อสม.กาฬสินธุ์เฮรับกรมธรรม์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593804

อสม.กาฬสินธุ์เฮรับกรมธรรม์

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะทีมงานลงพื้นที่นำบัตรและกรมธรรม์ประกันภัยโรคโควิด-19 ที่ร่วมกับญาติสนิทมิตรสหายไปมอบให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม.ใน 10 หมู่บ้าน ของ ต.โพนทอง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้า เคาะประตูบ้าน พร้อมขอให้ อสม.ช่วยกันดูแลประชาชน เพื่อร่วมกันผ่าวิกฤติโรคโควิด-19

นอกจากนี้ นายวิรัช ยังได้มอบหน้ากากอนามัย และเจลแอลกอฮอล์ ให้กับอสม.และผู้นำชุมชนได้นำไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ และมอบแว่นสายตาให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ และประชาชนที่มีปัญหาทางสายฟรีอีกด้วย ซึ่งในการจัดกิจกรรมเจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ทุกคนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ทั้งจำกัดจำนวนคน พร้อมมีจุดคัดกรอง ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ และสวมหน้ากาก

นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า วัตถุประสงค์ที่ตนได้ร่วมกับญาติสนิทมิตรสหายมอบประกันภัยโควิด-19 กับอสม.ครั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้าในการป้องกันโรคโควิด ซึ่งอย่างน้อยๆ ก็ทำให้อสม.อุ่นใจมากขึ้น เพราะการปฏิบัติหน้าที่ค่อนข้างเสี่ยง และหากเกิดการเจ็บป่วยด้วยโรคโควิด-19 ก็มีประกันภัยคุ้มครองไม่ต้องห่วง เรื่องการรักษา เงินชดเชย และยังได้รับเงินชดเชยรายได้ระหว่างการรักษาตัว ซึ่งจากการลงพื้นที่พบว่าอสม.ก็มีการตอบรับดีมาก และอสม.ทุกคนยังยืนยันพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ดูแลสุขภาพประชาชนในหมู่บ้านและช่วยกันป้องกัน เพื่อที่ร่วมหยุดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเต็มกำลัง

ด้านนางศรีนวล สำราญรื่น ผู้ใหญ่บ้านและอสม.บ้านหามแห ม.7 ต.โพนทอง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาอสม.ทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่เต็มความสามารถ และไม่ใครอยากติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งการที่ได้รับประกันภัยโควิดทุกคนดีใจและอุ่นใจมากขึ้น แม้หลายคนยังฉีดวัคซีนยังไม่ครบ แต่ก็พร้อมที่จะลุยงานปฏิบัติหน้าที่ อย่างน้อยๆก็มีประกันภัยไม่ต้องห่วงเรื่องค่าดูแลรักษาตัวหากป่วยโรคโควิด-19 ขึ้นมาจริงๆ

แนะใช้น้ำรู้คุณค่า-มีประสิทธิภาพ รับมือสถานการณ์ฟ้าฝนไม่แน่นอน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593811

แนะใช้น้ำรู้คุณค่า-มีประสิทธิภาพ  รับมือสถานการณ์ฟ้าฝนไม่แน่นอน

แนะใช้น้ำรู้คุณค่า-มีประสิทธิภาพ รับมือสถานการณ์ฟ้าฝนไม่แน่นอน

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กรมส่งเสริมการเกษตรแนะสถานการณ์ฟ้าฝนไม่แน่นอน เกษตรกรควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ปรับตัวรับมือสถานการณ์ ใช้น้ำอย่างประหยัด ลดสูญเสีย
ให้น้ำตามความต้องการของพืช และการจัดการความชื้นที่เหมาะสมในแปลงเพาะปลูกพืช

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้เล็งเห็นปัญหาสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน ทั้งปัญหาฝนตกไม่แน่นอน ปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูกรวมถึงยังพบว่าวิธีการใช้น้ำของเกษตรกรยังขาดประสิทธิภาพ ทำให้เกิดการสูญเสียน้ำไปในบางส่วน รวมทั้งมีการออกแบบติดตั้งและใช้งานระบบน้ำอย่างไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ กล่าวคือ มีการติดตั้งและใช้อุปกรณ์ไม่ถูกต้อง หัวจ่ายน้ำอุดตัน แรงดันน้ำไม่เหมาะสมทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่ควรจะเป็น และขาดความเข้าใจในการใช้และดูแลรักษา

ดังนั้น เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้น้ำได้อย่างเหมาะสมตามความต้องการของพืช อย่างรู้คุณค่าและมีประสิทธิภาพ เพื่อรับมือกับสภาพฟ้าฝนที่ไม่แน่นอน กรมส่งเสริมการเกษตรมีข้อแนะนำดังนี้ 1. ใช้น้ำอย่างประหยัด โดยหลีกเลี่ยงวิธีการให้น้ำแบบท่วมขังหรือเกินความต้องการของพืช จะช่วยลดการสูญเสียน้ำโดยเปล่าประโยชน์ได้ 2. รักษาความชื้นให้กับพืชและลดการคายน้ำของพืชด้วยวิธีเขตกรรม เช่น การใช้วัสดุคลุมดินที่โคนต้นพืช หรือแปลงเพาะปลูก การปรับปรุงบำรุงดินให้มีโครงสร้างดินที่เหมาะสมกับการอุ้มน้ำและความชื้น ด้วยพรวนดินและใส่ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมีให้เหมาะสมกับความต้องการของพืช การระวังป้องกันสภาพแวดล้อมของแปลงปลูก เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียความชื้นได้ง่าย เช่น การลดความเข้มของแสงแดดด้วยการพรางแสง หรือการปลูกไม้บังลม รวมทั้งการตัดแต่งกิ่ง เพื่อลดการคายน้ำของพืช

3. ควบคุมความชื้นในแปลงเพาะปลูกพืชช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีฝนตกชุกหรือช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีน้ำขังในบริเวณต้นพืช จะช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาโรคพืชที่มีสาเหตุมาจากเชื้อรา หรือรากพืชขาดอากาศเน่าตาย และต้นพืชหรือผลผลิตเสียหาย โดยในกรณีสภาพพื้นที่เป็นดินเหนียวจัด ให้ปรับปรุงโครงสร้างดินให้ระบายน้ำได้ดีขึ้นด้วยปุ๋ยอินทรีย์ สำหรับไม้ผลควรให้ดินโคนต้น (หลุมปลูก) ยกสูงขึ้นเป็นเนินเต่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ดินเหนียวเพื่อป้องกันน้ำขัง ส่วนในแปลงพืชไร่-พืชผัก ควรให้หน้าดินบนแปลงมีลักษณะราบเรียบไม่เป็นแอ่งเพื่อไม่ให้น้ำขังได้ง่าย มีการใช้วัสดุคลุมดินบริเวณโคนต้นพืช แต่ต้องให้มีแสงแดดส่องถึงโคนต้น เพื่อป้องกันไม่ให้มีความชื้นสูงเกินไปและตัดแต่งกิ่งเพื่อให้ทรงพุ่มโปร่ง เพื่อลดการเกิดเชื้อราและศัตรูพืช รวมทั้งเกษตรกรควรหมั่นกำจัดวัชพืช และดูแลรักษาสวนหรือแปลงเพาะปลูกพืชไม่ให้รก เพื่อให้พื้นที่เพาะปลูกมีอากาศถ่ายเทสะดวกด้วย 4. ให้น้ำพืชด้วยระบบน้ำที่เหมาะสมกับชนิดพืช ซึ่งควรมีการออกแบบติดตั้งรวมทั้งการใช้และดูแลรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อให้น้ำได้ตามความต้องการของพืชและมีประสิทธิภาพ เกษตรกรที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามที่ได้สำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่าน

หนุ่มสุพรรณจิตอาสาน้ำใจงาม ส่งผู้ที่หายป่วยโควิดกลับบ้านฟรี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593807

หนุ่มสุพรรณจิตอาสาน้ำใจงาม ส่งผู้ที่หายป่วยโควิดกลับบ้านฟรี

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวจ.สุพรรณบุรี รายงานว่ามีจิตอาสาหนุ่ม ชาว อ.อู่ทอง ใช้รถยนต์ส่วนตัวใส่หลังคาแครี่บอย เพื่ออาสารับส่งผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาหายแต่ไม่มีรถกลับบ้าน หรือไม่สะดวกที่จะให้ญาติมารับ โดยชายหนุ่มดังกล่าวได้อาสารับ-ส่งฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น โดยใช้เงินส่วนตัว หวังช่วยแบ่งเบาภาระของบุคลากรทางการแพทย์และหน่วยกู้ภัย ในวิกฤตของ โควิด-19 นี้โดยใช้ชื่อว่า ทีมงาน “ส่งยิ้มกลับบ้าน”

โดยผู้สื่อข่าวได้พบกับนายนันทชัย ศิริอรุณรัตน์ อายุ 42 ปี อาชีพค้าขาย หนุ่มจิตอาสาที่ใช้เวลาว่างจากงานประจำ ทำการรับส่งผู้ป่วยที่รักษาโควิด ที่รักษาหายแล้ว เพื่อเดินทางกลับบ้าน ไปกักตัวดูอาการที่บ้านอีก 14 วัน กล่าวว่ามีแนวคิดเริ่มต้นมาจากหลังจากที่มีญาติพี่น้องติด โควิด-19จึงได้หาซื้อหลังคาแครี่บอยมาใส่หลังรถ เพื่อว่าเวลาญาติรักษาหายจะได้รับกลับบ้าน โดยแยกผู้ป่วยนั่งหลังรถ เพราะอาจมีโอกาสติดเชื้อสู่กันได้ ซึ่งญาติๆจะได้ไม่ต้องตากแดดตากฝน จากนั้นจึงได้คิดอาสารับ-ส่งผู้ป่วยรายอื่นๆ จากโรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอย หรือโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยได้เข้ารับการรักษาจนหาย และแพทย์ลงความเห็นให้กลับไปกักตัวดูอาการต่อที่บ้านได้แล้ว หากผู้ป่วยรายใดที่อยู่ในเขต อ.อู่ทอง หรือใกล้เคียง หากไม่มีรถมารับหรือไม่สะดวกที่จะให้ญาติมารับ ก็สามารถติดต่อให้ตนอาสา รับ-ส่งได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งหลังจากได้ทำโครงการ“ส่งยิ้มกลับบ้าน” มาประมาณ 3 วัน มาแล้วมีผู้ใช้บริการทุกวัน รวมแล้ว 11 ราย ซึ่งหากผู้ป่วยโควิดที่รักษาหายแล้วต้องการใช้บริการก็สามารถติดต่อมาได้ที่เบอร์ 08-3024-3191 ยินดีรับ-ส่งฟรีแลกยิ้มกับผู้ป่วย และครอบครัวที่รอคอยการกลับบ้านของคนที่รัก

จิตอาสาพระราชทานจ.สงขลา ร่วมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593808

จิตอาสาพระราชทานจ.สงขลา ร่วมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากวัดสามกอง ม. 6 ต.เกาะแต้ว อ.เมือง จ.สงขลา นายแพทย์ธวัช ลาพินี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา เปิดกิจกรรมจิตอาสาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2564 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่นจิตอาสาพระราชทานเข้าร่วมภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

โดยศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดสงขลา ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2564 ด้วยการทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ อาทิ ทำความสะอาด กวาดพื้น เก็บขยะมูลฝอย ตัดหญ้า ตัดแต่งกิ่งไม้ ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ และกิจกรรมจิตอาสาแจกจ่ายสิ่งของอุปโภค-บริโภคให้กับวัด และประชาชนกลุ่มเด็ก สตรีผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย รวมทั้งเพื่อเป็นการรวมความสมานสามัคคีของคนไทยทุกคน ในการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์พัฒนาพื้นที่ในชุมชนต่างๆ ให้มีความเจริญเกิดประโยชน์ต่อชุมชนอย่างถาวร

นราฯจัดกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593810

นราฯจัดกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวจังหวัดนราธิวาสรายงานจากอุทยานการเรียนรู้นราธิวาส (TK Park Narathiwat) สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส ร่วมกับเทศบาลเมืองนราธิวาส จัดกิจกรรม : สื่อสร้างสรรค์เล่าเรื่องดีๆ ที่บ้านฉัน ตามโครงการสร้างความเข้าใจประชาชนทั้งในและนอกจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี 2564 โดยมีนายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานพิธีเปิด พร้อมด้วย ประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส นายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการ อาจารย์สุบิน เมืองจันทร์ ศิลปินนักวาดภาพอิสระ กลุ่มศิลปินนักวาดภาพ และเยาวชนร่วมกิจกรรม

โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้ร่วมกันแต่งแต้มสีสันลงบนผนังกำแพงที่เป็นรูปธงชาติไทย ซึ่งจะมีการออกแบบภาพวาดและลงสีบนผนังกำแพงเป็นแนว Street Art และภาพวาด 3 มิติ โดยกลุ่มศิลปินนักวาดภาพ ภายใต้ Concept “นราธิวาส ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์” เพื่อถ่ายทอดความงาม ของทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ในจังหวัดนราธิวาส

นายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จังหวัดนราธิวาสมีของดีมากมาย ทั้งผืนป่าฮาลาบาลาที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์ มีฝูงนกเงือกหลายสายพันธุ์ และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงาม ซึ่งจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่อาจทำให้คนภายนอกรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย ปัจจุบันสถานการณ์ได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง การจัดกิจกรรมวาดภาพ Landmark จะสะท้อนเรื่องราวดีๆ ผ่านภาพวาด เพื่อเผยแพร่สู่สายตาสาธารณชนได้รับทราบ

ด้าน นายบัญชา กันหาสินธุ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า กิจกรรม “สื่อสร้างสรรค์ เล่าเรื่องดีๆที่บ้านฉัน” เพื่อให้เยาวชนและประชาชนได้ร่วมกันผลิตสื่อ เล่าเรื่องดีๆ ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยวาดภาพสถานที่ที่สำคัญของจังหวัดนราธิวาส เช่น หาดนราทัศน์ ป่าฮาลาบาลา สะพานเจาะบากง ฯลฯที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดผ่านภาพวาด เป็นการสร้างทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้

มทร.ธัญบุรีขานรับนโยบายสสว. เปิดอบรม ‘Digital Marketing’ ปี 5 เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการมุ่งสู่จีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593583

มทร.ธัญบุรีขานรับนโยบายสสว. เปิดอบรม ‘Digital Marketing’ ปี 5 เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการมุ่งสู่จีน

วันจันทร์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้มอบหมายให้ มทร.ธัญบุรี ดำเนินการอบรมออนไลน์ภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ด้วย Digital Marketing ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 โดยดูแลผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้น ในปี 2563 ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการเข้าร่วมการอบรมกว่า 3,600 ราย มีการเปิดร้านจำหน่ายสินค้าออนไลน์ กว่า 2,400 ร้านค้า และสามารถช่วยพัฒนาสินค้าขึ้นแพลตฟอร์มออนไลน์ กว่า 30,000 ผลิตภัณฑ์ เพิ่มยอดขายให้ผู้ประกอบการได้ถึง 385 ล้านบาทซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้ เป็นเพราะมหาวิทยาลัยได้รับความร่วมมือกับภาคเอกชนที่เป็นแพลตฟอร์มด้านตลาดออนไลน์ เช่น Shopee Lazada ตลาดดอมคอม LNWShop เป็นต้น ที่จัดส่งที่ปรึกษาจากแพลตฟอร์มต่างๆ ร่วมกับอาจารย์ของมหาวิทยาลัยอบรมดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ

สำหรับการอบรมเป็นการอบรมแบบออนไลน์ ระยะเวลา 3-5 วัน โดยแบ่งผู้ประกอบการ 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มที่ยังไม่มีช่องทางขายออนไลน์ แต่มีสินค้า เป็นกลุ่มที่ต้องอบรมความรู้พื้นฐานด้านการตลาดออนไลน์ โดยที่ปรึกษาจากมทร.ธัญบุรีจะช่วยสร้าง Content เกี่ยวกับตัวแบรนด์ รายละเอียดสินค้าบริการที่ต้องการสื่อสารไปยังลูกค้า ถ่ายภาพสินค้า สอนเทคนิคการทำตลาด จนไปถึงการนำสินค้าวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์

2. กลุ่มที่มีร้านค้าออนไลน์อยู่แล้ว มีสินค้าแต่ยังไม่สามารถขายได้ จัดที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิคเข้าไปช่วยใช้เครื่องมือออนไลน์ เพื่อเพิ่มกลยุทธ์ทางการตลาด 3.กลุ่มที่มีศักยภาพอยู่แล้ว ที่สามารถจำหน่ายสินค้าบนช่องทางออนไลน์ได้ และสินค้ามีมาตรฐาน กลุ่มนี้จะมีการจัดที่ปรึกษาเป็นรายกิจการ เพื่อช่วยทำแผนธุรกิจเป็น Digital marketing Plan เกิดการทำธุรกิจออนไลน์แบบยั่งยืน และมีคัดเลือกผู้ประกอบการจากกลุ่มนี้ 40 ราย ที่มีศักยภาพ ขยายช่องทางการตลาดออนไลน์เพื่อวางจำหน่ายในแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เถาเป่า หรือทีมอลล์ ของประเทศจีน โดยที่ปรึกษาจะช่วยดำเนินการจัดทำคอนเทนต์เป็นภาษาจีนการจัดส่งสินค้า พร้อมจดเครื่องหมายการค้าและทั้งหาคู่ค้าในประเทศจีน

ชายคาพระพิรุณ : 9 สิงหาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593585

ชายคาพระพิรุณ : 9 สิงหาคม 2564

วันจันทร์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ขณะนี้แม้เข้าสู่หน้าฝนแล้ว แต่สถานการณ์ฟ้าฝนยังไม่แน่นอน บางพื้นที่ยังมีฝนทิ้งช่วง เกษตรกรควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับตัวรับมือสถานการณ์ และใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อลดสูญเสีย โดย นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร บอกว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าว จึงขอแนะนำเกษตรกรให้ใช้น้ำอย่างเหมาะสมตามความต้องการของพืช อย่างรู้คุณค่าและมีประสิทธิภาพ เพื่อรับมือกับสภาพฟ้าฝนที่ไม่แน่นอน โดยกรมส่งเสริมการเกษตรมีข้อแนะนำดังนี้ 1.ใช้น้ำอย่างประหยัด โดยหลีกเลี่ยงวิธีการให้น้ำแบบท่วมขังหรือเกินความต้องการของพืช จะช่วยลดการสูญเสียน้ำโดยเปล่าประโยชน์ได้ 2.รักษาความชื้นให้กับพืชและลดการคายน้ำของพืชด้วยวิธีเขตกรรม เช่น การใช้วัสดุคลุมดินที่โคนต้นพืช หรือแปลงเพาะปลูก การปรับปรุงบำรุงดินให้มีโครงสร้างดินที่เหมาะสมกับการอุ้มน้ำและความชื้น ด้วยพรวนดินและใส่ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมีให้เหมาะสมกับความต้องการของพืช การระวังป้องกันสภาพแวดล้อมของแปลงปลูก เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียความชื้นได้ง่าย เช่น การลดความเข้มของแสงแดดด้วยการพรางแสง หรือการปลูกไม้บังลม รวมทั้งการตัดแต่งกิ่ง เพื่อลดการคายน้ำของพืช3.ควบคุมความชื้นในแปลงเพาะปลูกพืชช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีฝนตกชุกหรือช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีน้ำขังในบริเวณต้นพืช จะช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาโรคพืชที่มีสาเหตุมาจากเชื้อรา หรือรากพืชขาดอากาศเน่าตาย และต้นพืชหรือผลผลิตเสียหาย โดยในกรณีสภาพพื้นที่เป็นดินเหนียวจัด ให้ปรับปรุงโครงสร้างดินให้ระบายน้ำได้ดีขึ้นด้วยปุ๋ยอินทรีย์ สำหรับไม้ผลควรให้ดินโคนต้น (หลุมปลูก) ยกสูงขึ้นเป็นเนินเต่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ดินเหนียวเพื่อป้องกันน้ำขัง ส่วนในแปลงพืชไร่-พืชผัก ควรให้หน้าดินบนแปลงมีลักษณะราบเรียบไม่เป็นแอ่งเพื่อไม่ให้น้ำขังได้ง่าย มีการใช้วัสดุคลุมดินบริเวณโคนต้นพืช แต่ต้องให้มีแสงแดดส่องถึงโคนต้น เพื่อป้องกันไม่ให้มีความชื้นสูงเกินไป และตัดแต่งกิ่งเพื่อให้ทรงพุ่มโปร่ง เพื่อลดการเกิดเชื้อราและศัตรูพืช รวมทั้งเกษตรกรควรหมั่นกำจัดวัชพืช และดูแลรักษาสวนหรือแปลงเพาะปลูกพืชไม่ให้รก เพื่อให้พื้นที่เพาะปลูกมีอากาศถ่ายเทสะดวกด้วย 4.ให้น้ำพืชด้วยระบบน้ำที่เหมาะสมกับชนิดพืช ซึ่งควรมีการออกแบบติดตั้งรวมทั้งการใช้และดูแลรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อให้น้ำได้ตามความต้องการของพืชและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เกษตรกรที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามที่ได้สำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่าน

ขุนเกษตรา

เริ่มแล้ววันนี้ งานมหกรรม “ไม้ผลอัตลักษณ์” และ “สินค้าเกษตรแปรรูป” ภาคใต้ออนไลน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/477601

เริ่มแล้ววันนี้ งานมหกรรม”ไม้ผลอัตลักษณ์”และ”สินค้าเกษตรแปรรูป”ภาคใต้ออนไลน์

6 สิงหาคม 2564 – 20:32 น.

เริ่มแล้ววันนี้ งานมหกรรม”ไม้ผลอัตลักษณ์”และ”สินค้าเกษตรแปรรูป”ภาคใต้ออนไลน์” ช่วยเหลือ “เกษตรกร”ในช่วง “โควิด-19”

วันที่ 6 สิงหาคม 2564 นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นประธานเปิดงานมหกรรมไม้ผลอัตลักษณ์และสินค้าเกษตรแปรรูปภาคใต้ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 สิงหาคม 2564 ผ่าน Fanpage Facebook : ไม้ผลอัตลักษณ์และสินค้าเกษตรแปรรูปภาคใต้ 

เริ่มแล้ววันนี้ งานมหกรรม"ไม้ผลอัตลักษณ์"และ"สินค้าเกษตรแปรรูป"ภาคใต้ออนไลน์
เริ่มแล้ววันนี้ งานมหกรรม"ไม้ผลอัตลักษณ์"และ"สินค้าเกษตรแปรรูป"ภาคใต้ออนไลน์

นายสุพิท จิตรภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา ได้กล่าวรายงานการจัดงานโดยมีเกษตรจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพร้อมด้วยเกษตรกรกว่า150 คน เข้าร่วมงาน 

เริ่มแล้ววันนี้ งานมหกรรม"ไม้ผลอัตลักษณ์"และ"สินค้าเกษตรแปรรูป"ภาคใต้ออนไลน์

นายสุพิท จิตรภักดี เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 การบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ในปีนี้จึงให้ความสำคัญกับการกระจายผลผลิตผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น เกษตรกรมีการปรับเปลี่ยนวิถีการขายรูปแบบใหม่ ขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูกาลผลไม้กำลังออกสู่ตลาด

เริ่มแล้ววันนี้ งานมหกรรม"ไม้ผลอัตลักษณ์"และ"สินค้าเกษตรแปรรูป"ภาคใต้ออนไลน์

กิจกรรมวันนี้ที่สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา และสำนักงานเกษตรจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ร่วมกันจัดขึ้นก็เพื่อประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการจำหน่าย และกระจายผลผลิตให้แก่เกษตรกรในช่วงสถานการณ์ covid-19 

โดยเปิดโอกาสให้เครือข่ายเกษตรกรผู้ผลิตไม้ผล กลุ่มแปลงใหญ่ เกษตรกรรุ่นใหม่ (Young smart farmer) กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ภาคใต้ ได้นำผลไม้และสินค้าเกษตรแปรรูปคุณภาพดี รสชาติอร่อย มาร่วมประชาสัมพันธ์และจำหน่ายรวม 150 ราย สินค้ากว่า 300 รายการ

เริ่มแล้ววันนี้ งานมหกรรม"ไม้ผลอัตลักษณ์"และ"สินค้าเกษตรแปรรูป"ภาคใต้ออนไลน์

เช่น ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา ลองกองตันหยงมัส มังคุดทิพย์พังงา เงาะโรงเรียนนาสาร สละ จำปาดะขวัญสตูล 
ส้มโอทับทิมสยามและสินค้าเกษตรแปรรูปที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

เช่น ชาสามขิง ผลิตภัณฑ์จากเห็ดแครง ลูกหยี มะม่วงเบาแช่อิ่ม ส้มแขก แกงไตปลาแห้ง กล้วยอบ ทุเรียนทอด เป็นต้น

และอีกวัตถุประสงค์สำคัญคือ อยากให้เกษตรกรมีความรู้ ได้รู้จักวิธีการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ ในอนาคตหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมนี้ซึ่งการขายออนไลน์ ก็มีเทคนิควิธีการหลากหลายรูปแบบเกษตรกร สามารถจัดทำเพจ หรือ ช่องทาง social media ต่าง ๆ ในการประชาสัมพันธ์สินค้าของตนเอง

ซึ่งมีเรื่องราวที่มา ความเป็นอัตลักษณ์พื้นถิ่นของชุมชน ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่า เป็นการยกระดับ ขึ้นเป็นผู้ประกอบการ และลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลางให้น้อยลง การขายสินค้าออนไลน์ต้องมีความรู้ในเรื่องต่างๆ ประกอบกันด้วย ซึ่งหน่วยงานได้จัดกิจกรรมดังนี้

1.การอบรมให้ความรู้ด้านการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ การจัดทำเพจขายสินค้า ให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมงาน ซึ่งดำเนินการไปแล้วเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 วิทยากรที่ประสบความสำเร็จในการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ โดย อาจารย์อั๋น ทวีวงศ์สง่า ผู้เขียนเขียนหนังสือ “อัพ ยอดขาย เพิ่มยอดไลน์ใน 21 วัน “

การแนะนำวิธีและเทคนิคการประสบความสำเร็จในการใช้ระบบ Social Media โดย คุณตุ๊ก ชนกวนันท์ รักชีพ เจ้าของ “สุธาทิพย์ฟาร์ม” และอบรมการสร้างเพจด้วย Smart Phone ผ่านโปรแกรม Canva การอบรมการใช้งานโปรแกรม Zoom โดย ดร.ศภุฤกษ์ เวศยาสิรินทร์ บริษัท Eak Medai

2.กิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น การจำหน่ายสินค้านาทีทอง การประมูลทุเรียน การแนะนำสินค้าโดยศิลปินดารา การลดราคาเป็นพิเศษคืนกำไรให้กับผู้บริโภค ซึ่งวันนี้เป็นงานวันแรกถือว่าได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก มีการประมูลทุเรียนสะเด็ดน้ำจังหวัดยะลาเพื่อการกุศล โดยมอบเงินให้กับโรงพยาบาลอีกด้วย

“เหลือเวลาอีก 2 วัน อยากจะเชิญชวนให้ทุกท่านมาร่วมกันอุดหนุน ชมและช้อปสินค้าเกษตรของดีของภาคใต้ผ่านทาง Fanpage Facebook : ไม้ผลอัตลักษณ์และสินค้าเกษตรแปรรูปภาคใต้ ถือเป็นโอกาสดีของท่านที่จะได้อุดหนุนและช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในช่วงโควิด-19 แถมยังได้บริโภคสินค้าทั้งผลไม้สดและผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูปจากเกษตรกรผู้ผลิตอีกมากมาย ในราคาที่จับต้องได้  “

“กรมส่งเสริมสหกรณ์” เปิดปฏิทินอบรมบัญชีฟรี “ผ่านออนไลน์” ยุค “โควิด” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/477516

“กรมส่งเสริมสหกรณ์” เปิดปฏิทินอบรมบัญชีฟรี”ผ่านออนไลน์”ยุค”โควิด”

6 สิงหาคม 2564 – 10:38 น.

“กรมส่งเสริมสหกรณ์” เปิดปฏิทินอบรมบัญชีฟรี”ผ่านออนไลน์”ยุค”โควิด” เน้นกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนี่ยน เพื่อให้มีคุณสมบัติตามกฎกระทรวง เริ่มส.ค.- ก.ย. 64


นายวิศิษฐ์  ศรีสุวรรณ์  อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์(กสส.) เปิดเผยว่า กรมฯได้เตรียมเปิดอบรมหลักสูตร” การเงิน การบัญชี และการบริหารสำหรับกรรมการสหกรณ์ “ ผ่านระบบออนไลน์เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19  โดยหลักสูตรที่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติ(คพช.)

การอบรมจะจัดฟรีให้กับกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนขนาดเล็ก คือ สหกรณ์ที่มีสินทรัพย์น้อยกว่า 5 พันล้านบาทซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่กำกับดูแลกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อให้กรรมการสหกรณ์ได้มีคุณสมบัติเป็นไปตามกฎกระทรวงหมวด 2 ข้อ 8  ที่บัญญัติในเรื่องคุณสมบัติของกรรมการสหกรณ์ทั้ง 2 ประเภทไว้ว่าจะต้องมีคุณวุฒิในด้านเงิน การบัญชี การบริหารจัดการและด้านเศรษฐศาสตร์ 

"กรมส่งเสริมสหกรณ์" เปิดปฏิทินอบรมบัญชีฟรี"ผ่านออนไลน์"ยุค"โควิด"

นายวิศิษฐ์  ศรีสุวรรณ์  อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์(กสส.)

ซึ่งในบทเฉพาะกาลให้ระยะเวลาในการพัฒนาบุคลากรให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี คือภายใน 10 ก.พ. 2566  ในปี 2564 กรมจะจัดอบรม 6รุ่นๆละ 200 คนเมื่อจบหลักสูตรจะได้รับใบรับรองของหลักสูตรที่ออกโดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ 

“กรมได้มีการเตรียมการมาเป็นลำดับ ตั้งแต่ขั้นตอนการพิจารณาหลักสูตร และเสนอให้คพช.รับรองหลักสูตร การถามความเห็นของสหกรณ์ที่ประสงค์จะอบรม และนำมาสู่การจัดปฏิทินการอบรม 6 รุ่น ซึ่งจะทำให้กรรมการสหกรณ์เหล่านี้มีคุณสมบัติครบซึ่งในช่วงการเปลี่ยนผ่านจนกว่ากฎหมายจะมีสภาพบังคับในเดือนก.พ 2566 กรรมการสหกรณ์แต่ละแห่งที่คัดเลือกกันใหม่ในห้วงเวลานี้จะสามารถขออบรมในหลักสูตรนี้ได้

ซึ่งกรมฯจะจัดทุกปีเพื่อช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ ในขณะที่สหกรณ์ขนาดใหญ่มีสินทรัพย์มากกว่า 5 พันล้านบาท     ทางสันนิบาตสหกรณ์ ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนได้มีการจัดอบรมในหลักสูตรของกรมด้วยเช่นกัน”อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าว

สำหรับการอบรมปี 2564  จะมีการจัด 6 รุ่น ๆ ละ 200 คน โดยปฏิทินในการอบรม ประกอบด้วยรอบที่  1 ระหว่างวันที่  23-26 ส.ค. 2564  รอบที่ 2 วันที่  30 ส.ค .- 2 ก.ย. รอบที่ 3 วันที่ 6-9 ก.ย. รอบที่ 4 วันที่ 13 -16 ก.ย. รอบที่  5 วันที่ 20-23 ก.ย. และรอบที่  6 วันที่ 27-30 ก.ย. 2564

นอกจากนี้ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมได้มีการจัดอบรมโดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นการอบรมแบบออนไลน์ และมีคณะกรรมการสหกรณ์เข้าอบรม จำนวน 96 คน 

ทั้งนี้ก่อนหน้า กสส.ได้มีการสำรวจคุณวุฒิกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนระหว่างวันที่  12 มี.ค.- 30 เม.ย.  2564  จำนวน 2,000 แห่ง ทั้งขนาดเล็ก(มูลค่าสินทรัพย์น้อยกว่า  5,000 ล้านบาท) และขนาดใหญ่(มูลค่าสินทรัพย์มากกว่า  5,000 ล้านบาทขึ้นไป) มีการตอบแบบสอบถามกลับมาจำนวน 1,682 แห่ง คิดเป็นร้อยละ  84

โดยพบว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ขนาดเล็กมีสหกรณ์ที่ไม่มีคุณวุฒิ  218 แห่ง ขนาดใหญ่ 47 แห่ง ขณะที่สหกรณ์ที่มีคุณวุฒิอย่างน้อย 1 คน นั้นพบว่า สหกรณ์ขนาดเล็กมี 844 แห่ง  สหกรณ์ขนาดใหญ่ 106 แห่ง สำหรับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน พบว่า ขนาดเล็กที่ไม่มีคุณวุฒิ 254 แห่ง ขนาดใหญ่ที่ไม่มีคุณวุฒิพบว่าไม่มี  สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนขนาดเล็กที่มีคุณวุฒิอย่างน้อย 1 คน จำนวน  212 แห่ง  ขนาดใหญ่ที่มีอย่างน้อย 1  คน จำนวน 1 แห่ง  รวมสหกรณ์ทั้งสองประเภท ซึ่งมีกรรมการที่ไม่มีคุณวุฒิจำนวน 519 แห่ง และมีคุณวุฒิอย่างน้อย 1 คนรวม 1,163 แห่ง

“แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่” ศูนย์ห้วยทรายฯ รูปแบบมีกินมีขายได้ทั้งปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/477471

“แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ “ศูนย์ห้วยทรายฯ รูปแบบมีกินมีขายได้ทั้งปี

5 สิงหาคม 2564 – 19:06 น.

“แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่” ศูนย์ห้วยทรายฯ รูปแบบมีกินมีขายได้ทั้งปี

“เกษตรทฤษฎีใหม่”เป็นหนึ่งในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช 
นาถบพิตร ที่พระราชทานให้ปวงชนชาวไทยนำไปปฏิบัติเพื่อยกระดับผลผลิตให้มีอาหารพอเพียงสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างมั่นคงบนพื้นฐานของความพอเพียงและความสามัคคีมีการแบ่งปัน สามารถดำรงชีพอยู่ได้โดยไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจ

หรือแม้แต่จากสภาวะที่ทั่วโลกกำลังประสบกันอยู่คือการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส (โควิด 19) เกษตรทฤษฎีใหม่มีหลักสำคัญคือการบริหารจัดการที่ดินและน้ำเพื่อการผลิตภาคการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด

"แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ "ศูนย์ห้วยทรายฯ รูปแบบมีกินมีขายได้ทั้งปี
"แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ "ศูนย์ห้วยทรายฯ รูปแบบมีกินมีขายได้ทั้งปี

โดยแบ่งขั้นตอนการปฏิบัติออกเป็น 3 ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1 การผลิตแบบพอเพียงสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ภายใต้พื้นฐานของการประหยัดและลดค่าใช้จ่ายด้วยการจัดสรรพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน ในอัตราส่วน 30:30:30:10

โดย 30% แรก คือการขุดสระน้ำและเลี้ยงปลา 30%  ที่สองปลูกข้าว 30% ที่สามปลูกพืชสวน พืชไร่ และ10% ที่สี่เป็นที่อยู่อาศัย เลี้ยงสัตว์ โรงเรือนต่าง ๆ ซึ่งอัตราส่วนนี้สามารถลดหรือเพิ่มได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่ 

ขั้นตอนที่ 2 การรวมกลุ่มในรูปแบบของกลุ่มเกษตรกรหรือสหกรณ์เพื่อทำการผลิตและการตลาด การจัดการด้านความเป็นอยู่ สวัสดิการ การศึกษา สังคมและศาสนา

"แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ "ศูนย์ห้วยทรายฯ รูปแบบมีกินมีขายได้ทั้งปี

และขั้นตอนที่ 3 การสร้างเครือข่ายกลุ่มอาชีพ การติดต่อประสานงานเพื่อหาทุนหรือแหล่งเงินทุน เช่น ธนาคาร บริษัทห้างร้านเอกชนมาช่วยในการลงทุนและกระจายสินค้า ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิก

นับตั้งแต่ที่พระองค์ได้พระราชทานพระราชดำริการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ปวงชนชาวไทยทั่วทุกภูมิภาคต่างน้อมนำมาปฏิบัติใช้โดยมีศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง 6 แห่งทั่วภูมิภาคเป็นแหล่งสาธิต ศึกษาดูงาน ให้ข้อมูลพร้อมฝึกปฏิบัติให้แก่เกษตรกรที่สนใจอย่างต่อเนื่องตลอดมา

เช่นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี ได้มีการจัดสรรพื้นที่จำนวน 5 ไร่ บริเวณริมถนนเพชรเกษมขาเข้ากรุงเทพมหานคร ด้านหน้าของศูนย์ศึกษาฯ จัดทำเป็นแปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อให้ผู้ที่สนใจเข้ามาดูงานศึกษาเรียนรู้ พร้อมกับจับจ่ายสินค้าที่เป็นผลผลิตจากโครงการฯ ได้ทุกวัน

แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่นี้ มีสภาพเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าตามแนวถนนเพชรเกษม มีการจัดแบ่งพื้นที่เพื่อการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม มีการผลิตพืชหมุนเวียนต่อเนื่องแบบหลากหลาย ทุกตารางนิ้วก่อเกิดประโยชน์และสร้างรายได้แบบรายวัน รายเดือน และรายปี

"แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ "ศูนย์ห้วยทรายฯ รูปแบบมีกินมีขายได้ทั้งปี

นายโยธิน รัตคาม เจ้าหน้าที่งานขยายผลและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ อดีตนักวิชาการการเกษตร สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 2 จังหวัดราชบุรี ( สสก.2 ) ประจำศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ  เล่าให้ฟังว่า เบื้องต้นมีการปรับขนาดพื้นที่ในแต่ละกิจกรรมตามความต้องการของการผลิต เป็นที่อยู่อาศัย โรงเก็บวัสดุ โรงคัดแยกพืชผัก 155.82 ตารางวา สระน้ำ และบ่อน้ำพัก ความจุขนาด 1,000 ลูกบาศก์เมตร สามารถนำน้ำมาเติมได้ และแปลงพืชไร่ พืชสวน เน้นการผลิตที่มีความหลากหลายแบบเกษตรผสมผสาน ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่เดียวกัน

"แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ "ศูนย์ห้วยทรายฯ รูปแบบมีกินมีขายได้ทั้งปี

ปลูกผักบนดินแบบหมุนเวียนเพื่อลดปัญหาโรคแมลง ประกอบด้วย พริก มะเขือ ผักบุ้งจีน มะกรูด มะนาว โหระพา ปลูกในกระบะแบบยกสูง จำนวน 11 กระบะ ปลูกคะน้า กวางตุ้ง ผักกาดขาว ผักชี ขึ้นฉ่าย ปลูกมะเขือเทศในมุ้ง พื้นที่ 129.59 ตารางวา ปลูกพืชไร่หมุนเวียน

ประกอบด้วย อ้อยคั้นน้ำ ข้าวโพดฝักสด ถั่วลิสง 508.38 ตารางวา ปลูกไม้แบบผสมผสานสลับแถวเป็นพืชที่มีอายุในการให้ผลผลิตมากกว่า 3-5 ปี เช่น มะม่วง ส้มโอ ชมพู่ มะพร้าวน้ำหอม และพืชที่มีอายุให้ผลผลิตไม่เกิน 1 ปี เช่น ฝรั่ง มะละกอ กล้วยน้ำว้า เป็นต้น พื้นที่ว่างระหว่างแปลงปลูกดาวเรืองเพื่อตัดดอกจำหน่าย

สำหรับการเลี้ยงสัตว์ มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย การเลี้ยงไก่แบบปล่อย จำนวน 6 เล้า เล้าละ 100 ตัว รวมไก่ที่เลี้ยง 600 ตัว หมุนเวียนการปล่อยทุก 66 วัน และเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ จำนวน 12 บ่อ บ่อละ 600 ตัว

หมุนเวียนการปล่อยทุก 12 วัน เพื่อให้สามารถจับจำหน่ายได้ทุกอาทิตย์ และพื้นที่นาข้าว จำนวน 43.54 ตารางวา ใช้ผ้าพลาสติกความหนา 2 มิลลิเมตร ปูรองพื้นเพื่อเก็บน้ำ ยกคันนาสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ใส่ดินในแปลงสูง 25 เซนติเมตร สามารถหมุนเวียนปลูกได้ตามอายุการปลูกข้าวตลอดทั้งปี ทำให้มีข้าวเพียงพอต่อการบริโภคในครอบครัว และยังมีเหลือไว้ขายอีกด้วย

“มีการประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์ของการเจริญเติบโตของพืชทุกชนิด ภายใต้แนวทางการประหยัดน้ำในแปลงสาธิตมีการให้น้ำพืชแบบประหยัดถึง 2 รูปแบบ ประกอบด้วย การให้น้ำแบบฉีดฝอยด้วยสปริงเกอร์ และแบบหยดและฉีดฝอยใต้ต้นด้วยมินิสปริงเกอร์ ควบคู่กับการนำนวัตกรรมด้านการเกษตรมาใช้เพื่อลดแรงงาน

เช่น ระบบเปิดปิดประตูเล้าไก่อัตโนมัติ การให้น้ำพืชด้วยเครื่องตั้งเวลา เปิดปิดอัตโนมัติอีกด้วย ที่สำคัญแนวทางการจัดการพื้นที่ทำการผลิตด้วยเกษตรทฤษฎีใหม่เช่นนี้ จะทำให้เกษตรกรมีกินมีใช้เพียงพอตลอดทั้งปีในทุกสถานการณ์ และยังมีผลผลิตให้ได้ขายมีรายได้ทั้งรายวัน รายเดือน และรายปี อีกด้วย” นายโยธิน รัตคาม กล่าว

เกษตรกรหรือผู้สนใจต้องการศึกษาดูงานหรือเรียนรู้แนวทางการทำการเกษตรทฤษฎีใหม่แบบประยุกต์นี้ ตลอดถึงผลผลิตและผลิตภัณฑ์ที่สดใหม่เพื่อสุขภาพที่ดีด้วยปราศจากสารเคมี สามารถแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมพร้อมจับจ่ายได้ทุกวันที่แปลงสาธิตแห่งนี้ เบอร์โทรติดต่อ 032-593-253