เกษตรฯส่งเสริมนาเกลือแปลงใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623703

วันพุธ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของหน่วยงานภาคี ที่สหกรณ์กรุงเทพ จำกัด จ.สมุทรสาครโดยมี นายณรงค์ รักร้อย ผวจ.สมุทรสาครนายชาญยุทธ์ ภาณุทัต หัวหน้าคณะทำงานเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาเกลือทะเลและผู้เกี่ยวข้อง ต้อนรับ โดยมีการหารือสถานการณ์การทำนาเกลือใน จ.สมุทรสาคร และดำเนินงานของสหกรณ์ฯ เพื่อเตรียมพร้อมสู่มาตรฐานGAP นาเกลือทะเล การพัฒนาบรรจุภัณฑ์สินค้าแปรรูปเกลือทะเลของวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่เกลือทะเล และส่งเสริมกิจกรรมแปลงใหญ่ปลากระพงขาว ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกรอีกทาง

พร้อมกันนั้นได้เยี่ยมแปลงนาเกลือทะเลที่ยื่นขอรับรอง ที่ชุมชนบ้านสหกรณ์ หมู่ 3 ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร แปลงนาเกลือทะเลต้นแบบมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับเกลือทะเล พร้อมกับพบปะและสอบถามปัญหาอุปสรรคจากเกษตรกรในพื้นที่

นายอลงกรณ์ กล่าวถึงความสำคัญของนาเกลือ ว่ากระทรวงเกษตรฯ ได้ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการผลิตเกลือ ส่งเสริมนาเกลือแปลงใหญ่ยกระดับสู่มาตรฐาน GAP เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์กว่า 800 ปีของเกลือทะเล การพัฒนากระบวนการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มสนับสนุนการผลิต ขยายสู่อุตสาหกรรมอาหาร และรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมการทำนาเกลือของประเทศ พร้อมทั้งเร่งการวิจัยและพัฒนา ตั้งแต่ต้นน้ำการผลิต การแปรรูป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการตลาด รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์และการสร้างแบรนด์เกลือทะเลไทย เพื่อการแก้ไขปัญหาผลผลิตเกลือทะเลค้างสต๊อกอย่างยั่งยืน ตามยุทธศาสตร์การปฏิรูปเกษตรไทยของนายเฉลิมชัยศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ

ฝนหลวงฯเตรียมพร้อม เติมน้ำเขื่อนภาคเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623706

วันพุธ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายภักดี จันทร์เกษ ผอ.กองปฏิบัติการฝนหลวงกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า ได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศ โดยขณะนี้หลายพื้นที่มีปริมาณน้ำเพียงพอต่อการใช้ในการเกษตร แต่ขณะเดียวกัน บางพื้นที่ยังต้องการน้ำโดยเฉพาะภาคเหนือ ต้องการน้ำต้นทุนกับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง กรมฝนหลวงฯ จึงยังคงตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ได้แก่ หน่วยฯ จ.เชียงใหม่ หน่วยฯ จ.ตาก และหน่วยฯ จ.พิษณุโลก เพื่อขึ้นปฏิบัติการช่วยเติมน้ำต้นทุนดังกล่าว

ทั้งนี้ กรมฝนหลวงฯ ได้ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง 2 หน่วยฯ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักในพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนในเขตภาคเหนือ บริเวณเขื่อนกิ่วลม อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง และเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก

สำหรับผลการตรวจสภาพอากาศจากสถานีเรดาร์ฝนหลวงทั่วประเทศ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 3 หน่วยฯ ขอติดตามสภาพอากาศต่อไป หากมีการเปลี่ยนแปลงและเข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง ก็พร้อมขึ้นบินปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่เป้าหมายทันที ได้แก่ หน่วยฯ เชียงใหม่ เป้าหมายหลัก ลุ่มน้ำเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เขื่อนแม่กวงอุดมธารา หน่วยฯ ตาก เป้าหมายหลัก ลุ่มน้ำเขื่อนภูมิพล และหน่วยฯ จ.พิษณุโลก เป้าหมายหลัก ลุ่มรับน้ำเขื่อนสิริกิติ์

‘ประภัตร’เห็นชอบ6ร่างฯ มาตรฐานสินค้าเกษตรทั่วไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623704

วันพุธ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ครั้งที่ 5/2564 ว่าที่ประชุมรับทราบผลการออกใบอนุญาตเป็นผู้ผลิต ผู้ส่งออก นำเข้า สินค้าเกษตรตามมาตรฐานบังคับ 7 มาตรฐาน ในปีงบประมาณ 2564 นอกจากนี้ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบร่างมาตรฐานสินค้าเกษตร 6 เรื่องที่มีสาระสำคัญเพื่อพัฒนาสินค้าเกษตรทั่วประเทศไทยคือ 1.ลูกเดือย เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อการบริโภค อุตสาหกรรมอาหาร ตลาดต้องการลูกเดือยคุณภาพดี โดยปี 2563 มีการส่งออกลูกเดือยทั้งเปลือกมูลค่า 102.5 ล้านบาท ปริมาณ 2,035 เมตริกตัน การจัดทำร่างมาตรฐานฯ เพื่อกำกับดูแลการนำเข้าและคุณภาพลูกเดือย

2.การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์เพื่อการบริโภค ปัจจุบันเกษตรกรและผู้ประกอบการเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคหลายชนิด เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบมาตรฐานฟาร์มปศุสัตว์ ได้ปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์ เพื่อบริโภค ได้ผลผลิตปลอดภัยเหมาะสมในการนำไปบริโภค 3.หลักปฏิบัติสำหรับการเฝ้าระวังและตรวจติดตามเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในปศุสัตว์ ให้แนวทางเฝ้าระวังและตรวจติดตามเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ โดยเฉพาะแบคทีเรียในปศุสัตว์ครอบคลุมอาหารสัตว์ ผลิตผล และผลิตภัณฑ์จากสัตว์

4.หลักการด้านสวัสดิภาพสัตว์ : ระบบการผลิตสุกร เป็นการกำหนดหลักการ คำอธิบายตัวชี้วัดด้านสวัสดิภาพสัตว์สำหรับสุกร และข้อแนะนำด้านสวัสดิภาพสัตว์ที่ดีในระบบการผลิตสุกร ครอบคลุมการผสมพันธุ์ การเลี้ยงและการจัดการฟาร์มสุกร 5.การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงกุ้งทะเล มกอช.ได้ทบทวนขั้นตอนการจัดทำมาตรฐาน ให้สอดคล้องและเป็นไปตามข้อกำหนดของ Global Sustainability Seafood Initiatives (GSSI) โดยการปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการวิชาการพิจารณาร่างมาตรฐานให้ครอบคลุมภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและมีความสมดุล รวมถึงการทบทวนมาตรฐานการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงกุ้งทะเล (มกษ.7401-2562) ซึ่งครอบคลุมข้อกำหนดการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยง กุ้งทะเล เช่น กุ้งกุลาดำกุ้งแชบ๊วย กุ้งขาวแวนนาไม

6.การแสดงฉลากสินค้าเกษตร เนื่องจากความหลากหลายของสินค้า และกฎระเบียบด้านการแสดงฉลากสินค้าเกษตรที่เกี่ยวข้อง อาจทำให้เกิดความไม่ชัดเจนในการนำไปปฏิบัติ ดังนั้น เพื่อให้มีข้อมูลสำหรับอ้างอิงในการกำหนดการแสดงฉลากของสินค้าเกษตร จึงเห็นควรให้จัดทำมาตรฐานฯ นี้ ซึ่งครอบคลุมการแสดงฉลากของสินค้าเกษตรทั้งที่เป็นอาหารและไม่ใช่อาหาร ที่บรรจุในหีบห่อ หรืออยู่ในภาชนะที่ไม่ได้จำหน่ายโดยตรงต่อผู้บริโภค แต่ไม่ครอบคลุมการแสดงฉลากของสินค้าเกษตรที่อยู่ในรูปแบบบัลก์ (Bulk) ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรที่ไม่ได้บรรจุหีบห่อ และสินค้าเกษตรนั้นสัมผัสโดยตรงกับพื้นผิวสัมผัสของพาหนะที่ใช้ขนส่งสินค้า เช่น บรรทุกในท้ายรถบรรทุกแบบเทกอง เป็นต้น

ประภัตร เปิดเวทีรับฟังปัญหาเกษตรกรเมืองสุพรรณ เร่งแก้ปัญหาการระบายน้ำกรมชลฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623624

ประภัตร เปิดเวทีรับฟังปัญหาเกษตรกรเมืองสุพรรณ เร่งแก้ปัญหาการระบายน้ำกรมชลฯ

วันอังคาร ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 15.38 น.

“รมช.ประภัตร” เปิดเวทีสัมมนารับฟังปัญหาเกษตรกรทุ่งเจ้าเจ็ดและทุ่งโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา จังหวัดสุพรรณบุรี”แก้ไขปัญหาการระบายน้ำของกรมชลประทานเข้าทุ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา”

20 ธันวาคม64 นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานการสัมมนา เรื่อง “แนวทางการแก้ไขปัญหาการระบายน้ำของกรมชลประทานเข้าทุ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา (แก้มลิง) จนส่งผลกระทบต่อผลิตผลเกษตรกรรม” ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตสุพรรณบุรี อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณประธานกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร ผู้นำภาคประชาชน ตลอดจนเกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรีเข้าร่วมการสัมมนา

ทั้งนี้นายประภัตร กล่าวว่า จังหวัดสุพรรณบุรี มีพื้นที่ทุ่งเจ้าเจ็ดและทุ่งโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา เป็นพ้นที่ลุ่มต่ำ มักจะถูกน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี ซึ่งกรมชลประทานได้นำแนวทางหลักการของโครงการแก้มลิงมาปรับใช้ในพื้นที่ โดยกำหนดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่รองรับน้ำ เพื่อกักเก็บไว้ในช่วงฤดูน้ำหลากแล้วระบายออกตอนน้ำลด และน้ำต้องไม่ท่วมหมู่บ้านและชุมชน ทั้งนี้ ในปี 2564 จังหวัดสุพรรณบุรีมีพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัย กว่า 10 อำเภอ เนื่องจากกรมชลประทานระบายน้ำเข้าพื้นที่จนเกินศักยภาพของพื้นที่ ประกอบกับน้ำในแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณมาก ส่งผลให้น้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรของประชาชน

นอกจากปัญหาอุทกภัยแล้ว เกษตรกรที่อยู่บริเวณทุ่งเจ้าเจ็ดและทุ่งโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา ยังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำทำการเกษตรในฤดูแล้ง ดังนั้น การสัมมนาในวันนี้จึงจัดขึ้น เพื่อระดมความคิดเห็นและรับฟังปัญหาของเกษตรกรที่อาศัยอยู่ในพ้นที่ดังกล่าวฯ รวมถึงหาแนวทางแก้ไข และนำเสนอหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อไป

“หลังจากรับฟังปัญหาต่างๆ ของเกษตรกรในพื้นที่แล้ว มีหลายเรื่องที่สามารถแก้ไขได้ทันที และตนได้สั่งการไปแล้ว อาทิ การกำหนดระยะเวลาทำนาของเกษตรกร 2 ครั้ง/ปี โดยครั้งแรกเริ่ม 1 มกราคม 2565 – 16 เมษายน 2565 และครั้งที่ 2 เริ่ม 1 พฤษภาคม 2565 โดยให้กรมชลประทานรับผิดชอบในการปล่อยน้ำเข้าพื้นที่ตั้งแต่ 1 มกราคม – 30 กันยายน 2565 เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำในการเพาะปลูก และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทันก่อนฤดูน้ำหลากของจังหวัดสุพรรณบุรี แ

นายประภัตรบอกอีกว่าเพื่อแก้ปัญหาให้กับเกษตรดรได้สั่งการให้ดำเนินการขุดลอกคูคลอง ขุดลอกแก้มลิงทุ่งเจ้าเจ็ดและทุ่งโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา และแม่น้ำท่าจีน เพื่อให้พร้อมสำหรับการระบายน้ำและการกักน้ำในช่วยฤดูน้ำหลาก และให้กรมชลประทานตรวจสอบ ซ่อมบำรุง ดูแลรักษาประตูระบายน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ และเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ ให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ในปี 2565 ด้วยโดยการสัมมนาในครั้งนี้เป็นการรับหังแัญหาจากเกษตรกรในพื้นที่แม้จะยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันที ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะเร่งหารือ และนำเสนอหน่วยงานรับผิดชอบอย่างเร่งด่วนต่อไป

ศูนย์ข้าวสุโขทัยเร่งมือ ช่วยพัฒนาเมล็ดพันธุ์ดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623450

วันอังคาร ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายพนม แผลงฤทธิ์ ผอ.ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุโขทัย กล่าวว่าแบ่งหน้าที่รับผิดชอบเป็น 4 กลุ่ม 1 ฝ่าย ได้แก่ กลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ กลุ่มพัฒนาธุรกิจเมล็ดพันธุ์ กลุ่มควบคุมคุณภาพ และกลุ่มถ่ายทอดวิทยาการผลิตเมล็ดพันธุ์ดี กับฝ่ายบริหารทั่วไป นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ซึ่งเป็นเครือข่ายในการดำเนินการจัดทำแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว มีทั้งหมด8 กลุ่ม ในเขต จ.สุโขทัย 7 กลุ่ม และ จ.อุตรดิตถ์ 1 กลุ่ม มีสมาชิกกว่า 190 ราย ในพื้นที่ 4,900 กว่าไร่ โดยปี 2565 ศูนย์ฯ มีเป้าหมายผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดี ทั้งหมด 5,000 ตัน แบ่งเป็น 2 ฤดู คือฤดูฝนปี 2564 จำนวน 2,500 ตัน และฤดูแล้งปี 2565 จำนวน 2,500 ตัน

สำหรับจุดเด่นของศูนย์ฯ คือตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ราบลุ่มมีแม่น้ำยมไหลผ่านใจกลางเมือง สภาพพื้นที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ มีโครงการน้ำใต้ดิน โดยจุดใหญ่อยู่ที่ อ.สวรรคโลกที่ตั้งของศูนย์ฯ และ อ.ศรีนคร โครงการน้ำใต้ดินจะช่วยเรื่องการขาดแคลนน้ำ สามารถปลูกพืชได้ตลอดทั้งปี และจุดเด่นอีกอย่าง คือกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว เป็นเครือข่ายการดำเนินงานของศูนย์ฯ สมาชิกจะจัดทำแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโดยวิธีการปักดำทุกแปลง เพื่อจะบริหารจัดการแปลงขยายพันธุ์ได้ง่าย และได้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ ที่สำคัญคือ ช่วยลดต้นทุนการผลิตทั้งค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าปุ๋ย ค่ายา และค่าจ้างในการกำจัดวัชพืชและพันธุ์ปน

‘มนัญญา’ชมศูนย์เรียนรู้เกษตรฯระนอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623448

วันอังคาร ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) บ้านห้วยปลิง ต.ราชกรูด อ.เมือง จ.ระนอง โดยมีนายสมเกียรติ ศรีษะเนตร ผวจ.ระนอง และคณะ ต้อนรับ ว่าให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร เน้นการมีศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรในชุมชน ถ่ายทอดความรู้เกษตรกร บริการข้อมูลข่าวสาร สนองความต้องการด้านการเกษตรของชุมชนได้

น.ส.มนัญญา กล่าวต่อว่า การดำเนินการยังส่งเสริมให้เกษตรกรลด ละ เลิกใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช เพื่อความปลอดภัยแก่เกษตรกรผู้ผลิต และผู้บริโภค ยกระดับความเข้มแข็งของสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร รวบรวม จัดเก็บ แปรรูป ผลผลิตทางการเกษตรและแหล่งเงินทุนจัดหาตลาดโดยจัดทำโครงการซูเปอร์มาเก็ตสหกรณ์ เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้า เชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดกับภาคเอกชน เพื่อกระจายผลผลิต

จากนั้น รมช.เกษตรฯ ได้เยี่ยมบูธแสดงผลิตภัณฑ์ผลผลิตทางการเกษตรของสหกรณ์ กลุ่มอาชีพในสังกัด พร้อมทั้งพบปะผู้แทนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร เยี่ยมชมฐานการเรียนรู้ต่างๆ ใน ศพก.

ทั้งนี้ ใน จ.ระนอง มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร 14 ราย ที่ผ่านมา สำนักงานสหกรณ์ จ.ระนอง ได้จัดการประชุมชี้แจง และจัดโครงการฝึกอบรม ศึกษาดูงานโครงการสร้างเครือข่ายลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพทางการเกษตร เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเรียนรู้ร่วมกัน รวมทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตรต่างๆ ตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

‘บิ๊กป้อม’สั่งระบายน้ำ ค้างทุ่ง2ลุ่มน้ำส่งสุขปีใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623451

วันอังคาร ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรอง ผอ.กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.กอนช.สั่งการและกำชับให้ กอนช.เร่งระบายน้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำ ลุ่มเจ้าพระยา ลุ่มน้ำชี-มูล ให้เข้าสู่ภาวะปกติก่อนสิ้นปี 2564 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน พร้อมทั้งติดตามการจัดสรรน้ำ การเพาะปลูกพืชช่วงฤดูแล้ง การดำเนินการตามมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำฤดูแล้ง 2564/65 ทั้ง 9 มาตรการ

สำหรับปริมาณน้ำในทุ่งรับน้ำทั้ง 11 แห่งของลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำค้างทุ่งประมาณ 500 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) โดยวางแผนระบายน้ำออกจากทุ่งให้เหลือค้างทุ่งที่ระดับความลึกไม่เกิน 30 เซนติเมตร เพื่อใช้เป็นน้ำต้นทุนในการปลูกข้าวนาปรัง และลดการใช้ปริมาณน้ำจาก 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งขณะนี้ทุ่งรับน้ำทั้ง 11 แห่ง ได้ระบายน้ำตามแผนแล้ว 8 แห่ง คือ ทุ่งบางระกำ ทุ่งเชียงราก ทุ่งท่าวุ้ง ทุ่งฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก ทุ่งบางบาล-บ้านแพน ทุ่งป่าโมก ทุ่งบางกุ่ม และทุ่งบางกุ้ง ส่วนที่เหลืออีก 3 แห่ง คือ ทุ่งผักไห่ ทุ่งเจ้าเจ็ด และทุ่งโพธิ์พระยา เหลือปริมาณน้ำที่จะต้องระบายออกรวมกันประมาณ 73.56 ล้าน ลบ.ม. ได้ระดมสรรพกำลังเร่งระบายน้ำออกโดยไม่ให้กระทบกับพื้นที่ข้างเคียง ส่วนแม่น้ำท่าจีนจะสูบน้ำออกช่วงน้ำทะเลลดต่ำเท่านั้น คาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ สามารถเก็บกักน้ำให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกข้าวนาปรังได้ภายในวันที่ 22 ธันวาคม 2564 อย่างแน่นอน

ขณะที่การระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 700 ลบ.ม./วินาที ทำให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และ กทม.ต่ำกว่าตลิ่งแล้ว

เลขาธิการ สทนช.เปิดเผยด้วยว่า ในส่วนของลุ่มน้ำชี-มูล ยังมีพื้นที่น้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ จ.ร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานี โดยลุ่มน้ำชีขณะนี้ได้ชะลอการระบายน้ำออกจากเขื่อนชนบท เขื่อนมหาสารคาม และเขื่อนวังยาง ด้วยการลดบานระบายน้ำเพื่อเริ่มกักเก็บน้ำไว้ในช่วงฤดูแล้ง เช่นเดียวกับลุ่มน้ำมูลได้ชะลอการระบายน้ำของเขื่อนราษีไศลและเขื่อนหัวนา ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านท้ายน้ำ ควบคุมการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ คาดว่าจะระบายออกได้ทั้งหมดภายในเดือนธันวาคมนี้เช่นกัน

สำหรับการปลูกพืชฤดูแล้งปี 2564/65 นั้น มีการจัดสรรให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน หลังจากสิ้นฤดูฝนวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 มีปริมาณน้ำเก็บกักรวม 72,596 ล้าน ลบ.ม. แบ่งเป็นปริมาณน้ำในเขตชลประทาน 37,857 ล้าน ลบ.ม. และนอกเขตชลประทาน 34,739 ล้าน ลบ.ม. สามารถจัดสรรน้ำเพื่อการปลูกพืชฤดูแล้งได้ 11.65 ล้านไร่ แบ่งเป็น เขตชลประทาน 6.95 ล้านไร่ นอกเขตชลประทาน 4.7 ล้านไร่ โดยเป็นการทำนาปรังในเขตชลประทาน 6.41 ล้านไร่ นอกเขตชลประทาน 2.61 ล้านไร่ และเป็นพืชไร่พืชผักในเขตชลประทาน 0.54 ล้านไร่ นอกเขตชลประทาน 2.09 ล้านไร่

‘ปศุสัตว์’เผยรู้เร็ว ช่วยสงบโรคได้ผล คุมระบาดในสัตว์ ยันไทยปลอดภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623449

วันอังคาร ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า จากรายงานการระบาดของโรคในสัตว์ในประเทศเพื่อนบ้านและประเทศต่างๆ ได้แก่ โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร มีแนวโน้มขยายเป็นวงกว้างขึ้นทั้งในสาธารณรัฐประชาชนจีน ฮ่องกง เมียนมา ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ อินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และลาว โรคไข้หวัดนก พบการระบาดในประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ประเทศเวียดนาม กัมพูชา และลาว จึงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องด้วยประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาว ทำให้สัตว์ปีกมีภูมิคุ้มกันต่ำ มีโอกาสเกิดโรคระบาดได้ รวมถึงโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า ที่มีแมลงเป็นพาหะ อย่างโรคลัมปี สกิน ที่ก่อโรคในโค-กระบือ

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวต่อว่า จากการดำเนินงานและประสานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศอย่างเข้มงวด ยึดหลัก “รู้เร็ว สงบโรคได้เร็ว” ทำให้ปัจจุบันประเทศไทยยังคงสถานะปลอดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร และโรคไข้หวัดนก สามารถควบคุมการเกิดโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า ไม่พบรายงานมาปีกว่าแล้ว โดยยังคุมการเกิดโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ ให้อยู่ในวงจำกัดได้ แต่เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างยั่งยืน จึงขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางชีวภาพเพื่อปรับระบบการเลี้ยงให้สามารถป้องกันโรคได้ เช่น การฆ่าเชื้อก่อนเข้าฟาร์ม การกำจัดซาก การป้องกันสัตว์พาหะต่างๆ การห้ามนำเศษอาหารมาเลี้ยงสัตว์ และการทำความสะอาดฆ่าเชื้อในฟาร์มอย่างสม่ำเสมอ

‘สมุนไพร’อนาคตใส! เปิดโมเดลปั้นสู่พืชเศรษฐกิจ ดึงเกษตรกร3แสนรายเจาะตลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623420

‘สมุนไพร’อนาคตใส! เปิดโมเดลปั้นสู่พืชเศรษฐกิจ ดึงเกษตรกร3แสนรายเจาะตลาด

วันจันทร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 17.51 น.

‘สมุนไพร’อนาคตใส! เปิดโมเดลปั้นสู่พืชเศรษฐกิจ ดึงเกษตรกร3แสนรายเจาะตลาด

20 ธันวาคม 2564 นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดนโยบายส่งเสริมสมุนไพรเป็นพืชเศรษฐกิจแห่งอนาคต (Future Food Future Crop) เพื่อให้เกษตรกรมีอาชีพทางเลือกและมีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งสนับสนุนการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และทุกภาคีภาคส่วน ถือเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรมูลค่าสูง โดยส่งเสริมสนับสนุนตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา (R&D) ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำการตลาด

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ มีมาตรการการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพร โดยปัจจุบันมีเกษตรกร 369,353 รายขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร ด้านพืชสมุนไพร เครื่องเทศ พืชสมุนไพรที่เป็นพืชอาหาร รวม 82 ชนิด ดำเนินการปลูกพืชสมุนไพรบนพื้นที่รวมประมาณ 1.15 ล้านไร่ แบ่งเป็น การปลูกพืชสมุนไพรให้ได้รับการรับรองมาตรฐานสินค้า GAP และมาตรฐานพืชสมุนไพรอื่น ๆ กว่า 6.4 หมื่นไร่ และมีกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่พืชสมุนไพร ตั้งแต่ปี 2559-2564 จำนวนทั้งสิ้น 37 แปลง จำนวนเกษตรกร 1,565 ราย พื้นที่ 7,913 ไร่ ใน 22 จังหวัด

ขณะที่ปี 2565 มีกลุ่มเกษตรกรขอเข้าร่วมโครงการอีก 15 กลุ่ม กำลังอยู่ในขั้นตอนขอรับรองแปลง และกระทรวงเกษตรฯ มีโครงการส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสมุนไพรปี 2565 มีเป้าหมายเกษตรกร จำนวน 1,110 ราย ในพื้นที่ 37 จังหวัด และจัดทำแปลงขยายและรวบรวมพันธุ์สมุนไพรในศูนย์ปฏิบัติการ จำนวน 16 ศูนย์เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานวัตถุดิบ ส่งเสริมการผลิตสมุนไพร เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามแนวเกษตรปลอดภัย สร้างรายได้แก่เกษตรกรและเพิ่มมูลค่าการส่งออกอย่างมั่นคงและยั่งยืน

“ตั้งแต่ปี 2564 ตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรกลับมาขยายตัวอีกครั้ง ด้วยอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 4% ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ที่มูลค่าตลาดประมาณ 54,500 ล้านบาทโดยที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการยกร่างแผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2566-2570 เพื่อร่วมกันพัฒนาสมุนไพรให้สอดคล้องกับระบบสุขภาพและระบบเศรษฐกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน” นายอลงกรณ์ กล่าว

นายอลงกรณ์ ระบุว่า กระทรวงเกษตรฯมุ่งสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาสมุนไพรให้ไปสู่การใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริงในทุกมิติ โดยใช้ตลาดเป็นตัวนำการผลิต เพื่อกระตุ้นให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดาเนินการวิจัยตั้งแต่การกำหนดโจทย์วิจัยที่ตรงตามความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง ตาม 10 ภารกิจหลักในการพัฒนาตามแผนด้านผลิตภัณฑ์สมุนไพรแห่งชาติ พ.ศ. 2563 –2565 ประกอบด้วย

1. การปลูกสมุนไพรที่ได้คุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งดำเนินการได้ 64,225 ไร่ จาก 82 ชนิดพืช

2. กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน ได้รับการส่งเสริมการแปรรูปหลังการเก็บเกี่ยว ณ สถานที่ปลูกและการผลิตผลิตภัณฑ์ และสารสกัดอย่างง่ายในระดับชุมชน จำนวน 92 แห่ง

3. กำหนดมาตรฐาน GAP หรือมาตรฐานพืชสมุนไพรตามกลุ่มที่ใช้ของพืช จำนวน 5 ฉบับ

4. จัดทำแผนที่ความเหมาะสมของที่ดินสาหรับปลูกพืชสมุนไพร (Land Suitability) 24 ชนิด

5. พัฒนาฐานข้อมูลพื้นที่ปลูกพืชสมุนไพร (Land Use) 1 ฐานข้อมูล

6. ห้องปฏิบัติการที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO 17025 ให้บริการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบ จำนวน 8 แห่ง

7. พัฒนาระบบตลาดกลาง 1 แห่ง และตลาดอิเล็กทรอนิกส์ 1แห่ง (E-Market)

8. กำหนดมาตรฐานสมุนไพรในตารามาตรฐานสมุนไพรไทย (Thai Herbal Pharmacopoeia, THP) จำนวน 109 รายการ

9. พัฒนาฐานข้อมูลพืชสมุนไพรและภูมิปัญญาการใช้ประโยชน์ของประเทศไทย (National Database of Thai Plants and Traditional Knowledge) 1 ฐานข้อมูล

10. สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชสมุนไพรและเทคโนโลยีเพื่อผลิตวัตถุดิบ 57 เรื่อง

ศูนย์ข้าวสุรินทร์ช่วย ส่งเสริมแปลงใหญ่ข้าว สหกรณ์สมัชชาปราสาท ลดต้นทุนในการผลิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623214

วันจันทร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายนคร สมุทรทอง นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุรินทร์ กล่าวว่า ได้ส่งเสริมแปลงใหญ่ข้าว สหกรณ์การเกษตรสมัชชาปราสาท จำกัด ด้วยเกษตรสมัยใหม่ เชื่อมโยงตลาด สนับสนุนเครื่องวัดความชื้นข้าวเปลือก เครื่องวัดความชื้นข้าวสาร เครื่องอบข้าว เครื่องสีข้าว เครื่องคัดแยกข้าวสาร เครื่องชั่งรถบรรทุกขนาด 50 ตัน เครื่องซีล
สุญญากาศแบบฝาสวิง เครื่องซีลแบบสายพานแนวตั้ง และรถโฟล์คลิฟท์ เพื่อลดต้นทุนการผลิตและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น

ด้านนางจรรยา แซ่ฮัว ประธานแปลงใหญ่ข้าว สหกรณ์การเกษตรสมัชชาปราสาท จำกัด เปิดเผยว่า ได้เข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ได้รับงบสนับสนุนจากรัฐบาลในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวฯ ได้ส่งเสริมในการหาช่องทางการตลาด ส่งเสริมเครื่องจักรกลการเกษตร ช่วยลดต้นทุนการผลิตถือเป็นการช่วยเหลือชาวนาที่ประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ได้ประโยชน์การต่อยอดแปรรูปเป็นข้าวสารจำหน่ายตามท้องตลาด

ขณะที่นายภัทรกฤต สวนงาม ผู้จัดการแปลงใหญ่ข้าว สหกรณ์การเกษตรสมัชชาปราสาท จำกัด กล่าวว่า ทางกรมการข้าว โดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุรินทร์ สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 เครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อให้สมาชิก 58 ราย ในพื้นที่ประมาณ 1,000 กว่าไร่ ได้ใช้ประโยชน์ ได้เครื่องไม้เครื่องมือในการช่วยเหลือเกษตรกรที่แบกรับภาระปัญหาต่างๆ มากมาย