‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ ร่วมประชุมฯ โครงการปลูกต้นยูคาลิปตัสบนคันนา สร้างรายได้เพิ่ม

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ ร่วมประชุมฯ โครงการปลูกต้นยูคาลิปตัสบนคันนา สร้างรายได้เพิ่ม

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ ร่วมประชุมฯ โครงการปลูกต้นยูคาลิปตัสบนคันนา สร้างรายได้เพิ่ม

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.41 น.

5 พฤศจิกายน 2568 นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมสงเสริมการเกษตร เข้าร่วมประชุมประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.)  โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุม ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลาการแจ้งการครอบครองที่ดินกับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด โดยได้มีการมอบหมายให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ดำเนินการจัดทำและปรับปรุงระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้องตามกระบวนกฎหมาย เพื่อเปิดโอกาสพี่น้องประชาชนที่ต้องการทำประโยชน์ในที่ดินส.ป.ก. ได้รับการพิจารณาอย่างถูกต้องและทั่วถึง ร่วม ณ ห้องประชุมไชยยงค์ ชูชาติ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และผ่านระบบประชุมออนไลน์ Zoom Meeting

-(016)

‘อธิบดีกรมการข้าว’ ร่วมประชุมรับฟังการนำเสนอโครงการปลูกต้นยูคาลิปตัสบนคันนา สร้างรายได้เพิ่ม

'อธิบดีกรมการข้าว' ร่วมประชุมรับฟังการนำเสนอโครงการปลูกต้นยูคาลิปตัสบนคันนา สร้างรายได้เพิ่ม

‘อธิบดีกรมการข้าว’ ร่วมประชุมรับฟังการนำเสนอโครงการปลูกต้นยูคาลิปตัสบนคันนา สร้างรายได้เพิ่ม

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.38 น.

5 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.30 น. ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือแนวทางการจัดทำโครงการปลูกต้นยูคาลิปตัสบนคันนาพัฒนาชีวิต สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน โดยมี นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องสุทธิพร จีระพันธุ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่า โครงการปลูกต้นยูคาลิปตัสบนคันนา เป็น Quick Big Win Project ที่กระทรวงเกษตรฯ เตรียมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาคเอกชนในการส่งเสริมการปลูกต้นยูคาลิปตัสบนคันนา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายโอกาสการสร้างรายได้เพิ่ม และเสริมประสิทธิภาพการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้น ซึ่งต้นยูคาลิปตัสจัดเป็นพืชเศษรฐกิจ ที่สามารถใช้ประโยชน์ในทางอุตสาหกรรมได้ทั้งต้น โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมป่าไม้ อุตสาหกรรมกระดาษ และอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้า ในรูปแบบเป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าชีวมวล  (Biomass) เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า อีกทั้ง อัตราการเติบโตและการกักเก็บคาร์บอนของต้นยูคาลิปตัสที่ค่อนข้างสูง จึงเป็นอีกแนวทางในการสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรจากการขายคาร์บอน ซี่งสอดคล้องตามนโยบายคาร์บอนเครดิต ที่กระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง

“การส่งเสริมการปลูกพืชบนคันนา ถือเป็นการส่งเสริมให้มีการใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างคุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งนอกจากเกษตรกรจะมีรายได้จากการขายข้าว ยังสามารถมีรายได้เพิ่มจากการขายไม้ยูคาลิปตัส และรายได้จากการขายคาร์บอนได้อีก  สำหรับการขับเคลื่อนโครงการในครั้งนี้จะมีการทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับภาคเอกชนที่จะรับซื้อไม้จากเกษตรกร เพื่อกำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน และสร้างความเข้าใจที่ตรงกันในการดำเนินงานของทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ นเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ เป็นประธานคณะทำงานฯ เพื่อกำกับดูแลการขับเคลื่อนโครงการอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป ” ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวเสริม

ด้านนายอานนท์ อธิบดีกรมการข้าว  เปิดเผยว่า “ในส่วนของกรมการข้าว ได้มีแนวทางในการส่งเสริมการผลิตข้าวพรีเมี่ยม ที่เป็นข้าวคาร์บอนต่ำ ซึ่งปัจจุบันนี้ในตลาดโลกให้ความสำคัญและมีความต้องการเพิ่มขึ้น โดยชาวนาจะได้รับการสนับสนุนให้ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูกเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง สอดคล้องกับนโยบายของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวอย่างแท้จริง”

‘น้ำเหนือ’ขึ้นต่อเนื่อง ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ปรับการระบายเพิ่ม

‘น้ำเหนือ’ขึ้นต่อเนื่อง ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ปรับการระบายเพิ่ม

‘น้ำเหนือ’ขึ้นต่อเนื่อง ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ปรับการระบายเพิ่ม

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.33 น.

‘น้ำเหนือ’ขึ้นต่อเนื่อง ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ปรับการระบายเพิ่ม

5 พฤศจิกายน 2568 กรมชลประทาน แจ้งว่า วันนี้ (5พ.ย.68) เมื่อเวลา07.00 น. ที่ผ่านมา สถานี C.2 จ.นครสวรรค์   มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 2,908 ลบ.ม./วิ  ในขณะที่สถานี Ct.25 แม่น้ำสะแกกรัง จ. อุทัยธานี   มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 304 ลบ.ม./วิ   แนวโน้มเพิ่มขึ้น ปัจจัยหลักมาจากฝนที่ตกหนักบริเวณตอนบนของลุ่มน้ำ  ส่งผลต่อเนื่องให้ระดับน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยายกตัวสูงขึ้นอยู่ในระดับ +17.14 ม.รทก. 

ทั้งนี้  เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับสถานการณ์และฝนที่ตกในพื้นที่ กรมชลประทาน จะทำการหน่วงน้ำไว้บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา พร้อมรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งตามศักยภาพของคลอง และจะทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่เวลา 11.00 น. จากอัตรา 2,500 ลบ.ม./วินาที  เป็น 2,600 ลบ.ม./วินาที  ภายในเวลา 17.00 น. ของวันนี้

อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง จากอิทธิพลของร่องมรสุม อาจทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอีก จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำและการแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นและมีความจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำจะแจ้งให้ทราบต่อไป

‘เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์’เตรียมทยอยปรับเพิ่มระบายน้ำ หลังฝนตกต่อเนื่องเหนือเขื่อน

‘เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์’เตรียมทยอยปรับเพิ่มระบายน้ำ หลังฝนตกต่อเนื่องเหนือเขื่อน

‘เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์’เตรียมทยอยปรับเพิ่มระบายน้ำ หลังฝนตกต่อเนื่องเหนือเขื่อน

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 21.38 น.

‘เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์’เตรียมทยอยปรับเพิ่มระบายน้ำ หลังฝนตกต่อเนื่องเหนือเขื่อน

4 พฤศจิกายน 2568 กรมชลประทาน แจ้งสถานการณ์น้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ว่า ปัจจุบัน (4 พฤศจิกายน 2568) มีน้ำไหลลงอ่างฯ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ล่าสุดมีปริมาณน้ำในอ่างฯ 983 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 102% ของความจุอ่างฯ

จากการติดตามและคาดการณ์ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ พบว่าบริเวณด้านเหนือเขื่อนยังคงมีแนวโน้มน้ำไหลเข้าเขื่อนอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 6-9 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยอาจมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ จากอิทธิพลของพายุ “คัลแมกี” ดังนั้น เพื่อควบคุมปริมาณน้ำในเขื่อนให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม จะทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็นลำดับ ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย. 68 จากอัตรา 75 ลบ.ม./วินาที

+ วันที่ 5 พ.ย. 68 จะเพิ่มการระบายน้ำเป็น 200 ลบ.ม./วินาที หรือประมาณ 17 ล้าน ลบ.ม./วัน

+ วันที่ 6 พ.ย. 68 จะปรับเป็น 300 ลบ.ม./วินาที หรือประมาณวันละ 26 ล้าน ลบ.ม./วัน

ทั้งนี้ จะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักจะเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม ประมาณ 2.00-2.30 เมตร โดยระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นยังอยู่ในลำน้ำ ไม่ส่งผลกระทบให้เกิดน้ำล้นตลิ่งในแม่น้ำป่าสัก ขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสักเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารใกล้ชิด

‘กรมชลฯ’แจ้ง‘ฝนตกหนัก’หลายพื้นที่ ‘น้ำเหนือ’เพิ่มต่อเนื่อง ‘เจ้าพระยา’ขยับขึ้นอีกระลอก

‘กรมชลฯ’แจ้ง‘ฝนตกหนัก’หลายพื้นที่ ‘น้ำเหนือ’เพิ่มต่อเนื่อง ‘เจ้าพระยา’ขยับขึ้นอีกระลอก

‘กรมชลฯ’แจ้ง‘ฝนตกหนัก’หลายพื้นที่ ‘น้ำเหนือ’เพิ่มต่อเนื่อง ‘เจ้าพระยา’ขยับขึ้นอีกระลอก

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 21.00 น.

‘กรมชลฯ’แจ้ง‘ฝนตกหนัก’หลายพื้นที่ ‘น้ำเหนือ’เพิ่มต่อเนื่อง ‘เจ้าพระยา’ขยับขึ้นอีกระลอก

4 พฤศจิกายน 2568 ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน รายงานว่า จากอิทธิพลฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วง 2-4 พ.ย. 68 ในพื้นที่ลุ่มน้ำปิง ยม และน่าน ส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่าไหลลงสู่แม่น้ำสายหลักและอ่างเก็บน้ำเพิ่มมากขึ้น โดยกรมชลประทาน ได้วางแนวทางการบริหารจัดการน้ำ ดังนี้

1. การบริหารจัดการน้ำตอนบน

ได้ใช้ศักยภาพของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ คือ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก และ เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ บริหารจัดการร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทำการ “หน่วงน้ำ” และเก็บกักน้ำไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทั้งนี้ แม้จะมีการหน่วงน้ำจากเขื่อนหลักแล้ว แต่ปริมาณน้ำที่สถานี C.2 จ.นครสวรรค์ ยังคงเพิ่มขึ้นจากฝนที่ตกในพื้นที่ท้ายเขื่อน ทั้ง 2 แห่ง ประกอบกับมีปริมาณน้ำที่ไหลมาสมทบจากแม่น้ำยม และแม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี

2. การบริหารจัดการเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท

เพื่อบริหารจัดการมวลน้ำเหนือที่ไหลลงมา กรมชลประทานจะรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านตัวเขื่อน แต่ด้วยปริมาณฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าปริมาณน้ำส่วนที่เหลือจำเป็นต้องระบายผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตราประมาณ 2,700 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที

จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ลุ่มต่ำ นอกแนวคันกั้นน้ำเดิมคล้ายกับช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา ได้แก่

– พื้นที่ริมแม่น้ำน้อย–คลองโผงเผง–คลองบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

– อำเภออินทร์บุรี และอำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี

– อำเภอป่าโมก และอำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง

– อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท

ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ยังคงเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์น้ำร่วมกับ กฟผ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำฝนและน้ำท่า รวมทั้งมีการนำน้ำเข้าสู่คลองชลประทานอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมกับติดตั้งเครื่องจักร และเดินเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ เร่งระบายน้ำส่วนเกินลงสู่อ่าวไทย เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด ติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำเพิ่มเติมได้ที่ wmsc.rid.go.th และ bigdata-swoc.rid.go.th

ขอบคุณภาพ : สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และกรมอุตุนิยมวิทยา

อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ร่วมเฝ้า ฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ร่วมเฝ้า ฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ร่วมเฝ้า ฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.04 น.

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2568 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร พร้อมคณะ ร่วมเฝ้า ฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

อธิบดีกรมการข้าว ร่วมเฝ้า ฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

อธิบดีกรมการข้าว ร่วมเฝ้า ฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

อธิบดีกรมการข้าว ร่วมเฝ้า ฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.53 น.

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2568 นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว นำผู้บริหาร ข้าราชการกรมการข้าว ร่วมเฝ้า ฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

เลขาธิการส.ป.ก. ร่วมเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง

เลขาธิการส.ป.ก. ร่วมเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง

เลขาธิการส.ป.ก. ร่วมเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.42 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (เลขาธิการ ส.ป.ก.) พร้อมด้วย นายสุรชัย ยุทธชนะ รองเลขาธิการ ส.ป.ก. และคณะ  ร่วมเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568

-(016)

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ ร่วมเฝ้าฯในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ ร่วมเฝ้าฯในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ ร่วมเฝ้าฯในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.40 น.

4 พฤศจิกายน 2568 นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นำผู้บริหาร ข้าราชการ  เฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

-(016)

ฝนตกหนัก!‘น้ำเหนือ’เพิ่มสูงขึ้นอีกระลอก ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ปรับเพิ่มการระบาย

ฝนตกหนัก!‘น้ำเหนือ’เพิ่มสูงขึ้นอีกระลอก ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ปรับเพิ่มการระบาย

ฝนตกหนัก!‘น้ำเหนือ’เพิ่มสูงขึ้นอีกระลอก ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ปรับเพิ่มการระบาย

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.11 น.

ฝนตกหนัก!‘น้ำเหนือ’เพิ่มสูงขึ้นอีกระลอก ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ปรับเพิ่มการระบาย

4 พฤศจิกายน 2568 กรมชลประทาน แจ้งว่า ประเทศไทยยังคงได้รับอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม ส่งผลให้มีฝนตกหนักในพื้นที่ตอนบนและตอนล่างของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกระลอก

ล่าสุดเมื่อเวลา 06.00 น. ของวันนี้(4 พ.ย. 68) แม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,673 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มเพิ่มขึ้น  ในขณะที่สถานี ct.25 แม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 261 ลบ.ม./วินาที  ก่อนจะไหลมาสมทบกันบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ส่งผลให้ระดับน้ำหน้าเขื่อนยกตัวสูงขึ้นอยู่ในระดับ  +17.02 ม.รทก.

กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้บริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และลดผลกระทบให้มากที่สุด ด้วยการหน่วงน้ำไว้บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา พร้อมรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งตามศักยภาพของคลอง รวมทั้งทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่เวลา 10.00 น.วันนี้ จากอัตรา 2,300 ลบ.ม./วิ เป็นอัตรา 2,400 ลบ.ม./วิ ภายในเวลา 16.00 น. ของวันนี้ และจะคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา เฝ้าระวังและติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หากระดับน้ำทางตอนบนเพิ่มสูงขึ้น และจะส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากขึ้น จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป