ่มปลายสัปดาห์นี้หรือต้นสัปดาห์หน้า ทั้งกรุงเทพฯปริมณฑลและทุกจังหวัด ทั่วประเทศ เป็นคาราวานเคลื่อนที่ขายของถูก ซึ่งทำมาแล้ว 19 Lot ครั้งนี้จะเป็น Lot ที่ 20

ที่หนักใจที่สุดในช่วงนี้คือเรื่องราคาสินค้าเพราะได้รับผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ราคาน้ำมันราคาแก๊สเพิ่มสูงขึ้นกลายเป็นต้นทุนการผลิต การขนส่ง ผู้ประกอบการพยายามขอขึ้นราคา ขอปรับมาเป็นปีแล้ว เราพยายามตรึงราคาไว้ถ้าตัวไหนที่อั้นไม่อยู่จริงๆจะทำให้หยุดผลิตและของขาด ให้ปรับน้อยที่สุด ถ้าวันไหนต้นทุนลดลงมาก็ต้องปรับลดตนยืนยันกระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปดู เหมือนเช่นปุ๋ยบางตัวที่ราคาต้นทุนนำเข้าต่างประเทศลดราคาก็ต้องปรับลดราคาลง เราติดตามใกล้ชิด

และสำหรับแนวทางเรื่องปุ๋ยเรามี ปัญหา 2 ข้อ 1.ราคาสูงขึ้นเพราะแก๊สราคาแพงมากซึ่งเป็นวัตถุดิบกับค่าขนส่งน้ำมันซึ่งหนีไม่พ้นทั้งโลกเจอเหมือนกันหมดและ 2.คือปริมาณปุ๋ยขาดซึ่งยังไม่เกิด การบ้านข้อแรกยังไม่หนักเท่าการบ้านข้อที่สองเพราะถ้าปุ๋ยขาดจะเป็นปัญหามาก เราพยายามตรึงราคาปุ๋ยในช่วงเวลาที่ผ่านมาแต่สุดท้ายเมื่อตรึงมากไม่ให้ขึ้นราคา ปุ๋ยเริ่มจะขาดเพราะผู้นำเข้าลดการนำเข้า ตนจึงต้องปรับโครงสร้างราคาใหม่ให้สอดคล้องกับต้นทุนมากขึ้น ทำให้ปริมาณปุ๋ยเริ่มเข้ามาและขณะเดียวกันจัดให้ผู้นำเข้าปุ๋ยของเราพบกับซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นบริษัทผู้ส่งออกปุ๋ยรายใหญ่ ขายราคามิตรภาพ ตั้งเป้านำเข้า 800,000 ตัน ตอนนี้นำเข้าได้แล้ว 300,000 กว่าตัน ตอนนี้แก้เรื่องของขาดเป็นหลักประกันว่าปุ๋ยจะไม่ขาดและเจรจากับรัสเซียในตอนนี้ที่จะนำเข้าปุ๋ยราคาพิเศษ แต่ยังติดปัญหานำเข้าไม่ได้

ซึ่งราคาปุ๋ยขึ้นอยู่กับสถานการณ์โลก คือสงครามรัสเซีย-ยูเครน หากเบาบางลงและหยุดเมื่อไหร่ สถานการณ์จะผ่อนคลายได้มากทั้งโลกเหมือนกันหมดตอนนี้เราอยู่ในส่วนหนึ่งของโลกได้รับผลกระทบ ตนเห็นใจช่วงที่ผ่านมาเราถึงพยายามเข้าไปช่วยดูรายได้ของเกษตรกรให้พืชเกษตรราคาดีชดเชยราคาปุ๋ยที่แพงขึ้นพืชเกษตรต้องยอมรับว่าราคาดีทุกตัว 

‘อลงกรณ์’ร่วมหารือญี่ปุ่น ขยายผลวิจัยสู่เกษตรมูลค่าสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/670725

วันพุธ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายณฐกร สุวรรณธาดา คณะที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ นายสมศักดิ์ วิวิธเกยูรวงศ์ อัครราชทูต ที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ประจำกรุงโตเกียว และคณะ เดินทางไปยังเมืองอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อหารือความร่วมมือกับองค์กรวิจัยด้านการเกษตรและอาหารแห่งประเทศญี่ปุ่น (National Agricultural and Food Research Organization : NARO) ที่จังหวัดอิบารากิ ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยด้านพืชและปศุสัตว์ของกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น (MAFF) โดยมี ดร.มาซูมิ คัตสุตะ (Dr.Masumi Katsuta) รองประธาน NARO และทีมงาน ต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปเกี่ยวกับงานวิจัยด้านการเกษตร ปศุสัตว์ เทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์พืชและสัตว์ การพัฒนาเครื่องจักรกลทางการเกษตร ฯลฯ

ทั้งนี้ นายอลงกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารฯ AIC ได้กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาความร่วมมือระหว่าง NARO และศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) ตามแนวทางนโยบายเกษตรมูลค่าสูง ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ภายหลังการพบหารือฯ ได้เข้าเยี่ยมชม Tsukuba Agriculture Research Hall ซึ่งเป็นสถานที่รวบรวมผลงานวิจัยที่โดดเด่น อาทิ เครื่องปลูกข้าวอัจฉริยะไร้คนขับ ไหมเรืองแสง การพัฒนาพันธุกรรมดอกเบญจมาศสีน้ำเงิน อุปกรณ์เครื่องกลทุ่นแรงในการตัดแต่งกิ่งต้นองุ่น ระบบควบคุมระยะไกลเพื่อรักษาระดับน้ำในแปลงนา ฯลฯ เพื่อนำตัวอย่างแนวคิดงานวิจัยมาพัฒนาปรับปรุงเพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรสู่เกษตรมูลค่าสูง ลดต้นทุนการผลิต และพัฒนานวัตกรรมให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาตามหลักการ BCG model ของประเทศไทย

อบรมหลักสูตรวกส.พัฒนาภาคเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/670723

วันพุธ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตร (วกส.) รุ่นที่ 2 และกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “กษัตริย์นักเกษตร” โดยมี ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมกล่าวปาฐกถาและบรรยายพิเศษเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์การบริหารในกิจกรรม Vision from Leaderและมี ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ พล.อ.ประชาพัฒน์ วัจนะรัตน์ เจ้ากรมพระธรรมนูญนายชวลิต ชูขจร ประธานกรรมการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร และ ดร.อนันต์ สุวรรณรัตน์ ประธานกรรมการมูลนิธิเกษตราธิการ เข้าร่วม ที่กรมชลประทาน

สำหรับหลักสูตร วกส.จัดทำขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ มูลนิธิเกษตราธิการและสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผู้บริหารระดับสูงด้านการเกษตรบุคลากรด้านการวิจัยการเกษตรตลอดจนสนับสนุนให้เกิดเครือข่ายผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรเพื่อยกระดับภาคการเกษตรไทยให้เป็นผู้นำด้วยวิทยาการเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ภายใต้หลักการตลาดนำการผลิตและเศรษฐกิจพอเพียงและก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้วิสัยทัศน์ระหว่างผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนและภาคประชาสังคมที่เข้าร่วมการฝึกอบรม

ดร.เฉลิมชัยกล่าวว่า หลักสูตร วกส.เป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรโดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการยกระดับและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้นรวมทั้งกระตุ้นการสร้างเศรษฐกิจรากฐานให้มีความเข้มแข็งพร้อมทั้งส่งเสริมการผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารของประเทศไทยให้เป็นประเทศชั้นนำในด้านการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารส่งผลต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมด้านการเกษตรของประเทศ (GDP เกษตร) ในภาพรวม

‘มนัญญา’ตรวจเยี่ยม งานสหกรณ์ฯปัตตานี ใช้แอปฯสอบการเงิน ป้องกันปัญหาทุจริต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/670721

วันพุธ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.ปัตตานี ตรวจเยี่ยมสหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขปัตตานี จำกัด โดยมี นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดย น.ส.มนัญญา กล่าวว่า การกำกับดูแลสหกรณ์ มุ่งเน้นการจัดการที่ทันท่วงที ร่วมกันป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาทุจริตในสหกรณ์ ควบคู่กับการให้ความสำคัญในการดูแลพี่น้องสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกร ให้อยู่ดี ยกระดับสหกรณ์ให้มีมาตรฐานสูงขึ้น ช่วยสร้างศรัทธาและความเชื่อมั่นระบบสหกรณ์ รวมทั้งการทำงานเชิงพัฒนา ทั้งด้านการส่งเสริมสหกรณ์ การพัฒนาอาชีพของสมาชิกสหกรณ์ การลดภาระหนี้สินสมาชิก

“รัฐบาลได้สนับสนุนการทำงานเพื่อให้การกำกับดูแลสหกรณ์ให้ดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้มีประสิทธิภาพมาโดยตลอด เพื่อยกระดับศักยภาพสถาบันเกษตรกร และพัฒนาสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน สามารถสร้างความเข้มแข็ง และความมั่นคงให้กับสหกรณ์ ซึ่งจะเป็นผลดีกับสมาชิก อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการนำแอปพลิเคชั่นต่างๆ มาใช้เป็นเครื่องมือในการทำงาน เพื่อเป็นช่องทางการติดต่อสื่อสาร หรือส่งต่อบริการต่างๆ ระหว่างกันเมื่อสหกรณ์ได้นำเอาแอปพลิเคชั่นมาใช้ก็จะเป็นการอำนวยความสะดวกให้สมาชิก สามารถเข้าถึงข้อมูล หรือบริการต่างๆ และใช้เป็นช่องทางตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางการเงินของตนเองได้นับเป็นการป้องกันการทุจริตอีกทางหนึ่งด้วย” น.ส.มนัญญา กล่าว