พรรคกล้าปลื้ม! ‘กรณ์-วรวุฒิ’ ไลฟ์สดขายมังคุดใต้ 10 ตัน หมดใน 1 ชั่วโมง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594181

พรรคกล้าปลื้ม! 'กรณ์-วรวุฒิ'ไลฟ์สดขายมังคุดใต้ 10 ตัน หมดใน 1 ชั่วโมง

พรรคกล้าปลื้ม! ‘กรณ์-วรวุฒิ’ไลฟ์สดขายมังคุดใต้ 10 ตัน หมดใน 1 ชั่วโมง

วันพุธ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 10.48 น.

พรรคกล้าปลื้ม! “กรณ์-วรวุฒิ”ไลฟ์สดขายมังคุดใต้ 10 ตัน หมดใน 1 ชั่วโมง ป๊อกป๊อก-มูฟมี ส่งฟรีทั่วกรุง เตรียมขยายผลช่วยขายสินค้าเกษตรอื่นต่อสัปดาห์ละครั้ง แนะเกษตรกรใช้เทคโนโลยีไม่ต้องพึ่งคนกลาง

เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 10 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา เพจ PokPok รถอาหารแสนอร่อย ทำการไลฟ์สด ขายมังคุดเกรดพรีเมียม จากสวน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช และ อ.หลังสวน จ.ชุมพร จำนวน 10 ตัน โดยมี นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า , นายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรค , นายสราวุฒิ สุวรรณรัตน์ ผู้กล้า จ.นครศรีธรรมราช ร่วมกับ PokPok บริษัทสตาร์ทอัพที่เกิดจากโครงการ กล้าสตาร์ทอัพ และตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า Muvmi มาช่วยกันขายมังคุดเพื่อช่วยเกษตรกรชาวสวนในภาคใต้ ที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำ ราคาซื้อขายหน้าสวนเพียงกิโลกรัมละ 3 – 6 บาท ทาง PokPok ได้ซื้อมาในราคากิโลกรัมละ 20 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรได้กำไรและอยู่ได้ บรรจุใส่ลังอย่างดีลังละ 10 กิโลกรัม จำหน่ายลังละ 300 บาท ไม่คิดค่าบริการขนส่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่เปิดให้สั่งสินค้า มีคนสนใจสั่งมังคุดจำนวนมาก เนื่องจากส่วนใหญ่เชื่อมั่นว่ามังคุดภาคใต้เป็นมังคุดที่อร่อยที่สุด ส่งผลให้สามารถขายหมดภายในเวลา 1 ชั่วโมง และในวันที่ 11 สิงหาคม 2564 นี้ PokPok และตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า Muvmi จะทยอยส่งให้ลูกค้าในเขตกรุงเทพมหานครตามออเดอร์ คาดว่าจะสามารถดำเนินการส่งให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน

นายกรณ์ กล่าวว่า มังคุดล็อตที่นำมาจำหน่ายในครั้งนี้ เก็บจากสวน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทำให้ยังมีความสด รสชาติ หวานอร่อย และที่พิเศษคือ สวนลุงโอ๋ จ.ชุมพร เป็นมังคุดออการ์นิกส์ ลังที่ใช้บรรจุมังคุด จะมีข้อมูลเพื่อตรวจสอบย้อนกลับได้ ว่ามาจากสวนไหน คือมีทั้งชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และคิวอาร์โค้ด ซึ่งถือว่าเป็นพัฒนาการที่ดีของเกษตรกร ที่กล้าการันตีผลผลิตของตัวเอง

นายวรวุฒิ กล่าวว่า หลังจากที่ แพลตฟอร์ม PokPok ซึ่งเกิดจากโครงการ กล้าสตาร์ทอัพ ประสบความสำเร็จจากการสรรหาอาหารอร่อยจากที่ต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร ส่งตรงผู้บริโภคถึงบ้าน โดยไม่คิดค่า GP ทุกคนสามารถได้รับประทานของอร่อยในราคาเท่ากับไปที่ร้าน โดยไม่ต้องเดินทาง หลังจากที่ดำเนินงานมาได้ 3 เดือนได้รับผลตอบรับดีมาก วันนี้ PokPok จึงมาช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตทางการเกษตรราคาตกต่ำ เหมือนเราได้ช่วยติดอาวุธให้เกษตรกร ให้รู้จักการใช้เทคโนโลยีในการจำหน่ายผลผลิตของเขา เพราะปกติมังคุดต้องไปซื้อตามห้างหรือตามตลาด และหากเป็นผลไม้คัดเกรด ราคาจะค่อนข้างสูง แต่วันนี้เราขายผลไม้เกรดพรีเมี่ยม สดจากสวนใต้ ลังละ 300 บาท บรรจุ 10 กิโลกรัม ซึ่งรวมค่าขนส่งไว้ทั้งหมดแล้ว ปกติ 10 กิโลกรัม ค่าขนส่งก็ประมาณ 100 บาท เท่ากับเราขายเกือบเท่าราคาทุน

นายวรวุฒิ กล่าวด้วยว่า การขายสินค้าที่ลูกค้ายังไม่เห็นสินค้า สิ่งสำคัญคือต้องสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าสินค้าดีจริง พรรคกล้า ได้ลงไปช่วยแนะนำให้ทำระบบตรวจสอบย้อนกลับ คือเจ้าของสวนเอาชื่อเบอร์โทร มีคิวอาร์โค้ดให้สั่งซื้อวันหลังได้ แปะไว้บนกล่องบรรจุ หากของไม่ดีจริงเขาก็เสียชื่อ เพราะฉะนั้นสินค้าต้องมีคุณภาพ แพคเกจต้องไม่บุบไม่ยุบ ไม่ทำให้ผลไม้เสียหาย อย่างไรก็ตามการช่วยขายครั้งนี้ เป็นการช่วยแบบชั่วคราว แต่สิ่งที่เราต้องการจริงๆ คือ ทำให้เกษตรกรรู้ว่า การขายสินค้าเกษตรวันนี้ สามารถทำได้ด้วยเทคโนโลยีออนไลน์ ถ้าเขารู้จักใช้เทคโนโลยี ในอนาคตก็ไม่ต้องพึ่งเรา ไม่ต้องพึ่งล้ง เขาสามารถที่จะขายกันเองได้ในราคาที่ดี เสียดายช่วงนี้ ระบบโลจิสติกส์มีปัญหา ทำให้ส่งสินค้าไม่ได้ในบางพื้นที่ หากไม่มีปัญหา เราก็จะแนะนำให้ผู้ซื้อโอนเงินตรงให้ชาวสวน และให้พวกเขาจัดส่งไปยังผู้บริโภคทั่วประเทศเอง

“อนาคตโครงการแบบนี้ จะไม่ได้ขายเฉพาะมังคุด แต่เราจะไลฟ์ช่วยเกษตรกรขายผลไม้อื่น สัปดาห์ละครั้ง เช่น ลำไย ลองกอง ส้ม ส้มโอ ฯลฯ เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง สอนบุตรหลานให้ขายของเป็น เพื่อให้เขาอยู่รอด และได้กำไรจากการทำเกษตรกรรม” นายวรวุฒิ กล่าว

สกู๊ปพิเศษ : ‘เราคนเพชรต้องช่วยกัน’ สส.สุชาติลุยภารกิจพิชิตโรคระบาด ส่งของอุปโภค-บริโภคช่วยประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594101

สกู๊ปพิเศษ : ‘เราคนเพชร ต้องช่วยกัน’  สส.สุชาติลุยภารกิจพิชิตโรคระบาด  ส่งของอุปโภค-บริโภคช่วยประชาชน

สกู๊ปพิเศษ : ‘เราคนเพชร ต้องช่วยกัน’ สส.สุชาติลุยภารกิจพิชิตโรคระบาด ส่งของอุปโภค-บริโภคช่วยประชาชน

วันพุธ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สส.สุชาติ อุสาหะ เพชรบุรี เขต 3 และ “กลุ่มเพื่อน สส.เปี๊ยก”ลุยช่วยเหลือพื้นที่หนองหญ้าปล้อง-แก่งกระจาน ร่วมมอบเครื่องอุปโภค-บริโภค เต็นท์ผ้าใบเครื่องฉีดพ่นแอลกอฮอล์ สนับสนุน และเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ ช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ด้อยโอกาส ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19

นายสุชาติ อุสาหะ สส.เพชรบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐและ“กลุ่มเพื่อน สส.เปี๊ยก”ได้ร่วมกันนำเครื่องอุปโภค-บริโภค อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง เป็นต้น จำนวน 250 ชุด ไปมอบให้นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอแก่งกระจาน และนายสุขประเสริฐ ทับสี สสอ.แก่งกระจาน เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่กลุ่มผู้ป่วยติดเตียงซึ่งมีฐานะยากจน กลุ่มผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส ในพื้นที่รับผิดชอบที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 พร้อมกันนี้ยังได้จัดมอบของ อุปโภค-บริโภค อีก จำนวน 220 ชุด ไปมอบให้ชุมชนในพื้นที่ อ.หนองหญ้าปล้อง โดยมีนายทวิช เที่ยวมาพบสุข นายอำเภอหนองหญ้าปล้อง และ น.ส.สุมาลี จันทรสุขโข สสอ.หนองหญ้าปล้อง รับมอบเพื่อ นำไปแจกจ่ายให้แก่กลุ่มผู้ป่วยติดเตียงซึ่งมีฐานะยากจน กลุ่มผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาสที่อยู่ในความดูแล ณ ศาลาประชาคม อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี

นอกจากนี้ ยังร่วมกันไปมอบเต็นท์ผ้าใบ จำนวน 1 หลัง สำหรับประชาชนที่รอเข้ามาใช้บริการในการรักษา และเครื่องฉีดพ่นแอลกอฮอล์ จำนวน 5 เครื่อง เพื่อดูแล ให้แก่ พญ.อนุธิดาประทุม ผอ.รพ.แก่งกระจาน เพื่อนำไปใช้ในภารกิจของโรงพยาบาล ณ รพ.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี อีกด้วย

สส.สุชาติ กล่าวว่า ขอขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านที่เสียสละ และมุ่งมั่นในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวเพชรบุรีมาโดยต่อเนื่อง และขอขอบคุณ สจ.อุทิศ เพิ่มทรัพย์ สจ.สุชาติ สมใจ สจ.เขต อ.แก่งกระจาน ผอ.มีชัย ปฏิยุทธผอ.โครงการส่งน้ำแก่งกระจาน รวมทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทุกท่านที่ให้เกียรติไปร่วมรับมอบสิ่งของดังกล่าว

“ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านและขอขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ที่เสียสละและมุ่งมั่นในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวเพชรบุรีมาโดยต่อเนื่อง สำหรับกระผมในฐานะสส. ยินดีให้ร่วมมือและพร้อมสนับสนุนภารกิจของพวกท่านอย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อพิชิตโรคระบาดในครั้งนี้ไปด้วยกัน”

ศิลปิน-แฟนเพลงร่วมรำลึก 13 ปี ‘ยอดรัก สลักใจ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594102

ศิลปิน-แฟนเพลงร่วมรำลึก13ปี‘ยอดรัก สลักใจ’

วันพุธ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดหาดแตงโม อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ชมรมเรารักยอดรัก สลักใจ พร้อมด้วยแฟนเพลง ร่วมจัดงานครบรอบ 13 ปีการจากไปของ “ยอดรัก
สลักใจ” หรือ ส.ต.ต.นิพนธ์ ไพรวัลย์ ขุนพลเพลงลูกทุ่งขวัญใจชาวไทย ที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2551 เพื่อเป็นการรำลึกถึง “ยอดรัก สลักใจ”

โดยชมรมเรารักยอดรัก สลักใจพร้อมด้วยแฟนเพลง ร่วมกันจัดงานรำลึก 13 ปี ของยอดรัก สลักใจ ที่วัดหาดแตงโม ซึ่งเป็นบ้านเกิดของยอดรักอย่างเรียบง่ายในช่วงสถานการณ์โควิด โดยมีการทำบุญถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ที่วัดหาดแตงโม ส่วนบริเวณที่หน้าศาลา ซึ่งเป็นที่ตั้งหุ่นรูปปั้นยอดรักได้ทำพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณของยอดรัก ด้วยอาหารคาวหวาน มีแฟนคลับ และแฟนเพลงของยอดรัก ที่อยู่ใน จ.พิจิตร เดินทางมากราบไหว้ ทำบุญอุทิศส่วนกุศล ขณะที่กลุ่มศิลปิน ยังร่วมนำเครื่องดนตรี มาขับร้องบทเพลงของยอดรัก สลักใจ ที่ขับร้องไว้เพื่อรำลึกถึงบทเพลงของขุนพลเพลงลูกทุ่งขวัญใจชาวไทย

กรมชลฯพัฒนาลุ่มน้ำอิงเพิ่มศักยภาพเก็บกักน้ำ ช่วยชาวพะเยา-เชียงรายพ้นอุทกภัยภัยแล้งซ้ำซาก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594105

กรมชลฯพัฒนาลุ่มน้ำอิงเพิ่มศักยภาพเก็บกักน้ำ  ช่วยชาวพะเยา-เชียงรายพ้นอุทกภัยภัยแล้งซ้ำซาก

กรมชลฯพัฒนาลุ่มน้ำอิงเพิ่มศักยภาพเก็บกักน้ำ ช่วยชาวพะเยา-เชียงรายพ้นอุทกภัยภัยแล้งซ้ำซาก

วันพุธ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาลุ่มน้ำอิง เป็นหนึ่งในแผนพัฒนาแหล่งน้ำในกลุ่มภาคเหนือตอนบน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งซ้ำซาก ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและพะเยา ซึ่งกรมชลประทานได้ดำเนินการพัฒนาลุ่มน้ำอิง เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ตามนโยบายของรัฐบาล นำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) และนโยบายของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการฟื้นฟูแหล่งน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำ แก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชนในพื้นที่โดยรอบโครงการ

จากสภาพปัญหาของลุ่มน้ำอิง พบว่าพื้นที่ลุ่มน้ำอิงทั้งหมด 7,239 ตร.กม. ครอบคลุมพื้นที่ 17 อำเภอ แบ่งเป็นจังหวัดเชียงราย 10 อำเภอและจังหวัดพะเยา 7 อำเภอ รวมระยะทางตลอดลำน้ำอิงยาว 314 กม. ลักษณะสภาพลำน้ำอิงรับน้ำจากเนินเขาสูง ลักษณะดินเป็นดินทราย และมีปัญหาตื้นเขินจากการทับถมของตะกอนดินประกอบกับปริมาณน้ำท่าในลุ่มน้ำอิงปีละประมาณ 1,300 ล้านลบ.ม. แต่ความสามารถในการเก็บกักน้ำยังไม่เต็มศักยภาพ ทำให้น้ำจากต้นน้ำอิงที่จังหวัดพะเยา ไหลลงไปที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ลงสู่แม่น้ำโขงกว่า 1,200 ล้าน ลบ.ม. ส่งผลให้ฤดูแล้งไม่มีน้ำเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและเพื่อการเกษตรของประชาชนในพื้นที่ 2 จังหวัด ขณะที่ฤดูฝนมีปริมาณน้ำมากเกิดอุทกภัยทุกปี

ที่ผ่านมากรมชลประทาน โดยโครงการชลประทานพะเยา สำนักชลประทานที่ 2 ได้ทำการพัฒนาลุ่มน้ำอิงทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำได้แก่ การสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง อ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ฝาย และประตูระบายน้ำ สามารถเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักได้จำนวน 159 ล้านลูกบาศก์เมตรอย่างไรก็ตาม ความต้องการใช้น้ำของประชาชนในพื้นที่รับน้ำที่มีเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจำเป็นต้องเพิ่มศักยภาพการเก็บกักน้ำ บริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ควบคู่ไปกับการวางแผนเก็บกักน้ำไว้ใช้ในอนาคตให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทานกล่าวว่า กรมชลประทานได้วางแผนพัฒนาหนองเล็งทราย จังหวัดพะเยา รวม 6 ระยะ ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 877.64 ล้านบาท แบ่งเป็นระยะที่ 1 ปรับปรุงและฟื้นฟูร่องน้ำเดิม โดยการขุดลอกให้มีขนาดกว้างขึ้น ซึ่งดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพิ่มปริมาณเก็บกักน้ำได้ 3.256 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันกำลังดำเนินการะระยะที่ 2 เพิ่มประสิทธิภาพกักเก็บน้ำ ก่อสร้างฝายพับได้ เพิ่มระดับเก็บกักน้ำอีก 1 เมตร จะได้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 7 ล้าน ลบ.ม. ควบคู่กับฟื้นฟูแก้มลิงช่วยเพิ่มปริมาณกักเก็บน้ำได้ 1.9 ล้าน ลบ.ม. ส่วนระยะที่ 3-6 เป็นการฟื้นฟูแหล่งน้ำรอบหนองเล็งทราย งานสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้างานระบบกระจายน้ำและทำนบดิน จะดำเนินการภายในปี 2565-2566

สำหรับแผนการพัฒนากว๊านพะเยา ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญแต่ปัจจุบันประสบปัญหาตื้นเขินจากการทับถมของตะกอน และมีผักตบชวา วัชพืชมากขึ้น คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม มีการบุกรุกลำน้ำสาขาและกว๊านพะเยา ปริมาณสัตว์น้ำลดลง มีประชากรที่ได้รับผลกระทบใน 6 ตำบล ของอำเภอเมืองพะเยา โดยกรมชลประทานได้วางแผนพัฒนากว๊านพะเยาโดยการขุดลอกตะกอนดิน และทำอาคารบังคับน้ำ ระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปี 2564-2567 รวมงบประมาณ 750 ล้านบาท เพื่อเป็นแหล่งน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรอบกว๊านพะเยาฝั่งตะวันตก 5,000 ไร่ เป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคของเมืองพะเยา

เชียงรายประกวด อาหารพื้นถิ่น-ฟิวชั่น เสริมการท่องเที่ยว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594104

เชียงรายประกวด อาหารพื้นถิ่น-ฟิวชั่น เสริมการท่องเที่ยว

วันพุธ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงราย ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จัดกิจกรรมประกวดทำอาหารพื้นถิ่นและอาหารฟิวชั่น ที่อาคารปฏิบัติการเฉพาะวิชาคหกรรมศาสตร์ สำนักวิชาสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย โดยมีนายวุฒิชัย เสาวโกมุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิด และนายบุญเชิด ลีลาคุณากร ท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงราย กล่าวรายงาน พร้อมนำผู้เกี่ยวข้องและทีมปรุงอาหารจากผู้ประกอบการชื่อดังและสถานศึกษาต่างๆ เข้าประกวด โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคืออาหารพื้นถิ่น และอาหารพื้นถิ่นฟิวชั่น ซึ่งพบว่ามีทีมเข้าร่วมแข่งขันประเภทละ 8 ทีม โดยต่างนำวัตถุดิบและเครื่องปรุงต่างๆ เข้าร่วมแข่งขันอย่างมีสีสัน 

นายบุญเชิดกล่าวว่า จ.เชียงราย ได้กำหนดจัดกิจกรรมส่งเสริมปีการท่องเที่ยว จ.เชียงราย “VisitChiangrai Year ประจำปี 2564” ภายใต้โครงการส่งเสริมการตลาดและการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรม เชิงนิเวศ และเชิงสุขภาพแบบบูรณาการ 

ดังนั้นจึงมีการจัดประกวดอาหารพื้นถิ่นโดยแบ่งเป็น 2 ประเภทดังกล่าวโดยประเภทแรกเน้นความเป็นอัตลักษณ์ชุมชนโดยให้คงรสชาติ รูปลักษณ์ของอาหารตามแบบฉบับดั้งเดิม ส่วนประเภทฟิวชั่นเน้นใช้วัตถุดิบหลักอย่างใบชาและกาแฟ เพื่อเปิดให้ผู้แข่งขันนำใบชาและกาแฟมารังสรรค์เข้ากับอาหารถิ่นในรูปอาหารฟิวชั่น ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 50,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและประกาศนียบัตร

ลุยเกษตรสุดเขตไทย : ช่วยพยุงราคาผลไม้สุดด้ามขวานไทย ต่อลมหายใจพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594106

ลุยเกษตร สุดเขตไทย : ช่วยพยุงราคาผลไม้สุดด้ามขวานไทย ต่อลมหายใจพี่น้อง3จังหวัดชายแดนใต้

วันพุธ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ลุยเกษตรสุดเขตไทย โดย “หนุ่มยูโร” วันนี้ยังอยู่ที่ภาคใต้ ไปดูการช่วยเหลือพี่น้องชาวสวนผลไม้ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา นราธิวาส และปัตตานี เป็นเรื่องที่น่ายินดีเมื่ออาทิตย์ก่อน รองนายกสมาคมผู้ส่งออกผลไม้ไทยภาคใต้ ได้นำนักลงทุนและผู้ส่งออกชาวจีนเดินทางมายังจังหวัดนราธิวาส เพื่อเข้าพบนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกอบจ.นราธิวาส นายสาราหุดิน อาบู ประธานสภาอบจ.นราธิวาส เพื่อสร้างความมั่นใจและปรึกษาแนวทางการรับซื้อผลไม้เพื่อส่งออกไปยังตลาดประเทศจีนเพื่อช่วยพยุงราคาผลไม้ที่ตกต่ำเพราะพิษโควิด-19

สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาสเป็นจังหวัดที่ “หนุ่มยูโร”คุ้นเคย เดินทางไปถ่ายทอดเรื่องการเกษตรหลายครั้ง ร่วมกับทีมลุงพร เกษตรก้าวไกล ลุยสวนทุเรียนมาแล้วมากมาย รับรู้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรในพื้นที่เป็นอย่างดี เราลุยสุดชายแดนไปถึง อ.เบตง ใต้สุดสยาม ชื่นชมในผลผลิตของเกษตรกรทุกปี มาช่วงนี้ทราบว่าราคาผลไม้ตกต่ำมากๆ ทั้งทุเรียน มังคุด และลองกอง

นับว่ายังมีข่าวดีคือการเปิดตลาดกลางการเกษตร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนโยบายของจังหวัดนราธิวาส โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส เพื่อต้องการกระจายผลผลิตทางการเกษตรที่ได้รับผลกระทบ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 จึงได้เชิญนักลงทุนและพ่อค้าผู้รับซื้อผลไม้ ทั้งไทยและต่างประเทศ รวมกันปรึกษาหาแนวทางในการกระตุ้นเศรษฐกิจและระบายผลผลิตในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยแนวทางในการดำเนินการ จะเปิดตลาดกลางการเกษตรให้เกษตรกรสามารถนำผลผลิตโดยเฉพาะทุเรียน นำมาขายได้ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป

นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกอบจ.นราธิวาส กล่าวว่า การเปิดตลาดกลางทางการเกษตรจังหวัดนราธิวาส เพื่อลดต้นทุนของเกษตรกรในการเดินทางเพื่อนำผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะทุเรียน ไปขายยังจังหวัดยะลา และเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการ ในการเฝ้าระวังโควิด-19 การเปิดตลาดกลางการเกษตรในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากนายเจษฎา จิตรัตน์ ผวจ.นราธิวาส ซึ่งได้ออกคำสั่งมาตรการการผ่อนปรนในเรื่องของการเดินทาง หลังเวลา 21.00 น. ถึง 04.00 น. เพื่อให้เกษตรกรสามารถเดินทางและขนส่งผลไม้ มายังพื้นที่ตลาดกลางการเกษตรได้

นายสาราหุดิน อาบู ประธานสภาอบจ.นราธิวาส ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวถึง การดำเนินการจัดเตรียมสถานที่เพื่อรองรับเกษตรกรในการนำผลผลิตมาขายในครั้งนี้ว่า การจัดเตรียมตลาดการเกษตรซึ่งตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษมขาออก ข้างปั๊ม ปตท. ปลักปลา ซึ่งที่นี้ ถือเป็นสถานที่ที่เหมาะสม เพราะเป็นเส้นทางหลัก ที่เกษตรกรสามารถเดินทางได้สะดวก ตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษม 4084 สะดวกกับการเดินทาง ประกอบกับมีร้านค้า ร้านอาหาร ที่สามารถอำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี

นายมูหามัดรอซากี รองนายกสมาคมผู้ส่งออกผลไม้ภาคใต้ กล่าวถึงแนวทางในการรับซื้อผลไม้โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งมีผลผลิตมากในจังหวัดนราธิวาสว่า เกษตรกรทุเรียนสามารถนำทุเรียนมาจำหน่ายให้กับนักลงทุนและผู้ซื้อได้โดยตรง โดยทางสมาคมฯ ได้ติดต่อประสานงานไปยังผู้ซื้อจากหลายๆส่วน ทั้งจากตลาดไท กลุ่มผู้ส่งออก ชาวไทยและต่างประเทศ โดยในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากผู้ส่งออกชาวจีน ได้เดินทางมาดูสถานที่และจะเปิดตลาดรับซื้อโดยตรงใช้ระยะเวลา ประมาณ 2 เดือน

ส่วนที่จ.ยะลา พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เร่งแก้ปัญหาการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร
ในพื้นที่ จ.ยะลา โดยเปิดตลาดที่แยกมาลายูบางกอง ถนนสาย 15 ตำบลสะเตงอำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยบริเวณจุดดังกล่าวถือเป็นจุดที่มีการรับซื้อทุเรียนรายใหญ่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ในพื้นที่จะนำทุเรียนมาจำหน่ายให้กับผู้ประกอบการเพื่อส่งจำหน่ายต่อในพื้นที่อื่นๆ โดยปัญหาที่พบในปีนี้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของระบบการขนส่งที่ไม่สามารถขนส่งไปจำหน่ายในพื้นที่ต่างๆ ได้ เนื่องจากในพื้นที่เองมีมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะในการเดินทางไป-มานอกพื้นที่

นับเป็นเรื่องที่ดีที่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เข้ามาช่วยเกษตรกรอีกแรงครับ

 “หนุ่มยูโร”

“เครือข่ายชาวสวนมังคุด” ขอบคุณ “กองทัพอากาศ” ช่วยเร่งระบายผลผลิตสู่ปลายทางช่วงวิกฤติ “โควิด-19” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/478218

“เครือข่ายชาวสวนมังคุด”ขอบคุณ”กองทัพอากาศ”ช่วยเร่งระบายผลผลิตสู่ปลายทางช่วงวิกฤติ “โควิด-19”

10 สิงหาคม 2564 – 18:07 น.

“เครือข่ายชาวสวนมังคุด”ขอบคุณ”กองทัพอากาศ”ช่วยเร่งระบายผลผลิตสู่ปลายทาง วอนอย่าดราม่าซ้ำเติม”เกษตรกร” ย้ำชัดขนส่งทางอากาศทางออกดีที่สุดช่วงวิกฤติ “โควิด-19”

จากกรณี”กองทัพอากาศ”ได้นำเครื่องบิน SAAB 340 ลำเลียงผลผลิตทางการเกษตรผลไม้จากแหล่งผลิตทางภาคใต้สู่ปลายทางภาคเหนือ จนเกิดดราม่าว่า “ไม่เห็นด้วยกับกองทัพอากาศที่เอาเครื่องบิน SAAB 340  บินขนมังคุดจากสุราษฎร์ธานี ไปแลกเปลี่ยนกับลำไยที่เชียงใหม่และลำพูน เป็นการใช้ทรัพย์สินที่ผิด ประเภทและไม่คุ้มค่ากับค่าใช้จ่าย”  

กระทั่งพลอากาศโท ฐานัตถ์ จันทร์อำไพ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ ได้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด -19  และเป็นการใช้ชั่วโมงฝึกบินของนักบินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ได้ใช้งบเพิ่มขึ้น

ประกอบกับแต่ละเที่ยวบินมีพื้นที่ว่างพอ สำหรับการบรรทุกสิ่งของ จึงเป็นการแสวงหาประโยชน์ร่วมกับภารกิจการช่วยลำเลียงผลิตทางการเกษตร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรในการระบายสินค้าไปยังพื้นที่ปลายทาง 

"เครือข่ายชาวสวนมังคุด"ขอบคุณ"กองทัพอากาศ"ช่วยเร่งระบายผลผลิตสู่ปลายทางช่วงวิกฤติ "โควิด-19"

          นายธวัชชัย เทพเลื่อน ผู้ช่วยผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเมืองสุราษฎร์ธานี จำกัด

ล่าสุดวันนี้(10 ส.ค.64)นายธวัชชัย เทพเลื่อน ผู้ช่วยผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเมืองสุราษฎร์ธานี จำกัดได้ออกมากล่าวขอขอบคุณทางกองทัพอากาศที่ได้นำเครื่องบิน SAAB 340 มาช่วยในการระบายผลผลิตเงาะ มังคุดจากแหล่งผลิตสู่ปลายทางอย่างรวดเร็วเนื่องจากสองชนิดนี้เป็นผลไม้เปราะบาง เน่าเสียได้ง่าย หากใช้ระยะเวลาขนส่งที่ยาวนาน  ในขณะที่ทุกวันนี้มีอยู่ทางเลือกเดียวคือการขนส่งโดยรถยนต์

"เครือข่ายชาวสวนมังคุด"ขอบคุณ"กองทัพอากาศ"ช่วยเร่งระบายผลผลิตสู่ปลายทางช่วงวิกฤติ "โควิด-19"

“จริงอยู่การขนส่งทางอากาศอาจไม่คุ้มค่าคุ้มทุน แต่ถ้ามองในแง่ความสดของผลไม้ถึงมือผู้บริโภค ก็ถือว่าคุ้มมาก ผลไม้ก็ได้ระบายออกจากสวนอย่างรวดเร็ว อย่ามองแค่ว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม แต่ให้มองถึงประโยชน์ที่จะได้รับมากกว่า   แต่ขอให้เป็นผลผลิตของสหกรณ์ของเกษตรกรจริง ๆ ไม่ใช่ของบริษัทเอกชน”

นายธวัชชัย  กล่าวต่อว่า  การกระจายผลไม้จากแหล่งผลิตที่ผ่านมานั้นใช้รถบรรทุกเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นส่งให้กับทางชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยหรือ ชสท.ที่กรุงเทพฯหรือสหกรณ์ปลายทางอีกหลายจังหวัดในภาคเหนือและอีสาน ซึ่งจะต้องขนส่งโดยรถยนต์ทั้งสิ้นและใช้ระยะเวลาเดินทางหลายวัน เมื่อไปถึงจุดหมายคุณภาพอาจจะมีปัญหาไม่สดเหมือนต้นทางจากแหล่งผลิต

“อย่างวันนี้ก็ส่งเงาะไปโคราช 1 ตันกว่าจะถึงคงอีก 2 วัน ถ้าใช้เครื่องบินชั่วโมงเดียว คุณภาพผลผลิตก็ไม่เสียหาย ยิ่งในช่วงโควิดระบาด ขนส่งทางเครื่องบินน่าจะเป็นทางออกเดียวที่ดีที่สุด”ผู้ช่วยผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเมืองสุราษฎร์ธานี จำกัดกล่าว

และย้ำว่าหากจะต้องขนส่งทางอากาศก็จะต้องมีการเตรียมวางแผนไว้ล่วงหน้าเมื่อถึงปลายทาง โดยเฉพาะการกระจายผลผลิตสู่ผู้บริโภคจะต้องใช้เวลาไม่นานและจะต้องขนส่งแต่ละครั้งจะต้องใช้ผลผลิตในปริมาณมากเพื่อให้คุ้มค่าใช้จ่ายในการขนส่งให้มากที่สุด

ขณะที่ นายพรชัย โชติวรรณ เจ้าของสวนมังคุดไข่นุ้ย อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราชยอมรับว่าการ ขนส่งทางรถยนต์ขณะนี้มีปัญหาทั้งจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 และระยะเวเลที่ยาวนาน โดยเฉพาะมังคุดและเงาะ เนื่องจากไม่สามารถคงสภาพเดิมได้เมื่อถึงปลายทาง การขนส่งทางเครื่องบิน น่าจะเป็นทางออกดีที่สุดในเวลานี้

“เห็นด้วยอย่างมากในการขนส่งทางเครื่องบิน อย่าว่าแต่เครื่องบินของกองทัพอากาศเลย เครื่องบินของการบินไทย ช่วงนี้ยังทำการบินไม่ได้จอดทิ้งไว้เฉย ๆ ทำไมไม่เอามาบินขนผลไม้ช่วยเกษตรกรระบายผลผลิต”เจ้าของสวนมังคุดไข่นุ้ย กล่าวย้ำ

"เครือข่ายชาวสวนมังคุด"ขอบคุณ"กองทัพอากาศ"ช่วยเร่งระบายผลผลิตสู่ปลายทางช่วงวิกฤติ "โควิด-19"
"เครือข่ายชาวสวนมังคุด"ขอบคุณ"กองทัพอากาศ"ช่วยเร่งระบายผลผลิตสู่ปลายทางช่วงวิกฤติ "โควิด-19"

นายปราโมทย์ วุฒิมานพ  เจ้าของสวนมังคุดวุฒิมานพ ต.พรหมโลก อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช

ด้านนายปราโมทย์ วุฒิมานพ  เจ้าของสวนมังคุดวุฒิมานพ ต.พรหมโลก อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช อีกรายกล่าวเห็นด้วยในการขนส่งผลผลิตผลไม้ทางเครื่องบินในช่วงวิกฤติโควิด-19 เนื่องจากการขนส่งทางรถยนต์ตามปกติไม่อาจทำได้    

“เห็นด้วยกับการขนส่งทางเครื่องบินในช่วงวิกฤติ แต่ถ้าอยู่ในภาวะปกติก็ไม่มีความจำเป็นเพราะระบบการขนส่งโลจิสติกส์ก็มีความพร้อมอยู่แล้ว  ส่วนคนที่ค้านก็ขอให้เข้าใจหัวอกเกษตรกรด้วย แค่ราคาตกต่ำก็เจ็บปวดมากพออยู่แล้ว  ขออย่าได้ซ้ำเติมกันอีกเลย”เจ้าของสวนมังคุดวุฒิมานพ  กล่าววิงวอน

นายปราโมทย์  ยังกล่าวเรียกร้องรัฐบาลให้หน่วยงานเกี่ยวข้องมาจัดระเบียบสวนผลไม้ให้ได้มาตรฐาน”จีเอพี”(GAP) พร้อมประกันราคาผลผลิตขั้นต่ำโดยคำนวณจากจุดที่คุ้มทุนเพื่อทำให้เกษตรกรมีกำลังใจในการบริหารจัดการสวนให้ได้มาตรฐานเพื่อผลผลิตที่มีคุณภาพ ทั้งยังเป็นการจูงใจให้เกษตรกรเจ้าของสวนผลไม้ เข้าสู่ระบบจีเอพีมากขึ้นเพื่อจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องราคาและการตลาด

“ทางออกในระยะยาว ก็อยากให้หน่วยงานภาครัฐมาจัดระเบียบสวนให้ได้มาตรฐานจีเอพี(GAP) สวนไหนที่ได้จีเอพีแล้วก็ประกันราคารับซื้อให้เขาเลย สมมติมังคุดคำนวณต้นทุนแล้วประกันราคาขั้นต่ำอยู่ที่โลละ 20 บาท ถ้าขายได้ต่ำกว่านี้รัฐบาลก็ชดเชยส่วนต่างไป แต่ถ้าขายได้เกินกว่า 20 บาทก็เป็นกำไรของเกษตรกร ถ้าทำแบบนี้ได้ทุกสวนก็จะหมดปัญหาเรื่องราคา รัฐบาลก็ไม่ต้องมาแก้ปัญหากันทุกปี”เจ้าของสวนมังคุดวุฒิมานพ  ย้ำทิ้งท้าย

“ไทย” ได้รับเลือกเป็นประธานการประชุมสมัชชาความร่วมมือ “ดินโลก” (Global Soil Partnership) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/478135

“ไทย ได้รับเลือกเป็นประธานการประชุมสมัชชาความร่วมมือ”ดินโลก” (Global Soil Partnership)”

10 สิงหาคม 2564 – 10:38 น.

“ไทย ได้รับเลือกเป็นประธานการประชุมสมัชชาความร่วมมือ”ดินโลก” (Global Soil Partnership)”ครั้งที่ 9 เป็นบทบาทที่สำคัญของประเทศไทยในการขับเคลื่อนนโยบายด้าน”ทรัพยากรดิน”ในเวทีระดับโลก 

นายธนวรรษ เทียนสิน อัครราชทูต (ฝ่ายเกษตร) นางสาวรัชนก แสงเพ็ญจันทร์ ที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) และนางศุภจิต ศรีอริยวัฒน์ เลขานุการเอก (ฝ่ายเกษตร) สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโรม (สปษ.โรม) ได้ประชุมเตรียมการจัดการประชุมสมัชชาความร่วมมือทรัพยากรดินโลก (Global Soil Partnership: GSP PA) ครั้งที่ 9

ร่วมกับนาย Ronald Vargas ฝ่ายเลขานุการ GSP/FAO ซึ่งกำหนดจะจัดขึ้นในวันที่ 8-10 กันยายน 2564 โดยในการประชุมที่จะถึงนี้ นายธนวรรษ เทียนสิน ได้รับการเสนอชื่อจากประเทศสมาชิก และเป็นผู้แทนกลุ่มภูมิภาคเอเชีย ให้ทำหน้าที่ประธานสมัชชาความร่วมมือดินโลก (GSP) และจะทำหน้าที่ประธานในการประชุม GSP ครั้งที่ 9 

"ไทย ได้รับเลือกเป็นประธานการประชุมสมัชชาความร่วมมือ"ดินโลก" (Global Soil Partnership)"

ที่ผ่านมารองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์” ระพีภัทร์ จันทร์ศรีวงศ์ “เป็นคนไทยคนแรกที่เคยทำหน้าที่ประธานสมัชชาความร่วมมือดินโลก (Chairperson of GSP) และอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน “เบญจพร ชาครานนท์” เคยทำหน้าที่ประธานสมัชชาความร่วมมือทรัพยากรดินแห่งภูมิภาคเอเชีย (Chairperson of Asian Soil Partnership : ASP) ซึ่งเป็นบทบาทที่สำคัญของประเทศไทยในการขับเคลื่อนนโยบายด้านทรัพยากรดินในเวทีระดับโลก 

"ไทย ได้รับเลือกเป็นประธานการประชุมสมัชชาความร่วมมือ"ดินโลก" (Global Soil Partnership)"

สหประชาชาติและ FAO ได้กำหนดให้ วันที่ 5 ธันวาคม 2563 เป็น “วันดินโลก” (World Soil Day) ซึ่งเป็นวันที่ตั้งขึ้นเพื่อให้ทั่วโลกเห็นความสำคัญของทรัพยากรดินตรงกับวันที่ 5 ธ.ค.ของทุกปีตามมติขององค์การสหประชาชาติ กำหนดให้ตรงกับวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องจากทรงมีพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและพัฒนาที่ดินในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน

"ไทย ได้รับเลือกเป็นประธานการประชุมสมัชชาความร่วมมือ"ดินโลก" (Global Soil Partnership)"

FAO ได้ร่วมกับรัฐบาลไทยโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกรมพัฒนาที่ดิน ได้จัดให้มีการมอบ “รางวัลภูมิพลวันดินโลก” หรือ “King Bhumibol World Soil Day Award” ให้แก่ประเทศ องค์กร หรือบุคคลที่มีผลงานที่ประจักษ์ดีเด่นด้านการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ การสร้างจิตสำนึกในการรักษาทรัพยากรดินและการจัดการดินเพื่อความมั่นคงอาหารอย่างยั่งยืนด้วย

FAO และกรมพัฒนาที่ดิน ได้จัดตั้ง “ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยดินแห่งเอเชีย หรือ Center of Excellence for Soil Research in Asia (CESRA)” เป็นศูนย์ที่ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 5 ธันวาคม 2561 เพื่อเป็นองค์กรที่รวบรวมข้อมูล องค์ความรู้ และงานวิจัยด้านดิน รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดความรู้ด้านการจัดการทรัพยากรกรดินอย่างยั่งยืนของภูมิภาคเอเชีย

"ไทย ได้รับเลือกเป็นประธานการประชุมสมัชชาความร่วมมือ"ดินโลก" (Global Soil Partnership)"

นอกจากนี้ FAO นำโครงการหมอดินอาสา ของกรมพัฒนาที่ดิน ไปขยายผลในระดับโลก ภายใต้โครงการ Global Soil Doctors Programme ด้วย

สำหรับการประชุม Global Soil Partnership จะมีการนำเสนอแนวทางการยกระดับสมัชชาความร่วมมือดินโลก (GSP) ไปสู่การเป็นองค์กรถาวรภายใต้ธรรมนูญของ FAO หรือการหาแนวทางอื่นในการกำหนดเป็นอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องทรัพยากรดิน (UN Convention) ซึ่งประเทศสมาชิกจะต้องร่วมพิจารณาและผลักดันในเวทีระดับโลกต่อไป

ทั้งนี้ นายธนวรรษ เทียนสิน ในฐานะประธานคณะกรรมการความมั่นคงอาหารโลก (The Committee on World Food Security: CFS) และประธาน GSP จะเข้าร่วมประชุมเสวนาหัวข้อ Global soil governance: Status and future perspectives ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 25 สิงหาคม 2564 ในระหว่างการประชุม EuroSoil 2021 – Connecting People and Soil เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและกลไกในการยกระดับสถานภาพของสมัชชาฯให้มีเสถียรภาพ สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

ซึ่งขณะนี้สหภาพยุโรปรวมถึงประเทศต่าง ๆ ให้ความสำคัญต่อการจัดการทรัพยากรดินซึ่งเป็นแหล่งผลิตอาหารของโลกจัดเป็นวาระสำคัญของโลกและดินที่ดีจะเชื่อมโยงถึงสุขภาพของคน สัตว์ และพืช  โดยสหภาพยุโรปกำลังริเริ่มแนวคิดการเสนอจัดตั้งอนุสัญญาเฉพาะด้านดิน เพิ่มจาก 3 พี่น้องอนุสัญญาสหประชาชาติ UNFCCC UNCCD และ CBD 

สสก.1 จ.ชัยนาท เปิดทริป 1 อำเภอ 1 ท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างรายได้เพิ่มให้ชุมชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593950

สสก.1 จ.ชัยนาท เปิดทริป 1 อำเภอ 1 ท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างรายได้เพิ่มให้ชุมชน

สสก.1 จ.ชัยนาท เปิดทริป 1 อำเภอ 1 ท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างรายได้เพิ่มให้ชุมชน

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 13.56 น.

สสก.1 จ.ชัยนาท ไม่เคยหยุดเดินหน้าพัฒนาภาคเกษตร เปิดเกมรุก 1 อำเภอ 1 ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชูนำร่องที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ชวนลงเรือเข้าชมสวนชมทุเรียนโบราณแหล่งผลิตไม้ดอกไม้ประดับ ชมบ้านโบราณ 100 ปีไหว้พระวัดศรีบุญเรือง และตื่นตากับสวนสมุนไพร งานนี้สร้างรายได้เพิ่มให้ชุมชนเกษตรกรเต็มที่

นายวีระชัย เข็มวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) เปิดเผยว่า การส่งเสริมการท่องเที่ยว 1 อำเภอ 1 แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เป็นหนึ่งภารกิจที่สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท(สสก.1) กำหนดดำเนินการในพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 9 จังหวัด ภายใต้นโยบายการส่งเสริมการเกษตรเชิงรุก Chai Nat (Zone 1) Agro Model ตามยุทธศาสตร์เชิงรุกแบบมีเป้าหมายของ สสก. 1 จ.ชัยนาท

“สสก. 1 จ.ชัยนาท ได้กำหนดให้ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เป็นพื้นที่นำร่อง ด้วยเป็นพื้นที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่ขึ้นชื่อ อย่างทุเรียนเมืองนนท์ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือ  GI และผลไม้อื่น ๆ รวมถึงเป็นจังหวัดที่อยู่ติดกับกรุงเทพมหานคร และที่สำคัญเกษตรกรยังมีการอนุรักษ์วิถีการทำเกษตรแบบดั้งเดิมไว้อย่างน่าสนใจ”

ผอ.สสก. 1 จ.ชัยนาท กล่าวต่อไปว่า ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว 1 อำเภอ 1 แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของอำเภอบางกรวยนั้น สสก. 1 จ.ชัยนาทได้เน้นท่องเที่ยวทางเรือลัดเลาะไปตามคลองต่างๆ ของอำเภอบางกรวย ภายในระยะเวลาครึ่งวันที่จะทำให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์ที่แสนประทับใจอย่างครบถ้วน เช่น การเยี่ยมชมสวนทุเรียนโบราณ การเพาะเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับ รวมถึงเรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกรชาวสวนบางกรวย

ขณะที่ นายสมพร นามพิลา เกษตรจังหวัดนนทบุรี  กล่าวเพิ่มเติมว่านนทบุรี ถือว่าเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีความโดเด่นด้านการประกอบอชีพการเกษตร โดยเฉพาะอำเภอบางกรวย ที่ยังคงมีเกษตรกรยึดแนวทางการประกอบอาชีพแบบดั่งเดิม มีผลผลิตมีความโดดเด่น ทั้งด้านไม้ผล ไม้ดอกไม้ประทับ และสมุนไพร ดังนั้นสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี จึงร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอบางกรวย ดำเนินการพัฒนาสร้างความพร้อมของเกษตรกร และพื้นที่การเกษตรเพื่อจัดทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรตามนโยบายส่งเสริมการเกษตรเชิงรุก Chai Nat (Zone 1) Agro Model ส่งเสริมการท่องเที่ยว 1 อำเภอ 1 แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ของ นายวีระชัย เข็มวงษ์ ผอ.สสก.1 จ.ชัยนาท ซึ่งจะช่วยในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนนทบุรีรวมถึงการช่วยสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี มีเป้าหมายที่จะขยายผลดำเนินต่อไปให้ครบทุกอำเภอ

“ สำหรับเส้นทางการท่องเที่ยว ประกอบด้วย “สวนทุเรียนคุณแผ่นดิน” ของนายชคดี นนทสวัสดิ์ศรี เป็นสวนที่มีการอนุรักษ์สายพันธุ์ทุเรียนโบราณที่เรียกว่า หาชมที่ไหนไม่ได้แล้วมากกว่า 30 สายพันธุ์เช่น พันธุ์กบชายน้ำ กบตาขำ อีรวง เม็ดในยายปราง เป็นต้น โดยใช้ระบบการจัดการดูแลแบบดั่งเดิมที่สืบทอดกันมาพร้อมกันนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี ให้มีการรวมกลุ่มของเกษตรกรในพื้นที่จำนวน 40 คน จัดตั้งเป็นเกษตรแปลงใหญ่นนทบุรี โดยมีนายชคดีเป็นประธาน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเกษตรแปลงใหญ่ที่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย พร้อมให้ผู้สนใจเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้”

สถานที่ท่องเที่ยวอีกจุดที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ “สวนลัดดาวัลย์”ถ้ามาท่องเที่ยวทางเรือก็จะมาขึ้นเรือที่นี่ ท่านจะได้ถ่ายรูปกับดอกไม้สวยๆ ดอกหน้าวัวปทุมมา เดินชมสวนเกษตรแบบผสมผสาน มีการเลี้ยงชันโรงจำนวนมากเพื่อผสมเกสรและนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ  น้ำผึ้งชันโรง สบู่ สบู่เหลว พรอพอลิสนอกจากนั้นยังมีการทำสมุนไพรแปรรูป ลูกประคบ สมุนไพรอบแห้ง และฟ้าทะลายโจรอัดเม็ดที่กำลังได้รับความนิยม เสริมภูมิคุ้มกันและป้องกันโรคโควิด-19   รับรองว่ามีของถูกใจให้ซื้อกลับบ้านกันมากมายครับ

นอกจากนั้นยังมี “บ้านโบราณ 100 ปี” นอกจากจะได้เห็นบรรยากาศของบ้านไม้และฝีมือช่างสมัยเก่า ยังได้เห็นเครื่องใช้ต่างๆ ยังคงสภาพสมบูรณ์ให้คนรุ่นหลังได้ชม และอีกสถานที่ที่พลาดไม่ได้ คือ “วัดศรีบุญเรือง ให้ทุกคนที่มาได้เยี่ยมชมความสวยงามของวัดและกราบไหว้หลวงพ่อกลางสวนเพื่อความเป็นสิริมงคล และต่อกันที่“สวนสมุนไพรเฉลิมพระเกียรติ 84 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช”ขึ้นเรือที่ท่าน้ำวัดสุนทรธรรมิการามและเดินข้ามสะพานมาเยี่ยมชมสวนสมุนไพรชนิดต่างๆ จากทั่วประเทศกว่า 300 ชนิด ที่หาชมได้ยากถูกรวบรวมมาปลูกไว้ที่นี่โดยชาวชุมชนช่วยกันปลูกและอนุรักษ์ดูแล ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเยาวชนและผู้ที่สนใจได้เข้าชมและศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรต่างๆ ที่มีสรรพคุณที่น่าตื่นตาตื่นใจ เรียกว่าชมและศึกษาได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ

และจุดสุดท้าย “ศาลเจ้าแม่ทับทิม” ริมคลองมหาสวัสดิ์  มีอายุมากกว่า 100 ปี ลักษณะของศาลจะสร้างด้วยไม้เกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนของหลังเป็นกระเบื้องดินเผา ภายในมีรูปปั้น เจ้าแม่จุ้ยป่วยเนี้ยว ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเทพเจ้าแห่งท้องทะเล คุ้มครองผู้เดินทางทางเรือ  เนื่องจากในอดีตเมืองนนทบุรี เป็นเมืองท่าและค้าขายทางเรือ สำหรับผู้สนใจที่ต้องการมาท่องเที่ยวสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอบางกรวย โทร.0-2591-6772

ด้าน นายชคดี นนทสวัสดิ์ศรี เกษตรกรเจ้าของสวนคุณแผ่นดิน กล่าวว่า สวนคุณแผ่นดิน เป็นสวนที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจากสสก.1จ.ชัยนาท โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรีและสำนักงานเกษตรอำเภอบางกรวยมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการพัฒนาในด้านต่างๆจนประสบความสำเร็จ โดยการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ดำเนินการนั้นถือว่าได้สร้างประโยชน์แก่เกษตรกรและชุมชนเป็นอย่างมาก

“สำหรับสวนคุณแผ่นดิน  มีพื้นที่รวม 10 ไร่ เป็นสวนทุเรียนที่เน้นการอนุรักษ์สายพันธุ์ทุเรียนโบราณถึง 40 สายพันธุ์ โดยนักท่องเที่ยวจะได้รับความสนุกเพลิดเพลินจากการเดินชมสวนทุเรียน พร้อมทั้งเรียนรู้เทคนิคการบริหารจัดการดูแลสวนแบบชาวสวนเมืองนนท์ ที่เน้นจัดการแบบรักษาระบบนิเวศน์ดั้งเดิมไว้ โดยไม่ต้องใช้สารเคมี ทำให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัย และที่สำคัญคือ ได้ไขข้อข้องใจว่าทำไมทุเรียนเมืองนนท์จึงแพง ทางสวนพร้อมพาไปค้นหาคำตอบอีกทั้งยังได้เลือกซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากเครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่อีกด้วย ดังนั้นจึงขอเชิญชวนให้ทุกคนได้มาท่องเที่ยว ทางสวนพร้อมให้การต้อนรับ” เจ้าของสวนคุณแผ่นดิน กล่าวทิ้งท้าย

เปิดปฏิทินอบรมบัญชีฟรีผ่านออนไลน์ยุคโควิด เน้นกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์-เครดิตยูเนี่ยน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/593805

เปิดปฏิทินอบรมบัญชีฟรีผ่านออนไลน์ยุคโควิด เน้นกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์-เครดิตยูเนี่ยน

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ (กสส.) เปิดเผยว่า กรมได้เตรียมเปิดอบรมหลักสูตร“การเงิน การบัญชี และการบริหารสำหรับกรรมการสหกรณ์”ผ่านระบบออนไลน์เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยหลักสูตรที่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติ(คพช.) การอบรมจะจัดฟรีให้กับกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนขนาดเล็ก คือ สหกรณ์ที่มีสินทรัพย์น้อยกว่า 5 พันล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่กำกับดูแลกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อให้กรรมการสหกรณ์ได้มีคุณสมบัติเป็นไปตามกฎกระทรวงหมวด 2 ข้อ 8 ที่บัญญัติในเรื่องคุณสมบัติของกรรมการสหกรณ์ทั้ง 2 ประเภทไว้ว่าจะต้องมีคุณวุฒิในด้านเงิน การบัญชี การบริหารจัดการและด้านเศรษฐศาสตร์ซึ่งในบทเฉพาะกาลให้ระยะเวลาในการพัฒนาบุคลากรให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี คือภายใน 10 ก.พ. 2566 ในปี 2564 กรมจะจัดอบรม 6 รุ่น รุ่นละ 200 คน เมื่อจบหลักสูตรจะได้รับใบรับรองของหลักสูตรที่ออกโดยกรมส่งเสริมสหกรณ์

“กรมได้มีการเตรียมการมาเป็นลำดับ ตั้งแต่ขั้นตอนการพิจารณาหลักสูตร และเสนอให้คพช.รับรองหลักสูตร การถามความเห็นของสหกรณ์ที่ประสงค์จะอบรม และนำมาสู่การจัดปฏิทินการอบรม 6 รุ่น ซึ่งจะทำให้กรรมการสหกรณ์เหล่านี้มีคุณสมบัติครบ ซึ่งในช่วงการเปลี่ยนผ่านจนกว่ากฎหมายจะมีสภาพบังคับในเดือนก.พ 2566 กรรมการสหกรณ์แต่ละแห่งที่คัดเลือกกันใหม่ในห้วงเวลานี้จะสามารถขออบรมในหลักสูตรนี้ได้ ซึ่งกรมฯจะจัดทุกปีเพื่อช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ ในขณะที่สหกรณ์ขนาดใหญ่มีสินทรัพย์มากกว่า 5 พันล้านบาท ทางสันนิบาตสหกรณ์ ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนได้มีการจัดอบรมในหลักสูตรของกรมด้วยเช่นกัน”
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าว

สำหรับการอบรมปี 2564 จะมีการจัด 6 รุ่น รุ่นละ 200 คน โดยปฏิทินในการอบรมประกอบด้วย รอบที่ 1 ระหว่างวันที่ 23-26 ส.ค. 2564 รอบที่ 2 วันที่ 30 ส.ค.- 2 ก.ย. รอบที่ 3 วันที่ 6-9 ก.ย. รอบที่ 4 วันที่ 13 -16 ก.ย. รอบที่ 5 วันที่ 20-23 ก.ย. และรอบที่ 6 วันที่ 27-30 ก.ย. 2564 นอกจากนี้ ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ได้มีการจัดอบรมโดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นการอบรมแบบออนไลน์และมีคณะกรรมการสหกรณ์เข้าอบรม จำนวน 96 คน