วช. หนุนแผนงานวิจัย พัฒนา ขับเคลื่อนการเลี้ยงแพะภาคใต้ สร้างมาตรฐาน GMP HALAL

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/624454

วช. หนุนแผนงานวิจัย พัฒนา ขับเคลื่อนการเลี้ยงแพะภาคใต้ สร้างมาตรฐาน GMP HALAL

วันศุกร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 17.14 น.

วช. หนุนแผนงานวิจัย พัฒนา และขับเคลื่อนการเลี้ยงแพะภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุกสร้างมาตรฐาน GMP HALAL ส่งเสริมเกษตรกร เลี้ยงแพะกระตุ้นการบริโภคทั้งในและต่างประเทศ

22 ธันวาคม 2564 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จ.สงขลา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำโดย รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ ประธานคณะทำงานดำเนินการขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศด้านสัตว์เศรษฐกิจ ยกระดับเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ และคณะทำงานฯ ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมและสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมการวิจัย ภายใต้แผนงานวิจัย พัฒนา และขับเคลื่อนการเลี้ยงแพะภาคใต้ พ.ศ. 2563-2565ของคณะนักวิจัย คณะทรัพยากรธรรมชาติ แห่งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ผศ.ดร.ไชยวรรณ วัฒนจันทร์ คณะบดีคณะทรัพยากรธรรมชาติ ม.อ.ในฐานะผู้อำนวยการชุดโครงการวิจัยฯ เปิดเผยว่า แพะนับว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจทางเลือกของเกษตรกร เป็นส่วนหนึ่งในศาสนาและวัฒนธรรมของคนในภาคใต้ แต่ปัจจุบันการบริโภคไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มผู้นับถือศาสนาอิสลามอีกต่อไปโดยใน หลายพื้นที่เปิดรับและต้องการบริโภคผลิตภัณฑ์จากแพะมากขึ้น จึงได้มีการจัดทำงานวิจัย พัฒนา และขับเคลื่อนการเลี้ยงแพะภาคใต้ ขึ้นงานวิจัยจะตอบโจทย์ปัญหาการเลี้ยงแพะภาคใต้ได้ ด้วยองค์ความรู้ด้านรูปแบบการจัดการการเลี้ยงแพะ ระบบอาหาร การปรับปรุงและการผสมพันธุ์ รวมทั้ง การจัดการโรคในแพะ รวมทั้งบรรเทาปัญหาการว่างงาน จากสถานการณ์โรคโควิด-19 พร้อมกระตุ้นการบริโภคแพะในภาคใต้เพิ่มมากขึ้น  ขณะเดียวกันยังสามารถลดการนำเข้าแพะจากภูมิภาคอื่น และเพิ่มโอกาสการส่งออกแพะไปต่างประเทศ ได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม จากงานวิจัยได้สะท้อนปัญหาอุตสาหกรรมแพะที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน ได้แก่ แพะที่เลี้ยงมีจำนวนไม่เพียงพอ ขาดการรับรองคุณภาพ เกษตรกรใช้วิธีการการเลี้ยงแบบดั้งเดิม ขาดข้อมูลทางการตลาดและการประยุกต์นำผลพลอยได้ทางการเกษตรมาใช้ยังมีน้อย อีกทั้งการเผชิญกับโรคที่ติดจากแพะสู่คน คือ โรคเมลิออยโดสิส ขาดพันธุ์แพะพื้นฐานที่เหมาะสมกับผู้เลี้ยงรายย่อย ซึ่งจำเป็นต้องใช้ความรู้และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มศักยภาพการเลี้ยงและขยายพันธุ์ กระทบไปยังการแปรรูปผลิตภัณฑ์น้ำนมแพะที่ไม่ได้มาตรฐานเป็นที่น่าพอใจ นอกจากนี้ กรมปศุสัตว์ในพื้นที่ ยังคงเน้นการส่งเสริมเฉพาะด้านเลี้ยงแพะเพียงอย่างเดียว ไม่ครอบคลุมต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมแพะภาคใต้

จากปัญหาที่เกิดขึ้นสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้สนับสนุนงบประมาณการวิจัย เพื่อตอบโจทย์ และขับเคลื่อนการเลี้ยงแพะภาคใต้ให้เป็นที่ยอมรับ เป็นประโยชน์  และช่วยกระตุ้นการบริโภคผลิตภัณฑ์จากแพะเพิ่มมากขึ้น ดำเนินการภายใต้ 7 กิจกรรม คือ การสำรวจศักยภาพทางการตลาดและการจัดการห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมแพะในภาคใต้ การสำรวจการเลี้ยงแพะนมและการผลิตนมแพะของเกษตรกรภาคใต้ตอนล่าง การพัฒนานวัตกรรมอาหารผสมสำเร็จจากเศษเหลือทิ้งทางการเกษตรและอุตสาหกรรม การค้นหาจีโนไทป์เครื่องหมายโมเลกุลสนิปแบบทั่วทั้งจีโนมด้วยเทคโนโลยี Genototyping-by-sequencing (GBS) เพื่อจำแนกอัตลักษณ์จำเพาะ และปรับปรุงพันธุกรรมแพะพันธุ์ “ทรัพย์ ม.อ.” ได้แก่ แพะพื้นเมือง แพงแองโกลนูเบียนพันธุ์แท้ และทรัพย์ ม.อ.1 การผลิตน้ำเชื้อแช่แข็ง ผสมเทียมโดยวิธีลาพาโลสโคป เพื่อขยายจำนวนประชากรแพะในพื้นที่อย่างน้อย 2,000 โดยคาดว่าจะมีเกษตรผู้เลี้ยงแพะรายใหม่เพิ่มขึ้นไม่ต่ำ200รายตัว รวมทั้งยังช่วยลดการนำเข้าแพะจากภูมิภาคอื่น ๆ และเพิ่มโอกาสการส่งออกแพะไปประเทศเพื่อนบ้านได้ การเตรียมพัฒนาชุดทดสอบเพื่อวิเคราะห์โรคเมลิออยโดสิสในแพะ และการจัดทำห้องปฏิบัติการวิเคราะห์น้ำนม และการแปรรูปน้ำนม GMP ให้เกษตรกรใช้เป็นตัวอย่างต่อไป

ขณะที่ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช.ได้สนับสนุนทุนวิจัย โครงการพัฒนาโรงฆ่าแพะฮาลาลต้นแบบเพื่อส่งเสริมการผลิตเนื้อแพะคุณภาพดีในภาคใต้ตอนล่าง กิจกรรมและสื่อเพื่อการส่งเสริมการเลี้ยงแพะและการบริโภคผลิตภัณฑ์จากแพะ โดยผลงานที่ให้การสนับสนุนในครั้งนี้ จะสามารถตอบโจทย์ปัญหาต่าง ๆ

ที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงแพะในภาคใต้ได้ ช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะได้รับความรู้จากโครงการวิจัย ที่ครอบคลุมการพัฒนาทั้งด้านจัดการระบบเลี้ยง ระบบอาหาร เกิดการพัฒนาสูตรอาหารที่เหมาะสมกับแพะโดยใช้ผลพลอยได้ทางการเกษตร อันเป็นการลดต้นทุน การปรับปรุงและผสมพันธุ์ เพื่อให้เกษตรกรมีพันธุ์แพะที่ดี และการจัดการเรื่องโรคในแพะ อีกทั้ง การส่งเสริมให้เกิดผลิตภัณฑ์ อาทิ เนื้อแพะ นมแพะ น้ำหอมจากขนแพะ ซึ่ง วช. และหน่วยงานมหาวิทยาลัยชั้นนำของภาคใต้ ได้วางแผนที่จัยยกระดับเศรษฐกิจภาคใต้และผลงานการวิจัยเพื่อยกระดับเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในครั้งนี้ ที่จะช่วยหนุนเสริมให้เกิดการยกระดับเศรษฐกิจภาคใต้และประเทศได้อย่างมั่นคงต่อไป  -(016)

‘เฉลิมชัย’เร่งขับเคลื่อนงาน หนุนเกษตรวิถีใหม่-ปฏิบัติได้จริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/624194

วันศุกร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเปิดการสัมมนา “DOAE Next Step” ขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตรวิถีใหม่ ที่โรงแรมรามาการ์เด้นกทม. ว่า กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดสัมมนาดังกล่าวขึ้น เพื่อให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการเกษตร ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค มีความรู้ความเข้าใจในนโยบาย และแนวทางการขับเคลื่อนงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงแนวทางการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเกษตร ประจำปีงบประมาณ 2565 และประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา มีสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงหลายประการที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานส่งเสริมการเกษตร ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จึงมีความจำเป็นที่ต้องปรับวิธีการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยเฉพาะมุ่งสู่การเป็น Digital DOAE เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนงาน
และรองรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงและยังให้ความสำคัญกับการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงเกษตรฯ ในการพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร

นายเฉลิมชัย เปิดเผยด้วยว่า เราต้องเดินตามเทคโนโลยีให้ทัน ตามยุคตามสมัย ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตร มีความสำคัญอย่างมาก เพราะมีข้าราชการอยู่ทุกพื้นที่ในประเทศไทย มีความสนิทสนมในระดับครัวเรือนกับเกษตรกร ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนพูดมาตลอดว่าอยากให้ข้าราชการของกระทรวงเกษตรฯ เข้าถึงพี่น้องเกษตรกร เหมือนเป็นคนในครอบครัว อย่างไรก็ดี ในระดับผู้บริหารต้องสร้างขวัญและกำลังใจให้กับข้าราชการในพื้นที่ เพราะเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของกระทรวงเกษตรฯ

“ตามที่ได้กำหนดยุทธศาสตร์ที่จะเดินไปข้างหน้าอย่างชัดเจน ต้องให้มีความทันสมัยและพร้อมไปกับโลกในยุคปัจจุบัน ซึ่งยุทธศาสตร์ 5 ด้าน 15 นโยบายสำคัญที่กำหนดนั้น จะเป็นสิ่งที่จะต้องให้พี่น้องเกษตรกร ได้เข้าถึง เรียนรู้ และสามารถปฏิบัติได้จริง เพราะฉะนั้นหากจะประสบความสำเร็จได้ทุกคนจะต้องนำไปใช้ไปปฏิบัติ แล้วส่งถึงพี่น้องเกษตรกรได้ด้วย ซึ่งเราต้องพัฒนาพี่น้องเกษตรกรให้เข้มแข็งด้วยตัวเอง พร้อมทั้งต้องบูรณาการการทำงานกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคเกษตรกร เพื่อร่วมกันเดินไปข้างหน้าและมุ่งสู่เป้าหมายที่วางไว้” นายเฉลิมชัย กล่าว

ส่งเยาวชนเกษตรฝึกงานฟาร์มญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/624190

วันศุกร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ได้ดำเนินโครงการคัดเลือกเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่เป็นบุตรหลานสมาชิกสหกรณ์การเกษตร ไปฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี 2526 ปัจจุบันมีผู้ผ่านการคัดเลือก 136 คน และจากการติดตามผลหลังจากกลับจากญี่ปุ่น พบว่าส่วนใหญ่ยังคงประกอบอาชีพการเกษตร นำองค์ความรู้และประสบการณ์ไปปรับใช้กับการทำงานของตน พัฒนาผลผลิตการเกษตรมีคุณภาพดี ซึ่งในปีงบประมาณ 2565 ได้รับสมัครเยาวชนที่เป็นบุตรหลานสมาชิกสหกรณ์การเกษตร คัดเลือกเข้าร่วมโครงการไปแล้ว โดยจะได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับทักษะด้านการเกษตรและฝึกภาษาญี่ปุ่น เป็นเวลา 3 เดือน ช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2565 ที่ศูนย์ส่งเสริมเยาวชนเกษตรอาเซียน จ.กาญจนบุรี เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางไปฝึกงานกับเกษตรกรญี่ปุ่น 11 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2565–มีนาคม 2566

ทั้งนี้ การพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ มีความสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตรของไทย ซึ่งผู้แทนเยาวชนเกษตรที่จะเดินทางไปฝึกงานกับครอบครัวเกษตรกรญี่ปุ่น จะเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมพัฒนา และยกระดับภาคการเกษตรไทยในอนาคต จึงขอให้ตัวแทนเยาวชนเกษตรตั้งใจเรียนรู้ อดทน มีวินัย นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการฯมาประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพรวมทั้งสามารถถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับให้เกษตรกรรายอื่นๆ ในชุมชนตนเอง และสนับสนุนเยาวชนเกษตรให้เข้ามาเป็นผู้นำในการพัฒนาการดำเนินงานของสหกรณ์ภาคการเกษตรของไทยให้เข้มแข็งต่อไป

สำหรับโครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทยในประเทศญี่ปุ่น เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับสภาการแลกเปลี่ยนทางการเกษตรแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Agricultural Exchange Council: JAEC) เยาวชนเกษตรจะได้ฝึกงานทำเกษตรสาขาต่างๆ เช่น ข้าว ผักไม้ดอกไม้ประดับ ผลไม้ต่างๆ และฟาร์มปศุสัตว์ ได้แก่ โคเนื้อ โคนม และได้เรียนรู้เกี่ยวกับสหกรณ์การเกษตรในประเทศญี่ปุ่น ด้วย

‘กรมการข้าว’ติดตาม โครงการเพิ่มศักยภาพ ปรับปรุงสภาพพันธุ์ข้าว ตั้งเป้าผลิต5พันตัน/ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/624195

วันศุกร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ รองอธิบดีกรมการข้าว ลงพื้นที่ติดตามการก่อสร้างอาคารปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุโขทัย ตามโครงการเพิ่มศักยภาพและปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ โดยมีนายพนม แผลงฤทธิ์ ผอ.ศูนย์ฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ต้อนรับ โดยนายณัฏฐกิตติ์ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม มีความเป็นห่วงพี่น้องชาวนา ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าว จึงมอบหมายให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายทองเปลวกองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ สั่งการให้กรมการข้าว เร่งติดตามความก้าวหน้าโครงการเพิ่มศักยภาพฯ เพื่อยกระดับการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เพียงพอกับความต้องการ

นายณัฏฐกิตติ์เปิดเผยอีกว่า ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุโขทัย ได้รับการปรับปรุง/เพิ่มเติม 3 กิจกรรม คือ 1.ชุดเครื่องชั่งบรรจุ พร้อมระบบจัดเรียงอัตโนมัติ ประจำโรงงานปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ โรงงานเพิ่มศักยภาพ ที่เข้ามาช่วยเสริมศักยภาพการบรรจุเมล็ดพันธุ์จากเดิมที่สามารถบรรจุได้ 25 ตัน/วัน เพิ่มขึ้นเป็น 45 ตัน/วัน (การทำงาน 7 ชั่วโมง/วัน) 2.ปรับปรุงระบบไฟฟ้าควบคุมเครื่องจักร พร้อมอุปกรณ์ประจำโรงงานปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ โรงงานเพิ่มศักยภาพ ให้ทันสมัย ทดแทนระบบเดิมที่ใช้งานมากว่า 20 ปี และ 3.งานจ้างก่อสร้างอาคารปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ โรงงานใหม่ และจัดซื้อ/ติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์เพื่อการปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ โรงงานใหม่ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์จากเดิม 4,000 ตัน/ปี เป็น 5,000 ตัน/ปี

สทนช.ฟื้นฟูคลองแสนแสบ ช่วยระบาย-ฟื้นคุณภาพน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/624191

วันศุกร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ชี้แจงกรณีที่ีคณะรัฐมนตรี (ครม.)เห็นชอบแผนหลักการพัฒนา ฟื้นฟู สภาพแวดล้อมคลองแสนแสบ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วน (ปี 2564) ระยะกลาง (ปี 2565-2570) และระยะยาว (ปี 2571-2574) มีโครงการที่จะดำเนินการจำนวน 84 โครงการ วงเงินรวมประมาณ 82,563 ล้านบาท ว่าแผนดังกล่าวมีการพิจารณาความคุ้มค่าและประโยชน์ที่จะได้รับ ซึ่งมีเป้าหมาย 5 ด้านหลัก ทั้งนี้ การพิจารณาโครงการ ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.)

เมื่อแผนหลักการพัฒนา ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองแสนแสบ แล้วเสร็จ จะมีการพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำที่ทันสมัยและปลอดภัย มีท่าเทียบเรือเพิ่มขึ้น ครอบคลุมคลองแสนแสบในกทม.ทั้งสาย และใช้เรือไฟฟ้าในการสัญจรรองรับการใช้บริการของประชาชนได้สูงถึง 1,000 คน/วัน พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดในท่าเรือคลองแสนแสบ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย มีการแก้ปัญหามลภาวะและคุณภาพน้ำคลองแสนแสบครบวงจร พร้อมระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียรวม 39 แห่ง รองรับการบำบัดน้ำเสีย 1,364,525 ลบ.ม./วัน ทั้งนี้ น้ำในคลองสามารถเก็บกักไว้ใช้ในฤดูแล้ง ส่งให้พื้นที่การเกษตรได้ 6,000 ไร่

‘ประภัตร’ลงพื้นที่ เยี่ยมแปลงใหญ่แพะ ส่งเสริมอาชีพหลัก เพิ่มมูลค่าให้สินค้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623956

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายระพีภัทร์จันทรศรีวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ดร.ทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินการโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบเเปลงใหญ่ (ด้านปศุสัตว์) จ.กระบี่ ที่ทำการแปลงใหญ่แพะ ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ โดยมี นายสุรเดช สมิเปรม รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ และผู้แทนเกษตรกรแปลงใหญ่เเพะ ต้อนรับ

ทั้งนี้ ในส่วนของแปลงใหญ่แพะอ.เหนือคลอง ปัจจุบันมีสมาชิกรวม 150 ราย มีเป้าหมายการดำเนินงานส่งเสริมการเลี้ยงแพะ เพื่อเป็นอาชีพหลักให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน รวบรวมผลผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์ เป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าและตรงตามความต้องการของตลาดและผู้บริโภค การลดต้นทุนการผลิต รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ โดยปี 2564 แปลงใหญ่แพะ อ.เหนือคลอง ได้รับการอนุมัติโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ได้รับงบประมาณ 2,999,564 บาท ใช้ในการสร้างโรงเรือน ซื้อพ่อ-แม่พันธุ์แพะ และปัจจัยการผลิต เพื่อเป็นการต่อยอดกิจกรรมของกลุ่มฯ

ส.ป.ก.สางปัญหาที่ทำกินให้เกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623959

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจากนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินในความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรฯ พร้อมด้วย ดร.วิณะโรจน์ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และนายสุริยน พัชรครุกานนท์ รองเลขาธิการ ส.ป.ก.ในฐานะอนุกรรมการและเลขานุการ ในการประชุม โดย ผ่านระบบออนไลน์ ไปยังคณะอนุกรรมการฯ ที่อยู่นอกสถานที่ โดยมีการพิจารณากรณีปัญหาเกี่ยวกับที่ดินในความรับผิดชอบของหน่วยงานในกระทรวงเกษตรฯ ประกอบด้วย ส.ป.ก.13 กรณี กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 2 กรณี และกรมชลประทาน 6 กรณีซึ่งคณะกรรมการได้ดำเนินติดตามและเร่งรัดเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร

ในส่วนของ ส.ป.ก.นั้น สามารถแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรจนเป็นที่ยุติ 3 กรณี ได้แก่ กรณีชุมชนบ้านดอยเทวดา อ.ภูซาง จ.พะเยา ได้จัดที่ดินรองรับให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบแล้วทั้ง 10 ราย กรณีบ้านวังตะเคียน อ.แม่สอด จ.ตาก ได้แก้ปัญหาให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และกรณีบริเวณพระธาตุขิงแกง จ.พะเยา ได้จัดที่ดินและแก้ไขปัญหาการทับซ้อนระหว่าง ส.ป.ก.4-01 และโฉนดที่ดิน

นอกจากนี้ นายธนา ได้แจ้งที่ประชุมทราบถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาของกลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส. : P-move) มีการบันทึกความเข้าใจร่วมกันในการแก้ไขปัญหาที่ดินในความรับผิดชอบของคณะอนุกรรมการฯ ระหว่างผู้แทนกระทรวงเกษตรฯ กับผู้แทน (ขปส. : P-move)

‘มนัญญา’ดันสะตอตรัง1 เร่งขยายพันธุ์พืชสร้างรายได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623961

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีส่งมอบต้นพันธุ์สะตอตรัง 1 สู่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ โดยมีนายอำพันธุ์ เวฬุตันติ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายวิศิษฐ์ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง อ.สิเกา จ.ตรัง ว่า กรมวิชาการเกษตร ได้ร่วมกับสหกรณ์การเกษตร จัดทำโครงการกระจายพืชพันธุ์ดีสะตอตรัง 1 สู่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนพันธุ์พืช ไปยังสมาชิก 6 สหกรณ์การเกษตร และกลุ่มผลิตสะตอช่อง รวม 60 ราย โดยปี 2565-2566 มีแผนผลิตต้นพันธุ์สะตอตรัง 1 รวม 35,000 ต้น ซึ่งโครงการนี้จะแก้ปัญหาขาดแคลนพันธุ์พืช ด้วยการขยายการผลิตต้นพันธุ์สะตอตรัง 1 ที่ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร

นอกจากนี้ได้มอบนโยบายส่งเสริมให้ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง เป็นแหล่งท่องเที่ยว ส่งเสริมให้เกษตรกรที่ว่างจากการปลูกปาล์ม หรือพืชหลัก หันมาปลูกสะตอตรัง 1 สร้างรายได้เสริม และสนับสนุนให้เกษตรกรได้รับรองแหล่งผลิต GAP โดยบูรณาการร่วมกับกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นพี่เลี้ยงให้เกษตรกรทำเอกสารรับรอง GAPลดความยุ่งยากและติดขัดเรื่องขั้นตอนยกระดับสินค้าให้แข่งขันได้ในตลาดทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ น.ส.มนัญญา ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ อาทิ ผลงานวิจัยสะตอตรัง 1วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ จ.ตรัง, ผลผลิตโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านสานต่ออาชีพเกษตร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพบ้านบางค้างคาว อ.สิเกา จ.ตรัง ตลอดจนเยี่ยมชมแปลงเพาะขยายพันธุ์ การติดตาสะตอตรัง 1

‘เฉลิมชัย’เดินหน้าโครงการ ต่อยอดสร้างเกษตรกรปราดเปรื่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623958

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer)
ให้เป็นผู้ประกอบการ ว่ากรมส่งเสริมการเกษตร ได้ดำเนินโครงการพัฒนา Smart Farmer ผู้ประกอบการต้นแบบ เพื่อยกระดับเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการเกษตรชั้นนำ (Agri BIZ Idol DevelopmentProject) มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง ยกระดับเป็นผู้ประกอบการเกษตรที่มีศักยภาพ เพิ่มประสิทธิภาพด้านการการผลิตและการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร การบริหารจัดการกิจการ และการตลาดสินค้าเกษตร อีกทั้งเป็นการพัฒนาผู้ประกอบการเกษตรต้นแบบ สนับสนุนและจูงใจให้เกษตรกรรายอื่นๆ พัฒนาเป็นผู้ประกอบการเกษตร เชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการเกษตรต้นแบบ สร้างพื้นฐานในการพัฒนาการประกอบการเกษตรสมัยใหม่

กระทรวงเกษตรฯ มุ่งหวังให้เกษตรกรมีความรอบรู้ในการประกอบอาชีพเกษตร สามารถบริหารจัดการ การผลิต การตลาด ยึดรูปแบบตลาดนำการผลิต ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน เน้นการผลิตสินค้าเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดต้นทุนการผลิต เข้าสู่มาตรฐานการรับรองทั้งในและต่างประเทศ ยกระดับเพื่อการส่งออก

ด้านนายนวนิตย์ พลเคน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ปี 2563 ได้จัดการอบรมโครงการพัฒนา Smart Farmer ผู้ประกอบการต้นแบบ เพื่อยกระดับเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการเกษตรชั้นนำ (Agri BIZ Idol Development Project) 78 ราย จากการติดตามความก้าวหน้า 66 ราย พบว่าเกษตรกรนำความรู้ที่ได้รับจากการอบรมไปต่อยอดธุรกิจ หรือประยุกต์ใช้ ตั้งแต่ร้อยละ 8-71 และเพื่อเป็นการวางกรอบแนวทางการขับเคลื่อนในปี 2565 จึงจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง ขึ้นมา เพื่อให้ผู้ผ่านการอบรม 21 คน ได้แลกเปลี่ยนแนวคิดและวางกรอบแนวทางการขับเคลื่อน รวมกลุ่มเป็นเครือข่ายที่ยั่งยืนในการทำการเกษตรแบบระบบธุรกิจเกษตร

อย่างไรก็ดี ในการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาคี ประกอบด้วย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ โดยร่วมกันพัฒนาเกษตรกร เพื่อให้เป็นผู้ประกอบการเกษตรชั้นนำอย่างแท้จริง

‘มนัญญา’รับฟังปัญหา เกษตรกรชาวมุสลิม หนุนสหกรณ์กระบี่ พัฒนาอาหารฮาลาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623699

วันพุธ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ รับฟังและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวมุสลิมในพื้นที่ จ.กระบี่ อาทิ การแก้ไขปัญหาเอกสารสิทธิที่ดินทำกินของเกษตรกร การสนับสนุนเงินทุนให้กับสหกรณ์เพื่อส่งเสริมอาชีพแก่สมาชิกสหกรณ์ และการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการเกษตรเพื่อประกอบอาชีพ ตลอดจนแนวทางยกระดับฮาลาลในประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาลพัฒนาระบบการรับรองฮาลาลไทยสู่ระดับสากล ที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดกระบี่ ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่

อย่างไรก็ดี กระทรวงเกษตรฯ จะดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้มีอาชีพที่มั่นคงสร้างรายได้ ซึ่งโอกาสนี้ รมช.เกษตรฯ ได้พบปะและให้กำลังใจสมาคมสตรีมุสลิมสัมพันธ์ และพี่น้องชาวมุสลิมที่มัสยิดกลางประจำจังหวัดกระบี่

สำหรับ จ.กระบี่ มีประชากรประมาณ 470,000 คน ประกอบอาชีพทางการเกษตร ประมาณ 100,000 คน คิดเป็นร้อยละ 21 โดยมีประชากรชาวมุสลิมประมาณ 230,000 คน หรือร้อยละ 48.94 ประกอบอาชีพทางการเกษตรเกี่ยวกับยางพารา ปาล์มน้ำมันและผลไม้อื่นๆ อีกบางส่วน มีสหกรณ์อิสลาม 4 แห่ง ประกอบด้วย สหกรณ์นูรุลอิสลามกระบี่ จำกัด สหกรณ์อิสลามษะกอฟะฮ จำกัด สหกรณ์อิสลามตันมียะฮ์ จำกัด และสหกรณ์อิสลามบารอกะฮ์ จำกัด ภายใต้ชมรมสหกรณ์อิสลามจังหวัดกระบี่