ดันราคา ‘ไข่ไก่’ ปรับขึ้นแผงละ 6 บาท มีผล 17 เม.ย.นี้

ดันราคา ‘ไข่ไก่’ ปรับขึ้นแผงละ 6 บาท มีผล 17 เม.ย.นี้

ดันราคา ‘ไข่ไก่’ ปรับขึ้นแผงละ 6 บาท มีผล 17 เม.ย.นี้

วันพุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.41 น.

วันที่ 16 เมษายน 2568  เครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ลุ่มแม่น้ำน้อย จำกัด และสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด

แจ้งราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเกษตรกร น้ำหนัก 20.5 กิโลกรัมขึ้นไป อยู่ที่ฟองละ 3.40 บาท โดยเป็นการปรับขึ้น 20 สตางค์ต่อฟอง หรือแผงละ 6 บาท จากก่อนหน้าราคาอยู่ที่ 3.20 บาทต่อฟอง ซึ่งจะมีผลวันที่ 17 เม.ย.

ข่าวดี!จีนรับรอง10ห้องแล็บ ตรวจBY2รับส่งออกทุเรียน

ข่าวดี!จีนรับรอง10ห้องแล็บ  ตรวจBY2รับส่งออกทุเรียน

ข่าวดี!จีนรับรอง10ห้องแล็บ ตรวจBY2รับส่งออกทุเรียน

วันพุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“นฤมล”รมว.เกษตรฯแจ้งข่าวดี“จีน”รับรองห้อง Lab ตรวจ BY2 รวม10 แห่ง มั่นใจเพียงพอให้บริการรับช่วงฤดูกาลผลิตทุเรียนส่งออกไปจีน

เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 8 เมษายนที่สอบถามถึงสถานการณ์ห้องแลปตรวจวิเคราะห์หาสาร“Basic Yellow2”( BY2) และ แคดเมียม (Cd) ในทุเรียนสด ก่อนส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนว่า กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรฯได้ยื่นหนังสือขอเพิ่มจำนวน 5 แห่ง และ ขอกลับมามีคุณสมบัติอีกครั้ง (Resume) จำนวน 2 แห่ง

ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า กระทรวงเกษตรได้พยายามติดตามความคืบหน้า โดยกรมวิชาการเกษตรได้มีการเจรจากับสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC)เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา และล่าสุดทาง GACCได้แจ้งผลการพิจารณาห้องแลปทดสอบสาร BY2 ของไทย  โดยระบุว่า“คณะผู้เชี่ยวชาญจีนได้ดำเนินการวิเคราะห์ประเมินเอกสารห้องแลปที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว และได้เห็นชอบให้ห้องแลปที่ฝ่ายไทยเสนอ จำนวน 7 แห่ง สามารถดำเนินงานด้านการทดสอบสาร BY2 ในผลไม้ส่งออกจีนของไทยได้ ตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน 2568 เป็นต้นไป”

“ผลการพิจารณาตอบกลับจากประเทศจีน ทำให้ปัจจุบันไทยมีห้องแลปทดสอบสาร BY2 จำนวน 10 ห้อง ซึ่งมั่นใจว่า จะเพียงพอรองรับปริมาณทุเรียนที่จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงปลายเดือนเมษายน และ เดือนพฤษภาคมนี้อย่างแน่นอน“ศ.ดร.นฤมล กล่าว

ข้อมูลเพิ่มเติม ณ วันที่ 14 เมษายน 2568 รายชื่อแลปไทย ที่สามารถทดสอบสาร BY2 จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ 1. Central Laboratory (Thailand) Co., Ltd. Chachoengsao branch 2. Central Laboratory (Thailand) Co., Ltd. Chiangmai branch 3. Asia Medical and Agricultural Laboratory and Research Center Co., Ltd. 4. Central Laboratory (Thailand) Co., Ltd. Songkhla Branch 5 Central Laboratory (Thailand) Co., Ltd. Bangkok branch 6. Bureau Veritas AQ Lab (Thailand) Limited 7. Central Laboratory (Thailand) Co., Ltd.(Khon Kaen Branch) 8. Intertek Testing Services (Thailand) Limited 9. Overseas Merchandise Inspection Co., Ltd. 10. ALS Laboratory Group (Thailand) Co., Ltd.

เร่งแก้ราคายางดิง ‘ชวน’ต่อสายตรง‘นฤมล’

เร่งแก้ราคายางดิง ‘ชวน’ต่อสายตรง‘นฤมล’

เร่งแก้ราคายางดิง ‘ชวน’ต่อสายตรง‘นฤมล’

วันอังคาร ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เร่งแก้ราคายางดิง ‘ชวน’ต่อสายตรง‘นฤมล’

ราคายางพาราดิ่งหนัก อดีตนายกฯชวน หลีกภัย ต่อสายตรงถึง “นฤมล-กยท.” ขอให้เร่งคลี่คลายวิกฤต ห่วงเกษตรกรรับภาระหนัก

จากสถานการณ์ราคายางพาราตกต่ำต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา สืบเนื่องจากแรงกดดันจากมาตรการทางการค้าของสหรัฐอเมริกา ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีแนวโน้มขึ้นภาษีศุลกากรต่อสินค้านำเข้าจากหลายประเทศ รวมถึงยางพาราของไทย แม้จะมีประกาศขยายเวลาการบังคับใช้ออกไปอีก 90 วัน แต่สถานการณ์กลับยังทรุดตัวลง ส่งผลให้เกษตรกรชาวสวนยางในหลายพื้นที่ต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนสะสม และขาดเสถียรภาพด้านรายได้อย่างรุนแรง

ล่าสุด นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานรัฐสภา ซึ่งได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวสวนยางจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่พึ่งพายางพาราเป็นรายได้หลัก ได้แสดงความห่วงใยและความกังวลต่อภาระที่ตกอยู่กับเกษตรกร จึงได้ต่อสายตรงถึง ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายเพิก เลิศวังพง ประธานคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เพื่อขอให้เร่งดำเนินการอย่างเป็นระบบในการคลี่คลายปัญหาราคายางตกต่ำโดยเร็ว

ด้านรายงานเบื้องต้นจาก กยท. ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคายางตกต่ำในขณะนี้ มาจากพฤติกรรมของผู้ประกอบการรายใหญ่บางรายที่กดราคารับซื้ออย่างไม่เป็นธรรม ทั้งยังได้รับแรงกระทบจากทิศทางตลาดโลกและมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ คณะกรรมการการยางฯ เตรียมเชิญผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าหารืออย่างเร่งด่วน เพื่อกำหนดแนวทางรับมือ พร้อมจัดทำมาตรการรองรับทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยหนึ่งในแนวทางเบื้องต้นที่ประธานบอร์ด กยท. เสนอ คือ การพิจารณาใช้กลไกตามพระราชบัญญัติยางพารา พ.ศ. 2542 เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางในตลาด

ทั้งนี้ นายชวนย้ำว่า จะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมให้การสนับสนุนทุกมาตรการที่มุ่งช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางอย่างแท้จริง

ปลัดเกษตรฯ สางปมน้ำนมดิบล้นตลาด ประสาน’อสค.-ไทยมิลค์-หนองโพ’ รับซื้อผลิตเป็นนมโรงเรียน

ปลัดเกษตรฯ สางปมน้ำนมดิบล้นตลาด ประสาน'อสค.-ไทยมิลค์-หนองโพ' รับซื้อผลิตเป็นนมโรงเรียน

ปลัดเกษตรฯ สางปมน้ำนมดิบล้นตลาด ประสาน’อสค.-ไทยมิลค์-หนองโพ’ รับซื้อผลิตเป็นนมโรงเรียน

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.55 น.

ปลัดเกษตรฯ สางปมน้ำนมดิบล้นตลาด ประสานอสค.–ไทยมิลค์–หนองโพ รับซื้อผลิตเป็นนมโรงเรียน

ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เร่งแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด ประสานอสค. บริษัทไทยมิลค์ และสหกรณ์โคนมหนองโพ รับซื้อน้ำนมส่วนเกินไปแปรรูปเป็นนมกล่อง เพื่อเตรียมแจกจ่ายนักเรียนในโครงการนมโรงเรียน พร้อมระบุสาเหตุหลักมาจากเทคโนโลยี​การ​เลี้ยง​โคนมส่งผลให้ผลผลิตน้ำนมต่อตัวเพิ่มขึ้น

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าปริมาณน้ำนมดิบในระบบมีการล้นตลาดเฉลี่ยวันละ 30–40 ตัน จากกว่า 10 สหกรณ์โคนมทั่วประเทศ กระทรวงเกษตรฯ จึงได้ประสานความร่วมมือกับองค์การ​ส่งเสริม​กิจการ​โคนม​แห่ง​ประเทศไทย​ (อสค.) บริษัทไทยมิลค์ และสหกรณ์โคนมหนองโพ เข้ารับซื้อน้ำนมส่วนเกินทั้งหมด เพื่อนำไปแปรรูปเป็นนมกล่องส่งมอบให้กับโครงการนมโรงเรียนในช่วงเปิดภาคเรียนที่จะถึงนี้

ทั้งนี้ สาเหตุของการเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำนมดิบมาจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยีการเลี้ยงโคนม โดยกรมปศุสัตว์ได้ส่งเสริมการใช้อาหารสัตว์แบบหมัก​ (Corn silage) ที่ผลิตจากต้นข้าวโพดและฝักอ่อนข้าวโพด รวมถึงการดูแลสุขภาพโคด้วยวัคซีน ส่งผลให้เต้านมไม่อักเสบ แม่โคมีสุขภาพดี ผลิตน้ำนมได้มากขึ้น จากเดิมเฉลี่ย 12–13 กิโลกรัมต่อตัวต่อวัน เพิ่มเป็น 15–16 กิโลกรัม

นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน ในการพัฒนาสายพันธุ์โคที่สามารถรีดนมได้ในระยะเวลาเพียง 6 เดือนหลังคลอด จากเดิมที่ต้องใช้เวลาราว 12 เดือน ทำให้ผลผลิตน้ำนมรวมในระบบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายประยูรบอกด้วยว่า กระทรวงเกษตรฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมเร่งบรรเทาผลกระทบแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์นี้ ได้ประสานให้นำน้ำนมส่วนเกินไปแปรรูปเป็นนมกล่อง เพื่อเข้าสู่ระบบโครงการนมโรงเรียนทันทีที่เปิดภาคเรียนด้วย

‘สมาคมปศุสัตว์-เอกชน’ชื่นชมรัฐเข้าใจภาคเกษตร เชื่อมั่นทีมเจรจาข้อมูลครบ

'สมาคมปศุสัตว์-เอกชน'ชื่นชมรัฐเข้าใจภาคเกษตร เชื่อมั่นทีมเจรจาข้อมูลครบ

‘สมาคมปศุสัตว์-เอกชน’ชื่นชมรัฐเข้าใจภาคเกษตร เชื่อมั่นทีมเจรจาข้อมูลครบ

วันเสาร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2568, 21.25 น.

“สมาคมปศุสัตว์-เอกชน”ชื่นชมรัฐเข้าใจภาคเกษตร เชื่อมั่นทีมเจรจาข้อมูลครบ ด้านเกษตรกรขอบคุณรัฐ มีมติไม่นำเข้าหมู-เครื่องใน

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2568 รายงานข่าวจากที่ประชุมแนวทางเจรจาของประเทศไทยต่อนโยบายการค้าของสหรัฐ ซึ่งมี นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจา เป็นประธานที่ประชุม ระบุว่า เป็นการประชุมที่เปิดโอกาสให้ สภาอุตสาหกรรม หอการค้าไทย สมาคมภาคปศุสัตว์และผู้ประกอบการเอกชน ตลอดจนทุกภาคส่วนในห่วงโซ่การผลิตอาหาร ได้เข้าให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน โดยรองนายกฯ รับฟังอย่างตั้งใจ และประเมินสถานการณ์ด้วยความเข้าใจระบบอุตสาหกรรมเกษตรของประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่การเจรจาที่เป็นประโยชน์กับชาติ ด้านเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูคลายกังวลและขอบคุณรัฐที่ประกาศไม่นำหมู-เครื่องในหมู เข้าเป็นสินค้าต่อรองสหรัฐ

นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า รู้สึกคลายกังวลกับสถานการณ์ หลังจากก่อนหน้านี้เข้ายื่นหนังสือขอความเห็นใจจากท่านรองนายกฯและคณะ ซึ่งท่านรับฟังและเข้าใจในข้อมูลที่นำเรียนอย่างรอบด้านชัดเจน ในฐานะผู้แทนเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูทั่วประเทศ ตลอดจนเกษตรกรผู้ปลูกพืชไร่ และห่วงโซ่การผลิตทั้งหมดต้องขอขอบคุณท่านรองนายกฯ ที่มีมติว่าจะไม่นำชิ้นส่วนและเครื่องในหมูไปอยู่ในรายการสินค้าที่ใช้ต่อรองกับสหรัฐฯ แต่จะนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และกากถั่วเหลือง เนื่องจากปัจจุบันการผลิตหมูในไทยมีปริมาณเหลือจนสามารถส่งออกได้จึงไม่เข้าเงื่อนไขสินค้าที่ต้องนำเข้าเพิ่ม แตกต่างจากข้าวโพดที่เป็นสินค้าที่ไทยขาดแคลน (Net Importer)

ขณะเดียวกัน ท่านยังมีวิสัยทัศน์ที่จะพัฒนาภาคเกษตรและห่วงโซ่การผลิตหมูในประเทศให้มีขีดความสามารถทางการแข่งขันเพิ่มขึ้น ลดต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ให้ได้ในอนาคต เพื่อการส่งออกได้ในระยะยาว ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ทุกๆประเทศปฏิบัติต่อภาคเกษตร ซึ่งจะทำให้ภาคเกษตรของไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน เป็นผลดีต่อทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค ตลอดจนความมั่นคงทางอาหารของประเทศ

เกษตรกร สมาคมภาคปศุสัตว์ และผู้แทนผู้ประกอบการเอกชน รวมถึงห่วงโซ่ผลิตอาหารของไทย พร้อมให้ความร่วมมือเดินหน้ายกระดับและพัฒนากระบวนการผลิตอย่างเต็มที่ เพื่อผลิตอาหารคุณภาพให้ประชาชนไทยบริโภคได้อย่างปลอดภัย รวมถึง ส่งออกสร้างรายได้เข้าประเทศ  รักษาไว้ซึ่งความมั่นคงทางอาหารของประเทศตลอดไป

สำหรับแผนการเจรจาของรัฐบาลไทยในครั้งนี้ มีความชัดเจนค่อนข้างมาก มีการกล่าวถึงสินค้าอื่นๆ ในอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างรอบด้าน แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลมีข้อมูลในการเจรจาครบถ้วน เชื่อได้ว่าทีมประเทศไทยจะสามารถต่อรองให้สหรัฐลดภาษีโต้ตอบลงให้เหลือใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่งได้

‘เกษตรกรเลี้ยงปลาทั่วประเทศ’กระทุ้ง’นายกฯ’ ค้าน FTA ไทย-EFTA ยกสินค้าปลา-ผลิตภัณฑ์ออกทุกการเจรจา

'เกษตรกรเลี้ยงปลาทั่วประเทศ'กระทุ้ง'นายกฯ' ค้าน FTA ไทย-EFTA ยกสินค้าปลา-ผลิตภัณฑ์ออกทุกการเจรจา

‘เกษตรกรเลี้ยงปลาทั่วประเทศ’กระทุ้ง’นายกฯ’ ค้าน FTA ไทย-EFTA ยกสินค้าปลา-ผลิตภัณฑ์ออกทุกการเจรจา

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 21.09 น.

เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาทั่วประเทศ ยื่น จม.เปิดผนึกถึงนายกฯ ค้านข้อตกลงการค้าเสรีไทย – EFTA สินค้าปลาและผลิตภัณฑ์ หวั่นอาชีพล่มสลาย ให้จัดเป็นสินค้าอ่อนไหว ยกออกนอกกรอบทุกเจรจา คงภาษีที่ 5% ปกป้องอาชีพ และความมั่นคงทางอาหารของประเทศ

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 นายบรรจง นิสภวาณิชย์ ประธานสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย เปิดเผยว่า กลุ่มผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ “ไม่เห็นด้วย” กับการเปิดเสรีการค้าในสินค้าปลาและผลิตภัณฑ์ ภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทย กับสมาคมการค้าเสรียุโรป (EFTA) และในทุกกรอบเจรจา ซึ่งตัวแทนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลา โดยตนพร้อมด้วย นายสมาน พิชิตบัญชรชัย นายกสมาคมผู้เพาะเลี้ยงปลาไทย นายสุทธิ มะหะเลา นายกสมาคมผู้เพาะเลี้ยงปลาทะเลไทย นายพรชัย บัวประดิษฐ์ ประธานแปลงใหญ่ปลานิลชลบุรี นายอมร เหลืองนฤมิตรชัย นายกสมาคมปลานิลไทย และนายพงศ์วิวัฒน์ วงศ์โกศลจิต ประธานชมรมผู้ผลิตลูกพันธุ์สัตว์น้ำไทย จึงยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ผ่าน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในงานสัมมนาที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศจัด รับฟังความเห็นการจัดทำความตกลงการค้าเสรีไทย – EFTA ที่โรงแรมโนโวเทล มารินา ศรีราชา เมื่อวานนี้ (10 เมษายน 2568)  ขณะเดียวกันตัวแทนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั่วประเทศ ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกฯ ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ และถึงประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ผ่านประธานสภาเกษตรกรต่างๆ เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้าน

ตัวแทนเกษตรกรแสดงความกังวลว่า หากข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้ จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อเกษตรกรรายย่อยทั่วประเทศ รวมถึงธุรกิจในห่วงโซ่อุปทาน เช่น ผู้ผลิตลูกพันธุ์ ผู้ผลิตอาหารสัตว์ ผู้ค้าปัจจัยต่างๆ ผู้ประกอบการ ตลาดสด ผู้ขนส่ง ทีมจับปลา รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่างๆมากมาย จำนวนกว่า 1 ล้านคน เพราะในประเทศนอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ มีระบบการผลิตสัตว์น้ำ อาหารทะเลที่ทันสมัย ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และสามารถจำหน่ายสินค้าได้ในราคาต่ำกว่าประเทศไทย

“เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลฟังเสียงประชาชน เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาของประเทศ ที่ส่วนใหญ่เป็นรายย่อย และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ขอให้ยกรายการสินค้าปลาและผลิตภัณฑ์ทั้งหมดกว่า 100 รายการ ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นปลาที่นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ ประเทศผู้นำโลกด้านการเพาะเลี้ยง-การผลิตอาหารทะเลออกจากการเจรจาฯข้อตกลงการเปิดเสรีการค้านี้ เพราะผลกระทบจากการเปิดเสรี เปิดให้ปลากว่า 100 รายการ เข้ามาในประเทศแบบไม่ต้องเสียภาษีนี้ จะร้ายแรงมาก ต่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืนของผู้เพาะเลี้ยงปลาและอุตสาหกรรมของประเทศ ขอให้จัดสินค้าปลาและผลิตภัณฑ์เป็นสินค้าอ่อนไหว เป็นรายการยกเว้นการเจรจา (Exclision List) เช่นเดียวกับ กรณีข้าวของญี่ปุ่น และนมของแคนาดา และคงภาษีที่ร้อยละ 5 และคัดค้านการเปิดเสรี (ภาษีเป็นศูนย์-0%) ในสินค้าเหล่านี้ เพื่อปกป้องอาชีพและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ” ประธานสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย กล่าว

ในจดหมายเปิดผนึกที่ยื่นต่อรัฐบาล เกษตรกรยังอ้างอิงเหตุการณ์ในอดีตเมื่อปี 2542 และล่าสุดปี 2567 ที่มีการทะลักเขามาของปลาจากต่างประเทศจำนวนมาก อาทิ ปลาดุก ปลากะพง ส่งผลให้ราคาในประเทศตกต่ำ เกษตรกรต้องประสบภาวะขาดทุนจนต้องเลิกประกอบอาชีพ

ข้าราชการ กษ. เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี 2567

ข้าราชการ กษ. เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี 2567

ข้าราชการ กษ. เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี 2567

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.50 น.

11 เมษายน 2568 ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นสายสะพาย ประจำปี พ.ศ. 2567 ของข้าราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน นายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีฝ่ายบริหาร นางปรียาพร จันทโรภาส ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล นายสิทธิพร พฤฒิพิบูลธรรม เลขานุการกรม นายภัคภาค คุณะเกษม ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 5 กรมชลประทาน และผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วมในพิธี ณ หอประชุมชูชาติ กำภู สถาบันพัฒนาการชลประทาน อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

สำหรับในปี  2567 มีข้าราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.) จำนวนทั้งสิ้น 518 ราย โดยในส่วนของกรมชลประทาน มีข้าราชการได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย จำนวน 90 ราย 

นับเป็นเกียรติประวัติและเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ข้าราชการที่เป็นผู้ประพฤติดี มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะอุตสาหะ สมควรแก่การเชิดชูเกียรติและเป็นแบบอย่างที่ดีต่อไป

-(016)

‘กรมปศุสัตว์’บูรณาการ 3 หน่วยงานรัฐ ตรวจยึดเนื้อสัตว์แช่แข็งลักลอบนำเข้า

'กรมปศุสัตว์'บูรณาการ 3 หน่วยงานรัฐ ตรวจยึดเนื้อสัตว์แช่แข็งลักลอบนำเข้า

‘กรมปศุสัตว์’บูรณาการ 3 หน่วยงานรัฐ ตรวจยึดเนื้อสัตว์แช่แข็งลักลอบนำเข้า

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.18 น.

“กรมปศุสัตว์”บูรณาการ 3 หน่วยงานรัฐ ตรวจยึดเนื้อสัตว์แช่แข็งลักลอบนำเข้ารวมกว่า 1,100 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 3 แสนบาท บริเวณริมโขง จ.เชียงราย

อธิบดีกรมปศุสัตว์ ส่งเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์เชียงราย ร่วมปฏิบัติการกับเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรเชียงของ หน่วยงานความมั่นคง ร้อย ท.พ.3101 และเจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอเชียงของ ตรวจสอบการลักลอบนำเข้าสินค้าต้องห้าม บริเวณริมแม่น้ำโขง พบเนื้อสัตว์แช่แข็งและผลิตภัณฑ์จากสัตว์แปรรูปแช่แข็ง รวมกว่า 1,100 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 3.6 แสนบาท

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 เวลา 16.00 น. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์เชียงราย เข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่กับเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรเชียงของ หน่วยงานความมั่นคง ร้อย ท.พ.3101 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ตรวจสอบพื้นที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านดอนที่ ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีการลักลอบขนส่งสินค้าต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร

จากการตรวจสอบบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านดอนที่ ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบกล่องโฟมจำนวน 22 กล่อง วางกระจายอยู่โดยไม่มีผู้แสดงตนเป็นเจ้าของ ตรวจสอบภายในพบว่าเป็นเนื้อสัตว์แช่แข็งและผลิตภัณฑ์จากสัตว์แปรรูปแช่แข็ง น้ำหนักรวมประมาณ 1,100 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าประมาณ 361,500 บาท เจ้าหน้าที่จึงทำการอายัดของกลาง และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

การนำเข้าสินค้าดังกล่าวไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 242, 252, 166 และ 167 และยังเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 มาตรา 31 เนื่องจากเป็นของต้องห้ามและของต้องกำกัดที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสุขอนามัยและโรคระบาดในสัตว์

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือที่ดีระหว่างกรมปศุสัตว์ ศุลกากร และหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งนายอิทธิ ศิริลัทยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการป้องกันโรคระบาดจากสัตว์ และคุ้มครองความปลอดภัยทางอาหาร เพื่อความปลอดภัยของทั้งสัตว์และผู้บริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์

หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดโปรดแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลเพิ่มเติม สามารถแจ้งได้ที่แอปพลิเคชัน DLD 4.0 ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบการกระทำความผิดและดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างทันท่วงที

– 006

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ตรวจเยี่ยม’ส.ป.ก.ชัยภูมิ’ ในวาระติดตามคณะ’รมว.เกษตรฯ’ลงพื้นที่ตรวจราชการ

'เลขาธิการ ส.ป.ก.'ตรวจเยี่ยม'ส.ป.ก.ชัยภูมิ' ในวาระติดตามคณะ'รมว.เกษตรฯ'ลงพื้นที่ตรวจราชการ

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ตรวจเยี่ยม’ส.ป.ก.ชัยภูมิ’ ในวาระติดตามคณะ’รมว.เกษตรฯ’ลงพื้นที่ตรวจราชการ

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 19.46 น.

เลขาธิการ ส.ป.ก. ตรวจเยี่ยม ส.ป.ก.ชัยภูมิ ในวาระติดตามคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดชัยภูมิ

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ตรวจเยี่ยม ส.ป.ก.ชัยภูมิ ในวาระลงพื้นที่ติดตามคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดชัยภูมิ โดยมีคณะปฏิรูปที่ดินจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ชัยภูมิให้การต้อนรับ พร้อมรายงานผลการดำเนินงาน และปัญหาอุปสรรค ณ ห้องประชุม ส.ป.ก.ชัยภูมิ

ในการนี้ เลขาธิการ ส.ป.ก.ได้ให้ข้อเสนอแนะ แนวทางการดำเนินงาน แนวทางการแก้ไขปัญหา และกำชับให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ยุติธรรม มีความสามัคคี พร้อมทั้งให้ขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน เพื่อให้ผลการปฏิบัติงานสำเร็จตามแผนงาน บรรลุเป้าหมายตัวชี้วัด เกิดประโยชน์แก่ทางราชการและเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินต่อไป

– 006

‘อธิบดีทวีศักดิ์’ร่วมพิธีเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและข้าวคุณภาพดีแบบยั่งยืน

'อธิบดีทวีศักดิ์'ร่วมพิธีเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและข้าวคุณภาพดีแบบยั่งยืน

‘อธิบดีทวีศักดิ์’ร่วมพิธีเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและข้าวคุณภาพดีแบบยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 19.14 น.

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมด้วย นายอรรถวุฒิ กรุงแสนเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 3 นายวิศิษฐ์ งามสม ผู้อำนวยการกองแผนงาน นายไลซันต์ ตั้งภูมิ ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินชัยภูมิ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและข้าวคุณภาพดีแบบยั่งยืน ภายใต้โครงการสนับสนุนการลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วม ณ โรงเรียนหนองบัวแดงวิทยา ต.หนองบัวแดง อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ

งานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ ในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้มีความเข้มแข็งยั่งยืน อีกทั้งให้มีการลดต้นทุนการผลิตข้าว เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันข้าวในตลาดโลก ซึ่งจะทำให้รายได้ของเกษตรกรเพิ่มขึ้น พึ่งพาตนเองได้แบบยั่งยืน โดยภายในงานมีการจัดนิทรรศการของหน่วยงานในสังกัด กษ. รวมถึงการบรรยายให้ความรู้ที่สนับสนุนการดำเนินงานของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว รวมถึงมีการสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกร โดยกรมพัฒนาที่ดิน ได้ร่วมจัดนิทรรศการด้านการพัฒนาที่ดินที่สนับสนุนการดำเนินงานของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และยกระดับคุณภาพข้าวในครัวเรือน พร้อมทั้งมอบป้ายโครงการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำเพื่อปรับเปลี่ยนกิจกรรมการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสม (N) ตาม Agri Map และมอบป้ายโครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทานให้กับผู้แทนเกษตรกรในพื้นที่ที่เข้าร่วมโครงการฯ อีกด้วย

– 006