‘OKMD’จับมือ ม.เกษตรฯ-เพจ’ดวงใจวิจารณ์’จัดงานมอบรางวัล’ดวงใจวิจารณ์’ปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/754708

'OKMD'จับมือ ม.เกษตรฯ-เพจ'ดวงใจวิจารณ์'จัดงานมอบรางวัล'ดวงใจวิจารณ์'ปี 2566

‘OKMD’จับมือ ม.เกษตรฯ-เพจ’ดวงใจวิจารณ์’จัดงานมอบรางวัล’ดวงใจวิจารณ์’ปี 2566

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 18.31 น.

OKMD  จับมือ ม.เกษตรฯ และเพจ “ดวงใจวิจารณ์” พร้อมเครือข่าย จัดงานมอบรางวัล “ดวงใจวิจารณ์” ปี 2566

สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (OKMD) ร่วมกับ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ สมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์  กองทุนศรีบูรพา และ เพจ “ดวงใจวิจารณ์” จัดพิธีปิดกิจกรรม“การพัฒนาประชาชนเพื่อสร้างวัฒนธรรมการวิจารณ์” ภายใต้โครงการพัฒนาทักษะเยาวชนและประชาชนด้านการคิดเชิงออกแบบสร้างสรรค์ และพิธีมอบรางวัล การประกวดบทวิจารณ์วรรณกรรมและสื่อร่วมสมัยดีเด่น “ดวงใจวิจารณ์” ปี 2566 โดยมี นางชมัยภร บางคมบาง ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2557 ผศ.ดร.ธงรบ รื่นบรรเทิง คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายโตมร ศุขปรีชา ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และนวัตกรรมการเรียนรู้ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้  รศ.ดร.สรณัฐ ไตลังคะ อดีตนายกสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ รศ.ดร.นัทธนัย ประสานนาม  รองคณบดีฝ่ายวิจัยและสร้างสรรค์ คณะมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  นายจรูญพร ปรปักษ์ประลัย นักวิจารณ์วรรณกรรมรางวัลหม่อมหลวงบุญเหลือ เทพยสุวรรณ พร้อมด้วยผู้ได้รับรางวัล สื่อมวลชน และผู้สนใจ เข้าร่วมงาน ณ ลานสานฝัน สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

ภายในงานมีการเสวนาประเด็น “หลากคิด หลายรส บทวิจารณ์บานสะพรั่ง” จากคณะกรรมการตัดสินซึ่งประกอบด้วย นางชมัยภร บางคมบาง ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2557 รศ.ดร.สรณัฐ ไตลังคะ อดีตนายกสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายจรูญพร ปรปักษ์ประลัย นักวิจารณ์วรรณกรรมรางวัลหม่อมหลวงบุญเหลือ เทพยสุวรรณ

ภายหลังการเสวนา ผศ.ดร.ธงรบ รื่นบรรเทิง คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และนายโตมร ศุขปรีชา ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และนวัตกรรมการเรียนรู้ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ ร่วมกันมอบรางวัลให้แก่ผู้ได้รับรางวัล ทั้ง 4 ประเภท ได้แก่ บทวิจารณ์วรรณกรรม ระดับมัธยมศึกษา (ชนะเลิศ) นางสาวอัฐกาญจน์ จันทวิบูลย์ ชื่อผลงาน เพราะไร้อ้อมกอด จึงหนาวเหน็บใน “จนกว่าโลกจะโอบกอดเราเอาไว้” (รองชนะเลิศอันดับ 1) นางสาวนิชานาถ แถมเงิน ชื่อผลงาน ความหวังแห่งประชาธิปไตยในรุ่งสาง และ (รองชนะเลิศอันดับ 2) นายกณิศ เรืองขำ ชื่อผลงาน บทวิจารณ์ สัตว์ขนเหลือง : แด่…เหล่าสัตว์ผู้ยึดมั่นในอุปาทาน 4

บทวิจารณ์วรรณกรรม ระดับอุดมศึกษา (ชนะเลิศ) นายวริศ ดาราฉาย ชื่อผลงาน ด้วยพระนามของพระเจ้า เรากำลัง “กัดกิน” สิ่งใดในนามของพระองค์ ว่าด้วย “ศาสนา” และ “ผู้คน” ในรวมบทกวีนิพนธ์ “กัดกินฉันอีกสักคำสิ” ของสันติพล ยวงใย  (รองชนะเลิศอันดับ 1) นางสาวปทิตตา อินทร์แก้ว ชื่อผลงาน ฝังกลบประเทศไทยในสุสานสยาม และ (รองชนะเลิศอันดับ 2) นายอัศวุธ อุปติ ชื่อผลงาน บทบาท เมีย-แม่-เทพเจ้า ของ “ตุ๊กตายางเจ้าแม่” ในศาลตะเคียนใต้ร่มโพธิ์ 

บทวิจารณ์วรรณกรรม ระดับประชาชน (ชนะเลิศ) นางสาวอรวรรณ ฤทธิ์ศรีธร ชื่อผลงาน PULSE FICTION: ผัสสะ ความเป็นมนุษย์ และภาวะแปลกปลอมในสิ่งที่คุ้นชิน (รองชนะเลิศอันดับ 1) นายสุไฮมี สะมะแอ ชื่อผลงาน เดฟั่น กับ ประวัติศาสตร์และความทรงจำที่ถูกเล่าผ่านสัญญะ และ (รองชนะเลิศอันดับ 2) นายมิ่งมนัสชน จังหาร ชื่อผลงาน ขออภัยในความไม่สะดวก: วาทกรรมความล้มเหลว คำเตือนหรือคำขอโทษในความผิดพลาด 

บทวิจารย์สื่อร่วมสมัย (ไม่จำกัดอายุ) (ชนะเลิศ) นายพชร เพียงพล ชื่อผลงาน The White Tiger : เทพนิยาย “นาย” กับ “บ่าว” (รองชนะเลิศอันดับ 1) นางสาวอินจันทน์ สินธนพรตะวัน ชื่อผลงาน พ้นท้องทะเล ทุ่มเทฝันใฝ่ อยู่ในโลกงาม The Little Mermaid (2023) และ (รองชนะเลิศอันดับ 2) นายกิตติศักดิ์ คงคา ชื่อผลงาน แค่เพื่อนครับเพื่อน ข้อเสนอทางออกของทางแยกสังคมไทยในละครลูกกวาด

จากนั้น นางชมัยภร บางคมบาง ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2557 ในฐานะประธานคณะกรรมการตัดสินได้มอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้เข้ารอบสุดท้าย ทั้ง 4 ประเภท ประเภทละ 10 ผลงาน รวม 40 ผลงาน

ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถรับชมบรรยากาศกิจกรรมย้อนหลังได้ที่เพจ “ดวงใจวิจารณ์” https://www.facebook.com/duangjaivijarn/videos/3621448514806940

‘องคมนตรี’รับมอบเงินสมทบโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย จากกระทรวงมหาดไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/754624

'องคมนตรี'รับมอบเงินสมทบโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย จากกระทรวงมหาดไทย

‘องคมนตรี’รับมอบเงินสมทบโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย จากกระทรวงมหาดไทย

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.40 น.

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี รับมอบเงินสมทบโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย จำนวน 85.6 ล้านบาท จากกระทรวงมหาดไทย โดยการบูรณาการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมกับสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย และเมืองพัทยา

วันนี้ (5 ก.ย.66) เวลา 09.45 น.ที่ทำเนียบองคมนตรี เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี พร้อมด้วยนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา องคมนตรี และพลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ร่วมรับมอบเงินสมทบโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย จำนวน 85,650,180.48 บาท จากนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายชยาวุธ จันทร อธิบดีกรมที่ดิน นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมในพิธี

“การมอบเงินสมทบโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทยในครั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมกับสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย และเมืองพัทยา ได้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ดำเนินกิจกรรมระดมเงินปัจจัยเพื่อสมทบทุนโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย จำนวน 85,650,180.48 บาท” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงต้น

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยังได้กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในปี 2565 ที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด นายอำเภอทั้ง 878 อำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนภาคีเครือข่ายในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ได้พร้อมใจกันจัดกิจกรรมทอดผ้าป่าสมทบโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ณ วัดที่แต่ละจังหวัดกำหนด โดยส่วนกลาง กระทรวงมหาดไทยดำเนินการจัดที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2565 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้รับเงินปัจจัยถวายสมทบโครงการทุนเล่าเรียนหลวงรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 106 ล้านบาท เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระผู้พระราชทานกำเนิดโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย

“โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2547 พร้อมพระราชทานทุนปฐมฤกษ์ส่วนพระองค์เป็นทุนแรกเริ่ม เพื่อสนับสนุนพระภิกษุและสามเณรให้ได้มีโอกาสศึกษาพระธรรมวินัย พระปริยัติธรรมให้ลึกซึ้งแตกฉาน มีโอกาสศึกษาพระพุทธศาสนาขั้นสูงจากสถาบันพุทธศาสนาในประเทศ และนำไปเผยแผ่เพื่อเป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจและความคิดในการดำเนินชีวิตของพุทธศาสนิกชน โดยผู้รับทุนจะต้องเป็นพระภิกษุ หรือสามเณรที่มีสัญชาติไทยมีศีลาจารวัตรที่งดงามตามพระธรรมวินัย มีความประพฤติเรียบร้อย มีวิริยะอุตสาหะในการศึกษาเล่าเรียนจนสำเร็จหลักสูตร และมีจิตอาสา โดยต้องผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์ของโครงการฯ และของสถานศึกษาที่ศึกษาอยู่ แบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ 1. ทุนศึกษาบาลีชั้นสูง (แบบต่อเนื่อง) เปรียญธรรม 6 – 9 ประโยค 2. ทุนระดับอุดมศึกษา (แบบต่อเนื่อง) ด้านพุทธศาสตร์ ระดับปริญญาตรี-ปริญญาเอก 3. ทุนหลักสูตรอบรมพระนักเทศน์ 4. ทุนหลักสูตรอบรมพระวิปัสสนาจารย์ และ 5. ทุนหลักสูตรอบรมพระธรรมจาริก” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าว

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ในแต่ละปี โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย จะจัดสรรเงินที่ได้รับสมทบจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเป็นทุนศึกษาบาลีชั้นสูง เปรียญธรรม 6 – 9 ประโยค และทุนระดับอุดมศึกษา ด้านพุทธศาสตร์ ระดับปริญญาตรี-ปริญญาเอก (แบบต่อเนื่อง) รวม 210 ทุน และทุนหลักสูตรอบรมพระนักเทศน์ ทุนหลักสูตรอบรมพระวิปัสสนาจารย์ และทุนหลักสูตรอบรมพระธรรมจาริก ประเภททุนละประมาณ 2,000,000 บาท ต่อปี รวม 6,000,000 บาท ต่อปี เพื่อส่งเสริมและทำนุบำรุงการพระศาสนาให้ดำรงคงอยู่เป็นหลักชัยแก่พุทธศาสนิกชนและประเทศไทย อันเป็นพระราชปณิธานของล้นเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งพวกเราชาวไทยทุกคนสามารถร่วมสมทบในการดำเนินกิจกรรมอันเป็นกุศลนี้ได้ในทุกปี

“สำหรับพี่น้องประชาชนผู้มีจิตศรัทธาและมีความประสงค์ที่จะร่วมสมทบทุนบริจาคเงินในโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย สามารถร่วมสมทบผ่านธนาณัติ ตั๋วแลกเงินธนาคาร เช็คขีดคร่อม ตามที่อยู่ โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ทำเนียบองคมนตรี ถนนสราญรมย์ เขตพระนคร กทม. 10200 หรือ โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย” ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด มหาชน สาขาพระบรมมหาราชวัง หมายเลขบัญชี 061-2-06592-5 โดยสามารถส่งหลักฐานการโอนเงิน ทางโทรสารหมายเลข 0-2220-7403 หรือทาง Facebook Fanpage โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย E-mail: kstm.official@gmail.com และทางไลน์ไอดี kstm565 โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2220-7400 ต่อ 4121, 4217, 4345 และ 4358” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย

– 006

ชวนร่วมทอดผ้าป่าสามัคคีหางบถมที่ดินหนีน้ำ-บูรณะวัดน้ำเต้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/754563

ชวนร่วมทอดผ้าป่าสามัคคีหางบถมที่ดินหนีน้ำ-บูรณะวัดน้ำเต้า

ชวนร่วมทอดผ้าป่าสามัคคีหางบถมที่ดินหนีน้ำ-บูรณะวัดน้ำเต้า

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 11.23 น.

ชวนร่วมทอดผ้าป่าสามัคคีหางบถมที่ดินหนีน้ำ-บูรณะวัดน้ำเต้า

งานทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อหางบประมาณถมที่ดินหนีน้ำและบูรณะวัดน้ำเต้า ตำบลน้ำเต้า อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วัตถุประสงค์เพื่อหางบประมาณใช้ถมปรับพื้นที่ดินบริเวณวัดน้ำเต้า เนื่องจากประสบบัญหาอุทกภัย เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก น้ำท่วมสูง จะมีประชาชนในบริเวณใกล้เคียงเดือดร้อนจากน้ำท้วมเป็นจำนวนมาก วัดเองก็ต้องเป็นที่พึ่งให้กับญาติโยมประชาชนโดยรอบเช่นกัน จึงจำเป็นต้องถมดินปรับระดับพื้นที่บริเวณวัดจำนวนประมาณ ๓ ไร่ ที่น้ำท่วมให้สูงกว่าระดับน้ำ ถ้ามีงบประมาณเหลือก็จะสร้างศาลาเอนกประสงค์เพื่อรองรับช่วยเหลือญาติโยมประชาชน และถ้ามีเงินเหลือพอก็จะเอาไปบูรณะวัดในส่วนที่ถูกน้ำท่วมและเสื่อมโทรมอยู่นะขนาดนี้ต่อไป

พระสมุห์พิพัฒน์ธนากรณ์ โภชฌงค์ (เจ้าอาวาสวัดน้ำเต้า ประธานฝ่ายสงฆ์) , พลตำรวจเอก ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ประธานฝ่ายฆราวาส

เพจ วัดน้ำเต้า อำเภอบางบาล https://www.facebook.com/profile.php?id=100089699574162

ร่วมบุญตามจิตศรัทรา ธ.ไทยพาณิชย์ บัญชี วัดน้ำเต้า เลขบัญชี  770-281446-4

หมายเหตุ : นโยบายของโครงการ ผ้าป่าสามัคคีนี้ เราจะไม่มีการรับเงินสดใดๆโดยเด็ดขาดทั้งสิ้น การทำบุญใหญ่ครั้งนี้

เราจะเป็นการให้โอนเงินเข้าบัญชี “วัดน้ำเต้า” แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ถ้ามีใครเรียกเก็บเงินสดใส่ซองนั่นคือ “มิจฉาชีพ” นะครับพี่น้องชาวไทย

‘สอวช.’โชว์ความสำเร็จ‘แพลตฟอร์ม STEMPlus’ มีผู้ผ่านการอบรมทะลุ 50,000 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/754541

‘สอวช.’โชว์ความสำเร็จ‘แพลตฟอร์ม STEMPlus’ มีผู้ผ่านการอบรมทะลุ 50,000 ราย

‘สอวช.’โชว์ความสำเร็จ‘แพลตฟอร์ม STEMPlus’ มีผู้ผ่านการอบรมทะลุ 50,000 ราย

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 09.52 น.

‘สอวช.’โชว์ความสำเร็จ‘แพลตฟอร์ม STEMPlus’ มีผู้ผ่านการอบรม‘หลักสูตรพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง’ทะลุ 50,000 ราย ตั้งเป้า 100,000 ราย ในปี 2567 พร้อมเดินหน้าสร้างคนรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2566 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และกรมสรรพากร จัดงาน “STEMPlus พัฒนาคน เสริมทัพอุตสาหกรรมไทย” ณ มิตรทาวน์ ฮอลล์ 1 ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพ

ทั้งนี้ ภายในงานได้จัดให้มีการเสวนาเรื่อง “การพัฒนากำลังคนเพื่อสร้างความสามารถการแข่งขันด้วยวิทยาการขั้นสูง” โดย ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า สำนักงานปลัดกระทรวง อว. และ สอวช. ได้ร่วมกันขับเคลื่อนการจัดทำหลักสูตรการจัดการศึกษาที่แตกต่างไปจากมาตรฐานการอุดมศึกษา (Higher Education Sandbox) หรือหลักสูตรแซนบ็อกซ์ เพื่อผลิตกำลังคนสมรรถนะสูง ดึงการลงทุนเข้ามาจากต่างประเทศ กว่า 1 ปีที่ผ่านมา ล่าสุดเรามีหลักสูตรที่ผ่านการอนุมัติแล้ว 11 หลักสูตร เพื่อให้สามารถผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงตอบโจทย์ความต้องการของประเทศได้อย่างเร่งด่วน

ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์โลกเปลี่ยนไป ทุกประเทศต้องปรับตัว ประเทศไทยเองก็เช่นกัน มีการปรับตัวในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะในภาคการศึกษา ซึ่งเป็นต้นทางของสร้างคนตอบโจทย์ตลาดแรงงานและความต้องการของประเทศรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น อุตสาหกรรม EV อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เทคโนโลยีชีวภาพการแพทย์ เกษตรอัจฉริยะ อาหารมูลค่าสูง เทคโนโลยีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ฯลฯ ดังนั้นจึงต้องมีแพลตฟอร์มใหม่ ๆ เพื่อช่วยให้นักศึกษาหรือคนทำงานมีโอกาสและความเท่าเทียมกันในการพัฒนาศักยภาพทางอาชีพอย่างทั่วถึง ขณะเดียวกันผู้ประกอบการเองก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี จากการส่งบุคลากรเข้ารับการฝึกอบรม

ดร.กิติพงค์  กล่าวว่า สอวช. ได้จัดทำแพลตฟอร์มพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง ส่งเสริมการปรับทักษะ ยกระดับทักษะ (Reskill Upskill) และจับคู่กำลังคนสู่การทำงานและประกอบอาชีพ คือ STEMPlus (www.stemplus.or.th) ที่มีบริการให้ผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการและจ้างงานในตำแหน่งที่สอดคล้องกับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใช้ทักษะสูงด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ (สะเต็ม) ที่ได้จ้างพนักงานใหม่ สามารถนำค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินเดือนพนักงานไปขอยกเว้นภาษีเงินได้จากกรมสรรพากรได้ 150% นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่ส่งลูกจ้างเข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรที่ได้รับการรับรองตามมาตรการ Thailand Plus Package ยังได้รับสิทธิประโยชน์ในการนำค่าใช้จ่ายในการอบรมไปหักภาษีได้ 250%

“แพลตฟอร์มพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงดังกล่าวนั้น สอวช. ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประเภทบริการตอบโจทย์ตรงใจ ประจำปี 2566 จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) โดย สอวช.จะเข้ารับรางวัลในวันที่  7 กันยายน นับเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราอย่างยิ่ง” ผอ.สอวช. กล่าว

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า ทิศทางการลงทุนในประเทศไทยในอีก 4 – 5 ปีข้างหน้า จะมีการลงทุนในอุตสาหกรรมแนวใหม่มากขึ้น และจะมีคลื่นการลงทุนลูกใหญ่เข้ามาในประเทศไทยเนื่องจากในภูมิภาคอาเซียนประเทศไทยมีความโดดเด่นที่สุด ส่งผลให้การลงทุนเติบโตอย่างรวดเร็ว ตัวเลขครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นถึง 70% มูลค่าเงินลงทุนมากกว่า 360,000 ล้านบาท นอกจากนี้ทิศทางการลงทุนด้านอิเล็กทรอนิกส์ มีโครงการที่ย้ายฐานเข้ามาในประเทศไทย 100 กว่าโครงการ มีเงินลงทุน 16,000 ล้านบาท มากกว่าในช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อนถึง 7 เท่า  

นางสาวเสาวคนธ์ มีแสง ผู้อำนวยการกองวิชาการแผนภาษี กรมสรรพากร กล่าวว่า การพัฒนาประเทศโจทย์ที่ใหญ่ที่สุดคือเรื่องคน กรมสรรพากร ได้ออกมาตรการทางภาษีเพื่อเป็นทางลัดไปสู่เป้าหมายพัฒนากำลังคนตอบโจทย์อุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างเร่งด่วน รวมถึงออกมาตรการ LTR Visa ดึงดูดกำลังคนสมรรถนะสูงจากต่างประเทศเข้ามาในไทย โดยอำนวยความสะดวกในการออกวีซ่าและเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตรา 17%

ด้าน ผศ.ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ รองผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวเพิ่มเติมว่า บริการใน STEMPlus ตอบโจทย์ 3 กลุ่ม สำคัญ ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ผู้ประกอบการ สามารถนำค่าใช้จ่ายในการจ้างงานบุคลากร STEM ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ผ่านการรับรองไปขอลดหย่อนภาษีได้ 150% ซึ่งปัจจุบันมีการขอรับรองการจ้างงานแล้ว 4,446 ตำแหน่งงาน จาก 105 บริษัท อีกทั้งส่งบุคลากรเข้ารับฝึกอบรมในหลักสูตรที่ผ่านการรับรองจาก อว. สามารถขอลดหย่อนภาษีได้ 250% ซึ่ง STEMPlus ได้รวบรวมรายชื่อหลักสูตร จำนวน 691 หลักสูตร จาก 70 หน่วยฝึกอบรม ซึ่งมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมแล้ว 55,130 คน โดยมีเป้าหมายจะพัฒนาคนให้ได้ 100,000 คน ภายในปี 2567 กลุ่มที่ 2 นักศึกษาและบุคคลทั่วไป จะได้รับประโยชน์จากการเพิ่มโอกาสการได้ทำงานที่ต้องการและพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ที่จำเป็น โดยปัจจุบันมีนวัตกรรมการศึกษาในรูปแบบ Higher Education Sandbox เกิดขึ้นจำนวน 11 โครงการ ซึ่งจะสามารถผลิตกำลังคนที่สอดคล้องตามความต้องการได้อย่างน้อย 20,000 คนภายในปี 2575 และกลุ่มที่ 3 หน่วยฝึกอบรม ได้รับการส่งเสริมให้พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมที่ตอบโจทย์ตามความต้องการในหลากหลายสถานการณ์

“ปัจจุบัน กลไกการรับรองหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรด้าน STEM ล่าสุดได้มีพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 777 และ ฉบับที่ 778) พ.ศ. 2566 ให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการจ้างงานบุคลากรด้าน STEM และการพัฒนาบุคลากรในองค์กร ต่อไปอีก 3 ปี คือ พ.ศ. 2566 – 2568  คาดว่า แพลตฟอร์ม STEMPlus จะเป็นกลไกพัฒนากำลังคนรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเป้าหมายในระยะต่อไป โดยเฉพาะการพัฒนาหลักสูตรระยะสั้น (non-degree) ให้ครอบคลุมในทักษะซึ่งเป็นที่ต้องการ และบริการที่ตอบสนองนักลงทุนในทุกมิติ ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยไปอีกขั้นด้วยวิทยาการขั้นสูง” รองผู้อำนวยการ สอวช. กล่าว

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการจากหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้องกว่า 20 หน่วยงาน เพื่อสร้างการรับรู้ถึงสิทธิประโยชน์ และกลไกสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพกำลังคนในภาคอุตสาหกรรมไทยจากภาครัฐ และเพื่อส่งเสริมให้เกิดการยกระดับความสามารถของภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ ให้เกิดความร่วมมือด้านการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงระหว่างผู้ประกอบการและสถาบันอุดมศึกษาแบบยั่งยืน และยังให้บริการ STEMPlus คลินิก ให้คำปรึกษาด้านการพัฒนากำลังคน และแนะแนวทางเข้าถึงสิทธิประโยชน์ อาทิ มาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริมการจ้างบุคลากรที่มีทักษะสูงและการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะสูง (Thailand Plus Package) ชี้เป้าให้เห็นถึงหลักสูตรที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานในอนาคต ตลอดจนสิทธิประโยชน์ของผู้ประกอบการ นักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่จะได้รับอีกด้วย ส่วนผู้ที่พลาดงานนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.stempluls.or.th

หอการค้าญี่ปุ่นมอบรางวัลนักศึกษา ชนะประกวดแผนการทำธุรกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/754429

หอการค้าญี่ปุ่นมอบรางวัลนักศึกษา  ชนะประกวดแผนการทำธุรกิจ

หอการค้าญี่ปุ่นมอบรางวัลนักศึกษา ชนะประกวดแผนการทำธุรกิจ

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (JCC) ร่วมกับสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) โดยนาย โคโซ โท รองประธานหอการค้าญี่ปุ่นฯ-กรุงเทพฯ และประธานส่วนการศึกษา คณะกรรมการฝ่ายความช่วยเหลือสังคม หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ
และนางสาวปรัชญวรรณ วนานันท์ นักวิชาการศึกษาเชี่ยวชาญ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านระบบบริหารจัดการศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ และคณะผู้บริหาร ร่วมงานมอบรางวัลและมอบประกาศนียบัตรการแข่งขันการนำเสนอผลงานเกี่ยวกับนวัตกรรมในการทำธุรกิจ ในหัวข้อ “Green Technology for Better Life in Bangkok” ของนักศึกษาที่เข้ารับการอบรมในหลักสูตร “The Comprehensive Course in Japanese Business Innovation” ที่หอการค้าญี่ปุ่นฯ

โดยปีนี้ทีมที่ชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Salmon จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำเสนอผลงานชื่อ Oillit ซึ่งเป็นเครื่องล้างจานที่มีตัวกรองแยกน้ำมันกับน้ำเพื่อช่วยแก้ปัญหาไขมันที่อุดตันในท่อระบายน้ำและยังนำน้ำมันที่กรองไปใช้ประโยชน์ต่อได้,รองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ทีม M.E. See You จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผลงานที่มีชื่อว่า Masko ซึ่งเป็นแมสก์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีนวัตกรรมที่ช่วยในกรองและถ่ายเทอากาศ เพื่อให้ผู้ใส่รู้สึกสบายและไม่อึดอัดเวลาสวมใส่ รวมทั้งมีน้ำหนักเบา มีลวดลายที่สวยงาม ราคาถูกกว่าแมสก์แบบอื่นที่มีขายในตลาดเพราะสามารถเปลี่ยนที่กรองได้ และรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีม Chillrent จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี นำเสนอผลงานระบบการเช่ายืมพัดลมแบบพกพา ซึ่งสะดวกต่อผู้ที่ชอบออกกำลังกายและนักท่องเที่ยวในช่วงอากาศร้อนหรือมีแดดแรง มาพร้อมกับเครื่อง Chilldistributor ที่ติดตั้งระบบเช่ายืมและคืน ทั้งยังมีกระบวนการทำความสะอาดอัตโนมัติทุกครั้งที่มีการคืนหลังจากการเช่าอีกด้วย

หลักสูตรดังกล่าว เป็นหลักสูตรเกี่ยวกับนวัตกรรมการทำธุรกิจของบริษัทญี่ปุ่น ลักษณะเฉพาะของวัฒนธรรมองค์กรในบริษัทญี่ปุ่นสำหรับคนรุ่นใหม่ เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาที่ได้เรียนรู้และนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในการแข่งขันนำเสนอผลงานเพื่อสร้างนวัตกรรมขึ้นใหม่ที่สามารถใช้งานได้จริงรวมถึงการต่อยอดหรือขยายผลของผลงานดังกล่าวเพื่อก่อให้เกิดโอกาสในเชิงธุรกิจในอนาคต

SPU ร่วมงาน EdTeX2023 ครั้งที่ 5

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/754427

SPU ร่วมงาน EdTeX2023 ครั้งที่ 5

SPU ร่วมงาน EdTeX2023 ครั้งที่ 5

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิรัช เลิศไพฑูรย์พันธ์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) เข้าร่วมพิธีเปิดงานและเยี่ยมชม
การออกบูธแสดงผลงานของ SPU ในงานแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการศึกษาที่รวบรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษาภายใต้แนวคิด “Active Learning Thailand Education Technology Expo 2023 (EdTeX2023 ครั้งที่ 5)” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์กรุงเทพมหานคร เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

สพป.พิษณุโลก เขต 2 จัดอบรม พัฒนาศักยภาพครูนาฏศิลป์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/754430

สพป.พิษณุโลก เขต 2 จัดอบรม  พัฒนาศักยภาพครูนาฏศิลป์

สพป.พิษณุโลก เขต 2 จัดอบรม พัฒนาศักยภาพครูนาฏศิลป์

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 (ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 ) กล่าวว่า หลักสูตรการอบรมครูนาฏศิลป์ใน ครั้งนี้ ประกอบด้วย นาฏยศัพท์ รำวงมาตรฐาน มังคละ การแปรแถว เทคนิคการสอนนาฏศิลป์ โดยมีครูผู้สอนนาฏศิลป์ และผู้สนใจเข้ารับการอบรม จำนวน 60 คน เมื่อวันก่อน ณ สพป.พิษณุโลก เขต 2

“รำวงมังคละ เป็นเอกลักษณ์ของพิษณุโลกที่ใช้แสดงในงานมงคลต่างๆ การอนุรักษ์ ฟื้นฟู มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งความหลากหลายของศิลปวัฒนธรรมไทย มีความสำคัญ เพราะเป็นวิถีชีวิตของคนไทยและแสดงออกถึงความเป็นชาติครูผู้ผ่านการอบรมจะสามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปพัฒนาคุณภาพด้านการเรียนการสอน ถ่ายทอดศิษย์ ให้มีความรู้ ความสามารถ กล้าแสดงออก รักษาสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรม เผยแพร่และแสดงออกทางด้านนาฏศิลป์ สู่สายตาพ่อแม่ ผู้ปกครอง ชุมชน อย่างสร้างสรรค์ต่อไป” ดร.ผกาภรณ์กล่าว

ม.สวนดุสิต ร่วมภาครัฐและเอกชน ผลักดันหัวหินเป็น World Class Wellness

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/754426

ม.สวนดุสิต ร่วมภาครัฐและเอกชน  ผลักดันหัวหินเป็น World Class Wellness

ม.สวนดุสิต ร่วมภาครัฐและเอกชน ผลักดันหัวหินเป็น World Class Wellness

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ลงนามความร่วมมือการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาเมืองหัวหินสู่การเป็น“World Class Wellness Destination” ระหว่าง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษาหัวหิน และ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ ทรู อารีน่า หัวหิน ณ ทรู อารีน่า หัวหิน สปอร์ตคลับประจวบคีรีขันธ์ เมื่อเร็วๆ นี้

การจัดพิธีลงนามในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิตศูนย์หัวหิน ตั้งอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถือเป็นพื้นที่ของการท่องเที่ยว ที่สอดคล้องแผนยุทธศาสตร์ชาติที่มุ่งเน้นให้ประเทศไทยเป็นศูนย์รวมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก และมีความพร้อมทางด้านบุคลากร และองค์ความรู้ โดยมีแผนในการวิจัยพัฒนาเชิงพื้นที่ เรื่องการยกระดับเมืองหัวหินสู่การเป็น World Class Wellness Destination ครอบคลุมถึงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ระบบโลจิสติกส์ท่องเที่ยว การพัฒนาบุคลากร และการตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จึงร่วมมือกับภาครัฐ และ ทรู อารีน่า หัวหิน ภายใต้แนวคิด SDU “Fit to Fly” เพื่อให้นักศึกษาได้ใช้พื้นที่ทรู อารีน่า เป็นสถานที่ออกกำลังกาย พัฒนาบุคลิกภาพทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ พร้อมเข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรมการบิน การท่องเที่ยวและการบริการ ภารกิจดังกล่าว

นักเรียน รร.สรรพวิทยาคม สพม.ตาก ชนะโครงการต้านทุจริตของ ป.ป.ช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/754431

นักเรียน รร.สรรพวิทยาคม สพม.ตาก  ชนะโครงการต้านทุจริตของ ป.ป.ช.

นักเรียน รร.สรรพวิทยาคม สพม.ตาก ชนะโครงการต้านทุจริตของ ป.ป.ช.

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักเรียนโรงเรียนสรรพวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ระดับประเทศ การประกวดแผนงาน โครงงาน และกิจกรรม “เลิกลอก ร่วมเรียนรู้สู่สังคมคิดฐานสอง” ในการประกวดโครงการเยาวชนไทย “ไม่ลอกการบ้าน ไม่ลอกข้อสอบ” จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ทีมนักเรียนที่ได้รับรางวัล ประกอบด้วย 1.นางสาวณัฐธิดา วิเศษโวหาร 2.นางสาวกัญธิกา จินะสา 3.นายณัฐพัฒน์ ขัติวงษ์ 4.นางสาวนิตยา นาคศิริกุลชัย 5.นายเกื้อตระกูล เศวตมาลานนท์ 6.นางสาวพิมพ์วิภา ทิน้อย 7.นายราชพฤกษ์ อินต๊ะแก้ว 8.นางสาวปวีณา มีสุขรุ่งโรจน์ 9.นางสาวปรานปริยา แจ้งจิต 10.นายวิทวัส หมื่นคำวัง 11.นายสุรปวีณ์ หล่อปรีชากุล โดยมีครูที่ปรึกษาได้แก่ นายธาราวุฒิ สุวรรณใจ นางสาวณัฐวดี ทาหลี และนายอนุพงษ์ สิงห์ธนะ

รร.บ้านตาก ‘ประชาวิทยาคาร’ คว้าเหรียญ แฮนด์บอลในร่ม ‘กาญจนบุรีเกมส์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/754428

รร.บ้านตาก ‘ประชาวิทยาคาร’ คว้าเหรียญ  แฮนด์บอลในร่ม ‘กาญจนบุรีเกมส์’

รร.บ้านตาก ‘ประชาวิทยาคาร’ คว้าเหรียญ แฮนด์บอลในร่ม ‘กาญจนบุรีเกมส์’

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทีมกีฬาแฮนด์บอลในร่มโรงเรียนบ้านตาก “ประชาวิทยาคาร” สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก เข้าพบ ส.ต.ต.ดร.นปดล นพเคราะห์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก (ผอ.สพม.ตาก) ในโอกาสได้รับรางวัลเหรีญทองแดง ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 48 “กาญจนบุรีเกมส์”ซึ่งเป็นการแข่งขันกีฬาแห่งชาติในครั้งแรก

ในโอกาสนี้ ผอ.สพม.ตาก ได้กล่าวชื่นชม และให้กำลังใจ ทีมนักกีฬาและครูผู้ฝึกซ้อม ซึ่งทางโรง