เกษตรฯมั่นใจส่งออกยางพุ่ง ทะลุเป้า4ล้านตันยึดแชมป์ส่งออกจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662889

วันจันทร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามและเสนอมาตรการแก้ไขปัญหาราคายางและรักษาเสถียรภาพราคายาง กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตามและเสนอมาตรการแก้ไขปัญหาราคายางและรักษาเสถียรภาพราคายางครั้งที่ 3/2565 ว่า จากรายงานสถานการณ์การผลิต การค้า และการแข่งขันของตลาดยางพาราและผลิตภัณฑ์ยางทั่วโลก ตั้งแต่ต้นปีนี้ถึงปัจจุบันของทูตเกษตรไทยในภูมิภาคต่างๆ และรายงานของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ประเมินได้ว่าการส่งออกยางในปี 2565 เพิ่มขึ้น และจะทะลุ 4 ล้านตัน ภายหลังสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 คลี่คลาย อย่างไรก็ดียังมีปัจจัยทั้งบวกและลบ ทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อเสถียรภาพราคายาง และการส่งออก ทั้งสงครามรัสเซีย-ยูเครน ราคาน้ำมันและปุ๋ย โดยเฉพาะตลาดรัสเซีย มูลค่าการส่งออกสินค้ายางจากไทยไปรัสเซีย (มกราคม-เมษายน 2565) ลดลง 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา

“สำหรับตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของไทยนั้น สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้นจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในจีนที่เริ่มคลี่คลาย มีการขยายตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการปลดล็อกการล็อกดาวน์เซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา มั่นใจว่ายางไทย จะสามารถยึดแชมป์ส่งออกไปจีนได้อย่างเด็ดขาด เพราะขณะนี้สามารถครองมาร์เก็ตแชร์การนำเข้าของจีนกว่า 40% เหมือนผลไม้ไทย สะท้อนถึงศักยภาพของชาวสวนยาง สถาบันยาง สหกรณ์ชาวสวนยางผู้ประกอบการและการยางแห่งประเทศไทย” นายอลงกรณ์ กล่าว

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานความร่วมมือในคณะกรรมการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน และการส่งเสริมและสนับสนุนการทำสวนยางยั่งยืน และโครงการคาร์บอนเครดิต ของ กยท.ปีงบประมาณ 2565 โดยจะนำสวนยางพาราของ กยท. 20,000 ไร่ ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ใช้เป็นพื้นที่ต้นแบบ และในปี 2565 จะขึ้นทะเบียนเข้าร่วมโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย และในปี 2566-2567 ดำเนินการขอรับรองคาร์บอนเครดิต เพื่อขายในตลาด Carbon Market ต่อไป ซึ่งเป็นการเพิ่มรายได้จากสวนยางของเกษตรกรควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภายใต้นโยบาย BCG Model ของกระทรวงเกษตรฯ และรัฐบาล

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจ ตลาดยางพารา ในแต่ละภูมิภาคทั่วโลก โดยทูตเกษตรจากสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา อเมริกาใต้ ออสเตรเลีย รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น และ อาเซียน

สหกรณ์ฯ‘ชากังราว’ สร้างถนนยางพารา สายแรกกำแพงเพชร สนองนโยบายรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662888

วันจันทร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.ไพรินทร์ สุขเล็ก สหกรณ์ จ.กำแพงเพชร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผวจ.กำแพงเพชร ได้เปิดโครงการปรับปรุงถนนพาราดินซีเมนต์ สายหัวถนน-หนองไก่ฟ้า ที่บ้านทรัพย์มะนาว หมู่ 10 ต.วังไทร อ.คลองขลุงจ.กำแพงเพชร ในการทำถนนดินซีเมนต์ผสมยางพาราสายนี้ เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่จะเพิ่มการใช้ยางพาราในประเทศ ส่งผลให้ราคายางพาราสูงขึ้น เกษตรกรชาวสวนยางมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยมีการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง อบจ.กำแพงเพชร อบต.วังไทร กับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จ.กำแพงเพชร และสหกรณ์กองทุนสวนยางในเขตปฏิรูปที่ดินชากังราว จำกัด

ทั้งนี้ สำหัรบการปรับปรุงถนนพาราดินซีเมนต์ถนนสายดังกล่าว รวมระยะยาว 530 เมตร ความกว้าง 6 เมตร โดยอบจ.กำแพงเพชร สนับสนุนเครื่องจักร เครื่องมือ และบุคลากรในการออกแบบ ควบคุมงาน โดย กยท.สนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนายางพารา 500,000 บาทและสหกรณ์ฯ สมทบเงิน 48,500 บาท ให้กับสหกรณ์กองทุนสวนยางในเขตปฏิรูปที่ดินชากังราว จำกัด ในการดำเนินโครงการ ซึ่งใช้น้ำยางพาราจากเกษตรกรชาวสวนยาง จ.กำแพงเพชร ซึ่งพาราดินซีเมนต์ มีส่วนประกอบของยางพารา สารผสมที่ทำให้ยางพาราไม่จับกันเป็นก้อนสามารถผสมเข้ากับดินลูกรังได้ดี ดินที่เป็นวัสดุมวลรวมที่เป็นโครงสร้างถนนและปูนซีเมนต์ที่ให้ความแข็งรับน้ำหนัก สำหรับในการก่อสร้างถนนพาราดินซีเมนต์ ที่ทำการก่อสร้างนี้เป็นการใช้สารผสมเพิ่มผสมกับน้ำยางพาราสด

ฝนหลวงฯออกบินเติมน้ำ รับความต้องการอ่างฯคลองสียัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662892

วันจันทร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสำเริง แสงภู่วงค์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า ได้ปรับแผนการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้มีหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง รวมทั้งสิ้น12 หน่วยปฏิบัติการทั่วประเทศ ได้แก่ พื้นที่ภาคเหนือ 4 หน่วยฯ ที่ จ.เชียงใหม่ ตาก พิษณุโลก และแพร่ ภาคกลาง 2 หน่วยฯที่ จ.กาญจนบุรี และนครสวรรค์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 หน่วยฯ ที่ จ.อุดรธานี ขอนแก่น อุบลราชธานี นครราชสีมา และสุรินทร์ และภาคตะวันออกที่ จ.สระแก้ว โดยพื้นที่ภาคตะวันออกนั้นได้ปรับแผนจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.สระแก้ว สนามบินวัฒนานคร กองบิน 3อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน-31 สิงหาคม 2565 จากเดิมที่ จ.จันทบุรี โดยจะใช้เครื่องบิน ชนิด CARAVAN 3 ลำ ในการวางแผนช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรตอนบนของภาคตะวันออก จ.นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว และชลบุรี ที่ยังคงมีความต้องการน้ำสำหรับการปลูกพืช ได้แก่ ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย และข้าว และติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงที่อาจเกิดขึ้นด้วย

นายสำเริงกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังเน้นปฏิบัติการฯ ในภารกิจเติมน้ำให้กับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่มีความต้องการน้ำเก็บกัก ซึ่งได้รับการประสานงานจากกรมชลประทาน ยืนยันให้เติมน้ำให้กับอ่างเก็บน้ำคลองสียัด จ.ฉะเชิงเทรา ที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของภาคตะวันออกมีปริมาณความจุของอ่างเก็บน้ำ 420 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ซึ่งปัจจุบันมีเพียง 23% คิดเป็น 96.6 ล้าน ลบ.ม. ของความจุโดยอ่างเก็บน้ำแห่งนี้มีความสำคัญในด้านการอุปโภค-บริโภค การเกษตรกรรม การอุตสาหกรรม การผลักดันน้ำเค็มในลุ่มน้ำบางปะกง และจากผลปฏิบัติการ พบว่าสามารถเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักให้กับพื้นที่ดังกล่าว

ซ่อมอ่างฯห้วยทรายขมิ้นชูท่องเที่ยว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662890

วันจันทร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า หลังจากที่อ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นอันเนื่องมาจากพระราชดำริต.พังขว้าง อ.เมือง จ.สกลนคร เปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบแล้ว 2 ปี ภายหลังเสียหายจากพายุโซนร้อนเซินกา เมื่อ 24-27 กรกฎาคม 2560 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯรับโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กรมชลประทาน ได้สนองพระราชดำริในการปรับปรุงเพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น จากความจุเดิม 2.40 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เป็น 3.18 ล้านลบ.ม. ตามข้อจำกัดของสภาพภูมิประเทศ สามารถส่งน้ำสนับสนุนกิจกรรมเพาะปลูกพืชฤดูฝนได้ประมาณ 3,000 ไร่ และฤดูแล้งได้ประมาณ 1,000 ไร่

นอกจากนี้ ในพื้นที่โครงการได้มีการออกแบบภูมิทัศน์ให้สวยงาม ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของ จ.สกลนคร สามารถสร้างได้รายเสริมให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ด้วย

ด้าน นายโรจน์วัฒน์ อินทร์ทุ่ง ผอ.ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวว่า หลังจากที่อ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น ได้ปรับปรุงแล้วเสร็จ ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ ได้ตั้งคณะกรรมการจัดการชลประทานโครงการชลประทานสกลนคร (ลุ่มน้ำย่อยห้วยทรายขมิ้น) หรือ JMC โดยบริหารในลักษณะอ่างฯ พวงที่มีด้วยกัน 5 อ่างฯ ได้แก่ อ่างเก็บน้ำห้วยบ่อ อ่างเก็บน้ำห้วยทรายตอนบน 1-3 และอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น ซึ่งกรรมการฯ ประชุมวางแผนการบริหารจัดการน้ำทั้ง 5 แห่ง และแบ่งสันปันส่วนกันสำหรับใช้ในการปลูกพืชทั้งปีในการประชุมมีการนำเสนอปัญหาอุปสรรคต่างๆ เพื่อใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผลจากการมี JMC สามารถลดปัญหาการจัดสรรน้ำได้อย่างน่าพอใจ

เกษตรฯจับมือทุกภาคส่วน ยกระดับบริหารจัดการปาล์มน้ำมัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662392

วันศุกร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากการประชุมหารือแนวทางการส่งเสริม สนับสนุน และการบริหารจัดการปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน ร่วมกับ Mr.Joseph JD D’Cruz (Chief Executive Officer) ผู้แทนองค์กรเจรจาระหว่างประเทศว่าด้วยปาล์มน้ำมันยั่งยืน (Roundtable on Sustainable Palm Oil : RSPO) โดยมีกรมวิชาการเกษตร และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เข้าร่วม ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแผนการพัฒนาเรื่องของปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ภายใต้แผนปฏิรูปปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มทั้งระบบปี 2560-2579 สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยกำหนดเป้าหมายสำคัญไว้ คือขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันควบคู่กับการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 จากปัจจุบัน การเพิ่มประสิทธิภาพปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มให้ได้อัตราการสกัดน้ำมันร้อยละ 22-23 เพื่อเพิ่มผลผลิตให้เพียงพอกับความต้องการในอนาคต ตลอดจนการรักษาระดับการส่งออกน้ำมันปาล์มให้อยู่ระดับ 3-7 แสนตันต่อปี

ทั้งนี้ การหารือความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และ RSPO ซึ่งมีนโยบายในการส่งเสริม สนับสนุนให้กลุ่มประเทศสมาชิกได้รับองค์ความรู้เทคโนโลยี และงบประมาณในการพัฒนาการปลูกปาล์มให้เกิดความอย่างยั่งยืนและได้รับมาตรฐาน RSPO เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ สอดคล้องกับเป้าหมายของกระทรวงเกษตรฯ ที่จะยกระดับมาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนในประเทศไทย

ด้าน RSPO พบว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน RSPO แล้วน้อยมาก ส่งผลให้ไม่มีขีดความสามารถในการแข่งขันกับตลาดต่างประเทศ ซึ่ง RSPO มีนโยบายในการส่งเสริม สนับสนุนให้กลุ่มประเทศสมาชิก มีโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้เทคโนโลยี และงบประมาณ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดยยึด 7 หลักการ สำหรับการรับรอง RSPO ของผู้ปลูก ประกอบด้วย 1.ประพฤติอย่างมีจริยธรรมและโปร่งใส 2.ดำเนินการตามกฎหมายและเคารพสิทธิ 3.ทำให้เกิดความเหมาะสมที่สุดต่อผลิตภาพ เกิดผลกระทบเชิงบวก มีประสิทธิภาพและความสามารถในการปรับตัวต่อสถานการณ์ 4.เคารพสิทธิชุมชนและสิทธิมนุษยชนและส่งมอบผลประโยชน์ 5.สนับสนุนการรวมตัวของเกษตรกรรายย่อย 6.เคารพสิทธิและเงื่อนไขของคนงาน และ 7.การปกป้อง อนุรักษ์และปรับปรุงระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น

อย่างไรก็ดี กระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตร และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม โดยนำร่องในพื้นที่ปลูกปาล์ม จ.สุราษฎร์ธานี เป็นพื้นที่แรกในเร็วๆ นี้

ปศุสัตว์ตรวจปางช้างป้องกันการทารุณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662390

วันศุกร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กองปฏิบัติการพิเศษและปราบปรามการกระทำความผิดด้านปศุสัตว์ (ชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไท) กองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ สถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ ปศุสัตว์ จ.มหาสารคาม ปศุสัตว์ อ.วาปีปทุม ร่วมกับตำรวจ บก.ปคบ., บก.ปทส. นำหมายค้นศาลอาญา เข้าตรวจค้นศูนย์อนุรักษ์ช้าง “ช้างทองคำ” เลขที่ 212 ต.นาข่า อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ 2557 โดยผลการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบว่ามีการเลี้ยงช้างเพศผู้ 9 เชือก ปัจจุบันเหลือเพียง 4 เชือก ทั้งหมดมีลักษณะร่างกายผอม ซี่โครงปรากฏเห็นชัดเจน เนื่องจากมีการให้อาหาร น้ำ อาหารเสริม และแร่ธาตุไม่เพียงพอในแต่ละวัน ซึ่งการตรวจสอบกายวิภาคเบื้องต้นของสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ แจ้งว่าช้างได้รับอาหารไม่เพียงพอ จึงมีร่างกายผอม

อย่างไรก็ดี ไม่พบการทารุณกรรมและไม่พบบาดแผลตามตัวช้าง สำหรับที่พักอาศัยเป็นโรงเรือนขนาดใหญ่ มีหลังคาไว้กันแดด ฝน และมีบริเวณในการเลี้ยงช้างเหมาะสม เจ้าหน้าที่จึงลงความเห็นว่าเป็นการกระทำความผิด โดยไม่ปฏิบัติตามหลักการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ตามมาตรา 22 พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมฯ มีโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท จึงเสนอเปรียบเทียบความผิดตามระเบียบกรมปศุสัตว์ ว่าด้วยการเปรียบเทียบตามกฎหมายว่าด้วยป้องกันทารุณกรรมฯ 2560 โดยให้ชำระค่าปรับภายใน 15 วัน นับจากวันที่เข้าตรวจสอบ โดยสำนักงานปศุสัตว์ จ.มหาสารคาม จะดำเนินการตรวจสอบอีกครั้ง

นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าวอีกว่าจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากปางช้างไม่ปฏิบัติตามหลักการจัดสวัสดิภาพสัตว์และปล่อยปละละเลยให้ช้างล้ม จะถูกดำเนินคดีตามมาตรา 20 พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เกษตรฯกระตุ้นคนไทยดื่มนม เพิ่มรายได้เกษตรกรผู้เลี้ยงโค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662389

วันศุกร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในงานวันดื่มนมโลก โดยมีนายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมด้วย ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ว่าได้จัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคนมโดยในปี 2565 กำหนดแคมเปญว่า “EnjoyDairy” ภายใต้แนวคิด “สร้างความสุข เสริมภูมิคุ้มกัน ดื่มนมทุกวัน ดื่มได้ทุกวัย บริโภคนมได้หลากหลายเมนู” เพื่อกระตุ้นให้คนไทยบริโภคนมเพื่อสุขภาพที่ดี

“กระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนนโยบายของรัฐบาล โดยกิจกรรมในปีนี้ได้รณรงค์ให้ประชาชนหันมาดื่นนม สร้างความเข้าใจ การรับรู้ในวงกว้าง อีกทั้งเป็นการช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทยมีความมั่นคงด้านอาชีพการเลี้ยงโคนม และให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของนโยบายคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม ในการส่งเสริมการบริโภคนมของคนไทยให้เพิ่มขึ้นจาก 18 ลิตร/คน/ปี เป็น 25 ลิตร/คน/ปี ภายในปี 2570” นายประภัตร กล่าว

ด้านนายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่ายมีกิจกรรม เช่น การออกบูธจำหน่ายสินค้า สาธิตการทำเมนูจากนม ฯลฯ

‘อลงกรณ์’ลุยปักธง ตั้งสตาร์ทอัพเกษตร มีทุกจังหวัดทั่วไทย จุดเปลี่ยนภาคเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662386

วันศุกร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0 และคณะกรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC : Agritech and Innovation Center) ว่า การขับเคลื่อนปฏิรูปภาคเกษตรปีนี้ มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงระดับพื้นที่ โดย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมระดับจังหวัดและอำเภอ รวมทั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนแห่งชาติ ให้จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล 7,255 ตำบลทั่วประเทศ เป็นกลไกใหม่ที่ลงลึกถึงหมู่บ้านและชุมชนเป็นครั้งแรก จึงเป็นโอกาสที่จะนำเทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมของศูนย์ AIC ไปใช้ต่อยอดและขับเคลื่อนภาคการเกษตรในระดับพื้นที่อย่างน้อย 1 จังหวัด 1 อำเภอ 1 ตำบล 1 เทคโนโลยี 1 แปลงอัจฉริยะ และพัฒนาสู่การเป็น Start up และ SME ด้านการเกษตร พลิกโฉมประเทศสู่การพัฒนา

สำหรับคณะกรรมการ AIC ได้จัดประชุมครั้งที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 400 คน ได้แก่ นายวิชัย ไตรสุรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ ดร.วราภรณ์ พรหมพจน์ ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะ นายกฤชฐา โภคาสถิตย์ ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน E-Commerce เป็นต้น โดยมีการประชุมติดตามผลการดำเนินงานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน ได้แก่ ด้านเกษตรอัจฉริยะ ด้าน E-Commerce ด้านธุรกิจเกษตร และการบริหารศูนย์ AIC

สภาเกษตรฯพลิกวิกฤตโลกเป็นโอกาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662120

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีผลกระทบที่เกิดจากสงครามรัสเซียและยูเครน ซึ่งมีแนวโน้มยืดเยื้อยาวนาน โดยมีผลกระทบทำให้หลายประเทศเกิดวิกฤตขาดแคลนอาหาร รวมถึงราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากทั้งรัสเซียและยูเครนเป็นประเทศผู้ส่งออกธัญพืชรายใหญ่ของโลก ซึ่งเป็นสินค้าทั้งอาหารคนและอาหารสัตว์ ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนและราคาสูง โดยประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารและสินค้าเกษตร มีเกษตรกรรายย่อยจำนวนมาก สิ่งที่เป็นผลกระทบกับเกษตรกรและคนไทย คือสินค้าหมวดอาหารและราคาพลังงานสูงขึ้น ทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อตามมา และมั่นใจว่าสถานการณ์ราคาธัญพืชของไทยก็จะราคาสูงขึ้นเช่นเดียวกัน รวมทั้งพืชตระกูลแป้ง เช่น ข้าวข้าวโพด มันสำปะหลัง หรืออ้อย น้ำตาล ก็จะมีราคาสูงขึ้นด้วย

ทั้งนี้ สิ่งที่เป็นทั้งวิกฤตก็มีโอกาส หากรัฐบาลบริหารด้วยความเข้าใจ ก็สามารถสร้างโอกาสและลดวิกฤตในแง่ผลกระทบได้ เม็ดเงินก็จะไหลกลับสู่ประเทศและเกษตรกร จึงฝากถึงรัฐบาลโดยเฉพาะส่วนราชการที่ดูแลเรื่องนี้ ขอให้บริหารอย่างเข้าใจ ประเทศไทยสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากการส่งออกสินค้าเกษตร ขอให้เจรจาและสร้างอำนาจต่อรองอย่างมีน้ำหนัก เพราะจากนี้ไปตลาดจะเป็นของผู้ขาย ซึ่งจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าของตน และจะทำให้พี่น้องเกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้นภาวะสมดุลก็จะกลับคืนมา

“สถานการณ์สงครามที่เกิดขึ้นอยู่ขณะนี้ไม่น่าไว้วางใจและไม่มั่นใจว่าจะยาวนานแค่ไหน จึงฝากถึงเกษตรกรกรุณาใช้จ่ายอย่างประหยัด ใช้เท่าที่จำเป็น อาหารถ้าสามารถที่จะผลิตบริโภคเองได้ทั้งในครอบครัวและชุมชนก็จะบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนได้ สินค้าเกษตรหลายตัวสามารถสร้างรายได้ให้ดีขึ้นก็ควรเร่งขยายผลเพื่อสร้างโอกาสให้ตนเอง และควรศึกษาหาข้อมูลข่าวสารให้ดี เพราะหากรีบขายออกไปก็อาจทำให้เสียโอกาส แต่หากมีข้อมูลข่าวสารที่ดีพอก็จะสามารถสร้างอำนาจต่อรองได้” นายประพัฒน์ กล่าว

กรมประมงโชว์สัตว์น้ำ หลากประเภทสวยงาม ช่วยกระตุ้นการอนุรักษ์ สัตว์ในแหล่งน้ำของไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662124

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน “มหัศจรรย์ปลาสวยงาม ดินแดนสยาม The Storyof Native Ornamental Fish in Thailand 2022” ที่ห้างไอคอนสยามซึ่งกรมประมง จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสัตว์น้ำสวยงามพื้นเมืองของไทยเพื่อให้เกิดจิตสำนึกในการร่วมกันอนุรักษ์สัตว์น้ำพื้นเมืองไม่ให้สูญพันธุ์ไปจากแหล่งน้ำธรรมชาติ รักษาระบบนิเวศ และเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันสัตว์น้ำในแหล่งน้ำมีปริมาณลดลงเป็นอย่างมาก และบางชนิดเกิดการสูญพันธุ์อันเกิดจากหลายสาเหตุ อาทิ สภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศที่เกิดการเปลี่ยนแปลง แหล่งต้นน้ำลำธารถูกทำลาย แหล่งน้ำเกิดมลพิษ รวมถึงการจับสัตว์น้ำจากธรรมชาติมาจำหน่าย ซึ่งบางชนิดได้รับความนิยมสูงในตลาดต่างประเทศ ทำให้ต้องมีการจับและรวบรวมเพื่อส่งออก

การจัดนิทรรศการในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์สัตว์น้ำพื้นเมืองให้แก่ประชาชนทั่วไปที่เข้ามารับชมนิทรรศการ ให้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของสัตว์น้ำพื้นเมืองชนิดต่างๆ ที่มีความสำคัญ สวยงาม และโดดเด่น และมุ่งหวังให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำพื้นเมืองของไทยให้คงอยู่ต่อไปในอนาคต โดยกระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายสนับสนุนให้เกษตรกรพัฒนาศักยภาพการผลิตสัตว์น้ำสวยงามที่มีคุณภาพ ได้รับการรับรองมาตรฐาน เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออก และผลักดันธุรกิจนำไปสู่ผู้ผลิตและผู้ส่งออกสัตว์น้ำสวยงามระดับโลก