สศก.ยันแปลงใหญ่ปลานิลต้นทุนน้อยกำไรงาม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/460583

news_default

สศก.ยันแปลงใหญ่ปลานิลต้นทุนน้อยกำไรงาม

วันอังคาร ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.) เปิดเผยว่า จากนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ปลานิลในบ่อดิน ภายใต้โครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่มาตั้งแต่ปี 2559 ถึงปัจจุบัน (ข้อมูลกรมประมง ณ 26 พฤศจิกายน 2562)พบว่า มีแปลงใหญ่ปลานิลในบ่อดินทั้งสิ้น 32 แปลง ครอบคลุม 21 จังหวัด รวมพื้นที่ 23,152 ไร่ จำนวนเกษตรกรทั้งหมด 2,204 ราย  โดย สศก.ศึกษาศักยภาพการผลิตและการตลาดสินค้าปลานิล ในพื้นที่โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่  เพื่อศึกษาต้นทุน ผลตอบแทนการผลิต ประสิทธิภาพการผลิต และช่องทางตลาดของเกษตรกรเปรียบเทียบทั้งในและนอกพื้นที่โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่

สำหรับผลการศึกษาพบว่าเกษตรกรในโครงการแปลงใหญ่ มีต้นทุนการผลิต 34,139.67 บาท/ไร่/รุ่น  ผลผลิต 1,192.07 กิโลกรัม/ไร่ ราคาที่เกษตรกรขายได้ 42.19 บาท/กก. ให้ผลตอบแทน 50,293.43 บาท/ไร่ คิดเป็นผลตอบแทนสุทธิ (กำไร) 16,153.76 บาท/ไร่ หรือ 13.55 บาท/กก. ในขณะที่เกษตรกรนอกพื้นที่แปลงใหญ่ จะมีต้นทุนการผลิต 42,079.63 บาท/ไร่/รุ่น  ผลผลิต 1,345.43 กิโลกรัม/ไร่ ราคาที่เกษตรกรขายได้ 41.53 บาท/กก. ให้ผลตอบแทน 55,

นางอัญชนา  ตราโช รองเลขาธิการ สศก.กล่าวเสริมว่า ปลานิลที่ผลิตในพื้นที่ส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า และมีผลตอบแทนสุทธิสูงกว่าเกษตรกรนอกพื้นที่โครงการ 2,357.68 บาท/ไร่ อย่างไรก็ตาม เกษตรกรทั้งในและนอกพื้นที่โครงการ ยังขาดการจัดสรรปัจจัยการผลิตอย่างเหมาะสม เช่น ยังปล่อยลูกพันธุ์น้อยกว่าอัตราปล่อยลูกพันธุ์ที่กรมประมงแนะนำคือ 5,000-8,000ตัวต่อไร่ และใช้อาหารเม็ดสำเร็จรูปปริมาณมาก ทำให้เกษตรกรสูญเปล่าจากการใช้อาหารเม็ดสำเร็จรูปที่มากเกินไป  ดังนั้น เกษตรกรทั้งในและนอกพื้นที่โครงการฯ ควรเพิ่มประสิทธิภาพจัดสรรปัจจัยการผลิตในการเลี้ยงให้เหมาะสม คือ อัตราการปล่อยลูกพันธุ์และปริมาณอาหารเม็ดสำเร็จรูปตามคำแนะนำจากกรมประมง และส่งเสริมกิจกรรมด้านการตลาดที่สนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่มเพื่อนำไปสู่การแปรรูป และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ให้มากขึ้น ทั้งนี้ ผู้สนใจผลการศึกษาเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ ส่วนวิจัยเศรษฐกิจปศุสัตว์และประมง สำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร สศก. โทร. 0-2561-3448 ในวันและเวลาราชการ

รักษ์เกษตร : ดิน…การป้องกัน และปรับปรุงบำรุงรักษาดินให้มีคุณภาพ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/460579

news_default

รักษ์เกษตร : ดิน…การป้องกัน และปรับปรุงบำรุงรักษาดินให้มีคุณภาพ

วันอังคาร ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

คำถาม ผมมีที่รกร้างว่างเปล่ามากครับ และเป็นดินที่ไม่มีคุณภาพ อยากจะขอทราบวิธีปรับปรุงบำรุงรักษาดินให้คุณภาพขึ้น ด้วยครับ ขอบคุณครับ

แสงนิล วิเชียรฉาย

อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

คำตอบ

ดิน เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญอย่างมาก มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์ด้านการเกษตร การป่าไม้ และการปศุสัตว์ การใช้ดินเป็นระยะเวลานาน ทำให้ดินเสื่อมโทรมลง จากการที่พืชนำธาตุอาหารไปใช้ และไม่ได้รับคืนความอุดมสมบูรณ์กลับสู่ดิน รวมทั้งดินถูกชะล้างพังทลายอยู่ตลอดเวลา จึงจำเป็นต้องทำการบำรุงรักษาดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ขึ้น โดยการใช้ดินอย่างถูกวิธี มีการบำรุงดินและมีการป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เพื่อที่จะสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นดินได้อย่างยั่งยืนต่อไป

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์  เกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น การถางพืชที่ปกคลุมหน้าดินออกไปจนหมด ทำให้น้ำฝนชะเอาผิวหน้าดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ไหลไปด้วย การเผาหญ้าที่ขึ้นในไร่นา ทำให้แร่ธาตุและจุลินทรีย์ที่อยู่ในดินซึ่งมีประโยชน์ต่อพืชถูกทำลายไปการทำไร่บนเนินที่มีความลาดเอียงมาก โดยการไถพื้นดินให้เป็นร่องจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำจะทำให้น้ำฝนชะหน้าดินที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วย การปลูกพืชชนิดเดียวติดต่อกันเป็นเวลานานก็จะทำให้แร่ธาตุในดินบางชนิดหมดไป ผลผลิตของพืชจึงลดลง และการใช้ปุ๋ยเคมีในปริมาณมากเกินความต้องการของพืช จะทำให้ดินเสื่อมคุณภาพลงเป็นต้น

การบำรุง ป้องกันรักษาดินให้มีคุณภาพมีหลายวิธี ได้แก่

1. การใช้วัสดุธรรมชาติคลุมดิน ในช่วงเวลาที่หยุดพักการปลูกพืช ไม่ควรปล่อยให้ดินว่างเปล่าควรหาวัสดุมาคลุมดินไว้ วัสดุที่เหมาะสำหรับคลุมดินคือ หญ้า และฟาง จะช่วยป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน ช่วยรักษาความชื้นของดิน และยังสลายกลายเป็นปุ๋ยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดินอีกด้วย

2. การปลูกพืชคลุมดินเพื่อเป็นการป้องกันการชะล้างของน้ำฝน พาเอาหน้าดิน ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ไป พืชที่ปลูกคลุมดิน ควรเป็นพืชที่แผ่กิ่งก้านและใบเกาะไปตามผิวดินได้ดี และมีรากยาวและแผ่กว้าง จะช่วยลดอัตราการชะล้างพังทลาย ของหน้าดินได้ดี

3. การปลูกพืชหมุนเวียน การปลูกพืชสลับชนิดกันในพืชหลัก เช่น การปลูกถั่วสลับกับพืชที่เราต้องการผลผลิต จะช่วยป้องกันการพังทลายของดิน ช่วยเพิ่มรายได้และยังช่วยบำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ขึ้น

4. การปลูกพืชแซม การปลูกพืชที่ให้ผลผลิตในพื้นที่ว่างระหว่างแถวของพืชหลัก ช่วยป้องกันไม่ให้พื้นที่ว่างนั้นพังทลายลงและช่วยป้องการเจริญชองวัชพืชได้อีกด้วย

5. การปลูกพืชแบบขั้นบันได เป็นเป็นการปลูกพืชบนพื้นที่เนิน หรือไหล่เขาทำได้โดยการสร้างคันดินหรือแนวหินขวางความลาดเอียงของพื้นที่ แล้วปลูกบนขั้นบันได

6. การเติมปุ๋ย อาจจะปลูกเป็นพืชปุ๋ยสด หรือใช้ปุ๋ยเคมี หรือปุ๋ยอินทรีย์ก็ได้ ทำการหว่านให้ทั่ว จะช่วยให้ดินมีแร่ธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์อยู่เสมอ

7. การปลูกป่า จะช่วยป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดินได้เป็นอย่างดี ป่าไม้จะช่วยชะลอการไหลของน้ำทำให้น้ำซึมเข้าสู่ดินได้มากขึ้น และหน้าดินไม่พังทลาย และช่วยให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ไม่เกิดความแห้งแล้งแก่ดิน และไม่เกิดน้ำท่วมอีกด้วย

นาย รัตวิ

เฉลิมชัยรอเจอ2ม็อบ ประมง-กลุ่มหนี้สิน พร้อมถกแก้ปัญหา

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/460660

news_default

เฉลิมชัยรอเจอ2ม็อบ ประมง-กลุ่มหนี้สิน พร้อมถกแก้ปัญหา

วันอังคาร ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เฉลิมชัยรอเจอ2ม็อบ

ประมง-กลุ่มหนี้สิน

พร้อมถกแก้ปัญหา

เตรียมข้อมูลแจงยิบ

“เฉลิมชัย”ลั่นพร้อมรับหนังสือร้องเรียนจากม็อบประมง 22 จังหวัด -กลุ่มหนี้สินเกษตรกรที่มาชุมนุมหน้ากระทรวงเกษตรฯ 17 ธันวาคม ด้วยตัวเอง ไม่หวั่นม็อบชนม็อบพร้อมรับฟังปัญหา เตรียมข้อมูลแจงยิบ รับปากเร่งแก้ไข พร้อมนำชื่อสมาชิก กฟก. 2.4 พันคนที่ตกหล่นเข้าที่ประชุมพุธนี้

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกลุ่มเกษตรกรนัดมาชุมนุมหน้ากระทรวงเกษตรฯ เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาเดือดร้อนวันที่ 17 ธันวาคมว่า ตนจะมารับข้อร้องเรียนของกลุ่มเกษตรกรด้วยตัวเองแน่นอน โดยกลุ่มแรก เป็นชาวประมงจาก 22 จังหวัดชายทะเล ซึ่งตนจะชี้แจงให้เข้าใจว่า กระทรวงเกษตรฯผ่อนคลายปัญหาต่างๆ ให้แล้วทั้งด้านโครงการเงินกู้สำหรับเป็นทุนหมุนเวียนรออกทำประมง การพิจารณาเพิ่มวันทำประมง การให้ข้ามฝั่งจากอ่าวไทยไปอันดามันและจากอันดามันไปอ่าวไทยได้ตามฤดูกาล อีกทั้ง ไม่มีการออกกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ และคำสั่งต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ มีแต่การออกกฎหมายลำดับรองที่ส่งเสริมต่อการประกอบอาชีพของชาวประมง เช่น จะออกกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ พ.ศ. …. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ส่วนการปรับปรุงยกร่างกฎหมายประมงนั้น คณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎรกำลังพิจารณา สำหรับการนำเรือประมงขาว-แดงออกนอกระบบ ซึ่งขณะนี้เหลืออยู่ 53 ลำ งบประมาณ 294,850,200 บาท รอการจัดสรรงบประมาณปี 2563 เมื่อได้รับแล้วจะเร่งดำเนินการต่อไป สำหรับโครงการการนำเรือประมงออกนอกระบบเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน ระยะที่ 2 โดยนำเรือประมงที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐและ/หรือประสงค์จะเลิกอาชีพประมง 2,768 ลำ งบประมาณค่าใช้จ่ายในการชดเชยเรือประมง 7,143,847,900 บาทอยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา

“ปัญหาภาคการประมงนั้น รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งการแก้ปัญหาเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง ในส่วนที่กระทรวงเกษตรฯ รับผิดชอบนั้นได้ดำเนินการแล้ว แต่บางเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงอื่น ได้ประสานงานให้ เช่น การขาดแคลนแรงงาน ได้ประสานกระทรวงแรงางาน ด้านการอำนวยความสะดวกในการซื้อขายน้ำมัน และการบริการคือ มีเรือ Tanker ที่เข้าร่วมในโครงการฯประมาณ 50 ลำ จะนำเรือไปจอดทอดสมอเพื่อขายน้ำมันบริเวณทะเลเขตต่อเนื่องให้เรือประมง

ส่วนเรือประมงที่ประสงค์จะเติมน้ำมันเขียวจะต้องได้รับโควต้าปริมาณการใช้น้ำมันในแต่ละเที่ยวเรือที่ออกจับปลาในทะเล จากสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย การเข้าเติมน้ำมันเขียวกับเรือประมง เพื่อเข้าไปเติมน้ำมันจากเรือ Tanker สถานีบริการนอกชายฝั่งทะเล และต้องไม่เกินกว่าปริมาณความจุของถังน้ำมันใช้การของเรือ โครงการนำระบบฟรีทการ์ด (Fleet Card) มาใช้ เพื่อประโยชน์ในการกำกับ ติดตามและบริการการใช้น้ำมัน (เขียว) ให้ถูกต้อง ทันสมัย และตรวจสอบปริมาณการใช้น้ำมันได้ตั้งแต่โรงกลั่น เรือ Tanker จนถึง เรือประมง โดยได้มอบหมายให้ผู้แทนจาก ธนาคารกรุงไทย ได้มาร่วมรับฟังศึกษาหาข้อมูลเบื้องต้นและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาให้ระบบฟรีทการ์ดสามารถใช้เป็นบัตรเครดิตสำหรับเติมน้ำมันเขียวกับเรือประมง

สำหรับสมาคมผู้ค้าน้ำมันเรือ Tanker ได้เข้าร่วมประชุมด้วยก็มีท่าทีไม่ขัดข้อง หากธนาคารกรุงไทยสามารถให้เครคิตการชำระหนี้น้ำมันในระยะเวลาที่เหมาะสมได้ ซึ่งอธิบดีกรมสรรพสามิตประธานกรรมการโครงการได้ประชุมร่วมกับประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยแล้ว

นายเฉลิมชัยกล่าวต่อถึงกลุ่มเกษตรกรที่มีปัญหาหนี้สิน โดยประเด็นที่เกษตรกรเรียกร้อง มีทั้งปรับโครงสร้างหนี้สมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรที่ตกหล่น 2,400 คน ซึ่งจะตรวจสอบและนำเสนอคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) พิจารณา ซึ่งจะประชุมในวันพุธที่18 ธันวาคมนี้

‘เทพรัตน์ไพลิน63’อัญชันพันธุ์ใหม่ คุณสมบัติเทพให้ผลผลิตสูงเก็บเกี่ยวเร็ว

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/460585

news_default

‘เทพรัตน์ไพลิน63’อัญชันพันธุ์ใหม่ คุณสมบัติเทพให้ผลผลิตสูงเก็บเกี่ยวเร็ว

วันอังคาร ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า อัญชัน เป็นพืชออกดอกเกือบตลอดปี อย่างไรก็ตาม แม้เป็นพืชที่ผสมตัวเอง แต่ในธรรมชาติมักพบผสมข้ามสายพันธุ์โดยแมลงสูงมากจึงทำให้มีการกระจายตัวทางพันธุกรรม  โดยอัญชันพันธุ์ปลูกทั่วไปพบมีความแปรปรวนทางพันธุกรรม ทำให้ลักษณะกลีบดอกไม่สม่ำเสมอ มีกลีบดอกตั้งแต่ 3-5 กลีบปะปนในต้นเดียวกันและมีทั้งซ้อนและไม่ซ้อนกัน ทำให้ได้ผลผลิตและสารแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารสำคัญช่วยต้านอนุมูลอิสระ และชะลอความเสื่อมของเซลล์ในอัญชัญไม่คงตัวและไม่สม่ำเสมอ

ในปี 2554 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร กรมวิชาการเกษตร จึงได้ปรับปรุงอัญชันพันธุ์ปลูกทั่วไป โดยปลูกและคัดเลือกอัญชันพันธุ์ปลูกทั่วไป ใช้การคัดเลือกพันธุ์บริสุทธิ์  คัดแยกเป็นสายพันธุ์ โดยคัดเลือกต้นที่เก็บเกี่ยวผลผลิตดอกเร็ว ผลผลิตสูง ลักษณะดอก มีกลีบดอก 4-5 กลีบ ซ้อน และให้ปริมาณแอนโทไซยานินรวมสูงสุดหรือไม่น้อยกว่า 70 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักกลีบดอกสด 100 กรัม  และปลูกทดสอบพันธุ์ร่วมกับพันธุ์ปลูกทั่วไปในแปลงของเกษตรกร เพื่อให้ได้อัญชันพันธุ์แท้ที่มีความสม่ำเสมอของลักษณะดอก และให้ผลผลิตมากกว่าพันธุ์ปลูกทั่วไปอย่างน้อย 30 เปอร์เซ็นต์

อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าวว่าการปรับปรุงพันธุ์อัญชันประสบความสำเร็จ ได้อัญชัญพันธุ์ใหม่เสนอเป็นพันธุ์พืชแนะนำของกรมวิชาการเกษตร ใช้ชื่อว่า“อัญชันพันธุ์เทพรัตน์ไพลิน 63” มีลักษณะเด่นตามที่ต้องการคือ ให้ผลผลิตดอกสดสูงถึง 2,122 กิโลกรัมต่อไร่ มากกว่าพันธุ์ปลูกทั่วไป และยังเก็บเกี่ยวผลผลิตครั้งแรกได้เร็วกว่าพันธุ์ปลูกทั่วไป 6 วัน  มีปริมาณแอนโทไซยานินรวมมากกว่าพันธุ์ปลูกทั่วไป 1.5 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักกลีบดอกสด 100 กรัม  และลักษณะเด่นสำคัญคือ ลักษณะดอกมีกลีบดอกใหญ่ 5 กลีบซ้อนเวียน ซึ่งการมีจำนวนกลีบดอกที่เท่ากันและสม่ำเสมอในต้นเดียวกัน จะช่วยเพิ่มผลผลิตและเพิ่มน้ำหนักดอก ในขณะเดียวกันถ้าจำนวนกลีบดอกไม่เท่ากัน น้ำหนักแต่ละดอกก็จะต่างกัน ผลผลิตโดยรวมจะไม่คงตัว ทำให้ได้ผลผลิตไม่คงที่

ปัจจุบันศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตรกระจายเมล็ดพันธุ์ให้เกษตรกรนำไปปลูกแล้วหลายจังหวัด โดยเมล็ดพันธุ์คัด 2 กิโลกรัม ถ้าปลูกขยายพันธุ์ในพื้นที่ 10 ไร่  ผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์หลักได้ 1,000 กิโลกรัม เมื่อนำเมล็ดพันธุ์หลักไปปลูกต่อสามารถผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์ขยายได้ 500 ตัน โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตรให้คำแนะนำการปลูกแก่เกษตรกร กรณีปลูกเพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์ให้ได้ตรงตามพันธุ์ และเพื่อรักษาคุณภาพเมล็ดพันธุ์ โดยปลูกให้มีระยะห่างจากพันธุ์อื่น ป้องกันการผสมข้ามโดยแมลง  ซึ่งทำให้เมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อแปรปรวนได้  ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรนำอัญชันพันธุ์เทพรัตน์ไพลิน 63 ที่ได้รับจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตรไปปลูกขยายเป็นการค้า ส่งออกดอกอัญชันไปประเทศเกาหลีเพื่อนำไปแปรรูปเป็นชา  ถือเป็นการสร้างรายได้และมูลค่าเพิ่มให้สินค้าได้อีกทาง เกษตรกรที่สนใจพันธุ์อัญชันเทพรัตน์ไพลิน 63 สอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตรโทร.0-5699-0035

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากกรณีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย เพื่อร่วมกำหนดแนวทางขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านเกลือทะเลไทยให้เหมาะสมชัดเจน ครอบคลุมสอดคล้องกับบริบทการดำเนินงานในปัจจุบันและมีประสิทธิภาพ จัดทำแผนปฏิบัติการด้านเกลือทะเลไทย จัดทำมาตรฐานเกลือทะเล ทำร่างพ.ร.บ.เกลือทะเล พิจารณาแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาเกลือทะเลไทยต่อไป รวมทั้งแก้ปัญหาที่เกษตรกรชาวนาเกลือประสบทั้งภัยธรรมชาติและการนำเข้าเกลือจากต่างประเทศ นอกจากนี้ กรมฯตั้งสำนักเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทยขึ้น เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานอื่นต่อไป ทั้งนี้ ปกติแล้วการผลิตเกลือสมุทรจะมีช่วงผลิตได้ในหน้าแล้ง (1 พฤศจิกายน-30 เมษายน ของปีถัดไป) ดังนั้น กรมฯจึงขอให้เกษตรกรชาวนาเกลือมาขึ้นทะเบียนเกษตรกรและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปี 2562/63 กับกรมส่งเสริมการเกษตรได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 เพื่อรับสิทธิ์รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยแจ้งขึ้นทะเบียนปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรการทำนาเกลือสมุทรได้หลังจากวันที่ปล่อยน้ำเข้าแปลงแล้ว 1 วัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรจะลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ตามที่เกษตรกรได้แจ้งไว้ภายในไม่เกิน 60 วัน ต่อไป

เคลื่อนพล!‘ม็อบประมงกระบี่’ลุยเข้ากรุง ประกาศพร้อมชุมนุมยืดเยื้อ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/460675

เคลื่อนพล!‘ม็อบประมงกระบี่’ลุยเข้ากรุง ประกาศพร้อมชุมนุมยืดเยื้อ

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 21.24 น.

เคลื่อนพล!‘ม็อบประมงกระบี่’ลุยเข้ากรุง ประกาศพร้อมชุมนุมยืดเยื้อ

16 ธันวาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.กระบี่ ว่า เครือข่ายประมงพาณิชย์จังหวัดกระบี่ และเจ้าของธุรกิจต่อเนื่องประมงทุกชนิด ได้ทยอยขึ้นรถบัสที่ทางสมาคมชาวประมง จังหวัดกระบี่เตรียมไว้ เพื่อเดินทางเข้า กทม. โดยบางส่วนเดินทางก่อนหน้านี้ไปสมทบกับเครือข่ายสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยทั้ง 22 จังหวัดติดชายฝั่งทะเล เพื่อร่วมชุมนุมหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อทวงถามข้อเรียกร้อง 11 ข้อที่ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านผู้ว่าราชการจังกระบี่ พร้อมกันทั้ง 22 จังหวัดเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ที่ผ่านมา หลังรัฐบาลไม่ตอบสนองข้อเรียกร้อง พร้อมประกาศร่วมชุมนุมยืดเยื้อ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ม็อบประมง’22จว.ลุกฮือ!บุกศาลากลางจี้นายกฯแก้11ข้อ ฮึ่ม16ธ.ค.ไม่เคลียร์ลุยเข้ากรุง)

นายมานิตย์ ดำกุล นายกสมาคมชาวประมงจังหวัดกระบี่ เปิดเผย่า พร้อมจะร่วมชุมนุมยืดเยื้อ รอฟังคำตอบรับแก้ปัญหาตามข้อเรียกร้องทั้ง 11 ข้อ ที่ได้ยื่นไป หากรัฐบาลไม่ยังตอบสนองพร้อมจะหยุดทำการประมง และหยุดดำเนินกิจการทุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับประมง เพราะปัญหาต่างๆทั้งหมดเหล่านี้เป็นปัญหามายาวนานกว่า 5 ปีแล้ว และเคยเรียกร้องมาแล้วหลายครั้งแต่ได้รับการแก้ไขที่ไม่ตรงจุด เช่น หยุดออกกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่งต่างๆที่ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพประมงเพิ่มเติมอีก , เสนอให้แก้กฎหมาย พ.ร.ก.ประมง พ.ศ.2558 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยเร็ว , ปัญหาขาดแคลนแรงงานประมง , เรือประมงที่มีขนาดไม่เกิน 30 ตันกรอส ไม่ควรมีนโยบายให้ติดระบบติดตามเรือ (VMS) , หยุดการนำเข้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศทันที , เพิ่มวันทำการประมง และให้ทบทวนแนวทางที่จะบังคับให้บริษัทจำหน่ายน้ำมันดีเซลให้กับชาวประมงต้องจ่ายเงินผ่านบัตรฟรีทการ์ด ( Fleet CARD) เป็นต้น

ปัญหาเกษตรกรไม่สิ้นสุดเฉลิมชัยลั่นทำให้ดีที่สุด

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/405159?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ปัญหาเกษตรกรไม่สิ้นสุดเฉลิมชัยลั่นทำให้ดีที่สุด

17 ธันวาคม 2562 – 18:16 น.
ประมง,ม็อบ,เฉลิมชัย,กระทรวงเกษตร
เปิดอ่าน 48 ครั้ง

เฉลิมชัยยืนยันแก้ปัญหาให้ทุกกลุ่มเกษตรกร แม้ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรมีไม่สิ้นสุด ย้ำจะทำเต็มที่ ด้านม็อบประมงยังรุกหนักกดดันรัฐแก้อุปสรรคการประกอบอาชีพ

17 ธันวาคม 2562 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีกลุ่มชาวประมง 22 จังหวัดชายทะเล เรียกร้องรัฐบาลแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพประมงให้พร้อมนำตัวแทนกลุ่มบางส่วนชุมนุมหน้ากระทรวงเกษตรฯ

โดยกล่าวว่า จะต้องพูดคุยทำความเข้าใจกัน เนื่องจากกระทรวงเกษตรฯได้ดำเนินการในบางส่วนตามข้อเรียกร้องไปแล้ว เช่นประสานสถาบันการเงินเพื่อสนับสนุนด้านเงินทุนสำหรับใช้ส่งเสริมการประกอบอาชีพ ซึ่งทำหนังสือออกจากกระทรวงเกษตรไปยังสำนักงบประมาณพิจารณาพร้อมรอคณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้ว

ส่วนปัญหาการก่อม็อบของเกษตรกรไทยในขณะนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มองว่าที่ผ่านมากลุ่มม็อบเกษตรกรได้เข้ามาตลอดเป็นปกติทุกรัฐบาล เพียงแต่เมื่อได้รับความพึงพอใจหลังการพูดคุยหารือกันแล้วก็จะกลับไป พร้อมกับยอมรับว่าปัญหาของพี่น้องเกษตรกรนั้นยากที่จะหมดสิ้นไป ในส่วนของกระทรวงเกษตรก็จะทำหน้าที่แก้ปัญหาต่อไปอย่างดีที่สุด

ทั้งนี้ กลุ่มสมาคมชาวประมงจังหวัด ผู้ประกอบการภาคประมงที่รวมตัวกันดังกล่าวยังคงรวมตัวกันต่อเนื่องยาวจนกว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะสรุปแนวทางช่วยเหลือและแก้ไขอุปสรรคในการประกอบอาชีพประมงทั้งด้านเงินกู้สำหรับเป็นทุนหมุนเวียน การเพิ่มวันทำการประมง การซื้อคืนเรือประมงขาว-แดงที่ต้องหยุดประกอบอาชีพจากนโยบายจำกัดจำนวนเรือของรัฐ และแก้ไขกฎหมายที่มีโทษรุนแรงเกินกว่ามาตรฐานสากล

ม็อบประมง 22 จว.ปักหลักชุมนุมหน้ากระทรวงเกษตร

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/405144?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ม็อบประมง 22 จว.ปักหลักชุมนุมหน้ากระทรวงเกษตร

17 ธันวาคม 2562 – 17:43 น.
กระทรวงเกษตร,ม็อบประมง,ปักหลักชุมนุม
เปิดอ่าน 444 ครั้ง

ม็อบชาวประมง 22 จว.กว่า 8 พันคน ปักหลักชุมนุมหน้ากระทรวงเกษตรฯ ประกาศ 3 วันนี้ คุย รมว.เฉลิมชัย ไม่รู้เรื่องจะยกระดับการชุมนุมทวงถามข้อเรียกร้อง 11 ข้อ ยื่นนายก

17 ธันวาคม 2562 นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมประมงแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การมาชุมนุมในวันนี้ที่หน้ากระทรวงเกษตรฯเพื่อเตรียมยื่นข้อเสนอ 11 ข้อต่อนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

อย่างไรก็ตามหากทางกระทรวงมอบหมายให้นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มารับเรื่องร้องเรียน พวกตนจะไม่คุยด้วยเพราะตัดสินใจแก้ปัญหาไม่ได้ พร้อมระบุแต่เดิมตั้งใจจะมาชุมนุมยืดเยื้อถึง 1 เดือนเต็ม

ล่าสุดจากการหารือกับ 9 แกนนำ มีข้อสรุปเบื้องต้นว่า หาก 3 วันนี้ พูดคุยกันไม่รู้เรื่องหรือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่มารับข้อเรียกร้องทั้ง 11 ข้อด้วยตัวเอง กลุ่มผู้ชุมนุมเตรียมยกระดับการชุมนุมให้ใหญ่กว่านี้ และกลุ่มชาวประมงที่มาในวันนี้ไม่ใช่ม็อบจัดตั้ง แต่ทุกคนที่มาคือกลุ่มชาวประมงที่เดือดร้อนจากการทำประมงอย่างแท้จริง

ทั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมจะรอฟังคำตอบรับการแก้ปัญหาตามข้อเรียกร้องทั้ง 11 ข้อที่ได้ยื่นไป หากรัฐบาลยังไม่ตอบสนองพร้อมจะหยุดทำการประมง และหยุดดำเนินกิจการทุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับประมงเพราะปัญหาต่างๆ​ ทั้งหมดเหล่านี้เป็นปัญหามายาวนานกว่า 5 ปีแล้ว และเคยเรียกร้องมาแล้วหลายครั้งแต่ได้รับการแก้ไขที่ไม่ตรงจุด

สำหรับข้อเรียกร้อง 1 ข้อที่สำคัญ คือ  ให้หยุดการออกกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่งต่างๆ​ ที่ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพประมงเพิ่มเติมอีก  เสนอให้แก้กฎหมาย พ.ร.ก.ประมง พ.ศ.2558 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยเร็ว , ปัญหาขาดแคลนแรงงานประมง เรือประมงที่มีขนาดไม่เกิน 30 ตันกรอส ไม่ควรมีนโยบายให้ติดระบบติดตามเรือ (VMS)  หยุดการนำเข้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศทันที เพิ่มวันทำการประมง และให้ทบทวนแนวทางที่จะบังคับให้บริษัทจำหน่ายน้ำมันดีเซลให้กับชาวประมงต้องจ่ายเงินผ่านบัตรฟรีทการ์ด

เกษตรลุยถกแรงงาน-เจ้าท่าปัญหาประมงทะเลเร่งแก้ข้อร้องเรียน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/405084?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

เกษตรลุยถกแรงงาน-เจ้าท่าปัญหาประมงทะเลเร่งแก้ข้อร้องเรียน

17 ธันวาคม 2562 – 12:50 น.
เฉลิมชัย ศรีอ่อน,กระทรวงเกษตรและสหกรณ์,กรมประมง
เปิดอ่าน 45 ครั้ง

กรมประมงจ่อถก ก.แรงงาน-กรมเจ้าท่า แก้ปัญหาประมงทะเล เดินหน้าแก้ไข 11 ข้อเรียกร้อง เผยหลายอย่างทำเรียบร้อยพร้อมส่งหนังสือแจงประชาชน

17 ธันวาคม 2562  นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึง เครือข่ายสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย 22 จังหวัดติดชายฝั่งทะเล เดินทางมาชุมนุมทวงถามข้อเรียกร้อง 11 ข้อต่อรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมง

โดยกล่าวว่า เรื่องนี้ได้มีการชี้แจงไปหมดแล้วว่า ในวันที่ 18 ธ.ค.นี้ กรมประมงได้ประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงแรงงาน กรมเจ้าท่า เพื่อพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขประชาชนที่ยื่นมา 11 ข้อนั้น ในส่วนของกรมประมง กระทรวงเกษตรฯ ได้ดำเนินการไปเกือบทุกข้อแล้ว ยังเหลือการดำเนินการในเรื่องของ รายงานเรื่องน้ำมันเขียว การแก้ไขกฎหมายซึ่งคณะกรรมการฝ่ายกฎหมายอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะแก้ในจุดไหนบ้าง โดยยึดกรอบว่าต้องแก้ไขภายใต้กฎหมาย การทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือกฎหมาย IUU

“ทั้ง 11 ข้อคิดผมคิดว่าเราดำเนินการไปเกือบทุกข้อแล้ว ซึ่งวันนี้กรมประมงก็จะมีหนังสือชี้แจงไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมให้ทราบว่าเราได้ดำเนินการอะไรไปบ้างแล้ว อย่างข้อเรียกร้องไม่ให้เราแก้ไขกฎหมายบางอย่างนั้น ตรงนี้ก็เรียนว่า เราไม่ได้มีการแก้ไขอะไรอยู่แล้ว ไม่มีเพิ่มอะไร มีแต่ไปลด ไปปรับให้ชาวประมงสามารถทำงานได้อย่างง่ายขึ้น ดังนั้นจะบอกว่าข้อไหนไม่มี  จริงๆ หนังสือชี้แจงน่าจะไปถึงทุกฝ่ายแล้วเพราะเป็นเป็นหนังสือสาธารณะเราไม่ได้ปิดกั้น” นายเฉลิมชัย กล่าว

ต่อข้อถามที่ว่า กลุ่มผู้ชุมนุมมองว่าสิ่งที่กระทรวงเกษตรกำลังดำเนินการนั้นไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน นายเฉลิมชัย กล่าวว่า กรณีนี้ต้องมีการพูดคุยกัน เป็นเรื่องของการทำความเข้าใจ อย่างกรณีกองทุนกู้ยืมที่ไม่เคยมีมาก่อน ก็ได้ทำให้แล้ว แต่การดำเนินการแง่ต่าง ๆ นั้นก็อยู่ในกรอบของพ.ร.บ.วิธีการใช้งบประมาณ ซึ่งขณะนี้รอเข้าพิจารณาในคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะเข้าครม.ทันภายในปีนี้ ก็ยังต้องรอ ให้พ.ร.บ.ดังกล่าวผ่าน เพื่อให้กรอกวงเงินขยาย โดยเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนตนได้เสนอให้สำนักงบประมาณและสภาพัฒน์พิจารณาแล้ว

นายเฉลิมชัยกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ไม่อยากให้มองว่าหลังตนเข้ามาแล้วมีม็อบมามากขึ้น ซึ่งไม่ใช่ ที่ผ่านมาก็มีม็อบ แต่ต้องถามว่าพอเขามาแล้วได้รับการแก้ไขปัญหาเป็นที่พอใจหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เรื่องปัญหาของพี่น้องไม่มีวันหมด แก้ไขเรื่องนี้ อย่างกรณีพี่น้องเกษตรกร 4 ภาคก็กำลังรอครม.แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการช่วยเหลือ  ทั้งนี้เกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษท่านเชื่อใจอยู่แล้ว.

คิกออฟสินเชื่อส่งเสริมเลี้ยงสัตว์ประเดิมขอนแก่นโมเดล

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/404958?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

คิกออฟสินเชื่อส่งเสริมเลี้ยงสัตว์ประเดิมขอนแก่นโมเดล

17 ธันวาคม 2562 – 00:05 น.
ประพัฒน์ โพธสุธน,ธกส,กรมปศุสัตว์,กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เปิดอ่าน 264 ครั้ง

ประภัตร ประชุมชี้แจงปศุสัตว์-ธกส.ชี้แจงวางแนวทางปฏิบัติงาน โครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง ก่อนลุยขอนแก่นโมเดลคิกออฟมอบสินเชื่อพรุ่งนี้

17 ธันวาคม 2562 ประภัตร ประชุมชี้แจงปศุสัตว์-ธกส. ชี้แจงวางแนวทางปฏิบัติงาน โครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง ก่อนลุยขอนแก่นโมเดล kickoff โครงการมอบสินเชื่อแห่งแรกพรุ่งนี้

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมชี้แจงแนวทางการปฏิบัติงาน โครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง ภายใต้บันทึกความเข้าใจ ระหว่าง กรมปศุสัตว์ และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.)

โดยระบุว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ และธ.ก.ส. มีเจตนารมณ์ในการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ โคเนื้อ กระบือ แพะเนื้อ และไก่พื้นเมือง รวมถึงกิจการที่เกี่ยวเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถภาคปศุสัตว์ไทย ฟื้นฟูอาชีพแก่เกษตรกร บรรเทาความเดือดร้อนเสียหายอันเนื่องมาจากภัยพิบัติ ภัยธรรมชาติ และผลกระทบจากราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ

พร้อมทั้งสนับสนุนการจัดการตลาดผลิตผลการเกษตรที่เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ และเพื่อเป็นการสร้างอาชีพทางเลือกใหม่ด้วยการปรับเปลี่ยนพื้นที่ไม่เหมาะสมมาเลี้ยงสัตว์ จำหน่ายทั้งภายในและต่างประเทศ จึงได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์และกิจการที่เกี่ยวข้องไปแล้ว

นายประภัตร กล่าวว่าในวันนี้เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการบรรลุวัตถุประสงค์ สามารถสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคง ยั่งยืน แก่เกษตรกร จึงได้จัดให้มีการประชุมชี้แจงแนวทางให้กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมปศุสัตว์ทั่วประเทศ และผู้บริหารระดับสูงของ ธกส. เพื่อมอบนโยบายในการปฏิบัติ และสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน พร้อมทั้งระดมความคิดเพื่อออกคู่มือการปฏิบัติที่สมบูรณ์

อีกทั้งในวันนี้ (17 ธ.ค. 62) จะมีการคิกออฟขับเคลื่อนโครงการฯ โดยใช้ จ.ขอนแก่น นำร่องแห่งแรก หรือ  ‘ขอนแก่นโมเดล’ ซึ่งจะเดินทางไปเป็นประธานพิธีมอบสินเชื่อโครงการระบบเกษตรแปลงใหญ่ และโครงการ xyz ให้กลุ่มเกษตรกร ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีนครขอนแก่น ต.บ้านทุ่ม อ.เมือง จ.ขอนแก่น ต่อไป

“สถานการณ์ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นซ้ำซากในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบให้เกษตรกรไม่สามารถทำการเกษตรได้ตามปกติ และยังได้ผลผลิตต่ำ รวมถึงขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อฟื้นฟูหรือปรับเปลี่ยนอาชีพ ตลอดจนนายกรัฐมนตรีได้กำชับทุกครั้งให้กระทรวงเกษตรฯ เร่งหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งได้มอบนโยบายให้กับกรมปศุสัตว์จะทำอย่างไรให้เกษตรกรมีกินมีใช้ภายในระยะเวลา 4 เดือน ดังนั้นจึงต้องหันมาพึ่งด้านปศุสัตว์ เพราะใช้น้ำน้อย และมีราคาดี ทั้ง วัว หมู แพะแกะ และไก่พื้นเมือง” นายประภัตร กล่าว

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ขณะนี้กรมปศุสัตว์อยู่ระหว่างการสำรวจความต้องการของกลุ่มเกษตรกร คาดว่าภายในสิ้นเดือน ธ.ค. นี้ จะได้รายชื่อกลุ่มทุกจังหวัด  โดยตั้งเป้าแต่ละจังหวัดต้องมี 100 กลุ่ม กลุ่มละ 10 คน เพื่อร่วมกันดำเนินโครงการตามที่ได้เลือกไว้

สำหรับกรอบแนวทางความร่วมมือ ของ mou ดังนี้ กรมปศุสัตว์ จะรับผิดชอบในการให้คำแนะนำในด้านการจัดการเลี้ยงสัตว์ กำหนดคุณลักษณะเฉพาะสัตว์ที่เข้าร่วมโครงการ การจัดการด้านการควบคุมป้องกันโรค การดูแลสุขภาพ การควบคุมมาตรฐานฟาร์ม การเคลื่อนย้าย การควบคุมการใช้สารต้องห้ามตามกฎหมาย การจัดทำฐานข้อมูล และการให้บริการพื้นฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

รวมทั้ง ประชาสัมพันธ์โครงการ รับสมัครสหกรณ์การเกษตร หรือกลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชน หรือนิติบุคคลอื่นๆ หรือบุคคลธรรมดา และคัดกรองเบื้องต้น ผู้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมเข้าร่วมโครงการ และให้การสนับสนุน ประสานงานด้านการตลาดตลอดห่วงโซ่การเลี้ยงสัตว์และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง รวมถึงการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสร้างความเข้มแข็งของสหกรณ์การเกษตร หรือกลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชน

ส่วน ธ.ก.ส. นั้น จะทำการประชาสัมพันธ์ ชี้แจง สร้างความเข้าใจแก่เกษตรกรและผู้เข้าร่วมโครงการ พร้อม ให้คำแนะนำและช่วยเหลือในการจัดทำแผนธุรกิจการเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้เป็นไปตามที่โครงการกำหนด และให้การสนับสนุนสินเชื่อให้แก่เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน สถาบันเกษตรกร นิติบุคคล และกลุ่มเป้าหมายตามโครงการ รวมทั้งบริหารสินเชื่อตลอดระยะเวลาโครงการ สนับสนุนการจัดการตลาดตลอดห่วงโซ่การเลี้ยงสัตว์และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง

กรมชลฯเร่งผันน้ำแม่กลองไล่น้ำเค็มรุกแม่น้ำเจ้าพระยา

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/404871?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

กรมชลฯเร่งผันน้ำแม่กลองไล่น้ำเค็มรุกแม่น้ำเจ้าพระยา

17 ธันวาคม 2562 – 00:00 น.
กรมชลประทาน,ผันน้ำ,ค่าความเค็มสูง,ผันน้ำแม่กลอง
เปิดอ่าน 78 ครั้ง

กรมชลฯเร่งผันน้ำแม่กลอง ไล่น้ำเค็มรุกแม่น้ำเจ้าพระยา คุมเข้มค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง หลังน้ำทะเลหนุนสูง หวั่นเข้าระบบประปา การเกษตร ระบบนิเวศเสียหาย

17 ธันวาคม 2562 นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าจากปรากฎการณ์น้ำทะเลหนุนสูงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงกว่าเกณฑ์

ทั้งนี้หากค่าความเค็มสูงมากจะทำให้ความสมดุลของระบบนิเวศในแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับความเสียหาย ไม่สามารถนำน้ำไปใช้ประโยชน์ได้  มีความห่วงใยประชาชน จึงหมอบหมายให้ นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นผู้ประสานและติดตามการดำเนินการตามมาตราการควบคุมค่าความเค็ม ให้คุณภาพน้ำกลับเป็นปกติโดยเร็วที่สุด

นายทวีศักดิ์ กล่าวว่าจากการลงพื้นที่ติดตามมาตราการควบคุมค่าความเค็มของแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง บริเวณประตูระบายน้ำบางสาม ในแม่น้ำท่าจีน พื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา จ.สุพรรณบุรี ว่า ล่าสุดค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสถานีประปาสำแล จ.ปทุมธานี ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ อยู่ที่0.18 กรัม/ลิตร

ส่วนบริเวณท่าน้ำนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และท่าน้ำนนทบุรี 2.80 กรัมต่อลิตร สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าน้ำกรมชลประทานสามเสน กรุงเทพฯพบค่าความเค็มยังคงสูงกว่าเกณฑ์ 4.13 กรัม/ลิตร สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานในส่วนของมาตรการควบคุมค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยค่าความเค็มของน้ําสําหรับการเกษตรไม่เกิน 2 กรัม/ลิตร  และค่าความเค็มของน้ําสําหรับการผลิตน้ําประปาไมเกิน/ 0.25

กรมชลประทาน ได้ดำเนินการผันน้ำจากแม่น้ำแม่กลอง ลงคลองจระเข้สามพันเชื่อมคลองสองพี่น้อง ลงสู่แม่น้ำท่าจีน จากนั้น จะสูบน้ำเข้าสู่คลองพระยาบรรลือ ด้วยเครื่องสูบน้ำ จำนวน 10 เครื่อง ที่ประตูระบายน้ำพระยาบรรลือ พร้อมกับเร่งผลักดันน้ำ โดยเครื่องผลักดันน้ำที่ติดตั้งไว้ในคลองพระยาบรรลือ จำนวน 6 เครื่อง บริเวณอำเภอลาดบัวหลวง เพื่อเร่งผลักดันน้ำ ไปให้เครื่องสูบน้ำ 10 เครื่อง ที่ประตูระบายน้ำสิงหนาท 2 สูบต่อลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อควบคุมความเค็มไม่ให้รุกล้ำเข้าไปพื้นที่ตอนบน เนื่องจากน้ำทะเลหนุนสูง ส่วนด้านท้ายน้ำ ได้ดำเนินการผันน้ำจากแม่น้ำแม่กลองผ่านคลองท่าสาร-บางปลา ลงสู่แม่น้ำท่าจีน เพื่อควบคุมความเค็มไม่ให้รุกล้ำขึ้นไปในพื้นที่ตอนบนเช่นกัน

นอกจากนี้ กรมชลประทาน โดยสำนักเครื่องจักรกล และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระองค์ไชยานุชิต ร่วมกันติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 4 เครื่อง บริเวณประตูระบายน้ำบางขนาก เพื่อผลักดันน้ำจืดจากแม่น้ำบางปะกงเข้าคลองบางขนาก ในช่วงที่ค่าความเค็มต่ำหรือช่วงน้ำทะเลลง เพื่อให้ประชาชนที่ใช้น้ำจากคลองบางขนาก สามารถนำน้ำไปใช้ในอุปโภคบริโภค และยังเป็นการรักษาระบบนิเวศในคลอง  บางขนากอีกด้วย