รายงานพิเศษ : สกก.ศุภนิมิตหนองยายดา แหล่งรวบรวมผลผลิตข้าว-แปรรูปเพื่อส่งออก พร้อมยกระดับมาตรฐานข้าวสู่มาตรฐานสากล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/442800

x

รายงานพิเศษ : สกก.ศุภนิมิตหนองยายดา แหล่งรวบรวมผลผลิตข้าว-แปรรูปเพื่อส่งออก พร้อมยกระดับมาตรฐานข้าวสู่มาตรฐานสากล

วันพุธ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตหนองยายดา จำกัด เป็นสหกรณ์ที่มีศักยภาพและความพร้อมในการรวบรวมผลผลิตข้าวเปลือกที่สำคัญของสมาชิก และเกษตรกรทั่วไป ในพื้นที่ อำเภอทัพทัน อำเภอสว่างอารมณ์ จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งสมาชิกและเกษตรกรทั่วไปต่างให้ความไว้วางใจในการซื้อ-ขายข้าวเปลือกด้วยดีตลอดมา เนื่องจากสหกรณ์มีตาชั่งที่ได้มาตรฐาน และรับซื้อในราคาที่ยุติธรรม

นายเสงี่ยม เกตกิจ ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตหนองยายดา จำกัด เล่าย้อนอดีตให้ฟังว่า ในระยะเริ่มแรกสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตหนองยายดา  จำกัด มีสมาชิกเพียง  50 คนมีทุนเรือนหุ้น จำนวน 1,400 หุ้นมูลค่าหุ้นละ 10 บาท เป็นเงิน14,000 บาท นายสมบูรณ์  ดิษประภัส ซึ่งในขณะนั้นเป็นประธานโครงการของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เขตอำเภอทัพทัน  เป็นแกนนำในการจัดตั้ง โดยมีมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยให้การสนับสนุนในด้านต่างๆ  เช่น  สนับสนุนจัดจ้างเจ้าหน้าที่บัญชี 1 ตำแหน่งจัดจ้างผู้จัดการสหกรณ์ 1 ตำแหน่ง และสนับสนุนอุปกรณ์ในการดำเนินงาน เช่น คอมพิวเตอร์ในการปฏิบัติงานจำนวน 1 ชุดสหกรณ์เริ่มดำเนินธุรกิจรวบรวมผลผลิตโดยเช่าตาชั่งใหญ่พร้อมลานตากจากองค์การบริหารส่วนตำบลหนองยายดา ดำเนินธุรกิจแปรรูปผลผลิตโดยเช่าโรงสีของกลุ่มทำนาหนองยายดา ดำเนินธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่ายโดยเช่าปั้มน้ำมันจากมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ทำให้สหกรณ์เริ่มมีกำไร ส่งผลให้การดำเนินงานของสหกรณ์เจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ มีการขยายสถานที่ห้องตาชั่งใหญ่สำนักงานชั่วคราว และขยายโกดังเก็บสินค้าที่ได้จากการแปรรูป (ข้าวเปลือก) ต่อจากโรงสีข้าวไว้เพื่อรอจำหน่าย ในปี พ.ศ.2548 สหกรณ์ฯได้สร้างอาคารสำนักงาน ขนาดกว้าง 4×8 เมตร และได้ต่อเติมเพิ่มจากอาคารเดิมจนเป็นสำนักงานที่ใช้ดำเนินงานอยู่ในปัจจุบัน และสหกรณ์ได้ดำเนินธุรกิจสินเชื่อ ในปี พ.ศ. 2550 สหกรณ์ได้จัดซื้อที่ดินแปลงใหญ่ 1 แปลง จำนวน 92 ไร่ เพื่อจัดพื้นที่ให้เป็น “ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง” ในปี พ.ศ. 2552 จัดซื้อที่ดินเพิ่ม จำนวน 12 ไร่ ซึ่งติดกับ ถนนสายทัพทัน – สว่างอารมณ์ เพื่อจัดตั้งสำนักงาน ปั๊มน้ำมัน ลานตากพร้อมเครื่องชั่งใหญ่ และเป็นศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของสมาชิก

ต่อมาเมื่อธุรกิจของสหกรณ์มีการเติบโตเพิ่มขึ้น สหกรณ์จึงได้ขอรับงบประมาณสนับสนุนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในการสร้างโรงสี เครื่องยิงสี ลานตาก เครื่องชั่ง พร้อมทั้งไซโลขนาดใหญ่ที่สามารถเก็บข้าวได้กว่า 1 หมื่นตัน เพื่อให้สามารถเก็บรวบรวมผลผลิตข้าวจากสมาชิกในช่วงราคาข้าวตกต่ำ รวมทั้งโรงสีต่างๆ ชะลอการรับซื้อข้าวเปลือก สหกรณ์ก็จะรับซื้อข้าวเปลือกของสมาชิกและเกษตรกรในราคาที่เป็นธรรม นำมาสี-แปรรูปเป็นข้าวสารออกจำหน่ายและยังให้บริการสีข้าวให้เกษตรกร สมาชิกฟรี เพื่อนำไปบริโภคเองในครัวเรือน หรือนำไปขายโดยตรงโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง

ปัจจุบันสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตหนองยายดา จำกัด ดำเนินธุรกิจรวบรวมข้าวเป็นหลักมีสัดส่วนธุรกิจมากกว่าร้อยละ 86 ของธุรกิจทั้งหมด สหกรณ์สามารถรวบรวมข้าวเปลือกจากสมาชิก 1,400 คน ได้กว่า 10,000 ตันต่อปี และสหกรณ์ยังมีแผนพัฒนาเพื่อการส่งออกข้าว เพื่อให้สามารถรองรับการรวมและแปรรูปผลผลิตของเกษตรกรสมาชิก พร้อมทั้งพัฒนาความรู้เพิ่มทักษะด้านการเกษตรให้กับสมาชิก โดยมีเป้าหมายสร้างต้นแบบให้เป็นองค์กรภาคเกษตร ที่สามารถขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐได้ครบทั้งวงจร และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ก้าวเป็นผู้ส่งออกได้ ขณะเดียวกันสหกรณ์ยังมีพันธมิตรภาคเอกชนที่มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล แลกเปลี่ยนแนวคิด การดำเนินธุรกิจ แนะนำแนวทางการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพข้าวเพื่อยกระดับมาตรฐานข้าวสู่มาตรฐานสากล ระบบการจัดการข้าวรวมถึงความปลอดภัยกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้ข้าวของสหกรณ์มีคุณภาพตรงกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ

จากการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่งของสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตหนองยายดา จำกัด เชื่อมั่นว่านอกจากจะสามารถสร้างรายได้เพิ่มให้กับสมาชิกสหกรณ์ รวมถึงสามารถขยายตลาดเชื่อมโยงกับผู้ซื้อได้โดยตรงแล้ว ยังเพิ่มขีดความสามารถให้สหกรณ์เป็นผู้ส่งออกข้าวได้เองในอนาคตอีกด้วย

สทนช.รับโล่เบื้องหลังความสำเร็จ ผลักดัน2อปท.คว้ารางวัลระดับโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/442799

x

สทนช.รับโล่เบื้องหลังความสำเร็จ ผลักดัน2อปท.คว้ารางวัลระดับโลก

วันพุธ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สทนช. ปิดทองหลังพระร่วมผลักดัน 2 อปท.คว้ารางวัล UNSPA ในเวทีระดับโลกจากยูเอ็น รองนายกฯ มอบโล่เกียรติคุณ ในฐานะหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือสนับสนุนการทำงานและวิทยากรที่มีประสบการณ์

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)เปิดเผยว่า สทนช.จัดส่งบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ไปเป็นวิทยากรจัดทำโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมความพร้อมให้บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รวมทั้งเทคนิคและกลยุทธ์ในการเสนอผลงานสมัครขอรับรางวัล United Nations Public Service Awards (UNSPA) จนเป็นผลให้อปท.ของไทย 2 แห่ง ได้รับรางวัลดังกล่าวในเวทีระดับสากลนับตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา

ทั้งนี้ ในปี 2560 ซึ่งเป็นปีแรกที่ อปท.ของไทยส่งผลงานเข้าร่วม ปรากฏว่า เทศบาลตำบลเขาพระงาม จ.ลพบุรี ได้รับรางวัลที่ 2 (Second Place) รางวัล UNSPA ค.ศ.2017 สาขานวัตกรรมและความเป็นเลิศในการให้บริหารด้านสุขภาพ และล่าสุดในปี 2562 องค์การบริหารส่วนตำบลหนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับรางวัลชนะเลิศ รางวัล UNSPA ค.ศ.2019 สาขาพัฒนาประสิทธิภาพและความรับผิดชอบในหน่วยงานภาครัฐ (Developing Effective andResponsible Public Institutions) ผลงานเรื่อง “ชุมชนไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบพึ่งพาตนเององค์การบริหารส่วนตำบลหนองตาแต้ม”(Self-Reliant Solar Energy Community Nongtatam Subdistrict Administrative Organization)

“ผลสำเร็จดังกล่าวสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในเวทีระดับสากล ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการการกระจายอำนาจให้อปท. จึงมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้ สทนช.และกรมปศุสัตว์ ในฐานะหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือสนับสนุนการทำงานและวิทยากรที่มีประสบการณ์ ผมในฐานะผู้บริหารสูงสุดของ สทนช. เป็นผู้รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณดังกล่าว พร้อม นายอัตถพงษ์ ฉันทานุมัติ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ และน.ส.วชิราภรณ์ กำเนิดเพ็ชร ผอ.กลุ่มวิเคราะห์สิ่งแวดล้อม ศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีทรัพยากรน้ำสทนช. ในฐานะวิทยากรที่สนับสนุน ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อเร็วๆนี้” เลขาธิการ สทนช. กล่าว

สำหรับรางวัล United Nations Public Service Awards หรือ UNPSA จัดขึ้นโดยองค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อมอบให้หน่วยงานภาครัฐของประเทศสมาชิกที่ปรับปรุงบริการสาธารณะได้โดดเด่น โดยเปิดให้ประเทศสมาชิกเสนอผลงานขององค์กรหรือหน่วยงานภาครัฐสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นประจำทุกปี ซึ่งประเทศไทยส่งเสริมและผลักดันให้องค์กรต่างๆ ส่งผลงานสมัครเข้ารับการประเมินเพื่อรับรางวัล UNPSA ตั้งแต่ปี 2550 ถึงปัจจุบัน โดยในส่วนอปท.นั้นส่งผลงานเข้าร่วมตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา เพื่อมุ่งหวังให้หน่วยงานภาครัฐพัฒนาไปสู่องค์กรที่มีประสิทธิภาพระดับนานาประเทศต่อไป ปรากฎว่ามีหน่วยงานที่ได้รับรางวัลมาแล้วรวม 14 ผลงาน จาก 11 หน่วยงาน

สั่งจนท.-เกษตรจว.ลงพื้นที่ ร่วมจิตอาสาช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/442797

x

สั่งจนท.-เกษตรจว.ลงพื้นที่ ร่วมจิตอาสาช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

วันพุธ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมประชุมชี้แจงโครงการจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเหลือ ฟื้นฟู ดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัย ตามนโยบายของรมว.เกษตรฯที่มอบหมายให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรและชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมใน 21 จังหวัด โดยมีพิธีเปิดตัวโครงการจิตอาสาฯ จุดหลักวันที่ 23 กันยายน ที่สำนักงานชลประทานที่ 7 อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ซึ่งรายงานสถานการณ์น้ำโดยกรมชลประทาน จากนั้นได้มอบนโยบายจิตอาสากระทรวงเกษตรฯ โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ จัดเวทีกิจกรรมจิตอาสาจัดพร้อมกันอีก 9 จังหวัด ได้แก่ มหาสารคาม อำนาจเจริญ ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร ศรีสะเกษ สกลนคร กาฬสินธุ์ และนครพนม ส่วนที่เหลือเป็นการจัดประชุมเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัด เพื่อรับฟังนโยบายแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัย

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรสั่งการให้เกษตรจังหวัดพร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอลงพื้นที่สำรวจข้อมูลความเสียหายด้านพืชในจังหวัดที่ประสบอุทกภัย ให้ระดมเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรกระจายลงพื้นที่อำเภอต่างๆ เยี่ยมให้กำลังใจเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สำรวจปัญหา สอบถามความต้องการเพื่อฟื้นฟูอาชีพหลังน้ำลด

เบื้องต้นกรมสนับสนุนเชื้อราไตรโคเดอร์มา 3,045 กิโลกรัม เพื่อฟื้นฟูสภาพสวนไม้ผลหลังน้ำลด และมอบหมายศูนย์ขยายพันธุ์พืชของกรม สนับสนุนพันธุ์พืช 28 ชนิด ประกอบด้วย พืชผัก 10 ชนิด ได้แก่ จิงจูฉ่าย ปูเล่ คะน้าแม็กซิโก พริก มะเขือ มะตูมมาเลย์ ผักหวาน ผักไผ่ ผักเชียงดา เมล็ดพืชผัก ไม้ผล/ไม้ยืนต้น 14 ชนิด ได้แก่ กล้วย มะม่วง ส้มโอ มะละกอ มะดัน ขนุน ไผ่ ลำไย ลิ้นจี่ มะขามเปรี้ยว มะขามป้อม หม่อน แก้วมังกร สมุนไพร 3 ชนิด ได้แก่ ผักชีลาว โหระพา กะเพรา รวมทั้งอ้อยคั้นน้ำ 85,360 ต้น ให้สำนักงานเกษตรจังหวัดต่างๆ ในโครงการจิตอาสากระทรวงเกษตรฯ นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำให้ทุกจังหวัดจัดกิจกรรมจิตอาสาต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและประชาชน โดยให้บูรณาการกับหน่วยงานในกระทรวงเกษตรฯ หน่วยงานอื่นและภาคเอกชน เข้าไปดูแล ทำความสะอาด ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร โดยให้รายงานผลดำเนินกิจกรรมจิตอาสาฯในพื้นที่จนกว่าเหตุการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ

Big Data กษ.พร้อมให้บริการแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/442798

x

Big Dataกษ.พร้อมให้บริการแล้ว

วันพุธ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. ในฐานะหน่วยงานผู้จัดทำ Big Data กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการตามหลักการจัดทำ Big Data ของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.)  ซึ่งรวบรวมข้อมูลภาคเกษตรไทยจากทุกภาคส่วน ทั้งข้อมูลภายในหน่วยงานกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานภายนอก  โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจะรวดเร็วทันสถานการณ์แบบวันต่อวัน และนำข้อมูลมาวิเคราะห์ในรูปแบบรายงานหรือสถิติถือเป็นการบูรณาการด้านข้อมูลข่าวสารขนาดใหญ่ร่วมกันของทุกหน่วยงาน

ปัจจุบัน Big Data ของกระทรวงเกษตรฯพร้อมให้บริการกับเกษตรกรและบุคคลทั่วไป มีข้อมูลด้านการเกษตรที่รวบรวมไว้ทั้งระบบภาคเกษตร ตั้งแต่ต้นทาง อาทิ จำนวนครัวเรือน เนื้อที่เพาะปลูก ต้นทุน รายได้ ราคา และหนี้สิน กลางทาง อาทิ จำนวนโรงสีผู้ประกอบการ สถาบันเกษตรกร และปลายทางอาทิ ข้อมูลการส่งออก และสต๊อกสินค้า เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันมีพืชเศรษฐกิจที่ให้บริการ 13 ชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา อ้อยโรงงาน ลำไย มังคุด ทุเรียน เงาะ มะพร้าว กาแฟ และ สับปะรดโรงงาน

นอกจากนี้ สศก. ยังพัฒนาระบบฐานข้อมูลเกษตรกรกลาง หรือ Farmer ONE ซึ่งเชื่อมโยงทะเบียนเกษตรกรแล้วกับกรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมหม่อนไหม และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และกำลังเชื่อมโยงข้อมูลกับการยางแห่งประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะลงนาม MOU ร่วมกันในเดือนตุลาคมนี้ โดยฐานข้อมูล Farmer ONE จะมีข้อมูลจำนวนเกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนแบบวันต่อวัน แบ่งเป็น 7 กลุ่มได้แก่ 1) ปลูกพืช 2) เลี้ยงสัตว์ 3) เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 4) ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ 5) ปลูกพืชและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 6) เลี้ยงสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และ7) ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และสามารถสืบค้นแบบจำแนกชนิดพืชเพื่อทราบจำนวนครัวเรือนแบบรายภาค รายจังหวัด เนื้อที่เพาะปลูก เนื้อที่เก็บเกี่ยว ได้ 14 ชนิด รวมทั้งข่าวสารสำคัญ ข้อมูลพยากรณ์อากาศ สถานการณ์น้ำ และจะเร่งนำข้อมูลมาตรการและนโยบายที่ภาครัฐช่วยเหลือเกษตรกรมาเผยแพร่ให้เกษตรกรทราบ

ระยะต่อไป สศก. จะพัฒนา Big Data กระทรวงเกษตรฯ โดยนำระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์มาแสดงผลข้อมูลในรูปแผนที่ เช่น ผลแปลภาพถ่ายดาวเทียมเนื้อที่พืชเศรษฐกิจสำคัญ ที่ตั้งโรงงานผู้ประกอบการ แหล่งน้ำ พื้นที่ชลประทาน และพัฒนา Farmer ONE ต่อเนื่องโดยเชื่อมโยงข้อมูลขึ้นทะเบียนจากทุกหน่วยในกระทรวงเกษตรฯ และภายนอก ได้แก่ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งมีฐานข้อมูลสำมะโนเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ซึ่งมีทะเบียนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ทำให้ข้อมูลครอบคลุมแก้ปัญหารายบุคคลได้ตรงจุด ผู้สนใจใช้บริการข้อมูล Big Data และ Farmer ONE ของกระทรวงเกษตรฯ สืบค้นข้อมูลได้ที่ http://agri-bigdata.org และ http://farmerone.org หรือจาก QR Code

กรมประมงจัดงานใหญ่25-26กย. ‘ชาตินิยมกะพงไทย’แก้ราคาตก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/442794

x

กรมประมงจัดงานใหญ่25-26กย. ‘ชาตินิยมกะพงไทย’แก้ราคาตก

วันพุธ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่าจากสถานการณ์ราคาปลากะพงขาวตกต่ำ กรมประมง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าว เบื้องต้นกรมเตรียมจัดโครงการส่งเสริมการบริโภคปลากะพงขาวภายในประเทศ 4 ครั้ง โดยครั้งแรก คือ งาน “ชาตินิยมกะพงไทย Seabass Fair” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-26 กันยายน ที่หน้าสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำกรุงเทพฯ กรมประมง ภายในงานจำหน่ายปลากะพงขาว ผลผลิตจากเกษตรกรไทย ที่มีคุณภาพดีได้มาตรฐาน GAP จากกรมประมง ไร้สารตกค้าง และราคาถูก รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปในรูปแบบปลากะพงหวานขนมเทียนแก้วไส้ปลากะพง ปั้นสิบไส้ปลากะพง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม ประกอบด้วย สาธิตทำเมนูอาหารจากปลากะพงขาว โดย เชฟฟาง แข่งขันปรุงอาหารจากปลากะพงขาว แข่งขันขอดเกล็ด ปลากะพงขาว และ กิจกรรม Eat กะพง แหลกพุงไม่แตกอย่าหยุดกิน ฯลฯ ตลอดจนนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมศักยภาพการผลิตปลากะพงขาว ได้แก่ โครงการแปลงใหญ่ปลากะพงขาว กระบวนการผลิตปลากะพงขาวคุณภาพให้ได้ตามมาตรฐานฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการของปลากะพงขาว และเมนูแนะนำทำจากปลากะพงขาว ทั้งนี้ ผู้สนใจสั่งจองผลิตภัณฑ์ล่วงหน้าได้โดย Scan QR Code หรือ ลิงค์ URL : http://coastalaqua.fisheries.go.th/preorder/public/campaign/กะพงไทย%20Best%20Thai%20Seabass

และขอเชิญเที่ยวงานอุดหนุนสินค้าปลากะพงไทยจากเกษตรกรส่งตรงถึงมือผู้บริโภคภายในงาน วันที่ 25-26 กันยายน 2562 บริเวณหน้าสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำกรุงเทพฯ กรมประมง (ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน)

รมว.เกษตรฯจ่อเสนอคณะรัฐมนตรี ของบจัดซื้อ’เครื่องบินฝนหลวง’ลำใหม่ทดแทน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/442816

รมว.เกษตรฯจ่อเสนอคณะรัฐมนตรี ของบจัดซื้อ'เครื่องบินฝนหลวง'ลำใหม่ทดแทน

รมว.เกษตรฯจ่อเสนอคณะรัฐมนตรี ของบจัดซื้อ’เครื่องบินฝนหลวง’ลำใหม่ทดแทน

วันอังคาร ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2562, 16.43 น.

24 กันยายน 2562 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าขอแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของ 2 นักบิน จากกรณีเครื่องบินตกที่ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งสาเหตุคาดว่าเกิดจากเครื่องยนต์ขัดข้อง เพราะเป็นเครื่องบินเก่า ที่ใช้งานมานานกว่า 20 ปีแล้ว และมีภารกิจขึ้นบินทุกวัน

โดยเรื่องนี้จะต้องนำมาพิจารณาว่าถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนเครื่องบินลำใหม่มาทดแทนแล้วหรือไม่ แต่ทั้งนี้ยังไม่มีงบประมาณในการจัดซื้อ ดังนั้นจะเสนอนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี พิจารณาการจัดซื้อเครื่องบินลำใหม่ เพื่อรักษาความปลอดภัยของนักบิน ซึ่งทุกวันนี้มีนักบินจำนวนน้อย เพราะค่าตอบแทนสู้เอกชนไม่ได้ จึงต้องมาทบทวนตรงนี้ด้วย และหากมีภารกิจหลังจากนี้ก็ต้องบินตามปกติ เชื่อว่าขวัญและกำลังใจของนักบินยังมีอยู่

รมว.เกษตรเสียใจเครื่องบินฝนหลวงตก รับเครื่องเก่าใช้นาน20ปี-จ่อชงของบซื้อใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/442729

รมว.เกษตรเสียใจเครื่องบินฝนหลวงตก รับเครื่องเก่าใช้นาน20ปี-จ่อชงของบซื้อใหม่

รมว.เกษตรเสียใจเครื่องบินฝนหลวงตก รับเครื่องเก่าใช้นาน20ปี-จ่อชงของบซื้อใหม่

วันอังคาร ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2562, 13.48 น.

“รมว.เกษตร”เสียใจสูญเสีย เหตุเครื่องบินฝนหลวงตกกาญจนบุรี ยอมรับเครื่องเก่าใช้นาน 20 ปีแล้ว แต่จำเป็นต้องใช้ต่อเพราะภารกิจมาก เตรียมชงของบ ครม.ซื้อใหม่ วอนแยกแยะอย่าโยงซื้อยุทโธปกรณ์กลาโหม

เมื่อเวลา 13.00น.วันที่ 24 ก.ย. ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงเครื่องบินของกรมฝนหลวง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชนิด CARAVAN หมายเลขเครื่อง 1917 สีฟ้า – ขาว ตกที่ หมู่ 9 ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เป็นเหตุให้นักบินเสียชีวิต 2 นายว่า ตนขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งสองราย ซึ่งผู้เสียชีวิตเป็นข้าราชการ กรมฝนหลวงในตำแหน่งนักบิน เบื้องต้นทราบว่าสาเหตุเกิดจากเครื่องยนต์ขัดข้องและเครื่องบินดังกล่าวเป็นลำเก่าใช้มากกว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ก็จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมครม.เพื่อรับทราบและพิจารณาว่าถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่ต้องจัดหาเครื่องบินมาทดแทนเพิ่ม

นายเฉลิมชัย กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ยอมรับว่าไม่มีงบประมาณจัดซื้อใหม่ทั้งหมด ซึ่งเครื่องบินที่ใช้อยู่ก็ถือเป็นเครื่องเก่า และทราบว่าเครื่องรุ่นดังกล่าวมีอยู่ประมาณ 10 กว่าลำ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าจะเข้าไปดูแลทั้งในส่วนของครอบครัวผู้เสียชีวิตและดูแลในส่วนของเครื่องบินที่มีอยู่ ตลอดจนจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อนายกรัฐมนตรี และครม.ว่ากรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีภารกิจขึ้นบินทุกวัน ดังนั้นสมควรแล้วหรือไม่ที่จะมีการเปลี่ยนในส่วนของเครื่องบิน เพื่อรักษาความปลอดภัยของนักบิน อีกทั้งขณะนี้ถือว่านักบินฝนหลวงมีจำนวนน้อย เพราะค่าตอบแทนอาจไม่สูงเท่าเอกชน จึงต้องทบทวน และหากมีภารกิจหลังจากนี้ก็ต้องบินตามปกติ เชื่อว่าขวัญและกำลังใจของนักบินยังมีอยู่

นายเฉลิมชัย ยังกล่าวถึงที่มีการวิพากษ์วิจารณ์นำไปเปรียบเทียบกับการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกระทรวงกลาโหมที่จัดซื้อบ่อยทุกปีงบประมาณ ว่า ขอให้แยกแยะ ซึ่งในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หากมีความจำเป็น ก็ต้องเสนอครม. เพื่อขออนุมัติงบประมาณจัดซื้อ เพราะเห็นอยู่แล้วว่าเมื่อเกิดภัยแล้งกรมฝนหลวงถือเป็นหน่วยงานที่ช่วยเหลือชาวบ้านได้ดีที่สุด ดังนั้นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของบุคลากรให้ดีที่สุดเช่นเดียวกัน

‘ธรรมนัส’เสียใจ!! เหตุ’เครื่องบินฝนหลวง’ตก สูญเสียนักบิน2ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/442705

'ธรรมนัส'เสียใจ!! เหตุ'เครื่องบินฝนหลวง'ตก สูญเสียนักบิน2ราย

‘ธรรมนัส’เสียใจ!! เหตุ’เครื่องบินฝนหลวง’ตก สูญเสียนักบิน2ราย

วันอังคาร ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2562, 12.42 น.

“ธรรมนัส”เสียใจ!! เหตุ”เครื่องบินฝนหลวง”ตก นักบินเสียชีวิต2ราย ระบุเครื่องเก่ามากใช้มา20ปี ควรปลดระวางยกฝูง จ่อปรับโครงสร้างใหม่ทั้ง”กรมฝนหลวง”

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกรณีเครื่องบินกรมฝนหลวงและการบินเกษตร รุ่นคาราแวน ประสบอุบัติเหตุตกที่ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ทำให้นักบินเสียชีวิต 2 ราย ว่า รู้สึกเศร้าสลดและเสียใจเป็นอย่างมากที่สูญเสียบุคคลากรที่มีคุณค่า ซึ่งเป็นครูฝึกบิน และนักบินฝึกหัด ของกรมฝนหลวงฯ ที่ประสบอุบัติเหตุขณะกำลังปฏิบัติภารกิจฝึกการบิน ทั้งนี้ เครื่องบินรุ่นคาราแวน อายุใช้งานมาเกือบ 20 ปี สภาพเก่า

“ผมสั่งการหน่วยงานในพื้นที่ อ.ไทรโยค ให้นำศพ 2 นักบิน ออกมาก่อน ส่วนเครื่องบินพังเละหมดเพราะสภาพเก่ามาก ซึ่งเครื่องบินรุ่นคาราแวน เป็นเครื่องบินของกรมฝนหลวงฯ ที่ส่วนใหญ่ใช้ปฏิบัติภารกิจทำฝนหลวงมาโดยตลอด ซึ่งใช้งานมาเกือบ 20 ปี ยังใช้ปฏิบัติทำฝนหลวง ทุกวันนี้ใช้รุ่นนี้ทั้งหมด เพิ่งไม่กี่วันผมกำลังคุยปรับโครงสร้างใหม่ทั้งหมด เครื่องรุ่นนี้ไม่ไหวแล้ว เก่ามาก ก็มาเกิดเหตุเสียก่อน สมควรปลดระวางได้แล้ว แต่ที่ยังใช้อยู่เพราะไม่มีงบจัดซื้อ ผมเพิ่งเข้ามากำกับดูแลกรมฝนหลวงฯ พบว่าอุปกรณ์ต่างๆ ยังขาดอยู่มาก บุคลากรก็น้อย” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

‘อลงกรณ์’ลุยหารือความร่วมมือยูเอ็น-อาเซียน-แปซิฟิก หวังปฏิรูปประมงไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/442638

'อลงกรณ์'ลุยหารือความร่วมมือยูเอ็น-อาเซียน-แปซิฟิก หวังปฏิรูปประมงไทย

‘อลงกรณ์’ลุยหารือความร่วมมือยูเอ็น-อาเซียน-แปซิฟิก หวังปฏิรูปประมงไทย

วันอังคาร ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2562, 07.49 น.

“เฉลิมชัย”ส่ง”อลงกรณ์”นำทีมหารือความร่วมมือยูเอ็น-อาเซียน-แปซิฟิก หวังปฏิรูปประมงไทย พร้อมสร้างเครือข่ายอาเซียน-ไอยูยู

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในวันพุธที่จะถึงนี้ (25 ก.ย.62) นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ได้มอบหมายให้ตนเดินทางเข้าเข้าร่วมการประชุมหารือเรื่อง ASEAN Pacific Dialogue to Combat IUU Fishing ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ร่วมกับ นางซูสี ปูดเจียสตูตี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการทางทะเลและประมง แห่งสาธารณะรัฐอินโดนีเซีย (H.E Susi Pudjiastuti, Minister of Marine Affairs and Fisheries, Republic of Indonesia) และนายปีเตอร์ ทอมสัน ผู้แทนพิเศษเลขาธิการสหประชาชาติด้านกิจการทางทะเลและมหาสมุทร (Mr. Peter Thomson, United Nations Secretary General’s Special Envoy for the Ocean) เพื่อยืนยันกรอบความร่วมมือในการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย ไร้การรายงาน และไร้การควบคุม (IUU : llegel Unreported Unregulated Fishing) และในฐานะที่ประเทศไทยได้ดำรงค์ตำแหน่งประธาน ASEAN จึงได้มีการผลักดันให้อาเซียนร่วมกันสร้างความเข้มแข็ง และพัฒนาด้านการประมงรวมทั้งการต่อต้านการประมง IUU โดยไทยจะเสนอให้จัดตั้งนโยบายประมงอาเซียน (ASEAN General Fisheries Policy) เพื่อพัฒนานโยบายการประมงในทุกมิติของประเทศสมาชิกอาเซียน และรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนและความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาค

นอกจากนี้ ได้เสนอให้จัดตั้งเครือข่ายอาเซียนในการต่อต้านการประมง IUU (ASEAN Network for combating IUU fishing) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ระหว่างสมาชิกอาเซียนในการต่อต้านการประมง IUU ให้มีประสิทธิภาพ ตลอดจนการเจรจาหารือกับสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ในกรอบความร่วมมือในภาคการประมงในลำดับต่อไป
ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาประเทศไทยประสบปัญหาในการควบคุมการทำประมงของเรือประมงไทย ทรัพยากร ประมงทะเลเสื่อมถอยลง กระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ทำการปฏิรูปการประมงของประเทศปรับปรุงแก้ไขกรอบกฎหมายประมงให้มีความเป็นสากล สอดคล้องกับกฎระเบียบระหว่างประเทศ รวมทั้งได้วางมาตรการในการป้องกัน ยับยั้งการประมง IUU ที่รัดกุม ซึ่งทาให้ขณะนี้ ประเทศไทยมีกลไก เครื่องมือ ระบบและเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพในการต่อต้านการประมง IUU โดยมีความ ร่วมมือกับต่างประเทศที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ทั้งรัฐเจ้าของธง รัฐเจ้าท่า รัฐชายฝั่ง RFMOs และองค์กรระหว่าง ประเทศสำคัญ ได้แก่ EJF, Seafood Taskforce, Ocean Mind และ Interpol เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเรือประมง และกิจกรรมประมงเพื่อติดตามตรวจสอบเรือประมงที่สงสัยว่าจะทาประมงผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ประเทศไทยยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันประสบการณ์และให้ความร่วมมือกับสังคมโลกและนานาประเทศ ในการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรัฐบาลไทย นโยบายการอนุรักษ์ทรัพยากรในทะเลเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เช่นเดียวกับการรักษามาตรฐานการแก้ไขปัญหา IUU ซึ่งได้แถลงชัดเจนในการประชุมการพัฒนาและฟื้นฟูศักยภาพการประมงไทย เพื่อเตือนทุกฝ่ายให้ตระหนักถึงนโยบายของท่านรัฐมนตรี เกษตรฯ นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ริเริ่มผลักดันให้เกิดความร่วมมือในกลุ่มประเทศอาเซียน ด้วยการจัดตั้งเครือข่าย ASEAN Network for combating IUU fishing จนคืบหน้าและเป็นที่ยอมรับ เพื่อให้การปฏิรูปทรัพยากรทางทะเลและการค้ามนุษย์ รวมทั้งปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคนี้ได้รับการพัฒนาแก้ไขให้เป็นไปตาม มาตรฐานสากล และประเทศไทยจะเป็นตัวอย่างต้นแบบด้วยการที่ประเทศไทย สามารถได้รับใบเขียวจากการแก้ไขปัญหา IUU ซึ่งเกิดจากความร่วมมือทุกๆ ภาคส่วน จนสามารถผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ วิธีปฏิบัติ ตลอดจนมีการจัดทาโครงการต่างๆ เพื่อการฟื้นฟูและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการดังกล่าวโดยไม่ให้ขัดกับมาตรฐานที่นานาชาติกำหนดไว้ และสำหรับการประชุมหารือในครั้งนี้จะเป็นการประกาศถึงจุดยืนของประเทศไทยในฐานะประธาน ASEAN ต่อการดำเนินการแก้ไขปัญหา IUU พร้อมทั้งหารือ และเจรจาเพื่อเปิดโอกาสให้แก่ภาคการประมงไทยในเวทีระดับนานชาติ เพื่อให้ประเทศไทยกลับมามีศักยภาพใน การแข่งขันในเวทีโลก ภายใต้การอนุรักษ์ความยั่งยืนของทรัพยากรต่อไป

ไทยถกความมั่นคงอาหารเอเปกที่ชิลี เตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุมปี’65

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/442493

x

ไทยถกความมั่นคงอาหารเอเปกที่ชิลี เตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุมปี’65

วันอังคาร ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก.ร่วมประชุมในสัปดาห์ความมั่นคงอาหารภายใต้กรอบเอเปก และการประชุมรัฐมนตรีความมั่นคงอาหารเอเปคครั้งที่ 5 ภายใต้หัวข้อ การมุ่งสู่ระบบอาหารที่ครอบคลุม ชาญฉลาดและยั่งยืน (Toward an Integrated, Smart and Sustainable Food System) ระหว่างวันที่ 18 – 24 สิงหาคม ณ เมืองปูแอร์โตบารัส สาธารณรัฐชิลี โดยมี น.ส.ดุจเดือน ศศะนาวิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย

การประชุมความมั่นคงอาหารระดับรัฐมนตรีของเอเปคดังกล่าว เพื่อสร้างเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงอาหารภายในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก มีการรับรองปฏิญญารัฐมนตรีความมั่นคงอาหารเอเปค มีสาระสำคัญ ประกอบด้วย 6 หัวข้อหลัก คือ 1)ประเด็นความท้าทาย 2)การส่งเสริมระบบอาหารที่ยั่งยืน 3)การรับนวัตกรรม เทคโนโลยีอุบัติใหม่ และโอกาสทางดิจิทัล 4)การใช้ประโยชน์จากความเชื่อมโยงและเสริมสร้างห่วงโซ่มูลค่าอาหารและการค้า 5)ส่งเสริมพัฒนาชนบทในฐานะพื้นที่ที่สร้างโอกาส และ 6) แนวทางดำเนินการระยะต่อไป ทั้งนี้ ร่างปฏิญญาฯดังกล่าวแสดงให้เห็นความสำคัญของการดำเนินงานเกี่ยวกับความร่วมมือด้านความมั่นคงอาหารระหว่างสมาชิกเอเปค โดยไม่มีข้อผูกพันทางกฎหมาย ซึ่งสมาชิกให้ความร่วมมือตามความสมัครใจ

โอกาสนี้ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯกล่าวถ้อยแถลงหัวข้อ การส่งเสริมระบบอาหารที่ยั่งยืน โดยเน้นแนวทางดำเนินงานของไทย เพื่อสนับสนุนให้เกิดระบบอาหารยั่งยืนในภูมิภาค อาทิ การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชทางเลือกหรือพืชที่อายุสั้นใช้น้ำน้อยทดแทนปลูกข้าวช่วงภัยแล้ง และตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรทางทะเล ซึ่งไทยมุ่งมั่นแก้ปัญหาทำประมงผิดกฎหมาย (IUU fishing) และมีนโยบายก้าวสู่การเป็น IUU-Free-Thailand

นอกจากนี้ ไทยยังสนับสนุนการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ช่วยในการผลิต โดยนำแนวคิดเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture)  มาเป็นกลไกสำคัญยกระดับสังคมเกษตรกรรมดั้งเดิมไปสู่สังคมเกษตรกรรมสมัยใหม่หรือเกษตรกรรม 4.0 รวมทั้งดำเนินนโยบายตลาดนำการผลิต เพื่อให้เกษตรกรวางแผนการผลิตเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด และการดำเนินโครงการประชารัฐ โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน เป็นต้น ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าว ยังติดตามความคืบหน้าการดำเนินนโยบาย มาตรการ  แผนงานและโครงการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงอาหารของสมาชิก โดยไทยจะนำข้อมูลประสบการณ์เตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมภายใต้กรอบเอเปกทั้งหมดในปี 2565