ก.เกษตรฯทุ่มงบ10,018ล้านบาท เยียวยาผู้ ที่ได้รับผลกระทบ โรคระบาดลัมปีสกิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600820

ก.เกษตรฯทุ่มงบ10,018ล้านบาท เยียวยาผู้ ที่ได้รับผลกระทบ โรคระบาดลัมปีสกิน

ก.เกษตรฯทุ่มงบ10,018ล้านบาท เยียวยาผู้ ที่ได้รับผลกระทบ โรคระบาดลัมปีสกิน

วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564, 18.48 น.

เกษตรกร ผู้เลี้ยงโค-กระบือ เฮ กระทรวงเกษตรทุ่มงบ10,018ล้านบาท เยียวยาผู้ ที่ได้รับผลกระทบ โรคระบาด ลัมปีสกิน  ตาย จ่าย อัตราใหม่  ทุกราย ย้อนหลังถึงเดือน มีนาคม 64  เกษตรกรแจ้งตรงที่ เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ได้ทันที ก่อนประชาคมตรวจสอบให้โปร่งใส ประเดิม 4 จังหวัดแรกเริ่มต้น กันยายนนี้

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2564 นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากปัญหาการแพร่ระบาดของโรค ลัมปีสกินในโค กระบือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้กระทรวงเกษตร เร่งรัดในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบให้เร็วที่สุด หลังจากที่มีการระบาดมาหลายเดือน โดย กรมปศุสัตว์ได้มีมาตรการต่างๆ ในการควบคุมโรค ทำให้สถานการณ์การระบาดเริ่มดีขึ้นตามลำดับ    ซึ่งขณะนี้พบการระบาดสะสม รวม 65 จังหวัด เกษตรกรได้รับผลกระทบ 268,371 ราย โค – กระบือป่วยสะสม 581,747 ตัว รักษาหายแล้ว 441,543 ตัว อยู่ระหว่างการรักษา 90,879 ตัว ป่วยตายสะสม 51,073 ตัว (ข้อมูล ณ วันที่ 7 กันยายน 2564)

ทั้งนี้ ล่าสุดเพื่อช่วยเหลือเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด ที่ ประสบปัญหา โค กระบือ เสียชีวิต ลง และให้เกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกร  จึงได้มีกำหนดอัตราการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโค – กระบือ เสียชีวิตจากโรคลัมปี – สกิน ใหม่ตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2564 นั้น ใหม่ ซึ่งมีการกำหนดช่วยเหลือเกษตรกรที่โคเสียชีวิต ตามการเสียชีวิตจริง และ ไม่เกินรายละ 5 ตัว  ในอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือโค   ที่เสียชีวิตที่อายุน้อยกว่า 6 เดือนตัวละ 13,000 บาท อายุ 6 เดือนถึง 1 ปีตัวละ 22,000 บาท อายุมากกว่า 1 ปีถึง 2 ปีตัวละ 29,000 บาท อายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป ตัวละ35,000 บาท ขณะที่ กระบือ ที่เสียชีวิตจ่ายตามจริงและไม่เกินรายละ 5 ตัว ในอัตราที่กำหนด โดยกระบืออายุน้อยกว่า 6 เดือน ตัวละ15,000 บาท  อายุ 6 เดือนถึง 1 ปี ตัวละ24,000 บาท อายุมากกว่า 1 ปีถึง 2 ปี ตัวละ32,000 บาท  อายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป ตัวละ39,000 บาท

สำหรับประกาศหลักเกณฑ์ปลีกย่อยฯ อัตราใหม่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 เป็นต้นไป และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ขอยกเว้นการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2563 และหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2564 ไปยังกระทรวงการคลังเพื่อให้สามารถเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคลัมปี – สกิน ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2564 ครอบคลุมมากขึ้นทั้งเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน และยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน รวมถึงกรณีที่เกษตรกรไม่ได้เก็บหลักฐานการตายของสัตว์ไว้ ก็สามารถไปแจ้งที่ปศุสัตว์อำเภอ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการทำประชาคม ให้จบหากทำประชาคมครบ 3 วันแล้ว ไม่มีผู้คัดค้าน ก็สามารถรับเงินเยียวยาได้ ทันทีนอกจากนี้กรณีที่เกษตรกรได้รับเงินเยียวยาไปแล้วในอัตราเยียวยาเก่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะทบทวนอีกครั้ง เพื่อจ่ายเงินเยียวยาส่วนต่างเพิ่มเติมให้เท่ากันอัตราการเยียวยาใหม่ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประมาณการค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร กรณี โค – กระบือ ป่วยตายด้วยโรคลัมปี – สกิน ไว้ที่ 1,018,009,150 บาท

“พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์การระบาดของโรค และได้สั่งการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แก้ไขปัญหา และดูแลเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบให้เร็วที่สุด ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้เร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยขณะนี้ มี 4 จังหวัด ที่เกษตรกรส่งเอกสารเข้ามาครบแล้ว และกรมปศุสัตว์ตรวจสอบข้อมูล ผ่านความเห็นชอบตามขั้นตอนครบถ้วนแล้ว ได้แก่ จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดกาฬสินธุ์ และจังหวัดสระแก้ว เป็นเกษตรกร 2,576 ราย สัตว์ตาย 2,800 ตัว ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังทยอยจ่ายเงินเยียวยา จำนวน 29,772,000 บาท ส่วนเกษตรกรที่ยังไม่แจ้ง ให้เร่งแจ้งได้ทันทีเจ้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่เพื่อจะเร่งจ่ายให้กับเกษตรกร ให้เร็วที่สุด” รมช.ประภัตร กล่าว – 004

นายประภัตร กล่าวอีกว่าในส่วนวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาด กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการสั่งวัคซีน LSDV ป้องกันโรคลัมปี สกิน เข้ามาเพิ่มอีก 5 ล้านโด๊ส โดยมีการนำเข้ามาถึงประเทศไทยแล้ว ล็อตแรก 2.5 ล้านโด๊ส และจะทยอยเข้ามาอีกในล็อตที่สองและล็อตที่สาม จนครบ 5 ล้านโด๊ส ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้มีการวางแผนจัดสรรวัคซีนไว้แล้ว ยึดตามหลักรวดเร็ว ทั่วถึง เป็นธรรม ตามสัดส่วนของจำนวนประชากรสัตว์ทั่วประเทศ โดยขณะนี้หน่วยงานในสังกัดของกรมปศุสัตว์ในพื้นที่ต่างๆ มีการทำแผนวัคซีนเรียบร้อยแล้ว และสามารถดำเนินการได้ทันที

รายงานพิเศษ : สปสช. เขต 10 อุบลฯ ร่วม 8 หน่วย หนุนดูแล ช่วย ‘คนไทยไร้สถานะ’ ให้เข้าถึงบริการสุขภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600506

รายงานพิเศษ : สปสช. เขต 10 อุบลฯ ร่วม 8 หน่วย หนุนดูแล  ช่วย ‘คนไทยไร้สถานะ’ ให้เข้าถึงบริการสุขภาพ

รายงานพิเศษ : สปสช. เขต 10 อุบลฯ ร่วม 8 หน่วย หนุนดูแล ช่วย ‘คนไทยไร้สถานะ’ ให้เข้าถึงบริการสุขภาพ

วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ที่ลานหน้าที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายสุกิจ เหลืองสกุลไทย นายอำเภอกันทรลักษ์ เป็นประธานการดำเนินงานการพัฒนาการเข้าถึงสิทธิหลักประกันสุขภาพของคนไทยที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียน โดยการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรมบุคคล ประกอบการพิจารณาเพิ่มชื่อในทะเบียน ซึ่งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดขึ้น โดยมีความร่วมมือระหว่าง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรุงเทพมหานคร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างสุขภาพ องค์การแพลนอินเตอร์เนชันแนล ประเทศไทย และมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย มีนางมลุลีแสนใจ รองผู้อำนวยการ รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 10 อุบลราชธานี ต้อนรับ มีประชาชนจากอำเภอกันทรลักษ์, เบญจลักษ์, ภูสิงห์, วังหินและอำเภอเมืองศรีสะเกษ รวมถึงที่มาจากอำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์จำนวน 5 คน รวมทั้งหมด 64 คนเข้ารับการตรวจสารพันธุกรรม

nn นางมลุลี แสนใจ เปิดเผยว่า แนวทางการสนับสนุนงานการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือคนไทยที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียน ในพื้นที่การดำเนิ่นงานของ สปสช.เขต 10 อุบลราชธานี โดยทางเขต 10 ได้สนับสนุนงบประมาณการดำเนินงานหน่วยรับเรื่องร้องเรียนอื่น ที่เป็นอิสระจากผู้ถูกร้องเรียน ตามมาตรา 50(5) เพื่อให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสาร รับรู้ และเข้าถึงสิทธิหน้าที่ในการเข้ารับบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพในระดับพื้นที่ ผลงานจากหน่วย 50 (5) ศรีสะเกษ ที่ให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้สถานะกับคนที่อยู่ในประเทศไทยแต่ต้องพิสูจน์ยืนยันสถานะ ได้ผ่านการประสานงานร่วมกันจากหลายหน่วยงานในการพิสูจน์สถานะ ใช้วิธียื่นแสดงหลักฐานว่ามีพ่อที่มีบัตรประชาชนคนไทย แต่ด้วยความที่เป็นคนทำงานแบบไร้บ้าน ย้ายที่อยู่ไปทำงานก่อสร้างหลายจังหวัด และไม่มีหลักฐานการเกิดให้กับลูก ต้องยืนยันความเป็นพ่อลูกกันจริงด้วยการตรวจ DNA ซึ่งปกติมีค่าใช้จ่าย 8,000 บาท แต่ได้รับการยกเว้นจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ตามที่ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงไว้ และได้นายสุกิจ เหลืองสกุลไทย นายอำเภอกันทรลักษ์ และทางหน่วยรับเรื่องร้องเรียนอื่นที่เป็นอิสระจากผู้ถูกร้องเรียนตามมาตรา 50 (5) ทางศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพภาคประชาชน จังหวัดศรีสะเกษ ได้ร่วมประสานงานและดำเนินการโครงการนี้จนประสบความสำเร็จ

nn ด้านนายสุกิจ เหลืองสกุลไทย นายอำเภอกันทรลักษ์ กล่าวว่า ตอนนี้ จังหวัดศรีสะเกษ ได้ขับเคลื่อนโครงการนี้ วันนี้มีผู้เข้ามาสู่กระบวนการเพื่อให้ได้มาซึ่งสัญชาติไทยและจะได้มีสถานะมีสิทธิตามระเบียบ ต้องขอขอบคุณทาง สปสช. และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายที่ช่วยกันในการที่จะนำผู้ที่ขาดโอกาสให้ได้เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติเข้าสถานทางทะเบียน ซึ่งเป็นนโยบายของกรมการปกครองที่ได้ให้ความสำคัญ ให้อำเภอดำรงธรรม เพื่อให้ประชาชนคนไทยที่ยังขาดสิทธิ์ด้านสัญชาติได้เข้ามาเป็นคนสัญชาติไทย เข้าสู่สถานะทางทะเบียนเพื่อได้รับสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญไทย เพื่อเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ

ณัฐธรชนม์ สิริโชติสกุล

รายงานพิเศษ : NIAจัดงานSTARTUP X INNOVATION THAILAND EXPO 2021 15–18ก.ย.ผ่านเว็บไซต์ https://site.nia.or.th #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600509

รายงานพิเศษ : NIAจัดงานSTARTUP X INNOVATION THAILAND EXPO 2021  15–18ก.ย.ผ่านเว็บไซต์ https://site.nia.or.th

รายงานพิเศษ : NIAจัดงานSTARTUP X INNOVATION THAILAND EXPO 2021 15–18ก.ย.ผ่านเว็บไซต์ https://site.nia.or.th

วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)หรือ Nia กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผอ.สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ แถลงข่าวการจัดงาน Startup x Innavation Thailand Expo 2021(SITE 2021) ภายใต้แนวคิด การเปล่งประกายแห่งเทคโนโลยีเชิงลึก “Deep Tech
Rising…The Next Frontier of Innovation” การยกระดับเทคโนโลยีเชิงลึก…นวัตกรรมด่านหน้าแห่งอนาคตที่จะมาขับเคลื่อนประเทศ

ดร.พันธุ์อาจ กล่าวว่า สำหรับการจัดงาน “STARTUP THAILAND x INNOVATION THAILAND EXPO 2021” หรือ SITE 2021 ในปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 กันยายนนี้ ผ่านเว็บไซต์ https://site.nia.or.th ทุกกิจกรรมเข้าร่วมฟรี!!ภายใต้แนวคิดหลัก คือ “DEEP TECHRISING: The Next Frontier of Innovation” เพื่อนำเสนอโอกาสการยกระดับเทคโนโลยีเชิงลึกที่ถือเป็นนวัตกรรมแห่งอนาคตสำหรับการขับเคลื่อนประเทศใน 5 สาขา ได้แก่ เกษตร (AgTech) อาหาร (FoodTech) การแพทย์ (MedTech)อวกาศ (SpaceTech) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือนสําหรับบุคคล (AI Robotic Immersive IoT: ARI Tech) ซึ่งในกลุ่มเกษตร อาหารและการแพทย์ ยังสอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Economy Model) อีกด้วย ทั้งนี้ ภายในงานประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1) Virtual Forum เวทีรวบรวมสุดยอดสตาร์ทอัพ นวัตกรชั้นนำของเมืองไทย และวิทยากรชื่อดังจากต่างประเทศ กว่า 60 ท่านมาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ กว่า 50 หัวข้อ 2) Opportunity โอกาสสำคัญในการหาคู่ค้าทางธุรกิจ ผ่านกิจกรรมที่จัดขึ้น ทั้ง Marketplace ตลาดจำหน่ายสินค้าในรูปแบบเสมือนกว่า 200 บูธ OnlineBusiness Matching การจับคู่ธุรกิจกับหน่วยงานธุรกิจกว่า 30 บริษัท และ Online Business Consultingที่บริการให้คำปรึกษาออนไลน์จากสุดยอดเมนเทอร์ ผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 ท่าน ใน 10 สาขาธุรกิจ 3) SHOW การแสดงสดผ่านทางออนไลน์ที่นำเรื่องราวที่น่าสนใจด้านดีพเทคที่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อน และ 4) AWARD พิธีประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติ Prime Minister Award ให้แก่ผู้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศสตาร์ทอัพของประเทศ และเสริมสร้างศักยภาพทางธุรกิจให้แก่สตาร์ทอัพไทยให้ก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ

“แพลตฟอร์มในปีนี้ถูกพัฒนาต่อยอดความอัจฉริยะจากเดิม ทั้งการสร้างประสบการณ์เสมือนจริงแบบไร้รอยต่อด้วยนิทรรศการรูปแบบ 360 องศาvirtual exhibition เสมือนเดินอยู่ในงานจริง และสามารถสนทนาสดกับผู้ประกอบการได้แบบเรียลไทม์ มีการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ชมกับนิทรรศการในโลกเสมือนผ่านการสร้างตัวตนของผู้เข้าชม (Avatar)รวมถึงการให้ปัญญาประดิษฐ์(AI) ในการประมวลผลข้อมูลของแต่ละช่วงงานจากทุกความคิดเห็นของผู้เข้าชมผสมผสานกับเครื่องมือส่วน social listeningเพื่อฟังเสียงจากทั่วโลก และอยากเชิญชวนให้ผู้คนในแวดวงสตาร์ทอัพสายนวัตกรรม หรือคนที่สนใจเข้ามาพบปะกันในงานนี้ เพื่อร่วมเรียนรู้แลกเปลี่ยนแนวคิดในการก้าวข้ามวิกฤตไปด้วยกัน” ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ กล่าว

ภาคีกัลยาณมิตรพิชิตโควิดน่าน ส่งมอบน้ำดื่มแก่ศูนย์ฉีดวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600507

ภาคีกัลยาณมิตรพิชิตโควิดน่าน ส่งมอบน้ำดื่มแก่ศูนย์ฉีดวัคซีน

วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ศูนย์ฉีดวัคซีน ของจังหวัดน่าน  ที่วิทยาลัยสงฆ์ วัดพระธาตุแช่แห้ง ต.ม่วงตึ๊ด อ.ภูเพียง จ.น่านพระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน/เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง ฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของคณะสงฆ์จังหวัดน่าน, พร้อมด้วย ภาคีฯ กัลยาณมิตรพิชิตโควิดฯ น่าน  สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน นำน้ำดื่มมอบให้กับศูนย์ฉีดวัคซีนของจังหวัดน่าน เพื่อนำไปมอบต่อให้กับผู้ที่มารับการฉีดวัคซีน ป้องกันโควิด-19 จำนวน400 แพ็ก โดยมี แพทย์หญิงอัจฉรา ละอองนวลพานิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน และคณะทำงานเป็นผู้รับมอบน้ำดื่มครั้งนี้    

แพทย์หญิงอัจฉรา ละอองนวลพานิชผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน กล่าวว่าต้องขอขอบคุณภาคีเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นทั้งสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน และทางท่านพระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน ที่ได้นำน้ำดื่มมาสนับสนุนเพื่อนำส่งมอบให้ประชาชนที่มาฉีดวัคซีน เพราะวันๆหนึ่งเราฉีดวัคซีนเป็นจำนวนมาก ก็อยากจะให้มีน้ำดื่มไว้บริการประชาชน ที่มารับวัคซีน ก็ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

อาตมาภาพพระสุนทรมุนี จังหวัดน่านมีฐานะเป็นผู้กำกับดูแลงานสาธารณสุขของคณะสงฆ์จังหวัดน่านในฐานะประธานที่ปรึกษาอุปถัมภ์ กัลยาณมิตรฯ มีหน่วยงานองค์กรต่างๆเข้าร่วมกันมากมายมีมูลนิธิ สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน การบริหารส่วนจังหวัดน่าน บริษัทพีซี จังหวัดน่าน เป็นต้น และก็ประชาชนได้ร่วมกัน เราได้ให้การร่วมมือช่วยเหลือ ส่วนราชการ ที่รับและรักษาผู้ป่วยโควิด-19ตั้งแต่รอบที่ 1 และขณะนี้เป็นรอบที่ 4 โดยเฉพาะวันนี้ ทางโรงพยาบาลจังหวัดน่าน ได้ย้ายศูนย์ฉีดวัคซีนมาที่วิทยาลัยสงฆ์ นครน่าน ซึ่งเดิมนั้นเป็นโรงพยาบาลสนาม แต่ตอนนี้เราเปลี่ยนเป็น ศูนย์ฉีดวัคซีนของจังหวัดน่าน ขึ้น วันนี้ ภาคีกัลยาณมิตรพิชิตโควิดน่าน  ได้น้ำดื่มมา จำนวน 400 แพ็กมามอบให้กับผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่านพร้อมเจ้าหน้าที่ ทีมงาน เพื่อเป็นน้ำดื่มให้กับผู้ที่รับการฉีดวัคซีนแล้วต้องดื่มน้ำมากกว่าปกติ  ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายรวมถึงผู้มีจิตศรัทธาไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยขอเจริญพร

ลุยเกษตรสุดเขตไทย : การจัดการน้ำทั้งระบบของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600508

ลุยเกษตร สุดเขตไทย : การจัดการน้ำทั้งระบบของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)

วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ช่วงนี้ประเทศไทยฝนตกหนักหลายพื้นที่“หนุ่มยูโร” เป็นห่วงสถานการณ์น้ำในประเทศ หวั่นจะเกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 2554 อาทิตย์ที่ผ่านมาหลายพื้นที่ต่างประสบกับปัญหาน้ำท่วมกันหนักหน่วงทั้งเหนือ ใต้ ออก ตก และภาคกลาง

การจัดการเรื่องน้ำของประเทศไทย มีหลากหลายหน่วยงาน ครั้งแรกๆ “หนุ่มยูโร”เข้ามาศึกษายังงงกับระบบการจัดการน้ำของประเทศไทย ทั้งกรมชลประทาน,กฟผ.ที่ดูแลเขื่อนต่างๆ รวมทั้งการก่อกำเนิดของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และสำนักระบายน้ำของกทม.อีก

เมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ทำให้รู้จักห้วย หนอง คลองบึง และประตูระบายน้ำมากขึ้น ชื่อประตูระบายน้ำต่างๆ ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด หลังจากนั้นเมื่อปี 2560 ยุคคสช.ก็ตั้งหน่วยงานหนึ่งขึ้นมาดูแลน้ำทั้งระบบ นั้นคือสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)ได้ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์มาทำหน้าที่เป็นเลขาธิการสนทช. เทียบเท่าปลัดกระทรวง หรือ ซี 11

แต่มติครม.เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2564 แต่งตั้งนายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมการฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)คนใหม่ โดย ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสทนช.คนปัจจุบัน เกษียณอายุราชการ

ดร.สมเกียรติ อธิบดีกรมชลประทานหมาดๆ ในยุคนั้นมาเป็นเสาหลักในการจัดทำยุทธศาสตร์น้ำของประเทศ และจัดทำร่างพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 เพียง 3 ปีออกดอกออกผล ทั้งบูรณาการหน่วยงานน้ำร่วม 40 หน่วย 10 กระทรวง ทั้งจัดระเบียบให้ทุกหน่วยอยู่ในแถว เพื่อขับเคลื่อนภารกิจบริหารจัดการน้ำของประเทศให้เห็นผลจากเดิมที่ต่างคนต่างทำ จากเดิมที่ใครมีแรงมากกว่า วิ่งชิงงบได้ก่อนใคร มาเป็นการหาเจ้าภาพรับผิดชอบแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ไล่ลงขนาดเล็ก 1.4 แสนแห่ง และมีโอกาสเข้าถึงงบเท่าเทียมกัน

ดร.สมเกียรติ จัดวางโครงสร้างกำกับดูแลน้ำ ตั้งแต่ระดับชาติ(คณะกรรมการนโยบายน้ำแห่งชาติ)ระดับลุ่มน้ำ(คณะกรรมการลุ่มน้ำ)และระดับจังหวัด(คณะอนุกรรมการน้ำจังหวัด) โดยมีสทนช.เป็นฝ่ายเลขานุการ ทำให้การขับเคลื่อนเป็นจริงได้

พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 เป็นเครื่องมือสำคัญในการออกกฎหมายลูกเพื่อขับเคลื่อนอย่างจริงจัง อาทิ การจัดตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำ จากภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม แล้วคัดเลือกเป็นตัวแทนในกรรมการระดับต่างๆ การจัดทำผังน้ำ การจัดเก็บค่าน้ำ ฯลฯ ถือเป็นผลงานหนึ่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่เพิ่งผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจหมาดๆ

ผลงานล่าสุด ดร.สมเกียรติประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการศึกษาเพื่อจัดทำแผนหลักบริหารจัดการทรัพยากรน้ำกลุ่มลุ่มน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา พร้อมชี้แจงว่า ลุ่มน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่รวมประมาณ 104 ล้านไร่ มีลุ่มน้ำสำคัญ 3 ลุ่มน้ำ คือ ลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูล และลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมักประสบกับสภาพทั้งปัญหาภัยแล้ง-น้ำท่วม ปัญหาโครงสร้างการจัดการน้ำ และปัญหาคุณภาพน้ำ

โดยพบว่าจากพื้นที่ Area Based อยู่ในภาคอีสาน 16 พื้นที่ เป็นพื้นที่ที่ปัญหาด้านน้ำถึง 14 พื้นที่ แบ่งเป็น พื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและภัยแล้ง 13 พื้นที่ อาทิ ลุ่มน้ำโมงตอนบน ลุ่มน้ำห้วยหลวง ลุ่มน้ำแม่น้ำสงคราม ลุ่มน้ำพุง-น้ำก่ำ ลุ่มน้ำชีตอนบน ลุ่มน้ำชีตอนกลาง ลุ่มน้ำมูล และ เมืองบุรีรัมย์-สุรินทร์ รวม 11.7 ล้านไร่ พื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง 1 พื้นที่ คือ ลุ่มน้ำเลยตอนล่าง มีพื้นที่ 0.063 ล้านไร่ และเขตเศรษฐกิจพิเศษ 2 พื้นที่ ได้แก่ นครพนม และ มุกดาหาร รวม 0.042 ล้านไร่

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล มารับตำแหน่งเลขาฯ สทนช. ทุกคนหวังว่าสทนช.จะเดินหน้าต่อไป เป็นเสาหลักแห่งการบริหารจัดการน้ำของประเทศให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ชาวบ้านดีใจที่ได้มืออาชีพมาบริหารจัดการน้ำแทนคนเก่าครับ

‘หนุ่มยูโร’

รายงานพิเศษ : กรมวิทยาศาสตร์บริการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพรยกระดับสู่สากล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600295

รายงานพิเศษ : กรมวิทยาศาสตร์บริการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพรยกระดับสู่สากล

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ขับเคลื่อนพืชเศรษฐกิจใหม่ “กัญชง”สู่อุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมร่วมผลักดันเพื่อเพิ่มมูลค่าใช้ประโยชน์จากตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากส่วนอื่นของกัญชงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงพัฒนาให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานในระดับสากลเพื่อการส่งออกในอนาคตตอบโจทย์เศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

การดำเนินงานที่สำคัญ ตามนโยบายเร่งด่วนของคณะรัฐมนตรีในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนานวัตกรรมทางการเกษตร บูรณาการในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกัญชงสู่งเชิงพาณิชย์ โดยดำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สถาบันอุดมศึกษา ผู้ประกอบการ เกษตรกร มุ่งผลักดันกัญชงจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ และการศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการใช้กัญชงและผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและรายได้ให้แก่ประชาชน มุ่งส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากส่วนอื่นของกัญชงนอกจากเส้นใย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร เครื่องสำอาง วัสดุคอมโพสิท อาหารและอื่นๆ รวมถึงการพัฒนากัญชงให้มีคุณภาพ และได้มาตรฐานในระดับสากล

งานวิจัย CBD drink ด้านการทดสอบ CBD/THC ใน CBD drink ตอบสนองความต้องการของตลาดเครื่องดื่มเสริมอาหารซึ่งเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพสามารถเก็บรักษาได้นานตลอดจนพัฒนาเครื่องดื่มจากกัญชงให้ถูกหลักวิชาการและมีคุณภาพสอดคล้องตามที่มาตรฐานกำหนด การดำเนินงานบูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงานเพื่อให้เกิดเป็น NQI for innovationสำหรับกัญชงอย่างเป็นรูปธรรม ที่จะส่งผลต่อภาพรวมการผลักดันกัญชงสู่พืชเศรษฐกิจใหม่ ในวันที่ 19สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร) ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมศักยภาพห้องปฏิบัติการทดสอบ สอบเทียบและการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพร โดยมี นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการพร้อมคณะผู้บริหาร วศ. และดร.ณัฐวรพลรัชสิริวัชรบุล รักษาราชการแทน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เป็นผู้แทนลงนาม ซึ่งจัดในรูปแบบออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่น ZOOM เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing)

นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ เปิดเผยหลังการลงนามว่าความร่วมมือฯครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการข้อมูล บริการทดสอบและสอบเทียบของกรมวิทยาศาสตร์บริการประกอบไปด้วยหน่วยงานภายใน ได้แก่ กองเทคโนโลยีชุมชน กองผลิตภัณฑ์อาหารและวัสดุสัมผัสอาหาร กองความสามารถห้องปฏิบัติการและรับรองผลิตภัณฑ์ และกองพัฒนาศักยภาพนักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ พร้อมบูรณาการร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จัดทำโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มจากกัญชง นำความต้องการจากภาคอุตสาหกรรมอาหารมาวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มผสมสารสกัด CBD เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ มีกระบวนการวิเคราะห์ทดสอบปริมาณสาร CBD แล THC ในผลิตภัณฑ์ รวมทั้งทดสอบความชำนาญห้องปฏิบัติการ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพและความปลอดภัยตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งมีปริมาณสารสำคัญที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อการผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล ช่วยให้นอนหลับ ทำให้ร่างกายสดชื่น สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินงานโครงการจึงเป็นการตอบสนองอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สำคัญของประเทศ และสามารถยกระดับให้กัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ส่งผลให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่องยั่งยืน

ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์บริการ มีภารกิจให้บริการทางวิทยาศาสตร์ ดูแลส่งเสริมวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จากพืชสมุนไพรและการวิเคราะห์ทดสอบ เพื่อเสริมสร้างการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม พร้อมยกระดับการพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมถึงการพัฒนาบุคลากรในระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศ (National QualityInfrastructure : NQI) และต่อยอดผลงานด้านสารสกัดจากพืชสมุนไพร ร่วมกันกำหนดทิศทางการศึกษาวิจัย สร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อพัฒนาต่อยอดการสร้างมูลค่าให้กับวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพร ตามหลัก BCG Model มุ่งยกระดับมาตรฐานสินค้าให้มีเอกลักษณ์และมีคุณภาพพร้อมผลักดันสู่เชิงพาณิชย์ ทั้งในประเทศและระดับสากล เพื่อสร้างมูลค่าให้กับวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มจากพืชสมุนไพรให้ได้สินค้าที่มีเอกลักษณ์และมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับรวมทั้งบูรณาการในการพัฒนาระบบการบริหารจัดการข้อมูล การบริการทดสอบและสอบเทียบ ผ่านระบบ MHESI One stop ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ service ภายใต้กระทรวง อว. เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเสริมสร้างศักยภาพห้องปฏิบัติการทดสอบสอบเทียบ และยกระดับบุคลากรในระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศไทย ด้วย วทน. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

NIAจัดงานSTARTUP X INNOVATION THAILAND EXPO 2021 #SootinClaimon.Com 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600291

NIAจัดงานSTARTUP X INNOVATION THAILAND EXPO 2021

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) จัดงาน STARTUP X INNOVATION THAILAND EXPO 2021 ภายใต้แนวคิด การเปล่งประกายแห่งเทคโนโลยีเชิงลึก นวัตกรรมด่านหน้าแห่งอนาคต วันที่ 15–18 ก.ย.นี้

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(NIA) กล่าวว่า จากวิกฤตโควิด-19 ในปี 2563 ส่งผลกระทบต่อวิถีการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ของคนในสังคม ทำให้หลายอุตสาหกรรมต้องปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมา NIA ก็ได้ควบรวม 2 งานยิ่งใหญ่แห่งปีด้านสตาร์ทอัพและนวัตกรรมเข้าด้วยกันกลายเป็นงาน “STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO”พร้อมปรับโฉมจากรูปแบบอีเว้นท์จริง (Physical)สู่รูปแบบออนไลน์ (Online) ผ่านแพลตฟอร์มอีเว้นท์ออนไลน์ในรูปแบบโลกนวัตกรรมเสมือนจริง(Virtual World) เต็มรูปแบบขึ้นเป็นครั้งแรกที่เป็นฝีมือคนไทย

สำหรับการจัดงาน “STARTUP THAILAND x INNOVATION THAILAND EXPO 2021” หรือ SITE 2021 ในปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 กันยายนนี้ ผ่านเว็บไซต์ https://site.nia.or.th ทุกกิจกรรมเข้าร่วมฟรี!! ภายใต้แนวคิดหลัก คือ “DEEP TECH RISING: The Next Frontier of Innovation” เพื่อนำเสนอโอกาสการยกระดับเทคโนโลยีเชิงลึกที่ถือเป็นนวัตกรรมแห่งอนาคตสำหรับการขับเคลื่อนประเทศใน 5 สาขา ได้แก่ เกษตร (AgTech) อาหาร (FoodTech)การแพทย์ (MedTech) อวกาศ (SpaceTech)และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือนสําหรับบุคคล ซึ่งในกลุ่มเกษตร อาหารและการแพทย์ ยังสอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Economy Model) อีกด้วย

ทั้งนี้ ภายในงานประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลักได้แก่ 1) Virtual Forum เวทีรวบรวมสุดยอดสตาร์ทอัพนวัตกรชั้นนำของเมืองไทย และวิทยากรชื่อดังจากต่างประเทศ กว่า 60 ท่าน มาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ กว่า 50 หัวข้อ 2) Opportunity โอกาสสำคัญในการหาคู่ค้าทางธุรกิจ ผ่านกิจกรรมที่จัดขึ้น ทั้ง Marketplace ตลาดจำหน่ายสินค้าในรูปแบบเสมือนกว่า 200 บูธ Online BusinessMatching การจับคู่ธุรกิจกับหน่วยงานธุรกิจกว่า30 บริษัท และ Online Business Consulting ที่บริการให้คำปรึกษาออนไลน์จากสุดยอดเมนเทอร์ ผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 ท่าน ใน 10 สาขาธุรกิจ 3) SHOW การแสดงสดผ่านทางออนไลน์ที่นำเรื่องราวที่น่าสนใจด้านดีพเทคที่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อน และ 4) AWARD พิธีประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติ Prime Minister Award ให้แก่ผู้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศสตาร์ทอัพของประเทศ และเสริมสร้างศักยภาพทางธุรกิจให้แก่สตาร์ทอัพไทยให้ก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ

สกู๊ปพิเศษ : ชวนเลือกซื้อสินค้าโอท็อปสมุทรสาคร คัดสรรของดีมีคุณภาพจำหน่ายประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600289

สกู๊ปพิเศษ : ชวนเลือกซื้อสินค้าโอท็อปสมุทรสาคร  คัดสรรของดีมีคุณภาพจำหน่ายประชาชน

สกู๊ปพิเศษ : ชวนเลือกซื้อสินค้าโอท็อปสมุทรสาคร คัดสรรของดีมีคุณภาพจำหน่ายประชาชน

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นางศลิษา ม่วงใหม่ พัฒนาการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า ตนอยากให้คนทั่วไปช่วยกันมาสนับสนุนซื้อสินค้าโอท็อปของจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อส่งต่อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้กับคนที่คุณรัก แม้สถานการณ์ตอนนี้จะอยู่ในช่วงไม่ปรกติเกิดโรคระบาดโควิด-19 แต่ขอให้มั่นใจว่าคุณภาพสินค้าของพี่น้องชาวสมุทรสาครที่นี่มีมาตรฐาน จะนำไปรับประทานก็ปลอดภัย หรือจะนำไปใช้ก็ตอบโจทย์ในชีวิตประจำวัน ที่สำคัญพวกเขาไม่หยุดพัฒนาต่อยอดสินค้าเพื่อให้เป็นที่ต้องการของตลาด ดังนั้นตนจึงภูมิใจนำเสนอสินค้าโอท็อปของจังหวัดสมุทรสาครให้กับทุกคนทั่วประเทศ อยากให้มาช่วยกันสนับสนุนผู้ประกอบการโอท็อป ช่วยกันซื้อสินค้าโอท็อป อย่างน้อยเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กันและกัน เพราะขณะนี้พวกเขาไม่มีเวทีในการที่จะนำสินค้าไปขายไม่มีการจัดงานอีเว้นท์ ไม่มีงานโชว์สินค้า และที่สำคัญเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

“อยากให้คนทั่วไปรับรู้รับทราบว่าแม้ปัจจุบัน สถานการณ์ไม่ปรกติเหมือนที่ผ่านมาเพราะเกิดโรคระบาดโควิด-19 แต่ขอให้ทุกคนรับรู้ว่าสินค้าโอท็อปของจังหวัดสมุทรสาครยังคงมีมาตรฐานที่น่าเชื่อถือ จะนำไปรับประทานก็ปลอดภัยและอร่อย หรือของใช้ก็ตอบโจทย์ในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังมีคุณภาพเมื่อซื้อไปฝากใครก็ไม่ผิดหวัง พวกเขามีการต่อยอดไม่หยุดพัฒนา อยากให้มาช่วยกันสนับสนุนเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน และเป็นการส่งต่อสินค้าที่ดีมีคุณภาพให้กับคนที่คุณรัก”นางศลิษากล่าว

สำหรับสินค้าโอท็อปที่โดดเด่นทั้ง 3 อำเภอของจังหวัดสมุทรสาคร ที่จะนำมายกตัวอย่าง เริ่มกันที่อำเภอเมืองก็จะมีหลากหลายเช่นของวิสาหกิจบ้านชายทะเลรางจันทร์กะปิหวาน น้ำปลาหวาน ปลาแดดเดียว น้ำปลาหวานปลาร้า กลุ่มสัมมาชีพบ้านย่าก็จะจำหน่ายเกลือและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเกลือเช่นสบู่ดอกเกลือ ดอกเกลือใช้ล้างผักผลไม้ วิสาหกิจชุมชนพิณมิสา ที่ผลิตแชมพูและครีมนวดผมจากกระดูกปลาฉลามและของเหลืออื่นๆ จากอุตสาหกรรมอาหารทะเล กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหารทะเลบ้านกระช้าขาวที่โดดเด่นเรื่องของกะปิสืบทอดกันมากว่า 100 ปี วิสาหกิจชุมชนกระเป๋าหนังนาเดีย สไบมอญบ้านเกาะ เป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นลุงแกละชาใบขลู่ กลุ่มผลิตภัณฑ์จากกระดาษเปเปอร์อาร์ตไทย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้านจากกระดาษเหลือใช้ที่สวยงาม หรือจะเป็นของฝากที่ทรงคุณค่า เรือฉลอมชายฝั่งจำลอง (สำเภาจีน)เสื้อมัดย้อมบ้านพันท้ายนรสิงห์ ชุดย่ามของขวัญและปลอกหมอน กล่องใส่ทิชชู่แบบรีฟิว พริกกรอบงา เค้กโบราณบ้านสบันงา ปลาทูซาเตี๊ยะ ช้างวางเทียนหอม

ส่วนสินค้าโอท็อปของอำเภอกระทุ่มแบน เช่น กล้วยอบแห้ง ร้านมิสเตอร์ชูเบญจรงค์ ดอนไก่ดี ขึ้นชื่อตัวท็อประดับประเทศไม่ว่าจะเป็น ถ้วยชาม ลายครามรวมถึงข้าวของเครื่องใช้ลายเบญจรงค์ หมี่กรอบช่างรังวัด แชมพูอัญชัน แชมพูสมุนไพร น้ำมันมะพร้าวสวนปานะ วิสาหกิจชุมชนบ้านเห็ดขวัญกะวัลย์ ฟาร์มแปรรูปเห็ดหลากหลายชนิด ฝรั่งหยีปรุงรสของกลุ่มผู้ปลูกไม้ผลตำบลหนองนกไข่ พลูวิคอล ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากสารสกัดใบพลู เห็ดทอดกรอบ มาลัยดอกไม้ประดิษฐ์ มะพร้าวน้ำหอมอบแห้ง ข้าวแต๋นน้ำแตงโม แผ่นข้าวกล้องอบกรอบ

และที่อำเภอบ้านแพ้วนอกจากผลไม้ของสดจากสวนเช่นฝรั่ง มะนาว กล้วย แก้วมังกรและเมล่อนจากสวนพิศิษฐที่ขึ้นชื่อแล้วก็ยังมี ดอกไม้สดอบแห้งของ ณัฐพรดอกไม้สดอบแห้ง ที่นำเอาดอกกล้วยไม้ ดอกบัว ดอกกุหลาบมาอบแห้งด้วยทรายและนำไปจัดลงในโหลแก้ว รูปทรงต่างๆสวยงาม กระเป๋ากระจูดตกแต่งด้วยลายดอกไม้ หมี่กรอบบ้านแพ้ว วิสาหกิจชุมชนกลุ่มงานกะลาเอก น้ำมัลเบอร์รี่สุรวุฒิฟาร์ม น้ำแกงส้มแม่พะนอ น้ำตาลดอกมะพร้าวอัดเม็ด มะนาวแปรรูป ผ้าสไบมอญขนมทองพับ

สินค้าข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างมานำเสนอ ยังมีหลากหลายให้เลือกหา เข้าไปดูหรือซื้อผ่านได้ที่เพจ “สมุทรสาคร OTOPTODAY”…รับรองไม่ผิดหวัง

และที่ลืมไม่ได้เลยเช่นเดียวกันนั่นก็คือ หลังโควิดซา…อย่าลืมมาเที่ยวจังหวัดสมุทรสาครกันนะ ใกล้กรุงเทพฯนิดเดียว

มทร.ธัญบุรีลุยเสริมศักยภาพอาจารย์ ให้คำแนะนำนักศึกษาเครียดยุคโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600290

มทร.ธัญบุรีลุยเสริมศักยภาพอาจารย์ ให้คำแนะนำนักศึกษาเครียดยุคโควิด

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า เนื่องจากปัจจุบันระบบการเรียนการสอนเป็นระบบออนไลน์ ทำให้นักศึกษาต้องมีการปรับตัวเป็นอย่างมากและมีจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถปรับตัวกับระบบการศึกษาและวิธีการเรียนแบบใหม่ รวมไปถึงสิ่งแวดล้อม จนส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและการเรียน มีผลให้การเรียนตกต่ำ มีปัญหาการทำร้ายตนเอง หรือฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นผลมาจากความเครียดหรือสภาวะจิตใจที่สับสน หาทางออกไม่ได้ ขาดที่ปรึกษา

ดังนั้น เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น มทร.ธัญบุรี จึงได้จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาทักษะอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อสร้างคนคุณภาพในศตวรรษที่ 21 รูปแบบออนไลน์ขึ้นโดยมีการแบ่งออกเป็น 2 หลักสูตร คืออาจารย์ที่ปรึกษาพบผู้บริหารและรักษาสมดุลทางใจ เพื่อการดูแลนักศึกษายุค New Normal และหลักสูตร Work Shop พื้นที่แห่งความเข้าใจ เพื่อป้องกันภาวะเครียดและการฆ่าตัวตาย ซึ่งการจัดการสัมมนาทั้งสองหลักสูตรนี้มีอาจารย์ที่ปรึกษาของ มทร.ธัญบุรี เข้าร่วมกว่า 478 คน โดยมีการเชิญนักจิตวิทยาร่วมบรรยายให้กับคณาจารย์ของมหาวิทยาลัย ซึ่ง มทร.ธัญบุรี คาดว่าโครงการนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้อาจารย์ที่ปรึกษาสามารถใช้เป็นแนวทางให้คำปรึกษาเพื่อลดภาวะเครียด และเข้าใจบุคคลในภาวะที่สิ้นหวัง มีทักษะเพิ่มขึ้นในการช่วยเหลือและให้คำปรึกษาอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

“สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้การเรียนการสอนแบบออนไลน์ถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ อาจารย์ที่ปรึกษาจึงจะต้องมีความพร้อมที่จะเข้าถึงรับรู้และรับฟังนักศึกษา จากเดิมการเรียนแบบปกติ นักศึกษากับอาจารย์มีโอกาสที่จะทำความรู้จักกัน เมื่อนักศึกษามีปัญหาสามารถจัดเวลาพบอาจารย์ที่ปรึกษาได้ แต่การเรียนรูปแบบออนไลน์การมีปฏิสัมพันธ์จะมีระยะห่างเพิ่มขึ้น แต่ในรูปแบบนี้จะมีเวลาให้คำปรึกษาผ่านช่องทางออนไลน์ได้มากขึ้น ดังนั้นอาจารย์ที่ปรึกษาจึงจะต้องมีความรู้รอบด้านในการรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อช่วยนักศึกษาได้อย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตามจากการติดตามผลการจัดสัมมนาดังกล่าวปรากฏว่าได้รับเสียงตอบรับจากอาจารย์ของมหาวิทยาลัยอย่างมาก และเรียกร้องอยากให้จัดการสัมมนาอีกอย่างต่อเนื่อง

ชายคาพระพิรุณ : 6 กันยายน 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600083

ชายคาพระพิรุณ : 6 กันยายน 2564

วันจันทร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ระบบสหกรณ์ ถือเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และมีส่วนสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจฐานราก การสร้างความเข้มแข็งให้ระบบสหกรณ์จึงเป็นนโยบายสำคัญที่นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เน้นย้ำให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ดำเนินการขับเคลื่อนงานตามภารกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและโปร่งใสในระบบสหกรณ์ ซึ่งการตรวจสอบกิจการสหกรณ์ ถือเป็นกลไกสำคัญของระบบการตรวจสอบด้วยสหกรณ์เอง เป็นการดำเนินงานของสหกรณ์ที่จัดให้มีขึ้นเพื่อให้ความเชื่อมั่นเพิ่มคุณค่าและปรับปรุงการปฏิบัติงานของสหกรณ์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นนายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จึงมีนโยบายที่จะพัฒนาการตรวจสอบกิจการสหกรณ์ พร้อมทั้งเสริมองค์ความรู้ให้ผู้ตรวจสอบกิจการ เพื่อเป็นกลไกสร้างความเข้มแข็งให้ระบบสหกรณ์ดำเนินงานได้อย่างโปร่งใส เพิ่มความเชื่อมั่นให้สมาชิก ให้ได้รับการดูแลจากสหกรณ์และได้รับผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม โดยผู้ตรวจสอบกิจการเมื่อได้รับเลือกตั้งให้ทำหน้าที่แล้ว จำเป็นต้องศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายสหกรณ์ ระเบียบ ประกาศและคำแนะนำนายทะเบียนสหกรณ์ ระเบียบและข้อบังคับสหกรณ์ เพื่อให้สามารถตรวจสอบกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งประกอบด้วย การศึกษาและสำรวจ เพื่อให้ผู้ตรวจสอบกิจการมีความเข้าใจเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับสหกรณ์ที่ตรวจสอบ เช่น ลักษณะการดำเนินงาน วิธีปฏิบัติงาน นโยบาย เป้าหมาย กฎหมายและระเบียบปฏิบัติของสหกรณ์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการตรวจสอบให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ของสหกรณ์และยังสามารถใช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบได้อีกทางหนึ่ง

2.การวางแผนการตรวจสอบ เป็นการคิดล่วงหน้าก่อนที่จะลงมือปฏิบัติงานจริง การวางแผนที่ดีจึงช่วยให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ภายในระยะเวลางบประมาณและอัตรากำลังที่มี ตลอดจนเป็นทิศทางให้งานดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

3.การปฏิบัติงานตรวจสอบ เป็นกระบวนการตรวจสอบ สอบทาน และรวบรวมหลักฐานเพื่อวิเคราะห์และประเมินผลการปฏิบัติงานต่างๆ ว่าเป็นไปตามนโยบาย แผนงาน ข้อบังคับและระเบียบปฏิบัติของสหกรณ์ รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

4.การรายงานผลการตรวจสอบกิจการ เป็นการสรุปผลการตรวจสอบที่ผู้ตรวจสอบกิจการเห็นว่า จำเป็นต้องรายงานให้สหกรณ์ทราบ ทั้งในด้านข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบริหารงานของคณะกรรมการดำเนินการการปฏิบัติงานของฝ่ายจัดการในด้านต่าง ๆ รวมทั้งข้อสังเกตที่ตรวจพบ และข้อเสนอแนะที่สหกรณ์ควรแก้ไขปรับปรุง ให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับและระเบียบที่สหกรณ์กำหนด

5.การติดตามแก้ไข ในการปฏิบัติงานตรวจสอบกิจการในคราวต่อไป ผู้ตรวจสอบกิจการต้องติดตามผลการแก้ไขและเขียนไว้ในรายงานผลการตรวจสอบกิจการในคราวนั้นด้วย หากมีกรณีผู้ตรวจสอบกิจการตรวจพบว่า มีเหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายกับสหกรณ์หรือสหกรณ์มีการปฏิบัติไม่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบคำสั่ง ประกาศหรือคำแนะนำของทางราชการรวมทั้งข้อบังคับระเบียบมติที่ประชุมที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่สมาชิกและสหกรณ์ ให้ผู้ตรวจสอบกิจการแจ้งผลการตรวจสอบกิจการต่อคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ทันที และแจ้งให้สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ในพื้นที่และสำนักงานสหกรณ์จังหวัดหรือสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครทราบโดยเร็วในทันที…เห็นว่าเป็นข้อมูลที่ดี มีประโยชน์ต่อสมาชิกสหกรณ์ จึงนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

ขุนเกษตรา