ตรวจสอบสิทธิ รับเงินเยียวยานักเรียน 2,000 บาท รร.รัฐ-เอกชน เช็กครบทุกขั้นตอนที่นี่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/478760

ตรวจสอบสิทธิ รับเงินเยียวยานักเรียน 2,000 บาท รร.รัฐ-เอกชน เช็กครบทุกขั้นตอนที่นี่

14 สิงหาคม 2564 – 08:25 น.

ผู้ปกครองนักเรียนทั้ง โรงเรียนของรัฐและเอกชน สามารถ”ตรวจสอบสิทธิ” รับ”เงินเยียวยา” นักเรียนรายละ 2,000 บาท เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้แล้ว

ความคืบหน้าหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ปกครองและนักเรียนด้านค่าใช้จ่ายทางด้านการศึกษา จำนวน 2,000 บาทต่อนักเรียน 1 คน ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล จนถึง ม.6

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ระดับอาชีวศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในกรอบวงเงิน 23,000 ล้านบาท เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาให้แก่ผู้ปกครอง ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้มีการเปิดตรวจสอบสิทธิตามโครงการดังกล่าวแล้ว

สำหรับ ขั้นตอนการตรวจสอบ ผ่านทางเว็บไซต์ https://student.edudev.in.th/

เมื่อเข้าสู่เว็บไซต์แล้วให้กรอกข้อมูล ดังนี้

– กรอกเลขประจำตัวนักเรียน

– กรอกรหัสให้ตรงตามรูปที่กำหนด

– จากนั้นกดปุ่มค้นหาเพื่อตรวจสอบข้อมูล

ข้อมูลการมีตัวตน ณ วันที่ 25 มิ.ย. 2564 จากระบบนักเรียนรายบุคคล (Data Management Center: DMC) ศูนย์พัฒนาระบบข้อมูลทางการศึกษา สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ.

ขณะที่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สามารถตรวจสอบได้โดยใช้รหัส G-Code ที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด สามารถขอทราบรหัส G-Code ได้ที่โรงเรียนที่นักเรียนศึกษาอยู่ สามารถตรวจสอบข้อมูลได้แล้ว บน ‘Application สช. On Mobile’ สามารถดาวน์โหลด ‘Application สช. On mobile’ ในระบบแอนดรอยด์ และระบบ iOS ดังนี้

– ระบบแอนดรอยด์

https://play.google.com/store/apps/details…

– ระบบ iOS

https://apps.apple.com/…/%E0%B8%AA%E0…/id1540552791…

ทั้งนี้ วิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือนี้ จะจ่ายผ่านสถานศึกษา และให้สถานศึกษาจ่ายตรงให้แก่นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ปกครอง ในรูปแบบของเงินสด หรือนำเข้าบัญชีธนาคาร ประมาณ 11 ล้านคน วงเงินราว 21,600 ล้านบาท

คำแนะนำสำหรับการตรวจสอบข้อมูล
1. ข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อมูลที่สถานศึกษารายงานและยืนยันรายชื่อนักเรียนที่มีตัวตนอยู่จริง ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2564 ในระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคล (Data Management Center: DMC)

2. หากนักเรียนมีการย้ายสถานศึกษาหลังวันที่ 25 มิถุนายน 2564 ให้ใช้ เลขประจำตัวประชาชน และ รหัสประจำตัวนักเรียน ของสถานศึกษาเดิม (สังกัด สพฐ. เท่านั้น) ในการตรวจสอบสิทธิ์

3. กรณีนักเรียนที่ตรวจสอบสิทธิ์และพบว่ามีสิทธิ์ และได้ย้ายสถานศึกษาแล้ว ท่านจะได้สิทธิ์ไปที่สถานศึกษาใหม่โดยสถานศึกษาจะรวบรวมและบริหารจัดการให้อีกครั้ง

เช็กสิทธิ์เงินเยียวยานักเรียน 2,000 บาท รร.รัฐบาล เอกชน ครบทุกขั้นตอนที่นี่

ตัวอย่างการตรวจสอบสิทธิ

4. กรณีที่นักเรียนอายุน้อยกว่า 3 ปี และมากกว่า 20 ปี หลังวันที่ 15 พฤษภาคม 2564 จะยังไม่ได้แสดงชื่อในรอบนี้ให้รอติดตามแนวทางจาก สพฐ. ต่อไป

5. กรณีพบชื่อ – นามสกุลไม่ถูกต้อง (ขาดเกิน ผิด) ให้แจ้งให้สถานศึกษาที่กำลังศึกษาทราบและเตรียมแก้ไขในการรายงานข้อมูล DMC ต่อไป และท่านก็จะยังได้รับสิทธิ์เมื่อสามารถแสดงตัวตนต่อสถานศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ได้

ทั้งนี้พ่อแม่ ผู้ปกครอง และนักเรียนสามารถตรวจสอบสิทธิ รับเงินเยียวยา 2,000 บาท ผ่านลิ้งนี้ได้ทันที

https://student.edudev.in.th/?fbclid=IwAR2NIjanEMWNgrna69xdk77LpZbxJSS1sUKUgq7nz9jW_kPnt2fFk-D7uhE

ไม่ขอนิ่งเฉย “ดร.แพรว” ปรับพื้นที่มหาวิทยาลัยรองรับผู้ป่วยโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/478725

ไม่ขอนิ่งเฉย “ดร.แพรว” ปรับพื้นที่มหาวิทยาลัยรองรับผู้ป่วยโควิด-19

13 สิงหาคม 2564 – 21:40 น.

โควิด-19 ระลอกที่4 “ธุรกิจบัณฑิตย์” ไม่นิ่งเฉย “ดร.แพรว” เคลียร์พื้นที่มหาวิทยาลัย เปลี่ยนอาคารหอพักนักศึกษาและอาคารศูนย์กีฬา เป็นหอผู้ป่วยเฉพาะกิจรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ขั้นสีเขียว พร้อมเปิดห้องครัว

“ดร.แพรว -ดาริกา ลัทธพิพัฒน์” อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์(มธบ.) และประธานกรรมการบริหารโรงเรียนนานาชาติ เวลลิงตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 4 ถือเป็นวิกฤตหนักสุดของประเทศ ไทย ที่มียอดผู้ติดเชื้อไม่ต่ำกว่าวันละหมื่นคน ส่งผลกระทบต่อธุรกิจต่าง ๆ ของประเทศไทย รวมถึงจิตใจของประชาชนคนไทย และผู้ป่วยที่รอรับการรักษา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

เปิดวาร์ป “แพร พิมพ์อารยา” ดาวเด่นน้องใหม่คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ

ด่วน ขั้นตอนจ่ายเงิน”เยียวยานักเรียน 2,000 บาท”และช่วงวันโอนเงินเช็กที่นี่

“ลดค่าเล่าเรียน” 2,000 บาท รอสำนักงบฯจัดสรร “รมว.ศธ.”คาดได้31ส.ค.นี้

ไม่ขอนิ่งเฉย "ดร.แพรว" ปรับพื้นที่มหาวิทยาลัยรองรับผู้ป่วยโควิด-19

โดยทางมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้เดินหน้าสนับสนุนด้วยการช่วยเหลือภาครัฐบาลและกลุ่มภาคเอกชนอย่างเต็มที่ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเต็มรูปแบบ ทั้งการเปิดพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเป็น ศูนย์ฉีดวัคซีน ตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน 2564 เป็นต้นมา

ล่าสุด ทางมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้จัดทำพื้นที่รองรับผู้ป่วยโควิด-19 ขั้นสีเขียว เพื่อเข้ารับการรักษา จำนวนกว่า 500 เตียง

โดยแบ่งออกเป็น 2รูปแบบ คือ

1.Hospitel – ได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลปิยะเวทในเครือโรงพยาบาลบางประกอกใช้พื้นที่อาคารหอพักนักศึกษา จัดทำเป็น Hospitel หรือ หอผู้ป่วยเฉพาะกิจ แบ่งออกเป็น ห้องเตียงเดี่ยวและห้องเตียงคู่ (สำหรับกรณีเป็นผู้ป่วยแบบครอบครัว)พร้อมทั้งจัดเตรียมบุคลากรที่ผ่านการอบรมเข้าเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ

ไม่ขอนิ่งเฉย "ดร.แพรว" ปรับพื้นที่มหาวิทยาลัยรองรับผู้ป่วยโควิด-19

2.Community Isolation – ได้ร่วมมือกับสำนักงานเขตหลักสี่และกรุงเทพมหานคร ใช้พื้นที่อาคารศูนย์กีฬา จัดทำเป็น Community Isolation หรือศูนย์พักคอย

ไม่ขอนิ่งเฉย "ดร.แพรว" ปรับพื้นที่มหาวิทยาลัยรองรับผู้ป่วยโควิด-19
ไม่ขอนิ่งเฉย "ดร.แพรว" ปรับพื้นที่มหาวิทยาลัยรองรับผู้ป่วยโควิด-19

นอกจากนี้ ยังได้จัดเตรียมห้องปฏิบัติการครัว (Chef Lab) ที่ใช้สำหรับสอนนักศึกษาสาขาวิชาการประกอบอาหารเพื่อสุขภาพ วิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ เพื่อเป็นห้องครัวผลิตอาหารให้แก่บุคคลกรทางการแพทย์ และผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาโดยจะทยอยเปิดให้บริการช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2564 เป็นต้นไป

ตอกย้ำแชมป์ 3 ปีต่อเนื่อง “มทร.อีสาน” ชูศักยภาพ 24 นักวิจัยผงาดเวทีโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/478709

ตอกย้ำแชมป์3ปีต่อเนื่อง “มทร.อีสาน” ชูศักยภาพ 24 นักวิจัยผงาดเวทีโลก

13 สิงหาคม 2564 – 21:35 น.

เปิดรายชื่อคณาจารย์ มทร.อีสานจำนวน 24 ท่าน ที่ได้รับการจัดอันดับนักวิจัยในระดับประเทศ และระดับโลก เผยติดอันดับ AD Scientific Index 2021: World Scientist and University Rankings 2021

รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน(มทร.อีสาน) เปิดเผยว่า มทร.อีสาน ภายใต้การขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยโดย ศาสตราจารย์ พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภา มทร.อีสาน ที่ได้วางแนวทางด้านยุทธศาสตร์การดำเนินงาน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ด่วน ขั้นตอนจ่ายเงิน”เยียวยานักเรียน 2,000 บาท”และช่วงวันโอนเงินเช็กที่นี่

“เรียนออนไลน์” แพะรับบาปวงการศึกษาไทย ยุคโควิด-19

เปิดวาร์ป “แพร พิมพ์อารยา” ดาวเด่นน้องใหม่คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ

การจัดการเรียนการสอน การวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคปัจจุบัน เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมายของโลกDigital Economyซึ่งเป็นรากฐานอนาคตของประเทศไทย

ซึ่ง มทร.อีสาน ได้มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพบุคลากรทุกมิติ จนทำให้วันนี้ มทร.อีสาน มีผลการจัดอันดับในฐานข้อมูลต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นScimago Webometricsที่ มทร.อีสาน กลายเป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพทางวิชาการอันดับที่1ในกลุ่มราชมงคล3สมัยซ้อน

ในส่วนของผลการจัดอันดับนักวิจัยที่มีศักยภาพ ระดับมหาวิทยาลัย ระดับประเทศ และระดับโลก จากฐานข้อมูลAD Scientific Index 2021: World Scientist and University Rankings 2021 พบว่ามีคณาจารย์ มทร.อีสานจำนวน 24 ท่าน ที่ได้รับการจัดอันดับนักวิจัยในระดับประเทศ และระดับโลก

ตอกย้ำแชมป์3ปีต่อเนื่อง "มทร.อีสาน" ชูศักยภาพ 24 นักวิจัยผงาดเวทีโลก

“ผมขอเป็นตัวแทนแสดงความยินดีและขอชื่นชมอาจารย์ทั้ง24ท่านและขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์ มทร.อีสาน ทุกท่านผลิตผลงานวิจัยที่มีคุณภาพมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ โดยผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัย 

นับเป็นวิธีการหนึ่งที่มหาวิทยาลัยใช้ในการเปรียบเทียบตัวชี้วัดคุณภาพ (KPI)ของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยให้นักศึกษา ผู้ปกครองใช้ประกอบการพิจารณาตัดสินใจเลือกที่จะมาเรียนกับ มทร.อีสาน และRankingที่เราเข้าเกณฑ์ล้วนแล้วแต่มีคุณภาพและเชื่อถือได้” รศ.ดร.โฆษิต กล่าว

ตอกย้ำแชมป์3ปีต่อเนื่อง "มทร.อีสาน" ชูศักยภาพ 24 นักวิจัยผงาดเวทีโลก

รศ.ดร.โฆษิต กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามเมื่อผลการจัดอันดับออกมาแล้วนั้น สิ่งที่สำคัญคือเราย่อมยินดีและชื่นชมกับทุกคนทั้งผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากรและนักศึกษาทุกท่าน ที่เรามองเห็นเป้าหมายและจับมือกันเดินไปในทิศทางเดียวกัน อันดับต่างๆ ที่เราได้มานั้น

ตอกย้ำแชมป์3ปีต่อเนื่อง "มทร.อีสาน" ชูศักยภาพ 24 นักวิจัยผงาดเวทีโลก

“เราจะนำมาวิเคราะห์ในส่วนที่มหาวิทยาลัยควรจะหนุนเสริม เพื่อให้มีจำนวนบุคลากรเพิ่มในRankมากขึ้นเรื่อยๆ หรือการปรากฏบนRankอื่นๆ ที่มีความน่าเชื่อถือ ตรวจสอบได้และเป็นที่ยอมรับในระดับโลกต่อไปครับ”รศ.ดร.โฆษิต กล่าวตอนท้าย

“ครูโอ๊ะ” ชู กศน. ต้องทำเพื่อประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/478544

“ครูโอ๊ะ” ชู กศน. ต้องทำเพื่อประชาชน

12 สิงหาคม 2564 – 20:05 น.

ปลูกฟ้าทะลายโจรและขยายพันธุ์ทั่วประเทศ ถือเป็นการทำความดีเพื่อแม่ของแผ่นดินและแม่ผู้ให้กำเนิดของเรา “ครูโอ๊ะ” ชู กศน. ต้องทำเพื่อประชาชน

วันที่ 12 สิงหาคม 2564 ครูโอ๊ะ หรือ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวใจความตอนหนึ่ง หลังเป็นระธานเปิดโครงการ “ล้านเมล็ดพันธุ์ ศธ. ห่วงใย ต้านภัยโควิด” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านระบบถ่ายทอดสด (Live) ทางเฟซบุ๊ก “ETV Channel”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

” รมช.ศธ.” เปิดโครงการล้านเมล็ดพันธุ์ ศธ.ฯ เฉลิมพระเกียรติ”สมเด็จพระพันปีหลวง”

“เรียนออนไลน์” แพะรับบาปวงการศึกษาไทย ยุคโควิด-19

ด่วน ขั้นตอนจ่ายเงิน”เยียวยานักเรียน 2,000 บาท”และช่วงวันโอนเงินเช็กที่นี่

และปลูกต้นกล้าฟ้าทะลายโจรต้นแรกในกระทรวงศึกษาธิการ ณ บริเวณศูนย์การเรียนรู้วังจันทรเกษม พร้อมกับ กศน.ทั่วประเทศ ว่าเนื่องในวโรกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สำนักงาน กศน. กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระองค์ผู้ทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย เพื่อร่วมทำความดี โดยร้อยเรียงภารกิจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของชาว กศน. เพื่อให้ก่อเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการเรียนรู้ คงไว้ซึ่งความไว้วางใจและศรัทธาจากประชาชนในทุกพื้นที่ที่พวกเราอยู่

“เป็นที่รู้กันดีว่า ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบกับประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งเป็นหน้าที่ของ กศน. ในการส่งเสริมการเรียนรู้ในมิติต่าง ๆ เพื่อให้คนในสังคมมีสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสภาวะทางสังคมที่ดี ส่งผลต่อสังคมสุขภาวะที่ดี

 และถือวาระพิเศษในวันนี้ วันแม่แห่งชาติ วันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี ขอเชิญชวนชาว กศน. ร่วมปลูกฟ้าทะลายโจร เพื่อใช้เป็นยาและขยายพันธุ์พร้อมกันทั่วประเทศ ถือเป็นการทำความดีเพื่อแม่ของแผ่นดินและแม่ผู้ให้กำเนิดของเรา

อันจะเป็นการตอบแทนความรักของแม่ ความรักอันยิ่งใหญ่ที่ไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน ดูแลพระในบ้านของเรา ให้ได้รับความรักความอบอุ่น ไม่ถูกทอดทิ้งให้ท่านต้องเดียวดาย

ซึ่งการปลูกหรือส่งต่อเมล็ดพันธุ์อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ แต่เราต้องร่วมกันดูแลและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตปกติใหม่ (New normal) เพื่อสร้างการเรียนรู้ให้กับประชาชนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจจะส่งผลให้คนมีภาวะซึมเศร้า หดหู่ และวิตกกังวลมากขึ้น

โดยสำนักงาน กศน.ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้ง 4 องค์กร ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน สมาคมผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม ตลอดจนเครือข่ายในพื้นที่

จัดอบรมพัฒนาครู กศน. ในหลักสูตร “การจัดกิจกรรม กศน. ป้องกันภาวะซึมเศร้า คงสมรรถนะทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ” เพื่อนำความรู้และประสบการณ์ ไปต่อยอดกับต้นทุนเดิมของ กศน.ด้านทักษะนันทนาการ ให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในทุกชุมชน

หากจังหวัดใดสถานการณ์คลี่คลาย ขอให้สร้างการบูรณาการองค์ความรู้กับงานในหน้าที่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และขอฝากไปยังโค้ชประจำจังหวัด ได้นำการสะท้อนมุมมองการดำเนินงานระดับพื้นที่ ไปประเมินผลและรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องต่อไปด้วย

ท้ายสุด ขอแสดงความขอบคุณผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการ กศน. และ ผอ.กศน.จังหวัดสมุทรสาคร ที่ริเริ่มโครงการ “ล้านเมล็ดพันธุ์ ศธ. ห่วงใย ต้านภัยโควิด” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จนเกิดผลเป็นรูปธรรม ขอขอบคุณสำนักงาน กศน.กทม. ที่ร่วมผลักดันและจัดทำคู่มือประชาชน “การเรียนรู้ ชีวิต สุขภาพ ฟ้าทะลายโจร สู้ภัยโควิด-19”

“และสนับสนุนการกระจายเมล็ดพันธุ์รวมทั้งต้นกล้าไปยัง กศน.ทั่วประเทศ ครูโอ๊ะเชื่อมั่นในตัวพวกเราชาว กศน. เพราะเราคือ กศน.เพื่อประชาชน ซึ่งจะไม่ได้เป็นเพียงแค่คำพูด แต่เราจะร่วมกันสร้างศรัทธาให้สมกับที่เราเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน” รมช.ศึกษาธิการ

“รมช.ศธ.” เปิดโครงการล้านเมล็ดพันธุ์ ศธ.ฯ เฉลิมพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/478533

” รมช.ศธ.” เปิดโครงการล้านเมล็ดพันธุ์ ศธ.ฯ เฉลิมพระเกียรติ”สมเด็จพระพันปีหลวง”

12 สิงหาคม 2564 – 19:15 น.

เฉลิมพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง” รมช.ศธ. น้อมนำชาว กศน.ทั่วประเทศรวมใจปลูกฟ้าทะลายโจร-มอบต้นกล้าพร้อมคู่มือ ชวนประชาชนปลูกเพื่อแม่-ใช้เป็นยาในครัวเรือน สู้โควิด-19

วันที่ 12 สิงหาคม 2564 นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมช.ศธ.) เป็นประธานเปิดโครงการ “ล้านเมล็ดพันธุ์ ศธ. ห่วงใย ต้านภัยโควิด” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

" รมช.ศธ." เปิดโครงการล้านเมล็ดพันธุ์ ศธ.ฯ เฉลิมพระเกียรติ"สมเด็จพระพันปีหลวง"

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ผู้กำกับดัง รวย 4 พันล้าน แต่ไม่ขอให้เงินแม่ เพราะจำคำดูถูกวัยเด็ก

“น้ำชา ชีรณัฐ” โพสต์ซึ้งถึงแม่ ไม่มีแม่ไม่มีวันนี้

ถึง”แม่ตู่ นันทิดา”จากลูกสาว”เพลง ชนม์ทิดา”บอกรักวันแม่ ด้วยภาพอดีต

ผ่านระบบถ่ายทอดสด (Live) ทางเฟซบุ๊ก “ETV Channel” และปลูกต้นกล้าฟ้าทะลายโจรต้นแรกในกระทรวงศึกษาธิการ ณ บริเวณศูนย์การเรียนรู้วังจันทรเกษม พร้อมกับ กศน.ทั่วประเทศ

โดยมี นายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ. นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ. นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายวรัท พฤกษาทวีกุล เลขาธิการ กศน. และบุคลากร เข้าร่วมงาน

จากนั้น นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดกรวยกระทงดอกไม้ พร้อมกล่าวอาเศียรวาทสดุดี วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2564 และลงนามถวายพระพรชัยมงคล เพื่อแสดงความจงรักภักดี

" รมช.ศธ." เปิดโครงการล้านเมล็ดพันธุ์ ศธ.ฯ เฉลิมพระเกียรติ"สมเด็จพระพันปีหลวง"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  รมช.ศึกษาธิการ ได้มอบต้นกล้าฟ้าทะลายโจรแก่ผู้บริหารฝ่ายการเมืองและผู้บริหาร ศธ. และถือฤกษ์ดีปลูกฟ้าทะลายโจรในพื้นที่กระทรวงศึกษาธิการ ณ บริเวณหน้าศูนย์การเรียนรู้วังจันทรเกษม พร้อม ๆ กับชาว กศน.ทั่วประเทศ ที่ได้รับเมล็ดพันธุ์จากโครงการล้านเมล็ดพันธุ์ ศธ. ห่วงใย ต้านภัยโควิด ร่วมใจปลูกฟ้าทะลายโจรทั่วประเทศ ทั้งในพื้นที่สำนักงาน บริเวณบ้านพัก หรือพื้นที่ที่มีความเหมาะสม

" รมช.ศธ." เปิดโครงการล้านเมล็ดพันธุ์ ศธ.ฯ เฉลิมพระเกียรติ"สมเด็จพระพันปีหลวง"

ต่อมา รมช.ศึกษาธิการ และคณะ เดินทางไปยังสถานีกลางบางซื่อ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เพื่อมอบต้นกล้าฟ้าทะลายโจร และคู่มือการปลูกฟ้าทะลายโจร ให้กับผู้ที่มาฉีดวัคซีนโควิด-19 จำนวนกว่า 90 ต้น ได้นำไปปลูกเพื่อใช้ประโยชน์ทางยาภายในครัวเรือน

“มช. ผนึกกำลัง มทร.อีสาน” พัฒนาพื้นที่ภาคเหนือ-อีสาน ด้านเทคโนฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/478405

“มช. ผนึกกำลัง มทร.อีสาน” พัฒนาพื้นที่ภาคเหนือ-อีสาน ด้านเทคโนฯ

11 สิงหาคม 2564 – 21:38 น.

สองสถาบันอุดมศึกษา “มช. ผนึกกำลัง มทร.อีสาน” พัฒนาพื้นที่ภาคเหนือ-อีสาน ด้านเทคโนโลยีฯ ข้าว กัญชง กัญชา ระบบราง ในฐานะ “มหาวิทยาลัยท้องถิ่น”

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) ผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Meeting)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

นักวิจัย มวล.พัฒนา “กล้าเชื้อผงปลาส้ม” ทำให้ผลิตปลาส้มได้ทุกฤดูกาล

ด่วน ขั้นตอนจ่ายเงิน”เยียวยานักเรียน 2,000 บาท”และช่วงวันโอนเงินเช็กที่นี่

“ลดค่าเล่าเรียน” 2,000 บาท รอสำนักงบฯจัดสรร “รมว.ศธ.”คาดได้31ส.ค.นี้

โดยรองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) ร่วมลงนาม และได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์อาวุธ ศรีศุกรี อุปนายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เป็นพยานในพิธีลงนามความร่วมมือ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือในวันนี้ สอดคล้องกับทิศทาง และอนาคตของการพัฒนาประเทศที่สำคัญ อย่างน้อย 2 ประการ

ประการแรก คือการพัฒนาด้านการศึกษา วิชาการและวิจัยร่วมกันในระดับอุดมศึกษา เพื่อการนำเอาองค์ความรู้ เทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในเชิงพื้นที่ จากพืชเศรษฐกิจที่กำลังเป็นประเด็นทางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เช่น ข้าว กัญชา เป็นต้น

เชื่อมโยงองค์ความรู้ ฐานทรัพยากรมนุษย์และธรรมชาติ และความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างสถาบันอุดมศึกษา เพื่อให้เกิดเป็นพลังในการวิจัย พัฒนา และการต่อยอดองค์ความรู้และนวัตกรรมไปสู่สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและไปสู่การผลิตในเชิงพาณิชย์ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาประเทศ และ

ประการที่สอง คือ สาขาที่ทั้งสองมหาวิทยาลัยจะร่วมมือกันล้วนเป็นสาขาความร่วมมือที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในปัจจุบัน และจะทวีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือด้านการวิจัยนวัตกรรมการปลูกและพัฒนาพืชสมุนไพรท้องถิ่น เช่น กัญชา กัญชง และพืชสมุนไพรไทยชนิดต่าง ๆ

ซึ่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานมีคณะทรัพยากรธรรมชาติและโรงพยาบาลแพทย์แผนไทยเป็นฐานของสมุนไพรหลายร้อยชนิด และในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เราก็ได้เห็นประโยชน์และคุณค่าของพืชสมุนไพรไทยในการรักษาพยาบาลและต่อสู้กับโรคระบาดที่แพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างชัดเจน

ในขณะเดียวกัน ในหลายกรณี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็มีความก้าวหน้าทางด้านการวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ และเภสัชศาสตร์ ที่สามารถต่อยอดการวิจัยพัฒนาสมุนไพรให้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เวชสำอาง การป้องกันโรคระบาด และอื่น ๆ ในเชิงพาณิชย์ได้เป็นอย่างดี

ซึ่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานมีคณะทรัพยากรธรรมชาติและโรงพยาบาลแพทย์แผนไทยเป็นฐานของสมุนไพรหลายร้อยชนิด และในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เราก็ได้เห็นประโยชน์และคุณค่าของพืชสมุนไพรไทยในการรักษาพยาบาลและต่อสู้กับโรคระบาดที่แพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างชัดเจน

ในขณะเดียวกัน ในหลายกรณี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็มีความก้าวหน้าทางด้านการวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ และเภสัชศาสตร์ ที่สามารถต่อยอดการวิจัยพัฒนาสมุนไพรให้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เวชสำอาง การป้องกันโรคระบาด และอื่น ๆ ในเชิงพาณิชย์ได้เป็นอย่างดี

ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  เปิดเผยว่า การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ในวันนี้ถือเป็นทิศทางที่ดีในการร่วมกันนำองค์ความรู้ เทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เชิงพื้นที่ทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน

โดยมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีทางด้านข้าว การจัดการขยะ การปลูกและพัฒนาสายพันธุ์พืชสมุนไพรพื้นถิ่น รวมถึงกัญชง กัญชา และระบบราง ความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีตามความเชี่ยวชาญของทั้งสองฝ่าย และด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากรระหว่างมหาวิทยาลัยครับ

รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) เปิดเผยว่า มทร.อีสาน ในฐานะเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ในกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ภายใต้กรอบนโยบายของสภามหาวิทยาลัย

โดยศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภามหาวิทยาลัย ที่มอบหมายให้ มทร.อีสาน ขับเคลื่อนด้านการจัดการเรียนการสอนผลิตบัญฑิตนักปฎิบัติ ให้ตอบโจทย์กลุ่มสถานประกอบการ ควบคู่ไปกับการพัฒนางานวิจัย สิ่งประดิษฐ์และเทคโนโลยีด้านนวัตกรรมและส่งเสริมการศึกษาและการกินดีอยู่ดีของคนอีสานซึ่งเป็นที่ตั้งของ มทร.อีสาน

การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เรามีเป้าหมายร่วมกันในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการวิจัยต่างๆ ที่ มทร.อีสาน และ มช.มีความแข็งแกร่งของแต่ละแห่งอยู่แล้ว มาพัฒนาภาคอีสาน และภาคเหนือร่วมกัน ในฐานะเป็นมหาวิทยาลัยท้องถิ่น

โดยเบื้องต้นได้มีการผสานความร่วมมือในการพัฒนาข้าวสายพันธุ์ต่าง ๆ การจัดการขยะ การปลูกและพัฒนาสายพันธุ์พืชสมุนไพรพื้นถิ่น รวมถึง กัญชง กัญชา เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์แผนไทยและการสาธารณสุข และนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการแปรรูปพืชสมุนไพรเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ เวชสำอาง และผลิตภัณฑ์อื่นที่สามารถนำไปผลิตเพื่อจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้

"มช. ผนึกกำลัง มทร.อีสาน"  พัฒนาพื้นที่ภาคเหนือ-อีสาน ด้านเทคโนฯ

รวมถึงความร่วมมือทางด้านระบบราง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในระบบขนส่งทางรางและความปลอดภัยในการบริการเดินรถไฟ พร้อมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ระบบรางให้เป็นไปตามมาตรฐานระบบรางของประเทศและมาตรฐานสากล

“เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการทดสอบวิเคราะห์ระบบรางและเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกี่ยวกับระบบรางมาประยุกต์ใช้เชิงพื้นที่ รวมถึงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีจากความเชี่ยวชาญทั้งฝ่าย มทร.อีสาน และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการพัฒนาศักยภาพบุคลากรร่วมกันครับ รศ.ดร.โฆษิต กล่าวตอนท้าย

“ม.มหิดล” เตือนไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี “เล่นเซิร์ฟสเก็ต” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/478371

“ม.มหิดล” เตือนไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี “เล่นเซิร์ฟสเก็ต”

11 สิงหาคม 2564 – 18:25 น.

ปิดเทอมเด็กอยู่ติดบ้าน หลังโควิด-19 ต้องเร่งเยียวยาจิตใจ-ร่างกาย “นพ.อดิศักดิ์” เผยพบเด็กและวัยรุ่นเกิดอุบัติเหตุจากกิจกรรมที่ชอบ เตือนผู้ปกครองไม่ควรให้เด็กต่ำกว่า 5 ปี “เล่นเซิร์ฟสเก็ต”

ในขณะที่โลกกำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤติแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จนต้อง Work From Home มีการสั่งปิดสนามเด็กเล่น สนามกีฬา แต่กระแสนิยมการเล่นเซิร์ฟสเก็ต (Surfskate) กลับกำลังแพร่หลายไปทั่วโลก เช่นเดียวกับในเด็กและวัยรุ่นไทย จนเป็นที่น่าวิตกถึงเรื่องความปลอดภัยและการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดฝัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

“ม.มหิดล” แนะวิธีใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit แบบง่ายๆ ด้วยตัวเอง

นักเคมี ม.มหิดล แนะอย่ากลัว “สารเคมี” แต่ควรเรียนรู้อยู่กับสารเคมี

โรงเรียนชีวิต”เด็กป.5″ หยุดเรียนเพราะโควิด-19 แต่จบหลักสูตรขับรถแบ็คโฮ

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว และหัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก (CSIP) ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวถึง โรคภัยไข้เจ็บที่เกิดในเด็กและวัยรุ่นว่า จริงๆ แล้วระหว่าง เจ็บ กับ ไข้ พบว่าเด็กและวัยรุ่นเสียชีวิตด้วยเรื่อง เจ็บ มากกว่า

ซึ่งในที่นี้ หมายถึง “การบาดเจ็บ” ที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุและความรุนแรง หากขาดการดูแลและเฝ้าระวังอย่างเหมาะสม

สำหรับ “ไข้” นั้นหมายถึง การป่วยไข้ด้วยโรคต่างๆ ซึ่งรวมไปถึงเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่แม้เด็กอาจไม่มีอาการรุนแรงเท่าผู้ใหญ่ แต่อาจเป็นพาหะ หรือส่งต่อเชื้อไปยังผู้สูงวัย และสมาชิกในครอบครัวที่มีสุขภาพไม่แข็งแรงได้

การเล่นเซิร์ฟสเก็ตที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ โดยมากเป็นการเล่นซึ่งนำไปสู่การบาดเจ็บ ไม่เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบ เพราะยังไม่สามารถทรงตัวในอุปกรณ์ที่เคลื่อนไหวนี้ได้

เนื่องจากการประสานงานของกล้ามเนื้อและสมองซึ่งนำไปสู่การรักษาสมดุลของร่างกายในการควบคุมอุปกรณ์เคลื่อนที่ด้วยความเร็วนั้นยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่

ส่วนเด็กที่มีอายุเกิน 5 ปีขึ้นไปเล่นได้ แต่จะต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บ หรืออุบัติเหตุจากการเล่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่จะต้องกักตัวอยู่แต่ในบ้าน ไม่ควรเล่นเซิร์ฟสเก็ตในบ้านที่มีพื้นที่จำกัด ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายโดยไม่คาดฝันได้

ข้อดีของการเล่นเซิร์ฟสเก็ต นอกจากได้ออกกำลังกาย ฝึกกล้ามเนื้อ และการทรงตัวแล้ว ยังช่วยให้เด็กๆ ได้ฝึกทักษะ EF (Executive Functions) ในการมุ่งสู่เป้าหมาย โดยตั้งใจไว้ว่าจะต้องเล่นให้เป็นให้ได้ แล้วเริ่มต้นฝึกเป็นขั้นตอน ยอมเริ่มจากขั้นตอนง่ายๆ มีผู้ดูแล ฟังคนสอน จำ และนำมาใช้จริง ล้มแล้วลุกขึ้นมาใหม่ และสุขใจจากการบรรลุเป้าหมายในการฝึกเป็นระยะๆ จากท่าง่ายๆ จนประสบความสำเร็จในท่ายากๆ

นอกจากนี้ ควรฝึกให้เด็กรู้จักรับผิดชอบทั้งต่อตัวเอง คือ สวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น หมวกกันกระแทก สนับเข่า และสนับศอก ฯลฯ ทุกครั้ง และรับผิดชอบต่อผู้อื่น โดยจะต้องไม่ออกไปเล่นเซิร์ฟสเก็ตบนท้องถนน หรือที่รถวิ่ง

รวมทั้งจะต้องระมัดระวังไม่ให้ไปชนผู้สัญจรรอบข้างด้วย ซึ่งพื้นที่ที่เหมาะสมจะต้องเป็นพื้นที่กว้าง และปลอดภัย โดยยังควรต้องรักษาระยะห่างด้วยการสลับกันเล่น

ซึ่งสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ที่ผ่านมาทำให้เด็กๆ ไม่ได้ไปโรงเรียน ไม่ได้ออกไปพบกลุ่มเพื่อน ต้องเผชิญกับความเครียด ไปจนถึงความสูญเสีย ฯลฯ ระยะหลังช่วงวิกฤติโควิด-19  จึงควรต้องหาทางฟื้นฟูเยียวยา เสริมทักษะ เพิ่มพูนความสามารถในการเรียนรู้ ตลอดจนร่วมสร้างชุมชนที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันที่จะไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเด็กต่อไปในอนาคต

“เรียนออนไลน์” แพะรับบาปวงการศึกษาไทย ยุคโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/478359

“เรียนออนไลน์” แพะรับบาปวงการศึกษาไทย ยุคโควิด-19

11 สิงหาคม 2564 – 17:25 น.

“เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” เพราะประโยคนี้ หรือไม่ ทำให้ “การเรียนออนไลน์” ไม่ประสบความสำเร็จ  บทวิเคราะห์ โดยชัยวัฒน์ ปานนิล

การเรียนการสอนรูปแบบออนไลน์ กำลังเป็นแพะวงการศึกษาไทย ในสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)โควิด-19  เพราะตลอดระยะเวลา ที่มีการระบาดของ โควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

สพฐ. อนุญาต ให้ใช้ “สถานศึกษา” เป็นโรงพยาบาลสนามรับผู้ป่วยโควิด-19

“เรียนออนไลน์”พบทั้งครูและนักเรียนร้อยละ 50 ไม่พร้อม

“รมว.ศธ.” ตื่นรู้ สั่งสำรวจชีวิตครู-นักเรียน “เรียนออนไลน์”ช่วงโควิด19

สิ่งที่ต้องมาก่อนเสมอ คือ การปิดสถานศึกษา แม้ว่าจะได้รับผลกระทบหรือไม่ก็ตาม จนกระทั่งในการระบาดระลอกที่ 3 มีความชัดเจนว่า ส่งผลต่อการจัดการเรียนการสอนอย่างชัดเจน มีการปิดสถานศึกษาเป็นวงกว้าง และยาวนาน

มีบุคคลสำคัญของวงการศึกษา รวมทั้งผู้บริหารระสูงของกระทรวงศึกษาธิการ มากล่าวต่อสาธารณะว่า อาจจะมีการหยุดเรียนยาวทั้งปี หรือปีนี้อาจจะไม่ได้มาโรงเรียนเลย จนกระทั่งมีนักวิชาการการศึกษา เสนอ ยาแรง ถึงขั้น หยุดเรียนเป็นเวลา 1 ปี

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า จากที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 อาจจะส่งผลกระทบให้นักเรียนอาจต้อง “เรียนออนไลน์” อย่างน้อย 1-2 ปีนั้น มองว่าอาจเกิดขึ้นได้จริง

แต่ขณะนี้ปัญหาใหญ่ของการ“เรียนออนไลน์” คือ เด็กทั่วประเทศโดด“เรียนออนไลน์” กว่า 20% ทำให้เห็นว่าการ”เรียนออนไลน์” ทำให้เด็กเครียดจนต้องโดดเรียน ดังนั้น ถ้ายังจะต้อง“เรียนออนไลน์” ต่ออีก 1 ปี คิดว่าการศึกษาไทยน่าเป็นห่วงอย่างมาก ทั้งในเชิงคุณภาพ ความถดถอยทางการศึกษา และสุขภาพจิตของเด็กที่เป็นผู้เรียน

ศ.ดร.สมพงษ์ ระบุว่า ระบบการศึกษาไทยเป็นระบบอนุรักษ์นิยม ที่ติดกรอบ ติดระเบียบไปหมด บวกกับความกลัวการแพร่ระบาดขอเชื้อโควิด-19 ทำให้ระบบการศึกษาหดตัว ถดถอย จึงกลายเป็นความกลัวเกินเหตุ ทำให้การจัดการศึกษาไม่ตอบสนองกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริง สถานศึกษาต้องปรับการเรียนการสอนตาม 5 รูปแบบที่ ศธ.กำหนด คือ On-site, On-air, On-demand, On-line และ On-hand แทนการสอบปกติแทบทั้งหมด

(อ้างอิง จาก https://www.matichon.co.th/education/news_2873877)

การเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์  หรือ“เรียนออนไลน์” ไม่ได้ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เพียงแต่ไม่ประสบความสำเร็จตามที่สังคมคาดหวัง เมื่อเรามองไปที่โรงเรียน ซึ่งเป็นหน่วยจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ จริงๆ จะสามารถวิเคราะห์ ได้ว่า การที่การเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ ไม่เป็นไปตามที่สังคมคาดหวัง เพราะอะไร

อาจเป็นเพราะวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารที่มองว่า โควิด-19 “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” ทำให้ขาดการวางแผนในระยะยาวที่เป็นระบบ แถมยังยึดติดในระเบียบเดิมๆ ไม่มีการปรับเปลี่ยน ไม่มีการเปลี่ยนแปลง มองว่า การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นเพียงสถานการณ์ระยะสั้น “ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” เราต้องอดทน ผ่านมันไปด้วยกัน

 เมื่อเป็นเช่นนั้น ในระดับปฏิบัติมีหลายแห่งที่เกียร์ว่าง รอโรงเรียนเปิดเรียนแล้วสอนในชั้นเรียนเป็นการชดเชยให้กับเด็ก อย่างที่เคยทำในการระบาดระลอกแรก จะเห็นได้จากการที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ไม่ยอมปรับเปลี่ยนแม้กระทั่ง วันปิด-เปิด ของแต่ละภาคเรียน ในปีการศึกษา 2564

ความไม่ชัดเจนในการสั่งการและวิธีปฏิบัติ เป็นอีกหนึ่งปัญหา ที่ทำให้การจัดการเรียนการสอน ของสถานศึกษาในสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ล้มเหลว การที่กระทรวงศึกษาธิการมองว่า ปัญหาโควิด-19 เป็นปัญหาระดับพื้นที่ ที่มีความแตกต่างกัน มีบริบทที่ไม่เหมือนกัน

จึงมอบอำนาจการตัดสินใจในการวางแผนดำเนินการและแก้ปัญหา ไว้กับผู้อำนวยโรงเรียน ภายใต้การอนุมัติของ ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระดับจังหวัด (ศบค.จังหวัด) 

และการกำกับติดตามของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) ส่งผลให้การดำเนินการแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน บางที่ปิดเรียนยาว บางพื้นที่ก็ยังเปิดเรียนตามปกติ จึงจะส่งผลต่อนักเรียนที่ต้องศึกษาต่อในระดับสูงขึ้นไป อาจจะจบเรียนไม่พร้อมกัน ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่หลายคนชอบพูดถึงกัน

ความไม่พร้อมของครูผู้สอนและนักเรียนในหลายๆ ด้าน จำแนกจาก ระดับชั้นในการจัดการเรียนการสอน ระดับปฐมวัย(อนุบาล1-อนุบาล 3) และระดับชั้นประถมศึกษา ป. 1 – ป. 3 ไม่พร้อมอย่างยิ่งสำหรับการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ หากเรียนได้จำเป็นต้องมีผู้ปกครองช่วยเหลือดูแลเป็นพิเศษ ก็จะเป็นปัญหาต่อเนื่องไปอีก 

ระดับประถมศึกษาตอนปลาย ถึงมัธยมศึกษาตอนต้น พอเรียนได้ แต่ก็จะมีปัญหาในเรื่องของ อุปกรณ์การเรียน อยากบอกให้ทราบว่า ในปีการศึกษานี้ โรงเรียนยังแจกสมุด ดินสอ ให้กับนักเรียนอยู่สำหรับงบสื่อการเรียนการสอน ซึ่งน่าจะปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ได้แล้ว

นอกจากปัญหาด้านอุปกรณ์แล้ว ยังมีปัญหา เรื่อง อินเตอร์เน็ต ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เพิ่มมา และด้วยวัยของเด็ก ทำให้มีความยากที่จะตั้งใจเรียน เหมือนกับการเรียนในชั้นเรียน

ความไม่พร้อมของผู้ปกครอง ครอบครัวไทย สมัยใหม่ เป็นครอบครัวเดียว อยู่กัน 2-5 คน พ่อ แม่ ลูก ในเมื่อพ่อ แม่ ต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ก็ไม่สามารถที่จะดูแลลูกๆ ให้เข้า”เรียนออนไลน์” ได้ทุกชั่วโมง ทำให้เกิดปัญหา นักเรียนไม่เข้าเรียนออนไลน์

สุดท้าย คือ ความไม่พร้อมของรูปแบบการเรียนการสอนออนไลน์ ด้วยความคิดที่ว่า “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” ทำให้ครูนำรูปแบบการเรียนการสอนในชั้นเรียนตามปกติมาใช้กับการเรียนการสอนแบบออนไลน์

ครูอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แล้วสอนนักเรียนเหมือนอยู่หน้ากระดานดำ นักเรียนเรียนที่บ้านแล้วคิดว่าอยู่ในห้องเรียน ไม่เหมือนก็แค่ไม่ได้ใส่ชุดนักเรียน ซึ่งก็มีในเห็นมาแล้วในช่วงแรกๆ ที่ให้นักเรียนใส่ชุดนักเรียน นั่งเรียนออนไลน์ เมื่อแนวคิดไม่เปลี่ยน วิธีการไม่เปลี่ยน ผลลัพธ์ที่ได้ก็คงไม่เปลี่ยน

“ถ้าระเบียบ ทำให้ประชาชนต้องตาย เพราะไม่มีที่กักตัว โปรดจงก้าวข้ามระเบียบนั้น แล้วบอกว่า ต้องทำ เพราะผมเป็นคนสั่งเอง ให้มันรู้ไปว่าระเบียบ กับ ความตายอะไรสำคัญกว่า” นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เคยกล่าวไว้ กระทรวงศึกษาธิการก็อยากได้คนกล่าวเช่นนี้เหมือนกัน

ก้าวข้ามกฎระเบียบ สร้างความเปลี่ยนแปลง เพื่ออนาคตของเด็กไทย ยังไม่สายที่จะลงมือทำดีกว่าบอกแค่ว่า “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป”

ด่วน ขั้นตอนจ่ายเงิน “เยียวยานักเรียน 2,000 บาท” และช่วงวันโอนเงินเช็กที่นี่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/478334

ด่วน ขั้นตอนจ่ายเงิน”เยียวยานักเรียน 2,000 บาท”และช่วงวันโอนเงินเช็กที่นี่

11 สิงหาคม 2564 – 15:25 น.

ด่วน รับเงิน “เยียวยานักเรียน 2,000 บาท” เช็กที่นี่ ขั้นตอนจ่ายเงิน และช่วงวันโอนเงิน เมื่อก.คลัง โอนถึงเขตพื้นที่ฯ ภายใน 3 วันทำการผู้ปกครองต้องได้รับเงินทันที “คมชัดลึกออนไลน์” มีรายละเอียดมานำเสนอ

พลันที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้มีมติเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 เพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น เกิดกระแสความสนใจของประชาชนพ่อแม่และผู้ปกครองนักเรียน กรณีเงิน “เยียวยานักเรียน 2,000 บาท” ตามที่ครม.เห็นชอบมาตรการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของกระทรวงศึกษาธิการ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

“ครม.”เคาะลดภาระค่าเรียน”นักเรียน-นักศึกษา” วงเงิน 32,000 ล้านบาท

“ลดค่าเล่าเรียน” 2,000 บาท รอสำนักงบฯจัดสรร “รมว.ศธ.”คาดได้31ส.ค.นี้

ด่วน “ตรวจสอบสิทธิ์เยียวยานักเรียน” รับ 2,000 ทั้งไทยและต่างชาติ เช็คเลย

กระแสความสนใจของประชาชนผู้ปกครองนักเรียน กรณีเงิน “เยียวยานักเรียน 2,000 บาท” ตามที่คณะรัฐมนตรี หรือ ครม. มีมติเห็นชอบมาตรการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของกระทรวงศึกษาธิการเด็กนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทุกสังกัด รวมทั้งระดับการศึกษา ปวช./ปวส. รับเงินคนละ 2,000 บาท

เฉพาะนักเรียนในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ตามที่ครม.มีมติเห็นชอบโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายในการเรียนรู้

โดยให้ความช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษาสังกัด ศธ.ทั้งภาครัฐและเอกชน และสถานศึกษานอกสังกัด ศธ.ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชั้นอนุบาล-ม.6 และระดับอาชีวศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในอัตรา 2,000 บาทต่อคน

วันรุ่งขึ้น นางสาวตรีนุช  เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกธิการ(รมว.ศธ.) ได้มอบหมายให้ ดร.สุภัทร  จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการทั้งหมดเกี่ยวกับเงิน “เยียวยานักเรียน 2,000 บาท”

ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)นั้น นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(เลขาธิการกพฐ.)ได้ออกคำสั่งด่วนที่สุด ที่ศธ. 04006 /ว 2487 เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2564 เรื่องแนวทางการดำเนินงานตามโครงการช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVIC-19) ไปถึงผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต/ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ทั้งประเทศ

เนื้อหาสาระของคำสั่งด่วนที่สุด ที่ศธ. 04006 /ว 2487 อ้างถึงมติครม.เมื่อวันที่3 สิงหาคม 2564 ตามที่ปรากฏ และในการนี้เพื่อสร้างความเข้าใจและเตรียมความพร้อมในการขอรับจัดสรรงบประมาณตามโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVIC-19) และให้การดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้

ขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาทราบและดำเนินการ ดังนี้

1.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และหน่วยเบิกจ่ายดำเนินการ ดังนี้

1.1 เปิดบัญชีเงินฝากธนาคารไว้กับธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจหนึ่งบัญชี ชื่อบัญชี “ชื่อหน่วยงาน (โครงการเงินกู้เพื่อแก้ไขปัญหาCOVIC-19) เพื่อรองรับเงิน ที่่ขอเบิกจากบัญชีเงินฝากกระทรวงการคลัง สำหรับเตรียมดำเนินการตามโครงการดังกล่าวทันที

1.2 ตรวจสอบข้อมูลนักเรียน ผู้ปกครอง รายละเอียดเกี่ยวกับธนาคารที่ผู้ปกครองประสงค์จะให้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ที่โรงเรียนจัดส่งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้ถูกต้องและครบถ้วน

ด่วน ขั้นตอนจ่ายเงิน"เยียวยานักเรียน 2,000 บาท"และช่วงวันโอนเงินเช็กที่นี่

ตัวอย่างหน้าสมุดบัญชีธนาคาร และบัตรประชาชนผู้ปกครองและบัตรประชาชนนักเรียน ต้องอยู่ในหน้าเดียวกัน

2. สถานศึกษาดำเนินการ ดังนี้

2.1 สถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตรวจสอบข้อมูลการยืนยันตัวตนนักเรียน จากระบบนักเรียนรายบุคคล (DMC) ณ วันที่  25 มิถุนายน 2564

สำหรับสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ตรวจสอบข้อมูลการยืนยันตัวตนนักเรียนจากระบบ SET  วันที่ 25 มิถุนายน 2564

ด่วน ขั้นตอนจ่ายเงิน"เยียวยานักเรียน 2,000 บาท"และช่วงวันโอนเงินเช็กที่นี่

ตัวอย่าง รายละเอียดการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ปกครอง

2.2 จัดทำข้อมูลรายละเอียดบัญชีธนาคารผู้ปกครอง(ชื่อธนาคาร ชื่อบัญชีเงินฝากธนาคาร เลขที่บัญชีเงินฝากธนาคาร) หรือบัญชีธนาคารนักเรียนกรณีผู้ปกครองไม่มีบัญชีเงินฝากธนาคาร เพื่อขอรับความช่วยเหลือตามโครงการดังกล่าว พร้อมตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วน ถูกต้อง และจัดส่งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อเตรียมรองรับการจัดสรรงบประมาณตามโครงการดังกล่าวโดนด่วน

“หากสำนักงานงบประมาณ จัดทำรายละเอียดและจัดสรรเงินมาให้ ศธ.แล้ว จากนั้น ศธ.จะตรวจสอบข้อมูล เพื่อจัดสรรเงินงบประมาณลงไปที่สถานศึกษาต่อไปคาดว่าภายในวันที่ 31 สิงหาคม หรือต้นเดือนกันยายนนี้ สถานศึกษาจะได้รับเงิน และทำการโอนเงินเยียวยา 2,000 บาท ให้นักเรียนและผู้ปกครองต่อไป” นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.)กล่าวให้คำมั่น

ที่มาข้อมูล :  กระทรวงศึกษาธิการ

บริติช เคานซิล เดินหน้าภารกิจยกระดับการศึกษาไทย ด้านภาษาอังกฤษ อุดมศึกษา ส่งเสริมอุตฯสร้างสรรค์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594242

บริติช เคานซิล เดินหน้าภารกิจยกระดับการศึกษาไทย ด้านภาษาอังกฤษ อุดมศึกษา ส่งเสริมอุตฯสร้างสรรค์

บริติช เคานซิล เดินหน้าภารกิจยกระดับการศึกษาไทย ด้านภาษาอังกฤษ อุดมศึกษา ส่งเสริมอุตฯสร้างสรรค์

วันพฤหัสบดี ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นางเฮลก้า สเตลมาเกอร์ ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า ภารกิจปี 2564 จะเดินหน้าสานความร่วมมือไทย – สหราชอาณาจักร  ผ่านการทำงานใน 3 ด้าน ได้แก่ ยกระดับทักษะภาษาอังกฤษ การพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาและวิทยาศาสตร์สู่ความเป็นสากล และการส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

ด้านการยกระดับทักษะภาษาอังกฤษ บริติช เคานซิล เดินหน้ายกระดับแบบครบวงจร ทั้งการเรียน การสอบ และการจัดสอบด้วยมาตรฐานระดับนานาชาติ รวมไปถึงพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษโดยรวมของประเทศ ได้แก่สนับสนุนกระทรวงศึกษาธิการ พัฒนาทักษะครูภาษาอังกฤษทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นไปที่ทักษะความเชี่ยวชาญในการใช้ภาษาอังกฤษ ทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่เป็นผลสืบทอด จากโครงการบูธแคมป์ ที่อบรมทักษะการสอนภาษาอังกฤษกับครูทั่วประเทศกว่า 12,000 คน เพื่อแก้ปัญหาการเรียนการสอนผ่านรูปแบบออนไลน์ที่ครูทั่วโลกต่างเผชิญอยู่  ส่วนโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษนั้น บริติช เคานซิล ได้นำเสนอการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ “บูสต์” (Boost) หรือการเตรียมพร้อมก่อนเข้าเรียนในห้องเรียนโดยใช้เวลาประมาณ 10 นาทีในการเรียนรู้และฝึกคำศัพท์ล่วงหน้าเพื่อเสริมความมั่นใจการเรียน  ส่วนการให้บริการสอบ IELTS และการสอบเฉพาะทางอื่น ๆ อาทิ IGSCSE, BMAT, Aptis  ในปีนี้ บริติช เคานซิลได้เตรียมพร้อมแผนการขยายศูนย์สอบเพิ่มเติม เพื่อเตรียมรองรับจำนวนผู้สอบที่อาจเพิ่มขึ้นหลังวิกฤติโควิด-19 โดยจะเป็นทั้งรูปแบบศูนย์สอบร่วมกับหน่วยงานพาร์ทเนอร์ อาทิ โรงเรียน มหาวิทยาลัย และหน่วยงานที่ปรึกษาการศึกษาต่อ และในรูปแบบศูนย์สอบอย่างเป็นทางการของบริติช เคานซิล เอง

ด้านการพัฒนาอุดมศึกษาและวิทยาศาสตร์สู่ความเป็นสากล บริติช เคานซิล ส่งเสริมโอกาสในการศึกษาต่อยังสหราชอาณาจักรให้กับนักเรียนไทย และการสร้างเครือข่ายศิษย์เก่าสหราชอาณาจักร  ควบคู่ไปกับการสร้างแพลตฟอร์มเครือข่ายศิษย์เก่าสหราชอาณาจักร ที่มีกำหนดการจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2565 และกิจกรรมรางวัลศิษย์เก่า สหราชอาณาจักรดีเด่น (The Study UK Alumni Award) ที่จะเริ่มเปิดรับสมัครในช่วงเดือนกันยายน 2564 นี้ ในขณะเดียวกัน บริติช เคานซิลได้ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมไปสู่มาตรฐานระดับสากล ตลอดจนพัฒนาระบบนิเวศทางการศึกษา และพัฒนาบุคลากรในแวดวงงานวิจัยและนวัตกรรม โดยในปีนี้ได้เริ่มต้น “โครงการความร่วมมือระดับอุดมศึกษาระหว่างประเทศไทยและสหราช-อาณาจักร” (Thai-UK World-class University Consortium) ทำการเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยไทยเข้ากับมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างนักศึกษาและบุคลากร อันจะนำไปสู่การผลักดันมหาวิทยาลัยไทยให้ก้าวไปสู่ 100 อันดับแรกของโลกตามที่กระทรวง อว. ได้ตั้งเป้าหมายไว้

นอกจากนี้อีกหนึ่งโปรเจกต์ที่บริติช เคานซิล ยังคงสานต่อในการทำงานกับกระทรวง อว. คือ โครงการ “เฟมแล็บ ไทยแลนด์ 2021” เวทีค้นหานักสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่สามารถอธิบายหัวข้องานวิจัย หรือเรื่องราววิทยาศาสตร์ได้ใน 3 นาที โดยนอกจากเฟมแล็บจะกระตุ้นให้คนทั่วไปหันมาสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้นแล้ว ยังทำให้นักวิจัยและบุคลากรในแวดวงวิทยาศาสตร์หันมาสนใจพัฒนาทักษะด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์ เพื่อสามารถส่งต่อข้อมูลต่าง ๆ ให้คนทั่วไปได้เข้าใจอีกด้วย

ด้านการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นั้น ได้มีการแลกเปลี่ยน และการทำงานร่วมกันระหว่างบุคลากรในแวดวงสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ งานคราฟท์ ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ด้วยการเพิ่มบทเรียนในดิจิทัลคราฟท์ ทูลคิท (Digital craft toolkit) แพลตฟอร์มบทเรียนทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการงานคราฟท์ที่ถูกใช้ในอีกกว่า 10 ประเทศทั่วโลก โดยในปีนี้จะมีการเพิ่มบทเรียนที่มุ่งเน้นไปที่การสร้างความยั่งยืนให้แก่ธุรกิจ ทั้งในด้านการวางโมเดลธุรกิจ การเลือกวัสดุ และขั้นตอนการผลิตอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นเครื่องมือให้ศิลปินได้เรียนรู้โมเดลการสร้างธุรกิจงานคราฟท์อย่างครบวงจร และเพื่อให้ได้พัฒนาธุรกิจของตัวเองอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ในปี 2564/65 ยังมีอีก 2 โปรเจกต์ที่ได้รับการต่อยอดการกิจกรรมแฮกกาธอนในย่านนางเลิ้ง ที่ระดมบุคลากรในศูนย์รวมความคิดสร้างสรรค์ เพื่อใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหา และพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน ซึ่งทั้ง 2 โปรเจกต์จะเกี่ยวข้องกับการจัดการขยะในชุมชน ทั้งขยะพลาสติกและขยะสดจากตลาด และพัฒนาพื้นที่ในชุมชนให้มีความน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

นอกเหนือจาก 3 ภารกิจหลักที่กล่าวมาข้างต้น ในปีนี้ บริติช เคานซิล ได้จัดแคมเปญระดับโลก “The Climate Connection” ร่วมมือกับหน่วยงานพาร์ทเนอร์ทั่วโลกสร้างความตระหนักในประเด็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่เริ่มต้นลงมือทำเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาสภาวะ Climate change ผ่านการดำเนินงานด้านการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม และภาษาอังกฤษ ในรูปแบบกิจกรรมต่าง ๆ ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ เช่น พอดคาสต์สอนภาษาอังกฤษและสัมมนาการสอนภาษาอังกฤษภายใต้หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ นิทรรศการโชว์เคสงานวิทยาศาสตร์และศิลปะเพื่อการความยั่งยืน ที่จะจัดขึ้นตลอดทั้งปีเพื่อปูทางไปสู่กิจกรรมยิ่งใหญ่ประจำปีของสหราชอาณาจักรอย่าง การประชุมอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 26 (COP26) ที่จะจัดขึ้นที่เมืองกลาสโกว์ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2564 นี้ นางเฮลก้า กล่าวทิ้งท้าย