หายห่วง! ‘ศุลกากรช่องจอม’ คุมเข้มขนส่งน้ำมัน-สินค้าเกษตรเขตอีสานใต้ ยันน้ำมันในไทยไม่ขาดแคลน

หายห่วง! 'ศุลกากรช่องจอม' คุมเข้มขนส่งน้ำมัน-สินค้าเกษตรเขตอีสานใต้ ยันน้ำมันในไทยไม่ขาดแคลน

หายห่วง! ‘ศุลกากรช่องจอม’ คุมเข้มขนส่งน้ำมัน-สินค้าเกษตรเขตอีสานใต้ ยันน้ำมันในไทยไม่ขาดแคลน

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.39 น.

“ศุลกากรช่องจอม” คุมเข้มการขนส่งน้ำมันและสินค้าเกษตรในเขตอีสานใต้ .. ยืนยันน้ำมันในไทยยังมีพอและไม่ขาดแคลน!!

วันนี้ 8 มี.ค.69 นายประสิทธิ์ ดีจงเจริญ นายด่านศุลกากรช่องจอม เปิดเผยว่าจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ยังคงดำเนินการสู้รบ มีการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้สถานการณ์น้ำมันทั่วโลกเกิดความตื่นตระหนก รวมถึงการที่รัฐบาลไทยสั่งระงับการการส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศยกเว้นลาวและพม่านั้น 

นายประสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร น.ส.สุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีฯ น.ส.ลลิตา อรรถพิมล ผอ.ศุลกากรภาค 2 ได้กำชับเป็นให้ด่านศุลกากรช่องจอม ในฐานะที่รับผิดชอบ 3 จังหวัดในเขตอีสานใต้ คือ สุรินทร์ , บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ซึ่งมีพรมแดนติดกัมพูชา และเป็นเส้นทางหลักที่จะผ่านไปยังอีสานตอนบนซึ่งติดกับลาวให้เข้มงวดกวดขันสินค้าประเภทน้ำมันอย่างจริงจัง

นายประสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่าจากข้อห่วงใยของรัฐบาลและผู้ฅนในแถบอีสานใต้ที่มีความกังวลว่าน้ำมันกำลังจะกลายเป็นของหายากและขาดแคลน ทางด่านศุลกากรช่องจอมจึงได้จัด “รถตรวจการณ์ศุลกากร” ออกพื้นที่ตามถนนเส้นทางหลักที่มุ่งสู่เขตอีสานตอนบนเพื่อ “กดดัน เข้มงวด กวดขัน และป้องปราม” สินค้าประเภทน้ำมันรวมถึงสินค้าเกษตรที่ไม่พึงปรารถนาประเภทอื่นๆ เช่น “มันสำปะหลัง หอมใหญ่ ไข่ไก่ ฯลฯ“ เพื่อสร้างความอุ่นใจและมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่

“สถานการณ์น้ำมันและปั๊มน้ำมันในเขตพื้นที่อีสานใต้ที่อยู่ความรับผิดชอบของด่านศุลกากรช่องจอมยังคงปกติเพียงพอและอยู่ในสายตาของเราตลอด .. ทั้งนี้เรายังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเข้มงวดอยู่เสมอเพื่อไม่ให้สินค้าที่มีความอ่อนไหวเหล่านี้ออกนอกลู่นอกทางและสร้างความเดือดร้อนและไม่สบายใจให้กับพี่น้องประชาชนตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงการคลัง และกรมศุลกากร”
นายประสิทธิ์กล่าวทิ้งท้าย

‘อธิบดีกรมการข้าว’ลุยสุรินทร์ ตรวจเยี่ยมศูนย์วิจัยข้าว-ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว รับฟังการดำเนินงาน พร้อมให้แนวทางการปฏิบัติ

'อธิบดีกรมการข้าว'ลุยสุรินทร์ ตรวจเยี่ยมศูนย์วิจัยข้าว-ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว รับฟังการดำเนินงาน พร้อมให้แนวทางการปฏิบัติ

‘อธิบดีกรมการข้าว’ลุยสุรินทร์ ตรวจเยี่ยมศูนย์วิจัยข้าว-ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว รับฟังการดำเนินงาน พร้อมให้แนวทางการปฏิบัติ

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.15 น.

นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานของศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุรินทร์ โดยมีผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมการข้าวในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมรายงานผลการดำเนินงานด้านการวิจัย การพัฒนาพันธุ์ข้าว และการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีเพื่อสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่

ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ อธิบดีกรมการข้าวได้ติดตามความก้าวหน้าของงานวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าว แปลงทดลอง ตลอดจนกระบวนการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพสู่เกษตรกร เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในการเพาะปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มผลผลิต และรักษาคุณภาพข้าวหอมมะลิซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของจังหวัดสุรินทร์

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ศูนย์วิจัยข้าวและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวถือเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาระบบการผลิตข้าวของประเทศ ตั้งแต่ คิดค้น วิจัย และพัฒนาพันธุ์ข้าวและเทคโนโลยีการปลูก ให้เหมาะสมกับพื้นที่ ตลอดจนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพที่ได้มาตรฐาน เพื่อส่งต่อให้เกษตรกรนำไปใช้ในการเพาะปลูก ซึ่งกรมการข้าวมีศูนย์วิจัย จำนวน 27 ศูนย์ และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว จำนวน 33 ศูนย์ กระจายอยู่ทั่วประเทศ ในการรองรับภารกิจงานด้านข้าวให้ครอบคลุม เพื่อตอบสนองความต้องการเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี กระจายสู่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้ทั่วถึงทุกภูมิภาคของประเทศไทย

– 006

‘กรมทรัพยากรน้ำ’ขับเคลื่อน’แม่แจ่มโมเดล’ จัดหาแหล่งน้ำหนุนพื้นที่ คทช. สร้างความมั่นคง ลดไฟป่าและหมอกควันอย่างยั่งยืน

'กรมทรัพยากรน้ำ'ขับเคลื่อน'แม่แจ่มโมเดล' จัดหาแหล่งน้ำหนุนพื้นที่ คทช. สร้างความมั่นคง ลดไฟป่าและหมอกควันอย่างยั่งยืน

‘กรมทรัพยากรน้ำ’ขับเคลื่อน’แม่แจ่มโมเดล’ จัดหาแหล่งน้ำหนุนพื้นที่ คทช. สร้างความมั่นคง ลดไฟป่าและหมอกควันอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.22 น.

กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างบูรณาการ ภายใต้นโยบาย “ทส. หนึ่งเดียว” เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำและสนับสนุนการพัฒนาอาชีพของประชาชนในพื้นที่คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า “ที่ผ่านมาอำเภอแม่แจ่มประสบปัญหาการขยายพื้นที่เพาะปลูกพืชเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ส่งผลให้เกิดปัญหาการเผาตอซังและจุดความร้อน (Hotspot) มากกว่า 500 ครั้งต่อปี ก่อให้เกิดไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละออง PM2.5 ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือโดยรวม การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจึงต้องควบคู่ทั้งการจัดการที่ดินและการสร้างทางเลือกด้านอาชีพที่เหมาะสมให้กับประชาชน กรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 ได้รับมอบนโยบายให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำพร้อมระบบกระจายน้ำสนับสนุนพื้นที่ คทช. อำเภอแม่แจ่ม หรือ “แม่แจ่มโมเดล” โดยสำรวจ ออกแบบ และก่อสร้างระบบกระจายน้ำเพื่อสนับสนุนการปลูกพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูง เช่น อโวคาโด กาแฟ และพืชเมืองหนาว ลดการพึ่งพาพืชเชิงเดี่ยว และลดการเผาในพื้นที่ต้นน้ำ โครงการดังกล่าวมีแผนดำเนินงานรวม 78 โครงการ ครอบคลุม 7 ตำบล ปัจจุบันได้รับงบประมาณและดำเนินการแล้วเสร็จ 45 โครงการ สามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนได้กว่า 3.7 ล้านลูกบาศก์เมตร สนับสนุนพื้นที่การเกษตรกว่า 9,600 ไร่ และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่า 3,800 ครัวเรือน”

ด้าน นางสาวสุพัดสอน สีมืด ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 กล่าวเพิ่มเติมว่า “รูปแบบการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำ แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ ระบบส่งน้ำแบบแรงโน้มถ่วง (Gravity System) และระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ( Solar pump system) ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวเราได้ร่วมมือกับกรมอุทยานฯ กรมป่าไม้ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลจากการขับเคลื่อน “แม่แจ่มโมเดล” ไม่เพียงช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำ ช่วยลดความเสี่ยงจากภัยแล้ง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการลดการบุกรุกพื้นที่ป่า ลดการเผาในที่โล่ง ลดปัญหาไฟป่าและหมอกควัน และฟื้นฟูความชุ่มชื้นกลับคืนสู่ผืนป่าแม่แจ่มและประชาชนอย่างทั่วถึง สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างความสมดุลระหว่างคนกับป่า อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศต่อไป”

– 006

อธิบดีกรมการข้าว ลุยเสริมศักยภาพศูนย์ข้าวชุมชน ยกระดับผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว

อธิบดีกรมการข้าว ลุยเสริมศักยภาพศูนย์ข้าวชุมชน ยกระดับผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว

อธิบดีกรมการข้าว ลุยเสริมศักยภาพศูนย์ข้าวชุมชน ยกระดับผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.26 น.

วันที่ 5 มีนาคม 2569 นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานเปิดการประชุมหน่วยงานภาคีร่วมกับประธานศูนย์ข้าวชุมชนระดับจังหวัด ภายใต้โครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน ประจำปี 2569 เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินงาน พัฒนาเครือข่าย และยกระดับศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชนในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน ณ ห้องประชุมโครงการเกษตรอทิตยาทร ตำบลเทนมีย์ อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ 

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ระบบเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพถือเป็นรากฐานสำคัญของการผลิตข้าวไทย หากสามารถยกระดับศูนย์ข้าวชุมชนให้มีมาตรฐาน เข้มแข็ง และพึ่งพาตนเองได้ ก็จะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาระบบเมล็ดพันธุ์ข้าวของประเทศให้มีความมั่นคง และสามารถรองรับความท้าทายในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“การประชุมในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย และศูนย์ข้าวชุมชนในจังหวัดสุรินทร์ เพื่อร่วมกันยกระดับระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้มีมาตรฐาน สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนชาวนา และขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการผลิตข้าวไทยให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป” 

จ.สุรินทร์ ถือเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่สำคัญของประเทศ การรักษาคุณภาพข้าว การเพิ่มผลผลิต และการเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต จึงเป็นภารกิจร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งศูนย์วิจัยข้าว ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว หน่วยงานภาคี ตลอดจนศูนย์ข้าวชุมชนทั้ง 367 แห่ง ในจังหวัดสุรินทร์ ที่ต้องร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ซึ่งในยุคปัจจุบัน การบริหารจัดการจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการผลิตผ่านระบบฐานข้อมูล การใช้เทคโนโลยีในการคัดแยกและควบคุมคุณภาพเมล็ดพันธุ์ หรือการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาในแปลงนาอย่างแม่นยำ ซึ่งการขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจะช่วยให้ศูนย์ข้าวชุมชนมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การพัฒนาศูนย์ข้าวชุมชนยังจำเป็นต้องเชื่อมโยงไปสู่มิติด้านการตลาดและการเพิ่มมูลค่า โดยศูนย์ข้าวชุมชนควรสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพผลผลิต พัฒนาเครือข่ายตลาด และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับสมาชิกในชุมชน ทั้งนี้ การมีตลาดรองรับที่ชัดเจนจะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา และเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน

อธิบดีอานนท์ เยี่ยมศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี ติดตามภารกิจงานเมล็ดพันธุ์และงานวิจัย

อธิบดีอานนท์ เยี่ยมศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี ติดตามภารกิจงานเมล็ดพันธุ์และงานวิจัย

อธิบดีอานนท์ เยี่ยมศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี ติดตามภารกิจงานเมล็ดพันธุ์และงานวิจัย

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.39 น.

อธิบดีอานนท์ เยี่ยมศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว/ศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี ติดตามภารกิจงานเมล็ดพันธุ์และงานวิจัย

วันที่ 4 มีนาคม 2569 นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อรับฟังความก้าวหน้าและผลการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญงานด้านเมล็ดพันธุ์และและงานวิจัยข้าวในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองและข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ โดยผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 ศูนย์ฯ ได้นำเสนอภาพรวมการดำเนินงานอย่างรอบด้าน ทั้งภารกิจการดำเนินงานด้านงานวิจัยและพัฒนาข้าว การผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าว การควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐาน การสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ ตลอดจนการขับเคลื่อนโครงการตามนโยบายของกรมการข้าว ที่มุ่งเน้นความเป็นระบบ โปร่งใส และตรวจสอบได้

นอกจากนี้ อธิบดีกรมการข้าวได้ให้ข้อเสนอแนะเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมเน้นย้ำการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเหมาะสม และการพัฒนาคุณภาพการให้บริการแก่เกษตรกร

ในโอกาสเดียวกันนี้ อธิบดีอานนท์ ได้ถือโอกาสพบปะพูดคุย พร้อมถ่ายภาพร่วมกันกับกลุ่มเกษตรกร จากโครงการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร จ.มหาสารคาม ที่เข้ามาศึกษาดูงานที่ศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานีอีกด้วย 

การตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ สะท้อนภาพการกำกับติดตามงานเชิงรุกของผู้บริหาร ที่มุ่งให้ทุกภารกิจเดินหน้าอย่างมั่นคง ทุกโครงการขับเคลื่อนอย่างรอบคอบ และทุกขั้นตอนดำเนินไปตามกรอบนโยบายอย่างเคร่งครัด เพื่อเป้าหมายเดียวกัน คือ การเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบงานวิจัยและงานด้านเมล็ดพันธุ์ข้าวไทยอย่างยั่งยืน

เลขาฯ ส.ป.ก.มอบโฉนดเพื่อการเกษตร โฉนดต้นไม้ ยกระดับที่ดินทำกินในกระบี่ หนุนเกษตรกรเข้าถึงแหล่งทุน

เลขาฯ ส.ป.ก.มอบโฉนดเพื่อการเกษตร โฉนดต้นไม้ ยกระดับที่ดินทำกินในกระบี่ หนุนเกษตรกรเข้าถึงแหล่งทุน

เลขาฯ ส.ป.ก.มอบโฉนดเพื่อการเกษตร โฉนดต้นไม้ ยกระดับที่ดินทำกินในกระบี่ หนุนเกษตรกรเข้าถึงแหล่งทุน

วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.15 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (เลขาธิการ ส.ป.ก.) พร้อมด้วย นายสรรเพชร พูลศิริ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน นายเกียรติยศ ทรงสง่า ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและแผนงาน นางสาววิจิตตรา รักกมล ปฏิรูปที่ดินจังหวัดกระบี่ นายสุทธวัชร นาคสวาทดิ์ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ติดตามคณะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมช.กษ.) นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ เป็นประธานในพิธีมอบโฉนดเพื่อการเกษตร และโฉนดต้นไม้ ให้แก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน จำนวน 100 ราย 104 แปลง รวมเนื้อที่ประมาณ 1,366 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองกระบี่ อำเภอเขาพนม และอำเภอเหนือคลอง เพื่อมุ่งยกระดับสิทธิการใช้ประโยชน์ในที่ดิน สร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพ และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุนของเกษตรกร

กรมที่ดินยกระดับการให้บริการสู่ระบบดิจิทอล ลดขั้นตอน ลดเอกสาร บริการประชาชนอย่างรวดเร็ว

กรมที่ดินยกระดับการให้บริการสู่ระบบดิจิทอล ลดขั้นตอน ลดเอกสาร บริการประชาชนอย่างรวดเร็ว

กรมที่ดินยกระดับการให้บริการสู่ระบบดิจิทอล ลดขั้นตอน ลดเอกสาร บริการประชาชนอย่างรวดเร็ว

วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.01 น.

ภายใต้นโยบายรัฐบาลดิจิทัล กรมที่ดินเร่งยกระดับการให้บริการสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดขั้นตอน ลดเอกสาร และเพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินงาน ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญคือให้ประชาชนได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเชื่อมโยงข้อมูล ช่วยยกระดับการบริหารจัดการที่ดินของประเทศสู่มาตรฐานใหม่ รองรับวิถีชีวิตยุคดิจิทัล

กรมที่ดินได้เปิดตัวโครงการ “125 ปีกรมที่ดิน : ปีแห่ง e-Service” มุ่งสู่การให้บริการที่ดินดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้แนวคิด “125 ปีแห่งความเชื่อมั่น สู่การบริการที่ดินดิจิทัล เพื่อประชาชนทุกคน” เน้นลดการเดินทางและเพิ่มความคล่องตัวในการทำธุรกรรม ผ่านระบบ DOL e-Service และสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ ถูกพัฒนาให้ครอบคลุมทั้ง 462 สำนักงานทั่วประเทศ ซึ่งประชาชนสามารถทำธุรกรรมด้านที่ดินได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านสมาร์ตโฟนหรือระบบออนไลน์ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสำนักงาน

ทั้งนี้ ในปี 2569 กรมที่ดินได้เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่ “กรมที่ดินดิจิทัล” อย่างเป็นรูปธรรม ปัจจุบันระบบจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมต่างสำนักงานแบบออนไลน์ ครอบคลุมแล้ว 34 จังหวัด กว่า 230 สำนักงาน ช่วยลดข้อจำกัดด้านระยะทาง นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลที่ดินของประเทศให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน พร้อมยกระดับบริการภาครัฐสู่ยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

‘สุชาติ’ สั่งการด่วน! ระดมกำลังช่วยประชาชนฝ่าวิกฤตภัยแล้ง พร้อมส่งกำลังใจแนวหน้าไฟป่า

‘สุชาติ’ สั่งการด่วน! ระดมกำลังช่วยประชาชนฝ่าวิกฤตภัยแล้ง พร้อมส่งกำลังใจแนวหน้าไฟป่า

‘สุชาติ’ สั่งการด่วน! ระดมกำลังช่วยประชาชนฝ่าวิกฤตภัยแล้ง พร้อมส่งกำลังใจแนวหน้าไฟป่า

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.42 น.

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชนในช่วงฤดูร้อน สั่งการด่วนให้ กรมทรัพยากรน้ำ เร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง ควบคู่การสนับสนุนภารกิจควบคุมไฟป่า ซึ่งมีความเสี่ยงสูงจากสภาพอากาศแห้งแล้งและปัญหา PM 2.5

นายธีระชุณ บุณสิทธ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ สำนักงานทรัพยากรน้ำที่(สทน.) 1, 2 และ 4 ลงพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุกอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร

สทน. 1 สนับสนุนน้ำสะอาดช่วยเหลือประชาชนบ้านหัวทุ่ง หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านเป้า อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง จำนวน 70 ครัวเรือน รวม 250 คน บรรเทาความเดือดร้อนอย่างทันท่วงที พร้อมมอบน้ำดื่ม 500 ขวด ผ่านกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดลำปาง เพื่อส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่แนวหน้าดับไฟป่า

สทน. 2 โดยส่วนเครื่องกล จังหวัดนครสวรรค์ ลงพื้นที่ควบคุมการเดินเครื่องสูบน้ำในตำบลวังใหญ่ อำเภอท่าตะโก และตำบลไผ่สิงห์ อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้ประชาชนหลายหมู่บ้าน พร้อมป้องกันความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรมในช่วงวิกฤต

ขณะที่ สทน.4 สนับสนุนรถบรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตร จำนวน 54 เที่ยว รวม 324,000 ลิตร เติมระบบประปาหมู่บ้านสีสวาด หมู่ที่ 1 ตำบลหนองหมื่นถ่าน อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด และติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 16 นิ้ว สูบน้ำจากลำห้วยกุดจอกเข้าสู่บ่อหนองไผ่น้อย–หนองไผ่ใหญ่ เพื่อผลิตน้ำประปาในพื้นที่เทศบาลตำบลโพนทอง หมู่ที่ 1, 3 และ 9 อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม ช่วยรองรับความต้องการใช้น้ำและรักษาพื้นที่เกษตรกรรมหลายร้อยไร่

รองนายกฯ นายสุชาติ เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด บูรณาการทรัพยากร เครื่องจักร และกำลังภาคสนามอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อให้ประชาชนมีน้ำกินน้ำใช้อย่างต่อเนื่อง ลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจครัวเรือนและภาคการเกษตร พร้อมยืนยันว่า กรมทรัพยากรน้ำจะยืนหยัดทำหน้าที่ดูแล “น้ำต้นทุนของประเทศ” เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

-(016)

เปลี่ยนพื้นที่ว่างเป็นเงิน! หนุ่มตรังเพาะ ‘ปลาคาร์ฟมงคล’ ขายดีสวนกระแส-รายได้พุ่ง

เปลี่ยนพื้นที่ว่างเป็นเงิน! หนุ่มตรังเพาะ 'ปลาคาร์ฟมงคล' ขายดีสวนกระแส-รายได้พุ่ง

เปลี่ยนพื้นที่ว่างเป็นเงิน! หนุ่มตรังเพาะ ‘ปลาคาร์ฟมงคล’ ขายดีสวนกระแส-รายได้พุ่ง

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.45 น.

เปลี่ยนพื้นที่ว่างเป็นเงิน! หนุ่มตรังเพาะ ‘ปลาคาร์ฟมงคล’ ขายดีสวนกระแส รายได้พุ่งเดือนละ 3 หมื่นบาท

วันที่ 2 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานเรื่องราวของ นายวรวุฒิ นวลนิ่ม อายุ 31 ปี เกษตรกรหนุ่มในพื้นที่หมู่ 4 ต.นาโยงเหนือ อ.นาโยง จ.ตรัง ที่ใช้ความพยายามและความรักในสัตว์เลี้ยง เปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่ารอบบ้านให้กลายเป็นแหล่งสร้างรายได้ที่มั่นคง ด้วยการเพาะเลี้ยงปลาคาร์ฟสวยงามและปลามงคลหลากสายพันธุ์

นายวรวุฒิ เปิดเผยว่า ตนเองเริ่มต้นจากการศึกษาวิธีการเพาะพันธุ์ปลาคาร์ฟผ่านช่องทางยูทูบและเดินสายดูงานตามแหล่งเพาะพันธุ์ต่างๆ ทั่วประเทศ จนเก็บเกี่ยวประสบการณ์ยาวนานกว่า 5-6 ปี ปัจจุบันสามารถเปิดฟาร์ม ‘ตรังคาร์ฟ’ เป็นของตนเองได้สำเร็จ โดยมีปลาคาร์ฟหลากสีสัน เช่น สีขาว-แดง, สีเหลืองทอง, สีส้ม และปลา 3 สีในตัวเดียว ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก

ตามความเชื่อของชาวไทยเชื้อสายจีน สีสันของปลาคาร์ฟถือเป็นสีแห่งโชคลาภและบารมี ลูกค้าส่วนใหญ่จึงมักซื้อไปเลี้ยงเป็นเลขมงคล เช่น 8 หรือ 9 ตัว เพื่อเสริมโหงวเฮ้งให้บ้านและที่ทำงานดีขึ้น นอกจากนี้การนั่งชมปลาคาร์ฟยังช่วยสร้างความเพลิดเพลินและผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงานได้เป็นอย่างดี

ที่ฟาร์มแห่งนี้มีราคาจำหน่ายตั้งแต่ ตัวละ 25 บาท ไปจนถึง 1,500 บาท ขึ้นอยู่กับความสวยงามและอายุของปลา ทำให้เข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม โดยสร้างรายได้เฉลี่ย 25,000 – 30,000 บาทต่อเดือน นอกจากปลาคาร์ฟแล้ว ยังมีปลาสวยงามอื่นๆ เช่น ปลาทองฮอลันดา ปลาบอลลูน และปลาหางนกยูง ไว้ให้ลูกค้าเลือกซื้อในราคาประหยัดอีกด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจต้องการเลือกตักปลาคาร์ฟด้วยตนเอง หรือซื้อไปเสริมฮวงจุ้ย สามารถติดต่อได้ที่เพจเฟซบุ๊ก ‘ตรังคาร์ฟ’ หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่หมายเลข 084-2494287

กรมการข้าว รวมพลัง Big Cleaning Day เตรียมพร้อมยิ่งใหญ่ ครบรอบ 20 ปี วันสถาปนากรมการข้าว 16 มีนาคมนี้

กรมการข้าว รวมพลัง Big Cleaning Day เตรียมพร้อมยิ่งใหญ่ ครบรอบ 20 ปี วันสถาปนากรมการข้าว 16 มีนาคมนี้

กรมการข้าว รวมพลัง Big Cleaning Day เตรียมพร้อมยิ่งใหญ่ ครบรอบ 20 ปี วันสถาปนากรมการข้าว 16 มีนาคมนี้

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.00 น.

27 กุมภาพันธ์ 2569 นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Big Cleaning Day” พร้อมด้วย นายโอวาท ยิ่งลาภ รองอธิบดีกรมการข้าว นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ กรมการข้าว ร่วมแรงร่วมใจทำความสะอาดบริเวณโดยรอบอาคารสำนักงานและลานจอดรถ เพื่อเตรียมความพร้อมสถานที่สำหรับการจัดงานวันสถาปนากรมการข้าว ครบรอบ 20 ปี ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 16 มีนาคม 2569 นี้

กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงเป็นการปรับภูมิทัศน์ให้สะอาด เป็นระเบียบ และพร้อมต้อนรับแขกผู้มีเกียรติเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงพลังความสามัคคี ความร่วมมือร่วมใจ และความภาคภูมิใจของบุคลากรทุกภาคส่วน ที่พร้อมก้าวสู่ปีที่ 20 อย่างมั่นคงและสง่างาม ดังนั้นการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง สร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นภายในหน่วยงาน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านข้าวของประเทศให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

– 006