ศูนย์ฯข้าวโคราชหนุนนาแปลงใหญ่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/613619

วันศุกร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นางวารี อินทร์น้อย ประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่ ต.บ้านใหม่ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา กล่าวว่ารวมกลุ่มเกษตรกรเข้าร่วมโครงการนาแปลงใหญ่เมื่อปี 2561 มีสมาชิก 35 ราย พื้นที่การปลูก 325 ไร่ ปลูกข้าวมะลิ 105 พิษณุโลก 80 ตามความเหมาะสมของพื้นที่ใน 1 ปี ปลูกข้าว 2 รอบ ผลผลิตที่ได้นำมาแปรรูปจำหน่ายในชุมชน และช่องทางอื่น ซึ่งขณะนี้กำลังขอรับรองมาตรฐาน GAP จากกรมการข้าว ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มฯ คือสมาชิกรวมตัวกันผลิตแปรรูปข้าวจำหน่าย ลดต้นทุนการผลิต ใช้วิธีทำนาหยอดแทนนาหว่าน ช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นผลดีกับสมาชิก

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครราชสีมา ได้เข้ามาส่งเสริมเมล็ดพันธุ์ดีทุกปี แนะนำ ถ่ายทอดองค์ความรู้ในกระบวนการผลิตข้าว คัดพันธุ์ปน การกำจัดศัตรูพืช การกำจัดวัชพืช และส่งเสริมให้เข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด นำทุนไปซื้อเครื่องจักรต่างๆ อาทิ เครื่องอัดฟางรถแทรกเตอร์ ฯลฯ ทำให้กลุ่มฯ สามารถลดต้นทุนการผลิต และมีผลผลิตเพิ่มมากขึ้น

นางวารีกล่าวต่อว่า ขอขอบคุณศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครราชสีมา ที่เข้ามาส่งเสริมให้เข้าร่วมโครงการนาแปลงใหญ่ และโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด เล็งเห็นถึงความสำคัญของกลุ่มเกษตรกร พร้อมให้โอกาสกับเกษตรกรให้เข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อนำมาพัฒนากลุ่มนาแปลงใหญ่ ต.บ้านใหม่ ให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นจากเดิม ได้ความรู้ใหม่เพิ่มมากยิ่งขึ้นทุกปี ส่งผลให้กลุ่มมีความสามัคคีกันมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

อย่างไรก็ดี เมื่อเกษตรกรเกิดความรู้ความเข้าใจจนสามารถขายข้าวสีแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าข้าวแล้วนั้น เกษตรกรกลุ่มนี้ ยังสามารถมีเมล็ดพันธุ์ที่ดี มีใช้เพียงพอตลอดทั้งปีเลยก็ว่าได้ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครราชสีมา ก็พร้อมที่จะยืนหยัดเคียงข้างเกษตรกรในการผลิตข้าวคุณภาพต่อไปในอนาคตด้วย

เกษตรกรระทมทุกข์! โอดน้ำท่วม-PRRS ทำหมูเสียหาย ซ้ำราคาซื้อขายต่ำกว่าทุน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/613669

เกษตรกรระทมทุกข์! โอดน้ำท่วม-PRRS ทำหมูเสียหาย ซ้ำราคาซื้อขายต่ำกว่าทุน

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 21.37 น.

เกษตรกรผู้เลี้ยงระทมทุกข์ ภัยน้ำท่วม-PRRS ทำหมูเสียหาย ขณะราคาซื้อขายต่ำกว่าทุน ขอผู้บริโภคเข้าใจ และภาครัฐช่วยเกษตรกร ให้ราคาเป็นไปตามกลไกที่แท้จริง

นายสิทธิพันธ์  ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า  ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ยังไม่นำลูกสุกรขุนชุดใหม่เข้าเลี้ยง  โดยยังต้องฟื้นฟู ซ่อมแซม เพื่อเตรียมความพร้อมฟาร์ม ที่ได้รับความเสียหายอย่างมาก   ซึ่งช่วงที่ผ่านมา มีผลผลิตสุกรเสียหาย เนื่องจากปัญหาโรค PRRS หรือ เพิร์ส โดยเฉพาะแม่พันธุ์   ทำให้ผลผลิตสุกรขุนลดลงในสัดส่วนเดียวกันที่ประมาณ 30-40 %  นอกจากนี้ ในช่วงน้ำท่วม ยังเพิ่มความเสี่ยงการแพร่โรค PRRS กรณีที่มีหมูที่เป็นโรคดังกล่าวในพื้นที่ด้วย ขณะเดียวกัน ผู้เลี้ยงในสถานที่ใกล้เคียงที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จะมีปัญหาการเดินทางที่ไม่สะดวก ทำให้ไม่สามารถนำสุกรเข้าโรงฆ่าได้  จึงพากันนำสุกรเข้าสู่ตลาดก่อนกำหนด ส่งผลให้ราคาสุกรปรับลดลงค่อนข้างมาก     

“ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้เลี้ยงครั้งนี้ ได้ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ  เกษตรกรเกิดความสูญเสีย โดยเฉพาะภาวะโรคในสุกร ประกอบกับน้ำท่วมฉับพลันที่เกิดขึ้นช่วงที่ผ่านมา  เกษตรกรหลายรายพากันนำผลผลิตสุกรออกขายเพื่อหนีน้ำท่วม  ทำให้ราคาตกต่ำลงอย่างมาก   หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ผู้บริโภคได้ชะลอการจับจ่ายใช้สอย  ทำให้ความต้องการบริโภคเนื้อสุกรได้รับผลกระทบจากความต้องการที่ลดลงด้วย ขณะที่ต้นทุนการเลี้ยงสุกรที่มีปัจจัยสำคัญมาจากวัตถุดิบอาหารสัตว์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีราคาค่อนข้างสูง มีราคาเกือบ 11 บาทต่อกิโลกรัม เช่นเดียวกับกากถั่วเหลืองที่ขณะนี้มีราคา 21 บาทต่อกิโลกรัม  ฟาร์มสุกรในภาคอีสาน ส่วนใหญ่เป็นฟาร์มเกษตรกรรายย่อย ได้ยกระดับการป้องกันโรคเพื่อป้องกัน ASF ด้วยระบบ Biosecurity ในฟาร์มอย่างเข้มงวด กลายเป็นต้นทุนแฝง ที่ทำให้ต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มสูงขึ้น 4-5 บาทต่อกิโลกรัม” นายสิทธิพันธ์ กล่าว
 
นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ผลผลิตสุกรขุนจึงมีจำนวนน้อยลงกว่าภาวะปกติ โดยคาดว่าไทยจะมีการผลิตหมูขุนจำนวน 15 ล้านตัวต่อปี จากเดิมที่มีการผลิตอยู่ที่ 19-20 ล้านตัวต่อปี หรือลดลง 25 %  แต่ก็ยังไม่สามารถก้าวผ่านต้นทุนที่ต้องแบกรับในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาได้  ซึ่งเป็นภาระหนี้สินภาคเกษตรที่ส่งผลต่อหนี้สินภาคครัวเรือน  จึงขอให้ผู้บริโภคเข้าใจ  และภาครัฐเห็นใจ พร้อมช่วยดูแลเกษตรกร  ปล่อยให้ราคาเป็นไปตามกลไกที่แท้จริง   เพื่อให้ราคาขยับตัวอย่างมั่นคงเพื่อก้าวข้ามต้นทุน โดยผลเสียหายช่วง 7-8 เดือนที่ผ่านมา จากราคาสุกรขุนต่ำกว่าต้นทุนทั้งประเทศมีมูลค่ารวม 8,000-10,000 ล้านบาท และมีราคาขายต่ำสุดที่ 56 บาทต่อกิโลกรัมช่วงต้นเดือนกันยายนที่ภาคตะวันตก  

ทั้งนี้ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติประเมินว่าจะต้องใช้เวลาอย่างช้าอาจใช้เวลา 2-3 ปี ในการที่จะเพิ่มสุกรพันธุ์เข้าเลี้ยงใหม่ เพื่อให้มีปริมาณเนื้อสุกรสมดุลกับความต้องการที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากมาตรการเปิดประเทศของรัฐบาล

ตร.วังน้ำเขียวจัดกิจกรรมพี่ดูแลน้อง ออกให้ความรู้ป้องกันโควิด-ยาเสพติด นักเรียนจิตอาสาสถานศึกษาปลอดภัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/613395

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

พ.ต.อ.พีรพงศ์ ธนโพธิ์ชัย ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรวังน้ำเขียว พร้อมด้วยนายพงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ ร.ต.อ.เอกชัย ดวงเกษ รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรวังน้ำเขียว เป็นวิทยากรให้ความรู้ เรื่องการเปิดการเรียนการสอนและเรื่องขอให้สถานศึกษาทุกแห่งปฏิบัติการตามมาตรการของ สธ.อย่างเคร่งครัด อาทิเช่น การเว้นระยะห่าง การสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา การล้างมือด้วยเจลหรือแอลกอฮอล์ เป็นต้น โดยครั้งนี้ได้มีการจัดอบรมให้ความรู้เรื่อง “นักเรียนจิตอาสา สถานศึกษาปลอดภัย” โดยมีนายฉัตรชัยสาคร ครูชำนาญการพิเศษ รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองใบพัด ต้อนรับที่โรงเรียนบ้านคลองใบพัด ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียวจ.นครราชสีมา

พ.ต.อ.พีรพงศ์ ธนโพธิ์ชัย ผู้กำกับการสภ.วังน้ำเขียว กล่าวว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีมีนโยบายการเปิดประเทศ และทางกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายเปิดโรงเรียนหรือสถานศึกษานั้น ทางผู้บังคับบัญชา ก็มีนโยบายในเรื่องการแสวงหาความร่วมมือในการให้ข้อมูลการป้องกันโควิด-19 ร่วมกับสถานศึกษาเวลามีเหตุจะได้ป้องกันและแก้ไขได้ทันท่วงที ตลอดจนสร้างนักเรียนจิตอาสาขึ้นมาเป็นผู้ช่วยครู พี่ดูแลน้อง ให้เกิดความปลอดภัยในสถานศึกษาด้วย

นายพงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า โครงการ “นักเรียนจิตอาสา สถานศึกษาปลอดภัย” นี้ เป็นโครงการนำร่องที่จัดดำเนินการที่อำเภอวังน้ำเขียว เนื่องจากอำเภอวังน้ำเขียวเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ ของประเทศไทย เพื่อเป็นการรองรับเปิดการท่องเที่ยว และการเปิดเทอมตามนโยบายของรัฐบาล เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับทางภาคเอกชนที่จะสร้างนักเรียนจิตอาสา สถานศึกษาปลอดภัย ให้ทันกับยุคสมัย สร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองในช่วงโควิด-19 ระบาด ที่สำคัญให้เยาวชนมีจิตอาสา มีความเสียสละ พี่ดูแลน้องรู้ทันพิษภัยยาเสพติดด้วย

สกู๊ปพิเศษ : ผ้าฝ้ายทอมือ ‘ลายราชวัตร’ ราชาแห่งผ้า ของกลุ่มร่มไทรเกาะยอ จ.สงขลา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/613402

สกู๊ปพิเศษ : ผ้าฝ้ายทอมือ ‘ลายราชวัตร’  ราชาแห่งผ้า ของกลุ่มร่มไทรเกาะยอ จ.สงขลา

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผ้าทอเกาะยอ เป็นผ้าทอพื้นเมืองของตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ที่มีการสืบทอดมรดกทางภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นมายาวนานตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีมาจนถึงปัจจุบัน

จงกลนี สุวรรณพรรค ประธานกลุ่มทอผ้าร่มไทรเกาะยอ เล่าถึงที่มาว่า กลุ่มทอผ้าร่มไทร ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2545 โดยมีนายกริ้ม สินธุรัตน์ ครูศิลป์ของแผ่นดิน ผู้ทรงภูมิปัญญาด้านผ้าทอเกาะยอ เป็นที่ปรึกษาและผู้ถ่ายทอดเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการทอผ้าให้กับสมาชิกผู้สนใจ จนสามารถยึดเป็นอาชีพสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี โดยยังคงอนุรักษ์ผ้าลายดั้งเดิมของผ้าทอเกาะยอ โดยเฉพาะ “ผ้าทอลายราชวัตร” ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามให้กับลายผ้าของเกาะยอแทนลายคอนกเขาที่ชาวบ้านเรียกขาน เมื่อครั้งที่เสด็จนิวัติเมืองสงขลาเมื่อปี 2475 ชาวเกาะยอได้คัดเลือกสุดยอดของลายผ้าที่ถือว่ามีลวดลายที่สวยที่สุดระดับราชาแห่งผ้าของเมืองใต้ ทูลเกล้าฯถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 7 พระราชทานนามว่า “ราชวัตร”

นอกจากนี้ยังมีผ้าทอลายดอกแสงสุริยา ลายดอกรสสุคนธ์ ลายดอกพิกุล ลายดอกจันทร์หอม ลายจันทร์ฉายลายหางกระรอก ลายดอกรัก ไม่เพียงแค่ลายผ้าดั้งเดิมเท่านั้นทางกลุ่มร่มไทรยังได้พัฒนาลายผ้าทอเกาะยอโดยร่วมกับนักวิจัยและนักวิชาการจากสถาบันต่างๆ ออกแบบลายใหม่ๆ เช่น ลายเกล็ดปลาขี้ตัง ซึ่งเป็นปลาในทะเลสาบสงขลา ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของผ้าทอเกาะยอของกลุ่มร่มไทร ปัจจุบันผ้าทอเกาะยอได้รับความนิยมทั้งจากชาวไทยและชาวต่างประเทศอย่างแพร่หลาย อีกทั้งยังมีผู้ให้ความสนใจมาศึกษาเรียนรู้การทอผ้าเกาะยออย่างต่อเนื่อง

ถึงแม้ว่าลายผ้าของกลุ่มร่มไทรเกาะยอจะมีความสวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ก็เกือบจะล้มมาแล้วครั้งหนึ่ง เพราะโดนผ้าโรงงานตีตลาด แต่ก็ผ่านวิกฤตมาได้ด้วยความช่วยเหลือจากสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวังสงขลา เข้ามาช่วยฟื้นฟูอาชีพและสำนักงานสหกรณ์จังหวัดสงขลา เข้ามาช่วยเรื่องการแปรรูปผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ที่สำคัญสมาชิกกลุ่มก็ร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาลวดลายผ้าใหม่ๆ พยายามปรับรูปแบบทำให้เนื้อผ้าบางนุ่มนวลให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของกลุ่มทอผ้าร่มไทร มีทั้งผ้าทั้งผืนและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้แก่ กระเป๋า กล่องกระดาษทิชชู่ พวงกุญแจ สมุดไดอารี่ หมวก เสื้อผ้า ผ้าคลุมไหล่ ราคาจำหน่าย 50-2,000 บาท ซึ่งจุดเด่นของผ้าทอจากเกาะยอคือลวดลายที่สวยงามและอ่อนนุ่มการทอที่ประณีต ทำให้ผ้าทอมีเนื้อผ้าแน่นและทนทาน ด้วยสินค้าที่มีคุณภาพและสร้างสรรค์ทำให้ผ้าทอจากเกาะยอได้รับรางวัลมากมาย อาทิ ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย CPOT จังหวัดสงขลา ผ้าทอไทยสไตล์สากล และเป็นสินค้า OTOP สนใจสินค้าผ้าฝ้ายทอมือของชุมชนชาวเกาะยอ สามารถเข้าไปเลือกซื้อได้ทางช่องทางออนไลน์ เพจ Facebook : ผ้าทอมือร่มไทรเกาะยอ

“ผ้าทอเกาะยอเป็นเอกลักษณ์และภูมิปัญญาที่ตกทอดกันมา เรียกว่าเป็นอาชีพของบรรพชน เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยต่อยอดและส่งต่ออาชีพของบรรพบุรุษให้แก่ลูกหลานได้รักษาต่อไปตราบนานเท่านาน” ประธานกลุ่มทอผ้าร่มไทรเกาะยอ กล่าวทิ้งท้าย

กรมชลฯเร่งจัดการเส้นทางจราจรน้ำลดปัญหาล้นตลิ่งเจ้าพระยา-ท่าจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/613394

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายพงศธร ศิริอ่อน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโยธา กรมชลประทานในฐานะประธานคณะทำงานศูนย์บริหารจัดการอุทกภัยลุ่มน้ำท่าจีน (ส่วนหน้า) เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักในพื้นที่ลุ่มน้ำท่าจีน ทำให้เกิดน้ำท่าไหลหลากลงสู่แม่น้ำท่าจีน ส่งผลให้มีน้ำเอ่อล้นตลิ่งใน อ.เมือง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี และ อ.นครชัยศรี อ.สามพราน จ.นครปฐม เพื่อเป็นการแก้ปัญหาจึงใช้ระบบชลประทานสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ลดปริมาณน้ำที่จะเข้าสู่แม่น้ำท่าจีน นอกจากนี้ยังติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในแม่น้ำท่าจีนจุดต่างๆ เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด ตามข้อสั่งการของนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน

ด้านสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำที่ไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ ก่อนหน้านี้ ลดลงอย่างต่อเนื่องขณะที่แม่น้ำสะแกกรัง ก็ลดลงเช่นกัน ทำให้ปริมาณที่ไหลลงสู่บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาลดลงตามลำดับ ซึ่งจะส่งผลให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำท่าจีน ทยอยลดลง อย่างไรก็ดี ฝนที่ตกหนักในพื้นที่ภาคกลาง ทำให้มีน้ำท่าไหลหลากลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำท่าจีนในปริมาณมาก ส่งผลให้ยังคงมีน้ำเอ่อล้นตลิ่งในที่ลุ่มต่ำเป็นแห่งๆ จึงใช้ระบบชลประทานพื้นที่ตอนล่าง เร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล ส่วนหนึ่งระบายออกทางแม่น้ำนครนายก และแม่น้ำบางปะกง ส่วนด้านฝั่งตะวันตกจะใช้คลองระบายน้ำต่างๆ ระบายน้ำออกสู่ทะเลเช่นกัน นอกจากนี้ ยังใช้ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ระบายน้ำช่วงน้ำทะเลลดด้วย ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดช่วยลดผลกระทบของน้ำในเจ้าพระยา และแม่น้ำท่าจีน

ชลบุรีจัดกอล์ฟ ดึงนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/613400

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ต้อนรับ น.ส.เฌอมาลย์สันติวิวัฒนพงศ์, น.ส.ภัทราพรศรีภัทร, น.ส.กันยลักษณ์ ปรีดาสุทธิจิตต์,น.ส.โชติกา ศุภภิญโญ, น.ส.พรรณรายณ์มีสมอรรถ และ น.ส.มนัสชยาซีมากร นักกีฬากอล์ฟ ร่วมถ่ายภาพประชาสัมพันธ์การแข่งขัน ณ หุบเขาไดโนเสาร์ สวนนงนุช พัทยา จ.ชลบุรี ในการแข่งขันกอล์ฟอาชีพสตรีรายการ “เอสเอที-ไทยวีเมนส์ทัวร์ โอเพ่น” หรือ “SAT-TWT OPEN” ROAD TO WORLD RANKING สนามที่ 2 ชิงเงินรางวัลรวม 2.5 ล้านบาทณ สนามฟีนิกซ์ โกลด์ กอล์ฟ แอนด์คันทรี่คลับ พัทยา จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 3-5 พ.ย. นี้ เพื่อร่วมเดินหน้าโครงการ Pattaya Move On รับเปิดประเทศ ต้อนรับนักท่องเที่ยว กระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ จ.ชลบุรี

โดยสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรีไทย (THAI WPGA) ได้จัดการแข่งขัน เอสเอที-ไทยวีเมนส์ทัวร์ โอเพ่น” (SAT-TWT OPEN)เป็นการแข่งขันแบบ สโตรกเพลย์ 54 หลุม(วันละ 18 หลุม) โดยสนามที่ 2 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 พ.ย.2564มีจำนวนนักกอล์ฟเข้าร่วมแข่งขันไม่เกิน 114 คน หลังจากผ่านไปแล้ว 36 หลุมจะตัดตัวนักกอล์ฟเหลือ 60 คน และเสมอ เพื่อเข้าไปแข่งขันในรอบสุดท้าย ผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัลสูงถึง 367,500 บาท การแข่งขันนี้ จัดขึ้นภายใต้การสนับสนุนจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ,ธนาคารไทยพาณิชย์, บริษัท พี โอเวอร์ ซี สตีลจำกัด (มหาชน) กอล์ฟ ไพร์ดและสนามฟีนิกซ์ โกลด์ กอล์ฟ แอนด์คันทรี่คลับ สวนนงนุช พัทยา ทั้งนี้แฟนกอล์ฟโดยสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของการแข่งขันได้ทาง เฟซบุ๊คTHAI WPGA และเว็บไซต์ http://www.thaiwpga.com

เกษตรฯเดินหน้านโยบายFuture Food #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/613397

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กรกอ.) กล่าวภายหลังปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ศักยภาพของไข่น้ำสำหรับเกษตรกรไทยและการส่งออก” ว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ กำหนดนโยบายอาหารแห่งอนาคต (Future Food)เป็นหนึ่งในนโยบายหลักเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับประเทศ ตลอดห่วงโซ่เกษตรและอาหาร เป็นการตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลกยุคนิว นอร์มอลจึงร่วมกับสภาอุตสาหกรรมฯ ส่งเสริมพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ คือ ผำหรือ ไข่ผำ หรือไข่น้ำ มีฉายาว่า“คาเวียร์เขียว” โดยสนับสนุนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ 1.การวิจัยและพัฒนาโดยศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม 2.การส่งเสริมการผลิต โดยกรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมงฯลฯ 3.การแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างแบรนด์ใน 5 คลัสเตอร์อุตสาหกรรม และ 4.การตลาดออนไลน์และออฟไลน์ทั้งตลาดในและต่างประเทศ โดยกระทรวงพาณิชย์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และหอการค้าไทย ตั้งเป้าเจาะตลาดมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6 ล้านล้านบาท

นายอลงกรณ์ กล่าวอีกว่ากระทรวงเกษตรฯ เร่งส่งเสริมสนับสนุนโดยร่วมมือกับสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม และสภาอุตสาหกรรมฯภายใต้ 5 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมอาหาร และเครื่องดื่ม2.อุตสาหกรรมอาหารเสริม 3.อุตสาหกรรมอาหารสัตว์และอาหารเสริม 4.อุตสาหกรรมยาและยาสัตว์ 5.อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและบำรุงผิว ผำนับเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่มีอนาคต สามารถสร้างอาชีพใหม่ให้เกษตรกรฝ่าวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพราะเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งภายในและต่างประเทศ

เกษตรฯผนึกสภาอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนโครงการมุ่งสู่ตลาดโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/613396

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กรกอ.) ประชุมทางไกลคณะอนุกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับ กรกอ.ภาคเหนือ ซึ่งมีนายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ ประธานสภาอุตสาหกรรมฯ ภาคเหนือ และคณะกรรมการภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

นายอลงกรณ์ เปิดเผยว่า ได้พิจารณาขับเคลื่อนหลายโครงการโดยเฉพาะโครงการพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม 2 ล้านไร่ ทั้งเฟส 1-2
ปี 2564-2565 มีสินค้าเป้าหมาย 15 ชนิด นอกจากนี้ยังพิจารณาขับเคลื่อนโครงการ1 กลุ่มจังหวัด 1 นิคมอุตสาหกรรมเกษตรอาหาร โครงการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกของกลุ่มภาคเหนือตอนล่าง 1(พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ ตาก) เช่น โครงการศูนย์พัฒนาผลไม้สดเพื่อการส่งออก โครงการพื้นที่เศรษฐกิจนวัตกรรมอาหารภาคเหนือ

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ภาคเหนือ ตามแนวคิดใหม่ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 13 ว่าด้วยทิศทางการพัฒนาภาคเหนือ
ปี 2566–2570 เน้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สานสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ สุขภาวะดี วิถีชีวิตยั่งยืน

นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารภาคเหนือ เพื่อเป็นกรอบการดำเนินงานของ กรกอ.ภาคเหนือ ภายใต้
5 ยุทธศาสตร์ปฏิรูปภาคเกษตรโดยได้มอบนโยบายต่อ กรกอ.ภาคเหนือ เพิ่มเติม 6 เรื่อง ได้แก่ 1.Product based เพิ่มลำไยในโครงการเกษตรแม่นยำ 2 ล้านไร่ 2.LogisticsAdvantage เพิ่มแผนงานโลจิสติกส์เชื่อมเหนือเชื่อมโลก เปลี่ยน Land Lock เป็นLand Link ด้วยการระบบการขนส่งต่างๆ ด้วยการขนส่งทางรางเชื่อมด่านเชียงของกับด่านรถไฟโมฮ่านสู่จีน เอเชียตะวันออก เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง รัสเซีย และยุโรป โดยใช้ท่าเรือบกคอร์คอสของคาซัคสถานเป็นศูนย์พักและกระจายสินค้าเกษตรของไทยและการขนส่งทางอากาศ ด้วยสนามบินนานาชาติในภาคเหนือ เช่น สนามบินเชียงใหม่ และเชียงราย 3.Sustainable Agroindustryโครงการอุตสาหกรรมสีเขียว (GreenIndustry) ในกรอบเกษตรกรรมยั่งยืน

4.งบประมาณการวิจัยและพัฒนาสินค้าเกษตรโดยการสนับสนุนของสวก.องค์การมหาชนในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ 5.ระบบสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อการลงทุนเกษตรอุตสาหกรรมโดยความร่วมมือของ ธ.ก.ส.และกระทรวงเกษตรฯ และ 6.โครงการ Laboratory ภาคเหนือ ระดับจังหวัดและกลุ่มจังหวัด อย่างไรก็ดี นอกจากการประชุม กรกอ.ภาคเหนือ แล้ว ก็ยังมีการประชุมร่วมกับกรกอ.ภาคตะวันออก อีกด้วย

ชาวนาจำใจหอบข้าวเปลือก เกี่ยวหนีน้ำมาขาย โรงสียันไม่กดราคา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/613351

ชาวนาจำใจหอบข้าวเปลือก เกี่ยวหนีน้ำมาขาย โรงสียันไม่กดราคา

วันพุธ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 17.43 น.

ชาวนาที่บุรีรัมย์ ทยอยนำข้าวเปลือกสดที่เกี่ยวหนีน้ำ ไปขายตามโรงสีอย่างต่อเนื่อง แม้จะได้ราคาต่ำเพียง ก.ก.ละ 8-9 บาท  เพราะจำเป็นต้องนำเงินไปใช้จ่ายในครอบครัวและเป็นค่าเก็บเกี่ยว วอนรัฐบาลพยุงราคาไม่ให้ต่ำกว่า 15 บาท  ด้านผู้ประกอบการโรงสีแนะชาวนาควรรอให้ข้าวแก่เต็มที่และตากให้แห้งก่อนนำมาขาย  หากซื้อข้าวคุณภาพต่ำโรงสีก็เสี่ยงขาดทุนเพราะส่งออกไม่ได้

บรรยากาศที่ โรงสีสหพัฒนาค้าข้าว ต.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์  ได้มีชาวนาจากหลายอำเภอ เช่น  อ.สตึก  อ.แคนดง และเขตรอยต่อจาก จ.สุรินทร์ บางส่วน ได้ทยอยนำข้าวเปลือกที่เกี่ยวสด และเกี่ยวหนีน้ำท่วมมาขายอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ช่วงนี้จะได้ราคาต่ำ เพียงกิโลกรัมละ 8-9 บาทก็ตาม แต่ชาวนาก็จำเป็นต้องนำมาขาย เพราะต้องนำเงินไปเป็นค่าเก็บเกี่ยวและใช้จ่ายในครอบครัว  โดยชาวนา บอกว่า หากเป็นไปได้ก็อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือพยุงราคาข้าวไม่ให้ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 15 บาท หรือตันละ 15,000 บาท  เพราะปีนี้ประสบปัญหาหลายอย่าง ทั้งช่วงต้นฤดูที่ประสบปัญหาภัยแล้งต้นข้าวแห้งตาย ต้องลงทุนซื้อเมล็ดพันธุ์มาปลูกทดแทนข้าวที่ตาย รวมถึงค่าปุ๋ยก็ราคาแพงขึ้น แต่พอถึงช่วงที่จะเก็บเกี่ยวกลับมาเจอปัญหาน้ำท่วม ทำให้ไม่ได้ผลผลิตเต็มที่เท่าที่ควร

นางวิริยาภรณ์ สุดคนึง  อายุ 38 ปี ชาวนาบ้านซาด ต.สระบัว อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ บอกว่า ที่ต้องนำข้าวเปลือกมาขายช่วงนี้ เพราะจำเป็นต้องนำเงินไปจ่ายค่าเก็บเกี่ยวและใช้จ่ายในครอบครัว ก็ยอมรับว่าราคาข้าวที่ได้ค่อนข้าวต่ำไม่คุ้มกับต้นทุน เพราะช่วงต้นฤดูประสบปัญหาภัยแล้งข้าวแห้งตาย ต้องลงทุนซื้อพันธุ์ข้าวใหม่มาปลูกทดแทนข้าวที่ตาย  อีกทั้งค่าไถ  ค่าปุ๋ยก็แพงขึ้น  พอมาถึงตอนเก็บเกี่ยวก็มาเจอปัญหาน้ำท่วมอีก  ทำให้ข้าวบางส่วนแช่น้ำเสียหายได้ผลผลิตไม่เต็มที่ จึงอยากฝากให้รัฐบาลช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นการชดเชยเยียวยาหรือพยุงราคาข้าวให้สูงกว่านี้  เพื่อเป็นการแบ่งภาระและช่วยเหลือชาวนาด้วย        

ด้านนายศุภสิทธิ์  อึ้งพัฒนากิจ เจ้าของโรงสีสหพัฒนาค้าข้าว อ.สตึก กล่าวว่า  ช่วงนี้ซึ่งยังเป็นช่วงต้นฤดู   ก็มีชาวนานำข้าวเปลือกมาขายไม่คึกคักเท่าที่ควรเฉลี่ยวันละประมาณ 100 รายเท่านั้น ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นข้าวที่ชาวนาเกี่ยวหนีน้ำท่วมแล้วนำมาขายสด โดยไม่ได้ตากลดความชื้นเลย  อาจเพราะมีความจำเป็นที่ต้องนำเงินไปใช้จ่าย ซึ่งทางโรงสีก็ยืนยันว่ารับซื้อตามสภาพข้าวและกลไกตลาด ไม่ได้มีการกดราคาแต่อย่างใด  แต่หากเป็นไปได้ก็อยากแนะให้ชาวนารอให้ข้าวแก่สุกเต็มที่  หรือตากให้แห้งก่อนแล้วค่อยนำมาขาย  เพราะจะได้ราคาที่สูงขึ้นกว่านี้ ซึ่งก็จะเป็นผลดีกับตัวชาวนาเอง เพราะจริงแล้วหากเป็นข้าวสดโรงสีส่วนใหญ่จะไม่ค่อยรับซื้อเพราะไม่มีสถานที่ตาก ทั้งเกรงว่าหากรับซื้อที่เปียกชื้นหรือคุณภาพต่ำไว้  ทางโรงสีก็ต้องแบกรับความเสี่ยงที่จะประสบปัญหาขาดทุนได้ เพราะหากข้าวที่รับซื้อไว้เสื่อมคุณภาพก็จะไม่สามารถส่งออกได้  

.

009

สกู๊ปพิเศษ : ‘สมเกียรติ กอไพศาล’ นำคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ร่วมทอดกฐินและผ้าป่าสามัคคี ณ วัดวังเย็น จังหวัดนครปฐม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/613118

สกู๊ปพิเศษ : ‘สมเกียรติ กอไพศาล’ นำคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ร่วมทอดกฐินและผ้าป่าสามัคคี ณ วัดวังเย็น จังหวัดนครปฐม

วันพุธ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ที่วัดวังเย็น อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม คุณแม่สายใจ กอไพศาล ประธานองค์กฐิน พร้อมบุตรชาย นายสมเกียรติ กอไพศาล ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครอบครัวกอไพศาล พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาทิ นายประยูร อินสกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรนายวิศิษฏ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายสัตวแพทย์ สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม นายพีรพันธ์ คอทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายชาตรี บุญนาค ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรองอธิบดีหลายกรม

รวมถึงคณะเพื่อนนายสมเกียรติ จาก ปปร. รุ่นที่ 24ได้ร่วมทอดกฐินและผ้าป่าสามัคคี ประจำปี 2564 เพื่อจัดสร้างฌาปนสถาน รวมเป็นเงินทั้งสิ้นมากกว่า 9 ล้านบาท

อนึ่ง ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้เกียรติเป็นประธานที่ปรึกษาของงานดังกล่าว