‘มนัญญา’รุดมอบวัคซีน ใช้ป้องกันโรคลัมปีสกิน ให้เกษตรกรที่อุทัยธานี เยียวยาไปแล้ว7.16แสน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/634406

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีมอบวัคซีนป้องกันโรคลัมปีสกิน  ให้กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ ใน จ.อุทัยธานี โดยมี นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผวจ.อุทัยธานี นายสมพล ไวปัญญา ปศุสัตว์ จ.อุทัยธานี และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ อบต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ทั้งนี้ มีรายงานว่า จ.อุทัยธานี พบการระบาดของโรคดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2564 มีสัตว์ป่วย 290 ตัว (โค 289 กระบือ 1 ตัว) สัตว์ตาย 48 ตัว (โค 47 ตัว กระบือ 1 ตัว) และสัตว์หายป่วย 242 ตัว ขณะนี้สถานการณ์อยู่ในภาวะโรคสงบแล้ว ซึ่งปศุสัตว์ จ.อุทัยธานี ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเฝ้าระวังป้องกันโรค การควบคุมโรคตามมาตรการของกรมปศุสัตว์ และให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ โดยจ่ายเงินเยียวยา 28 ราย เป็นเงินเยียวยาสัตว์ 38 ตัว ใช้เงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลัง ทั้งสิ้น 716,000 บาท ซึ่งได้จ่ายเงินถึงมือเกษตรกรเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ดี การฉีดวัคซีนนั้นนับว่าเป็นวิธีการป้องกัน ควบคุมโรคที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด จึงจำเป็นต้องฉีดวัคซีนกระตุ้นซ้ำ ปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ 50 กิโลเมตร จากแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้เร่งช่วยเหลือเกษตรกร และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกภาคส่วน จะร่วมมือกันดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคระบาดลัมปีสกิน ในโค กระบือ ให้สำเร็จ เพื่อลดความสูญเสียให้กับเกษตรกร

เกษตรฯเผยส่งออกสินค้า ข้าว-ทุเรียน-มังคุดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/634179

วันพุธ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วย รมต.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2565 โดยมี ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานและพิจารณาถึงร่างแผนปฏิบัติการด้านเกษตรอินทรีย์ 2566-2570  สำหรับการขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปีงบประมาณ 2560–2564) พบว่า มีโครงการเพื่อขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ ทั้งสิ้น 342 โครงการ มุ่งสู่การเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ไม่น้อยกว่า 1.3 ล้านไร่ และมีเกษตรกรทำเกษตรอินทรีย์ไม่น้อยกว่า 80,000 ราย รวมถึงมูลค่าสินค้าเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3 ต่อปี ด้วยวิสัยทัศน์ประเทศไทยเป็นผู้นำเกษตรอินทรีย์ในภูมิภาคอาเซียน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ภายในปี 2565

ทั้งนี้ ในปี 2564 มีพื้นที่เกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน อยู่ที่ 1.51 ล้านไร่ มีเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์ 95,752 ราย เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

ด้านมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทย ปี 2560–2563 ยังมีทิศทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สินค้าส่งออกเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าว ทุเรียน มังคุด มะพร้าวอ่อน น้ำกะทิ และชาเขียว โดยปริมาณการส่งออกมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 31.58 ต่อปี มูลค่าการส่งออกมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 44.46 ต่อปี ตลาดส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่สำคัญ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง อิตาลี และเวียดนาม สำหรับการส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทยในปี 2564 (มกราคม–พฤศจิกายน 2564) มีมูลค่า 1,238.97 ล้านบาท สินค้าเกษตรอินทรีย์ส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวอินทรีย์ มีมูลค่าอยู่ที่ 878.64 ล้านบาท ผลไม้อินทรีย์สดและแช่แข็ง และสินค้าเกษตรอินทรีย์อื่นๆ มีมูลค่าอยู่ที่ 360.33 ล้านบาท และตลาดส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่สำคัญ ได้แก่ สหรัฐฯ อิตาลี จีน  และสวิสเซอร์แลนด์

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการร่างแผนปฏิบัติการด้านเกษตรอินทรีย์ 2566-2570 ประกอบด้วย ประเด็นการพัฒนา ได้แก่ 1.ส่งเสริมการวิจัย พัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และฐานข้อมูลเกษตรอินทรีย์ 2.พัฒนาศักยภาพการผลิต และการบริหารจัดการตลอดโซ่อุปทานเกษตรอินทรีย์ 3.ยกระดับมาตรฐานและระบบการตรวจสอบรับรองเกษตรอินทรีย์ และ 4.พัฒนาการตลาด และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ พร้อมกันนั้น ได้แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำแผนปฏิบัติการด้านเกษตรอินทรีย์ 2566–2570 โดยมีรองปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธานคณะทำงาน เพื่อดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านเกษตรอินทรีย์ 2566-2570 รวมถึงรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

‘เฉลิมชัย’ตั้งFeedCenterกระจายอาหารสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/634178

วันพุธ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการตั้งศูนย์กลางการผลิตอาหารสัตว์ (Feed Center) ที่โครงการเลี้ยงโคนมในระบบชีวภาพ (วัวหลุม) ต.ศิลาลอย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ภายใต้โครงการปรับโครงสร้างการผลิต การรวบรวมและแปรรูป สถาบันเกษตรกร (พ.ร.ก. เงินกู้โควิด พ.ศ.2563) งบประมาณทั้งสิ้น 8,455,000.00 บาท แบ่งเป็น เงินอุดหนุนจากภาครัฐ 7,609,500 บาท และเป็นเงินที่ชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคใต้และตะวันตก จำกัด สมทบ 845,000 บาท เพื่อใช้เป็นทุนดำเนินการก่อสร้างและจัดซื้อครุภัณฑ์พร้อมติดตั้งอุปกรณ์กระบวนการผลิตอาหารสัตว์ TMR ประกอบด้วย โรงเรือนเก็บและผสมอาหาร TMR บ่อหมักอาหารหยาบ ลานคอนกรีต รถบรรทุก 6 ล้อ แบบดั้ม รถตัดล้อยาง ขนาด 100 แรงม้า เครื่องผสมอาหาร TMR และเครื่องบรรจุอาหารสุญญากาศแบบ 2 หัว

นายเฉลิมชัย กล่าวว่า รู้สึกชื่นชมความตั้งใจของชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคใต้และตะวันตก จำกัด ในการจัดตั้งศูนย์กลางการผลิตอาหารสัตว์ (Feed Center) ได้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ได้เสนอโครงการขึ้นไป และทราบว่านอกเหนือจากศูนย์แห่งนี้แล้ว ยังมีอีกศูนย์หนึ่งที่จัดตั้งได้สำเร็จ คือ สหกรณ์โคนมไทย – เดนมาร์คประจวบคีรีขันธ์ จำกัด ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงฯ ที่มีเป้าหมายให้มีการจัดตั้งศูนย์กลางการผลิตอาหารสัตว์ (Feed Center) กระจายไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีการเลี้ยงโคนม เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต ในขณะเดียวกันยังเป็นการเพิ่มคุณภาพน้ำนมดิบของเกษตรกรรายย่อยให้สูงขึ้น

อย่างไรก็ดี โครงการดังกล่าวจะประสบผลสำเร็จในการลดต้นทุนและเพิ่มคุณภาพน้ำนมได้มากน้อยเพียงใดอยู่ที่การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งหากการดำเนินงานประสบผลสำเร็จ จะเป็นการนำร่องให้กับสหกรณ์อื่นๆ โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนงบประมาณอุดหนุนการดำเนินงาน

กรมชลฯเร่งติดตาม สถานการณ์น้ำทุกที่ ปรับแผนเพาะปลูก ให้ใช้น้ำอย่างคุ้มค่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/634177

วันพุธ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสิ้น 55,184 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือคิดเป็นร้อยละ 73  ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 31,254 ล้าน ลบ.ม.หรือร้อยละ 60 ของความจุอ่างฯ รวมกัน ซึ่งได้จัดสรรน้ำไปแล้ว 9,788 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 44 เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 13,219 ล้าน ลบ.ม.หรือร้อยละ 53 ของความจุอ่างฯ รวมกัน ปริมาณน้ำใช้การได้ 6,523 ล้าน ลบ.ม.หรือร้อยละ 36 ของความจุอ่างฯ รวมกัน จัดสรรน้ำไปแล้ว 2,521 ล้าน ลบ.ม.หรือร้อยละ 44

สำหรับผลการเพาะปลูกข้าวนาปรัง ปี 2564/65 ทั้งประเทศเพาะปลูกข้าวไปแล้ว 5.36 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 83.61 เฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา เพาะปลูกไปแล้ว 3.63 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 129.03 ของแผนฯ

ทั้งนี้ เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ในเกณฑ์น้อย ประกอบกับปัจจุบันมีการเพาะปลูกเกินแผนที่กำหนด จึงได้กำชับให้โครงการชลประทานโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา บริหารจัดการน้ำด้วยการหมุนเวียนน้ำในพื้นที่ให้ทั่วถึง เพื่อไม่ให้พื้นที่เพาะปลูกแล้วเกิดความเสียหาย ด้านการเพาะปลูกพื้นที่ลุ่มต่ำ ให้ควบคุมการเพาะปลูกให้เป็นไปตามแผน รวมทั้งดำเนินการตามมาตรการรองรับฤดูแล้งปี 64/65 ทั้ง 8 มาตรการอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญให้ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงสถานการณ์น้ำ และแนวทางในการบริหารจัดการน้ำ  รณรงค์ให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการประหยัดทรัพยากรน้ำ

การยางฯโอนเงินช่วยเหลือ ชาวสวนได้รับ560ล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/634176

วันพุธ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 3 ได้ดำเนินการจ่ายเงินส่วนต่างชดเชยรายได้ให้กับชาวสวนยางแล้ว 3 งวด คือ งวดที่ 1 เดือนตุลาคม 2564 และงวด 2 เดือนพฤศจิกายน 2564 ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2564 และล่าสุด งวดที่ 3 เดือนธันวาคม 2564 โดยเริ่มโอนเข้าบัญชีของชาวสวนยางแล้วตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2565 เป็นต้นมา ซึ่งยอดเงินส่วนต่างงวดล่าสุด งวดที่ 3 เข้าบัญชีชาวสวนยางแล้วกว่า 560 ล้านบาท และมียอดโอนรวมตั้งแต่งวดที่ 1-3 แล้วกว่า 1,552 ล้านบาท โดยทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ได้ดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีชาวสวนยางโดยตรง

 “อย่างไรก็ตาม กยท.ได้เตรียมจ่ายเงินส่วนต่างงวดที่ 4 เดือนมกราคม 2565 ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ พร้อมทั้งประสานงานข้อมูลเกษตรชาวสวนยางที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการฯ ให้พี่น้องชาวสวนยางได้รับเงินประกันรายได้อย่างรวดเร็ว ครบถ้วนและถูกต้องทุกราย จนครบ 6 งวด ตามโครงการฯ อย่างแน่นอน” ผู้ว่าการ กยท.กล่าวทิ้งท้าย

‘เลขาฯส.ป.ก.’เปิดผลสอบที่ดินอ้างของ‘ทิดสมปอง’ ไล่บี้เช็คชื่อผู้ถือครอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/634031

‘เลขาฯส.ป.ก.’เปิดผลสอบที่ดินอ้างของ‘ทิดสมปอง’ ไล่บี้เช็คชื่อผู้ถือครอง

วันอังคาร ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 12.30 น.

‘เลขาฯส.ป.ก.’เปิดผลสอบที่ดินอ้างของ‘ทิดสมปอง’ ไล่บี้เช็คชื่อผู้ถือครอง

8 กุมภาพันธ์ 2565 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีมีข่าวว่าอดีตพระมหาสมปอง ตาลปุตโต หรือนายสมปอง นครไธสง กว้านซื้อที่ดิน ส.ป.ก. ในท้องที่ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ กว่า 300 ไร่ เพื่อปลูกยางพารา หรือให้ญาติถือครองที่ดินแทน ว่า เจ้าหน้าที่กำลังลงไปตรวจสอบที่ดินตามที่อยู่ของนายสมปอง ทั้งในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ และนครราชสีมา แล้ว ซึ่งมีรายงานจาก ส.ป.ก.ชัยภูมิ ที่เข้าไปตรวจสอบทุกแปลงที่ที่เปิดเผยอยู่ในสังคมออนไลน์ พบว่า ส่วนใหญ่อยู่นอกเขต ส.ป.ก. แต่มีบางแปลงที่อยู่ในเขต ส.ป.ก. พื้นที่ดังกล่าวมีการทำประโยชน์เป็นสวนมะพร้าว สวนหมาก ซึ่งเป็นการทำกินของเกษตรกรตามจุดประสงค์ของ ส.ป.ก. แต่ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นไปตรวจสอบการถือครองด้วยว่าเป็นเกษตรกรตัวจริงหรือไม่ หรือเป็นไปตามที่ข่าวเสนอว่าเป็นที่ดินของนายสมปอง

“เราตรวจพบว่าเป็นสวนมะพร้าวกับสวนหมากมีประมาณ 6 ไร่ ไม่เยอะ ถ้าอยู่ใน ส.ป.ก. เรามีทะเบียนอยู่แล้ว แต่ไม่เป็นอะไร เราจะเข้าไปตรวจสอบ แต่เราพบว่าแปลงนี้เป็นแปลงที่เกษตรกรเขาทำกิน ต้องตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่ด้วย เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ในส่วนของที่ดินนอกเขต ส.ป.ก. มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูอยู่แล้ว ผมให้ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันดูอยู่ และจะดำเนินการในอำนาจหน้าที่ ส่วนเรื่องของการทำกิน ตรงนี้เป็นเขตป่าสงวนเดิม คิดว่ามีชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ทำมาหากินยังชีพอยู่” นายวิณะโรจน์ กล่าว

‘ส.ป.ก.’ลุยรังวัด-ตรวจสอบที่ดิน 300 ไร่‘ทิดสมปอง’ พบส่วนใหญ่อยู่นอกเขตปฏิรูปที่ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/633985

‘ส.ป.ก.’ลุยรังวัด-ตรวจสอบที่ดิน 300 ไร่‘ทิดสมปอง’ พบส่วนใหญ่อยู่นอกเขตปฏิรูปที่ดิน

วันอังคาร ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 07.31 น.

‘ส.ป.ก.’ตรวจสอบ-รังวัดที่ดิน 300 ไร่‘ทิดสมปอง’ พบส่วนใหญ่อยู่นอกเขตปฏิรูปที่ดิน มีเพียง 1 แปลง เนื้อที่ประมาณ 7 ไร่ ที่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน

8 กุมภาพันธ์ 2565 สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ชี้แจงว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวในสังคมออนไลน์ และสื่อต่างๆ เกี่ยวกับกรณีอดีตพระมหาสมปอง ตาลปุตโต หรือนายสมปอง นครไธสง กว้านซื้อที่ดิน ส.ป.ก. ในท้องที่อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ กว่า 300 ไร่ เพื่อปลูกยางพารา หรือให้ญาติถือครองที่ดินแทนนั้น

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ขอเรียนชี้แจงว่า พื้นที่ที่เป็นข่าวเดิมเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าภูซำผักหนาม (E) ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 538 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 90 ตอนที่ 81 วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ.2516 โดย ส.ป.ก. ได้รับที่ดินมาและมีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่อำเภอคอนสาร อำเภอหนองบัวแดง กิ่งอำเภอภักดีชุมพล อำเภอหนองบัวแดง อำเภอเกษตรสมบูรณ์ อำเภอแก้งคร้อ และอำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.2531 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 105 ตอนที่ 241 ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2531 ซึ่งเป็นการประกาศให้อำเภอคอนสารเป็นเขตปฏิรูปที่ดินทั้งอำเภอ

จากนั้นสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดชัยภูมิ (ส.ป.ก.ชัยภูมิ) จึงได้เข้าดำเนินการสำรวจรังวัดที่ดินเมื่อปี 2532 และ 2537 เพื่อให้ได้ขอบเขตเนื้อที่ของแปลงที่ดินแต่ละแปลงและรายชื่อผู้ครอบครองที่ดิน ต่อมาในปี 2539 ส.ป.ก. และกรมป่าไม้ ได้ร่วมกันดำเนินการตรวจสอบกันพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าภูซำผักหนาม (E) จังหวัดชัยภูมิ ในส่วนที่ยังเป็นป่าออกจากเขตปฏิรูปที่ดินตามบันทึกข้อตกลงเพื่อกันคืนพื้นที่ป่าออกจากเขตปฏิรูปที่ดิน (RF) พ.ศ.2538 ออกมาได้เป็น 2 แปลง คือ RF แปลงที่ 15 เนื้อที่ประมาณ 10,997 ไร่ และ RF แปลงที่ 20 เนื้อที่ประมาณ 4,223 ไร่

เมื่อทราบข่าว ส.ป.ก. ได้มอบหมายให้ส.ป.ก.ชัยภูมิลงพื้นที่ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงในทันที ซึ่งเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ชัยภูมิได้ลงพื้นที่เมื่อวันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยได้สืบหาข้อมูลเพิ่มเติมจากทั้งผู้ปกครองท้องที่และราษฎรในพื้นที่เกี่ยวกับตำแหน่งและขอบเขตของแปลงที่ดินเทียบกับแผนที่แนวเขตปฏิรูปที่ดิน รวมทั้งตรวจสภาพการทำประโยชน์ในแปลงที่ดินที่เป็นข่าวแล้ว พบว่า ที่ดินส่วนใหญ่อยู่นอกเขตดำเนินการปฏิรูปที่ดิน และมีเพียง 1 แปลง เนื้อที่ประมาณ 7 ไร่ ที่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน และเกษตรกรผู้ซึ่งได้รับอนุญาตฯ ยังคงทำประโยชน์ในที่ดินด้วยตนเองโดยการปลูกหมากและมะพร้าว

ทั้งนี้ ส.ป.ก. ไม่ได้นิ่งนอนใจและยังคงเดินหน้าตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปจากข้อมูลการร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน หนังสือร้องเรียน สายด่วน ส.ป.ก. และการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบตามภารกิจอย่างต่อเนื่อง

‘มนัญญา’ติวผู้ประกอบการ คัดผลไม้ชูโมเดล‘ล้งปลอดโควิด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/633863

วันอังคาร ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมและมอบนโยบายแนวทางการส่งออกผลไม้ของกระทรวงเกษตรฯ ฤดูกาลผลิตปี 2565 ให้แก่ผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุภาคตะวันออก ว่าได้มอบหมายกรมวิชาการเกษตร ติดตามสถานการณ์การส่งออกผลไม้ไปยังประเทศจีน อย่างใกล้ชิด และเร่งหาแนวทางจัดฝึกอบรมผู้ประกอบการ ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจในการทำสวนผลไม้ โดยให้ล้งต่างๆ ร่วมมือกันสร้างโมเดล ‘ล้งปลอดภัยโควิด-19’ สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าต่างประเทศ รวมทั้งมีนโยบายตั้งศูนย์ปฏิบัติเฝ้าระวังศัตรูพืชกักกัน หรือห้องแลป ให้ทันสมัยเพื่อตรวจสอบสารตกค้าง แมลงศัตรูพืช และเชื้อไวรัสโควิด-19 สร้างความมั่นใจให้กับคุณภาพสินค้าเกษตรไทยไปยังประเทศปลายทาง โดยนำร่องที่ จ.หนองคาย ซึ่งอยู่ในขั้นตอนตั้งงบประมาณปี 2566 แล้ว

 น.ส.มนัญญา กล่าวอีกว่า ได้รับรายงานจากนายสุธี ทองแย้ม ผวจ.จันทบุรี ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะมีผลผลิตทุเรียนกว่า 7 แสนตัน เพิ่มจากปีที่ผ่านมา 20% กระทรวงเกษตรฯ จะช่วยเหลือเกษตรกรโดยประสานระบบการขนส่งทั้งทางบก เรือ และอากาศ เพื่ออำนวยความสะดวกกระจายผลผลิตส่งออกให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ได้เชิญทูตเกษตรจีน และประเทศคู่ค้าผลไม้ภาคตะวันออก หารือร่วมกันถึงความต้องการสินค้า รวมถึงมาตรการนำเข้าส่งออก ว่ามีกฎเกณฑ์การพิจารณาอย่างไร เพื่อนำมาปรับปรุงผลผลิตตั้งแต่ต้นทาง ลดอุปสรรคและลดเวลาการตรวจที่ด่านต้นทางและปลายทาง

ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตรได้เตรียมความพร้อมเกี่ยวกับมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ในโรงคัดบรรจุพื้นที่ภาคตะวันออก โดยสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6  ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุข จ.จันทบุรี สมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุด (DMA) และสมาคมการค้าผลไม้ยุคใหม่ (MAFTA) จัดฝึกอบรมมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ในโรงคัดบรรจุ ให้กับผู้ประกอบการและผู้ควบคุมคุณภาพประจำโรงคัดบรรจุ 400 คน รวมทั้งจัดทำคู่มือและคลิปวีดีโอ การบริหารจัดการโรงคัดบรรจุที่ถูกต้องตามมาตรฐาน GMP และมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 ในโรงคัดบรรจุ เพื่อให้ผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง มุ่งหวังให้ผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุเข้าใจในกระบวนการและขั้นตอนต่างๆ  ในการส่งออกผลไม้ โดยจะมีการเพิ่มมาตรการในการตรวจติดตามโรงคัดบรรจุ GMP Plus (มาตรการ GMP Covid-19 ) ควบคู่กับมาตรการตรวจสอบคุณภาพทุเรียนเพื่อป้องกันทุเรียนด้อยคุณภาพปะปนไป รวมทั้งได้เตรียมแผนรองรับการตรวจปิดตู้คอนเทนเนอร์ของด่านตรวจพืช และการออกใบรับรองสุขอนามัยพืช (PC)

กระชับสัมพันธ์ไทย-จีน เกษตรฯรุดเดินหน้าส่งออกสินค้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/633860

วันอังคาร ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมประชุมคณะทำงานด้านการเกษตรไทย-จีน ครั้งที่ 12 กับกระทรวงเกษตรฯ จีน เพื่อขยายความร่วมมือและเร่งผลักดันขยายมูลค่า และปริมาณการส่งออกสินค้าเกษตรฯ ไทย โดยที่ประชุมได้เห็นชอบโครงการความร่วมมือไทย-จีน ใหม่อีก 12 โครงการ ทั้งนี้ นายระพีภัทร์ กล่าวขอบคุณฝ่ายจีนที่สนับสนุนงบประมาณราว 100 ล้านบาท ผ่านกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญซึ่งมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนไทย จีน และประเทศที่เชื่อมโยงเส้นทางดังกล่าว

 นอกจากนี้นายระพีภัทร์ ได้หารือและแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ในประเด็นความร่วมมือเชิงนโยบายกับฝ่ายจีน โดยทั้ง 2 ฝ่ายชูนโยบายด้านเกษตรกรรมยั่งยืน นโยบาย 3S ว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าเกษตรและอาหาร ความมั่นคงด้านเกษตรกรรม และความยั่งยืนภาคการเกษตร นโยบาย BCG การพัฒนาเกษตรกรอัจฉริยะ การขจัดปัญหาความยากจน และการพัฒนาและวิจัยวัคซีนปศุสัตว์ เพื่อเตรียมพร้อมและปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาวะโลกในยุค Post Covid อันใกล้ ซึ่งฝ่ายจีนเห็นด้วยกับฝ่ายไทยที่จะกำหนดประเด็นความร่วมมือในอนาคตโดยอ้างอิงจากนโยบายข้างต้น

นายระพีภัทร์ กล่าวว่า ตระหนักถึงความสำคัญในประเด็นการค้าและการเปิดตลาดการค้าสินค้าเกษตรและอาหารกับจีนอย่างมาก เนื่องจากเป็นตลาดนำเข้าสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในโลก จึงเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของสินค้าเกษตรและอาหารของไทย กระทรวงเกษตรฯ จึงจัดประชุม JTC-SPS ครั้งที่ 7 กับกระทรวงศุลกากรจีน โดยมีสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะ

‘อลงกรณ์’ร่วมพิธี ทำขวัญเกลือทะเล เริ่มต้นฤดูกาลผลิต เติมแรงใจเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/633859

วันอังคาร ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานสืบสานพิธีทำขวัญเกลือและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเกลือทะเลเพื่อการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ที่แปลงนาเกลือ หมู่ 9 ต.บ้านแหลม อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ซึ่งสถาบันเกลือทะเล และเครือข่ายชาวนาเกลือ 7 จังหวัด จัดขึ้นเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้เกษตรกรชาวนาเกลือ และรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมการทำนาเกลือ

“การจัดงานในครั้งนี้ ถือเป็นการรื้อฟื้นประเพณีโบราณของนาเกลือเพื่อความเป็นศิริมงคลฤกษ์งามยามดีเสริมสร้างขวัญและกำลังใจสู่ผลผลิตที่สมบูรณ์ต่อยอดด้วยมาตรฐานและคุณภาพใหม่ (มาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.) และการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์หลากหลายสร้าง Story สร้างแบรนด์ด้วยการตลาดยุคดิจิทัล” นายอลงกรณ์ กล่าว

ทั้งนี้ เกลือทะเลมีประวัติศาสตร์ยาวนานคู่กับประวัติศาสตร์ไทย ส่วนประวัติศาสตร์โลกนั้นในยุโรปยุคกรีก-โรมัน เรียกเกลือว่า สสารแห่งพระเจ้า เป็นยุทธปัจจัยและสารอาหารที่สำคัญมาก การฟื้นฟูให้ความสำคัญกับพิธีทำขวัญเกลือจึงเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเกลือทะเลไทยเพื่อสร้างขวัญกำลังใจและสร้างแบรนด์เกลือทะเลไทย นอกจากนี้ ยังมีพิธีกรรมคือพิธีแรกนาเกลือในเดือนแรกของการเริ่มต้นฤดูกาลทำนาเกลือ เมื่อแดดแรกมาถึงหลังจากสิ้นฤดูฝนในเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน