พร้อมให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ปีหน้า

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/404214?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

พร้อมให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ปีหน้า

12 ธันวาคม 2562 – 16:33 น.
คลิกนิกเกษตร,กรมส่งเสริมการเกษตร,เกษตรกร
เปิดอ่าน 11 ครั้ง

กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าคลิกนิกเกษตรเคลื่อนที่พร้อมให้บริการ ปี 2563 ทั้งหมด 4 ครั้งเผยปี 62 มีเกษตรกรเข้ารับบริการเกือบแสนราย

12 ธันวาคม 2562 นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การทำอาชีพเกษตรในปัจจุบันนอกจากจะต้องรับมือกับปัญหาแมลงศัตรูพืชและโรคพืชแล้ว เกษตรกรต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ส่งผลกระทบต่อการทำการเกษตรทุกประเภท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้จัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ขึ้น เพื่อให้บริการช่วยเหลือเกษตรกรทั่วประเทศ โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการแก้ไขปัญหาที่เกษตรกรพบเจอในการทำการเกษตร

สำหรับปี 2563 โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ มีกำหนดการจัดงานทั้งหมด 4 ครั้ง แบ่งเป็น ครั้งที่ 1 ช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคม 2562 ครั้งที่ 2 ช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม 2563 ครั้งที่ 3 ช่วงเดือน เมษายน – มิถุนายน 2563 และครั้งที่ 4  โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ระหว่างวันที่ 22 – 31 กรกฏาคม 2563

จากการดำเนินงานภายในปี 2562 มีเกษตรกรเข้ามารับบริการ จำนวน 98,639 ราย และเข้ารับบริการในคลินิกต่างๆ รวม 365,536 ราย ซึ่งการให้บริการของคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ จำแนกได้เป็น 11 ด้าน คือ 1. คลินิกดิน 2. คลินิกพืช 3. คลินิกปศุสัตว์ 4. คลินิกประมง 5. คลินิกชลประธาน 6. คลินิกสหกรณ์ 7. คลินิกบัญชี 8. คลินิกกฎหมาย 9. คลินิกข้าว 10. คลินิกหม่อนไหม 11. คลินิกอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น การฝึกอาชีพด้านการเกษตร หรือ

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่มีวัตถุประสงค์ในการให้บริการช่วยเหลือเกษตรกรใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยอาศัยความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการบูรณาการความรู้และงานวิจัยเพื่อถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยีทางการเกษตร และแก้ไขปัญหาที่เกษตรกรเจอในการทำการเกษตร

ทั้งยังมีการติดตามผลเพื่อให้มั่นใจได้ว่าปัญหาที่เกษตรกรพบจะได้รับการแก้ไขที่ถูกต้องและสัมฤทธิ์ผล โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่มาอย่างต่อเนื่องกว่า 18 ปี ทั้งนี้ เกษตรกรใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ สามารถติดตามข่าวสารการจัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ได้ภายในเว็บไซต์ https://clinickaset.doae.go.th/ รวมถึงสอบถามข้อมูลต่างๆ ได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่

ธรรมนัส ลั่นส.ป.ก.ทำตามกฎหมาย ยึดคืนแล้วถือว่าจบ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/404049?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ธรรมนัส ลั่นส.ป.ก.ทำตามกฎหมาย ยึดคืนแล้วถือว่าจบ

12 ธันวาคม 2562 – 00:00 น.
สปก,ปารีณา,ธรรมนัส,กรมป่าไม้,ฟาร์มไก่,เขาสนฟาร์ม
เปิดอ่าน 155 ครั้ง

ธรรมนัส สั่งเลขาฯ ส.ป.ก.รายงานรองนายกฯ วิษณุ ตามข้อกฎหมายและการปฏิบัติขั้นตอนต่างๆ กรณีที่ดินฟาร์มไก่ ปารีณา 682ไร่ ขณะที่วิษณุ ลั่นส.ป.ก. ทำตามกฎหมาย

12 ธันวาคม 2562 ธรรมนัส สั่งเลขาฯ ส.ป.ก. รายงานรองนายกฯ วิษณุ ตามข้อกฎหมายและการปฏิบัติขั้นตอนต่าง ๆ กรณีที่ดินฟาร์มไก่ ปารีณา 682 ไร่ วิษณุ ลั่นส.ป.ก.ทำตามกฎหมาย ยึดคืนแล้วถือว่าจบ ส่วนกฎหมายป่าไม้ให้กรมป่าไม้ดำเนินการ

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สั่งการให้นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายเพื่อรายงานการปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมายปฏิรูปที่ดิน เกี่ยวกับกรณีที่น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ครอบครองที่ดินเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อทำฟาร์มไก่ “เขาสนฟาร์ม” ซึ่งขณะนี้ยินยอมคืนพื้นที่ทั้ง 29 แปลงให้ส.ป.ก. แล้ว จากนี้จะส.ป.ก. จะนำสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดิน โดยอนุญาตให้ผู้ยากไร้เข้าทำกินได้ตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ในโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.)

“ทั้งนี้ในส่วนพื้นที่ส.ป.ก.ได้ทำตามหลักเกณฑ์จบหมดแล้ว ไม่เข้าเงื่อนไขการดำเนินคดี แต่ในส่วนกรมป่าไม้ จะดำเนินคดีตามอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลพื้นที่ป่า เป็นเรื่องไปว่ากันตามกฎหมายของกรมป่าไม้ ที่ไปบังคับใช้อย่างไร”

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวจากสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดราชบุรี (ส.ป.ก.จังหวัดราชบุรี) เปิดเผยว่าพื้นที่ส.ป.ก.กว่าพันไร่ที่ถือครองโดยนายทวี ไกรคุปต์ อดีตส.ส.ราชบุรี  โดยบริเวณพื้นที่ตรงกลาง เป็นภูเขา อยู่ฝั่งซ้ายมือ อยู่ในเขตส.ป.ก.อ.สวนผึ้ง และขวามืออยู่ในเขตส.ป.ก.อ.จอมบึง ประมาณ 800 กว่าไร่ และเขตสวนผึ้ง 600 กว่าไร่

สำหรับพื้นที่ทั้งแปลงนี้มีเกือบ 2 พันไร่ บางส่วนอยู่นอกเขตปฏิรูปที่ดิน เป็นเขตป่าไม้สงวนแห่งชาติ และฟาร์มไก่ ของส.ส.ปารีณา อ้างว่าครอบครองมาหลายสิบปี ประมาณ 40 กว่าปี ก่อนยกให้พื้นที่ให้ประกาศเขตปฎิรูปที่ดิน

ทั้งนี้ในแผนที่แสดงเขตที่ดิน ส.ป.ก.ฟาร์มไก่ ซี่งเป็นฟาร์มปิด อยู่ด้านฝั่งอำเภอจอมบึง อยู่ในเขต ส.ป.ก.ประมาณ แปดร้อยไร่ ส่วนที่เหลืออยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ และฝั่งอำเภอสวนผึ้งอยู่ในเขตส.ป.ก. ประมาณ หกร้อยกว่าไร่ ทั้งนี้พื้นที่ทั้งหมดรวมพื้นที่ที่กรมป่าไม้รับผิดชอบด้วยก็เกือบสองพันไร่ จะต้องตรวจสอบว่ารายชื่อที่แจ้งการครอบครองว่าเป็นนอมินีหรือไม่

โดยหลังจากนั้นมีการดำเนินการตามกระบวนการต่าง ๆ  จนกระทั่งได้ข้อสรุปดังกล่าวแล้วคือนางสาปารีณา ได้ขอคืนที่ดินส.ป.ก.แล้ว

ไม่จบ ป่าไม้ ส.ป.ก.ยังเกี่ยงโยนกลองดำเนินคดีฟาร์มไก่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/404051?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ไม่จบ ป่าไม้ ส.ป.ก.ยังเกี่ยงโยนกลองดำเนินคดีฟาร์มไก่

12 ธันวาคม 2562 – 00:00 น.
วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข,สปก,ปารีณา,กรมป่าไม้,รุกที่
เปิดอ่าน 120 ครั้ง

ไร้ข้อสรุป ป่าไม้ ส.ป.ก.ยังเกี่ยงโยนกลองดำเนินคดี ฟาร์มไก่ ตีกลับหนังสือคืนพื้นที่ 682 ไร่ พบปารีณายื่นเงื่อนไขขอสงวนสิทธิรับจัดสรรที่ดิน

12  ธันวาคม 2562 ไม่จบ ไร้ข้อสรุป ป่าไม้ -ส.ป.ก.ยังเกี่ยงโยนกลองดำเนินคดี ฟาร์มไก่ ปารีณา ตีกลับหนังสือคืนพื้นที่ 682ไร้ พบ ปารีณา ยื่นเงื่อนไขขอสงวนสิทธิเป็นรายแรกเข้ารับจัดสรรที่ดิน ทั้งแนบใบภบท.5มาดัวย ให้ส่งใหม่ไร้เงื่อนไขใดๆภายใน 7 วัน 

ที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.)นายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ ฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบที่ดิน นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการประชุมร่วมกับฝ่ายกฎหมายของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือ ส.ป.ก. เพื่อหาแนวทางว่าหน่วยงานใดจะเป็นผู้ดำเนินคดีกับที่ดิน ส.ป.ก. 682 ไร่ของนางสาวปารีณา

โดยที่ประชุมมีมติให้ส.ป.ก. เร่งทำหนังสือตีกลับไปให้นางสาวปารีณา ส่งคืนที่ดินโดยไม่ต้องไม่มีการระบุเงื่อนไขใด ภายใน 7 วัน หลังจากนั้นกรมป่าไม้จึงจะมาหารืออำนาจการจัดการตามกฎหมายอีกครั้ง โดยยังไม่มีข้อสรุปในวันนี้ เนื่องจากยังต้องรอดูรายละเอียดในหนังสือที่นางสาวปารีณาส่งกลับมาว่ามีข้อมูลและเนื้อหารายละเอียดอย่างไร ส่วนเรื่องรายละเอียดข้อกฎหมายและระเบียบยังไม่ได้ข้อยุติ แต่ยืนยันว่ากรมป่าไม้จะดำเนินการตามมาตรฐานด้วยความรอบคอบ แต่ทั้งนี้ต้องรอความชัดเจนจากทาง ส.ป.ก. ด้วยเช่นกัน

สำหรับการเทียบเคียงกับคำพิพากษาศาลฎีกาจังหวัดนครพนมที่พิพากษาให้ชาวบ้านจำคุก 6 เดือน จากการเข้าไปครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.ซึ่งคำพิพากษาได้ระบุว่าแม้ที่ดินเป็นเขตปฏิรูปแต่เป็นเพียงแค่การกำหนดขอบเขตที่ดินไม่ได้มีผลเป็นการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติ กรมป่าไม้ต้องมีอำนาจในการดำเนินคดีอยู่ นายธวัชชัย กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องขอไปดูรายละเอียดของแต่ละกรณี ไม่สามารถนำมาเทียบเคียงกับกรณีนางสาวปารีณาได้

ทั้งนี้ยืนยันว่าท่ามกลางกระแสการตั้งข้อสงสัยว่ามีการดำเนินการสองมาตรฐานหรือไม่นั้น ขอย้ำว่าทั้งหมดดำเนินไปด้วยมาตรฐานเดียวกันขอให้มั่นใจการทำงานของกรมป่าไม้ ที่ก่อนหน้านี้ถ้าที่ดินอยู่ในอำนาจของกรมป่าไม้ก็แจ้งความร้องทุกข์ไปแล้วกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ บก.ปทส. แต่ที่ยังไม่สามารถส่งฟ้องได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้นายวีระ สมความคิด ได้แจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจภูธรจอมบึงไว้ก่อน ตำรวจ ปทส. มีความจำเป็นต้องทำความเห็นไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้พิจารณาอำนาจว่าใครจะเป็นคนทำคดีดังกล่าว

ด้านนายจุมพฎ ชอบธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานกฎหมายกรมป่าไม้ กล่าวในแง่ของข้อกฎหมายว่า ลักษณะของที่ฟาร์มไก่ของนางสาวปารีณา ทั้ง682 ไร่ ในเขต ส.ป.ก. คล้ายกับคดีการบุกรุกพื้นที่ ส.ป.ก.ในอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ปี 2558 ที่ตำรวจดำเนินคดีข้อหาบุกรุกพื้นที่ ส.ป.ก. ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตความรับผิดชอบของใครผู้นั้นต้องเป็นคนแจ้งความร้องทุกข์ ไม่สามารถดำเนินการก้าวล่วงอำนาจของแต่ละหน่วยงานได้ พร้อมเปรียบเทียบกับที่ดินท้องสนามหลวงหากมีการเข้าไปบุกรุกตักดิน หรือดำเนินการใดใด ต้องเป็นอำนาจแจ้งความร้องทุกข์ของกรุงเทพมหานครแม้ว่าก่อนหน้านี้สภาพท้องสนามหลวงจะเป็นป่าก็ตาม

ส่วนกรณีนางสาวปารีณา กับกรณีชาวบ้านหมู่บ้านซับหวาย บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง นายจุมพฎ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติ และมีที่ดินป่าสงวนแห่งชาติทับซ้อนกับที่ดินอุทยานฯ ซึ่งตามกฎหมายแล้วที่ดินอุทยานไม่สามารถเข้าไปบุกรุกได้เลย แต่ที่ดินของนางสาวปารีณา เป็นที่ ส.ป.ก. จึงทำให้การดำเนินการทางกฎหมายแตกต่างกัน

สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับการครอบครองที่ดินรัฐของน.ส. ปารีณาถูกตั้งข้อสังเกตจากหลายฝ่ายถึงหนังสือส่งมอบคืนพื้นที่แก่ส.ป.ก. ซึ่งน.ส.ปารีณาให้ผู้รับมอบอำนาจมาส่งต่อร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯซึ่งไม่ระบุวันที่ในหนังสือ โดยรมช. ธรรมนัสรับหนังสือวันที่ 7 ธ.ค. 2562 แต่ปรากฏเลขรับหนังสือภายหลังลงหมายเลข 20 280 วันที่ 6 ธ.ค. 2562 ต่อมาหลังการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา รมช. ธรรมนัส ได้ระบุให้ น.ส. ปารีณาต้องทำหนังสือส่งมอบคืนที่ดินให้ส.ป.ก. ใหม่เนื่องจากฉบับที่ส่งมากำหนดเงื่อนไขไว้  ดังนี้

“ข้าพเจ้าและ/หรือบุคคลในครอบครอง ขอสงวนการใช้สิทธิเป็นอันดับแรกตามที่กฎหมายกำหนด”

ทั้งนี้ร.อ.ธรรมนัส ได้สั่งการให้นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการส.ป.ก. ทำหนังสือแจ้งน.ส. ปารีณาไปอีกครั้ง ให้ทำหนังสือใหม่เพราะการส่งมอบที่ดินเพื่อเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมนั้นมีเงื่อนไขไม่ได้ ทางฝ่ายกฎหมายพิจารณาแล้วเห็นว่า การระบุเงื่อนไขในหนังสืออาจทำให้การนำที่ดินมาเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินมีปัญหาตามมาภายหลัง นอกจากนี้น.ส. ปารีณายังระบุในหนังสือว่า “ได้แนบสำเนาการเสียภาษีบำรุงท้องที่ประเภท ภ.บ.ท. 5 มาด้วย” ซึ่งอาจเป็นความเข้าใจของน.ส. ปารีณาว่า แสดงถึงสิทธิการครอบครอง ซึ่งตามกฎหมายส.ป.ก. เอกสารการเสียภาษีบำรุงท้องที่ไม่ได้แสดงสิทธิการครอบครอง

เกษตรฯKick off ฐานข้อมูลเกษตรแห่งชาติ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/404048?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

เกษตรฯKick off ฐานข้อมูลเกษตรแห่งชาติ

11 ธันวาคม 2562 – 20:38 น.
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์,อลงกรณ์ พลบุตร,คิกออฟ,เฉลิมชัย ศรีอ่อน,บิ๊กดาต้า
เปิดอ่าน 120 ครั้ง

กษ. Kick off ฐานข้อมูลเกษตรแห่งชาติ จับมือภาคี 10 กระทรวง ลงนาม MOU พร้อมกัน 25 ธ.ค. นี้ เพื่อให้บริการในสินค้าเกษตรสำคัญ 5 ชนิด และฐานข้อมูลเศรษฐกิจสังคมครัวเร

12 ธันวาคม 2562 กษ. Kick off ฐานข้อมูลเกษตรแห่งชาติ จับมือภาคี 10 กระทรวง ลงนาม MOU พร้อมกัน 25 ธ.ค. นี้ เพื่อให้บริการในสินค้าเกษตรสำคัญ 5 ชนิด และฐานข้อมูลเศรษฐกิจสังคมครัวเรือนเกษตร ของขวัญปีใหม่เกษตรกร ประชาชนไทย

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน) ได้มีนโยบายขับเคลื่อนเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตรด้วยการขับเคลื่อนพัฒนาฐานข้อมูลด้านการเกษตรอัจฉริยะ (Intelligence Agricultural Big data) และ Gov Tech ของกระทรวงเกษตรฯ เพื่อนำไปสู่การยกระดับการพัฒนาและปฏิรูปภาคการเกษตรสู่ความยั่งยืน

โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็น เครื่องมือให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายเกษตร 4.0 กระทรวงเกษตรฯ จึงได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน Big Data และ Gov Tech ของกระทรวงเกษตรฯ โดยมีเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เป็นประธาน มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน ตลอดจนนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการ Big data เพื่อร่วมผนึกกำลังในการขับเคลื่อน Big Data

ภายใต้ชื่อโครงการฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติ โดย สศก. ได้จัดประชุมคณะอนุกรรมการฯ เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อหารือถึงแผนการดำเนินงานขับเคลื่อนฐานข้อมูลด้านการเกษตรให้เกิดเป็นรูปธรรมและใช้ได้จริง และกำหนดแผนการ Kick off  โครงการพัฒนาฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติ ในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ เพื่อเป็นของขวัญต้อนรับปีใหม่ให้พี่น้องเกษตรกร ให้สามารถเข้าถึงการบริการข้อมูลสารสนเทศด้านการเกษตรของภาครัฐ

ทั้งนี้ จะมีพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือการพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติ ร่วมกันทั้ง 10 กระทรวง คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล(องค์การมหาชน) เพื่อนำข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติ ให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับโครงการฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาตินับเป็นการจัดทำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data ของกระทรวงเกษตรฯ ให้เป็นรูปธรรม และมีการขับเคลื่อนนำไปใช้ประโยชน์ในทุกภาคส่วน โดยจะบูรณาการฐานข้อมูลด้านการเกษตรของ สศก. ร่วมกับฐานข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ ในกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานภายนอกรวม 10 กระทรวง ตลอดจนข้อมูลต่าง ๆ ในโซเชียลมีเดีย (Social Media) หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) ที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่ภาคเกษตร

ทั้งด้านเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ด้านสินค้า และด้านทรัพยากรเกษตร ซึ่งการดำเนินการจะจัดทำชุดข้อมูล (Datasets) ที่กำหนดหน่วยงานเจ้าของข้อมูลที่ชัดเจน ไม่ซ้ำซ้อน และจัดเก็บข้อมูลพฤติกรรมเกษตรกรในการดำเนินการด้านการเกษตรตั้งแต่ผลิตจนถึงขายผลผลิตโดยมีผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการที่จะให้คำแนะนำแก้ไขปัญหา (Coaching) สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะนำมาจัดเก็บเข้าสู่ฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติ เพื่อการวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และให้บริการข้อมูล Open Data และ Open API อย่างมีรอบด้านและมีประสิทธิภาพ

สำหรับระยะแรก จะเร่งผลักดันฐานข้อมูล เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์แน่นอน ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2563 ด้วยฐานข้อมูลสินค้าเกษตรสำคัญ 5 ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน และยางพารา รวมทั้งฐานข้อมูลเศรษฐกิจสังคมครัวเรือนเกษตร และมีแผนเปิด Open Data และ Open API ชุดข้อมูลสำคัญให้กับทุกภาคส่วนได้ใช้ประโยชน์ และเร่งสร้างเครือข่ายให้เจ้าหน้าที่และนักวิชาการด้านข้อมูลของแต่ละหน่วยงาน เพื่อจัดทำข้อมูลให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ซึ่งคาดว่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะสามารถช่วยให้การคาดการณ์และพยากรณ์ การเตือนภัยภาคเกษตร มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นประโยชน์สำหรับการจัดทำนโยบายเกษตรในการบริหารจัดการและตัดสินใจในด้านการวางแผนการผลิตและการตลาด พร้อมทั้งบริการข้อมูลข่าวสารทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร

ส.ป.ก. ป่าไม้​ ถกเครียดใครเจ้าภาพคดีปารีณารุก​ 682 ไร่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/404040?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ส.ป.ก. ป่าไม้​ ถกเครียดใครเจ้าภาพคดีปารีณารุก​ 682 ไร่

11 ธันวาคม 2562 – 19:35 น.
กรมป่าไม้,ปารีณา,สปก,คณะกรรมการกฤษฎีกา
เปิดอ่าน 114 ครั้ง

ส.ป.ก.-ป่าไม้​ ถกเครียดความชัดเจนเจ้าภาพคดีปารีณารุก​ 682​ ไร่ ลุ้นกฤษฎีกาตีความ ด้าน เครือข่ายที่ดินจับตาดำเนินคดีปารีณา ชาวบ้าน เหมือน ต่างอย่างไร

11 ธันวาคม 2562​​ ความคืบหน้าการดำเนินคดี​ น.ส.ปารีณา​ ไกร​คุปต์​ ส.ส.ราชบุรี​รุกที่ป่า 682 ไร่​​ หลังจากที่​ส.ป.ก.และกรมป่าไม้ ยังไม่ได้ข้อสรุปว่า​ ใครจะเป็นเจ้าภาพในการดำเนินคดีในที่ดินดังกล่าว

ล่าสุดนายธวัชชัย ลัดกรูด​ ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ พร้อมด้วยฝ่ายกฎหมาย ได้ร่วมประชุมกับส.ป.ก.​โดยนายนภดล ตันติเมฆิน ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย ส.ป.ก.ฝ่ายกฎหมาย เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน​ อย่างเคร่งเครียด

นายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ หัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบการครอบครองที่ดิน น.ส.ปารีณา กล่าวว่า​ กำลังเร่งศึกษาข้อกฎหมายให้ชัดเจนว่าสามารถดำเนินคดี น.ส.ปารีณาเพิ่มเติมในพื้นที่ 682 ไร่ ซึ่งกรมป่าไม้ได้ส่งมอบ​ส.ป.ก. แล้ว ได้หรือไม่ เนื่องจากต้องพิจารณารายละเอียดทั้งคำพิพากษาของศาลฎีกาในอดีตที่มีการฟ้องร้องบุคคลซึ่งครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. ก่อนประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินที่ปรากฏว่า เป็นความผิดตามพ.ร.บ.ป้าไม้ พ.ศ. 2484 โดย ส.ป.ก.สามารถเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษได้ เพราะอยู่ในความรับผิดชอบของ ส.ป.ก. ขณะนี้จึงรอการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่​ กรมป่าไม้หารือไป เพื่อนำมาประกอบการดำเนินการต่อ

นายนภดล ตันติเมฆิน ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย ส.ป.ก. บอกว่า ที่ดินป่าสงวนแห่งชาติเสื่อมโทรมที่​ กรมป่าไม้ส่งมอบให้ ส.ป.ก. มาจัดสรรให้เกษตรกรนั้นจะมีเกษตรกรผู้ถือครองที่ดินติดมาด้วย ซึ่ง ส.ป.ก.ก็จะตรวจสอบคุณสมบัติว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์การจัดสรรที่ดินของส.ป.ก.หรือไม่​ ตรงนี้เราไม่ได้มีการดำเนินคดี แต่ถ้าผู้ถือครองที่ดินไม่ให้ความร่วมมือก็ต้องนำเข้าสู่กระบวนการของการดำเนินคดี ซึ่งใน พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจะมีบทลงโทษตามกฎหมายอาญาในกรณีที่ผู้ถือครองที่ดินป้องปัดขัดขว้างไม่ให้ ส.ป.ก. เข้าไปตรวจสอบการทำประโยชน์ในพื้นที่เกษตรกรรมและการสำรวจขอบเขตพื้นที่

ผู้สื่อข่าว​รายงานจาก​ ส.ป.ก.​ ว่าขณะนี้​ทั้ง​ 2​ หน่วยงานอยู่ระหว่างการประชุมร่วมกัน​ โดยยังไม่ได้ข้อสรุปว่าใครจะเป็นเจ้าภาพ​ ดำเนินที่ดินของ​ น.ส.ปารี​ณา​ อีก​ 682​ ไร่​ ท่ามกลางการจับตาจากเครือข่าย​ภาค​ประชาชน​ด้านที่ดิน​ ว่ารัฐจะดำเนินคดี​ น.ส.​ปารี​ณา​ แบบเดียวกับชาวบ้านทั่วไปหรือไม่​

ครม.ขยายเวลาจ่ายเงิน ช่วยต้นทุนปลูกข้าว

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/403963?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ครม.ขยายเวลาจ่ายเงิน ช่วยต้นทุนปลูกข้าว

11 ธันวาคม 2562 – 15:47 น.
ครมขยายเวลาจ่ายเงิน,ต้นทุนปลูกข้าว
เปิดอ่าน 129 ครั้ง

ครม.ขยายเวลาจ่ายเงิน ช่วยต้นทุนปลูกข้าว พร้อม ประกันราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

11 ธ.ค.2562- ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า  ที่ประชุมครม.เห็นชอบ ตามที่กระทรวงการคลัง เสนอร่างกฎกระทรวงมาตรการต่างๆ

เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวตามที่ นบข.มีมติไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามโครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโดยจะขยายระยะเวลาการจ่ายเงิน จากไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ออกไปถึง วันที่ 30 เมษายน 2563  โครงการ ช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว และปรับปรุงคุณภาพข้าว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร ที่มีการลงทพเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2562  โดยจะให้เกษตรกรรายย่อย อัตราไร่ละ 500 บาท ต่อครัวเรือน ที่ไม่เกิน 20 ไร่ ครัวเรือนละไม่เกิน 1 หมื่นบาท มีระยะเวลาถึง 30 กันยายน 2563

และในที่ประชุม ยังได้เห็นชอบ โครงการประกันรายได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นจำนวน 923 ล้านบาท ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ไร่  ที่ปลูกตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2562 ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถจ่ายเงินส่วนต่างได้ ภายในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส.  จะเป็นผู้โอนเงินให้กับเกษตรกรที่ได้ลงทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร หรือ กสก.ไว้แล้ว

‘วิษณุ’เรียก‘ป่าไม้-ส.ป.ก.-กฤษฎีกา’เคลียร์ปมที่ดิน‘ปารีณา’ ติดหล่ม 3 ข้อไม่ได้ข้อยุติ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/459577

news_default

‘วิษณุ’เรียก‘ป่าไม้-ส.ป.ก.-กฤษฎีกา’เคลียร์ปมที่ดิน‘ปารีณา’ ติดหล่ม 3 ข้อไม่ได้ข้อยุติ

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 16.41 น.

‘วิษณุ’เรียก‘ป่าไม้-ส.ป.ก.-กฤษฎีกา’เคลียร์ปมที่ดิน‘ปารีณา’ ติดหล่ม 3 ข้อไม่ได้ข้อยุติ

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 11 ธันวาคม 2562 ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เชิญนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ , นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อหาถึงกรณีการถือครองที่ดินใน จ.ราชบุรี ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง

จากนั้นนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยภายหลังการหารือว่า ช่วงเช้าวันเดียวกัน (11 ธันวาคม 2562) คณะทำงานของกรมป่าไม้ได้หารือกับคณะทำงานของ ส.ป.ก.ในเรื่องของสถานภาพพื้นที่ นายวิษณุจึงเชิญมาหารือในข้อกฎหมาย โดยก่อนหน้านี้นายวิษณุได้ให้ข้อมูลได้ถูกต้องครบถ้วน แต่อาจมีการนำเสนอข่าวที่ไม่ตรง เพราะนายวิษณุพูดถึงประเด็นคืนพื้นที่ พร้อมกับต้องพิจารณาว่าพื้นที่ดังกล่าวมีสถานภาพเดิมเป็นไปตามกฎหมายใด ซึ่งต้องว่าไปตามกฎหมายนั้น ที่ผ่านมาอาจมีการเสนอข่าวที่คลาดเคลื่อน ทำให้มองว่านายวิษณุระบุว่าให้คืนอย่างเดียวแล้วไม่ต้องดำเนินการอย่างอื่น ครั้งนี้ทั้ง 3 ฝ่าย จึงมาคุยกันในข้อกฎหมาย เพื่อหารือว่าสถานภาพในพื้นที่ปัจจุบันจะยึดหลักการพิจารณาอย่างไร จะเข้าข้อกฎหมายของ ส.ป.ก.หรือกฎหมายที่เกี่ยวกับที่ดินของกรมป่าไม้

นายอรรถพล กล่าวว่า ขณะนี้มี 3 ประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อยุติ คือ 1.ต้องดูคำจำกัดความ หรือเส้นในการพิจารณาให้ได้ว่าพื้นที่ดังกล่าวเข้าไปดำเนินกิจกรรมจัดที่ดินตามกฎหมายใด 2.สมมุติมีการกระทำความผิด หรือสถานภาพกลับมาในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่เดิม คือ พื้นที่ป่า ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ควรจะต้องดำเนินคดีอย่างไร และ 3.เมื่อมีการดำเนินคดี หน่วยงานไหนจะต้องเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ ขณะนี้ได้ข้อยุติพอสมควร แต่คงไม่เหมาะสมที่จะเปิดเผยในขณะนี้ ขอให้ผลการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาออกมาก่อนแล้วจะได้ข้อยุติ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ ส.ป.ก.ระบุว่า พื้นที่ 682 ไร่ เป็นพื้นที่ของ ส.ป.ก. ทำไมวันนี้จึงยังไม่แน่ชัดว่าอยู่ในความรับผิดชอบของใคร นายอรรถพล กล่าวว่า ต้องตีความกันก่อนว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในสถานภาพอะไร ตอนนี้เราอยากได้ข้อยุติจากคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อน เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประเด็นเกี่ยวกับการเข้าไปดำเนินกิจกรรมภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูปที่ดิน จึงต้องให้ได้ข้อยุติที่ชัดเจนตามความหมายของกฎหมายที่ตีความไว้ว่าสถานภาพมันเป็นอะไร และก่อนจะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และความรัดกุมต่อการดำเนินคดี ซึ่งหากมีการดำเนินคดีเกิดขึ้นเราจึงต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสียก่อน

เมื่อถามว่า สุดท้ายแล้วจะเอาผิดกับ น.ส.ปารีณาได้หรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า ต้องรอความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งไม่น่าจะนาน เพราะในการหารือครั้งมีตัวแทนของคณะกรรมการกฤษฎีกาเข้าร่วมด้วย ซึ่งเมื่อเขาให้ความเห็นมาเราพร้อมปฏิบัติตาม และแม้ออกมาตรงข้ามกับแนวทางที่กรมป่าไม้เคยดำเนินการก่อนหน้านี้เราก็ต้องเคารพความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา

เมื่อถามว่า จะรวมพื้นที่ 46 ไร่ ที่กรมป่าไม้เคยแจ้งความดำเนินคดีอาญาหรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า พื้นที่ 46 ไร่เราดำเนินคดีไปแล้ว อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ส่วนความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาจะไม่เกี่ยวกับพื้นที่ดังกล่าว เพราะถือเป็นความผิดฐานเดิม โดยที่หารือกันครั้งนี้เฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในเขต ส.ป.ก.

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า กรณีของ น.ส.ปารีณา แตกต่างจากกรณีชาวบ้านทั่วไปที่กระทำแล้วมีความผิดอย่างไร นายอรรถพล กล่าวว่า ถือเป็นคนละรูปแบบ เพราะชาวบ้านที่เขาไปบุกรุกต้องถามว่า บุกรุกแบบไหน ส่วนใหญ่ที่เราเข้าไปดำเนินการคือ บุกรุกใหม่ และชาวบ้านที่ไปบุกรุกพื้นที่ ส.ป.ก. เราก็ไม่เคยมีการดำเนินการ อีกทั้งกรมป่าไม้เองรับผิดชอบเฉพาะพื้นที่ป่าสงวนตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ไม่เคยเข้าไปเกี่ยวกับพื้นที่ ส.ป.ก.

ถกครึ่งค่อนวันไร้ข้อสรุป ‘ส.ป.ก.-ป่าไม้’ติดหล่มกม.ดำเนินคดี‘ปารีณา’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/459503

news_default

ถกครึ่งค่อนวันไร้ข้อสรุป ‘ส.ป.ก.-ป่าไม้’ติดหล่มกม.ดำเนินคดี‘ปารีณา’

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 15.04 น.

ถกครึ่งค่อนวันไร้ข้อสรุป ‘ส.ป.ก.-ป่าไม้’ติดหล่มกม.ดำเนินคดี‘ปารีณา’

11 ธันวาคม 2562 ที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) นายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบที่ดิน น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงการประชุมร่วมกับฝ่ายกฎหมายของ ส.ป.ก. เพื่อหาแนวทางว่าหน่วยงานใดจะเป็นผู้ดำเนินคดีกับที่ดิน ส.ป.ก. 682 ไร่ของ น.ส.ปารีณา ซึ่งมีการประชุมตั้งแต่ช่วงเช้า จนถึงช่วงบ่าย ว่า ที่ประชุมมีมติให้ทาง ส.ป.ก. เร่งทำหนังสือตีกลับไปให้ น.ส.ปารีณา กรณีส่งคืนที่ดินโดยไม่ต้องไม่มีการระบุเงื่อนไขใดๆภายใน 7 วัน หลังจากนั้นกรมป่าไม้จึงจะมาหารืออำนาจการจัดการตามกฎหมายอีกครั้ง โดยยังไม่มีข้อสรุปในวันนี้ เนื่องจากยังต้องรอดูรายละเอียดในหนังสือที่ น.ส.ปารีณา ส่งกลับมาว่ามีข้อมูลและเนื้อหารายละเอียดอย่างไร ส่วนเรื่องรายละเอียดข้อกฎหมายและระเบียบยังไม่ได้ข้อยุติ แต่ยืนยันว่ากรมป่าไม้จะดำเนินการตามมาตรฐานด้วยความรอบคอบ แต่ต้องรอความชัดเจนจาก ส.ป.ก. ด้วยเช่นกัน

สำหรับการเทียบเคียงกับคำพิพากษาศาลฎีกาจังหวัดนครพนมที่พิพากษาให้ชาวบ้านจำคุก 6 เดือน จากการเข้าไปครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.ซึ่งคำพิพากษาได้ระบุว่าแม้ที่ดินเป็นเขตปฏิรูป แต่เป็นเพียงแค่การกำหนดขอบเขตที่ดินไม่ได้มีผลเป็นการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติ กรมป่าไม้ต้องมีอำนาจในการดำเนินคดีอยู่ นายธวัชชัย กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องขอไปดูรายละเอียดของแต่ละกรณี ไม่สามารถนำมาเทียบเคียงกับกรณี น.ส.ปารีณา ได้

ทั้งนี้ ยืนยันว่าท่ามกลางกระแสการตั้งข้อสงสัยว่ามีการดำเนินการ 2 มาตรฐานหรือไม่นั้น ขอย้ำว่าทั้งหมดดำเนินไปด้วยมาตรฐานเดียวกัน ขอให้มั่นใจการทำงานของกรมป่าไม้ ที่ก่อนหน้านี้ถ้าที่ดินอยู่ในอำนาจของกรมป่าไม้ก็แจ้งความร้องทุกข์ไปแล้วกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(บก.ปทส.) แต่ที่ยังไม่สามารถส่งฟ้องได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้นายวีระ สมความคิด ได้แจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.จอมบึง ไว้ก่อน ตำรวจ ปทส. มีความจำเป็นต้องทำความเห็นไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้พิจารณาอำนาจว่าใครจะเป็นคนทำคดีดังกล่าว

ด้านนายจุมพฎ ชอบธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานกฎหมายกรมป่าไม้ กล่าวในแง่ของข้อกฎหมายว่า ลักษณะของที่ฟาร์มไก่ของ น.ส.ปารีณา ทั้ง 682 ไร่ ในเขต ส.ป.ก. คล้ายกับคดีการบุกรุกพื้นที่ ส.ป.ก.ใน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ปี 2558 ที่ตำรวจดำเนินคดีข้อหาบุกรุกพื้นที่ ส.ป.ก. ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตความรับผิดชอบของใครผู้นั้นต้องเป็นคนแจ้งความร้องทุกข์ ไม่สามารถดำเนินการก้าวล่วงอำนาจของแต่ละหน่วยงานได้ พร้อมเปรียบเทียบกับที่ดินท้องสนามหลวง หากมีการเข้าไปบุกรุกตักดิน หรือดำเนินการใดๆ ต้องเป็นอำนาจแจ้งความร้องทุกข์ของกรุงเทพมหานคร แม้ก่อนหน้านี้สภาพท้องสนามหลวงจะเป็นป่าก็ตาม

ส่วนกรณี น.ส.ปารีณา กับกรณีชาวบ้านหมู่บ้านซับหวาย บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง นายจุมพฎ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติ และมีที่ดินป่าสงวนแห่งชาติทับซ้อนกับที่ดินอุทยานฯ ซึ่งตามกฎหมายแล้วที่ดินอุทยานฯไม่สามารถเข้าไปบุกรุกได้เลย แต่ที่ดินของ น.ส.ปารีณา เป็นที่ ส.ป.ก. จึงทำให้การดำเนินการทางกฎหมายแตกต่างกัน

สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับการครอบครองที่ดินรัฐของ น.ส.ปารีณา ถูกตั้งข้อสังเกตจากหลายฝ่ายถึงหนังสือส่งมอบคืนพื้นที่แก่ ส.ป.ก. ซึ่ง น.ส.ปารีณา ให้ผู้รับมอบอำนาจมาส่งต่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งไม่ระบุวันที่ในหนังสือ โดย ร.อ.ธรรมนัส รับหนังสือวันที่ 7 ธันวาคม 2562 แต่ปรากฏเลขรับหนังสือภายหลังลงหมายเลข 20 280 วันที่ 6 ธันวาคม 2562 ต่อมาหลังการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา ร.อ.ธรรมนัส ได้ระบุให้ น.ส. ปารีณา ต้องทำหนังสือส่งมอบคืนที่ดินให้ส.ป.ก.ใหม่ เนื่องจากฉบับที่ส่งมากำหนดเงื่อนไขไว้  ดังนี้ “ข้าพเจ้าและ/หรือบุคคลในครอบครอง ขอสงวนการใช้สิทธิเป็นอันดับแรกตามที่กฎหมายกำหนด”

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้สั่งการให้นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการส.ป.ก. ทำหนังสือแจ้ง น.ส. ปารีณา ไปอีกครั้ง ให้ทำหนังสือใหม่เพราะการส่งมอบที่ดินเพื่อเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมนั้น มีเงื่อนไขไม่ได้ ทางฝ่ายกฎหมายพิจารณาแล้วเห็นว่าการระบุเงื่อนไขในหนังสืออาจทำให้การนำที่ดินมาเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินมีปัญหาตามมาภายหลัง นอกจากนี้ น.ส.ปารีณา ยังระบุในหนังสือว่า “ได้แนบสำเนาการเสียภาษีบำรุงท้องที่ประเภท ภ.บ.ท. 5 มาด้วย” ซึ่งอาจเป็นความเข้าใจของ น.ส.ปารีณา ว่า แสดงถึงสิทธิการครอบครอง ซึ่งตามกฎหมาย ส.ป.ก. เอกสารการเสียภาษีบำรุงท้องที่ไม่ได้แสดงสิทธิการครอบครอง

ที่ดิน’ปารีณา’จบแล้ว! ชี้ส.ป.ก.ยึดคืนแล้วก็ไม่ต้องดำเนินคดี โยนกรมป่าไม้จัดการเอง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/459500

news_default

ที่ดิน’ปารีณา’จบแล้ว! ชี้ส.ป.ก.ยึดคืนแล้วก็ไม่ต้องดำเนินคดี โยนกรมป่าไม้จัดการเอง

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 15.03 น.

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2562 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย เพื่อรายงานการปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมายปฏิรูปที่ดิน เกี่ยวข้องกับกรณีน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ถือครองที่ดินส.ป.ก.ทำฟาร์มไก่ เขาสนฟาร์ม ได้ยินยอมคืนพื้นที่ส.ป.ก. 682 ไร่ ให้กับส.ป.ก.ไปดำเนินการกระจายสิทธิ ให้กับผู้ยากไร้ ตามคุณสมบัติของกฎหมายส.ป.ก.

“ในส่วนพื้นที่ส.ป.ก.ได้ทำตามหลักเกณฑ์จบหมดแล้ว ไม่เข้าเงื่อนไขการดำเนินคดี แต่ในส่วนกรมป่าไม้ จะดำเนินคดีตามอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลพื้นที่ป่า เป็นเรื่องไปว่ากันตามกฎหมายของกรมป่าไม้ ที่ไปบังคับใช้อย่างไร”ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

‘ส.ป.ก.-ป่าไม้’ถกเครียด หาเจ้าภาพดำเนินคดี‘ปารีณา’รุก​ป่า

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/459455

‘ส.ป.ก.-ป่าไม้’ถกเครียด หาเจ้าภาพดำเนินคดี‘ปารีณา’รุก​ป่า

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 12.19 น.

‘ส.ป.ก.-ป่าไม้’ถกเครียด หาเจ้าภาพดำเนินคดี‘ปารีณา’ รุก​ป่า

11 ธันวาคม 2562 ความคืบหน้าการดำเนินคดี​ น.ส.ปารีณา​ ไกร​คุปต์​ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ​(พปชร.) รุกที่ป่า 682 ไร่​​ หลังจากที่​ ส.ป.ก. และกรมป่าไม้ ยังไม่ได้ข้อสรุปใครจะเป็นเจ้าภาพในการดำเนินคดีในที่ดินดังกล่าว ล่าสุดวันนี้​ (11 ธันวาคม 2562) เวลา​ 10.30​ น. นายธวัชชัย ลัดกรูด​ ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ พร้อมด้วยฝ่ายกฎหมายเดินทางมาประชุม​ที่​ ส.ป.ก.​ ถนนราชดำเนิน​ กับ นายนภดล ตันติเมฆิน ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย ส.ป.ก. เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน​ อย่างเคร่งเครียด

นายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ หัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบการครอบครองที่ดิน น.ส.ปารีณา กล่าวว่า​ กำลังเร่งศึกษาข้อกฎหมายให้ชัดเจนว่าสามารถดำเนินคดี น.ส.ปารีณาเพิ่มเติมในพื้นที่ 682 ไร่ ซึ่งกรมป่าไม้ได้ส่งมอบ​ ส.ป.ก. แล้วได้หรือไม่ เนื่องจากต้องพิจารณารายละเอียดทั้งคำพิพากษาของศาลฎีกาในอดีตที่มีการฟ้องร้องบุคคลซึ่งครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. ก่อนประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินที่ปรากฏว่า เป็นความผิดตามพ.ร.บ.ป้าไม้ พ.ศ. 2484 โดย ส.ป.ก.สามารถเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษได้ เพราะอยู่ในความรับผิดชอบของ ส.ป.ก. ขณะนี้จึงรอการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่​กรมป่าไม้หารือไป เพื่อนำมาประกอบการดำเนินการต่อ

ด้านนายนภดล ตันติเมฆิน ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย ส.ป.ก. กล่าวว่า ที่ดินป่าสงวนแห่งชาติเสื่อมโทรมที่​กรมป่าไม้ส่งมอบให้ ส.ป.ก. มาจัดสรรให้เกษตรกรนั้น จะมีเกษตรกรผู้ถือครองที่ดินติดมาด้วย ซึ่ง ส.ป.ก.จะตรวจสอบคุณสมบัติว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์การจัดสรรที่ดินของ ส.ป.ก.หรือไม่​ ตรงนี้เราไม่ได้มีการดำเนินคดี แต่ถ้าผู้ถือครองที่ดินไม่ให้ความร่วมมือก็ต้องนำเข้าสู่กระบวนการของการดำเนินคดี ซึ่งใน พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจะมีบทลงโทษตามกฎหมายอาญาในกรณีที่ผู้ถือครองที่ดินป้องปัดขัดขว้างไม่ให้ ส.ป.ก. เข้าไปตรวจสอบการทำประโยชน์ในพื้นที่เกษตรกรรมและการสำรวจขอบเขตพื้นที่

ผู้สื่อข่าว​รายงานจาก​ ส.ป.ก.​ ว่า ขณะนี้​ทั้ง​ 2​ หน่วยงานอยู่ระหว่างการประชุมร่วมกัน​ โดยยังไม่ได้ข้อสรุปว่าใครจะเป็นเจ้าภาพ​ดำเนินที่ดินของ​ น.ส.ปารี​ณา​ อีก​ 682​ ไร่​ ท่ามกลางการจับตาจากเครือข่าย​ภาค​ประชาชน​ด้านที่ดิน​ ว่ารัฐจะดำเนินคดี​ น.ส.​ปารี​ณา​ แบบเดียวกับชาวบ้านทั่วไปหรือไม่​