อาชีวะ ปั้น ‘ช่างอากาศยาน’ ขับเคลื่อนไทย สู่ ‘ฮับการบิน’ ภูมิภาค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791459

อาชีวะ ปั้น ‘ช่างอากาศยาน’  ขับเคลื่อนไทย สู่ ‘ฮับการบิน’ ภูมิภาค

อาชีวะ ปั้น ‘ช่างอากาศยาน’ ขับเคลื่อนไทย สู่ ‘ฮับการบิน’ ภูมิภาค

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ขับเคลื่อนการจัดการศึกษาในทุกมิติ ขานรับนโยบายรัฐบาลด้านการจัดการศึกษาเร่งพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยเฉพาะด้านช่างอากาศยานเพื่อรองรับการพัฒนาประเทศสู่เป้าหมาย ในปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มีสถานศึกษาในสังกัดที่เปิดการเรียนการสอนสาขาช่างอากาศยาน จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคถลาง วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ วิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น วิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง และวิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ และได้รับการรับรองเป็นสถาบันฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดิน จากสำนักงานการบินพลเรือแห่งประเทศไทย แล้ว 5 แห่ง ตามลำดับ

โดยการเรียนการสอนเป็นไปตามหลักสูตรความรู้พื้นฐานของนายช่างภาคพื้นดิน ภายใต้การรับรองจาก The Civil Aviation Authority of Thailand (CAAT) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ในหลักสูตร Aircraft Maintenance Licence-Aeroplane Turbine (AMEL B1.1) ที่มีการเรียนการสอนแบบ Block Course จำนวนทั้งสิ้น
13 Module ซึ่งมีคณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (อ.กรอ.อศ.) กลุ่มอาชีพอุตสาหกรรมการบิน เป็นผู้พิจารณาหลักสูตรที่ครอบคลุมอุตสาหกรรมการบินทั้งระบบ และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในรูปแบบทวิภาคี โดยนักศึกษาจะเข้าฝึกงานในสถานประกอบการที่ได้รับการรับรองให้เป็น Maintenance Repair and Overhaul (MRO) จำนวน 2 แห่ง คือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ประจำสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ และสนามบินนานาชาติดอนเมือง และการดูแลอย่างใกล้ชิด มาตรฐานใกล้เคียงกับมาตรฐานขององค์การความปลอดภัย ด้านการบินของสหภาพยุโรป (EASA) และเมื่อสำเร็จการศึกษา นักศึกษาจะได้รับ 1 วุฒิ และประกาศนียบัตรทั้งสิ้น 7 ใบ ทั้งนี้ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กำหนดว่านายช่างภาคพื้นดินจะต้องจบการศึกษาจากสถาบันที่ CAAT รับรองเท่านั้น

“จะเห็นได้ว่า การเรียนสายอาชีวศึกษามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและผลิตกำลังคนด้านช่างอากาศยานให้มีสมรรถนะสูงตามมาตรฐาน ให้ตอบโจทย์ในภาคอุตสาหกรรม ผู้เรียนจบหลักสูตรและผ่านการฝึกประสบการณ์ตามมาตรฐานการรับรองในระดับสากล จึงเชื่อมั่นได้ว่าผู้เรียนอาชีวศึกษา พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินของประเทศให้เป็นศูนย์กลางการซ่อมบำรุงอากาศยานตามเป้าหมายของประเทศต่อไป” เลขาธิการ กอศ. กล่าว

วศ.อว.ถ่ายทอดองค์ความรู้ยกระดับคุณภาพน้ำในพื้นที่ห่างไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791455

วศ.อว.ถ่ายทอดองค์ความรู้ยกระดับคุณภาพน้ำในพื้นที่ห่างไกล

วศ.อว.ถ่ายทอดองค์ความรู้ยกระดับคุณภาพน้ำในพื้นที่ห่างไกล

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า กระทรวง อว.ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่
ห่างไกลทุรกันดาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอุปโภคและบริโภคน้ำที่สะอาดและปลอดภัย เนื่องจากในถิ่นทุรกันดาร พื้นแหล่งน้ำต่างๆ มีโอกาสถูกปนเปื้อนทั้งจากสภาพแวดล้อม เชื้อโรคและกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ จึงได้มอบหมายให้ กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) นำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ถ่ายทอดพัฒนาทักษะเพื่อยกระดับคุณภาพน้ำในพื้นที่ทุรกันดารและพื้นที่ห่างไกล โดยที่ วศ.อว. เป็นหน่วยงานที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี การปรับปรุงคุณภาพน้ำดิบ เพื่อการอุปโภคและบริโภค สามารถนำองค์ความรู้ด้านการผลิตเครื่องกรองน้ำ สำหรับผลิตน้ำสะอาดที่มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค ไปถ่ายทอดเทคโนโลยีและให้สร้างความร่วมมือในการตรวจติดตามคุณภาพน้ำร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับเด็กและประชาชนในพื้นที่ชายแดนทั่วประเทศ รวมถึงครอบคลุมพื้นที่ที่เป็นปัญหาทั่วประเทศ

นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดี วศ. กล่าวว่า วศ.อว. ได้ลงพื้นที่ระยะเริ่มต้นเพื่อดำเนินการในพื้นที่ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ได้แก่ ร.ร.ตชด.กามาผาโด้, ร.ร.ตชด.จุฬา-ธรรมศาสตร์ 3, ศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดน บ้านแม่หละคี และพื้นที่ในโครงการพระราชดำริศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ และเดินหน้าโครงการขยายผลไปในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนและโครงการตามแนวทางอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ วศ.อว. ได้นำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี การใช้ทรัพยากรร่วมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชุมชน ด้วยการยกระดับคุณภาพน้ำและด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้เกิดการใช้ประโยชน์แก่ครู นักเรียน เจ้าหน้าที่ ประชาชนในพื้นที่ ผลการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือของบนพื้นฐานองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และข้อมูลด้านวิชาการที่ถูกต้อง ทำให้เกิดแนวทางที่ดีซึ่งทำให้ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและทุกภาคส่วนสามารถเดินหน้าสู่การพัฒนาสังคม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างมั่นใจ สร้างการพัฒนาอย่างมั่นคงยั่งยืนตลอดไป

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ กสศ. มอบทุนผู้ช่วยพยาบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791457

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ กสศ. มอบทุนผู้ช่วยพยาบาล

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ กสศ. มอบทุนผู้ช่วยพยาบาล

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

วิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ อัครราชกุมารี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ดำเนินการ โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ปีการศึกษา 2567 เพื่อมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน นักศึกษา ที่มีความสนใจศึกษาต่อในหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล (การดูแลผู้สูงอายุ) หลักสูตร 1 ปี รุ่นที่ 4 เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาสนับสนุนความช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ และผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษาในสาขาที่ขาดแคลน ตอบโจทย์ความต้องการกำลังคนของประเทศในปัจจุบันผู้สำเร็จการศึกษา สามารถทำงานได้ในโรงพยาบาลของรัฐบาลและเอกชน ตลอดจนหน่วยบริการสุขภาพทุกระดับ ทั้งในและต่างประเทศได้

โดยวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดตั้งหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาลขึ้น เพื่อผลิตผู้ช่วยพยาบาลให้ตอบสนองความต้องการการดูแลในกลุ่มผู้สูงอายุ ทั้งในสถานพยาบาลและในชุมชน ให้ได้รับการช่วยเหลือดูแลให้ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันขั้นพื้นฐานได้อย่างดี ส่งผลให้ประชาชนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี

สำหรับคุณสมบัติของผู้สมัคร เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยมีรายได้เฉลี่ยของทุกคนในครัวเรือนน้อยกว่า 3,000 บาทต่อคนต่อเดือน กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6, ปวช. 3 หรือเทียบเท่า และจะสำเร็จการศึกษาในปี 2567 เท่านั้นมีเกรดเฉลี่ย 5 ภาคการศึกษา 3.00 ขึ้นไป อายุ 18-35 ปี เปิดรับสมัครวันนี้-15 มี.ค.2567 สามารถสมัครออนไลน์ได้ที่ https://shorturl.asia/HRkVh สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-5766700 ต่อ 8831 (วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.00-16.00 น.)

อสส.เป็นประธานจัดงานพิธีตักบาตรพระนวกะ จำนวน 47 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791438

อสส.เป็นประธานจัดงานพิธีตักบาตรพระนวกะ จำนวน 47 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

อสส.เป็นประธานจัดงานพิธีตักบาตรพระนวกะ จำนวน 47 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันพุธ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2567, 16.20 น.

อสส.เป็นประธานจัดงานพิธีตักบาตรพระนวกะ จำนวน 47 รูป ถวายพระพรชัยมงคลและถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2567 นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุด (อสส.) เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระนวกะ จำนวน 47 รูป ตามโครงการบรรพชา – อุปสมบทหมู่และปฏิบัติธรรม เพื่อถวายพระพรชัยมงคล ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีพระธรรมวชิรปาโมกข์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมีพระสงฆ์จากวัดโสมนัสวิหาร วัดป่าเทพเนรมิต จังหวัดลพบุรี วัดบูรณศิริมาตยาราม วัดป่าญาณสิริ จังหวัดปราจีนบุรี วัดป่าหนองปลิง จังหวัดศรีษะเกษ วัดเทพศิรินทราวาส วัดพ่อขุนผาเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ รวมจำนวน 9 รูป ร่วมออกรับบิณฑบาตอาหารแห้ง ณบริเวณลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ

สำหรับโครงการดังกล่าวสำนักงานอัยการสูงสุดได้จัดขึ้นตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมในภาพรวมของสำนักงานอัยการสูงสุดประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยบูรณาการร่วมกับโครงการอบรมคุณธรรม จริยธรรมตามหลักธรรมาภิบาลแก่บุคลากรสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร และมีพระพลานามัยแข็งแรง โดยมีบุคลากรของสำนักงานอัยการสูงสุดเข้าร่วมอุปสมบท จำนวน 47 คน และร่วมปฏิบัติธรรม จำนวน 25 คน ระหว่างวันที่24 กุมภาพันธ์ ถึง วันที่ 6 มีนาคม 2567 ซึ่งได้รับเมตตาจากสมเด็จพระธีรญานมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร เป็นพระอุปัชฌาจารย์ ประกอบพิธีอุปสมบท ณ พุทธคยา พร้อมประกอบศาสนกิจ และเจริญสติภาวนาปฏิบัติธรรม ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล สาธารณรัฐอินเดียและสหพันธ์สาธารณรัฐเนปาล

– 006

ป่วนหนักมาก! มือมืดแฮกเพจสำนักพุทธฯ ปล่อยคลิปสยิว พศ. แจ้งความแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791431

ป่วนหนักมาก! มือมืดแฮกเพจสำนักพุทธฯ ปล่อยคลิปสยิว พศ. แจ้งความแล้ว

ป่วนหนักมาก! มือมืดแฮกเพจสำนักพุทธฯ ปล่อยคลิปสยิว พศ. แจ้งความแล้ว

วันพุธ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2567, 16.20 น.

วันที่ 6 มีนาคม 2567 เฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีผู้ติดตามเกือบ 60,000 คน ได้มีการโพสต์คลิปลามกอนาจาร ต่อเนื่องกันรัวๆ หลายคลิป จนทำให้ชาวพุทธที่กดติดตามเพจตกอกตกใจ ไปตามๆ กัน ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ต่อมา เฟซบุ๊ก สำนักข่าวพระพุทธศาสนาและสังคม ออกมาชี้แจงว่า “แจ้งข่าว ขณะนี้เพจเฟซบุ๊กสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ถูกผู้ไม่ประสงค์ดีเข้ามาแทรกแซง หากมีการเคลื่อนไหวในเพจหลังจากนี้ ไม่ใช่การดำเนินการจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมขอให้ช่วยกันสแปมเฟซบุ๊ก หรือ รายงานให้ปิดระงับ เนื่องจากมีการปล่อยคลิป อนาจาร”

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 15.00 น. สามารถกู้คืนเพจได้แล้ว

ล่าสุดนาย อินทพร จั่นเอี่ยม ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า พบว่าผู้ที่แฮกเข้ามาได้ลงรูปโป๊ที่เพจของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติด้วย อย่างไรก็ตาม เพจดังกล่าวเป็นเพจเพื่อการประชาสัมพันธ์ ดังนั้นจึงไม่กระทบกับข้อมูลสำคัญของหน่วยงานแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ได้มีการแจ้งความไปที่ สภ.พุทธมณฑล ทั้งประสานงานกับทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อขอกู้คืนเพจ และกระจายข่าวผ่านช่องทางต่าง ๆ ให้ช่วยกันกดรีพอร์ตเพจให้มากที่สุด

รวมทั้งแจ้งไปยังผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ทั่วประเทศ ให้ช่วยกดรีพอร์ตเพจ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ด้วย อย่างไรก็ตาม จะมีการทำเพจใหม่ เพื่อเป็นช่องทางติดต่อ ประชาสัมพันธ์งานของ พศ.และคณะสงฆ์ ผ่านสื่อโซเชียลต่อไป

ครูเฮ!!! ศธ.เตรียมพร้อมขึ้นเงินเดือน 1 พ.ค.นี้ บรรจุใหม่รับ 16,500 บาทต่อเดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791423

ครูเฮ!!! ศธ.เตรียมพร้อมขึ้นเงินเดือน 1 พ.ค.นี้ บรรจุใหม่รับ 16,500 บาทต่อเดือน

ครูเฮ!!! ศธ.เตรียมพร้อมขึ้นเงินเดือน 1 พ.ค.นี้ บรรจุใหม่รับ 16,500 บาทต่อเดือน

วันพุธ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2567, 15.30 น.

ครูเฮ!!!  ศธ.ขานรับนโยบายรัฐบาล สั่งเตรียมพร้อมขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 1 พ.ค.นี้ เผยนบรรจุใหม่รับ 16,500 บาท

6 มี.ค.67  พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บริหารศธ. ว่า ที่ประชุมกำลังหารือการเตรียมความพร้อมการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ตามนโยบายรัฐบาล โดยได้เน้นย้ำในเรื่องการดำเนินการให้สามารถปรับเงินเดือนให้ทันภายในวันที่ 1 พ.ค. นี้ 

“ผู้บรรจุใหม่จะได้รับเงินเดือนในอัตรา 16,500 บาท และจะต้องไปดูในส่วนผู้ได้รับผลกระทบ ก็จะต้องไปดูว่าจะปรับอย่างไร โดยต้องการให้ได้รับการปรับเพิ่มเงินเดือนพร้อมกันวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ ไม่ต้องการให้มาจ่ายย้อนหลัง”

ทั้งนี้ สำหรับการปรับเพิ่มเงินเดือนแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 คือ การปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุทุกคุณวุฒิ ซึ่งจะทยอยปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุเพิ่มปีละ 10% ในปี 2567 และ 2568 โดยในปี 2568 ผู้ที่บรรจุด้วยคุณวุฒิปริญญาตรี จะได้เงินเดือนไม่น้อยกว่า 18,000 บาท และปรับคุณวุฒิอื่นๆ ให้สอดคล้องกัน ส่วนกลุ่มที่ 2 การปรับเงินชดเชยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุ พร้อมกับการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุ

ศธ.สั่งสอบวินัยร้ายแรง ‘สพป.ขอนแก่น เขต 2’ เซ่นปมทุจริตสอบครูผู้ช่วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791394

ศธ.สั่งสอบวินัยร้ายแรง 'สพป.ขอนแก่น เขต 2' เซ่นปมทุจริตสอบครูผู้ช่วย

ศธ.สั่งสอบวินัยร้ายแรง ‘สพป.ขอนแก่น เขต 2’ เซ่นปมทุจริตสอบครูผู้ช่วย

วันพุธ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2567, 14.28 น.

รมว.ศึกษาฯ สั่งสอบวินัยร้ายแรง สพป.ขอนแก่น เขต 2 เซ่นปมทุจริตสอบครูผู้ช่วย กำชับเร่งแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว

กรณีมีผู้ร้องกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอว่า มีการทุจริตการจัดการสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็น หรือมีเหตุพิเศษ (ว16) ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)ขอนแก่น เขต 2 โดยจัดสอบ เมื่อวันที่ 19-20 สิงหาคม 2566 โดยมีข้อมูลว่า มีการจัดทำคู่มือการสอบและทำตำหนิตรงกับข้อสอบ นำมาจำหน่ายเล่มละ 300,000-600,000 บาทนั้น

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พล.ต.อ.เพิ่มพูน  ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ในส่วนขอดีเอสไอถือเป็นการดำเนินการตามกฎหมายเป็นคดีอาญา ในส่วนศธ.ได้มีการติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ได้สั่งการให้ประธานคณะอนุกรรมการข้าราชการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) สพป.ขอนแก่น เขต 2 หยุดปฏิบัติหน้าที่ และย้ายสลับผู้อำนวยการเขตพื้นที่สพป.ขอนแก่น เขต 2 ไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา อุทัยธานี เขต 1 เพื่อดำเนินการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง  ทั้งนี้ส่วนตัวได้กำชับให้มีการติดตามแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว รวมถึงสอดส่องไม่ให้กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นอีก

“ในยุคนี้จะเน้นเรื่องการทำงาน ตรวจสอบและแก้ปัญหาการทุจริตต่าง ๆให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว ยุกนี้ต้องทำงานอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับเรื่องที่มีผู้อำนวยการโรงเรียนเกี่ยวข้องกับการขนยาบ้า  สพฐ.ก็ได้สั่งให้ออกจากราชการเรียบร้อยแล้ว และได้กำชับให้มีการดำเนินการติดตาม เพื่อไม่ให้คนอื่นมีพฤติกรรมเลียบแบบ พยายามสอดส่องดูแลให้ดีที่สุด  โดยเฉพาะเรื่องข้าราชการที่ทุจริต ซึ่งเป็นนโยบายผมอยู่แล้ว ที่ให้เร่งรัดดำเนินการกับคนทำผิดต้องได้รับการลงโทษ คนทำดีก็จะต้องได้รับการชมเชยด้วยความรวดเร็วเช่นกัน“ รมว.ศธ.กล่าว

ทางด้าน นายสุรินทร์ มั่นประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) สพฐ. กล่าวว่า สำหรับครูผู้ช่วยที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งไปแล้วกว่า 40 คนนั้น หากตรวจสอบพบว่ามีการทุจริตจริง ก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนในเรื่องของการประพฤติผิดทางจรรยาบรรณต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงพื้นที่สอบปากคำผู้สมัครสอบจำนวน 20 คน ที่มีชื่ออยู่ในลำดับสำรองในบัญชีการสอบคัดเลือกเข้ารับราชการ ในตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีมีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19-20 ส.ค.2566 และมีการประกาศประกาศผลสอบไปเมื่อวันที่ 28 ส.ค.2566

ทั้งนี้หลังการประกาศสอบ มีผู้ร้องเรียนว่าการสอบครั้งนี้ มีการทุจริต โดยมีการจัดทำคู่มือการสอบ และทำตำหนิที่ตรงกันกับข้อสอบออกมา จำหน่ายเล่มละ 300,000-600,000 บาท จึงเชื่อว่าการจัดสอบไม่โปร่งใส และไม่มีหน่วยงานกลางมาจัดสอบ หรือ ร่วมสังเกตการณ์

ด้าน นายสมชาติ สง่าภาคภูมิ ผู้แทนภาคประชาชนในคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ได้รับร้องเรียนมาจากผู้สมัครสอบ 2 คน ซึ่งเป็นผู้เสียหาย อ้างว่ามีการจ่ายเงินให้คณะกรรมการที่รับผิดชอบการสอบครั้งนี้ จำนวน 300,000-600,000 บาท เพื่อแลกกับการสอบบรรจุได้ แต่พอถึงเวลากับสอบไม่ผ่าน จึงนำข้อมูลมาแจ้ง เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ มีข้อมูลว่าทางกระทรวงศึกษาธิการ มีคำสั่งให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต 2 ซึ่งปัจจุบันย้ายไปดำรงตำแหน่ง ใน จ.อุทัยธานี และประธาน อกคศ.สพป.ขอนแก่น เขต 2 ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และมีการดำเนินการทางวินัยกับคนที่เกี่ยวข้องแล้ว

‘ศาลปกครอง’แจงไม่ได้บังคับคดี‘อุเทนถวาย’ แนะทางแก้เป็นเรื่องนโยบายรัฐ-2ฝ่ายตกลงกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791391

‘ศาลปกครอง’แจงไม่ได้บังคับคดี‘อุเทนถวาย’ แนะทางแก้เป็นเรื่องนโยบายรัฐ-2ฝ่ายตกลงกัน

‘ศาลปกครอง’แจงไม่ได้บังคับคดี‘อุเทนถวาย’ แนะทางแก้เป็นเรื่องนโยบายรัฐ-2ฝ่ายตกลงกัน

วันพุธ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2567, 14.23 น.

‘ศาลปกครอง’แจงไม่ได้พิพากษาบังคับคดีที่ดิน‘อุเทนถวาย’ แต่เห็นว่าคำวินิจฉัยทางแพ่งที่ให้ย้ายออก-มอบที่ดินคืน‘จุฬาฯ’ พร้อมจ่ายค่าเสียหายถูกต้องแล้ว ทางแก้เป็นเรื่องนโยบายรัฐบาลและการตกลงของทั้ง 2 ฝ่าย

6 มีนาคม 2567 นายประวิตร บุญเทียม ประธานแผนกคดีละเมิดและความรับผิดอย่างอื่นในชั้นปกครองสูงสุด ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งรองประธานศาลปกครองสูงสุด กล่าวถึงกรณีข้อพิพาทระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก หรืออุเทนถวาย ว่า ศาลปกครองไม่ได้มีคำพิพากษาโดยมีคำบังคับ

ทั้งนี้เนื่องจากตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อปี 2549 ที่กำหนดไม่ให้หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐฟ้องศาล แต่ให้ส่งเรื่องต่อสำนัก งานอัยการสูงสุด เพื่อนำเข้าคณะกรรมการชี้ขาดคดีทางแพ่ง ประกอบด้วย ผู้แทนส่วนราชการจากหลายหน่วยงาน และปี2553 คณะกรรมการชี้ขาดฯคดีทางแพ่ง มีคำวินิจฉัยให้อุเทนถวายขนย้าย และส่งมอบพื้นที่คืนแก่จุฬาฯ พร้อมชำระค่าเสียหาย 1,140,900 บาท ตั้งแต่ ปี 2549 จนกว่าจะส่งมอบพื้นที่คืนเสร็จ แต่ด้วยเหตุขัดข้องต่างๆก็ยังไม่ได้มีการปฏิบัติ

จนทางอุเทนถวายเห็นว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการนี้ไม่ถูกต้อง จึงมาฟ้องต่อศาลปกครองเมื่อปี 2556 โดยต้องการให้ศาลเพิกถอนคำวินิจฉัยกรรมการชุดนี้ แต่ศาลปกครองสูงสุดยกฟ้อง  เพราะพิจารณาแล้วเห็นว่าคำวินิจฉัยของกรรมการชี้ขาดฯนั้นชอบแล้ว ผลของเรื่องนี้ศาลไม่ได้ออกคำบังคับ แค่ยืนยันคำวินิจฉัยของคณะกรรม การชี้ขาดแล้วและศาลเห็นด้วย

ส่วนจุฬาฯจะมาร้องขอให้ศาลบังคับคดีจึงทำไม่ได้ เพราะตามกฎหมายศาลทำไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ทุกอย่างต้องเดินหน้าตามนี้ แต่ขึ้นอยู่ที่นโยบายของรัฐบาล และการตกลงกันของทั้งจุฬาลงกรณ์ และอุเทนถวาย ดังนั้น คำถามที่ว่าศาลบังคับคดีให้เป็นไปตามคำสั่งหรือไม่ ก็ต้องตอบว่าไม่มี และสั่งไม่ได้

โคราชเจ๋ง ใช้รังสีอินฟราเรดแสงฯ วิเคราะห์พรรณไม้ถิ่น ‘แจงสุรนารี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791292

วันพุธ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) อาคารสิรินธรวิชโชทัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.)  ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ดร.กาญจนา ธรรมนู นักวิทยาศาสตร์สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.อมรรัตน์ โมฬี ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และนายรุ่งเพชร ปัญญาวุฒิ ผู้รักษาการแทนหัวหน้าฝ่ายสำนักงานอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (อพ.สธ.มทส.) และนักวิจัยของศูนย์ศึกษาลักษณะกายวิภาคศาสตร์เมล็ด แจงสุรนารี และแจงสยาม ร่วมกันวิเคราะห์การใช้รังสีอินฟราเรดจากแสงซินโครตรอนวิเคราะห์ “แจงสุรนารี” พรรณไม้ที่เคยค้นพบว่าเป็นชนิดใหม่ของโลกเมื่อปี 2564 และเดินหน้าหาสารสำคัญเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นพรรณไม้เฉพาะถิ่นจังหวัดนครราชสีมา

ดร.กาญจนา เปิดเผยว่า “นักวิทยาศาสตร์ของสถาบันฯ ได้ร่วมกับ นายรุ่งเพชร ปัญญาวุฒิ ผู้รักษาการแทนหัวหน้าฝ่ายสำนักงาน อพ.สธ.มทส. และนักวิจัยของศูนย์ศึกษาลักษณะกายวิภาคศาสตร์เมล็ด แจงสุรนารี และแจงสยาม โดยใช้รังสีอินฟราเรดจากแสงซินโครตรอน เพื่อพิสูจน์เอกลักษณ์ จัดจำแนกชนิด และวิเคราะห์สารสำคัญเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์”

รองศาสตราจารย์ ดร.ดร.อมรรัตน์ โมฬี ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กล่าวว่า “การค้นพบแจงสุรนารี เกิดจากทีมสำรวจของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เก็บตัวอย่างและสำรวจในพื้นที่ อ.สีคิ้ว และ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา โดยเมื่อปี พ.ศ.2564 ดร.ปรัชญา ศรีสง่า นักพฤกษศาสตร์ จากองค์การสวนพฤกษศาสตร์ และ รศ.ดร.สันติ วัฒฐานะ นักพฤกษศาสตร์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ อพ.สธ.มทส. ตรวจสอบชื่อพฤกษศาสตร์ที่ถูกต้อง พบว่าเป็นพืชชนิดใหม่ของโลก และตั้งชื่อทางพฤษศาสตร์ว่า Maerea koratensis Srisanga & Watthana  และตั้งชื่อไทยว่า “แจงสุรนารี”

สดร.คาดลูกไฟสีเขียวปรากฏเหนือท้องฟ้า เป็น’ดาวตกชนิดลูกไฟ’ มีธาตุนิกเกล เป็นส่วนประกอบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791189

สดร.คาดลูกไฟสีเขียวปรากฏเหนือท้องฟ้า เป็น'ดาวตกชนิดลูกไฟ' มีธาตุนิกเกล เป็นส่วนประกอบ

สดร.คาดลูกไฟสีเขียวปรากฏเหนือท้องฟ้า เป็น’ดาวตกชนิดลูกไฟ’ มีธาตุนิกเกล เป็นส่วนประกอบ

วันอังคาร ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2567, 15.23 น.

วันที่ 5 มีนาคม 2567 จากกรณี ปรากฏลูกไฟสีเขียวขนาดใหญ่วิ่งพาดผ่านท้องฟ้าเป็นแนวยาว คืนวันที่ 4 มี.ค.67 เวลาประมาณ 21.00 น. เศษ ในหลายพื้นที่ของจังหวัดแถบภาคกลางและภาคตะวันออกของไทย อาทิ กรุงเทพฯ และปริมณฑล พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ชลบุรี สมุทรสาคร นครนายก ปราจีนบุรี เพชรบุรี ราชบุรี ฉะเชิงเทรา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการและสื่อสารทางดาราศาสตร์ สดร. กล่าวว่า ดาวตก (Meteorite) เกิดจากการที่วัตถุท้องฟ้าขนาดเล็กผ่านเข้ามาในชั้นบรรยากาศโลก เสียดสีกับชั้นบรรยากาศ ที่ระดับความสูงประมาณ 80-120 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นแสงสว่างวาบพาดผ่านท้องฟ้า ยิ่งวัตถุมีขนาดใหญ่ ความร้อนและแสงสว่างที่เกิดขึ้นก็มากตามไปด้วย ซึ่งจากคลิปวิดีโอและภาพถ่ายดังกล่าว ดาวตกที่ปรากฏมีขนาดใหญ่ และสว่างมาก ความสว่างใกล้เคียงกับดาวศุกร์ จึงสันนิษฐานว่าเป็นดาวตกชนิด #ลูกไฟ (Fireball) ทั้งนี้ แสงสีเขียวของดาวตก สามารถบ่งบอกได้ว่ามีส่วนประกอบของธาตุนิกเกิล ซึ่งเป็นธาตุโลหะ

ปัจจัยที่ส่งผลต่อสีของดาวตก เกิดจากเศษหินและฝุ่นของดาวหาง หรือดาวเคราะห์น้อย พุ่งเข้ามาชนกับชั้นบรรยากาศโลกด้วยความเร็วสูงมาก เกิดการเสียดสีและเผาไหม้ ทำให้อะตอมของดาวตกเปล่งแสงออกมาในช่วงคลื่นต่าง ๆ เราจึงมองเห็นสีของดาวตกปรากฏในลักษณะที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสองปัจจัยได้แก่ องค์ประกอบทางเคมี โมเลกุลของอากาศโดยรอบ

ในแต่ละวันจะมีวัตถุขนาดเล็กผ่านเข้ามาในชั้นบรรยากาศโลกเป็นจำนวนมาก เราสามารถพบเห็นได้เป็นลักษณะคล้ายดาวตก และยังมีอุกกาบาตตกลงมาถึงพื้นโลกประมาณ 44-48.5 ตันต่อวัน แต่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ห่างไกลผู้คน จึงไม่สามารถพบเห็นได้ ดาวตกนั้นจึงเป็นเรื่องปกติและสามารถอธิบายได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ 

สำหรับสีของดาวตกนั้น มาจากแสงที่เปล่งออกมาจากอะตอมโลหะของดาวตก ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามองค์ประกอบทางเคมี เช่น อะตอมแคลเซียม ( Ca ) ให้แสงสีออกโทนม่วง อะตอมแมกนีเซียม ( Mg ) และนิกเกิล ( Ni ) ให้แสงสีฟ้าเขียว อะตอมโซเดียม ( Na ) ให้แสงสีส้มเหลือง ในขณะที่โมเลกุลในชั้นบรรยากาศโลก จะมีอะตอมของออกซิเจน ( O ) และไนโตรเจน ( N ) เป็นองค์ประกอบ ซึ่งจะให้แสงสีแดง ดังนั้น สีของดาวตกจึงขึ้นอยู่กับการเปล่งแสงขององค์ประกอบแต่ละชนิด และการเปล่งแสงของอากาศโดยรอบตัวดาวตกที่ร้อนจัด ซึ่งมักจะให้แสงสีแดงและสีเขียวเป็นหลัก ขึ้นอยู่กับความสูงจากพื้นโลก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ใครเห็นบ้าง! ส.ดาราศาสตร์ไทยชี้ลูกไฟพุ่งตกบนท้องฟ้าคือ’ดาวตกดวงใหญ่’