ป้องกันเชื้อดื้อยาในสัตว์ หนุนสุขภาพสัตว์ดี-บริโภคปลอดภัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/607367

วันศุกร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์ดำเนิน จตุรวิธวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านวิชาการธุรกิจสุกร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เผยว่า กระบวนการเลี้ยงสุกรของซีพีเอฟดำเนินการภายใต้ความปลอดภัยทางอาหาร มาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ และการเฝ้าระวังการดื้อยาต้านจุลชีพ ภายใต้แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ เพื่อให้สัตว์ที่เลี้ยงมีสุขภาพที่ดี แข็งแรงผู้บริโภคได้รับอาหารที่ดี ปลอดภัย รวมถึงสิ่งแวดล้อมปลอดภัย

“ซีพีเอฟจะเน้น “การป้องกัน” ไม่ให้เกิดโรค หรือผลกระทบใดๆ ต่อสุกร โดยฟาร์มสุกรทั้ง 100% ของบริษัทเป็นฟาร์มระบบปิดตามมาตรฐานกรมปศุสัตว์ และวางระบบการบริหารจัดการฟาร์มในระดับไบโอซีเคียวริตี้พร้อมทั้งมีการให้วัคซีนแก่ลูกสุกรตามระยะเวลาที่สัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเป็นผู้กำหนดส่งผลให้ปัญหาเจ็บป่วยเกิดขึ้นน้อยมาก”นายสัตวแพทย์ดำเนิน กล่าว

สำหรับหลักสวัสดิภาพสัตว์ (Animal welfare) นั้น หากพบสัตว์ป่วยต้องให้การรักษา ดังนั้น ในกรณีที่พบการเจ็บป่วยแล้วเท่านั้นจึงจะมีการให้ยา โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มอย่างเข้มงวด และมีการเว้นระยะหยุดยาที่เหนือกว่ามาตรฐานทั่วไป เพื่อป้องกันไม่ให้มีการตกค้างหรือส่งผลกระทบใดๆ ต่อผู้บริโภค ขณะเดียวกัน เมื่อถึงโรงชำแหละ สุกรจะถูกตรวจสอบซ้ำอีกครั้งว่าปราศจากสารตกค้างจริงๆ จึงจะได้รับอนุญาตให้เข้ารับการชำแหละ สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคได้อีกขั้นตอนหนึ่ง

ด้านความมุ่งมั่นในการป้องกันเชื้อดื้อยานั้น ซีพีเอฟ ได้ยกเลิกรายการยารักษาสัตว์ ที่อยู่ในกลุ่มยาต้านจุลชีพที่ใช้ได้ทั้งในคนและสัตว์ (share-class antimicrobials) ที่อาจส่งผลกระทบและเป็นยาหลักตัวสุดท้ายที่ใช้รักษาโรคในคน เช่น โคลิสติน ออกจากระบบการจัดซื้อทั้งหมด ตั้งแต่ปี 2559 เพื่อกันยาต้านจุลชีพที่สำคัญไว้ใช้กับคน โดยในฟาร์มเลี้ยงสัตว์จะมุ่งเน้นวิธีป้องกันต่อไป ซึ่งจะช่วยลดปัญหาเชื้อดื้อยาได้ทั้งในสัตว์และในคนไปพร้อมกัน

จากการดำเนินการด้านการป้องกันผลกระทบใดๆ ต่อสัตว์และดูแลสุขภาพสัตว์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เมื่อปีที่แล้ว ซีพีเอฟเป็นบริษัทเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการปรับเลื่อนชั้นมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์-Animal Welfareขึ้นจาก Tier 4 สู่ Tier 3 ในรายงานเกณฑ์มาตรฐานทางธุรกิจตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ (The Business Benchmark on FarmAnimal Welfare Report : BBFAW)

ขณะเดียวกัน บริษัทยังคิดค้นนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างสุขภาพแข็งแรงให้สุกรอย่างต่อเนื่อง เช่น การใช้โปรไบโอติกช่วยจัดสมดุลลำไส้ ให้สัตว์มีสุขภาพดี ไม่ป่วย เมื่อไม่ป่วยก็ไม่มีการใช้ยาใดๆ ซึ่งส่งผลดีต่อภาพรวมเป็นสุขภาพหนึ่งเดียวของทั้งสัตว์ คน และสิ่งแวดล้อม

บูรณาการแก้ปัญหา ให้แนวทางเยียวยา ปมช้างป่าบุกรุกที่ดิน ชาวบ้านเดือดร้อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/607368

วันศุกร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

น.ส.ญาณธิชา บัวเผื่อน โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาช้างป่า สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ที่ผ่านมาปัญหาช้างป่าบุกรุกส่งผลกระทบทั้งร่างกายและผลผลิตเสียหาย อนุกรรมาธิการมีการหารือถึงหลักเกณฑ์ในการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้มีความเหมาะสม เบื้องต้นกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มีหลักเกณฑ์เยียวยา 1,690 บาทต่อไร่ แต่กรรมาธิการฯ มองว่าไม่เป็นธรรม ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง จึงเห็นว่าควรใช้หลักเกณฑ์การเยียวยาของกรมชลประทาน เป็นแนวทาง ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาและเยียวยาผลกระทบให้ประชาชน ส่วนกรณีที่มีข่าวช้างป่าทำลายบ้านเรือนของประชาชนเสียหาย เข้าเกณฑ์การเยียวยาของ ปภ.และการเยียวยาของจังหวัด ซึ่งมีหลักเกณฑ์อยู่แล้ว

น.ส.ญาณธิชากล่าวย้ำว่า การทำงานของกรรมาธิการฯ มุ่งหวังในการแก้ปัญหาช้างป่าบุกรุกให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด ทั้งในเรื่องของการจัดโซนนิ่งป้องกันคนออกจากช้าง แนวทางการกำหนดหลักเกณฑ์เยียวยา ทั้งกรณีการเสียชีวิตและกรณีผลิตผลได้รับความเสียหาย ส่วนเรื่องของการดำเนินการอาสาผลักดันช้าง ซึ่งอยากให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วย โดยจากการศึกษาพบว่าปัญหาหลัก คือการขาดหน่วยงานในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบที่ชัดเจน รวมทั้งในเรื่องของงบประมาณในการบริหารจัดการ แล้วสุดท้ายก็คือเรื่องที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายที่จะต้องปรับปรุง จึงจำเป็นที่ทุกหน่วยงานต้องมีการบูรณาการในการทำงานร่วมกันเนื่องจากผู้ที่ได้รับผลกระทบก็คือประชาชนในพื้นที่นั่นเอง

ผญบ.ลองปลูกข้าวกข.87 เก็บเมล็ดพันธุ์ใช้ปีถัดไป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/607364

วันศุกร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใหญ่บ้านดอนหัน หมู่ 4 ต.นาทอง อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม ได้ใช้พื้นที่นาข้าว จำนวน 80 ตารางวา ทำการหว่านพันธุ์ข้าวเจ้า กข.87 ซึ่งเป็นข้าวที่หุงสุกนุ่ม ให้ผลผลิตได้สูงสุดถึงไร่ละ 1.5 ตัน และขณะนี้ข้าวกำลังออกรวง ต้นข้าวเจริญเติบโต แตกกอได้ดี และให้ผลผลิตสูง เนื่องจากมีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา เป็นการทดลองปลูกพันธุ์ข้าวเจ้าดังกล่าว

นายสังวาร สมบัติมี เจ้าของนาข้าว เปิดเผยว่า หลังจากเข้าร่วมโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ขนาดพื้นที่ 3 ไร่ และได้ขุดบ่อน้ำ 2 บ่อ ปัจจุบันมีน้ำปริมาณร้อยละ 80 ของความจุ ซึ่งประโยชน์จากบ่อน้ำแห่งนี้จะมีน้ำซึมจากบ่อน้ำที่มีความสูงสู่พื้นที่นาติดกับบ่อน้ำที่ตนได้หว่านพันธุ์ข้าวเจ้า กข.87 ไว้ โดยก่อนหน้านี้ได้ซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวมา 2 กิโลกรัม ในราคา 400 บาท นำมาทดลองหว่าน ขณะนี้ผลผลิตกำลังออกรวง คาดว่าพื้นที่นาข้าว 80 ตารางวา ที่ได้หว่านข้าว จะมีผลผลิตมากกว่า 200 กิโลกรัม ซึ่งตนจะนำไปเป็นพันธุ์ข้าวในปีถัดไป

อย่างไรก็ดี ในขณะนี้ได้มีชาวบ้านในหมู่บ้านมาขอซื้อเพื่อไว้เพาะพันธุ์ โดยคิดว่าจะแบ่งขายให้ในราคาถูก เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรด้วยกัน ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

รายงานพิเศษ : รองผู้ว่าฯสมุทรสงคราม เยี่ยมศูนย์การเรียนรู้ โคก หนอง นา โมเดล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/607362

รายงานพิเศษ : รองผู้ว่าฯสมุทรสงคราม เยี่ยมศูนย์การเรียนรู้ โคก หนอง นา โมเดล

วันศุกร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายสุพจน์ ยศสิงห์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดฯ พร้อมด้วย นางชยาณี มัจฉาเดช พัฒนาการจังหวัดสมุทรสงคราม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์การเรียนรู้โคก หนอง นา โมเดลหมู่ที่ 6 ตำบลบางสะแก อำเภอบางคนที โดยมี นายมนัสบุญพยุง กำนันตำบลบางสะแก และประชาชนในตำบลบางสะแกต้อนรับ และนำชมการดำเนินการปรับพื้นที่ โคก หนอง นาโมเดล ตามโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมที่ 4 การพัฒนาศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีรูปแบบใหม่ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน แปลงพื้นที่ 3 ไร่ ครัวเรือนต้นแบบใช้ประโยชน์ในพื้นที่ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์เรียนรู้ในพื้นที่ สร้างความมั่นคงทางอาหาร ให้สามารถพึ่งตนเองและเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดฯ กล่าวว่า ศูนย์การเรียนรู้ โคก หนอง นา โมเดล ตำบลบางสะแก แห่งนี้ จะเป็นแหล่งการถ่ายทอดความรู้การบริหารจัดการน้ำด้วยศาสตร์พระราชา ในพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ โคก หนอง นา โมเดลร่วมเปลี่ยนแปลงให้เกิดความยั่งยืนภายใต้สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ร่วมพิชิตความยากจน มุ่งถ่ายทอดสู่แนวทางศาสตร์พระราชา การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ความมั่นคงทางอาหาร สุขภาพดี มีความสุขกันถ้วนหน้า และยังมุ่งเน้นความเป็นอัตลักษณ์ของเมือง 3 น้ำ 3 นา3 ศาสนา 3 อำเภอ ดึงการมีส่วนร่วมจากทุกภาคี สร้างแผ่นดินนี้ให้อุดมสมบูรณ์

หากเรามีพื้นที่ตามแบบมาตรฐาน โคก หนอง นา โมเดล ขนาดพื้นที่ 3 ไร่ที่กักเก็บน้ำในระดับความลึก 3 เมตร เราจะกักเก็บน้ำได้ 4,000 ลูกบาศก์เมตรถ้าเรามีโคก หนอง นา 1 ล้านแปลง เราจะกักเก็บน้ำได้ 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี จะเป็นสถานที่กักเก็บน้ำ แก้ปัญหาน้ำล้นฝั่ง แก้ปัญหาภัยแล้งได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

สราวุฒิ ศรีธนานันท์

เร่งช่วยเกษตรกรผู้ประสบภัยทุกมิติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/607366

วันศุกร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมซักซ้อมแผนป้องกันและเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับภัยพิบัติในพื้นที่สำนักงานปศุสัตว์เขต 8 และเขต 9พื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ โดยมีนายเจษฎา จิตรัตน์ ผวจ.สงขลา พร้อมคณะ เข้าร่วม โดยนายประภัตรกล่าวว่าสถานการณ์น้ำท่วมภาคกลาง ที่กระทบต่อภาคเกษตรและปศุสัตว์อยู่ในขณะนี้คาดว่า ภาคใต้จะกระทบในเดือนพฤศจิกายนนี้ จึงเตรียมรับมือเพื่อลดผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนขณะนี้ปศุสัตว์ เขต 8 และเขต 9 ได้ปรับปรุงฐานข้อมูลแล้ว รวมทั้งวิเคราะห์ความเสี่ยง กำหนดพื้นที่อุทกภัยซ้ำซาก เตรียมแผนอพยพสัตว์ในพื้นที่ความเสี่ยงสูงโดยมีการจัดตั้งศูนย์อพยพ 282 จุด ในส่วนของเสบียงอาหารสัตว์สำรอง หน่วยงานปศุสัตว์ในพื้นที่ได้เตรียมหญ้าแห้งสำรองกว่า 1,300 ตัน อาหารหมัก 16,000 กิโลกรัม

ทั้งนี้ นายประภัตร ได้ขอให้ ผวจ.สงขลา และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ภาคใต้ ช่วยประชาสัมพันธ์โครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร ซึ่งเป็นโครงการที่กรมปศุสัตว์ และธ.ก.ส.ร่วมกันสนับสนุนเงินกู้ เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับเกษตรกร เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพในกิจกรรมที่มีตลาดรองรับชัดเจน มีการประกันราคารับซื้อผลผลิต รอบการผลิตสั้นสามารถสร้างรายได้ในระยะเวลา 6 เดือนในกรณีที่ใช้เป็นเงินลงทุน 3 ปีแรก ดอกเบี้ยร้อยละ 4 ปีที่ 4-5 ดอกเบี้ยตามปกติของธนาคาร เน้นปล่อยกู้ให้กับเกษตรกรรายบุคคล สามารถใช้ผู้ค้ำประกัน หรือสินทรัพย์ค้ำประกันก็ได้ โดยหากเกษตรกรท่านใดสนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดโครงการได้ที่ ธ.ก.ส.หรือเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่

ผู้อำนวยการงานชลประทานที่ 8 ลงติดตาม อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/607363

วันศุกร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเกรียงไกร ภาคพิเศษ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 พร้อมด้วย นายวชิรพงษ์ เพ็งแก้ว หัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการน้ำส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) จังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายวสันต์  โพธิ์ศรี หัวหน้าฝ่ายก่อสร้างที่ 2 สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 8 รายงานความก้าวหน้าของการดำเนินงานในพื้นที่ก่อสร้างอาคารระบายน้ำ Service Spillway อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร(ตอนล่าง) ตามข้อสั่งการของ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เมื่อวันที่ 28 ก.ย.2564 ที่ได้เร่งรัดให้แก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน เพื่อให้สามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งหน้าที่กำลังจะมาถึง ทั้งนี้ตามที่ได้ทำการซ่อมแซมทำนบดินชั่วคราว บริเวณฝั่งขวาของอาคารระบายน้ำ Service Spillway เสร็จเรียบร้อยแล้ว (เมื่อวันที่ 3 ต.ค.2564) คงเหลือการดำเนินงานในด้านอื่นๆ ซึ่งวันนี้ได้ยกบาน Stop log ลงทั้ง 4 บาน เพื่อกักเก็บน้ำ และอยู่ระหว่างเสริมทำนบดินให้สูงขึ้น 3 เมตร พร้อมเสริมความแข็งแรงด้วยหินและดิน บริเวณฝั่งขวาของอาคารระบายน้ำฯ ด้วย

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) ปัจจุบัน (5 ต.ค.2564) มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 5.65 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 20.40 ของความจุอ่างฯ และ
มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ 2.55 ล้าน ลบ.ม. โดยปริมาณน้ำที่ไหลลงอ่างฯ จะทำการกักเก็บน้ำเพื่อไว้ใช้ในฤดูแล้งนี้

สุพรรณบุรีเปิดประชุมแก้ไขปัญหา โครงการปรับปรุงกำแพงคูเมืองโบราณ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/607063

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานประชุมเพื่อร่วมพิจารณาแก้ไขปัญหาเรื่องการปรับปรุงกำแพงเมืองคูเมืองโบราณด้านทิศตะวันตกต่อจากแนวกำแพงที่บูรณะเดิม ตามโครงการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานกำแพงเมืองสุพรรณบุรี โครงการนี้สำนักศิลปากรที่ 2 จังหวัดสุพรรณบุรี ได้ว่าจ้างบริษัทแห่งหนึ่ง เริ่มสัญญาตั้งแต่ 4 มี.ค. 2564 และจะสิ้นสุดสัญญา วันที่ 29 ธ.ค. 2564 รวมระยะเวลา300 วัน มูลค่าก่อสร้าง 29 ล้าน 3 แสนบาทที่ห้องประชุม MC ศาลากลาง จ.สุพรรณบุรี

นายนพฤทธิ์กล่าวว่า สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนกรณีการบูรณะโบราณสถานกำแพงเมืองสุพรรณบุรีผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี จากนายบุญชู
จันทร์สุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สุพรรณบุรี ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีสำนักศิลปากรที่ 6 สุพรรณบุรี ได้ดำเนินการปรับปรุงกำแพงคูเมืองโบราณทางด้านตะวันตก ต่อจากแนวกำแพงที่บูรณะเดิม ตามโครงการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานกำแพงเมืองสุพรรณบุรี โดยผู้ร้องมีความเห็นว่าการปรับปรุงในครั้งนี้ไม่เหมาะสม เนื่องจากไม่คงสภาพกำแพงเมืองโบราณเดิม ซึ่งการซ่อมแซมและปรับปรุง ต้องมีรูปทรงลักษณะกลมกลืนเหมือนของเดิมมากที่สุด แต่ต้องแสดงความแตกต่างของสิ่งที่มีอยู่เดิมและสิ่งสร้างขึ้นใหม่ จึงเห็นว่าควรแก้ไขดำเนินการโครงการดังกล่าวให้มีความเหมาะสมและคงสภาพเดิมของกำแพงโบราณ

นายนพฤทธิ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นก็คือความเห็นของชาวสุพรรณบุรี มีความเห็นว่าตัวกำแพงท่าสร้างนั้นดูลักษณะไม่สวยงาม ไม่เหมาะสมเท่าที่ควรจึงอยากให้มีการปรับปรุงเพิ่มเติมให้ดูสวยงามมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น ซึ่งทางกรมศิลปากรได้ชี้แจงว่าเป็นการดำเนินการตามหลักฐานทางโบราณคดีที่ได้ค้นพบ

อย่างไรก็ตามที่ประชุมมีมติร่วมกันว่าจะมีการทำประชาวิจารณ์ให้ความรู้ความเข้าใจและข้อมูลให้กับพี่น้องประชาชนให้มากขึ้น ในประเด็นแรกก็คือ ภาพปัจจุบันที่ทำอยู่เป็นอย่างไร มีความหมายอย่างไร ประเด็นที่สอง ในอนาคตจากการที่มีการรับฟังความคิดเห็นจากหลายๆ ฝ่ายแล้วนั้นควรที่จะมีการปรับปรุงเพิ่มเติมอะไรให้มากขึ้นเป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่าย และประเด็นที่สาม ก็คือน่าจะมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในสิ่งที่เป็นอยู่ในวันนี้ เช่น ปรับภูมิทัศน์เพิ่มเติม หรือสร้างจุดสนใจที่เป็นคุณค่าทางประวัติศาสตร์ให้มากที่สุด และมีการเปิดกว้างให้สามารถบูรณาการงบประมาณจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางท้องถิ่นถือว่าเป็นเจ้าของบ้าน

วิสาหกิจชุมชนท่าเดื่อทำนาแปลงใหญ่-ข้าวคุณภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/607060

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายอุดมเดช คนสมบูรณ์ เกษตรจังหวัดชัยภูมิ ได้มีนโยบายให้ลดต้นทุนการผลิตด้านเมล็ดพันธุ์และสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวดำไรซ์์เบอร์รี่ทดลองปลูก ตามโครงการส่งเสริมการทำนาแบบประณีต โดยนางฉวีวรรณ เที่ยงคำ เกษตรอำเภอเกษตรสมบูรณ์ ได้พาแกนนำไปศึกษาดูงานที่อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด จึงตัดสินใจทำโครงการขายข้าวไรซ์เบอร์รี่ กับสหกรณ์การเกษตรธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด มีสมาชิกร่วมปลูกข้าวแบบเกษตรอินทรีย์ในปี 2556 ต่อมาจึงมีการยื่นจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน ปี 2558 ในชื่อวิสาหกิจชุมชนพืชปลอดภัยบ้านท่าเดื่อ ต.บ้านยาง อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ มีสมาชิกแรกเริ่ม 32 คน โดยมีนางบัวโฮมสาริพันธ์ เป็นประธาน มีการผลิตข้าวไรซ์เบอร์รี่ และข้าวอื่นๆ ดำเนินกิจกรรมเรื่อยมาถึงปัจจุบัน

นางบัวโฮม เปิดเผยว่า กลุ่มมีการทำแปลงเกษตรอินทรีย์และแปลงที่รับรองมาตรฐาน GAP ทางกลุ่มเองได้ทำการปลูกพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105,ไรซ์เบอร์รี่ และกลุ่มได้ผ่านการยื่นขอรับรองมาตรฐาน UNDP JASS ORANIC Thailand ได้มีการทำแปลงเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อทำการคัดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีไว้ใช้ในการทำเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวในปีต่อๆ ไป รวมถึงได้นำเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีกระจายพันธุ์ในชุมชนและทางกลุ่มแปลงใหญ่ภายใต้การดูแลของศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ จนปัจจุบันสามารถลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตได้ตามนโยบายของกรมการข้าว อีกทั้งผลิตข้าวเพื่อเป็นคู่ค้ากับสหกรณ์การเกษตรร้อยเอ็ด จำกัด ค้าข้าว ขาวดอกมะลิ 105 และข้าวไรซ์เบอร์รี่ ปีละ 178 ตัน มูลค่ารวม 8.7 ล้านบาท/ปี

ด้านนายอำนวย พงษ์พนัส เจ้าพนักงานการเกษตรชำนาญงานศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ กล่าวว่าศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ ได้เข้ามาส่งเสริมสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว และคุณภาพการผลิตข้าว เช่น สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว ภายใต้โครงการส่งเสริมระบบการเกษตรแบบแปลงใหญ่ สนับสนุนเครื่องหยอดแบบ 4 แถว สนับสนุนเครื่องคัดเมล็ดพันธุ์ข้าว สนับสนุนกระสอบข้าวไว้ใช้บรรจุเมล็ดพันธุ์ข้าว และพัฒนาศักยภาพชาวนา และองค์กรชาวนาให้เข้มแข็ง โดยการจัดอบรมการพัฒนาระบบควบคุมภายใน (ICS) จัดทำแผนพัฒนาการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ประสานให้ผู้นำกลุ่มแปลงใหญ่รับการอบรม Yong Smart Farmer และ Smart Farmer พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ตลอดจนส่งเสริมกลุ่มเข้ารับโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด

ขณะที่ นางฉวีวรรณกล่าวว่า ได้ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ โดยเกษตรอำเภอได้รับงบประมาณสนับสนุนเรื่องเกษตรแปลงใหญ่ 3 ล้านบาท จึงร่วมกับศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ ดำเนินการเรื่องข้าวและทำระบบโรงเรียนเกษตรกร ของมาตรฐานโครงการตามนโยบายรัฐบาล นอกจากนี้ยังมีการปลูกพืชหลังนา เช่น ผัก มะละกอ กล้วย ฯลฯ ไว้บริโภคในชุมชน ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้วย

สกู๊ปพิเศษ : ผ้าทอไทขาวบ้านทัพคล้าย จ.อุทัยธานี อัตลักษณ์ผ้าทอโบราณมรดกสืบทอดรุ่นสู่รุ่นกว่า 200 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/607067

สกู๊ปพิเศษ : ผ้าทอไทขาวบ้านทัพคล้าย จ.อุทัยธานี อัตลักษณ์ผ้าทอโบราณมรดกสืบทอดรุ่นสู่รุ่นกว่า 200 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ชุมชนบ้านทัพคล้าย ตำบลทัพหลวงอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เป็นชุมชนหนึ่งที่ยังคงสืบสานวัฒนธรรมการทอผ้าแบบไทขาว ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นบ่งบอกถึงความเป็นไทขาวหรือลาวพุทธ สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษตั้งแต่ครั้งถูกกวาดต้อนมาจากนครหลวงพระบาง นครเวียงจันทน์ประเทศลาวในสมัยกรุงธนบุรีตอนปลายและมายังประเทศไทย จากอดีตถึงปัจจุบันการทอผ้าได้ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาหลายชั่วอายุคน ยาวนานกว่า 200 ปีโดยยังคงเอกลักษณ์ลวดลายผ้าทอโบราณที่เสมือนเป็นการเล่าเรื่องราวต่างๆ บนลายผ้า เช่น ลายนาคลายสอยสา ลายบัวเคีย ลายทางเกวียน ลายหัวช้าง ลายเอี้ยตุ้ม เป็นต้น

กัญญา เพ็งอุ่น ประธานกลุ่มทอผ้าบ้านทุ่งนา สังกัดสหกรณ์การเกษตรบ้านทัพคล้าย จำกัด อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี เล่าว่าในสมัยก่อนผู้หญิงต้องทอผ้าห่มให้เป็นเพื่อใช้เอง และไว้รับไหว้พ่อแม่ของฝ่ายชายเมื่อมีการแต่งงาน เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้หญิงที่ดี มีความละเอียด มีความสามารถ พร้อมที่จะมีครอบครัวแล้ว ซึ่งนอกจากจะเป็นผ้าทอเพื่อใช้สอยและเป็นผ้าทอตามประเพณีการเลือกคู่แล้ว การทอผ้ายังมีบทบาทในทางพุทธศาสนาอีกด้วย “งานจุลกฐิน” เป็นประเพณีประจำปีของชุมชนบ้านทัพคล้าย ชาวบ้านจะรวมตัวช่วยกันทอ ธุงหรือธงประดับวัด ด้วยลวดลายที่บันทึกเรื่องราวในชุมชนไว้บอกเล่าให้คนรุ่นหลังได้รู้ รวมถึงทอจีวรหรือสบง เพื่อถวายแด่พระสงฆ์

การทอผ้าของชุมชนบ้านทัพคล้ายไม่เพียงเป็นวิถีชีวิตของคนที่นี่ ยังเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน ซึ่งจุดเด่นของสินค้าจากผ้าทอลาวเวียง คือ ลวดลายและขั้นตอนการผลิตที่ยังคงความถูกต้องตามประเพณีดั้งเดิมรวมถึงความประณีตในการทอ ที่ทำให้ผ้าทอนั้นทนทานในการใช้งานและในทุกขั้นตอนการผลิตยังมาจากธรรมชาติอีกด้วย

“สินค้าจากชุมชนทัพคล้ายจะพยายามรักษาไว้เรื่องความถูกต้องของลายผ้า ของใช้แต่ละประเภทมันก็มีลายของมัน เช่น ลายสำหรับผ้าถุง ลายสำหรับผ้าห่มจะแตกต่างกันเราจะไม่นำมาใช้ปนกัน เพื่อคงไว้ซึ่งความเชื่อของปู่ย่าตายายของเราด้วย นอกจากนี้ สินค้าทุกชิ้นจะมีลวดลายที่สวยงามและประณีต มีลวดลายใหม่ๆ ซึ่งจะทำตามออเดอร์เท่านั้น” คุณกัญญา กล่าวย้ำ

ผลิตภัณฑ์ผ้าทอของชุมชนทัพคล้ายมีหลากหลาย อาทิผ้าถุง ย่าม ผ้าคลุมไหล่ ผ้าขาวม้า ไปจนถึงผ้าแขวนตกแต่งผนัง สนนราคาตั้งแต่ 200-7,000 บาท ซึ่งตอบโจทย์สำหรับลูกค้าที่รักผ้าทอโบราณที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นท่านใดสนใจสามารถแวะไปเลือกซื้อสินค้าได้ที่ชุมชนบ้านทัพคล้าย ต.ทัพหลวง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณกัญญา เพ็งอุ่น ประธานกลุ่มทอผ้าบ้านทุ่งนา เบอร์โทรศัพท์ 08-9679-7234

อบจ.สมุทรสาครเปิดรอบด่วนพิเศษ ฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/607064

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ที่บริเวณลานจอดรถห้างเซ็นทรัล พลาซา มหาชัย ต.นาดี อ.เมืองจ.สมุทรสาคร นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรสาคร พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร สมาชิก เจ้าหน้าที่ในสังกัด อบจ.สมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร ร่วมกันอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เข้ารับการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม รอบด่วนพิเศษซึ่งเปิดให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร แต่ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน ลงทะเบียนรับการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด หลังจากเปิดให้ประชาชนที่มีชื่อในทะเบียนบ้านจังหวัดสมุทรสาคร ได้ลงทะเบียนและเข้ารับการฉีดวัคซีนมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว 

สำหรับการฉีดวัคซีนในรอบด่วนพิเศษมีกำหนด 2 วัน โดยมีประชาชนที่ลงทะเบียนรับคิวฉีดที่ห้างเซ็นทรัลฯ เกือบ 6,000 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ให้ได้รับความสะดวกสบาย รวดเร็ว เพื่อลดความแออัดในการเข้ารับวัคซีน 

นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ ระบุวัคซีนซิโนฟาร์มในส่วนที่เหลือจะสามารถเก็บไว้ได้จนถึงเดือนกุมภาพันธ์2565 ซึ่งระหว่างนั้นหาก อย.อนุมัติให้วัคซีนซิโนฟาร์มสามารถฉีดให้กับเด็กนักเรียนได้ อบจ.สมุทรสาคร จะนำวัคซีนที่เก็บไว้มาฉีดให้กับเด็กนักเรียน แต่ถ้าหาก อย.ยังไม่อนุมัติ ก็ต้องรอความชัดเจนจากทางคณะกรรมการโรคติดต่อ ว่าต้องการนำวัคซีนไปสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับจังหวัดสมุทรสาคร