‘หุ่นจำลองหนูขาวใหญ่’จากวัสดุเหลือใช้ ของจุฬาฯ คว้าสองรางวัลใหญ่ ที่เยอรมนี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767827

‘หุ่นจำลองหนูขาวใหญ่’จากวัสดุเหลือใช้  ของจุฬาฯ คว้าสองรางวัลใหญ่ ที่เยอรมนี

‘หุ่นจำลองหนูขาวใหญ่’จากวัสดุเหลือใช้ ของจุฬาฯ คว้าสองรางวัลใหญ่ ที่เยอรมนี

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นวัตกรรม “หุ่นจำลองหนูขาวใหญ่ผลิตจากวัสดุเหลือใช้ในรูปแบบที่มีปฏิสัมพันธ์เพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง”(White rat organs (Rattus norvegicus) made from waste materials is an interactive model for self-learning)ผลงานของอาจารย์คณะสัตวแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ คว้ารางวัลเหรียญเงิน(Silver medal) จากเวทีการประกวดนวัตกรรมนานาชาติ iENA 2023 (The International Trade Fair-Ideas, Inventions and New Products) และได้รับโล่รางวัลพิเศษ Special award on stage จากสาธารณรัฐโปแลนด์ (Association of Polish Inventors and Rationalizers) จัดขึ้นเมื่อปลายเดือนตุลาคม 2566 ณ เมืองนูเรมเบิร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

นวัตกรรมนี้เป็น 1 ใน 26 ผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และเป็นทีมเดียวจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมการประกวดในด้าน Teaching and Research, Pedagogical itemsผู้พัฒนาผลงานนวัตกรรม ประกอบด้วยผศ.สพ.ญ.ภาวนา เชื้อศิริ นายภักดี สุดถนอม นางจันทิมา อินทรปัญญา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และนายกฤตยชญ์ เชื้อศิริ นักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายมัธยม

หุ่นจำลองหนูขาวใหญ่ฯ เป็นนวัตกรรมสื่อการเรียนการสอนกายวิภาคทางสัตวแพทย์ที่นำมาใช้แทนการใช้ร่างกายของสัตว์จริง ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจบทเรียนในรูปแบบสามมิติมากขึ้น โดยมีการขยายให้มีขนาดใหญ่กว่าอวัยวะของหนูจริงถึงสามเท่าตัวเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและก้าวข้ามความกลัว ส่งเสริมบรรยากาศในการเรียนรู้ได้ดีขึ้น ช่วยเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการสอน เพิ่มพูนทักษะความแม่นยำในการผ่าชำแหละเพื่อศึกษาเรียนรู้ ลดความเสี่ยงต่อการสัมผัสสารเคมีที่มีผลต่อสุขภาพ ภายในหุ่นจำลองมีการฝังวงจรไฟฟ้าและการฝังแม่เหล็ก ช่วยทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ตอบโต้กับผู้เรียนได้ 360 องศานอกจากนี้ในการผลิตหุ่นจำลองหนูขาวใหญ่ใช้วัสดุเหลือใช้ เช่น เม็ดโฟมฝาพลาสติก ซึ่งเป็นของเหลือใช้ที่ถูกทิ้งอย่างไร้ประโยชน์

ศธ. แนะครูใช้คาบโฮมรูมสร้างภูมิคุ้มกัน HIV แนะ พกถุงยาง หลังยอดติดเชื้อ พุ่ง 22.4%

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767711

ศธ. แนะครูใช้คาบโฮมรูมสร้างภูมิคุ้มกัน HIV  แนะ พกถุงยาง หลังยอดติดเชื้อ พุ่ง 22.4%

ศธ. แนะครูใช้คาบโฮมรูมสร้างภูมิคุ้มกัน HIV แนะ พกถุงยาง หลังยอดติดเชื้อ พุ่ง 22.4%

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.16 น.

ศธ. แนะครูใช้คาบโฮมรูมสร้างภูมิคุ้มกัน HIV ตั้งเป้าลดจำนวนผู้ติดเชื้อในกลุ่มเยาวชน สกัดคุณแม่วัยใสตั้งครรภ์ไม่พร้อม

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ) เปิดเผยว่า จากกรณีกรมควบคุมโรคและกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข รายงานยอดผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มเยาวชนอายุ 15-24 ปี จากร้อยละ 9.5 พุ่งขึ้นเป็นร้อยละ 22.4 ทั้งยังพบว่ามีอัตราการใช้ถุงยางอนามัยครั้งล่าสุดเพียงร้อยละ 80 ทำให้พบการติดเชื้อซิฟิลิส และหนองในเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย

กระทรวงศึกษาธิการมีความห่วงใยสุขภาพของเยาวชนไทย จึงมอบหมายให้สถานศึกษาทุกสังกัด ให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการติดเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่าง ๆ กับนักเรียน โดยใช้เวลาคาบโฮมรูมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สร้างทัศนคติที่ดีในการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ให้เยาวชนเข้าใจว่าไม่ใช่เรื่องน่าอายที่จะพกและใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ จะช่วยป้องกันทั้งการติดเชื้อเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น รวมถึงการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมอีกด้วย

“ครูควรชี้แจงความแตกต่างระหว่างเอชไอวีและเอดส์ มุ่งเน้นสร้างความเข้าใจมากกว่าการปลูกฝังความกลัว สิ่งสำคัญคือเด็กต้องตระหนักถึงความเสี่ยงส่วนบุคคลของตนเอง โดยสามารถส่งเสริมให้เด็กมีส่วนร่วมในการคิดเชิงวิเคราะห์ ด้วยการถามคำถามแทนที่จะพูดคุยเพียงอย่างเดียว เช่น ความเสี่ยงที่อาจทำให้ติดเชื้อมีอะไรบ้าง การมีความสัมพันธ์กับแฟนจะเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อหรือไม่ จะทราบได้อย่างไรว่าแฟนของเราติดเชื้อหรือไม่ เป็นต้น” รมช.ศธ. กล่าว

ขณะเดียวกันวันที่ 1 ธันวาคมของทุกปี องค์การอนามัยโลกกำหนดให้เป็นวันเอดส์โลก (World AIDS Day) จึงเป็นโอกาสดีที่สถานศึกษาทุกแห่งจะส่งเสริมการจัดกิจกรรมรณรงค์ สร้างความรู้ความเข้าใจถึงการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี วิธีการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ หากจะมีเพศสัมพันธ์ต้องรู้จักวิธีป้องกันการตั้งครรภ์และการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือใช้แนวทางของกรมอนามัยในการสร้างความรอบรู้ด้านเพศสำหรับเยาวชน “รักเป็น ปลอดภัย” ได้แก่ 

1) Safe Virgin มีเพศสัมพันธ์เมื่อพร้อม 

2) Safe Sex หากจะมีเพศสัมพันธ์ ตนเองต้องปลอดภัย ใส่ถุงยางอนามัยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 

3) Safe Abortion หากพลาดตั้งครรภ์ไม่พร้อม ปรึกษาหน่วยบริการฯ เพื่อรับคำปรึกษา 

4) Safe Mom ฝากครรภ์คุณภาพ เพื่อลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย

รมช.ศธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการให้ความตระหนักรู้จากครูในโรงเรียนอย่างเข้มข้นแล้ว ขอฝากถึงพ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรเป็นที่พึ่งให้กับลูกหลาน ส่งเสริมให้เด็ก ๆ รู้ว่าพวกเขาสามารถพูดคุยได้ทุกเรื่อง แสดงให้เห็นว่าครอบครัวอยู่เคียงข้างพวกเขา และพร้อมหาทางออกให้กับทุกปัญหาเสมอ เพื่อให้เยาวชนเข้าถึงบริการป้องกัน ดูแลรักษาได้เร็ว ครอบคลุม มุ่งลดการติดเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ นำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีของเยาวชนต่อไป

ศธ. ขับเคลื่อนการดำเนินงานสุขภาพจิตในสถานศึกษา ใช้สื่อออนไลน์สร้างสรรค์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767710

ศธ. ขับเคลื่อนการดำเนินงานสุขภาพจิตในสถานศึกษา ใช้สื่อออนไลน์สร้างสรรค์

ศธ. ขับเคลื่อนการดำเนินงานสุขภาพจิตในสถานศึกษา ใช้สื่อออนไลน์สร้างสรรค์

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.11 น.

ศธ. ขับเคลื่อนการดำเนินงานสุขภาพจิตในสถานศึกษา ใช้สื่อออนไลน์สร้างสรรค์ พร้อมหาแนวทางลดภาระงานครูอย่างยั่งยืน

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบการศึกษา “เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา” (Anywhere Anytime) จัดทำแพลตฟอร์ม และพัฒนาระบบแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิต ซึ่งมีการหารือการขับเคลื่อนนโยบายด้านสุขภาพจิตของกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 4/2566 เมื่อเร็วๆนี้ โดยมีนายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน นายสมใจ วิเศษทักษิณ รักษาราชการแทนผู้ตรวจราชการ ศธ. และผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ  กระทรวงศึกษาธิการ

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า รมว.ศธ. ได้ให้หลักการและแนวคิดในการสร้าง Tiktok โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผลิตสื่อและเผยแพร่ความรู้ผ่านสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะทางแอปพลิเคชัน Tiktok และได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก ซึ่งในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ก็มีแนวคิดที่จะดำเนินโครงการต่าง ๆ ที่น่าสนใจ เช่น Coaching การแนะแนวการเรียน เรื่องเกี่ยวกับสุขภาพจิต เป็นต้น

ดังนั้นหากหน่วยงานใดมีโครงการที่จะผลิตสื่อหรือหนังสั้น ขอให้ปรับเปลี่ยนเนื้อหาและวิธีการสื่อสารที่มีความทันสมัยมากขึ้น อีกทั้งอยากให้ทุกหน่วยงานมีการจัดประกวด Tiktok ของสถานศึกษาในสังกัดเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจิตนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา โดยสามารถคิดแฮชแท็ก (#) ที่สามารถสื่อสารได้อย่างกว้างขวางและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย อาจจะไม่เกิน 3 แฮชแท็ก เช่น #เรียนดีมีความสุข #สุขภาพจิตดี #(ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน)

ในส่วนของการผลิตอินโฟกราฟิกที่เกี่ยวกับสุขภาพจิต อยากให้ทุกหน่วยงานสื่อสารข้อมูลด้วยเนื้อหาที่กระชับ เข้าใจง่าย มีความน่าสนใจ สามารถสื่อสารกับบุคคลภายนอกได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์ของกระทรวงศึกษาธิการที่ดำเนินการอยู่แล้ว ก็สามารถลดความเป็นทางการ เพื่อเพิ่มการสื่อสารกับคนภายนอก และสร้างความรู้สึกว่ากระทรวงศึกษาธิการเป็นมิตรกับทุกคน

นอกจากนี้ ขอให้ทุกหน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัด หาแนวทางในการลดภาระงานครู ทั้งเรื่องการอยู่เวรตอนกลางคืน งานเอกสารนอกเหนือจากการเรียนการสอน การโยกย้ายครู หรือแม้แต่การเพิ่มอัตรากำลัง รวมถึงรายละเอียดปลีกย่อยที่ครูคิดว่าเป็นภาระ อาทิ การชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงนักเรียน ที่ไม่มีการบูรณาการการทำงานร่วมกัน ถ้าหน่วยงานอื่น ๆ ขอมาก็ต้องชั่งวัดใหม่ หรือการขึ้นเงินเดือน 3% ที่น่าจะเปลี่ยนการคิดเงินเดือนจากเดิมใช้ฐานของโรงเรียน มาเป็นภาพรวมฐานของเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งจะช่วยให้การขึ้นเงินเดือนครูโรงเรียนเล็กเพิ่มมากขึ้น เพราะในโรงเรียนเล็กภาระงานครูจะหนักมาก 

“หากแต่ละหน่วยงานมีแนวทางแก้ไขภาระงานครูเหล่านี้ก็จะเป็นข้อเสนอในเชิงนโยบาย เพื่อนำเสนอเป็นหลักการต่อคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาที่มี รมว.ศธ. เป็นประธาน ซึ่งถ้ากระทรวงศึกษาธิการสามารถขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ก็จะเป็นของขวัญ ช่วยเพิ่มกำลังใจ รวมทั้งสร้างความสุขให้แก่ครู เพื่อมุ่งมั่นพัฒนายกระดับเด็กนักเรียนให้เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 อย่างยั่งยืนต่อไป” นายสิริพงศ์ กล่าว

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการรับฟังการนำเสนอรายละเอียดแผนการดำเนินงานด้านสุขภาพจิตของหน่วยงานในสังกัด ซึ่งมีแผนงานที่เด่นชัด อาทิ การจัดการศึกษาในเขตจังหวัดของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ให้เด็กได้รับการศึกษาตลอดชีวิต ที่เหมาะสมกับทุกกลุ่มเป้าหมาย และความต้องการพิเศษ, การพัฒนาสร้างครูแนะแนวและศึกษานิเทศก์แกนนำ 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อทำงานร่วมกับนักจิตวิทยาพื้นที่ในการดูแลสุขภาพจิตนักเรียนพร้อมขยายผลจนครบทุกโรงเรียน, โครงการ 1 วิทยาลัย 1 ครูอนามัย ให้ความรู้ ดูแล ช่วยเหลือ เพื่อส่งต่อผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตอย่างมีคุณภาพ, School Health HERO ระบบสุขภาพจิตโรงเรียนวิถีใหม่ เพื่อเฝ้าระวัง เรียนรู้ รับคำปรึกษา เพื่อดูแลนักเรียนที่เสี่ยงต่อปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ และทักษะการเข้าสังคม ซึ่ง สช. จะนำระบบฯ ต้นแบบของ สพฐ. ไปทดลองใช้ในโรงเรียนเอกชนผ่านแนวทางการสร้างเสริมสุขภาพจิตนักเรียนโรงเรียนเอกชน โดยจะมีการประชุมครั้งถัดไป (ครั้งที่ 5/2566) ในวันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2566

ภูมิคุ้มกันความผิดหวังและเสียใจ ควรเริ่มสร้างตั้งแต่เด็กช่วงวัย1-3ขวบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767576

ภูมิคุ้มกันความผิดหวังและเสียใจ ควรเริ่มสร้างตั้งแต่เด็กช่วงวัย1-3ขวบ

ภูมิคุ้มกันความผิดหวังและเสียใจ ควรเริ่มสร้างตั้งแต่เด็กช่วงวัย1-3ขวบ

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 07.20 น.

การเผชิญความ “ผิดหวัง” เหตุการณ์เหล่านี้สำหรับผู้ใหญ่อาจแค่เซ็งในหัวใจ แต่สำหรับเด็กแล้วส่งผลต่อจิตใจอย่างยิ่ง ความรู้สึกผิดหวัง เสียใจ ทุกข์ใจที่เกิดขึ้นในเด็ก นำสู่ปัญหาสุขภาพจิตและการฆ่าตัวตายอย่างมากมายในทุกวันนี้

แพทย์หญิงกิติมา ยุทธวงศ์ผู้อำนวยการบริหารสมาคมผู้ผลิตอาหารทารกและเด็กเล็ก (Pediatric Nutrition Manufacturer Association : PNMA) ได้แนะนำว่าควรสร้างภูมิคุ้มกันด้านจิตใจให้กับเด็กตั้งแต่ช่วงวัย 1-3 ขวบ ด้วยวิธีการสร้างความมั่นใจในตัวเองให้กับเด็ก สร้างความมั่นคงทางอารมณ์ หรือ สร้างความฉลาดทางอารมณ์ ซึ่งจะกลายเป็นภูมิคุ้มกันที่สำคัญของพวกเขา ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

เป็นตัวอย่างที่ดี เราควรปฏิบัติตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กๆ เช่นการแสดงมารยาททางสังคมที่ดี การหยิบจับใช้สิ่งของต่างๆ อย่างปลอดภัยถูกวิธี ในระหว่างที่เด็กๆ กำลังเลียนแบบ หรือขอลองทำสิ่งต่างๆ ไม่ควรห้าม และควรใช้โอกาสนี้สอนให้ใช้งานสิ่งของต่างๆ ภายในบ้าน การเรียนรู้การเข้าสังคม และมารยาทนอกบ้านเป็นสิ่งจำเป็น เมื่อเด็กมีความเข้าใจในสิ่งรอบข้าง ได้เคยลองลงมือทำพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่มาแล้ว จะทำให้เด็กมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นด้วยประสบการณ์ของเขาเอง และแยกแยะบุคคลที่มีพฤติกรรมไม่ดี และเอาตัวออกห่างจากบุคคลเหล่านั้นได้ในอนาคต

กล่าวคำชมทุกครั้งที่เด็กทำได้ การกล่าวคำชมจะช่วยสร้างความมั่นใจในตัวเองเด็กได้เป็นอย่างดี ทุกครั้งที่ทำตามที่สอนได้ควรกล่าวคำชม เพื่อให้เด็กมั่นใจว่าทำสิ่งถูกต้อง และอยากทำซ้ำเพื่อให้ได้รับคำชมหรือยอมรับจากผู้ใหญ่ ควรชมมากขึ้นในกรณีที่ช่วยเหลืองานบ้านด้วยความสมัครใจ ซึ่งจะทำให้เด็กมีนิสัยรักความสะอาด ช่วยเหลืองานบ้าน และควรระวังเรื่องการให้รางวัล หากมากเกินไปจะส่งผลให้เด็กเฝ้ารอหรือผิดหวังได้ การให้ของรางวัลควรให้เฉพาะที่เป็นเรื่องสำคัญ หรืออาจเลือกวิธีเลี้ยงฉลองด้วยกันทั้งครอบครัว เพื่อให้เห็นว่าการทำเรื่องที่ดี ทำให้ครอบครัวมีความสุขมากกว่าสิ่งของที่ได้รับเพียงคนเดียว

เลี่ยงการดุด้วยถ้อยคำและการใช้กำลังลงโทษ การดุลูกด้วยน้ำเสียงและถ้อยคำที่รุนแรงส่งผลต่อสภาพจิตใจของเด็กโดยตรง ทำให้เด็กเกิดความหวาดกลัว ไม่กล้าตัดสินใจลงมือทำด้วยตัวเอง กลัวทำพลาดแล้วจะถูกดุ ถูกลงโทษ และยังส่งผลถึงความมั่นใจในการใช้ชีวิตในสังคมเมื่อถูกต่อว่าข่มขู่จากผู้อื่นโดยจะหวาดกลัวจนยอมทำตามในสิ่งที่ไม่อยากทำ การลงโทษเด็กควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มจากการใช้เหตุผลพูดคุยว่าพวกเขาทำผิดอะไร และผลเสียที่เกิดขึ้นจะส่งผลต่อตัวเขาและสิ่งต่างๆ รอบข้างอย่างไรบ้าง

ดูแลโภชนาการและพัฒนาการให้เติบโตสมวัย เด็กในช่วงวัยนี้ มีพัฒนาการด้านร่างกายและสมองเติบโตรวดเร็วที่สุด หากได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอสมวัย ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง มีส่วนสูงมากกว่าหรือเท่ากับเพื่อนๆ ไม่ได้เป็นเด็กที่ตัวเล็กสุดในห้อง อ้วนหรือผอมเกินไปจนถูกล้อเลียน จะมีพัฒนาการด้านร่างกาย และสติปัญญาที่พร้อมรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น สามารถเรียนรู้และทำสิ่งต่างๆ ได้ดีไม่แพ้เพื่อนคนอื่นๆ ในวัยเดียวกัน

สอนเด็กให้รู้จักอารมณ์ตัวเองเด็กในช่วงวัยนี้ โดยเฉพาะช่วง 2 ขวบ มักจะถูกเรียกว่าวัยทอง 2 ขวบ ผู้ใหญ่สามารถสอนให้พวกเขารู้จักอารมณ์ต่างๆ เช่น หัวเราะ ร้องไห้ โกรธไม่พอใจ ร่าเริง โศกเศร้า ว่าเป็นอย่างไร เด็กๆ ก็จะได้รู้จักอารมณ์ด้านต่างๆ การควบคุมอารมณ์ต้องอาศัยเวลาในการเรียนรู้ ฝึกฝน ต้องค่อยๆ สอนอย่างใจเย็นและอดทนเพื่อให้พวกเขาเติบโตเป็นเด็กที่รู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ขี้โมโห และเอาแต่ใจ

ให้เด็กทดลองเล่นให้มีความหลากหลาย เพื่อค้นหาความชอบ เด็กที่ค้นพบความถนัดของตัวเองตั้งแต่ยังเล็ก มีส่วนช่วยทำให้เขาเกิดความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งมีผลเกี่ยวเนื่องถึงความฉลาดทางอารมณ์ทางอ้อม เมื่ออนาคตเขาได้รับคำวิจารณ์ด้านลบอย่างรุนแรง ก็จะสามารถรับมือกับผลกระทบตรงนั้นได้ เพราะรู้ตัวดีว่าตัวเองเก่งด้านไหนและอยากทำอาชีพอะไรในอนาคต เมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่รู้ตัวว่ามีความถนัดอะไร เมื่อได้รับความวิจารณ์ด้านลบ จะคิดว่าเขาไม่เก่ง จนกลายเป็นคนที่ขาดความมั่นใจในตัวเอง ท้อแท้ ผิดหวัง และรับมือกับอารมณ์ของตัวเองได้ยากกว่า

ให้เด็กพบกับความล้มเหลว และเรียนรู้ที่จะแก้ไขด้วยตัวเอง เด็กหลายคนถูกเลี้ยงดูมาด้วยผู้ใหญ่ที่คอยช่วยเหลือทุกอย่างตลอดเวลา และเมื่อถึงเวลาที่ต้องลงมือทำด้วยตัวเอง การจัดการความผิดหวังจะยากกว่าเด็กที่เคยผิดพลาดล้มเหลวเป็นประจำ จนรู้ว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ แต่พลาดแล้วต้องแก้ไขให้ดีขึ้น ควรปล่อยให้เด็กลงมือทำและแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง ลองผิดลองถูกจากปัญหาที่พบจะทำให้เด็กรู้จักเรียนรู้ความผิดพลาด ปรับตัวยืดหยุ่นไปตามสถานการณ์ ผู้ใหญ่ควรเข้าไปช่วยเมื่อเด็กร้องขอเท่านั้น เมื่อแนะนำทำเป็นตัวอย่างให้ดูแล้ว ก็ปล่อยให้เด็กทำต่อด้วยตัวเอง สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้พวกเขาสามารถบริหารจัดการความผิดหวัง และรู้วิธีแก้ไขปัญหาได้ดียิ่งขึ้น

พญ.กิติมา กล่าวทิ้งท้ายว่า หากเด็กๆ ได้รับภูมิคุ้มกันด้วยการความมั่นใจในตัวเอง ความมั่นคงทางอารมณ์ และฝึกฝนทักษะการแก้ปัญหาอันล้ำค่าที่เกิดจากความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า อย่าลืมสอนพวกเขาให้รู้ว่า อย่าให้ความผิดพลาดของเราในวันนี้เป็นสิ่งกำหนดความสามารถเราทั้งชีวิต วันนี้เราทำไม่ได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าวันหน้าเราจะทำไม่ได้ อย่าให้ความผิดหวังเพียงเล็กน้อยเป็นตัวตัดสินเราทั้งชีวิต

สจล. หัวรถจักร 100 ปี ที่แลนด์มาร์คแห่งใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767580

สจล. หัวรถจักร 100 ปี ที่แลนด์มาร์คแห่งใหม่

สจล. หัวรถจักร 100 ปี ที่แลนด์มาร์คแห่งใหม่

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) รับมอบหัวรถจักรไอน้ำ รุ่น “เท็นวิลเลอร์” รุ่นเลขที่ 177 ประเทศอังกฤษ อายุกว่า 100 ปี จาก รศ.ดร.สุรพงษ์ สิริพงศ์ดี รักษาการคณบดีวิทยาลัยการจัดการนวัตกรรมและอุตสาหกรรม สจล. และติดตั้งที่บริเวณแหล่งเรียนรู้ และเป็นสถานที่พักผ่อนแห่งใหม่ของสจล. เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2566 ณ คณะเทคโนโลยีการเกษตร สจล.

‘ไอร่า แอนด์ ไอฟุล’มอบรางวัลเยาวชน ชนะสร้างแอปบริหารจัดการต้นทุนในชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767577

‘ไอร่า แอนด์ ไอฟุล’มอบรางวัลเยาวชน ชนะสร้างแอปบริหารจัดการต้นทุนในชีวิต

‘ไอร่า แอนด์ ไอฟุล’มอบรางวัลเยาวชน ชนะสร้างแอปบริหารจัดการต้นทุนในชีวิต

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายยูจิ ฟุคาดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอร่า แอนด์ ไอฟุล จำกัด (มหาชน) มอบรางวัลให้กับ 3 ทีม ผู้ชนะเลิศจากเวทีประชันไอเดียออกแบบและพัฒนา Application “Hackathon: Innovative Application For Smart Life” ภายใต้หัวข้อ “Smart Life Smart Money” ลดค่าใช้จ่าย เพื่อชีวิตที่เรียบง่ายแบบ Smart โดยมี รศ.รังสรรค์ เลิศในสัตย์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น พร้อมคณาจารย์ ร่วมในพิธีมอบรางวัลดังกล่าวด้วยเมื่อเร็วๆ นี้ ณ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น กรุงเทพฯ

“Hackathon: Innovative Application For Smart Life” มีนักศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น จำนวนทั้งหมด 32 ทีม กิจกรรม จากประเด็นเรื่องอัตราการใช้หนี้ประเภทสินเชื่อส่วนบุคคลในไทย ที่นำไปสู่การสร้างแอปพลิเคชั่นที่จะช่วยบริหารจัดการต้นทุนในชีวิต เช่น รายรับ รายจ่าย ความรู้ และเวลา ซึ่งสามารถเชื่อมไปยังการแก้ปัญหาอัตราการใช้หนี้ต่อไปในอนาคต

สพม.ตาก เยี่ยมโรงเรียนประสบอุทกภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767581

สพม.ตาก เยี่ยมโรงเรียนประสบอุทกภัย

สพม.ตาก เยี่ยมโรงเรียนประสบอุทกภัย

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุทัศน์ ศรีดาเดช ผู้อำนวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก (ผอ.สพม.ตาก) พร้อมด้วย นายชยุต นามอยู่ รอง ผอ.สพม.ตาก และคณะกรรมการตรวจสอบความเสียหายของสถานศึกษา กรณีประสบภัยพิบัติ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนผดุงปัญญา ที่ประสบเหตุอุทกภัย จากพายุฝนฟ้าคะนอง

Sea เปิดตัวเกมการเงิน‘Wishlist’ วางรากฐานความรู้การเงินเด็กม.ต้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767579

Sea เปิดตัวเกมการเงิน‘Wishlist’ วางรากฐานความรู้การเงินเด็กม.ต้น

Sea เปิดตัวเกมการเงิน‘Wishlist’ วางรากฐานความรู้การเงินเด็กม.ต้น

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Sea (ประเทศไทย) เปิดตัว“บอร์ดเกมการเงิน Wishlist จัดสรรเงิน เติมความฝัน” ออกแบบและพัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบการเรียนรู้แห่ง Wizards of Learning, สถาบันบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้, และ The Money Coach ฯลฯ ร่วมปลูกฝังความรู้ เสริมทักษะ และสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินที่ดีให้แก่เยาวชน ผ่านเกมที่สนุกสนานผสานสาระด้านการวางแผนทางการเงินด้วยบอร์ดเกม เพื่อวางรากฐานและสร้างสุขภาพทางการเงินที่ดีต่อตัวเองในอนาคต ใช้เป็นสื่อในการเรียนการสอน วางแผนการเงิน นำร่องผลิตบอร์ดจำนวน 500 กล่อง วางแผนกระจายไปยังโรงเรียนและศูนย์การเรียนรู้ต่างๆ ทั่วประเทศไทย และคาดหวังกระจายให้เข้าถึงโรงเรียน คุณครูและกลุ่มเป้าหมายให้เพิ่มมากขึ้นในอนาคต

นางพุทธวรรณ สุภัทรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร Sea (ประเทศไทย) กล่าวว่า การพัฒนาบอร์ดเกม “Wishlist จัดสรรเงิน เติมความฝัน” คือการต่อยอดคอนเทนต์ให้ความรู้เรื่องการเงินดิจิทัลบนเว็บไซต์ SeaAcademy.co ไปสู่การให้ความรู้ด้านการวางแผนทางการเงินระดับพื้นฐานที่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้คนในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่เข้าถึงนวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ ได้ตั้งแต่ยังเด็ก โดยข้อมูลจากองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ยังระบุว่าการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเงินควรเริ่มต้นให้เร็วที่สุด และควรนำไปเป็นส่วนหนึ่งในหลักสูตรการเรียนในระบบการศึกษา ดังนั้น จึงร่วมมือกับพันธมิตรและผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินการศึกษา และด้านการออกแบบบอร์ดเกม สร้างบอร์ดเกมการเงินสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นมา เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับคอนเซ็ปต์ทางการเงินและสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ปลูกฝังพฤติกรรมทางการเงินที่ถูกต้อง สามารถใช้ความรู้และทักษะด้านการจัดการเงินมายกระดับคุณภาพชีวิตในอนาคตต่อไป

ด้าน นายจักรพงษ์ เมษพันธุ์ (โค้ชหนุ่ม Money Coach) เผยว่า การให้ความรู้ด้านการเงินแก่เยาวชน เสมือนเป็นการเตรียมภูมิคุ้มกันให้พร้อมรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ฉะนั้น บอร์ดเกมนี้จึงถูกออกแบบเพื่อให้รู้จักวิธีคิดและบริหารจัดสรรการเงินของตนเองให้ไปถึงเป้าหมายของตัวเองด้วยวิธีต่างๆ ทั้งการเก็บเงินออม การใช้สินเชื่อ การซื้อเงินสด และ การซื้องินผ่อน ดังนั้นหากรู้จักวางแผนทางการเงินให้ดีก็จะเป็นประโยชน์ต่อตนเองในอนาคต เพราะฉะนั้น เกมนี้จึงเป็นการปูพื้นฐานให้กับน้องๆ ในวัยมัธยมเพื่อปลูกฝังวิธีการคิด การใช้จ่าย จึงเป็นรากฐานที่ดีในอนาคตได้อย่างแน่นอน

ผู้สนใจ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม และดาวน์โหลดบอร์ดเกม Wishlist ในเวอร์ชั่น Print & Play ได้ฟรีทาง https://seaacademy.co/program_type/finance-boardgame/

ม.ศรีปทุม-ดีโหวต เผยผลโพลล์ การแจก‘เงินดิจิทัล‘ของรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767578

ม.ศรีปทุม-ดีโหวต เผยผลโพลล์  การแจก‘เงินดิจิทัล‘ของรัฐบาล

ม.ศรีปทุม-ดีโหวต เผยผลโพลล์ การแจก‘เงินดิจิทัล‘ของรัฐบาล

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) ร่วมกับดีโหวต (D-vote) เปิดบล็อกเชนโพล เงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่สำรวจระหว่างวันที่ 15-23 ต.ค. 2566 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกช่วงอายุ ภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และระดับรายได้ทั่วประเทศ จำนวน 1,158 ตัวอย่าง พบว่า เห็นด้วยกับการแจกเงินดังกล่าวหากไม่กู้ 49% เห็นด้วยแม้ต้องกู้ 33% และหวังใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 56%

ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักโพลศรีปทุม-ดีโหวตชี้ว่า จุดเริ่มต้นความสำเร็จของโครงการรัฐบาลคือการฟังเสียงและตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของประชาชนแต่ละกลุ่มให้ได้มากที่สุด ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นแนวทางที่อาจสามารถลดปริมาณการกู้ได้ เช่น การแบ่งเฟส โดยให้เฟสแรกเน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยกว่า 40,000-50,000 บาท เพราะคนกลุ่มนี้มีแนวโน้มจะนำเงินไปใช้จ่ายในสิ่งที่ขาด และทำให้เกิดตัวคูณทางเศรษฐกิจก่อนได้ระดับหนึ่ง และเฟสสองให้กลุ่มผู้มีรายได้มากกว่า โดยกลุ่มนี้อาจกำหนดหรือสนับสนุนให้ใช้ในการลงทุนหรือการรวมกลุ่มกัน เพื่อลดการใช้จ่ายกับสิ่งที่หาซื้อได้อยู่แล้วจนกลายเป็นเพียงการออมเงินที่มีอยู่แล้ว ซึ่งเทคโนโลยีบล็อกเชนสามารถใช้เพื่อสนับสนุนการจัดการข้อกำหนดต่างๆ รวมถึงการวัดผลตัวคูณทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้ สามารถทำได้ง่ายและโปร่งใส

เปิดบ้านDPUม.ธุรกิจบัณฑิตย์จัดใหญ่ในธีม LEVEL UP : Game Day ท้า Dek67-68-69 มาออกแบบอนาคตไปด้วยกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767491

เปิดบ้านDPUม.ธุรกิจบัณฑิตย์จัดใหญ่ในธีม LEVEL UP : Game Day ท้า Dek67-68-69 มาออกแบบอนาคตไปด้วยกัน

เปิดบ้านDPUม.ธุรกิจบัณฑิตย์จัดใหญ่ในธีม LEVEL UP : Game Day ท้า Dek67-68-69 มาออกแบบอนาคตไปด้วยกัน

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.45 น.

เปิดบ้านมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ DPU OPEN HOUSE LEVEL UP : Game Day ดินแดนแห่งการเรียนรู้พร้อมเปิดประตูต้อนรับ Dek67-68-69 เข้ามาสัมผัสบรรยากาศจริงของมหาวิทยาลัย สนุกไปกับเกมค้นหาตัวตน DPU Career Quiz และกิจกรรมเด็ดๆ ที่ช่วยแมทช์คาแรคเตอร์กับคณะหรือวิทยาลัยที่ใช่ พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองการเรียนต่อกับรุ่นพี่อินฟลูเอนเซอร์ผู้มีประสบการณ์ตรง เพื่อให้ทุกคนได้เริ่มสะสมสกิลเทพสู่การเป็น MVP ในสายงานแห่งอนาคต พร้อมรับเกียรติบัตรทันที! และยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลสุดพิเศษ Nintendo Switch Lite ห้ามพลาดความสนุกแบบจัดเต็มตลอดทั้งวัน พบกันวันที่ 23-25 พฤศจิกายน 2566 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อจองสิทธิ์เข้าร่วมงาน DPU OPEN HOUSE พิเศษ! มอบตัวภายในงานจ่ายเพียง 2,000 บาท พร้อมรับสิทธิพิเศษทุนการศึกษามูลค่ารวม 38,000 บาท (ฟรี iPad Gen 10) อย่ารอช้ารีบลงทะเบียนแล้วมาไต่ Rank ไปด้วยกัน https://bit.ly/45Q2EgS

จัดเต็ม 11 กิจกรรม ตอบโจทย์ทุกความชอบ สายวิทย์ สายศิลป์ และสายอาชีวะ

●     สายบริหาร สายบัญชี : กิจกรรม CIBA Biz Day สร้างนักธุรกิจพิชิตพันล้าน จากวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA)

●     สายวิศวะ สายเทคฯ สายไอที : กิจกรรม LEGO World เมืองนักประดิษฐ์ จากวิทยาลัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ (CITE)

●     สายความงามและสุขภาพ แพทย์ทางเลือก : กิจกรรม THE Running man ตะลุยดินแดนสายสุขภาพ จากวิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ (CIM)

●     สายธุรกิจการบิน แอร์ สจ๊วต : กิจกรรม Air Transport Game สุดยอดการขนส่งทางอากาศฉบับเด็กการบิน จากวิทยาลัยการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบิน (CADT)

●     สายดิจิทัลอาร์ต สายออกแบบเกม สร้างตัวละคร 3 มิติ : กิจกรรม Pixel Carnival [Unlock Your Imagination] สร้างโลกเหนือจินตนาการ จากวิทยาลัยครีเอทีฟ ดีไซน์ & เอ็นเตอร์เทนเมนต์ เทคโนโลยี (ANT)

●     สายภาพยนตร์ และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ : กิจกรรม DIRECTOR GAME ZONE ทดลองเป็นผู้กำกับพร้อมปลุกความเป็นครีเอเตอร์ในตัวคุณ จากคณะนิเทศศาสตร์

●     สายออกแบบกราฟิก อินทีเรีย และแฟชั่น : กิจกรรม The SIM จำลองการออกแบบห้อง เสื้อผ้า และไลฟ์สไตล์ จากคณะศิลปกรรมศาสตร์

●     สายบริการท่องเที่ยวและโรงแรม : กิจกรรม Hunter Journey ล่า ท้า เที่ยว จากคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม

●     สายกฎหมายยุคใหม่ : กิจกรรม Spy by LawPri นักกฎหมายเทคโนโลยี จากคณะนิติศาสตร์

●     สายบริหารภาครัฐ นักออกแบบนโยบายยุคดิจิทัล : กิจกรรม Create digital government leaders for sustainable society สร้างผู้นำภาครัฐดิจิทัลเพื่อสังคมที่ยั่งยืน จากคณะรัฐประศาสนศาสตร์

●     สายภาษา สายอินเตอร์ : กิจกรรม Where the world comes to learn, grow and connect โลกแห่งการเรียนรู้และเติบโตเพื่อก้าวสู่จุดหมายระดับสากล จากวิทยาลัยนานาชาติ (IC) และคณะศิลปศาสตร์