‘เกศทิพย์’ตรวจเยี่ยมสนามสอบชั้น ม.4 ร.ร.เตรียมอุดมฯ เน้นโปร่งใสตรวจสอบได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/792098

'เกศทิพย์'ตรวจเยี่ยมสนามสอบชั้น ม.4 ร.ร.เตรียมอุดมฯ เน้นโปร่งใสตรวจสอบได้

‘เกศทิพย์’ตรวจเยี่ยมสนามสอบชั้น ม.4 ร.ร.เตรียมอุดมฯ เน้นโปร่งใสตรวจสอบได้

วันเสาร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2567, 16.04 น.

 “เกศทิพย์” ตรวจเยี่ยมสนามสอบชั้น ม.4 ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา เน้นโปร่งใสตรวจสอบได้ ย้ำแม้พลาดหวังแต่เด็กทุกคนต้องมีที่เรียน

วันที่ 9 มีนาคม 2567 นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) ได้รับมอบหมายจาก ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ณ อาคารอิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี โดยมี นายนิยม ไผ่โสภา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 นายบุณยพงศ์ โพธิวัฒน์ธนัต ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา นางสาวลิลิน ทรงผาสุก ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมด้วย

ทั้งนี้ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ได้จัดการสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ประจำปีการศึกษา 2567 ซึ่งในปีนี้มีผู้เข้าสอบ 11,607 คน จากทุกภูมิภาคของประเทศ สามารถรับนักเรียนได้จำนวน 1,520 คน คิดเป็นอัตราการแข่งขัน 1 : 7.64 แบ่งเป็น 8 แผนการเรียน ได้แก่ แผนการเรียน วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ รับจำนวน 1,000 คน จำนวนที่สมัคร 8,275 คน / แผนการเรียน ภาษา-คณิตศาสตร์ รับ 120 คน ผู้สมัคร 1,173 คน / แผนการเรียน ภาษา-ฝรั่งเศส รับ 80 คน ผู้สมัคร 392 คน / แผนการเรียน ภาษา-เยอรมัน รับ 80 คน ผู้สมัคร 323 คน / แผนการเรียน ภาษา-ญี่ปุ่น รับ 80 คน ผู้สมัคร 461 คน / แผนการเรียน ภาษา-จีน รับ 80 คน ผู้สมัคร 570 คน / แผนการเรียน ภาษา-สเปน รับ 40 คน ผู้สมัคร 186 คน และแผนการเรียนภาษา-เกาหลี รับ 40 คน ผู้สมัคร 227 คน โดยพบว่าแผนการเรียนที่นักเรียนให้ความสนใจเพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2565-2566 คือ แผนการเรียน ภาษา-คณิต มีผู้สมัครเพิ่มขึ้น 181 คน มีอัตราแข่งขัน 1 : 9.78

นางเกศทิพย์ กล่าวว่า จากการตรวจเยี่ยมสนามสอบวันนี้ พบว่าภาพรวมการจัดสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยก่อนการจัดสอบทางโรงเรียนได้เตรียมความพร้อมก่อนวันสอบ ทั้งในเรื่องสถานที่ เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก รวมทั้งการดูแลด้านความปลอดภัยให้แก่นักเรียนและผู้ปกครอง ทั้งนี้ ยังคงมีมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยให้นักเรียนที่เข้าสอบทุกคน สวมหน้ากากอนามัย และนักเรียนที่มีอาการป่วย ทางโรงเรียนได้จัดเตรียมห้องสอบแยกจากนักเรียนคนอื่น และมีพยาบาลคอยดูแลให้ความช่วยเหลือโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังเข้มในเรื่องของความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. ให้ความสำคัญและเน้นย้ำให้จัดสอบอย่างโปร่งใส เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเท่าเทียมกันทุกคน

“ทั้งนี้ ทางโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาจะประกาศผลสอบภายในวันที่ 20 มีนาคม 2567 สำหรับนักเรียนที่พลาดโอกาสในครั้งนี้ สามารถสอบคัดเลือกเข้าเรียนชั้น ม.4 ในรอบการสอบห้องเรียนปกติของโรงเรียนที่มีความนิยม ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ในวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2567 ดังนั้น ขอให้ผู้ปกครองมั่นใจว่า นักเรียนทุกคนจะมีที่เรียนอย่างแน่นอน อีกทั้ง สพฐ. โดยว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. ได้ขับเคลื่อนโครงการ “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” ตามนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. ที่ให้ความสำคัญกับผู้เรียนในทุกระดับชั้น โดยการยกระดับให้โรงเรียนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศมีมาตรฐานเดียวกัน ทำให้นักเรียนมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างเสมอภาคและทั่วถึง เพื่อประโยชน์ของเด็กทุกคนอย่างแท้จริง” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว

คึกคักสุดๆ นักเรียนนับหมื่น แห่สอบเข้าเตรียมอุดมศึกษา ที่เมืองทองธานี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/792057

คึกคักสุดๆ นักเรียนนับหมื่น แห่สอบเข้าเตรียมอุดมศึกษา ที่เมืองทองธานี

คึกคักสุดๆ นักเรียนนับหมื่น แห่สอบเข้าเตรียมอุดมศึกษา ที่เมืองทองธานี

วันเสาร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2567, 11.45 น.

วันที่ 9 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้มีการสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ประจำปี 2567 มีผู้สมัครจำนวน 11,607 คน จากทั่วประเทศ โดย เปิดรับนักเรียน 1,520 คน

การรับนักเรียนจำนวน 1,520 คนนั้น แบ่งเป็น 8 แผนการเรียน ได้แก่ วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ มีผู้สมัคร จำนวน 8,275 คน รับ 1,000 คน ,ภาษา-คณิตศาสตร์ สมัคร 1,173คน รับ 120 คน ,ภาษา-ฝรั่งเศส สมัคร 392 คน รับ 80 , ภาษา-เยอรมัน สมัคร 323 คน รับ 80 คน ,ภาษา-ญี่ปุ่น สมัคร 461 คน รับ 80 คน,ภาษา-จีน สมัคร 570 คน รับ 80 คน ,ภาษา-สเปน สมัคร 186 คน รับ 40 คนและภาษา-เกาหลี สมัคร 227 คน รับ 40 คน

ซึ่ง แอดมินเพจ “กิตติ สิงหาปัด” โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า บรรยากาศสนามสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ซึ่งจัดขึ้นที่สนามสอบอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ต่างทยอยเดินทางมาตั้งแต่เช้ามืด ทำให้การจราจรบริเวณทางเข้าออก เมืองทองธานีค่อนข้างติดขัด

นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พร้อม นายบุณญพงศ์ โพธิวัฒน์ธนัต ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมสนามสอบเข้าศึกษาต่อของนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4  ที่กำหนดจัดสอบในวันนี้  (9 มีนาคม ) โดยเริ่มทำการสอบตั้งแต่เวลา 08.30 -13.00 น.

ในปี 2567 มีนักเรียนที่สมัครเข้าสอบทั้งสิ้น 11,607 คนจากทั่วประเทศ

การเข้าสอบของนักเรียนทุกคนจะเข้าห้องสอบครั้งเดียวตั้งแต่เปิดห้อบสอบจนการสอบเสร็จสิ้นจึงจะสามารถออกจากห้องสอบได้ ทางโรงเรียนได้จัดอาหารว่างให้แก่นักเรียนทุกคนในห้องสอบในช่วงเวลาพักที่โรงเรียนกำหนดคือ ช่วง 10.30-11.00 น. ภายในบริเวณสนามสอบจะมีกลุ่มรุ่นพี่ และอาจารย์คอยอำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้าร่วมสอบ

ด้านมาตรการเพื่อการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อยังกำหนดให้ ในระหว่างที่อยู่ในสนามสอบนักเรียนทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลางดการสนทนา ภายในสนามสอบมีห้องฉุกเฉินและกองอำนวยการดูแลมีทีมแพทย์พยาบาลคอยให้การช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน

ทั้งนี้ โรงเรียน เตรียมอุดมศึกษา มีแผนรับ นักเรียนประจำปีการศึกษา 2567 รวมทั้งสิ้น 1,520 คน แบ่งเป็นกลุ่มโควต้าจังหวัด 306 คน /กลุ่มโควต้าโอลิมปิกวิชาการ 35 คน/ความสามารถพิเศษและมีเงื่อนไขพิเศษ 69 คน/และสอบคัดเลือกทั่วไป 1,110 คน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เช็กให้ดี! 9 มี.ค.จราจรปากเกร็ดแนะเลี่ยง เหตุนักเรียนสอบเข้าเตรียมอุดม กว่าหมื่นคน

ขอบคุณข้อมูล : กิตติ สิงหาปัด

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FKitti3Miti%2Fposts%2Fpfbid02FgB473ALDzwBSYU2Sa68dbU2Nh9qSP8ZNEqCfYuybQvTsQ7K9GCyfy4a2W9oj5jcl&show_text=true&width=500

‘เกรียง’เปิดงานวันคณะกรรมการหมู่บ้านพร้อมมอบ รางวัลพระราชทาน กรมสมเด็จพระเทพฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/792011

'เกรียง'เปิดงานวันคณะกรรมการหมู่บ้านพร้อมมอบ รางวัลพระราชทาน กรมสมเด็จพระเทพฯ

‘เกรียง’เปิดงานวันคณะกรรมการหมู่บ้านพร้อมมอบ รางวัลพระราชทาน กรมสมเด็จพระเทพฯ

วันศุกร์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2567, 20.00 น.

รมช. มท. เกรียง เปิดงาน วันคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ปี 2567 เน้นย้ำ กม. คือรากฐานของประเทศ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับพี่น้องประชาชน

นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “วันคณะกรรมการหมู่บ้าน” ประจำปี 2567 พร้อมมอบถ้วยรางวัลเกียรติยศพระราชทานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานให้แก่หมู่บ้านที่ได้รับรางวัล และโล่รางวัลเกียรติยศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามโครงการคัดเลือกหมู่บ้านเข้มแข็ง ตามแนวทางแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง “หมู่บ้านอยู่เย็น” ประจำปี 2566 โดยมี นายสมชัย อัศวชัยโสภณ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายศุภชัย นพขำ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการ และคณะกรรมการหมู่บ้านจากหลายจังหวัดทั่วประเทศเข้าร่วมพิธี ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี ชั้น 2 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้อ่านสารจากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เนื่องในวันคณะกรรมการหมู่บ้าน และกล่าวแสดงความยินดีกับคณะกรรมการหมู่บ้าน โดยกล่าวว่า คณะกรรมการหมู่บ้านมีบทบาทที่สำคัญในการแก้ไขปัญหา พัฒนาหมู่บ้านและสร้างความเข้มแข็งให้หมู่บ้าน รวมถึงเป็นกลไกหลักในการแบ่งเบาภาระงานของทางราชการ และขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ไปสู่ประชาชน เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุด และขอเป็นกำลังใจ ในการทำงานให้แก่กรรมการหมู่บ้านทุกท่าน ที่ทุ่มเท เสียสละ ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติด้วยจิตสาธารณะ อีกทั้งขอแสดงความยินดีกับหมู่บ้านที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในระดับเขต และระดับภาค ทุกหมู่บ้านคือพลังสำคัญของชาติในการพัฒนาประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนต่อไป

‘ป่อเต็กตึ๊ง’มอบทุนเยาวชนในโรงเรียนถิ่นทุรกันดาร‘เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791899

‘ป่อเต็กตึ๊ง’มอบทุนเยาวชนในโรงเรียนถิ่นทุรกันดาร‘เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน’

‘ป่อเต็กตึ๊ง’มอบทุนเยาวชนในโรงเรียนถิ่นทุรกันดาร‘เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน’

วันศุกร์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2567, 14.47 น.

‘ป่อเต็กตึ๊ง’มอบทุนเยาวชนในโรงเรียนถิ่นทุรกันดาร‘เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน’

ระหว่างวันที่ 6-8 มีนาคม 2567  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายนิพนธ์ ลีละศิธร กรรมการฯ เป็นประธานในพิธี  พร้อมด้วย นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์  นำทีมลงพื้นที่มอบทุนการศึกษาสำหรับเยาวชนในโรงเรียนถิ่นทุรกันดารในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน รุ่นที่ 2 ครั้งที่ 3 ประจำปี พ.ศ. 2567 ทั้งในระดับมัธยมศึกษา และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ประกอบด้วย โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 21  โรงเรียนเพียงหลวง 11 โรงเรียนบ้านแพะพิทยา  โรงเรียนบ้านห้วยโผ  โรงเรียนบ้านห้วยสิงห์  โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 33 โรงเรียนสบเมยวิทยาคม โรงเรียนสังวาลย์วิทยา  วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่ และ วิทยาลัยการอาชีพแม่สะเรียง  รวม 10 สถาบัน 67 ทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 450,000 บาท พร้อมทั้งได้สนับสนุนเงินค่าพาหนะ และอาหารกลางวัน พร้อมน้ำดื่มสำหรับครูและนักเรียนที่เดินทางมารับทุนฯในครั้งนี้ด้วย รวมมูลค่าทั้งสิ้น 14,500 บาท โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานรัฐแต่ละแห่งเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย เยาวชน และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา เป็นผู้รับมอบ

นายนิพนธ์ ลีละศิธร กรรมการมูลนิธิฯ เปิดเผยว่า การมอบทุนการศึกษาเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เพื่อช่วยเหลือสังคม ให้เยาวชนมีโอกาสเท่าเทียมทางการศึกษา เติมเต็มความหวังเป็นอนาคตของครอบครัว และสังคมประเทศชาติ  โดยมีการมอบทุนระดับชั้นประถมศึกษา ทุนต่อเนื่องในทุกระดับชั้น ทุนทุกระดับชั้นปีสุดท้าย  และ ทุนสำหรับนักเรียนในโรงเรียนถิ่นทุรกันดาร

ตลอดระยะเวลากว่า 114 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงการพัฒนาด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป

ข่าวเศร้าแวดวงศิลปะไทย! ‘อ.สุรเดช แก้วท่าไม้’เสียชีวิตแล้ว สิริอายุ 60 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791824

ข่าวเศร้าแวดวงศิลปะไทย! ‘อ.สุรเดช แก้วท่าไม้’เสียชีวิตแล้ว สิริอายุ 60 ปี

ข่าวเศร้าแวดวงศิลปะไทย! ‘อ.สุรเดช แก้วท่าไม้’เสียชีวิตแล้ว สิริอายุ 60 ปี

วันศุกร์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2567, 12.04 น.

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2567 มีรายงานข้าวแจ้งว่า “อาจารย์ สุรเดช แก้วท่าไม้” ศิลปินอิสระที่มีผลงานแสดงภาพเขียนทั้งในและต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ ทั้งยังเคยเป็นนักแสดงและนักร้องเพลงประกอบหนังของท่านมุ้ย ได้จากไปก่อนวัยอันควร สิริอายุ 60 ปี

อาจารย์ สุรเดช เป็นชาวจังหวัดสมุทรสาคร เกิดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2506 ก้าวเข้าสู่วงการศิลปะโดยได้รับแรงบันดาลใจจากภาพเขียนนางในวรรณคดีของ อาจารย์ จักรพันธุ์ โปษยกฤต จบการศึกษาที่คณะจิตรกรรมประติกรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

อาจารย์เคยให้สัมภาษณ์กับ Hello Magazine ว่างานศิลปะต้องมี 3 เสา ดังนี้ คือ ฝีมือ ไอเดีย และรสนิยม จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้เพื่อให้งานมีความสมบูรณ์แบบน่าสนใจน่ามองมากยิ่งขึ้น และเมื่อมองย้อนกลับไปตอนที่เขายังอยู่เพียง ป.1 เขาเห็นหน้าปกวารสารในห้องสมุดโรงเรียนที่คุณพ่อเขาเป็นครู เป็นรูปนักเรียนเพาะช่างนั่งอยู่กับขาหยั่งศิลปะเขาบอกคุณพ่อว่า โตขึ้นอยากเป็นแบบนี้

“เส้นทางชีวิตผมมีเส้นทางจิตรกรแค่เพียงเส้นเดียวแต่เป็นเส้นที่ยาวมาก ก็เดินทางไปเรื่อยๆ อาจมีบางช่วงบางตอนของชีวิตทีี่เจอทางแยก แล้วเราก็หลงเลี้ยวออกไประยะหนึ่ง ก่อนจะกลับมายังเส้นทางหลัก มาวันนี้ผมดีใจและภูมิใจที่ตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ โดยมีผู้สนับสนุนที่ให้กำลังเราเยอะมาก”

– 006

รัฐบาลชวน‘ลูกหนี้ กยศ.’ ลงทะเบียนขอเงินที่ชำระเกินคืนได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791798

รัฐบาลชวน‘ลูกหนี้ กยศ.’ ลงทะเบียนขอเงินที่ชำระเกินคืนได้

รัฐบาลชวน‘ลูกหนี้ กยศ.’ ลงทะเบียนขอเงินที่ชำระเกินคืนได้

วันศุกร์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2567, 09.32 น.

รัฐบาลเชิญชวน‘ลูกหนี้ กยศ.’ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ เพื่อขอรับเงินคืนในส่วนที่ชำระเกิน ทาง http://www.studentloan.or.th

8 มีนาคม 2567 นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) คำนวณยอดหนี้คงเหลือใหม่ตาม พ.ร.บ. กยศ. (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 ให้แก่ผู้กู้ยืมกลุ่มเร่งด่วนที่ถูกบังคับคดีหรือถูกอายัดเงินเสร็จเรียบร้อยแล้ว จำนวน 50,614 ราย ทำให้ผู้กู้ยืมบางรายมีสถานะปิดบัญชีได้ทันทีและมีผู้กู้ยืมที่จะได้รับเงินคืนในส่วนที่ชำระเกินจำนวน 3,494 ราย นั้น

นายคารม กล่าวว่า กองทุนฯ ได้มีการออกหนังสือแจ้งผู้กู้ยืมแต่ละรายให้ลงทะเบียนรับเงินคืนและเริ่มดำเนินการจ่ายเงินคืนแล้วผ่านระบบโอนเงินแบบพร้อมเพย์ที่ผูกบัญชีธนาคารด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชนของผู้กู้ยืมเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป

“ขอเชิญชวนลูกหนี้ กยศ.ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เพื่อขอรับเงินคืนทางเว็บไซต์ “กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา” โดย กศย. จะเร่งคืนเงินให้ตามลำดับต่อไป” นายคารม กล่าว

‘รมช.สุรศักดิ์’ ให้กำลังใจครูผู้ตรวจข้อสอบอัตนัย O-NET วิชาภาษาไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791755

'รมช.สุรศักดิ์' ให้กำลังใจครูผู้ตรวจข้อสอบอัตนัย O-NET วิชาภาษาไทย

‘รมช.สุรศักดิ์’ ให้กำลังใจครูผู้ตรวจข้อสอบอัตนัย O-NET วิชาภาษาไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2567, 20.01 น.

“รมช.สุรศักดิ์” ให้กำลังใจครูผู้ตรวจข้อสอบอัตนัย O-NET วิชาภาษาไทย ชื่นชมทำงานด้วยความทุ่มเทเสียสละ เผย สทศ. ประกาศผลทดสอบ O-NET วันที่ 27-28 มี.ค.นี้ ชี้การสอบข้อสอบอัตนัย ช่วยนักเรียนได้พัฒนาทักษะ “การอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์ สรุปใจความสำคัญ และเชื่อมโยงความคิด”

7 มีนาคม 2567 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ ครูผู้ตรวจประจำศูนย์ตรวจ ครูผู้ตรวจผ่านระบบออนไลน์ และคณะทำงานประจำศูนย์ตรวจข้อสอบอัตนัย O-NET วิชาภาษาไทย ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2566 ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จังหวัดนนทบุรี โดยมี ผศ.ดร.ศิริดา บุรชาติ ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) (องค์การมหาชน) วิทยากร ครูผู้ตรวจประจำศูนย์ตรวจ ครูผู้ตรวจผ่านระบบออนไลน์ และคณะทำงานประจำศูนย์ตรวจ ร่วมให้การต้อนรับ 

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ตนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานเปิดงานการตรวจข้อสอบอัตนัย การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ( O-NET ) วิชาภาษาไทย ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2566 ในวันนี้ จากคำกล่าวรายงานจะเห็นได้ว่า สทศ. มีการพัฒนาการสอบ O-NET วิชาภาษาไทยด้วยรูปแบบข้อสอบอัตนัยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีการพัฒนาวิธีการตรวจ โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยในการดำเนินการตรวจข้อสอบอัตนัย สอดคล้องกับนโยบายของพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ​ รมว.ศึกษาธิการ ที่ต้องการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมีการเชื่อมโยงกับทุกภาคส่วน ซึ่งจะเห็นได้จาก สทศ. ได้มีความร่วมมือกับสถาบันภาษาไทยสิรินธร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยราชภัฏ ในการพัฒนาหลักสูตรการอบรมครูผู้ตรวจข้อสอบอัตนัย การจัดทำเกณฑ์การตรวจและการเป็นศูนย์ตรวจข้อสอบอัตนัย โดยความร่วมมือกับครูในการตรวจข้อสอบอัตนัยในครั้งนี้ได้กำหนดระยะเวลาการตรวจระหว่างวันที่ 7-16 มีนาคม 2567 

“สำหรับปีการศึกษา 2566 มีนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เข้ารับการทดสอบ 658,932 คน คิดเป็นจำนวนกระดาษคำตอบที่ต้องดำเนินการตรวจ 2,635,728 แผ่น มีครูผู้ตรวจ 908 คน และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียนเข้ารับการทดสอบ 409,777 คน คิดเป็นจำนวนกระดาษคำตอบที่ต้องดำเนินการตรวจ 819,554 แผ่น มีครูผู้ตรวจ 832 คน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ในการเป็นศูนย์ตรวจ นอกจากนี้ สทศ. ได้มีการนำร่องศึกษาและวิจัยการตรวจกระดาษคำตอบผ่านระบบออนไลน์ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 172 คน ส่วนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตรวจด้วยระบบออนไลน์ 100%  โดย สทศ. จะประกาศผลการทดสอบ O-NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในวันที่ 27 มีนาคม 2567 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในวันที่ 28 มีนาคม 2567 ซึ่งผลทดสอบจะใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาตนเองของผู้เรียน วางแผนการจัดการเรียนการสอนของครู และผู้บริหารระดับสูงได้นำผลไปกำหนดนโยบายในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาต่อไป” รมช.สุรศักดิ์ กล่าว 

นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ สทศ. มีการนำระบบการตรวจแบบออนไลน์ มาใช้ในการดำเนินงาน ซึ่งสามารถดำเนินการตรวจได้ทั้งในศูนย์ตรวจและที่พักอาศัยของผู้ตรวจ สอดคล้องกับนโยบาย “Anywhere Anytime”การสอบด้วยข้อสอบอัตนัย ส่งผลให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน การคิดวิเคราะห์ การสรุปใจความสำคัญ การเชื่อมโยงความคิด และการสื่อสารของตนเอง รวมถึงการแสดงความคิดเห็นและการโต้แย้งอย่างมีเหตุผลได้ดีขึ้นถือเป็นการพัฒนาสมรรถนะด้านการสื่อสาร การคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหาให้กับนักเรียนได้เป็นอย่างดีในการตรวจข้อสอบอัตนัยครั้งนี้ รู้สึกได้ถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนานวัตกรรม ด้านการทดสอบทางการศึกษาของ สทศ. รวมถึง ครู อาจารย์ และคณะทํางานทุกท่าน ที่ต้องการให้เกิดการพัฒนาทางการศึกษา ตนขอขอบคุณในความทุ่มเทเสียสละและขอเป็นกําลังใจให้กับครูทุกท่าน ทั้งยังขอให้การตรวจข้อสอบอัตนัยในครั้งนี้ประสบผลสําเร็จตามวัตถุประสงค์
-009

‘มโหธรเทวี’ นางสงกรานต์ปี 2567 เปิดคำทำนายปีนี้ ‘น้ำน้อย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791717

'มโหธรเทวี' นางสงกรานต์ปี 2567 เปิดคำทำนายปีนี้ 'น้ำน้อย'

‘มโหธรเทวี’ นางสงกรานต์ปี 2567 เปิดคำทำนายปีนี้ ‘น้ำน้อย’

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2567, 18.40 น.

สวธ. เผยแพร่ประกาศพร้อมภาพวาด “นางมโหธรเทวี” นางสงกรานต์ พุทธศักราช 2567

7 มีนาคม 2567 นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดทำภาพวาดนางสงกรานต์ ประจำปี ๒๕๖๗ พร้อมเผยแพร่ประกาศสงกรานต์ ปีพุทธศักราช ๒๕๖๗ จากฝ่ายโหรพราหมณ์ กองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง ดังนี้

ประกาศสงกรานต์ ปีพุทธศักราช 2567 ปีมะโรง (เทวดาผู้ชาย ธาตุทอง) ฉอศก จุลศักราช 1386 ทางจันทรคติ เป็น ปกติ มาสวาร ทางสุริยคติ เป็น อธิกสุรทิน

วันที่ 13 เมษายน เป็น วันมหาสงกรานต์ ทางจันทรคติตรงกับวันเสาร์ ขึ้น 5ค่ำ เดือน 5 เวลา 22 นาฬิกา 24 นาที

นางสงกรานต์ ทรงนามว่า มโหธรเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกสามหาว อาภรณ์แก้วนิลรัตน์ ภักษาหารเนื้อทราย พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงตรีศูล เสด็จไสยาสน์ลืมเนตรมาเหนือหลัง มยุรา (นกยูง) เป็นพาหนะ

วันที่ 16 เมษายน เวลา 02 นาฬิกา 15 นาที 00 วินาที เปลี่ยนจุลศักราชใหม่เป็น 1386 

ปีนี้ วันอังคาร เป็น ธงชัย , วันพฤหัสบดี เป็น อธิบดี , วันจันทร์ เป็น อุบาทว์ , วันเสาร์ เป็น โลกาวินาศ

ปีนี้ วันอังคาร เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก 300 ห่า  ตกในโลกมนุษย์ 30 ห่า ตกในมหาสมุทร 60 ห่า ตกในป่าหิมพานต์ 90 ห่า  ตกในเขาจักรวาล 120 ห่า  นาคให้น้ำ 7 ตัว เกณฑ์ธัญญาหาร ได้เศษ 5 ชื่อ วิบัติ ข้าวกล้าในภูมินาจะเกิดกิมิชาติ จะได้ผลกึ่ง เสียกึ่ง เกณฑ์ธาราธิคุณ ตกราศีวาโย (ลม) น้ำน้อย

(ที่มา ฝ่ายโหรพราหมณ์ กองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง)

‘วิรังรอง’แนะใครเข้าใจผิด โปรดอ่านคำชี้แจง‘ศาลปกครอง’ปมย้าย‘อุเทนถวาย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791568

‘วิรังรอง’แนะใครเข้าใจผิด โปรดอ่านคำชี้แจง‘ศาลปกครอง’ปมย้าย‘อุเทนถวาย’

‘วิรังรอง’แนะใครเข้าใจผิด โปรดอ่านคำชี้แจง‘ศาลปกครอง’ปมย้าย‘อุเทนถวาย’

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2567, 08.56 น.

‘วิรังรอง’แนะใครเข้าใจผิด โปรดอ่านคำชี้แจง‘ศาลปกครอง’ปมย้าย‘อุเทนถวาย’

7 มีนาคม 2567 นางวิรังรอง ทัพพะรังสี ประธานเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศ และนิสิตเก่าคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่นที่ 30 โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ดังนี้…

ศาลปกครองชี้แจงไม่ได้พิพากษาบังคับคดีอุเทนถวาย คำชี้แจงของศาลปกครองชัดเจนนะคะ ท่านที่มีความเข้าใจผิดคิดว่าศาลปกครองมีคำตัดสินให้อุเทนถวายย้ายออกจากที่ดิน แล้วท่านยังได้แสดงความเห็นไว้ในสื่อออนไลน์หลายแห่งหลายแพลตฟอร์มเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้มีผู้อ่านเข้าใจผิด เชื่อและแชร์ตามๆ กันไป เป็นการนำข้อมูลที่ไม่จริงสู่ระบบออนไลน์ จึงขอความกรุณาอ่านคำชี้แจงจากศาลปกครองด้วยค่ะ

“จุฬาฯจะมาร้องขอให้ศาลบังคับคดีจึงทำไม่ได้ เพราะตามกฎหมายศาลทำไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ทุกอย่างต้องเดินหน้าตามนี้ แต่ขึ้นอยู่ที่นโยบายของรัฐบาล และการตกลงกันของทั้งจุฬาลงกรณ์ และอุเทนถวาย ดังนั้น คำถามที่ว่าศาลบังคับคดีให้เป็นไปตามคำสั่งหรือไม่ ก็ต้องตอบว่าไม่มี และสั่งไม่ได้”

เรื่องการที่จะย้ายออกจากพื้นที่นั้นต้องเป็นเรื่องของรัฐบาล อว. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่จะจัดสรร หาพื้นที่ และงบประมาณในการก่อสร้างให้กับอุเทนถวาย เพราะอุเทนถวายเป็นสถาบันการศึกษาของรัฐ มิใช่ของเอกชน แต่เนื่องจาก หน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ยังไม่ได้มีการจัดการเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม จะให้อุเทนถวายย้ายไปอยู่ที่ไหน เด็กนักเรียนกำลังเรียนหนังสืออยู่ จะให้ย้ายออกไปเรียนอยู่กับบ้าน เช่น เรียนงานช่างโดยฝึกทางออนไลน์กันไปโดยไม่มีกำหนดหรือ จึงขอความกรุณาทำความเข้าใจประเด็นที่สำคัญนี้ด้วยค่ะ

อันที่จริงเรื่องอุเทนถวายเป็นเรื่องที่หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ควรจะต้องเข้ามาจัดการอย่างจริงจังโดยเร่งด่วน เนื่องจากจุฬาฯ ได้ทำการขับไล่ไม่ให้อยู่หลายรอบแล้ว ขอให้ท่านเอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าหากอุเทนถวายจะย้ายไปอยู่ที่ใดที่หนึ่งก็ตาม ก็ควรจะมีพื้นที่ขนาดพอสมควรที่จะสร้างมหาวิทยาลัยที่ทำการสอนงานช่าง สถาปัตย์ วิศวะ ทั้งปริญญาตรี โท และเอกตลอดจนภาคสมทบอย่างที่เปิดสอนอยู่ในขณะนี้ได้อย่างไม่แออัด พร้อมหลักประกันให้สถาบันมีความมั่นใจว่า อีก 100 ปีข้างหน้าจะไม่มีใครมาไล่ที่ให้อุเทนถวายต้องนับ 1 ใหม่อีก เหมือนอย่างที่โดนจุฬาฯ ไล่ที่อย่างทุกวันนี้

ส่วนการเรียกร้องของนักศึกษาอุเทนถวายทั้งนักศึกษาปัจจุบันและนักศึกษาเก่าที่ออกมาเคลื่อนไหวแสดงเจตจำนงที่จะขออยู่ในพื้นที่เดิม ก็เป็นเรื่องที่เขามีสิทธิ์ที่จะร้องขอความกรุณาจากจุฬาฯ ได้ ประเด็นที่ดิฉันเห็นคือ นักศึกษาเหล่านั้น เคลื่อนไหวผ่านกระบวนการและช่องทางเท่าที่พวกเขาคิดว่าจะช่วยพวกเขาได้โดยสงบสันติ ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้นคืออีกเรื่องหนึ่ง

เนื่องจากจุฬาฯ ไม่ได้ยกเรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา ว่าเป็นสาเหตุที่ต้องการให้อุเทนถวายย้ายออกไป ก็ควรเคารพเหตุผลของจุฬาฯ  โดยไม่คิดคาดเดาแทนจุฬาฯ เพราะแม้แต่จุฬาฯ ก็ยังไม่ได้กล่าวออกมาสักคำในเรื่องดังกล่าว ดูจากศาลปกครอง ที่ได้ออกมาชี้แจงวันนี้ทำให้ดิฉันเข้าใจว่าเพื่อให้สังคมเข้าใจคำพิพากษาอย่างถูกต้อง ไม่เข้าใจผิดกันไปจนถกเถียงบานปลาย เนื่องจากมีการแสดงความเห็นผ่านสื่อออนไลน์กันมากถึงคำตัดสินของศาลว่าถึงที่สุดแล้วและอุเทนถวายไม่เคารพคำสั่งศาล ไม่เคารพกฎหมายสังคมจะอยู่ไม่ได้ จุฬาฯ ก็เช่นกันสามารถออกมาชี้แจงต่อสังคมได้

ซึ่งจุฬาฯ ได้แสดงเหตุผลของการขอพื้นที่นี้คืนอย่างชัดเจนว่า เพื่อการพัฒนาพื้นที่ด้านการศึกษาของจุฬาฯ จึงทำให้ดิฉันเคยตั้งข้อ สังเกตไว้ว่าพื้นที่ดังกล่าวก็เป็นพื้นที่การศึกษาอยู่แล้ว จุฬาฯ สามารถใช้พื้นที่อื่น ของจุฬา ที่เป็นพื้นที่การศึกษา หรือพื้นที่ที่ใช้เชิงพาณิชย์ที่เหลืออยู่ มาปรับใช้เป็นพื้นที่ขยายเพื่อการศึกษาก็น่าจะย่อมได้ มีหลายท่านแสดงความเห็นว่า ที่ดินนั้นเป็นของจุฬาฯ จุฬาฯ จะทำอะไรก็ได้ อย่าลืมว่าเนื่องจาก ผู้บริหารจุฬา อยู่ในตำแหน่งอย่างมากคือ 8 ปีแล้วก็จากไป ส่วนที่ตรงนั้นไม่ใช่ของผู้ใดผู้หนึ่งแม้แต่ผู้บริหารของจุฬาฯ ก็มิใช่เจ้าของ ทรงพระราชทานมาใช้เพื่อเป็นพื้นที่การศึกษาเล่าเรียน จึงหวังว่า จุฬาฯ จะทบทวนการใช้พื้นที่ที่ได้เคยขอพระราชทานมา ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อการศึกษาของเยาวชนอย่างจริงจังตามพระปณิธานของล้นเกล้าฯ ดิฉันเห็นว่าหากดูที่รากเหง้าและพื้นฐานของการก่อตั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยโรงเรียนสำหรับฝึกหัดวิชาข้าราชการพลเรือน ถ้าล้นเกล้าฯ ทั้ง 2 พระองค์ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ พระองค์ท่านคงไม่ทรงปลื้มปีติกับการที่จุฬาฯ จะไล่ที่อุเทนถวายทั้งที่ยังไม่มีสถานที่เรียนรองรับแต่กลับมีพื้นที่ที่พระราชทาน ซึ่งจุฬาฯ พัฒนาเชิงพาณิชย์เกือบจะล้อมรอบพื้นที่ที่ใช้สำหรับการศึกษา

การที่ดิฉันออกมาแสดงจุดยืนในเรื่องนี้อย่างชัดเจน จึงมิใช่เป็นการสนับสนุนให้อุเทนถวายทำผิดกฎหมายดังที่มีผู้ต่อว่าดิฉันต่าง ๆ นานา เพราะถ้าว่ากันตามกฎหมาย จุฬาฯ ชนะตลอดมาในเชิงนิติศาสตร์ซึ่งเป็นเพียงประเด็นเดียวที่ทำให้อุเทนถวายหมดหนทางสู้ที่จะอยู่บนผืนดินนั้นต่อไปก็คือการที่จุฬาฯ ขอพระราชทานที่ดินและได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นก่อน

ส่วนการที่ดิฉันสนใจรวบรวมข้อมูล หลักฐานและข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ซึ่งขณะนี้น่าจะครบถ้วนตามที่ต้องการแล้ว และกำลังอยู่ในระหว่างการวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล ก็เพราะมีเวลาว่างมาก ต้องการทำให้เกิดประโยชน์ และเพื่อจะได้เข้าใจในประเด็นที่เคยสงสัยมานาน เมื่อยิ่งค้นคว้าไปก็ยิ่งเจอข้อสงสัยที่จะขอตั้งข้อสังเกตในประเด็นข้อเท็จจริง จึงจะเป็นการบันทึกและวิพากษ์เชิงปกิณกะประวัติศาสตร์และวิชาการ และหวังว่าอาจเป็นประโยชน์ เป็นความรู้สำหรับผู้สนใจตลอดจนผู้ที่ยังไม่เคยทราบ

“กฎหมายคือมาตรฐานต่ำสุดของสังคม ผู้ใดจะทำผิดกฎหมายไม่ได้ แต่ถ้าสังคมใดที่คนมีคุณธรรมต่อกัน สังคมนั้นไม่จำเป็นต้องมีกฎหมาย หลักคุณธรรมหลักนิติธรรมจึงเป็นความสูงส่งของจิตใจมนุษย์”

สำหรับมติ กยพ. (กยพ. ไม่ใช่ศาลนะคะ) และคำพิพากษาศาลปกครอง จะนำมาแสดงและอธิบายชี้แจงเป็นกรณีศึกษาต่อไป ถ้าเอามาแปะไว้เฉย ๆ ก็ไม่ใช่วิรังรองนิ  ชอบทำเรื่องให้ยาก ๆ ไปงั้นแหละค่ะ 5555

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ศาลปกครอง’แจงไม่ได้บังคับคดี‘อุเทนถวาย’ แนะทางแก้เป็นเรื่องนโยบายรัฐ-2ฝ่ายตกลงกัน 

-005

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FDabbaransi.Wirangrong%2Fposts%2Fpfbid0teQUgyFKauJEx9sZEXERSbXVNn8vZHWHigY6xuTvfLUTAh25ph5qUfoByZ1yH6xMl&show_text=true&width=500

สกู๊ปพิเศษ : สวทช.จัด ‘NAC2024’ โชว์ขุมพลังวิจัย พลิกโฉมประเทศด้วย BCG Implementation

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791462

สกู๊ปพิเศษ : สวทช.จัด ‘NAC2024’ โชว์ขุมพลังวิจัย  พลิกโฉมประเทศด้วย BCG Implementation

สกู๊ปพิเศษ : สวทช.จัด ‘NAC2024’ โชว์ขุมพลังวิจัย พลิกโฉมประเทศด้วย BCG Implementation

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดร.สุธี ผู้เจริญชนะชัย รองผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ(นาโนเทค) ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (เอ็นเทค) พร้อมด้วยทีมนักวิจัย สวทช. และหน่วยงานพันธมิตร ร่วมงานแถลงข่าว การจัดการประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 19 (19th NSTDA Annual Conference : NAC 2024) ภายใต้แนวคิด “สานพลัง สร้างงานวิจัย พลิกโฉมเศรษฐกิจและสังคมไทยด้วย BCG Implementation” ระหว่างวันที่ 28-30 มีนาคม 2567 ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี

ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผอ.สวทช. กล่าวว่า สวทช.เป็น “ขุมพลังหลักของประเทศ” ในการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อพัฒนา “ระบบนิเวศวิจัยและนวัตกรรม” ให้เข้มแข็งขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยความเชี่ยวชาญและความสามารถของ สวทช.ที่จะทำให้เกิดการใช้ประโยชน์ในวงกว้าง ผ่านแผนงาน BCG Implementation และเพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม และผลงานวิจัยพัฒนา สวทช. จึงจัดงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 19 เพื่อขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG ที่ได้กำหนดไว้ใน 4 มิติ ได้แก่ “ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม-เพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ-เพิ่มการพึ่งพาตนเอง-สร้างความยั่งยืนของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตคนไทยสู่ความยั่งยืน” โดย สวทช. ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯทรงเปิดการประชุมและทอดพระเนตรนิทรรศการวันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2567 เวลา 09.00 น. โดยสามารถติดตามรับชมการถ่ายสดผ่านสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย NBT 2HD

ดร.สุธี ผู้เจริญชนะชัย รอง ผอ.นาโนเทค กล่าวว่า ไฮไลต์ของนิทรรศการปีนี้ นอกจากนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ “สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย” ยังมีนิทรรศการความก้าวหน้าของงานวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากนักวิจัย สวทช. ทั้ง 5 ศูนย์วิจัยแห่งชาติรวมทั้งสิ้น 57 ผลงาน ซึ่งมีทั้งผลงานวิจัยที่นำไปใช้จนเกิดประโยชน์ในวงกว้างเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม และผลงานวิจัยที่พร้อมส่งมอบให้กับภาคสังคมได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ เช่น การพัฒนาวัคซีนสำหรับสัตว์เศรษฐกิจ, ชุดตรวจคัดกรองติดตามโรคไตเรื้อรังและภาวะแทรกซ้อนโรคเบาหวานเชิงคุณภาพ (AL-Strip และ GO-SENSOR), Thai School Lunch for BMA (ระบบจัดสำรับอาหารเช้า-กลางวัน ในโรงเรียนในสังกัด กทม.), Lookie Waste : แอปพลิเคชั่นตรวจสอบปริมาณขยะอาหารและบรรจุภัณฑ์อาหาร และ EnPAT น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าชีวภาพชนิดติดไฟยาก นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอตัวอย่างความสำเร็จของบริษัทเอกชนภายในอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (อวท.) อีกด้วย

นอกจากนี้ ภายในงาน NAC2024 ยังได้เปิดบริการให้ผู้เข้าร่วมงานเข้ามาปรึกษาและขอคำแนะนำจากศูนย์ Connex ซึ่งเป็นศูนย์เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สู่ภาคธุรกิจในรูปแบบครบวงจรที่จะช่วย Connect ผู้ประกอบการธุรกิจได้เข้าถึงแหล่งความรู้ งานวิจัย รวมถึงแหล่งทุน และเป็นตัวกลางในการให้คำปรึกษาที่ตรงโจทย์โดยผู้เชี่ยวชาญทั้งในด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) และการต่อยอดเชิงพาณิชย์

ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล ผอ.เอ็นเทค กล่าวว่า อีกไฮไลท์ที่ได้รับความนิยมจากผู้เข้าร่วมงาน NAC ทุกๆ ปี คือ หัวข้อสัมมนาที่เข้ากับยุคสมัย ปัญหาโลกร้อน โลกรวน และเทรนด์งานวิจัยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยในปีนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรทั้งในและต่างประเทศ ที่ล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ตรงที่จะมาร่วมแชร์ข้อมูลมากกว่า 40 หัวข้อ เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์จากการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรม อาทิ ด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ มาตรการรองรับ CBAM ของอุตสาหกรรมไทยพร้อมมุ่งสู่การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน , โลกเปลี่ยน คนปรับ : พัฒนาคุณภาพน้ำชุมชนเพื่อคุณภาพชีวิต ด้วย วทน. และ ฝุ่น! : ปัญหาและการรับมือ หรือด้านสุขภาพการแพทย์ ได้แก่ เทคโนโลยี Digital Health เพื่อการยกระดับการให้บริการสาธารณสุข , จีโนมิกส์ประเทศไทย : การแพทย์จีโนมิกส์เพื่อคุณภาพชีวิตคนไทย Pharma NETwork ผสานพลังเพื่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยาไทย ทั้งนี้ ยังมีด้านสุขภาพและความงาม เช่น นวัตกรรมการผลิตสารสกัดสมุนไพรมูลค่าสูง เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมด้านสุขภาพและความงาม เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Open house โดย สวทช. และประชาคมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย เปิดบ้านต้อนรับนักนักอุตสาหกรรม และนักลงทุน ได้เข้าชมโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ที่สำคัญของประเทศ เพื่อเปิดประสบการณ์สัมผัสกับเทคโนโลยีจากศักยภาพของบุคลากรวิจัยและห้องปฏิบัติการวิจัยของ สวทช. รวมถึงการเข้าชมตัวอย่างผลงานนวัตกรรมจากบริษัทผู้เช่าพื้นที่ในอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ตลอดจนนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ธุรกิจจากบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยี ที่จะเป็นตัวช่วยให้การนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปเพิ่มศักยภาพและกำไรให้กับธุรกิจ

และอีกหนึ่งไฮไลท์ในงาน คือ “NAC Market” ที่จะนำสินค้านวัตกรรมที่พัฒนาจากงานวิจัยและบริการต่างๆ ของ สวทช. และสินค้าอื่นๆ มาจำหน่ายในราคาพิเศษ และกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเยาวชน การเสวนาสำหรับครูอาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา และผู้สนใจทั่วไป ที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะไม่ได้ฟังบรรยายอย่างเดียวแต่ยังได้ลงมือประดิษฐ์และการทดลองจริง

สวทช.ขอเชิญทุกคนเตรียมพบกองทัพนวัตกรรม งานวิจัย และองค์ความรู้ด้าน วทน. มากมายที่รออยู่ในงานจัดการประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 19 หรืองาน NAC2024 วันที่ 28-30 มีนาคม 2567 เวลา 09.00-16.30 น. ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (ยกเว้นวันที่ 29 มีนาคม 2567 เปิดให้เข้าชม เวลา 13.00-16.30 น.) ผู้สนใจลงทะเบียนร่วมงานได้ฟรีที่ https://www.nstda.or.th/nac สอบถามเพิ่มเติมโทรศัพท์ 02-5648000