รายงานพิเศษ : ม.เกษตรฯสุดเจ๋งค้นพบแมลงชีปะขาวสกุลใหม่ของโลก พบครั้งแรกเฉพาะประเทศไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/527716

รายงานพิเศษ : ม.เกษตรฯสุดเจ๋งค้นพบแมลงชีปะขาวสกุลใหม่ของโลก  พบครั้งแรกเฉพาะประเทศไทย

รายงานพิเศษ : ม.เกษตรฯสุดเจ๋งค้นพบแมลงชีปะขาวสกุลใหม่ของโลก พบครั้งแรกเฉพาะประเทศไทย

วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้แก่ นางสาวชนาพร สุทธินันท์ นิสิตระดับปริญญาเอก และรศ.ดร.บุญเสฐียร บุญสูง(อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์) ภาควิชาสัตววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ร่วมกับ Dr. Jean-Luc Gattolliat สังกัด Museum of Zoology เมืองโลซาน สมาพันธรัฐสวิส (อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม) ค้นพบตัวอ่อนแมลงชีปะขาวสกุลใหม่และชนิดใหม่ของโลก คือ แมลงชีปะขาวเข็ม Cymbalcloeon sartorii ที่ลำธารห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี และลำธารต้นน้ำเลย อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย นับเป็นการค้นพบครั้งแรกและพบเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น

รศ.ดร.บุญเสฐียร บุญสูง เปิดเผยถึงการค้นพบว่า สืบเนื่องจากน.ส.ชนาพรสุทธินันท์ นิสิตทุนเรียนดีวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ระดับปริญญาเอก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สนใจศึกษาและทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับความหลากหลายของตัวอ่อนแมลงชีปะขาววงศ์ Baetidae ในภาคใต้และภาคตะวันตกของประเทศไทย และค้นพบตัวอ่อนแมลงชีปะขาวสกุลใหม่ของโลก โดยงานวิจัยชิ้นนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (BDC-PG4-161004) และโครงการทุนเรียนดีวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย และยังเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ คือ รศ.ดร.บุญเสฐียร บุญสูงและ Dr. Jean-Luc Gattolliat สังกัด Museum of Zoology เมืองโลซาน สมาพันธรัฐสวิส

ลักษณะทั่วไปของแมลงชีปะขาว ถิ่นกำเนิด และลักษณะที่บ่งบอกว่าเป็นสกุลใหม่ของโลกนั้น รศ.ดร.บุญเสฐียร บุญสูง กล่าวว่า แมลงชีปะขาวสกุลใหม่จัดอยู่ในวงศ์ Baetidae มีลักษณะเด่นแตกต่างจากสกุลอื่นในวงศ์เดียวกันอย่างเห็นได้ชัดคือ มีแผ่นเหงือกคล้ายรูปหัวใจปล้องท้องที่ 5-7 เท่านั้นและคลุมไปด้านท้องถึงปล้องที่ 9 นอกจากนี้ ยังมีลักษณะโครงสร้างปาก เช่น รูปร่างริมฝีปากล่าง แตกต่างชัดเจน โดยมีลักษณะที่จัดอยู่ในกลุ่ม Anteropatellata ของวงศ์ Baetidae ใกล้เคียงสกุล Baetopus อย่างไรก็ตาม ลักษณะรูปร่างตัว พฤติกรรม และตุ่มอวัยวะสืบพันธุ์เพศผู้คล้ายกับสกุล Cloeon การโบกเหงือกทั้ง 3 คู่ของตัวอ่อนแมลงชีปะขาวสกุลใหม่มีลักษณะเฉพาะจึงนำมาตั้งชื่อสกุล คือ Cymbalcloeon คล้ายการตีฉาบ มีอัตราโบกเหงือกเร็วเฉลี่ยประมาณ 12 ครั้งต่อวินาทีซึ่งช่วยแลกเปลี่ยนแก๊ส แมลงชีปะขาวสกุลใหม่พบครั้งแรกและพบเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น

แมลงชีปะขาวสกุลใหม่จัดอยู่ในวงศ์ Baetidae มักเรียกชื่อสามัญทั่วไปวงศ์นี้ว่า แมลงชีปะขาวเข็ม เนื่องจากลำตัวยาวเรียวและมีขนาดเล็กกว่าแมลงชีปะขาววงศ์อื่น มีชื่อวิทยาศาสตร์ของแมลงชีปะขาวเข็มสกุลใหม่และชนิดใหม่ของโลก คือ Cymbalcloeon sartorii Suttinun, Gattolliat & Boonsoong, 2020โดย specific epithet ตั้งชื่อเป็นเกียรติกับ Dr.Michel Sartori ผู้เชี่ยวชาญแมลงชีปะขาวระดับโลก

รศ.ดร.บุญเสฐียร บุญสูง ได้ให้ข้อคิดเห็นในด้านความหลากหลาย และการอนุรักษ์เกี่ยวกับการค้นพบตัวอ่อนแมลงชีปะขาวสกุลใหม่ของโลกในครั้งนี้ว่า สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยากรในประเทศไทย ตัวอ่อนพบอาศัยอยู่ในลำธารต้นน้ำที่มีคุณภาพดีจนถึงดีมาก การอนุรักษ์แหล่งต้นน้ำและพื้นที่ป่าจะช่วยให้คงความหลากหลายทางชีวภาพแหล่งต้นน้ำไว้ และยังคงมีแมลงน้ำอีกมากที่ยังไม่ค้นพบ หากแหล่งอาศัยถูกทำลายด้วยหลายปัจจัย เช่น กิจกรรมของมนุษย์ การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ส่งผลทำให้แมลงน้ำที่มีอยู่หรือยังไม่ถูกค้นพบลดลงและสูญพันธุ์ไปได้

ข้อมูลอ้างอิง

l Suttinun, C., Gattolliat, J-L&Boonsoong, B. 2020. Cymbalcloeon gen. nov., an incredible new mayfly genus (Ephemeroptera: Baetidae) from Thailand. PLoS ONE 15(10): e0240635. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0240635

หนุนเกษตรกรปลูกแหนแดง ช่วยลดต้นทุนผลิตอาหารสัตว์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/527714

หนุนเกษตรกรปลูกแหนแดง ช่วยลดต้นทุนผลิตอาหารสัตว์

วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า ปัจจุบันการเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรไทยยังประสบปัญหาราคาวัตถุดิบอาหารที่ราคาสูง ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรรายย่อย ดังนั้น นโยบายการส่งเสริมอาชีพเลี้ยงสัตว์ ในโครงการภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ และกิจการเกี่ยวเนื่องฯ จึงมุ่งหาอาชีพให้เกษตรกรสร้างรายได้ ซึ่งการปลูกพืชอาหารสัตว์ อาทิ แหนแดง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หญ้าเนเปียร์ ถือเป็นอาชีพทางเลือกที่เป็นทางออกให้เกษตรกร ซึ่งแหนแดง เป็นพืชที่ใช้เวลาปลูกสั้นเติบโตเร็ว 15-30 วันขายได้ เป็นที่ต้องการของตลาด โปรตีนสูง มีไนโตรเจนสูงถึง 5% ขณะที่ปุ๋ยพืชสดตระกูลถั่วมีธาตุอาหารไนโตรเจนประมาณ 2.5-3% ขณะที่ราคาอาหารสัตว์ท้องตลาดราคา 12 บาท/กก. แต่หากเป็นอาหารผสมเองราคา 4 บาท/กก. เป็นการลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกร

สำหรับแหนแดง เป็นเฟิร์นชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็ก พบอยู่ตามบริเวณน้ำนิ่ง เช่น บ่อ หรือคูน้ำ สำหรับแหนแดงพันธุ์กรมวิชาการเกษตรให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์พื้นเมืองถึง 10 เท่า เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่บนผิวน้ำในนาข้าว 1 ไร่ จะให้ผลผลิตสดถึง 3 ตัน (150 กิโลกรัมแห้ง) ซึ่งเป็นปริมาณไนโตเจนได้ประมาณ 6-7 กิโลกรัม ประโยชน์คือ ทดแทนหรือลดใช้ปุ๋ยเคมีไนโตรเจน เพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน ใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์สำหรับพืชผักไม้ผล ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพใช้ปุ๋ยเคมี ใช้เป็นแหล่งโปรตีนสำหรับเลี้ยงสัตว์ และมีต้นทุนต่ำ

สกู๊ปพิเศษ : ‘ทีมกิจปวงชน’ประกาศความพร้อมชิง ‘นายก อบจ.ตรัง’ เดินหน้าเฟ้นหาตัวขุนพลก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/527466

สกู๊ปพิเศษ : ‘ทีมกิจปวงชน’ประกาศความพร้อมชิง‘นายก อบจ.ตรัง’  เดินหน้าเฟ้นหาตัวขุนพลก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

สกู๊ปพิเศษ : ‘ทีมกิจปวงชน’ประกาศความพร้อมชิง‘นายก อบจ.ตรัง’ เดินหน้าเฟ้นหาตัวขุนพลก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ที่จังหวัดตรัง บรรยากาศความเคลื่อนไหวของผู้ที่ประกาศลงชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง โดยทีมกิจปวงชนประกาศส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งเป็นทีมแรก ขณะที่ผู้สมัครไม่ว่าจะสังกัดพรรคการเมือง หรือผู้สมัครอิสระ ยังไม่มีการเปิดตัวลงชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรังแต่อย่างใด

ล่าสุด นายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ ว่าที่ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)ตรัง หัวหน้าทีมกิจปวงชน กล่าวว่า ขณะนี้ตนซึ่งจะสมัครลงชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรังมีความพร้อม 100% ส่วนผู้สมัครสังกัดทีมกิจปวงชนแต่ละเขตเลือกตั้งเกือบสมบูรณ์ โดยจะมีการคัดตัวผู้สมัครที่มีความซ้ำซ้อน จะต้องหารือเพื่อรักษาน้ำใจกันไว้ ว่าอย่ามาแย่งชิงกันบางคนทราบว่าผู้สมัครมีความผูกพันการทีมกิจปวงชนก็ถอนให้ อย่างไรก็ตาม ก็มีการลงสมัครด้วยแต่จะวงเล็บใต้โปสเตอร์หาเสียงว่า สนับสนุนตนเป็น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ก็ดี สำหรับในพื้นที่เขต 2 ซึ่งเป็นพื้นที่ของ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.ตรัง เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ เบื้องต้น ได้มีการหารือด้วยกันคิดว่าน่าจะไปด้วยกัน เพียงแต่ว่าตำแหน่งต่างๆ จะได้มีการหารือเพื่อให้ได้ข้อยุติ

นายบุ่นเล้งกล่าวอีกว่า ในส่วนของตำแหน่งผู้บริหารที่มีอยู่  6 ตำแหน่ง ประกอบด้วย รองนายก อบจ.2 ตำแหน่ง เลขานุการ 1 ตำแหน่ง ที่ปรึกษา 3 ตำแหน่ง แต่มีผู้ที่เสนอตัว 7-8 คน ดังนั้น จะต้องดูว่าใครมีความเหมาะสมใคนจะสละบ้างแต่คิดว่าสุดท้ายแล้วจะต้องไปกันได้  ตนเองเป็นคนยึดหลักสมานฉันท์ พูดจาเข้าใจกัน ทุกคนที่อาสาเข้ามาทุกคนก็หวังที่จะเข้ามาพัฒนาท้องถิ่น สร้างจังหวัดตรังให้เกิดความเจริญก้าวหน้า ในเมื่อเรามีอุดมการณ์เดียวกันคงต้องทำงานได้เหมือนๆ กัน อย่างไรก็ตาม ทีมจะใช้ในการลงสมัครในสมัยนี้ยืนยันว่าคงใช้ทีมกิจปวงชนต่อไป

ด้านนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ อดีต สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ น้องชาย นายบุ่นเล้ง ในฐานะผู้จัดการทีมกิจปวงชน กล่าวว่า ขณะที่การฟอร์มทีมยังไม่พร้อม 100% แต่ในวันที่ 2 ธันวาคม 2563 จะสมัครพร้อมกันทุกเขต รวมทั้ง
นายก อบจ.ในนามของทีมกิจปวงชน ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเคลียร์ในพื้นที่ทุกเขต แต่มีผู้ที่มีความประสงค์ลงสมัครในนามทีมกิจปวงชนแต่ละเขตเกินกว่า 1 คน จึงต้องมีการพูดคุยกัน ในส่วนของพื้นที่เขต 2 ที่มี นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย
สส.ตรังพรรคประชาธิปัตย์ มีการพูดคุยกันว่ามีใครมาลงในนามทีมได้กี่คน แต่อาจจะได้ไม่หมด เนื่องจากมี ส.อบจ.เก่าในนามทีมกิจปวงชนอยู่ ทั้งนี้หากเขตที่ไม่มีทีมกิจปวงชนก็ไม่เป็นปัญหา ดังนั้นผู้สมัครสังกัดนายสาทิตย์ อาจจะได้ลงในนามทีมกิจปวงชนบ้างไม่ได้ลงบ้างก็ให้เป็นไปตามนั้น

“ส่วนเงื่อนไขที่จะมีการต่อรองตำแหน่งรองนายก อบจ.นั้น ยังไม่มีการพูดคุยกัน เพราะต้องรอให้เลือกนายก อบจ.ก่อน หลังจากนั้นค่อยว่ากัน ทั้งตำแหน่งเลขานุการและที่ปรึกษา ซึ่งจะไม่มีการเปิดตัวตำแหน่งเหล่านี้ จะเปิดหลังเลือกนายกเสร็จ อย่างไรก็ตาม ก่อนวันที่ 2 ธันวาคม 2563 ทุกอย่างจะลงตัว ส่วนผู้ที่ไม่ได้ลงในนามทีมกิจปวงชนก็อย่างน้อยใจ ทุกคนเป็นทีมงานกันทั้งนั้น ขณะนี้ผู้สมัครจากพรรคการเมืองอื่นๆ ยังไม่เปิดตัว แต่หากจะเปิดตัวลงแข่งขันนั้นทางทีมกิจปวงชนประกาศสู้เพราะมีความพร้อมมากๆ มีการประกาศตัวไปแล้ว 2 เดือน ผู้สมัครคนอื่นๆ มาลงสมัครก็ยินดีจะได้เป็นทางเลือกให้กับประชาชน” นายสมชาย กล่าว

ชลประทานเตรียมเดินหน้า ขุดลอกแก้มลิงพื้นที่ลุ่มน้ำชี เพิ่มพื้นที่เก็บน้ำให้เกษตรกร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/527461

ชลประทานเตรียมเดินหน้า ขุดลอกแก้มลิงพื้นที่ลุ่มน้ำชี เพิ่มพื้นที่เก็บน้ำให้เกษตรกร

วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานเตรียมดำเนินโครงการแก้มลิงแก่งน้ำต้อน พร้อมอาคารประกอบ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นแก้มลิงในพื้นที่ลุ่มน้ำชี เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ 3.5 หมื่นไร่ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรทั้งนาปี-นาปรัง และการเกษตรอื่นๆ ขณะเดียวกัน ในกรณีที่แม่น้ำชีมีปริมาณน้ำมากยังสามารถช่วยบรรเทาผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยได้ส่วนหนึ่ง โดยโครงการนี้จะเริ่มดำเนินโครงการได้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

สำหรับโครงการนี้ใช้พื้นที่ในการดำเนินการจำนวน 6,196 ไร่ แต่ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่โครงการจะได้รับประโยชน์ 3.5 หมื่นไร่ นอกจากนี้ แล้วกรมชลประทานยังมีแผนงานอีกหลายโครงการตามแนวสองฝั่งแม่น้ำชี เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งให้กับประชาชน 

สำหรับโครงการแก้มลิงน้ำต้อนพร้อมอาคารประกอบ (ระยะที่ 1) อ.เมือง จ.ขอนแก่น จากเดิมเป็นหนองน้ำธรรมชาติมีความจุ 7.4 ล้านลูกบาศก์เมตร กรมชลประทานจะดำเนินการขุดลอกให้มีความลึกประมาณ 3-5 เมตร พร้อมทำคันดินโดยรอบ และมีอาคารบังคับน้ำ 9 แห่ง จะทำให้มีความจุเพิ่มขึ้นอีก 27.62 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมเป็นความจุ 35.02 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งปริมาณน้ำจะเพียงพอสำหรับส่งน้ำให้พื้นที่รับประโยชน์ 35,000 ไร่ ในพื้นที่ 7 ตำบล 3 อำเภอ คือ อ.เมืองขอนแก่น พระยืน บ้านฝาง ทั้งนี้กรมชลประทานจะดำเนินการด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเข้มข้น เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการ

ลุ่มเจ้าพระยา : 26 ตุลาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/527464

ลุ่มเจ้าพระยา : 26 ตุลาคม 2563

ลุ่มเจ้าพระยา : 26 ตุลาคม 2563

วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

จากสถานการณ์การชุมนุมของม็อบเยาวชนปลดแอก ที่อ้างตัวเป็นคณะราษฎร ใช้กิริยา วาจา จาบจ้วง คุกคาม สถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ขณะเสด็จพระราชดำเนินในการถวายผ้าพระกฐิน จนหลายคนที่จ้องมองการกระทำของม็อบดังกล่าว จนอดรนทนไม่ไหว ได้ออกมาเคลื่อนไหว แสดงออกถึงความความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมพลังใส่เสื้อเหลือง เปิดเวทีปราศรัยประณามการกระทำของกลุ่มม็อบดังกล่าว บ้างก็โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวถึงความไม่เหมาะสมในการประท้วงขับไล่รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และต้องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ว่าเป็นการกระทำเกินเลย จาบจ้วงดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูงที่คนเคารพบูชา 

nn ว่าที่ร้อยตรี ลักษณ์ ราชสีห์ หรือ “หมอลักษณ์ฟันธง” นักโหราศาสตร์ชื่อดัง ที่ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ค ซัดพวกจาบจ้วงสถาบัน ชั่วบาป หยาบช้า ทำลายประเทศ ส่วน “หมอพรทิพย์” แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ผู้ที่กำลังพยายามทำลายประเทศด้วยแนวคิดที่เรียนมา หรือ ด้วยการสนับสนุนจากต่างชาติ และ การก่นด่าทำลายคุณูปการของพระมหากษัตริย์ไทยจะไม่มีทางสำเร็จ 

nn ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นายอิทธิพันธ์ ขาวละมัย หรือ “ขาว วังช้าง” ร่วมกับกลุ่มคนรักในหลวง ทั้ง 16 อำเภอ ออกมาแสดงพลังใส่เสื้อเหลืองประกาศเจตนารมณ์ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเชิญพิธีกรมาปราศรัยพูดถึงบุญคุณพระบารมีของพระมหากษัตริย์ ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี จนมาถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ร่วมร้องเพลงชาติ และเพลงสรรเสริญพระบารมี ที่หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) มีผู้เข้าร่วมนับพันคน nn กำนันผู้ใหญ่บ้าน ก็เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่พระมหากษัตริย์ ในรัชกาลที่ 4 ได้ทรงแต่งตั้ง พระยารัตนกุลอดุลยภักดี หรือ นายจำรัส รัตนกุล ผู้ใหญ่บ้านและกำนันคนแรกของประเทศไทย ในการช่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่พี่น้องประชาชนในท้องที่ นายปกรณ์ เสมสายันห์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 12 ต.คลองตะเคียน อ.พระนครศรีอยุธยา นับเป็นผู้ใหญ่บ้านอีกคนหนึ่งที่มีคุณภาพ ในการดูแลประชาชน ให้มีรายได้ เลี้ยงชีพด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง และโครงการช่วยเหลือเงินทำศพให้กับลูกบ้านครอบครัวที่เสียชีวิตรายละ 2,000 บาท น้ำไม่ไหลไฟดับ ติดตามดูแลช่วยเหลือ อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แบบนี้เอาผู้ใหญ่บ้านแหนบทองไปเลยครับ

nn ต้องขอแสดงความยินดีกับ ว่าที่ ร.ต.ต. (หญิง) ฉัตรชนก ชลวาณิชกุล “น้องต้นรัก” รองสารวัตรกลุ่มงานพิจารณา 1 กองอุทธรณ์ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บุตรสาวคนสวย ของท่านพรชัย ชลวาณิชกุล อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ที่ ย้ายสังกัดมาเป็นอัยการผู้ช่วย ลำดับที่ 1 รุ่นที่ 61 แถมเป็น (ประธานรุ่น) อีกด้วย ทั้งสวยทั้งเก่งแบบนี้อนาคตสดใสครับ nn

เกียรติยศ  ศรีสกุล

ชายคาพระพิรุณ : 26 ตุลาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/527463

ชายคาพระพิรุณ : 26 ตุลาคม 2563

ชายคาพระพิรุณ : 26 ตุลาคม 2563

วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ข่าวใหญ่ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คงไม่พ้นเรื่องตำแหน่งอธิบดีกรมชลประทานที่ยังไม่ลงตัวท่ามกลางกระแสข่าวลือด้วยค่าวิ่งเต้นตำแหน่งหลัก 3-4 ร้อยล้านบาท กันเลยทีเดียว เล่นเอา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เจ้ากระทรวงนั่งไม่ติด มอบหมายให้นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวกันทันควัน โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง นายธนา บอกว่า นับตั้งแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน) เข้ามารับตำแหน่งเป็นระยะเวลา 1 ปีกว่า ให้สอบถามกับข้าราชการทุกคนได้เลยว่ามีการซื้อขายตำแหน่งจริงหรือไม่ เพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้นโยบายอย่างชัดเจนในวันที่เข้ารับตำแหน่งว่าจะไม่ให้มีการซื้อขายตำแหน่งโดยเด็ดขาดถือเป็นนโยบายที่สำคัญ และถือปฏิบัติมาโดยตลอด ส่วนการดำเนินการแต่งตั้งอธิบดีกรมชลประทานเป็นไปตามระเบียบของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. ซึ่งมีการพิจารณาชื่อผู้ที่มีความเหมาะสมระดับกรม โดยรักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทานจะเป็นคนเสนอชื่อเข้ามา 2 ชื่อ และจะนำชื่อเข้าคณะกรรมการ อ.ก.พ. ของกระทรวง โดยมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน นายสัญญา แสงพุ่มพงษ์รักษาการอธิบดีกรมชลประทาน นายสรวิศธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายจากสำนักงานอัยการสูงสุด และตัวแทนจากสำนักงาน ก.พ. เป็นกรรมการ เพื่อมาดำเนินการพิจารณาคัดเลือกต่อไป โดยคณะกรรมการชุดนี้ ไม่ได้มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานในการประชุมแต่อย่างใด จึงไม่ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องและแทรกแซงการแต่งตั้งตำแหน่งอธิบดีกรมชลประทานตามระเบียบที่ ก.พ. กำหนดไว้ ซึ่งขณะนี้ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จากการที่ปรากฏเป็นข่าวดังกล่าวนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้แต่งตั้ง คณะกรรมการที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้แล้ว โดยให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นกรรมการ ว่ามีข้อเท็จตามที่ปรากฏเป็นข่าวหรือไม่ หากมีข้อเท็จจริงจะมีการดำเนินการเอาผิดและลงโทษผู้ทำผิดอย่างเด็ดขาดต่อไป ไม่เว้นว่าจะเป็นฝ่ายการเมืองหรือข้าราชการประจำ อีกทั้งยังสามารถให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ว่ามีเจตจำนงชัดเจนว่าอยากให้ข้าราชการมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน โดยห้ามมีการซื้อขายตำแหน่งโดยเด็ดขาด…นายธนายังบอกอีกว่า ขณะนี้มีแรงกดดันจากภายนอกกระทรวงที่จะมีการผลักดันในการแต่งตั้งตำแหน่งอธิบดีกรมชลประทาน ซึ่งจะขอให้คณะกรรมการที่มีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ดำเนินการตรวจสอบในเรื่องนี้ว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องการมีเงินจำนวนมากเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่…เรื่องนี้ยังไงก็ต้องติดตามกันต่อไป กรมชลประทาน เป็นกรมใหญ่ที่ได้รับสนับสนุนงบประมาณต่อปีจำนวนมหาศาล เป็นกรมเกรดเอของกระทรวงเกษตรฯ ย่อมเป็นที่หมายปองของใครหลายคน รวมถึงฝ่ายการเมืองผู้มีอำนาจก็อยากให้คนของตัวเองเข้ามาดูแล ส่วนเรื่องเงินวิ่งเต้น 3-4 ร้อยล้านบาทนั้น จะจริงแค่ไหน หรืออาจจะมากกว่านั้นหรือไม่อย่างไร หรือจะเป็นเพียงข่าวปล่อย เพื่อวัดกำลังกันระหว่างผู้คุมกระทรวงกับลุงผู้เป็นพี่ใหญ่ในรัฐบาลกันแน่ ก็ต้องสืบหากันดู…งานนี้ต้องลุ้นกันหยดสุดท้ายวันเข้า ครม.เลยทีเดียวนะ ขุนเกษตรา คิดว่าไม่ง่ายเหมือนที่คาดการณ์ตอนแรกว่าลอยลำมาแน่ๆ เสียแล้ว

ขุนเกษตรา

ปิดจ๊อบ!เยียวยาเกษตรกร 7.56 ล้านราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/527465

ปิดจ๊อบ!เยียวยาเกษตรกร7.56ล้านราย

วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินโครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของกระทรวงเกษตรฯ โดยสศก.ในฐานะนายทะเบียนได้รวบรวมตรวจสอบความซ้ำซ้อนเกษตรกรจากหน่วยงานที่รับขึ้นทะเบียน 7 หน่วยงาน เพื่อจัดส่งรายชื่อเกษตรกรที่ได้รับสิทธิ์ ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรรายละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือนตั้งแต่พฤษภาคม-กรกฎาคม 2563 รวมรายละ 15,000 บาท ซึ่งต่อมาครม.มีมติวันที่ 18 สิงหาคม และ 22 กันยายน 2563 ให้ขยายระยะเวลาจ่ายเงินตามโครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่เอกสารทางบัญชีไม่สมบูรณ์ออกไปถึงเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อให้เกษตรกรได้รับสิทธิครบถ้วน

ขณะนี้ระยะเวลาดำเนินโครงการสิ้นสุดแล้วตั้งแต่ 30 กันยายนที่ผ่านมา สรุปผลช่วยเหลือเกษตรกรตามโครงการ พบว่า การจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรรวม 7,565,880 ราย เป็นเงิน 113,304.4 ล้านบาท (ข้อมูล ธ.ก.ส. ณ 7 ต.ค. 63) อย่างไรก็ตาม ในการขยายการจ่ายเงินช่วงที่สองถึงเดือนกันยายนพบว่า ยังมีเกษตรกรบางส่วน ที่ยังไม่ได้รับโอนเงินทันภายใน 30 กันยายน เนื่องจากระยะเวลาจำกัดจำเป็นต้องใช้เวลาตรวจสอบก่อนโอนเงิน ทำให้เกษตรกรบางส่วนยังไม่ได้รับการจ่ายเงินเยียวยา ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้พิจารณาความเหมาะสมในการเสนอจ่ายเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ต่อไป จากนี้ สศก. ในฐานะนายทะเบียนและเป็นหน่วยงานเนวิเกเตอร์ด้านเศรษฐกิจการเกษตร จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนา ปรับรูปแบบการขึ้นทะเบียนเกษตรกร รวมถึงจัดทำฐานข้อมูลโดยใช้ Big Data และ AI สำหรับประมวลวิเคราะห์ให้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ทันการช่วยเหลือแก้ปัญหากับภาคเกษตรและเกษตรกรต่อไป

ด้านนายพลเชษฐ์ ตราโช รองเลขาธิการ สศก.กล่าวเสริมว่า โครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของกระทรวงเกษตรฯครั้งนี้เป็นการช่วยเหลือเฉพาะหน้าและเป็นโครงการลักษณะจ่ายตรง (Direct Payment) ซึ่งเป็นครั้งแรกของกระทรวงเกษตรฯ สศก.จะได้พิจารณาแนวทางพัฒนารูปแบบการรับขึ้นทะเบียนเกษตรกร หรือแนวทางจัดทำมาตรฐานข้อมูล (Data Standard) เพื่อรองรับการพัฒนา Big Data ภาคเกษตรที่รวดเร็วมีประสิทธิภาพ สำหรับใช้ข้อมูลเป็นฐานวิเคราะห์เพื่อเป็นแผนที่นำทาง (Navigator) ตามนโยบายเลขาธิการ สศก. พัฒนาด้านการเกษตรในอนาคต

แนะรับมือโรคแอนแทรคโนสในสตรอว์เบอร์รี่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/527462

แนะรับมือโรคแอนแทรคโนสในสตรอว์เบอร์รี่

วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกสตรอว์เบอร์รี่เฝ้าระวังการระบาดของโรคแอนแทรคโนส ในหน้าฝนสามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของสตรอว์เบอร์รี่ซึ่งมักพบอาการบนก้านใบและลำต้นมีแผลสีม่วงแดงขนาดเล็กขยายลุกลามไปตามความยาวของก้านใบและลำต้น ต่อมาเปลี่ยนเป็นแผลสีน้ำตาล เนื้อเยื่อบริเวณแผลแห้ง ทำให้เกิดรอยคอด หากอาการรุนแรง ต้นจะเหี่ยว และตายในที่สุด อาการบนผล พบแผลฉ่ำน้ำสีน้ำตาลเข้ม เนื้อเยื่อรอบขอบแผลสีซีด แผลยุบตัวลง หากอาการรุนแรง แผลจะขยายใหญ่จนทำให้ผลเน่า ในสภาพที่อากาศชื้นอาจพบกลุ่มสปอร์สีส้มของเชื้อราสาเหตุโรคอยู่บริเวณแผล

ส่วนอาการบนไหล จะมีแผลเล็กสีม่วงแดงขยายลุกลามไปตามความยาวของสายไหล ต่อมาแผลที่ขยายยาวจะเปลี่ยนเป็นแผลสีน้ำตาล ทำให้เกิดรอยคอดของไหลบริเวณที่เป็นแผล เมื่อย้ายต้นจากไหลที่มีการติดเชื้อมาปลูกหากสภาพอากาศเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเชื้อราสาเหตุโรค สตรอว์เบอร์รี่จะแสดงอาการใบเฉา ต่อมาจะเหี่ยวอย่างรวดเร็ว และพบว่ากอด้านในจะเน่าแห้งสีน้ำตาลแดง หรือบางส่วนเป็นแผลขีดสีน้ำตาลแดง และต้นจะตายในที่สุด

แนวทางป้องกันกำจัด เกษตรกรต้องหมั่นตรวจและกำจัดวัชพืชในแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบโรคให้ตัดส่วนที่เป็นโรคนำไปทำลายนอกแปลงปลูก จากนั้นพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชฟลูโอไพแรม+ไตรฟลอกซีสโตรบิน 25%+25%เอสซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารฟลูโอไพแรม+ทีบูโคนาโซล 20%+20%เอสซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 5 วัน ในส่วนแปลงที่พบการระบาดของโรค หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตสตรอว์เบอร์รี่แล้ว ให้เกษตรกรเก็บซากพืชนำไปทำลายนอกแปลงปลูก และควรเลือกใช้ส่วนขยายพันธุ์ที่มีคุณภาพดีจากแหล่งปลอดโรค

เกษตรยิ้มออกยางราคาขึ้นต่อเนื่อง หลัง “เฉลิมชัย” โชว์ฝีมือทำราคาดีสูงสุดในรอบหลายปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/447480

เกษตรยิ้มออกยางราคาขึ้นต่อเนื่อง หลัง “เฉลิมชัย” โชว์ฝีมือทำราคาดีสูงสุดในรอบหลายปี

เกษตรยิ้มออกยางราคาขึ้นต่อเนื่อง หลัง "เฉลิมชัย" โชว์ฝีมือทำราคาดีสูงสุดในรอบหลายปี

29 ตุลาคม 2563 – 14:20 น.

เกษตรยิ้มออกยางราคาขึ้นต่อเนื่อง หลัง “เฉลิมชัย” โชว์ฝีมือทำราคาดีสูงสุดในรอบหลายปี

แรงไม่หยุดจริง ๆ สำหรับราคายางพาราที่วันนี้พุ่งกระฉูดใกล้แตะ 100 บาทกิโลกรัมเข้าไปแล้ว จากตัวเลขหลังปิดตลาดล่าสุด( ณ 28 ต.ค.63) ราคายางแผ่นรมควันพุ่งแตะสูงสุด 82.80 บาท/กก. ที่ตลาดกลางยางพารา จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สงขลา 
 ส่วนตลาดกลางฯ จ.สุราษฎร์ธานี ราคาอยู่ที่ 82.69 บาท/กก. โดยหลังจากเปิดตลาดสัปดาห์นี้เพียง 3 วัน ราคาเพิ่มขึ้นกว่า 16 บาท คาดการณ์ว่าราคาสามารถพุ่งสูงต่อเนื่องอาจแตะ 100 บาท/กก.ได้ในไม่ช้า ทั้งนี้ ราคายางจะยังคงอยู่ในแนวบวกอย่างต่อเนื่อง และทะลุแนวต้านสูงสุดในรอบ 3 ปี 5 เดือน
 ปฎิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่ง เป็นผลมาจากปัจจัยกลไกตลาดและมาตรการต่าง ๆ ของรัฐบาล โดยเฉพาะการขับเคลื่อนโมเดล “เกษตรฯ-พาณิชย์ทันสมัย”และนโยบาย”เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” ซึ่งเป็นความร่วมมือการทำงานระหว่าง

เกษตรยิ้มออกยางราคาขึ้นต่อเนื่อง หลัง "เฉลิมชัย" โชว์ฝีมือทำราคาดีสูงสุดในรอบหลายปี

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ได้ดำเนินงานร่วมกันตั้งแต่ปีที่แล้วทั้งโครงการประกันรายได้ชาวสวนยางเฟส1และ2 โดยเฟส2 เริ่มเมื่อวันที่1ตุลาคม ผ่านมา โดยกำหนดราคายางแผ่น 60 บาท/กก. น้ำยางสด 57 บาท/กก. ยางก้อนถ้วย 46 บาท/กก. แม้ขณะนี้ราคายางแผ่นรมควัน จะทะลุเกิน 60 บาท กก.ไปแล้ว แต่โครงการก็ยังคงต้องดำเนินการต่อไป    
“ขณะนี้เกษตรกรผู้ปลูกยางพารามีความสุข ยิ้มได้ กระทรวงเกษตรฯจึงเตรียมปรับเป้าหมายราคายางพาราสูงขึ้นมากกว่า 65 บาท/กิโลกรัม (กก.) หลังผ่านเป้าหมายแรก 60 บาท/กก. แต่โครงการประกันรายได้ชาวสวนยางพารา ระยะที่ 2 (เฟส 2)ก็ยังคงต้องดำเนินการต่อไป” บางช่วงบางตอนที่ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวระหว่างนำคณะลงพื้นที่พบปะพี่น้องชาวสวนยางใน จ.นครศรีธรรมราชวันก่อน 

                                   

เกษตรยิ้มออกยางราคาขึ้นต่อเนื่อง หลัง "เฉลิมชัย" โชว์ฝีมือทำราคาดีสูงสุดในรอบหลายปี


และการเดินทางไปเปิดตลาดสินค้าเกษตรที่ประเทศจีนของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 พร้อมลงนามความร่วมมือ(MOU)ซื้อขายสินค้าเกษตรกันในหลายฉบับทั้งยางพาราและข้าว รวมไปถึงการศึกษาดูงานเทคโนโลยีการเกษตรต่าง ๆ เพื่อนำมาปรับใช้ในประเทศไทย ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เริ่มส่งผลให้เห็นเป็นรูปธรรมในวันนี้  
 ซึ่งในส่วนของยางพารานั้นได้มีการหารือร่วมกับผู้บริหาร บ.ชิโนเคม กรุ๊ป ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับฝ่ายจีนว่า รัฐบาลไทยมีนโยบายในการพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรทุกชนิด โดยเฉพาะยางพารา ซึ่งประเทศไทยพร้อมที่จะให้การสนับสนุนและมีมาตรการต่างๆ ที่จะอำนวยความสะดวกให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะการลงทุนเรื่องยางพารา ซึ่งล่าสุด บ. Sino – Chem International มีแผนเข้ามาลงทุนธุรกิจยางพาราในจ.ระยองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 
นอกจากนี้ยังได้จับมือ 3 บริษัทน้ำยางข้นยักษ์ใหญ่จีน โดยลงนามความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางด้านธุรกิจระหว่างการยางแห่งประเทศไทย กับ 3 บริษัทน้ำยางข้นจีน ได้แก่ 1. บ. GOAMI ZHENGFENG TRADING (บ.นำเข้าน้ำยางข้น อันดับ 1 ของจีน) 2. บ. NINGBO CHANGHKEN (บ.นำเข้าน้ำยางข้นจากไทยเป็นอันดับ 1) 3. บ. SANGDONG XINGYU (บ. ใช้น้ำยางข้นผลิตถึงมือยางอันดับ 1 ของจีน) ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชาจีนอีกด้วย 
ขณะเดียวกันความต้องการยางในตลาดโลกและประเทศจีนมีแนวโน้มจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ราคายางปรับตัวสูงขึ้นอ้างอิงได้จากปริมาณผลผลิตยางธรรมชาติเดือนตุลาคม 2563 อยู่ที่ 4.4 แสนตัน น้อยกว่าตัวเลขที่คาดการณ์ไว้ ร้อยละ 10 ขณะเดียวกันความต้องการยางในตลาดเพิ่มสูงขึ้น ได้แก่ สินค้าประเภทยุทธภัณฑ์ ถุงมือยาง ยางยืด 
ล่าสุดยอดการใช้ยางพาราในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า  โดยจีนซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้ายางที่มากที่สุด มีการเติบโตของเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.9 ดัชนี PMI ของจีนยังอยู่ที่ 51.50 ซึ่งอยู่เหนือระดับ 50 สะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจยังคงมีการขยายตัว คำสั่งซื้อยางของจีนจากต่างประเทศกลับมาฟื้นตัว การจำหน่ายรถยนต์ของจีนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรถบรรทุกขนาดใหญ่ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 63 กำลังการผลิตของโรงงานผลิตยางรถยนต์เพิ่มขึ้น จึงมีแนวโน้มใช้ยางมากขึ้น เชื่อว่าราคายางยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อไป  
ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการระบาดของ”โควิด-19” เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคายางพุ่ง เหตุความต้องการใช้ยางธรรมชาติ เพื่อนำใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตถุงมือยางและอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องเพิ่มขึ้น
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่าการส่งออกถุงมือยางเดือนกันยายน 2563 ที่ผ่านมา ได้ขยายตัวสูงถึง 154.9% ขณะที่การส่งออก 9 เดือนปี 2563 (ม.ค.-ก.ย.) ขยายตัว 61.4% ซึ่งเป็นผลจากการระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่ดีขี้น ทำให้ไทยคงมีคำสั่งซื้อต่อเนื่องถึงปี 2564 
ขณะที่ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทยระบุจากการที่โควิด-19 ระบาดไปทั่วโลก ณ ปัจจุบัน( ณ 29 ต.ค.63 มีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 42 ล้านคนและเสียชีวิต 1.1 ล้านคน มีความต้องการใช้ถุงมือยาง ไม่น้อยกว่า 400 ล้านชิ้นต่อวัน  ขณะยางสังเคราะห์(ไนไตร)ที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตขาดตลาดและราคาเพิ่มสูงขึ้นมาก  จึงนักลงทุนหันมาสั่งซื้อยางธรรมชาติ(ลาเทค)แทน ซึ่งราคาถูกลงกว่าครึ่ง
โดยปัจจุบันราคายางสังเคราะห์(ไนไตร)อยู่ที่ 3,000 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่ยางธรรมชาติ(ลาเทค)ราคาอยู่ที่ 1,600 เหรียญสหรัฐต่อตัน       
“เฉพาะแพทย์ พยาบาลใช้ถุงมือยางเฉลี่ย 10 ชิ้น(5คู่)ต่อผู้ป่วยต่อคนต่อวัน เมื่อผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้น 42 ล้านคนทั่วโลก ปริมาณการใช้ถุงมือยางก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ยังไม่นับรวมคนทั่วไปที่ต้องการใช้ถุงมือยาง  จึงเป็นโอกาสที่ดีของประเทศไทยที่ต่างชาติหอบเงินเข้ามาลงทุน เพราะความต้องการถุงมือยางจากทั่วโลกขณะนี้ยังมีอีกมาก” อุทัย สอนหลักทรัพย์ ที่ปรึกษาสภาการยางแห่งประเทศไทย (สภยท.)ให้ความเห็น 
 ขณะ ผศ.ดร.มนต์ชัย พินิจจิตรสมุทร อาจารย์ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขนและผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมยางพารา มองว่าโควิด-19 เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความต้องการยางธรรมชาติ(ลาเทค)มาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตถุงมือยางที่มีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เฉพาะในวงการแพทย์และสาธารณสุขเท่านั้นยังกระจายไปสู่โฮมยูส และคนทั่วไปอีกด้วย
“ตราบใดที่โควิด-19 ยังระบาดการใช้ถุงมือยางก็จะยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  แม้หลังโควิดเชื่อว่าการใช้ถุงมือยางก็จะยังไม่ลด เพราะคนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น ฉะนั้นรัฐจะต้องเร่งดำเนินมาตรการต่าง ๆ ที่เอื้อต่อนักลงทุนผลิตถุงมือยางตั้งแต่วันนี้ทันทีถ้าจะรอไปอีก 3-5 ปีก็คงจะไม่ทันการ”ผศ.ดร.มนต์ชัยกล่าวย้ำ   

จับตาพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ “โกโก้ไทย”ไปต่อไม่รอแล้วนะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/447032

จับตาพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ “โกโก้ไทย”ไปต่อไม่รอแล้วนะ

24 ตุลาคม 2563 – 19:47 น.

จับตาพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ “โกโก้ไทย”ไปต่อไม่รอแล้วนะ

การเปิดตัวโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์โกโก้ของบริษัท โกโก้ไทย โปรดักส์ จำกัด ม.2 ต.กุดนกเปล้า อ.เมือง จ.สระบุรี โดยมีนายอลงกรณ์พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานในพิธี เป็นสิ่งยืนยันและสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรที่ปลูกพืชโกโก้ในระดับหนึ่งว่าจากนี้ไปผลผลิตโกโก้จะไม่มีปัญหาในเรื่องตลาดรองรับอย่างแน่นอน
 โกโก้ เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ อีกชนิดที่รัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก เพราะมองว่าเป็นพืชแห่งอนาคตที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยได้นำเข้าผลิตภัณฑ์จากโกโก้และช็อคโกแลตหลายหมื่นตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ขณะที่ประเทศไทยมีสภาพพื้นที่และภูมิอากาศเหมาะสมสำหรับการปลูกโกโก้ไม่แพ้ที่ใดโลก

จับตาพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ "โกโก้ไทย"ไปต่อไม่รอแล้วนะ

                              อลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารมว.เกษตรฯ

“เบลเยี่ยมเป็นประเทศชั้นนำของโลกที่ผลิตช็อคโกแลตคุณภาพดีเยี่ยมที่ใช้วัตถุดิบในการผลิตจากโกโก้ แต่เราไม่ได้ถือเป็นคู่แข่ง เราถือเป็นคู่ค้าคู่ขาย รัฐบาลได้ประกาศนโยบายฟิวเจอครอปหรือพืชแห่งอนาคต ซึ่งก็มีหลายตัว หนึ่งในนั้นก็คือโกโก้” บางช่วงบางตอนที่นายอลงกรณ์ พลบุตรกล่าวในระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์โกโก้ของบริษัท โกโก้ไทย 2017 จำกัด พร้อมยืนยันว่า
 รัฐบาลต้องการให้ประเทศไทยเป็นฮับของอาเซียนในการปลูกรูปโกโก้ เป็นเป้าหมายที่หนึ่ง หลังจากทุกวันนี้ไทยอยู่อันดับ2 รองจากอินโดนีเซียในการผลิตพืชเศรษฐกิจอย่างโกโก้
  จากข้อมูลศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยระบุว่า ปี 2560 ผลผลิตโกโก้โลกอยู่ที่ 4.6 ล้านตัน   ผลผลิตจากทวีปแอฟริกามีมากที่สุด 72% ของผลผลิตโลก ตามด้วยลาตินอเมริกา 18% และเอเชีย 10%   ขณะที่ความต้องการของโลกอยู่ที่ 3.5 ล้านตัน โดย ยุโรปเป็นตลาดใหญ่ที่สุดที่มีความต้องการคิดเป็นสัดส่วน 40%  
 ขณะที่ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อินโดนีเซียได้ลดการผลิตลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากหันไปปลูกปาล์มแทน โดยในปี 2560 ผลิตได้ 2.9 แสนตัน กว่า 70% ของผลผลิตปลูกอยู่ที่เกาะสุลาเวสี ทางตอนใต้ของประเทศ   จึงเป็นโอกาสของประเทศไทยที่จะเป็นผู้นำในการปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดนี้แทน
  “บีที โกโก้ ที่อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นบริษัทผลิตและแปรรูปโกโก้ใหญ่ที่สุดในเอเชีย เขาบอกว่าถ้าประเทศไทยมีผลผลิตมมากพอ เขาก็พร้อมย้ายโรงงานผลิตมาที่ประเทศไทย”ที่ปรึกษารมว.เกษตรฯกล่าวย้ำ 

จับตาพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ "โกโก้ไทย"ไปต่อไม่รอแล้วนะ

                                ดร.อานนท์ สุทนต์  นักวิจัยผู้คิดค้นสายพันธุ์โกโก้ไทย1
  ขณะที่   ดร.อานนท์ สุทนต์  ผู้อำนวยการศูนย์สาธิตเกษตรศิลป์แม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ในฐานะผู้วิจัยคิดค้นสายพันธุ์โกโก้ไทย1 เผยว่า ปกติโกโก้เป็นพืชประจำถิ่นของใต้ โดยมีสายพันธุ์ที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ชุมพร ซึ่งเป็นพื้นเมืองมีปัญหาผลผลิตน้อย ไม่ทนต่อโรคและแมลง ที่สำคัญมีการแยกเพศตัวผู้ตัวเมีย ซึ่งจะเป็นปัญหาหากเกษตรกรนำไปปลูก
 แต่หลังจากบริษัท โกโก้ 2017 จำกัดได้ให้งบมาเพื่อปรับรุงพันธุ์ จนในที่สุดได้พันธุ์ที่เหมาะในทุกสภาพอากาศในประเทศไทย ได้แก่โกโก้ไทย1 ซึ่งใช้เวลาในการทดลองวิจัยมาก 10 ปีกว่าสายพันธุ์จะนิ่ง   เป็นสายพันธุ์ที่ทนแล้งได้ดี   สามารถปลูกได้ในทุกภูมิภาคของประเทศ  โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสาน
 “หลายพื้นที่ปลูกในอีสานให้ผลผลิตดีมาก ปลูกได้ทั้งเชิงเดี่ยวและเป็นพืชอาศัยไม่ว่าจะปลูกในสวนปาล์ม ยางพาราหรือสวนไม้ผลอื่น ๆ ก็ให้ผลผลิตดี ตอนนี้เราพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ากว่า 20 จังหวัดสามารถปลูกโกโก้ได้”
  นักวิจัยเจ้าของสายพันธุ์โกโก้ไทย1 กล่าวถึงข้อดีของโกโก้สายพันธุ์นี้ 1.ทนแล้งสามารถปลูกได้ทุกจังหวัดในประเทศไทย 2.ต้นเตี้ยเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ง่าย 3.แตกกอขยายกิ่งรวดเร็ว ซึ่งไม่มีไม้ผลไหนจะแตกกอได้รวดเร็วเหมือนโกโก้ไทย1 เนื่องจากยิ่งแตกกอขยายกิ่งเพิ่มก็จะทำให้ผลผลิตมากขึ้นตามไปด้วย
  “โกโก้จะออกลูกตามกิ่ง ตามต้น ถ้ากิ่งยิ่งเยอะ ผลผลิตจะเยอะตาม จะเห็นว่าโกโก้ไทย1ให้ผลผลิตมากกว่าพันธุ์อื่นถึง 3-5 เท่า ซึ่งมีทั้งผลงานวิจัยและแปลงปลูกของเกษตรยืนยันได้อย่างชัดเจน”
  ดร.อานนท์ ย้ำด้วยว่าสำหรับข้อดีอีกอย่างของโกโก้ไทย1 ที่แตกต่างจากสายพันธุ์อื่นก็คือจะไม่มีการแยกเพศ โกโก้สายพันธุ์นี้จะไม่มีต้นตัวผู้ตัวเมีย  จึงทำให้มั่นใจได้ว่าให้ผลผลิตทุกต้นที่ปลูกลงดิน ทำให้เกษตรกรไม่ต้องกังวลในเรื่องผลผลิตแต่อย่างใด และที่สำคัญสายพันธุ์โกโก้ไทย1นั้นได้รับการรับรองพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

จับตาพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ "โกโก้ไทย"ไปต่อไม่รอแล้วนะ


  ด้าน ดร.รุ่งโรจน์ วรามิตร ประธานบริษัท โกโก้ไทย 2017 จำกัดกล่าวว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทางบริษัท โกโก้ไทย 2017 จำกัดได้ส่งเสริมการปลูกโกโก้กับเกษตรกรหลายจังหวัดทั่วประเทศ โดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่9มาปรับใช้เพื่อให้เกษตรกรมีอาชีพที่มั่นคงอยู่แบบพอเพียง อีกทั้งยังสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในระยะยาว
 “สาเหตุที่เกษตรกรตัดสินใจร่วมปลูกโกโก้กับเรา เพราะมองว่าโกโก้เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่ตลาดโลกต้องการสูงและยังได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลอีกด้ว0ย ที่สำคัญเรายังการันตีราคารับซื้อขั้นต่ำตามเกษตรพันธสัญญาหรือคอนแทกฟาร์มมิ่งในการรับซื้อจากเกษตรกรเพื่อให้เกษตรกรเกิดความมั่นใจแล้วยังมีทีมงานเข้าไปส่งเสริมดูแลการบริหารจัดการแปลงของสมาชิกในเครือข่ายตัง้แต่เริ่มต้นปลูกจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตอีกด้วย”
  ประธานบริษัท โกโก้ไทย 2017 จำกัดยอมรับว่าประเทศไทยมีพืชเศรษฐกิจหลายตัวที่ปลูกก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่จะมีปัญหาด้านการตลาด เมื่อผลผลิตออกมาเป็นจำนวนมากส่งผลให้ราคาจะไม่ดี  จึงเป็นประเด็นที่ตนเองผลักดันเรื่องโกโก้  เนื่องจากเมืองไทยเป็นพื้นที่ปลูกโกโก้ที่มีคุณภาพอันดับต้น ๆ ของโลก  แต่ที่ผ่านมากลับไม่ได้รับการส่งเสริมปลูกอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันจุดอ่อนของโกโก้ไทยคือเรื่องการตลาด เพราะยังไม่มีการตลาดมากพอ ทำให้เกษตรกรไม่มีความมั่นใจในการปลูก ทั้ง ๆ ที่เป็นพืชที่มีความต้องการของตลาดโลกสูงมาก
 “นโยบายตลาดนำการผลิตของรัฐบาลเป็นการตอบโจทย์โกโก้ไทย ตอนนี้มีเกษตรกรร่วมกับเราประมาณ 1.3 หมื่นไร่ ถือว่าพร้อมแล้วสำหรับการเปิดโรงงานนำร่อง เป็นโมเดลเพื่อให้เกษตรกรเห็นว่าเรารับซื้อจริง  ขณะนี้ได้ขยายพื้นที่ปลูกไปตามภูมิภาคต่าง ๆ มากกว่า 20 จังหวัด หากจังหวัดใดหรือมีพื้นที่ใดปลูกโกโก้เกิน 3 หมื่นไร่เราก็จะมีการตั้งโรงงานที่นั่นทันทีเพื่อรองรับผลผลิต”
 ดร.รุ่งโรจน์ระบุอีกว่า ขณะที่ทางภาคใต้เรามองพื้นที่ตั้งโรงงานไว้ที่จ.สงขาและพัทลุง  เพราอยู่กึ่งกลางของภูมิภาคและเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกโกโก้มากที่สุดในภาคใต้ขณะนี้   โดยจะมีการทำสัญญารับซื้อผลผลิตตามเกษตรพันธสัญญาหรือคอนแทคฟาร์มมิ่ง คือรับซื้อในราคาประกันถึงสวนเกษตรกร  
 “เราประกันราคาขั้นต่ำอยู่ที่ตันละ 5 พันบาท หรือกิโลละ 5 บาท โดยราคาจะอิงตลาดโลก ณ ปัจจุบันตลาดโลกอยุ่ที่ 7.8 บาทต่อกิโล  แต่เราบวกเพิ่มให้อีก 2 บาท เป็น 9.8 บาทต่อกิโล เนื่องจากเราไม่มีการนำเข้า ไม่ต้องจ่ายภาษี จึงนำเงินส่วนนี้มาเพิ่มให้กับเกษตรกร เพราะจากการคำนวณต้นทุนแล้วพบว่าอย่าให้ต่ำกว่า 5 บาทเกษตรกรสามารถอยู่ได้”ดร.รุ่งโรจน์กล่าวในที่สุด