‘คณะธรรมทูต’มอบรูปหล่อ’ครูบาศรีวิชัย’ แก่’สปป.ลาว’หนุนยูเนสโกประกาศเป็นบุคคลสำคัญ

'คณะธรรมทูต'มอบรูปหล่อ'ครูบาศรีวิชัย' แก่'สปป.ลาว'หนุนยูเนสโกประกาศเป็นบุคคลสำคัญ

‘คณะธรรมทูต’มอบรูปหล่อ’ครูบาศรีวิชัย’ แก่’สปป.ลาว’หนุนยูเนสโกประกาศเป็นบุคคลสำคัญ

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.47 น.

คณะธรรมทูต มอบรูปหล่อครูบาศรีวิชัย แก่ สปป.ลาว หนุนยูเนสโกประกาศเป็นบุคคลสำคัญ พร้อมส่งคืนพระพุทธรูปโบราณ 

7 มี.ค.68 นายอุปกิต ปาจรียางกูร อดีตสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ในฐานะหัวหน้าผู้แทนผู้ทำหน้าที่กระบวนการธรรมทูต สายประเทศศรีลังกา เมียนมา และ สปป.ลาว   เปิดเผยว่า ได้นำคณะธรรมทูต และผู้แทนมูลนิธิข่วงพระเจ้าล้านนา อาทิ นายปรีชา บัววิรัตน์เลิศ นายจิรชัย มูลทองโร่ย อดีต สว.เข้าพบนายคำพัน อั่นลาวัน เอกอัครราชทูต สปป.ลาว ประจำประเทศไทย โดยอัญเชิญองค์รูปหล่อครูบาเจ้าศรีวิชัยขนาดหน้าตัก 30 นิ้ว และมอบชุดประกาศเกียรติคุณครูบาเจ้าศรีวิชัย ให้แก่เอกอัครราชทูต สปป.ลาว เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ วัดองค์ตื้อมหาวิหาร นครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมหนุนเสริมการเผยแพร่และประกาศเกียรติคุณองค์ครูบาเจ้าศรีวิชัย ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ขององค์กรยูเนสโก ในวาระครบรอบ 150 ปี ชาตกาล โดยก่อนหน้านี้ได้มอบให้แก่ประเทศศรีลังกา และเมียนมา ไปแล้ว

นายอุปกิต กล่าวว่า ในโอกาสเดียวกัน ได้มอบพระพุทธรูปสำคัญที่สูญหายในช่วงสงครามอินโดจีน ส่งคืนสู่มาตุภูมิ โดยพระพุทธรูปดังกล่าวเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย เนื้อสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 38.5 ซม.สูง 74 ซม.เป็นรูปแบบตามศิลปะล้านช้างในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19-24 หรือประมาณ 200-700 ปีมาแล้ว ได้มาจากพ่อค้าซึ่งประมูลมาจากพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวในประเทศฝรั่งเศส และต่อมาได้ร่วมกับกรมศิลปากร ค้นคว้าจากหลักฐานต่างๆ เช่น รูป ภาพสเก็ตช์ จารึกบนฐานพระพุทธรูป ทราบว่าเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่เคยประดิษฐานในวัดเพียวัด เมืองคูณ แขวงเชียงขวาง สปป.ลาว จึงมีความประสงค์ที่จะส่งคืนเพื่อให้เป็นสมบัติและเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ ตลอดจนมีคุณค่าทางจิตใจที่ได้เก็บรักษาภูมิปัญญาของบรรพบุรุษชนชาติลาวต่อไป 

นายคำพัน อั่นลาวัน กล่าวว่า ขอขอบใจคณะผู้เกี่ยวข้องที่ร่วมผลักดันเรื่องนี้กันมาเกือบ 1 ปีจนสำเร็จลุล่วง ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในโอกาสเฉลิมฉลอง 75 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – สปป.ลาว ซึ่งพระพุทธรูปโบราณจะนำไปประดิษฐาน ณ สถานที่เดิมคือ วัดเพียวัด

ศธ.สั่งลงดาบครูล่วงละเมิดนร.พร้อมดูแลสภาพจิตใจเด็ก

ศธ.สั่งลงดาบครูล่วงละเมิดนร.พร้อมดูแลสภาพจิตใจเด็ก

ศธ.สั่งลงดาบครูล่วงละเมิดนร.พร้อมดูแลสภาพจิตใจเด็ก

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.16 น.

สพฐ. สั่งลงดาบ ครูล่วงละเมิดอย่างเด็ดขาด พร้อมดูแลสภาพจิตใจนักเรียนเป็นสำคัญ

วันนี้ (7 มี.ค.) ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏบนสื่อออนไลน์ กรณีครูชำนาญการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเนื่องจากมีพฤติกรรมล่วงละเมิดนักเรียนในโรงเรียนหลายครั้ง โดย สพฐ.ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้นสังกัด แล้ว ซึ่งไม่ได้เพิกเฉยต่อเหตุการณ์ลักษณะนี้อย่างเด็ดขาด ขณะนี้ครูคนดังกล่าว ได้ถูกดำเนินการทางวินัยโดยให้ออกจากราชการไว้ก่อน และได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงแล้ว หากพบว่ามีมูลความผิดเป็นไปตามข้อกล่าวหาจริง บทลงโทษทางวินัย คือการปลดออก-ไล่ออก เท่านั้น ส่วนทางด้านการดำเนินคดีทางกฎหมาย ทางโรงเรียนและเขตพื้นที่ฯ จะติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิดต่อไป

ขณะที่อีกกรณี คือรักษาการผู้อำนวยการ (ผอ.) โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับการร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมกระทำอนาจารนักเรียนในโรงเรียน ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง และสั่งการให้รักษาการ ผอ.โรงเรียนคนดังกล่าว เข้ามาประจำที่สำนักงานเขตพื้นที่ฯ เป็นการชั่วคราว เพื่อให้การสืบสวนเป็นไปอย่างสะดวก ปรากฏข้อเท็จจริง และป้องกันไม่ให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานบุคคล หลักฐาน และเพื่อความปลอดภัยของนักเรียนผู้ถูกกระทำ ทั้งนี้ หากผลการสืบสวนข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติได้ว่ามีการกระทำละเมิดจริง จะดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรงต่อไป

“การที่ครูและผู้บริหารโรงเรียนแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อนักเรียน เป็นการกระทำที่ขัดต่อจรรยาบรรณวิชาชีพและนโยบายของ สพฐ.อย่างร้ายแรง ไม่สามารถยอมรับได้ ทั้งยังขัดต่อนโยบายเรียนดี มีความสุขของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศึกษาธิการ ที่เน้นย้ำให้โรงเรียนต้องเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุด ทั้งนี้ สพฐ.ได้กำชับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่ง ให้กำกับ ติดตาม สถานศึกษาในสังกัดให้ดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยและแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด หากเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าว ต้องคำนึงถึงสภาพจิตใจของนักเรียนเป็นสำคัญ และดำเนินการกับผู้ที่กระทำผิดอย่างเด็ดขาด รวมถึงเอาใจใส่ ตรวจตราความปลอดภัยในโรงเรียนอย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้อีก” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

‘วัดไทยลุมพินี เนปาล-วัดพระธรรมกาย’บวชสามเณรท้องถิ่นเนปาล 500

‘วัดไทยลุมพินี เนปาล-วัดพระธรรมกาย’บวชสามเณรท้องถิ่นเนปาล 500

‘วัดไทยลุมพินี เนปาล-วัดพระธรรมกาย’บวชสามเณรท้องถิ่นเนปาล 500

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.39 น.

‘วัดไทยลุมพินี เนปาล-วัดพระธรรมกาย’บวชสามเณรท้องถิ่นเนปาล 500 รูป ถวายเป็นพุทธบูชา-ถวาย ‘พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’

ที่มหาวิหารมายาเทวี ชาตสถานอุทยานลุมพินีที่ประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล วันที่ 4 มี.ค.68 มีพิธีบรรพชาสามเณรท้องถิ่นเนปาล จำนวน 500 รูป ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานผ้าไตร จำนวน 3 ไตร เพื่อถวายแก่พระอุปัชฌาย์ ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ภายในพิธีได้รับความเมตตาจากคณะสงฆ์ไทย โดย พระเดชพระคุณพระพรหมเสนาบดี ที่ปรึกษากรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคาราชวรวิหาร เจ้าคณะภาค 7 เป็นประธานสงฆ์ พร้อมด้วย พระศรีโพธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยลุมพินี รองหัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล, พระครูพิศาลธรรมโสภณ ประธานคณะกรรมการสงฆ์เนปาล พระครูวิบูลนิติธรรม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และ คณะสงฆ์เนปาล นำโดย ท่านสังฆนายก โพธิเสน มหาเถโร  พระมหาเถระ จากทั้งเถรวาท มหายาน และวัชรยาน เข้าร่วมพิธี

นายสุวพงศ์ ศิริสรณ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฐมาณฑุ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยเจ้าภาพสาธุชนกัลยาณมิตรทั้งไทย และเนปาล ร่วมงานเป็นจำนวนมาก และท่าน Vice Chairman Dr.Lharkyal Lama (Khenpo Chimed) รองประธาน Lumbini development trust  ซึ่งเป็นผู้ดูแลบริหาร สวนลุมพินี เป็นผู้กล่าวต้อนรับ

โครงการบรรพชาสามเณร 500 รูป ถวายเป็นพุทธบูชา และถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 16 มีนาคม พ.ศ. 2568 จัดขึ้นโดยความร่วมมือ ระหว่าง พระธรรมทูต สายอินเดีย-เนปาล คณะสงฆ์เนปาล ซึ่งมีวัดพระธรรมกาย มูลนิธิธรรมกาย ประเทศไทย, LDT  ,PSN และองค์กรภาคีดำเนินงาน ให้ประสบความสำเร็จ  ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ถวายเป็นพุทธบูชา ณ แดนประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (2) ถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเจริญพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 (3) เสริมสร้างความสามัคคีระหว่างพุทธศาสนิกชนชาวไทยและเนปาลให้เกิดความร่วมมือในการเผยแผ่สืบทอดพระพุทธศาสนา (4) เสริมสร้างโอกาสให้ทุกคนได้ร่วมสร้างบุญกุศลและส่งเสริมคุณธรรมในสังคม (5) เปิดโอกาสให้ผู้บรรพชาได้ตอบแทนพระคุณบิดามารดาและเป็นโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยศีลธรรม และ (6) เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณีทางพระพุทธศาสนาให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ

ด้านพระอาจารย์ ถาวร ถาวโร ประธานศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมลุมพินี ประเทศเนปาล กล่าวเพิ่มเติมว่า “การทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา ด้วยการเป็นกัลยาณมิตรชักชวนให้ชาวโลกมาร่วมกันทำความดี เป็นหน้าที่ที่สำคัญของเราชาวพุทธ ส่วนการบรรพชานี้ ไม่เพียงเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสถึงคุณค่าของการเป็นสมณะ หากยังเป็นสะพานเชื่อมสายสัมพันธ์ระหว่างพุทธศาสนิกชนชาวไทยและเนปาล ให้เกิดความร่วมมือในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา อันจะนำไปสู่ความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองของพระธรรมวินัย และพระพุทธศาสนาในอนาคตสืบต่อไป ที่สำคัญ ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานผ้าไตร จำนวน 3 ไตร แด่ธรรมทายาทด้วย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ”

ศธ.แก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าสร้างสถานศึกษาปลอดภัย

ศธ.แก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าสร้างสถานศึกษาปลอดภัย

ศธ.แก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าสร้างสถานศึกษาปลอดภัย

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.05 น.

ก.ค.ศ.ขานรับมาตรการป้องกันบุหรี่ไฟฟ้า สร้างสถานศึกษาปลอดภัย เตือนโทษวินัยหากพบการกระทำผิด

วันนี้ (7 มี.ค.) พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ และคณะผู้บริหารองค์กรในสังกัด/ในกำกับ มีมติเห็นชอบแผนและมาตรการเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าของกระทรวงศึกษาธิการ โดยให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาบุหรี่ในเด็กและเยาวชน จากการประชุมประสานภารกิจ เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าเป็นปัญหาสำคัญที่รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไข กระทรวงศึกษาธิการได้ขับเคลื่อนมาตรการในการควบคุมและป้องกันการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา ทั้งการปรับปรุงกฎหมาย การสร้างเครือข่ายในการแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าร่วมกับหลายภาคส่วน รวมทั้งการสร้างความตระหนักรู้ในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้จะช่วยให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ เอื้อต่อการเรียนรู้ที่ดี การสูบบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษาไม่เพียงแต่ผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ยังถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดวินัย เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าถูกห้ามนำเข้าและครอบครองในประเทศไทย ตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์และ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 อีกทั้งสถานศึกษาเองยังถูกกำหนดให้เป็นเขตปลอดบุหรี่ทั้งหมดซึ่งมีบทกำหนดโทษอย่างชัดเจน

รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา รักษาราชการแทนเลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าวว่า ขอให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกท่าน ตระหนักถึงคุณธรรมและจริยธรรม ไม่กระทำพฤติกรรมที่ขัดต่อกฎระเบียบ และจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามกฎหมาย รวมทั้งส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษาปฏิบัติตามกฎระเบียบด้วย หากพบว่าผู้บริหารสถานศึกษา ครู หรือบุคลากรทางการศึกษามีการใช้บุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงปล่อยปละละเลยหรือสนับสนุนการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา จะถูกดำเนินการทางวินัย ซึ่งอาจเข้าข่ายการกระทำผิดวินัยใน พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547  ที่ระบุให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องประพฤติเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน ชุมชน สังคม รักษาชื่อเสียงของตนและรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการมิให้เสื่อมเสีย ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเข้มงวดในการควบคุมการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา และเพื่อให้ครูเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กและเยาวชนของประเทศต่อไป

รร.ฤทธิยะฯ เตรียมแจกที่อุดหูให้นักเรียนสอบ A Level รับมือเสียงรบกวน ทอ.โชว์ฝูงบิน

รร.ฤทธิยะฯ เตรียมแจกที่อุดหูให้นักเรียนสอบ A Level รับมือเสียงรบกวน ทอ.โชว์ฝูงบิน

รร.ฤทธิยะฯ เตรียมแจกที่อุดหูให้นักเรียนสอบ A Level รับมือเสียงรบกวน ทอ.โชว์ฝูงบิน

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 21.52 น.

วันที่ 6 มีนาคม 2568 โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย ออกประกาศระบุว่า เนื่องด้วยกองทัพอากาศจัดงาน “ครบรอบ 88 ปี กองทัพอากาศ” ในวันเสาร์ที่ 8 มี.ค. 2568 ซึ่งตรงกับการสอบ A Level ซึ่งโรงเรียนเป็นสนามสอบหนึ่ง

โดยงานดังกล่าว มีกิจกรรมการแสดงเครื่องบินผาดโผนส่งผลให้มีเสียงดัง อาจรบกวนการสอบ ทางสนามสอบฯ ร่วมกับกองทัพอากาศ “จัดเตรียมเครื่องปลั๊กอุดหู (EAR PLUG)” ให้กับผู้เข้าสอบเพื่อลดเสียงรบกวน

ทั้งนี้ กองทัพอากาศ (ทอ.) จัดการแสดง Air Show ในโอกาสครบรอบ 88 ปี ทอ. ในวันที่ 7 – 8 มีนาคม 2568 และมีการฝึกซ้อมการแสดงในวันที่ 5 มีนาคม 2568 ณ กองบิน 6 ดอนเมือง

‘ราชบุรี’เร่งปฏิรูปการศึกษา ขยายเวลา’พว.’สร้างนวัตกร

'ราชบุรี'เร่งปฏิรูปการศึกษา ขยายเวลา'พว.'สร้างนวัตกร

‘ราชบุรี’เร่งปฏิรูปการศึกษา ขยายเวลา’พว.’สร้างนวัตกร

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.28 น.

เทศบาลเมืองโพธาราม ราชบุรีขยายผลจัดการเรียนรู้มาพัฒนาสู่ทักษะอาชีพ (Soft Power) ขยายเวลาความร่วมมือกับ พว.พัฒนาการเรียนรู้ แบบ Active Learning โดยดำเนินการตามกรอบแนวทางสอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ด้านการศึกษาที่ได้กำหนดกิจกรรมปฏิรูปที่ 2 ยกระดับสมรรถนะของผู้เรียนให้เกิดขีดความสามารถเป็นนวัตกรตามที่ยุทธศาสตร์ชาติกำหนด และเน้นให้นักเรียนตระหนักการมีส่วนในการเชิดชูวัฒนธรรมไทยด้วย

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2568 ที่หอประชุมเทศบาลเมืองโพธาราม จังหวัดราชบุรี ได้จัดโครงการเปิดบ้านวิชาการเสริมความรู้สู่ทักษะอาชีพ ของโรงเรียนในสังกัด พร้อมพิธีลงนามความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างโรงเรียนเทศบาลวัดไทรทารีรักษ์ (มณีวิทยา) โดย นายประมวล พฤฑฒิกุล ผู้อำนวยการโรงเรียน กับสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) โดย นายไพศาล โรจน์สราญรมย์ รองประธานกรรมการบริหารสถาบัน แทน ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบัน พว.ซึ่งการลงนามครั้งนี้เป็นการลงนามครั้งที่ 2 เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในปีที่ 4 – 6 หลังจากเคยลงนามมาแล้วครั้งหนึ่งเป็นระยะเวลา 3 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะอยู่ในรูปแบบของการประสานงานความร่วมมือของสถาบัน พว.และทางโรงเรียนเทศบาลวัดไทรอารีรักษ์ โดยเน้นถึงความสำคัญและตระหนักถึงประโยชน์ของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันที่มีต่อการพัฒนาการเรียนรู้ แบบ Active Learning โดยดำเนินการตามกรอบแนวทางสอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ด้านการศึกษาที่ได้กำหนดกิจกรรมปฏิรูปที่ 2 การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ

“เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนการเรียนการสอนในปัจจุบันไปสู่การเรียนรู้ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูง เชิงระบบ GPAStep ภาใต้หลักสูตรอิงมาตรฐาน (Standard – based Curriculum) ด้วยการพัฒนาคุณภาพและศักยภาพ”

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาชีพของครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียน ในการยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้มีความถนัดและความลาดที่แตกต่างกัน ผู้เรียนสามารถถักทอสร้างความรู้ได้เองจนถึงระดับหลักการ เกิดสมรรถนะและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ทุกด้าน รวมทั้งเกิดผลลัพธ์เป็นผลผลิต เช่น ชิ้นงาน โครงงาน นวัตกรรม จนส่งผลให้ผู้เรียนทุกคนสามารถพัฒนาเป็นนวัตกรได้ตามที่ยุทธศาสตร์ชาติกำหนดไว้

นายเกรียงศักดิ์ นุตตะโร ผู้อำนวยการกองการศึกษา เทศบาลเมืองโพธาราม กล่าวว่า การลงนามในบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการของสององค์กรนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของเทศบาลเมืองโพธารามที่จะยกระดับการเรียนการสอนของสถานศึกษาในสังกัด จะเป็นการต่อยอดจากช่วง 3 ปีแรก ซึ่งพบว่าคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดเทศบาลเมืองโพธาราม มีการยกระดับสูงขึ้น นำไปสู่การนำผลงานของนักเรียนมาแสดงในส่วนของการนำกิจกรรมการจัดการเรียนรู้มาพัฒนาสู่ทักษะอาชีพ (Soft Power) ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลด้วย

ด้าน นายประมวล พฤฑฒิกุล ผอ.โรงเรียนเทศบาลวัดไทรอารีรักษ์ กล่าวว่า แนวคิดในการจัดโครงการเปิดบ้านวิชาการเสริมความรู้สู่ทักษะอาชีพในครั้งนี้ มีการสอดแทรกเข้าไปในหลักสูตรของโรงเรียนและมีการนำผลขยายจากหลักสูตรสู่นักเรียน ทำให้นักเรียนตระหนักการมีส่วนในการเชิดชูวัฒนธรรมไทยได้ด้วย

สุดท้าย ดร.กรัณย์พล วิวรรธมงคล วิทยากรจากสถาบัน พว.กล่าวว่า พว.ได้มุ่งเน้นในเรื่องของการยกระดับคุณภาพผลการสอบโอเน็ตของนักเรียนและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 และมุ่งส่งเสริมการขับเคลื่อนชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อให้ครู/บุคลากรทางการศึกษา ชุมชน และหน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมมือกันในการพัฒนายกระดับสมรรถนะของผู้เรียนให้เกิดขีดความสามารถเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล

– 006

คณะผู้แทนกระทรวง อว. เข้าร่วมงานประชุมสมัชชาใหญ่ ISC ณ โอมาน

คณะผู้แทนกระทรวง อว. เข้าร่วมงานประชุมสมัชชาใหญ่ ISC ณ โอมาน

คณะผู้แทนกระทรวง อว. เข้าร่วมงานประชุมสมัชชาใหญ่ ISC ณ โอมาน

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) พร้อมด้วยดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่ของ ISC ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพื่อหารือประเด็นสำคัญด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) ของโลก รวมถึงทิศทางนโยบายของเครือข่าย ISC

เซอร์ ปีเตอร์ กลุคแมน ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ประจำนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ และประธาน ISC เป็นประธานการประชุมตลอดระยะเวลา2 วัน โดยคณะบริหาร ISC ได้นำเสนอผลการดำเนินงานในประเด็นยุทธศาสตร์หลักได้แก่ ผลกระทบของวิทยาศาสตร์ต่อสังคม อิสรภาพและจริยธรรมทางวิชาการ และการส่งเสริมบทบาทของประเทศที่ยังมีส่วนร่วมน้อย ที่ประชุมมีมติรับรองแผนยุทธศาสตร์และแผนการเงินประจำปี 2568 พร้อมทั้งให้ข้อแนะนำเชิงนโยบายสำหรับการดำเนินงานในอนาคต

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล กล่าวว่า ISC เป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ที่ได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงานทั่วโลก และมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากส่งผลให้สามารถรวบรวมข้อมูลที่กว้างขวางรวมถึงจัดทำรายงานและข้อเสนอเชิงนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศไทยจึงเห็นโอกาสและประโยชน์ในการพัฒนาความร่วมมือกับเครือข่าย ISC ให้เพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) โดยความร่วมมือระหว่าง สกสว. และ วช.มุ่งมั่นที่จะพัฒนานโยบายด้านวิทยาศาสตร์ร่วมกับนานาประเทศผ่านเครือข่าย ISC พร้อมทั้งผลักดันนโยบายที่ส่งเสริมการใช้วิทยาศาสตร์เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม

ศธ.หารือ สปข. กำหนดคนขับรถรับ-ส่งนักเรียน ต้องผ่านการฝึกอบรม เพื่อความปลอดภัยของเด็ก

ศธ.หารือ สปข. กำหนดคนขับรถรับ-ส่งนักเรียน  ต้องผ่านการฝึกอบรม เพื่อความปลอดภัยของเด็ก

ศธ.หารือ สปข. กำหนดคนขับรถรับ-ส่งนักเรียน ต้องผ่านการฝึกอบรม เพื่อความปลอดภัยของเด็ก

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวภายหลังประชุมติดตามข้อสั่งการเรื่องความปลอดภัยของรถทัศนศึกษา โดยมี นายวสุเชษฐ์ โสภณเสถียร นายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย, นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ที่ห้องจันทรเกษม กระทรวงศึกษาธิการ

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศธ. เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นว่าคนขับรถทัศนศึกษา จะต้องผ่านการฝึกอบรม หลักสูตรของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ หรือหลักสูตรที่กำลังจะกำหนดขึ้นก่อน เพื่อให้มีความรู้เรื่องความปลอดภัย การปฐมพยาบาลเบื้องต้น รู้วิธีการใช้อุปกรณ์ภายในรถ เทคนิคการขับรถ และต่อไปคนขับรถอาจจะต้องรู้ว่าเส้นทางไหนควรต้องหลีกเลี่ยง เช่น เส้นทางที่เกิดอุบัติเหตุรถทัศนศึกษาของเทศบาลบึงกาฬพลิกคว่ำที่ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งจุดนั้นเคยเกิดอุบัติเหตุหลายครั้งแล้ว ถ้าไม่จำเป็นหรือไม่ชำนาญเส้นทางก็ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางจุดนั้น และต่อไปนี้ทาง สพฐ. จะต้องมีข้อกำหนดว่า คนที่จะขับรถทัศนศึกษาหรือรถโรงเรียนจำเป็นจะต้องผ่านการอบรมด้วย และต่อไปสพฐ.ต้องประกาศว่าเส้นทางไหนเสี่ยงก็ให้รถทัศนศึกษาหลีกเสี่ยงถ้าไม่จำ หรือเตือนให้มีความระมัดระวังเส้นทางที่มีอันตราย ส่วนการมีรถนำก็กำหนดอยู่ในมาตรฐานแล้ว ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นรถตำรวจนำ แต่อาจจะเป็นรถที่มีไฟสัญญาณวับวาบนำรถทัศนศึกษาเพื่อให้การเดินทางปลอดภัย

“ทางผู้ประกอบการก็มีข้อเสนอที่ดีในเรื่องการป้องกันปัญหา โดยเสนอให้มีการฝึกอบรมคนขับรถทัศนศึกษา ไม่ใช่มีเพียงใบขับขี่ใบเดียวก็ขับรถทัศนศึกษาได้ และคนขับรถจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับรถและการช่วยเหลือ รู้เส้นทาง เพราะหากเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นผู้ประกอบการก็ไม่สบายใจ และหารือเรื่องสภาพรถทัศนศึกษาที่มีระเบียบออกไปแล้วเรื่องการให้ข้อมูลเส้นทางที่จะเดินทางไปทัศนศึกษา เพื่อจะยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการทัศนศึกษาให้มากขึ้น” รมช.ศธ. กล่าว

อาชีวะ เปิดอบรม A.L.T.C. รุ่นที่ 981 เสริมศักยภาพผู้นำลูกเสือ

อาชีวะ เปิดอบรม A.L.T.C. รุ่นที่ 981 เสริมศักยภาพผู้นำลูกเสือ

อาชีวะ เปิดอบรม A.L.T.C. รุ่นที่ 981 เสริมศักยภาพผู้นำลูกเสือ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสือ ขั้นผู้ช่วยหัวหน้าผู้ให้การฝึกอบรมผู้กำกับลูกเสือ (Assistant Leader Trainers Course : A.L.T.C.) รุ่นที่ 981 โดยมี นายธราเชฎฐ์ สุคนธ์ กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการพัฒนากิจการลูกเสือเนตรนารีวิสามัญอาชีวศึกษา และผู้ทรงคุณวุฒิ คณะวิทยากร ครูและผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เข้าร่วมการอบรม ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า กิจกรรมลูกเสือเนตรนารีวิสามัญในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ความมีระเบียบวินัย และความรับผิดชอบต่อสังคม

“การพัฒนาบุคลากรทางการลูกเสือ A.L.T.C. ครั้งนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนกิจการลูกเสือของอาชีวศึกษาให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างเครือข่ายบุคลากรทางการลูกเสือที่มีคุณภาพ ขับเคลื่อนกิจการลูกเสือของอาชีวศึกษาให้เติบโตและยั่งยืน และเป็นแบบอย่างพัฒนานักเรียน นักศึกษาให้เป็นเยาวชนที่มีระเบียบวินัย เสียสละ และมีจิตอาสา พร้อมปลูกฝังบทบาทความเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี สมกับพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์พระผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย” เลขาธิการ กอศ. กล่าว

การฝึกอบรมฯ ในครั้งนี้ จัดขึ้นตามระเบียบคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ว่าด้วยการฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสือ พ.ศ.2556 ซึ่งแบ่งการฝึกอบรมออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับที่ 1.การฝึกอบรมผู้กำกับลูกเสือ ระดับที่ 2 การฝึกอบรมผู้ให้การฝึกอบรมผู้กำกับลูกเสือ โดยแบ่งเป็น 2 ขั้น ได้แก่ ขั้นผู้ช่วยหัวหน้าผู้ให้การฝึกอบรมผู้กำกับลูกเสือ (A.L.T.C.) และขั้นหัวหน้าผู้ให้การฝึกอบรมผู้กำกับลูกเสือ (Leader Trainers Course : L.T.C.) เพื่อพัฒนาบุคลากรทางการลูกเสือให้มีความรู้ ความเข้าใจในหลักการสำคัญของกิจการลูกเสือ นโยบายของคณะลูกเสือแห่งชาติ และนโยบายขององค์การลูกเสือโลก รวมถึงการเสริมสร้างทักษะด้านการฝึกอบรม การบริหารงานลูกเสือ และการพัฒนาผู้บังคับบัญชาลูกเสือในสถานศึกษาสังกัด สอศ. โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-9 มีนาคม 2568 รวมระยะเวลา 7 วัน

สำหรับผู้เข้ารับการฝึกอบรมลูกเสือ A.L.T.C. ต้องเป็นผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมและได้รับเครื่องหมายวูดแบดจ์สองท่อนมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี มีประสบการณ์จัดการฝึกอบรมลูกเสือและมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติกำหนด

ศธ.-ซีพีออลล์ ร่วมมือขับเคลื่อนโรงเรียนร่วมพัฒนา สร้างโอกาสการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิตเด็กไทย

ศธ.-ซีพีออลล์ ร่วมมือขับเคลื่อนโรงเรียนร่วมพัฒนา  สร้างโอกาสการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิตเด็กไทย

ศธ.-ซีพีออลล์ ร่วมมือขับเคลื่อนโรงเรียนร่วมพัฒนา สร้างโอกาสการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิตเด็กไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ โครงการ “โรงเรียนร่วมพัฒนา” (Partnership School Project) ระหว่างบริษัทซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กับโรงเรียนใน จ.ลพบุรี โดยมี นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรงผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ., รองเลขาธิการฯสง่า แต่เชื้อสาย รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา,นายปิยะวัฒน์ ธิศรัทธาวรกุล รองประธานกรรมการบริหารบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหารบริษัทในกลุ่มธุรกิจและสถาบันปัญญาภิวัฒน์, ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ลพบุรี, ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียน, ผู้แทนจากภาคเอกชน ภาคประชาสังคมเข้าร่วม โดยมี นายอำพล อังคภากรณ์กุลผู้ว่าฯ จ.ลพบุรี กล่าวต้อนรับ ณ ห้องประชุมรามาวตาร โรงเรียนพระนารายณ์ จ.ลพบุรี

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. กล่าวว่า ซีพี ออลล์ จะนำนวัตกรรมของสถาบันปัญญาภิวัฒน์มาช่วยสนับสนุนในด้านการจัดการเรียนการสอนเพื่อตอบรับทางธุรกิจ สำหรับนักเรียนที่มีความเป็นเลิศจะได้รับทุนการศึกษาจนจบมหาวิทยาลัย หรืออาจจะเข้าทำงานกับซีพี นอกจากนี้ นักเรียนยังสามารถไปประกอบธุรกิจเองได้ และตนเชื่อในระบบของซีพีการสอนให้เด็กมีวินัย มีคุณธรรม จริยธรรมเป็นคนดี

“โครงการนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ การพัฒนาระบบการศึกษาที่มีคุณภาพไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม อย่างที่ผมได้กล่าวไว้เสมอว่า การศึกษา “เรียนดีมีความสุข” จะเกิดขึ้นได้จากการที่เครือข่ายทางการศึกษา “จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน” ร่วมกันขับเคลื่อนและยกระดับคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางการศึกษา พัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนเพื่อสร้างต้นแบบของการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน” รมว.ศธ. กล่าว

ด้าน นายปิยะวัฒน์ ธิศรัทธาวรกุล กล่าวว่า ซีพี ออลล์ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา เพื่อยกระดับการจัดการศึกษาและเพื่อสานต่อเจตนารมณ์ร่วมกันพัฒนา เยาวชนนักเรียน นักศึกษา ให้มีคุณภาพ มุ่งหวังให้เยาวชน และครอบครัว มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีอาชีพ มีงานทำ อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

ขณะที่ นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า ซีพี ออลล์ ได้สนับสนุนโรงเรียนในโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี จำนวน 22 โรงเรียน ประกอบด้วยโรงเรียนในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1 จำนวน 4 โรงเรียน โรงเรียนในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 2 จำนวน 7 โรงเรียน และโรงเรียนในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลพบุรี จำนวน 11 โรงเรียน

“ความร่วมมือนี้ มีแผนการขับเคลื่อน 3 ปี โดยจะมีการวางแผนการดำเนินงานว่าภาคเอกชนที่เข้ามาร่วมมือในโครงการนี้จะสนับสนุนโรงเรียนในพื้นที่อย่างไรบ้าง เนื่องจากซีพีออลล์มีวิทยากรที่มีความรู้ในด้านต่างๆ จะสนับสนุนการเรียนรู้ และอุปกรณ์การเรียนการสอน รวมถึงขับเคลื่อน การสร้างนวัตกรรมให้กับนักเรียน ถ้าสามารถผลิตนวัตกรรมออกมาได้ก็สามารถนำไปขายในเซเว่น-อีเลฟเว่นได้ นอกจากนี้ ซีพี ออลล์ ยังได้จัดการเรียนการสอนแบบทวิภาคีอนาคตอาจจะส่งนักเรียนไปฝึกประสบการณ์กับซีพีและยังมีรายได้ระหว่างเรียน และเด็กโรงเรียนขยายโอกาสของเราก็สามารถไปศึกษาต่อในสถาบันปัญญาภิวัฒน์ ซึ่งซีพี ออลล์มีทุนการศึกษาให้ด้วย” ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. กล่าวทิ้งท้าย