แดดเมืองไทยยังพ่าย เบียร์ เดอะวอยซ์ ปล่อย Photobook เล่ม 2 สวยแซ่บท้าลมร้อนฉบับตัวแม่

แดดเมืองไทยยังพ่าย เบียร์ เดอะวอยซ์ ปล่อย Photobook เล่ม 2 สวยแซ่บท้าลมร้อนฉบับตัวแม่

แดดเมืองไทยยังพ่าย เบียร์ เดอะวอยซ์ ปล่อย Photobook เล่ม 2 สวยแซ่บท้าลมร้อนฉบับตัวแม่

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 07.59 น.

เตรียมตัวรับแรงกระแทกความแซ่บต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ไทยกันให้ดี เมื่อนักร้องสาวสุดฮอต เบียร์ เดอะวอยซ์ หรือ เบียร์ ภัสรนันท์ อัษฎมงคล ออกมาโพสต์ภาพโปรโมท Photobook เล่มที่ 2 BIZCUITBEER PHOTOBOOK 02 ผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่ง Photobook เล่มที่ 2 ของ สาวเบียร์ในครั้งนี้ เผยให้เห็นลุคใหม่ที่ฉีกแนวเดิม ๆ สวมบทบาท ช่างซ่อมสาวสุดแสนเซ็กซี่ ชนิดที่ทำเอาแฟนคลับตาค้างกันเป็นทิวแถว

โดยในชุดภาพโปรโมทของ เบียร์ เดอะวอยซ์ มาในธีมอู่ซ่อมรถหรือไซส์งานก่อสร้าง ที่ตัวเลอะเปื้อนคราบน้ำมันและฝุ่น แต่ความเซ็กซี่กลับไม่ลดลงไปเลยแม้แต่น้อยกลับพุ่งทะลุปรอทเสียแทน ทั้งในชุดบิกินี่ตัวจิ๋วสีดำที่เผยสัดส่วนสุดเป๊ะปัง ทับด้วยถุงมือทำงานขนาดใหญ่และหมวกนิรภัยสีเหลือง เพิ่มความเท่ผสมความแซ่บแบบเกินต้าน นอกจากนี้ยังมีภาพที่สาวเบียร์โพสท่าคู่กับอุปกรณ์ช่างและบันไดลิง ในขณะที่ร่างกายยังคงเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสกปรก แต่สายตาและอินเนอร์ที่ส่งออกมานั้นดาเมจแรงมาก

เบียร์ เดอะวอยซ์

ทางด้านแคปชั่นของ เบียร์ เดอะวอยซ์ ก็ได้โพสต์รายละเอียดการสั่งซื้อ Photobook เล่มนี้อย่างครบถ้วน พร้อมทั้งเผยข่าวดีว่า “ตอนนี้หนังสือถูกขายไปเกินครึ่งสต๊อกแล้วนะคะ รีบมาจับจองกันนะคะ ส่วนใครที่อุดหนุนกันไปแล้วต้องขอบคุณมาก ๆ เตรียมรอเล่ม 03 ที่แซ่บกว่าเดิมแน่นอนค่ะ” งานนี้ทำเอาแฟนคลับที่ยังไม่ได้จับจองต้องรีบมือไวกันหน่อยแล้ว

เบียร์ เดอะวอยซ์

แน่นอนว่าหลังจากที่ เบียร์ เดอะวอยซ์ โพสต์ภาพโปรโมท Photobook เล่มที่ 2 ออกไป เหล่าแฟนคลับต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์แสดงความตื่นเต้นและชื่นชมความแซ่บของเบียร์กันอย่างคับคั่ง โดยส่วนใหญ่จะใช้ อิโมจิหัวใจสีแดง เพื่อสื่อถึงความรักและการสนับสนุน รวมถึง อิโมจิไฟลุก และ อิโมจิหน้าตาหัวใจ เพื่อแสดงความร้อนแรงและความปังของลุคนี้ เช่น

เบียร์ เดอะวอยซ์

ใครที่ไม่อยากพลาด Photobook สุดแซ่บเล่มนี้ สามารถติดตามรายละเอียดการสั่งซื้อได้ที่หน้าอินสตาแกรมของ beerpassaranan”โดยตรง และเตรียมตัวรอรับความฟินระดับ 10 เต็ม 10 ได้เลย!บอกเลยว่าเล่มนี้คือที่สุดของความปัง

เบียร์ เดอะวอยซ์
เบียร์ เดอะวอยซ์
เบียร์ เดอะวอยซ์
เบียร์ เดอะวอยซ์
เบียร์ เดอะวอยซ์
เบียร์ เดอะวอยซ์
เบียร์ เดอะวอยซ์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม beerpassaranan

‘พระสุพรรณกัลยา’ไม่ได้ถูกปลงพระชนม์

'พระสุพรรณกัลยา'ไม่ได้ถูกปลงพระชนม์

‘พระสุพรรณกัลยา’ไม่ได้ถูกปลงพระชนม์

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ซีรีส์ “หงสาวดี” ทางช่อง one ได้ชุบชูความสนใจของผู้คนเข้าสู่ประวัติศาสตร์อย่างมีชีวิตชีวาอีกครั้ง  นอกเหนือจากนักแสดงนำผู้รับบท “มังจีชวา” (นาย นภัทร) กับพระนเรศ (ตรี ภรภัทร) แล้ว  วิว วรรณรท ผู้รับบท “พระสุพรรณกัลยา” ก็โดดเด่นเป็นที่กล่าวถึงยิ่งนัก 

ในพงศาวดารฉบับ “คำให้การของชาวกรุงเก่า” กล่าวว่า ในปี ๒๑๑๒ พระเจ้าบุเรงนองได้กรีฑาทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาทั้งทางบกและทางเรือมีกำลังพลถึง ๙๐๐,๐๐๐ ทรงนำทัพหลวงเข้าล้อมเมืองพิษณุโลก พระมหาธรรมราชา พระอนุชาของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ซึ่งได้รับพระกรุณาไว้วางพระทัยยกย่องให้เป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์ที่ ๒ ไปครองเมืองพิษณุโลก แต่เกิดน้อยพระทัยที่สมเด็จพระเจ้าจักรพรรดิทรงแต่งตั้งให้พระมหินทร์ ราชโอรส ขึ้นเป็นรัชทายาท กำลังแข็งเมืองต่อพระเชษฐา ทรงเห็นว่าทัพบุเรงนองยกมาครั้งนี้ใหญ่หลวงเกินกำลังที่จะรับได้ จึงแต่งเครื่องราชบรรณาการแล้วพาพระสุพรรณกัลยา ราชธิดาวัย ๑๖ พร้อมกับพระนเรศวรและพระเอกาทศรถ ๒ พระราชโอรส ออกไปถวายเครื่องราชบรรณาการ ยอมสวามิภักดิ์แต่โดยดี

พระเจ้าหงสาวดีก็ทรงยินดี ประกาศมิให้ไพร่พลทำร้ายอาณาประชาราษฎร แล้วให้พระเอกาทศรถซึ่งมีพระชนม์เพียง ๑๒ ชันษา อ่อนวัยกว่าพระนเรศวร ๒ ปี อยู่รักษาเมืองพิษณุโลก ให้พระสุพรรณกัลยาและพระนเรศวรตามเสด็จไปในกองทัพหลวงด้วย ให้พระมหาธรรมราชาเป็นทัพหน้ายกไปตีกรุงศรีอยุธยา ล้อมกรุงไว้ทั้ง ๔ ด้าน พระเจ้าบุเรงนองทรงนำทัพหลวงเข้าตีกรุงศรีอยุธยาหลายครั้งก็ไม่อาจตีได้

ในขณะที่พระเจ้าบุเรงนองล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่นั้น สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงประชวรสวรรคต ขุนนางข้าราชการจึงยกพระมหินทร์ขึ้นครองราชย์ แต่พระยาจักรีคิดคด ลอบออกไปหาพระเจ้าบุเรงนอง ทูลว่าเสบียงอาหารในพระนครจวนหมดแล้ว ราษฎรอดอยากระส่ำระสายเกือบสิ้นกำลัง พระมหินทร์ที่ขึ้นครองราชย์ก็อ่อนแอ ซ้ำยังทูลหมดว่าด้านไหนเข้มแข็งด้านไหนอ่อนแอ

จากนั้นพระเจ้าบุเรงนองก็ใช้เล่ห์ ปล่อยข่าวว่าจับพระยาจักรีได้ แต่แหกตรวนหนีที่คุมขังออกไป ทั้งยังทำเรื่องให้สมจริงโดยตัดหัวทหารยามที่เฝ้าไป ๑๐ คนปักประจาน พระมหินทร์หลงกลว่าพระยาจักรีเป็นวีรบุรุษ จึงทรงแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพรับมือข้าศึก พระยาจักรีจึงเปิดประตูรับกองทัพหงสาวดีเข้าเมือง

พระเจ้าบุเรงนองให้เก็บทรัพย์สินเงินทอง ปืนใหญ่ปืนน้อย ผู้คนช้างม้าและช้างเผือกอีก ๕ เชือก พร้อมรูปหล่อต่างๆ ทั้งรูปหล่อพระเจ้าอู่ทองผู้สร้างกรุงศรีอยุธยา ขนไปพม่าหมด แล้วมอบราชสมบัติให้พระมหาธรรมราชาขึ้นครองราชย์ นำพระสุพรรณกัลยากับพระนเรศวรไปกรุงหงสาวดีเป็นตัวประกัน

พระยาจักรีได้รับปูนบำเหน็จมากที่เป็นไส้ศึก แต่ไปได้เพียง ๗ วัน พระเจ้ากรุงหงสาวดีก็ทรงเห็นว่า ขนาดเจ้านายของตนชุบเลี้ยงให้มียศบรรดาศักดิ์ขนาดนี้ยังทรยศได้ ถ้าเลี้ยงต่อไปก็คงไม่เชื่อง จึงให้เอาไปประหารชีวิตเสีย

ส่วนพระมหินทร์ให้อยู่ใกล้ชิดพระองค์เสมอ แต่พระมหินทร์ไม่ยอมสวามิภักดิ์ มีกิริยากระด้างกระเดื่องไม่ยำเกรง เมื่อเสด็จไปถึงเมืองสระถุง พระเจ้าบุเรงนองจึงให้เอาไปถ่วงน้ำเสีย

เมื่อกลับไปถึงเมืองหงสาวดี พระเจ้าบุเรงนองทรงปูนบำเหน็จทแกล้วทหารเป็นจำนวนมาก ทรงแต่งตั้งให้พระสุพรรณกัลยาเป็นมเหสี มีตำหนักและฉัตรส่วนพระองค์ ส่วนพระนเรศวรก็โปรดปรานเหมือนเป็นราชบุตร

พระมหาธรรมราชาครองราชย์อยู่ ๑๕ ปีก็สวรรคต ขุนนางข้าราชการจึงยกให้พระเอกาทศรถ ผู้เป็นมหาอุปราชขึ้นครองราชย์ แต่พระเอกาทศรถรับสั่งว่า พระเชษฐาของเรายังอยู่ที่เมืองหงสาวดี ขอรับแค่ตำแหน่งมหาอุปราชเช่นเดิม รักษาราชการแผ่นดินแทนพระเชษฐา

ฝ่ายกรุงหงสาวดี เมื่อพระเจ้าบุเรงนองสวรรคต พระสุพรรณกัลยามีพระราชธิดา ๑ องค์ พระเจ้านันทบุเรงขึ้นครองราชย์ ทำให้พระนเรศวรมีเรื่องกระทบกระเทือนพระทัยอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะกับ “มังจีชวา” พระมหาอุปราช ราชบุตรของพระเจ้านันทบุเรง ซึ่งอยู่ในวัยไม่ห่างกัน แม้แต่เรื่องชนไก่ เมื่อไก่ของพระนเรศวรเป็นฝ่ายชนะ พระมหาอุปราชาก็ยังถากถางว่า “ไก่เชลยตัวตัวนี้เก่งจริงหนอ” พระนเรศวรก็ตอบกลับไปว่า “ไก่ของหม่อมฉันนี้ อย่าเข้าพระทัยว่าจะชนะแต่ไก่ของพระองค์ จะชนเอาบ้านเอาเมืองก็ยังได้”

ทรงดำริว่า เราจะมานั่งน้อยหน้าอยู่ในบ้านเมืองเขาให้เขาดูหมิ่นอย่างนี้ไม่สมควร จำจะคิดอุบายหนีไปให้จงได้ วันหนึ่งจึงไปเฝ้าพระพี่นางสุพรรณกัลยา ทูลชวนให้หนีกลับไปกรุงศรีอยุธยาด้วยกัน แต่พระพี่นางตรัสตอบว่า “บัดนี้พี่มีบุตรกับพระเจ้ากรุงหงสาวดีแล้ว จะหนีไปอย่างไรได้ พ่อจงกลับไปเถิด” แล้วตรัสอวยพรพระนเรศวรว่า “ขอให้น้องเราไปโดยสิริสวัสดิ์ อย่าให้ศัตรูหมู่ปัจจามิตรย่ำยีได้ แม้ใครคิดร้ายก็ขอให้พ่ายแพ้แก่เจ้า เจ้าจงมีชัยชนะแก่ข้าศึกศัตรู กู้บ้านกู้เมืองคืนได้ดังปรารถนาเทอญ”

พระนเรศวรได้ฟังดังนั้น แกล้งตรัสตอบเป็นทีล้อพระพี่นางว่า “รักผัวมากกว่าญาติ” แล้วทูลลากลับมาตำหนัก ชักชวนมหาเล็กที่สนิทไว้ใจได้ ๖๐ คน หลบหนีออกจากกรุงหงสาวดี

โรม บุนนาค นักเขียนบทความเชิงประวัติศาสตร์ระบุว่า คำว่า “รักผัวมากกว่าญาติ” ซึ่งขณะนั้นพระเจ้าบุเรงนองสวรรคตไปแล้ว เป็นสมัยของพระเจ้านันทบุเรง จึงมีพงศาวดารบางฉบับตีความไปว่า พระสุพรรณกัลยาตกเป็นมเหสีของพระเจ้านันทบุเรงด้วย

หลังจากที่พระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์ชีพคาคอช้างในการทำยุทธหัตถีกับสมเด็จพระนเรศวร พระเจ้านันทบุเรงโกรธแค้นมาก พงศาวดารฉบับคำให้การของชาวกรุงเก่า กล่าวว่า
“พระเจ้าหงสาวดีก็ทรงพระพิโรธ รับสั่งให้เอาตัวนายทัพนายกองที่ไปกับพระมหาอุปราชนั้น ใส่คาย่างไฟให้ตายสิ้น แต่เท่านั้นยังไม่คลายพระพิโรธ จึงเสด็จไปสู่ตำหนักพระสุวรรณกัลยา เอาพระแสงฟันพระนางสุวรรณกัลยากับพระราชธิดาของพระองค์สิ้นพระชนม์ทั้ง ๒ พระองค์”

พงศาวดารฉบับ คำให้การขุนหลวงหาวัด ระบุว่า

“ส่วนพระเจ้าหงสาก็ทรงพระโกรธยิ่งนัก ก็เสด็จเข้าไปในพระราชฐาน จึงเห็นองค์พระพี่นางพระนเรศร์นั้นประทมอยู่ใน พระราชโอรสเสวยนมอยู่ที่ในที่ พระเจ้าหงสาจึงฟันด้วยพระแสง ก็ถูกทั้งพระมารดา และพระราชโอรสทั้งสองพระองค์ ก็ถึงแก่ความพิราลัยไปด้วยกันทั้งสององค์ ด้วยพระเจ้าหงสาทรงพระโกรธยิ่งนักมิทันที่จะผันผ่อนได้”
พระเจ้าบุเรงนองสวรรคตในปี ๒๑๒๔ สงครามยุทธหัตถีเกิดในปี ๒๑๓๕ ถ้าพระสุพรรณกัลยามีพระราชโอรสกับพระเจ้าบุเรงนองก็ต้องมีพระชนม์ไม่ต่ำกว่า ๑๐ ชันษา “พระราชโอรสเสวยนมอยู่ที่ในที่” จึงตีความหมายว่าเป็นโอรสของพระเจ้านันทบุเรง

แต่ มิกกี้ ฮาร์ท นักประวัติศาสตร์ชาวพม่าผู้สนใจประวัติศาสตร์ไทย-พม่า ได้เขียนไว้ในหนังสือ “โยเดียกับราชวงศ์พม่า เรื่องจริงที่ไม่มีใครรู้” ตอนหนึ่งว่า “…ระยะเวลา ๑๒ ปีแรกในพระราชวังกัมโพชะดี เมืองหงสาวดี ของพระสุพรรณกัลยานั้น เป็นช่วงที่ดีและทรงพระเกษมสำราญมากที่สุด แม้ว่าจะไม่ได้ทรงพบพระสวามีอยู่เนืองๆ ด้วยว่าพระสวามีมักจะทรงภารกิจที่แนวหน้า ประทับในสนามรบเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ท่านก็ทรงพระเกษมสำราญตามสมควร แต่ที่สุดแล้ว ชะตาของพระองค์ก็ถึงจุดเปลี่ยนผัน

เมื่อวันเพ็ญที่ ๑๕ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๑๒๔ พระเจ้าบุเรงนองเสด็จสวรรคต พระโอรสของพระเจ้าบุเรงนองทรงพระนามว่าพระเจ้านันทบุเรง เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์ใหม่ ยังผลให้ตำแหน่งพระมเหสีของพระสุพรรณกัลยากลายเป็นอดีตมเหสีทันที และต้องทรงย้ายออกจากพระราชวังไปประทับ ณ พระตำหนักส่วนพระองค์นอกเขตพระราชฐาน เช่นเดียวกันกับเหล่าวงศานุวงศ์ของพระเจ้าบุเรงนองคนอื่นๆ ตามธรรมเนียมประเพณีที่ถือปฏิบัติกันมา”

ในเรื่องที่กล่าวว่าพระสุพรรณกัลยาตกเป็นมเหสีของพระเจ้านันทบุเรง โอรสของพระเจ้าบุเรงนองด้วยนั้น มิกกี้ ฮาร์ท ให้ข้อคิดว่า

“…ถึงแม้พระเจ้าบุเรงนองผู้ทรงเป็นพระสวามีและพระบิดาของเจ้าหญิงน้อย จะสวรรคตไปสองปีกว่าแล้วก็ตาม แต่ชีวิตของพระสุพรรณกัลยาก็ทรงดำเนินไปตามปกติ นอกเสียจากว่าตำแหน่งพระมเหสีได้เปลี่ยนมาเป็นพระชนนีเท่านั้น และตอนนี้พระนางก็ทรงมีพระชนมายุ ๓๐ พรรษาแล้ว ตรงนี้ข้าพเจ้าขออธิบายสักนิดเดียวเกี่ยวกับนักแต่งประวัติศาสตร์เลียนแบบนิยาย ส่วนใหญ่ที่นิยมเขียนว่าพระเจ้านันทบุเรงทรงเอาพระสุพรรณกัลยาเป็นเมียหลังจากพระเจ้าบุเรงนองสวรรคตแล้วนั้น ข้าพเจ้าขอถามสักนิดว่า ตรงนี้ท่านใช้ข้อมูลใดมาอ้างอิง หลักฐานการบันทึกถึงครอบครัวพระเจ้านันทบุเรงในพงศาวดาร ทุกฉบับไม่เคยปรากฏพระนามของพระสุพรรณกัลยาแม้แต่นิดเดียว อย่าว่าแต่พระมเหสีเลย แม้แต่รายชื่อในตำแหน่งพระสนมก็ไม่มี หากเป็นเช่นนี้แล้วท่านยังจะพูดหรือเขียนอีกหรือว่าพระสุพรรณกัลยาเป็นเมียนันทบุเรง ข้าพเจ้าขอถามหน่อยว่าเมียลักษณะไหน เมียเก็บหรือ ถ้าอ้างอย่างนี้ก็ไม่ดีนะ หมายความว่าไม่ให้เกียรติพระนางเลย ทั้งๆที่พระนางเป็นถึงพระธิดาในพระมหาธรรมราชา และเป็นเชษฐภคินีของพระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาถึงสองพระองค์ทีเดียว ประเพณีขัตติยวงศ์นั้นนิยมสมรสกันระหว่างพี่น้องด้วยกันก็จริงอยู่ แต่ไม่มีการเอาเมียพ่อมาเป็นเมียลูกแน่นอน…”

มิกกี้ ฮาร์ท ได้กล่าวถึงช่วงสุดท้ายของพระชนม์ชีพพระสุพรรณกัลยาว่า ในช่วงสงครามยุทธหัตถี พระสุพรรณกัลยาไม่ได้ประทับอยู่ในกรุงหงสาวดี แต่ได้ไปประทับที่เมืองตองอูกับพระธิดาที่เสกสมรสกับเจ้าชายไทยใหญ่ ซึ่งสนิทสนมกับเชื้อสายของราชวงศ์ที่ครองกรุงอังวะ ทรงมีพระชนม์ชีพอย่างปกติสุขจนสิ้นพระชนม์ มิได้ถูกปลงพระชนม์แต่อย่างใด

นี่จึงเป็นอีกมุมมองหนึ่งทางประวัติศาสตร์ที่ “แนวหน้า” ขอนำมาเติมเต็ม.

อบอุ่นหัวใจสุด ๆ ‘ปั๊ป-ใบเตย-น้องฌาน’ สะท้อนชีวิตพ่อแม่ยุคใหม่

อบอุ่นหัวใจสุด ๆ  ‘ปั๊ป-ใบเตย-น้องฌาน’ สะท้อนชีวิตพ่อแม่ยุคใหม่

อบอุ่นหัวใจสุด ๆ ‘ปั๊ป-ใบเตย-น้องฌาน’ สะท้อนชีวิตพ่อแม่ยุคใหม่

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.48 น.

เรียกว่าอบอุ่นหัวใจสุด ๆ เมื่อครอบครัวคนดัง “ปั๊ป-โปเตโต้ -ใบเตย – น้องฌาน” จูงมือกันมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวโคโดโม (KODOMO) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเด็กที่อยู่คู่ครอบครัวไทยมาอย่างยาวนาน กับบทบาทใหม่ในฐานะ “ครอบครัวพรีเซนเตอร์” ที่สะท้อนภาพชีวิตพ่อแม่ยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

ภาพแฟมิลี่สุดน่ารักที่ทั้งเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง พร้อมใช้ชีวิตในแบบคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว ทำกิจกรรม หรือใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน กลายเป็นภาพแทนของครอบครัวยุคใหม่ที่ไม่ได้หยุดใช้ชีวิตหลังมีลูก แต่เลือกเติบโตและใช้ทุกโมเมนต์ไปพร้อมกันทั้งพ่อแม่และลูก

การเปิดตัวพรีเซนเตอร์ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “New Move” ของโคโดโม (KODOMO)  ภายใต้ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อคนไทยมายาวนานตลอด 57 ปี ที่ต้องการปรับภาพลักษณ์ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์พ่อแม่ยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “ให้ชีวิตคุณและลูกหมุนไปพร้อมกัน” ที่เชื่อว่าการเลี้ยงลูกสามารถเดินไปพร้อมกับความสุขและความสมดุลของชีวิตครอบครัวได้ในทุกวัน

ครอบครัวพรีเซนเตอร์จะร่วมถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพยนตร์โฆษณาและคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบ เพื่อสะท้อนชีวิตจริงของพ่อแม่ยุคใหม่ และสร้างความเชื่อมโยงกับครอบครัวผู้บริโภคอย่างเป็นธรรมชาติ ภายใต้การสื่อสารการตลาดแบบ 360 องศา

พร้อมกันนี้ โคโดโม ยังเปิดตัว KODOMO Oganiku Premium Organic Series ผลิตภัณฑ์ดูแลเด็กที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ ด้วยแนวคิด “5 พลังการดูแลครบลูป” ครอบคลุมทุกกิจวัตรสำคัญ ตั้งแต่อาบน้ำ สระผม แปรงฟัน ซักผ้า ไปจนถึงแป้งเด็ก โดยเน้นความอ่อนโยนจากส่วนผสมออร์แกนิกและความปลอดภัยสำหรับผิวเด็กที่บอบบาง

KODOMO New Move ครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การเปิดตัวพรีเซนเตอร์ใหม่ แต่เป็นการสะท้อนภาพของครอบครัวยุคใหม่ที่เติบโต ใช้ชีวิต และมีความสุขไปพร้อมกัน พร้อมตอกย้ำบทบาทของโคโดโมในฐานะแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างทุกช่วงเวลาสำคัญของครอบครัวไทย

สมฐานะ ‘อภิมหาเศรษฐี–ซุปตาร์’ ไทย ร่วมภาพประวัติศาสตร์ New Col. ฟินาเล่ เวดดิ้ง สตูดิโอ

สมฐานะ ‘อภิมหาเศรษฐี–ซุปตาร์’ ไทย ร่วมภาพประวัติศาสตร์  New Col. ฟินาเล่ เวดดิ้ง สตูดิโอ

สมฐานะ ‘อภิมหาเศรษฐี–ซุปตาร์’ ไทย ร่วมภาพประวัติศาสตร์ New Col. ฟินาเล่ เวดดิ้ง สตูดิโอ

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.41 น.

จึ้งตาสับๆ ‘ฟินาเล่ เวดดิ้ง สตูดิโอ’อวดโฉม New Collection ผ่านไอเดียร์คนรุ่นใหม่”แพรวไพลิน – พชรพรหม สุดจิตต์”ทายาทรุ่นแรกสานต่อธุรกิจ เดินหน้าอัตลักษณ์ของผ้าไทยผ่านมุมมองร่วมสมัย กับงาน “A Sense of Thai 2026: Rooted in Heritage”  อภิมหาเศรษฐี และบุคคลในแวดวงสังคมชั้นสูง ซุปตาร์เมืองไทยร่วมงานคับคั่งค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์

สมมงสมฐานะงานดีไซน์จากฝีมือไฮแบรนด์ที่รวมอภิมหาเศรษฐี–ซุปเปอร์สตาร์เมืองไทย มาร่วมสร้างภาพแห่งประวัติศาสตร์ กับการเปิดฉาก “A Sense of Thai 2026″สุดยิ่งใหญ่อลังการ ที่ลูกไม้ใต้ต้น”แพรวไพลิน – พชรพรหม สุดจิตต์”ทายาทรุ่นแรกแห่งบ้าน “ฟินาเล่ เวดดิ้ง สตูดิโอ” เดินหน้าสานต่อไอเดียร์คน NEW GEN เผยโฉมคอลเลกชัน “The Passion of Thai Silk” อีกหนึ่งปรากฏการณ์สำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ของผ้าไทยผ่านมุมมองร่วมสมัย กับงาน “A Sense of Thai 2026: Rooted in Heritage” ระหว่างวันที่ 7 – 19 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี  ต้อนรับปีใหม่ไทย “มหาสงกรานต์ ปี 2569”

“The Passion of Thai Silk” โดยแบรนด์ Finale Wedding Studio ถ่ายทอดเสน่ห์ของผ้าไทยผ่านงานออกแบบระดับโอต์กูตูร์ ผสานความประณีตของหัตถศิลป์ไทยเข้ากับโครงสร้างแฟชั่นสมัยใหม่อย่างลงตัว ซึ่งได้เปิดตัวคอเลกชั่นใหม่สุดตระการตาภายในงาน และรับความสนใจจากบุคคลสำคัญระดับแถวหน้าของประเทศไทย ทั้งนักธุรกิจ อภิมหาเศรษฐี และบุคคลในแวดวงสังคมชั้นสูงที่มาร่วมชมแฟชั่นโชว์อย่างคับคั่ง อาทิ หม่อมหลวงปุญยนุช เกษมสันต์ ดุลยจินดา, รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์, สุมิตรา กิจกำจาย และ ดร.นิริน พลวัน

ขณะเดียวกัน รันเวย์ในครั้งนี้ยังรวมเหล่าซุปเปอร์สตาร์ของเมืองไทยกว่า 29 ท่าน มาร่วมถ่ายทอดผลงานอย่างทรงพลัง อาทิ ซอนย่า และ พรีญา สิงหะ, แอนโทเนีย โพซิ้ว และ มิ้น รัญชน์รวี เอื้อกูลวราวัตร สร้างสีสันและความน่าจับตามองให้กับโชว์ในทุกช่วงเวลา

“แพรวไพลิน – พชรพรหม สุดจิตต์” ทายาทรุ่นแรกของ ฟินาเล่ เวดดิ้ง สตูดิโอ เปิดเผยว่า “คอลเลกชัน “The Passion of Thai Silk” ได้รับแรงบันดาลใจจากพระสิริโฉมและพระอัจฉริยภาพด้านการแต่งกายของ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงได้รับการยกย่องในฐานะ Global Fashion Icon ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในการยกระดับผ้าไหมไทยสู่เวทีแฟชั่นโลก ตลอดพระราชกรณียกิจ พระองค์ทรงนำผ้าไหมไทยมารังสรรค์เป็นฉลองพระองค์ที่ผสานเอกลักษณ์ไทยเข้ากับความงดงามแบบสากลอย่างวิจิตร จนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความประณีตและคุณค่าทางวัฒนธรรมที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ แรงบันดาลใจอันทรงคุณค่านี้ ถูกนำมาตีความใหม่ผ่านแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ เพื่อเฉลิมฉลองมนต์เสน่ห์ของผ้าไทยในบริบทของโลกยุคใหม่”

สนุกing ไม่ต้องกดบัตร ไม่ต้องเก็บทรง ‘May Day Fest’ เฟสติวัลสุดยิ่งใหญ่ เที่ยงวันยันเที่ยงคืน

สนุกing ไม่ต้องกดบัตร ไม่ต้องเก็บทรง ‘May Day Fest’ เฟสติวัลสุดยิ่งใหญ่ เที่ยงวันยันเที่ยงคืน

สนุกing ไม่ต้องกดบัตร ไม่ต้องเก็บทรง ‘May Day Fest’ เฟสติวัลสุดยิ่งใหญ่ เที่ยงวันยันเที่ยงคืน

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.38 น.

ไม่ต้องกดบัตร ไม่ต้องเก็บทรง เตรียมร่างบวกใจให้พร้อม สนุกing ไปกับเฟสติวัลสุดยิ่งใหญ่ เที่ยงวันยันเที่ยงคืน “May Day Fest” เทศกาลสุดแคว้นแดนซิ่ง ไทยนี้รักสนุก โดย บริษัท อสมทจำกัด (มหาชน) จับมือร่วมกับ Enoactic (เอนโนแอคติค) ชวนมาเปิดจังหวะในหัวใจ ชวนมาสะบัดความเครียด ชวนมาสนุกแบบไทยสไตล์ ชวนมาเต้นให้ยับ พร้อมให้จอยกันแบบฟูฟีลฮีลใจ

พร้อมเปิดให้เข้างานฟรี เพื่อสนุกแบบไม่มีเงื่อนไข ในวันแรงงานแห่งชาติ ศุกร์ที่ 1 พฤษภาคมนี้ ปักหมุดมาพบกับที่ โครงการนิคมอุตสาหกรรม SMART PARK ตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง มาปลดปล่อยใจไปกับเสียงเพลง กับศิลปินระดับหัวจ่ายมวลความสนุก แถมมีจังหวะดีงามเพียบ อาทิ พี สะเดิด, ตั๊กแตน ชลดา, ศรราม เอนกลาภ, หญิงลี ศรีจุมพล, New Countryนุ พุฒธิวัฒน์-เอ็มโบ พันธกานต์-ติณติณ จรัสวี-กีตาร์ ณัฐเอก-กิ๊กไอรดา-มัทรี ธิติกานต์ , ส้มเช้ง สามช่า, กุ้ง สุธิราช, ดวงจันทร์ สุวรรณี, สายแย้ เจติยา, แคท อารียา, อัจ อัจจารีย์, สลักจิต ดวงจันทร์, จันทน์จวง ดวงจันทร์, ป๊อปปี้ ไมค์ทองคำ, จ่อย ไมค์ทองคำ ฯลฯ

ห้ามพลาดเตรียมมาชิมของเด็ด ช้อปของต้องโดน กับร้านค้าหลากหลายจากทุกภูมิภาคของประเทศไทย พร้อมผลิตภัณฑ์จากพี่น้องชาวระยอง และพิเศษสุดผู้เข้าร่วมจอยเวนเจอร์กับเราในครั้งนี้ทุกท่าน สามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษในแต่ละบูธเพื่อรับของรางวัล เพียงลงทะเบียนหน้างานเพื่อรับสิทธิ์นั้น ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในทุกสื่อของอสมท ทั้งทีวีดิจิทัล วิทยุ เว็บไซต์ และแพลตฟอร์มออนไลน์

คอนเสิร์ตการกุศลเชื่อมหัวใจคน 3 GEN The Giving Concert 3 Generations • 1 HEART

คอนเสิร์ตการกุศลเชื่อมหัวใจคน 3 GEN The Giving Concert 3 Generations • 1 HEART

คอนเสิร์ตการกุศลเชื่อมหัวใจคน 3 GEN The Giving Concert 3 Generations • 1 HEART

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.18 น.

สภากาชาดไทย โดย DONATION HUB และเวิร์คพอยท์ กรุ๊ป แถลงข่าวความร่วมมือครั้งแรกกับการ นำประสบการณ์ทางดนตรีและภารกิจของการให้มาร้อยเรียงเป็นคอนเสิร์ตการกุศลเชื่อมหัวใจคน 3 GEN  “The Giving Concert” 3 Generations • 1 HEART  ซีรีส์ของคอนเสิร์ตในการส่งต่อปณิธานแห่งการให้ จากคนรุ่นใหญ่  สู่คนรุ่นกลาง ส่งต่อคนรุ่นใหม่ คอนเสิร์ตที่ออกแบบให้ “เสียงเพลง” เป็นสะพานเชื่อมคนต่างเจเนอเรชันที่เติบโตมากับ บทเพลงที่แตกต่าง แต่ความสุข และความทรงจำ สามารถส่งต่อถึงกันได้ในทุกช่วงเวลาของชีวิต

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายกฤษฎา บุญราช ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย และผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด สภากาชาดไทย พร้อมด้วย นางจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย, นายปัญญา นิรันดร์กุล ประธานบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด, คณะผู้บริหาร นักแสดงและศิลปินจากค่ายต่างๆ ในเครือเวิร์คพอยท์ กรุ๊ป มาร่วมงานคับคั่ง ณ สยามพิฆ ฮอลล์ ชั้น 7 สยามสแควร์วัน

นายปัญญา นิรันดร์กุล ประธานบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “THE GIVING CONCERT ครั้งนี้ คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า “การให้” เป็นภาษาสากลที่ไม่มีกำแพงเรื่องอายุหรือกาลเวลามาขวางกั้น นี่ไม่ใช่เพียงแค่การแสดงดนตรี แต่คือการรวมตัวครั้งสำคัญของพลังคนทั้ง 3 Generations มาไว้บนเวทีเดียวกัน ตั้งแต่ระดับปรมาจารย์ผู้ส่งต่อแรงบันดาลใจ สู่ศิลปินรุ่นปัจจุบัน และเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่จะรับไม้ต่อแห่งการแบ่งปัน เรามุ่งหวังที่จะหลอมรวมความแตกต่างของแต่ละยุคสมัยให้เป็นหนึ่งเดียว ด้วยจังหวะหัวใจเดียวกันที่เต้นเพื่อผู้อื่นใช้ท่วงทำนองแห่งบทเพลงเป็นสะพานเชื่อมโยงความรักและความปรารถนาดีจากหัวใจสู่หัวใจ ถ่ายทอดพลังแห่งการให้ที่ยิ่งใหญ่ เพราะเราเชื่อว่าเมื่อหัวใจคนทุกรุ่นเชื่อมถึงกัน ปาฏิหาริย์แห่งการแบ่งปันจะเกิดขึ้นอย่างไม่รู้จบ และผลลัพธ์จากคอนเสิร์ตครั้งนี้จะแปรเปลี่ยนเป็นพลังในการบรรเทาทุกข์ บำรุงสุข และสร้างรอยยิ้มให้กับพี่น้องชาวไทย ตามปณิธานอันแน่วแน่ของสภากาชาดไทยที่ยืนหยัดมาตลอด 133 ปี”

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่สร้างความประทับใจไปทั่วทั้งฮอลล์ คือโชว์พิเศษ “พรหมลิขิต” ที่จะทำหน้าที่เป็นดั่งสายใย      ร้อยเรียงทั้ง 3 คอนเสิร์ตเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โชว์นี้ ถ่ายทอดแนวคิดการเชื่อมโยงผู้คนต่างวัย ให้หลอมรวมเป็น หัวใจเดียวกัน พร้อมร่วมกันส่งต่อแรงบันดาลใจ ความหวัง และโอกาสอันยิ่งใหญ่สู่สังคม พร้อมด้วยการร้อยเรียงบทเพลงแห่งความทรงจำ ผ่านน้ำเสียงอันทรงพลังและเปี่ยมด้วยเสน่ห์ของเหล่าศิลปินคุณภาพอย่าง ธัช กิตติธัช, แบ็งค์ เฉลิมรัฐ,    พูลิม ณิชกานต์, พีจัง กฤษณะ ศิลปินเพลงเอก และพลังสร้างสรรค์จากกลุ่มศิลปินรุ่นใหม่จาก WIN TRAINEE ซึ่งทุกคนถ่ายทอดอารมณ์เพลงได้อย่างกลมกล่อม เรียกเสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั้งฮอลล์ สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงาน ในฐานะจุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์แห่งการแบ่งปันครั้งสำคัญ

THE GIVING CONCERT 1: Sing History เพลงรักในวันวาน กำหนดจัดงานวันที่ 9 พฤษภาคม 2569

คอนเสิร์ตที่ถ่ายทอดพลังแห่งการให้ในรูปแบบ Story Concert พาย้อนวันวานไปกับบทเพลงอันไพเราะจากภาพยนตร์และละครในความทรงจำ เชื่อมโยงเหตุการณ์สำคัญๆ ของสภากาชาดไทย นำโดย ตั๊ก ศิริพร, สุนารี ราชสีมา และฮาย อาภาพร พร้อมด้วยศิลปินลูกทุ่งขวัญใจมหาชน ไรอัล กาจบัณฑิต, ธัช กิตติธัช, อลิศ ธนัชศลักษณ์ และแบ็งค์ เฉลิมรัฐ

THE GIVING CONCERT 2: Sing Memories เพลงหวานในความทรงจำ กำหนดจัดงานวันที่ 4 กรกฎาคม 2569

คอนเสิร์ตเรื่องเล่าของความรัก ผ่านบทเพลงยุค 90s – 2000s ที่จะพาผู้ชมย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่หัวใจยังเต้นแรง นำโดยวงดนตรีระดับตำนาน “เฉลียง” พร้อมศิลปินรับเชิญ นัท มีเรีย และ ปาน ธนพร

THE GIVING CONCERT 3: Sing Infinity เพลงเพราะไม่รู้จบ กำหนดจัดงานวันที่ 24 ตุลาคม 2569

คอนเสิร์ตแห่งพลังคนรุ่นใหม่ รวมศิลปิน Idol จาก Gen Y และ Gen Z ผสานกับพลังเพลงลูกทุ่งมัธยมชิงช้าสวรรค์และ      วงคุณพระช่วยออร์เคสตรา นำโดย นุนิว ชวรินทร์, เติ้ล-มติมันท์, เฟิร์สวัน วรรณกร, เบนซ์ ข้าวขวัญ, อิ๊น มาธวี และแชมป์    การประกวดจากรายการชิงช้าสวรรค์ ที่จะถ่ายทอด “การให้” ในรูปแบบใหม่ที่สดใสและร่วมสมัย

The Giving Concert ไม่ได้มอบเพียงความสุขผ่านบทเพลงอันไพเราะ หากยังเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการส่งต่อโอกาสและความช่วยเหลือเพื่อสนับสนุนภารกิจของสภากาชาดไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ที่มีความหมายผ่านบทเพลงอันไพเราะ ทุกที่นั่งคือเงินบริจาค พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า บัตรราคา 7,000 / 5,000 / 4,000 / 3,000 และ 2,000 บาท ได้บุญ ได้บัตร แล้ววันนี้ ที่ www.iredcross.org

เบียร์ เดอะวอยซ์ สลัดลุคแซ่บ ห่มสไบถือดอกบัวแชะภาพอินเทรนด์

เบียร์ เดอะวอยซ์ สลัดลุคแซ่บ ห่มสไบถือดอกบัวแชะภาพอินเทรนด์

เบียร์ เดอะวอยซ์ สลัดลุคแซ่บ ห่มสไบถือดอกบัวแชะภาพอินเทรนด์

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.44 น.

ทำเอาแฟน ๆ ฮือฮาไม่น้อย เมื่อ “เบียร์ ภัสรนันท์ อัษฎมงคล” หรือ “เบียร์ เดอะวอยซ์” สลัดภาพลักษณ์สาวเซ็กซี่สุดแซ่บที่หลายคนคุ้นตา มาในลุคใหม่สุดละมุน นุ่งชุดไทยห่มสไบโทนสีพาสเทลหวานละไม พร้อมโพสท่าถ่ายภาพกับ “ดอกบัว” พร็อพยอดฮิตที่กำลังมาแรงในโลกโซเชียลขณะนี้

จนแฟนคลับต่างเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมกันอย่างล้นหลาม เรียกได้ว่าไม่ว่าจะลุคแซ่บหรือลุคหวาน สาวเบียร์ ก็เอาอยู่ทุกสไตล์จริงๆ

ขอบคุณภาพจาก : @beerpassaranan

‘นุ้ย สุจิรา’จัดเต็มลุคนางสงกรานต์ปี 2569 ขี่หลังสามี ‘ปอนด์ ชยพล’แปลงกายเป็นพาหนะสุดพีค

'นุ้ย สุจิรา'จัดเต็มลุคนางสงกรานต์ปี 2569 ขี่หลังสามี 'ปอนด์ ชยพล'แปลงกายเป็นพาหนะสุดพีค

‘นุ้ย สุจิรา’จัดเต็มลุคนางสงกรานต์ปี 2569 ขี่หลังสามี ‘ปอนด์ ชยพล’แปลงกายเป็นพาหนะสุดพีค

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.19 น.

กลายเป็นสีสันรับเทศกาลสงกรานต์ที่ทำเอาชาวเน็ตขำกลิ้งและเอ็นดูไปตามๆ กัน เมื่อเจ้าแม่คอนเทนต์อย่าง “นุ้ย สุจิรา” อดีตนางสาวไทยตัวตึง ออกมาโพสต์ภาพและคลิปเบื้องหลังการถ่ายแฟชั่นต้อนรับวันสงกรานต์ที่ไม่ธรรมดา เพราะปีนี้เธอไม่ได้มาแค่ชุดไทยสวยสง่า แต่ยังพกพาความฮามาแบบจัดเต็ม

ในภาพปรากฏให้เห็น นุ้ย สุจิรา สวมชุดไทยโบราณสีนวลอร่าม เครื่องโขนเครื่องประดับจัดเต็ม พร้อมถืออาวุธและคันธนูตามลักษณะนางสงกรานต์ประจำปี แต่ที่ดึงดูดสายตาสุดๆ จนหลุดโฟกัสคือพาหนะข้างกายที่ไม่ใช่สัตว์ในตำนานที่ไหน แต่เป็นคุณสามีสุดที่รัก “ปอนด์ – ชยพล หลีระพันธ์” ที่ยอมทุ่มสุดตัว แปลงกายใส่จมูกหมูและหูปลอม ลงไปคุกเข่ารับบทเป็นพาหนะให้ภรรยาสาวขี่หลังถ่ายภาพอย่างอารมณ์ดี งานนี้ทำเอาแฟนคลับและเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงแห่กันเข้ามาคอมเมนต์แซวกันยกใหญ่ ถึงความยอมเมียของคุณปอนด์ ที่ไม่ว่าจะโปรเจกต์ไหน หรือคอนเทนต์จะหลุดโลกเพียงใด สามีคนนี้ก็พร้อมซัพพอร์ตและร่วมเฟรมด้วยทุกครั้ง จนหลายคนยกตำแหน่ง “สามีดีเด่น” ให้ไปครองแบบไม่มีคู่แข่ง

ส่องโมเมนต์น่ารัก ‘เบิร์ด ธงไชย’ เช็คอินคาเฟ่ดัง บรรยากาศสุดอบอุ่น

ส่องโมเมนต์น่ารัก 'เบิร์ด ธงไชย' เช็คอินคาเฟ่ดัง บรรยากาศสุดอบอุ่น

ส่องโมเมนต์น่ารัก ‘เบิร์ด ธงไชย’ เช็คอินคาเฟ่ดัง บรรยากาศสุดอบอุ่น

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.01 น.

ถือเป็นเรื่องราวสุดประทับใจบนโลกโซเชียล เมื่อเพจเฟซบุ๊ก “Lovespoon coffee house” ได้โพสต์ภาพบรรยากาศสุดพิเศษต้อนรับแขกคนสำคัญอย่างซูเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งของเมืองไทย “พี่เบิร์ด – ธงไชย แมคอินไตย์” ที่ได้เดินทางมาพักผ่อนและแวะเวียนมาที่ร้านเป็นประจำทุกปี จากภาพที่ปรากฏพี่เบิร์ดมาในลุคสบายๆ สวมเสื้อคลุมสีส้มสดใสและหมวกแก๊ปคู่ใจ พร้อมรอยยิ้มที่คุ้นเคย โดยมีกลุ่มเพื่อนสนิทรวมถึง “พี่น้อย” ร่วมเดินทางไปด้วย บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยความเรียบง่ายและเป็นกันเอง พี่เบิร์ดได้ร่วมถ่ายภาพกับเจ้าของร้านและพนักงานท่ามกลางวิวทุ่งนาสีเขียวขจี

โดยทางเจ้าของร้านได้ระบุข้อความด้วยความปลาบปลื้มใจว่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี พี่เบิร์ดก็ยังคงน่ารักและให้เกียรติแวะมาเยี่ยมเยียน “เลิฟสปูน” เสมอ เปรียบเสมือนการมาเติมพลังใจให้กับคนทำงาน โดยระบุว่า “กราบขอบพระคุณพี่เบิร์ดพี่น้อยที่ให้โอกาส เลิฟสปูนได้ดูแลและบริการในช่วงเวลาที่ผ่านมา… Till we meet again”

นอกจากนี้ ทางร้านยังได้รับของที่ระลึกสุดพิเศษจาก “พี่น้อย” ซึ่งสร้างความตื้นตันใจจนเจ้าของร้านสัญญาว่าจะเปิดฟังทุกวัน พร้อมทิ้งท้ายถึงความน่าอิจฉาของเหล่าแฟนคลับ (FC) ที่มีศิลปินที่รักและดูแลแฟนคลับได้ดีเยี่ยมขนาดนี้แลนด์มาร์คที่แฟนคลับต้องตามรอยการปรากฏตัวของพี่เบิร์ดในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สร้างรอยยิ้มให้กับคนในพื้นที่ แต่ยังทำให้ร้าน Lovespoon coffee houseกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่แฟนคลับหลายคนอยากจะตามรอยไปสัมผัสบรรยากาศความชิลล์และรอยยิ้มแบบซูเปอร์สตาร์บ้าง

ขอบคุณข้อมูลจาก: Facebook Lovespoon coffee house

ริต้า อวดลุคสวยแพงริมทะเล โมเมนต์ครอบครัวอบอุ่นละมุนใจ

ริต้า อวดลุคสวยแพงริมทะเล โมเมนต์ครอบครัวอบอุ่นละมุนใจ

ริต้า อวดลุคสวยแพงริมทะเล โมเมนต์ครอบครัวอบอุ่นละมุนใจ

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.02 น.

10 เมษายน 2569 ทำเอาอินสตาแกรมแทบลุกเป็นไฟ เมื่อคุณแม่คนสวยระดับพรีเมียม “ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช” ออกมาโพสต์ภาพทริปพักผ่อนล่าสุด ยกครอบครัวไปเติมความสดชื่นรับลมทะเลแบบพร้อมหน้าพร้อมตา พร้อมแคปชั่นสั้นๆ ว่า “My sunshine”

โดย ศรีริต้า มาในชุดว่ายน้ำสีขาว เสริมด้วยผ้าคลุมบางเบาพริ้วไหว เผยเรียวขาสวยยาว ไม่ว่าจะโพสท่าหรือขยับตัวในมุมไหนก็เป๊ะทุกองศา จนแฟนๆ ต่างพากันกดไลก์และชื่นชมไม่ขาดสาย

ภาพจาก : @sriritajensen