แม่ชม ยกแก๊งบินลัดฟ้าเที่ยวออสเตรเลีย ตะลุยออสเตรเลีย เมลเบิร์นโฮแธม สุดอบอุ่น!

แม่ชม ยกแก๊งบินลัดฟ้าเที่ยวออสเตรเลีย ตะลุยออสเตรเลีย เมลเบิร์นโฮแธม สุดอบอุ่น!

แม่ชม ยกแก๊งบินลัดฟ้าเที่ยวออสเตรเลีย ตะลุยออสเตรเลีย เมลเบิร์นโฮแธม สุดอบอุ่น!

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.48 น.

ชมพู่ อารยา แฟชั่นนิสต้าตัวแม่ พาลูกๆ และครอบครัวยกแก๊งเช็กอินเที่ยวประเทศออสเตรเลีย จัดทริปพักผ่อนรับความเย็นที่เมืองเมลเบิร์น (Melbourne) และยอดเขา Mount Hothamงานนี้ แม่ชมยังคงคอนเซปต์เจ้าแม่แฟชั่น จัดเต็มเสื้อหนาวไหมพรมลวดลายสดใส หมวกไหมพรม และแว่นตาเก๋ๆ ร่วมเฟรมกับสามี “น็อต วิศรุต” และลูกๆ น้องสายฟ้า น้องพายุ และน้องแอบิเกล เล่นหิมะและแวะจิบกาแฟ ชา อบอุ่นหัวใจซึ่งด้าน น้องแอบิเกล ก็แจกความสดใส ลุคสกีสุดเท่พร้อมหมวกกันน็อกสีชมพู จับคู่ความน่ารักสดใสฉลองทริปหิมะแรกๆ ของปี

หลงไทย… เสน่ห์เมืองรอง 4 ภาค ในงาน เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ หลงไทย

หลงไทย… เสน่ห์เมืองรอง 4 ภาค  ในงาน เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ หลงไทย

หลงไทย… เสน่ห์เมืองรอง 4 ภาค ในงาน เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ หลงไทย

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.11 น.

เดอะมอลล์ไลฟ์โตร์ บางกะปิ ขอเชิญร่วมงาน “เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ หลงไทย” สัมผัสเสน่ห์เมืองรอง พบ 9 เมนูเด็ดพร้อมเมนูดังจากทั่วไทย รวมทั้งนั่งรถไฟชมวิถีไทย ระหว่างวันที่ 15–23 สิงหาคม 2569 ณ เอ็ม แกรนด์ ฮอลล์ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ งาน “เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ หลงไทย”  จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ชิมของถิ่น เที่ยววัฒนธรรม ชมวิถีชุมชน สัมผัสสี่ภาคในวันเดียว” พร้อมออกเดินทางกับขบวนรถไฟ M TRAIN ที่จะพาท่องเที่ยวและสัมผัสอัตลักษณ์แต่ละภูมิภาค โดยถ่ายทอดผ่านอาหาร วีถีชีวิต วัฒนธรรม ภูมิปัญญา สินค้าชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวอันเป็นเอกลักษณ์ จากเมืองรองทั่วไทย ใน 3 มิติ

หลงรักอาหารไทย รวมความอร่อยระดับมิชลินไกด์, ร้านระดับตำนาน และร้านดังในโซเซียล มากกว่า 300 ร้าน กว่า 2,000 เมนู  

หลงเสน่ห์ท่องเที่ยวไทย ครั้งแรก! กับการนั่งรถไฟถ่ายภาพท่องเที่ยวภายในงาน กับการเนรมิตแลนด์มาร์กเมืองรองที่พลาดไม่ได้! อาทิ ลำปาง, เลย, ลพบุรี, พังงา

หลงความงามศิลปะไทย พบการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย 4 ภาค ที่หาชมได้ยาก อาทิ นาคเล่นน้ำ, รำโนราห์, การแสดงสี่ภาค ฯลฯ

นอกจากนี้ยังพบกับกิจกรรมพิเศษกับศิลปินดัง ในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 เวลา 15.00 น. นั่งรถไฟชมงานกับ ราชา ราชัน รุ่งไพรพนา MR. GLOBAL THAILAND 2026 และในวันที่ 18  สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. พบพิธีเปิดสุดอลังการ พร้อมหลงเสน่ห์เมืองไทยไปด้วยกันกับ เติ้ล – เฟิร์สวัน และเซอร์ไพรส์สุดพิเศษ  

หลงไทย…. กับเสน่ห์ของอาหาร แหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง ระหว่างวันที่ 15 –23 สิงหาคม 2569 ณ เอ็ม แกรนด์ ฮอลล์ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK:    THEMALL LIFESTORE BANGKAPI

#TheMallLifestore  #TheMalllifestoreหลงไทย  #เที่ยวเมืองรอง

#กินเที่ยวทั่วไทย  #TheMallLifestoreBangkapi  #เที่ยวเมืองรองต้องไปสัมผัสด้วยตัวเอง

ป๋าเต็ด นำทีมชม ฟาร์มโชคชัย 3 สถานที่จัดงาน BIG MOUNTAIN VILLAGE แห่งใหม่

ป๋าเต็ด นำทีมชม ฟาร์มโชคชัย 3 สถานที่จัดงาน BIG MOUNTAIN VILLAGE แห่งใหม่

ป๋าเต็ด นำทีมชม ฟาร์มโชคชัย 3 สถานที่จัดงาน BIG MOUNTAIN VILLAGE แห่งใหม่

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.07 น.

เรียกได้ว่าเป็นงานเทศกาลดนตรีที่น่าติดตามอย่างต่อเนื่อง กับ “PEPSI presents BIG MOUNTAIN VILLAGE” (เป๊บซี่ พรีเซนต์ บิ๊กเมาน์เท่น วิลเลจ) ที่ประกาศเปลี่ยนแปลงทุกอย่างใหม่ทั้งหมด 100% ตั้งแต่ชื่องาน สถานที่จัดงาน ตลอดจนมาตรการการจัดงานที่เตรียมยกระดับความเข้มข้น เพื่อตอบโจทย์ทุกปัญหาและทุกความต้องการของผู้ชม เดินหน้าสู่การเป็นเทศกาลดนตรีที่ดีที่สุดของประเทศ ล่าสุดเมื่อวานนี้ (6 ส.ค. 69) ป๋าเต็ด – ยุทธนา บุญอ้อม Senior Executive Vice President – Showbiz หน่วยงาน GMM SHOW บริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค จำกัด (มหาชน) และ คุณป่านแก้ว สัตยาวุฒิพงศ์” Vice President-Showbiz Promoter ทีม GayRay หน่วยงาน GMM SHOW บริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค จำกัด (มหาชน) นำทีมสื่อมวลชนเยี่ยมชมสถานที่จัดงานแห่งใหม่ “ฟาร์มโชคชัย 3 จ.นครราชสีมา” พร้อมอัปเดตมาตรการการจัดงาน และความคืบหน้าล่าสุดของงานปีนี้

​ป๋าเต็ด ยุทธนา กล่าวว่า “ฟาร์มโชคชัย 3” เป็นสถานที่ที่อยากใช้จัดงานบิ๊กเมาน์เท่น มิวสิค เฟสติวัล มาตั้งแต่ครั้งแรก แต่ด้วยข้อจำกัดหลายๆ อย่างในช่วงนั้นทำให้ไม่สามารถจัดงานที่นี่ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป งานบิ๊กเมาน์เท่นตั้งเป้าหมายเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรอบ 16 ปี ประกอบกับเงื่อนไขของสถานที่ที่มีความสอดคล้องกับลักษณะของการจัดงาน ในปีนี้จึงได้ปักหมุดจัดงานที่นี่ เพราะเชื่อว่าการเปลี่ยนสถานที่จัดงาน จะทำให้การเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ สามารถเกิดขึ้นได้จริง โดยมาตรการการจัดงานในปีนี้พร้อมยกระดับความเข้มข้นให้มากขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมการเป็นเทศกาลดนตรี “ที่ดีที่สุด” ใน 3 ด้าน ดังนี้

1. The Best Location – โลเคชันที่ดีที่สุด

• “ฟาร์มโชคชัย 3” สถานที่จัดงานแห่งใหม่ ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ เดินทางสะดวก เข้า-ออกง่ายได้มากถึง 6 เส้นทาง เดินทางสะดวกจากทั้งกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่นๆ

• ไม่มีฝุ่น หญ้าสดเต็มพื้นที่ ทั้งพื้นที่จัดงาน ตลอดจนลานจอดรถ

• วิวสวย ธรรมชาติจัดเต็ม ร่มเย็นด้วยต้นไม้ใหญ่ และโอบล้อมด้วยภูเขา 270 องศา

• แก้ไขปัญหารถติด โดยร่วมมือกับกรมทางหลวง เพิ่มถนนเป็น 3 เลน รถเคลื่อนตัวสะดวก ทั้งขาเข้าและขาออก รวมถึงเตรียมกั้นกรวยจราจรบริเวณไหล่ทาง แก้ไขปัญหาการจอดรถกีดขวางเส้นทางเดินรถ

• มีลานจอดรถหน้างาน พื้นที่กว้างขวางถึง 1 ใน 3 ของพื้นที่จัดงานทั้งหมด สามารถรองรับคนได้ทั้งงาน

2. The Best Plan – แปลนงานที่ดีที่สุด

• พื้นที่จัดงานรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ และออกแบบงานได้อย่างอิสระมากขึ้น ผู้ชมเตรียมพบกับผังงานที่ดีที่สุดในชีวิตของป๋าเต็ดและทีมผู้จัด GAYRAY ได้ในเร็วๆ นี้

• เดินง่ายกว่าเดิม ทุกเวทีและทุกโซนอยู่ใกล้กัน

• ดีไซน์เวทีใหม่ ไม่ซ้ำเดิม ไม่จำเจ เพื่อให้ทุกคนได้รับประสบการณ์ทางดนตรีใหม่ๆ ทุกปี

• ทุกเวทีสำคัญเท่ากัน ไม่แบ่งแยกแนวเพลง ไลน์อัปศิลปินจะมีอิสระมากที่สุด เพื่อดึงเสน่ห์ของความเป็นเทศกาลดนตรีออกมาให้มากที่สุด และลดการกระจุกตัวของผู้ชมที่เวทีใดเวทีหนึ่ง

• มีแลนมาร์กกลางงาน ช่วยให้มองเห็นงาน 360 องศา ไม่หลงทาง

• ขยายพื้นที่ห้องน้ำมากกว่าเดิม 2 เท่า รองรับคนได้มากขึ้น ลดปัญหาการต่อคิวยาว

• จัดโซนอาหารและห้องน้ำใหม่ ไม่ว่าอยู่เวทีไหนก็เดินใกล้มากขึ้น

3. The Best Music Festival – เทศกาลดนตรีที่ดีที่สุด

• ยกระดับมาตรการคุมเข้มสิ่งผิดกฎหมาย กัญชา – บุหรี่ไฟฟ้า – ยาเสพติด “ตรวจจริง – จับจริง – ตัดสิทธิ์เข้าร่วมงานตลอดชีพ – และดำเนินการตามกฎหมายทันที” โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมาย, มี CCTV ทั่วบริเวณงานและทุกจุดสูบบุหรี่, จัดผังผู้ชมใหม่ เพิ่มช่องทางให้ทีมการ์ดตรวจจับสิ่งผิดกฎหมายได้ทั่วถึงมากขึ้น เพื่อทำให้ผู้ชมที่ทำตามกฎระเบียบของงานได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด

• ลานจอดรถอยู่หน้างาน สะดวกสบาย ไม่ต้องต่อรถ

• ราคาบัตรคุ้มค่า เปลี่ยนใหม่ทุกอย่าง แต่คงราคาบัตรเท่าเดิม

​แม้ว่าการจัดงานครั้งนี้จะเปลี่ยนใหม่ 100% แต่ PEPSI presents BIG MOUNTAIN VILLAGE ยังคงเป็นเทศกาลดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีไลน์อัปศิลปินที่ดีที่สุด มีกิจกรรมฮิตภายในงาน ตลอดจนการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 12-13 ธ.ค. 69

​เปลี่ยนใหม่หมด แต่ราคาบัตรเท่าเดิม!! โดยจะเปิดจำหน่ายบัตร EARLY COW ราคา 2,000 บาท (จากปกติ 2,500 บาท) วันที่ 4 – 8 กันยายน 2569 ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขา, เว็บไซต์ All Ticket เว็บไซต์ TICKETIER และ TICKETIER Application และบัตรผ่อน 3 งวด ซื้อได้ที่เว็บไซต์ TICKETIER และ TICKETIER Application

​ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โซเชียลมีเดียทุกช่องทางของ Big Mountain Music Festival

#bigmountainvillage

#bigmountainเปลี่ยนร้อยเปอร์เซ็นต์ #ต้องดีที่สุด #เป๊ปซี่ซ่าหน่อยมั้ย

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ชวนสมัครเข้าร่วม โครงการส่งเสริมศิลปะดนตรีพื้นบ้านสู่ดนตรีร่วมสมัย

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ชวนสมัครเข้าร่วม โครงการส่งเสริมศิลปะดนตรีพื้นบ้านสู่ดนตรีร่วมสมัย

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ชวนสมัครเข้าร่วม โครงการส่งเสริมศิลปะดนตรีพื้นบ้านสู่ดนตรีร่วมสมัย

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.03 น.

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญชวนคณะศิลปิน และนักดนตรีทั่วประเทศ สมัครเข้าร่วมโครงการส่งเสริมศิลปะดนตรีพื้นบ้านสู่ดนตรีร่วมสมัย เพื่อร่วมสืบสานรากวัฒนธรรมดนตรีพื้นบ้านของไทย ต่อยอดองค์ความรู้สู่การสร้างสรรค์ผลงานดนตรีร่วมสมัย พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้พัฒนาศักยภาพ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญ และก้าวสู่เวทีสร้างสรรค์ที่สามารถต่อยอดเป็นโอกาสทางอาชีพ และเศรษฐกิจวัฒนธรรมในอนาคต

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งเสริม อนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านดนตรีพื้นบ้านของไทย ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการที่ผสมผสานองค์ความรู้ดั้งเดิมเข้ากับแนวคิด และเทคนิคดนตรีร่วมสมัยเปิดมุมมองใหม่ในการสร้างสรรค์ผลงานที่ยังคงอัตลักษณ์ความเป็นไทย ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพของเยาวชน และนักดนตรี ให้สามารถปรับตัวสอดรับกับบริบทของสังคม และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ในปัจจุบัน อันจะนำไปสู่การสร้างคุณค่า และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจบนฐานทุนทางวัฒนธรรมของประเทศอย่างยั่งยืน

ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) กับวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีพื้นบ้าน ดนตรีสากล และดนตรีร่วมสมัยระดับประเทศ ที่จะร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้เทคนิคการสร้างสรรค์ผลงาน อาทิ การเรียบเรียงเสียงประสาน การบรรเลงรวมวง การสร้างตัวตน และภาพลักษณ์ การบริหารจัดการระบบเสียง และเวที เป็นต้น ซึ่งจะเป็นการการพัฒนาผลงานดนตรีให้สามารถต่อยอดสู่การสร้างอาชีพ และสร้างรายได้ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายกับศิลปิน และนักดนตรีจากหลากหลายภูมิภาคทั่วประเทศ

นอกจากนี้ โครงการยังมีกิจกรรมลงพื้นที่ติดตามและประเมินผลการพัฒนาผลงานในระดับภูมิภาค โดยคณะผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อคัดเลือกคณะศิลปินและนักดนตรีจากภาคเหนือ กลาง ใต้ และอีสาน เพื่อร่วมจัดการแสดงคอนเสิร์ตแสดงผลงานโครงการฯ ณ กรุงเทพมหานคร ร่วมกับศิลปินระดับประเทศอาทิ วง ASIA 7 วงดนตรีแนว Asian Pop / Thai Fusion ที่มีความโดดเด่นในการหลอมรวมเสียงเครื่องดนตรีพื้นบ้านของไทยเข้ากับซาวด์ดนตรีสากลได้อย่างกลมกล่อม ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญของคณะศิลปินและนักดนตรี

ที่จะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ร่วมกับศิลปินอาชีพที่ประสบความสำเร็จจนเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศและระดับสากล รวมถึงเป็นเวทีที่แสดงศักยภาพและถ่ายทอดอัตลักษณ์ดนตรีพื้นบ้านไทยสู่สาธารณชนสร้างเครือข่ายทางวิชาชีพ และต่อยอดโอกาสสู่อุตสาหกรรมดนตรีและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในอนาคต

กรมส่งเสริมวัฒนธรรมเปิดรับสมัครคณะศิลปินและนักดนตรีพื้นบ้าน และดนตรีร่วมสมัยจากทั่วประเทศ

ที่มีใจรักในเสียงดนตรีและต้องการพัฒนาทักษะด้านการสร้างสรรค์ผลงานร่วมสมัยบนพื้นฐานของภูมิปัญญาไทย พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมวัฒนธรรมผ่านพลังแห่งเสียงดนตรี ความคิดสร้างสรรค์และทุนทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติ

กำหนดเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 10 – 31 สิงหาคม 2569 ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ทาง Facebook Page : กิจกรรมส่งเสริมศิลปะดนตรีพื้นบ้านสู่ดนตรีร่วมสมัยหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มส่งเสริมการเรียนรู้ทางศิลปะการแสดง สถาบันวัฒนธรรมศึกษากรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม โทรศัพท์ 0 2247 0013 ต่อ 4121 – 4122กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม มุ่งขับเคลื่อนการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมของชาติให้ก้าวทันบริบทของโลกยุคใหม่ โดยส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนได้มีส่วนร่วมในการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านกระบวนการเรียนรู้ และการสร้างสรรค์ร่วมสมัย พร้อมสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของศิลปิน และนักดนตรีรุ่นใหม่ ให้สามารถนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสู่การสร้างคุณค่า และมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ภายใต้นโยบายการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ และ Soft Power ของประเทศไทย เพื่อให้ศิลปวัฒนธรรมไทยยังคงมีชีวิต ก้าวทันยุคสมัย และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ตลอดจนเผยแพร่อัตลักษณ์ความเป็นไทยสู่สายตานานาชาติอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ART UNIVERSE ชู ลิขสิทธิ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ยกระดับศิลปินไทยสู่สากล

ART UNIVERSE ชู ลิขสิทธิ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ยกระดับศิลปินไทยสู่สากล

ART UNIVERSE ชู ลิขสิทธิ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ยกระดับศิลปินไทยสู่สากล

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.53 น.

 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้ ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการแสดงผลงานสร้างสรรค์ด้านศิลปะ “ART UNIVERSE: จักรวาลแห่งการสร้างสรรค์ด้วยศิลป์” เพื่อเปิดเวทีให้ศิลปินไทยได้นำเสนอผลงาน สร้างเครือข่ายกับนักสะสม นักลงทุน และภาคธุรกิจสร้างสรรค์ พร้อมต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และผลักดันศิลปะไทยสู่เวทีนานาชาติ โดยมีนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ศิลปิน และผู้ประกอบการเข้าร่วมอย่างคึกคัก ซึ่งงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7–16 สิงหาคม 2569 ณ Cloud 11 กรุงเทพฯ 

 ดร.กิริฎา กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา มีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมงานสร้างสรรค์และงานศิลปะของไทยให้สามารถต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินไทยได้แสดงศักยภาพ ได้รับการคุ้มครองสิทธิ และสามารถนำผลงานไปสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เนื่องจากผลงานศิลปะไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่สะท้อนอัตลักษณ์ ความงดงาม และคุณค่าทางวัฒนธรรมของสังคมเท่านั้น แต่ยังเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่สามารถสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจได้อย่างหลากหลาย

 ดร.กิริฎา กล่าวว่า การผลักดันศิลปินไทยสู่ตลาดสากลจำเป็นต้องอาศัยระบบนิเวศด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มแข็ง ทั้งด้านการส่งเสริมการสร้างสรรค์ การคุ้มครองสิทธิ การสนับสนุนการต่อยอดผลงานในเชิงพาณิชย์ และการดูแลปกป้องสิทธิ เพื่อให้ศิลปินสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลงานได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Arts Economics ระบุว่า ในปี 2568 ตลาดศิลปะโลกมีมูลค่าประมาณ 59.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากปีก่อนหน้า ขณะที่ข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) ระบุว่า อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1.63 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 8.78 ของ GDP ประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และตอกย้ำว่า “ลิขสิทธิ์” เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยคุ้มครองผลงานสร้างสรรค์ เพิ่มมูลค่าให้กับงานศิลปะ และเปิดโอกาสให้ศิลปินสร้างรายได้จากการซื้อขายผลงาน การอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licensing) รวมถึงการต่อยอดสู่ความร่วมมือทางธุรกิจในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม

 เพื่อผลักดันเป้าหมายดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงจัดงาน ART UNIVERSE โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณหลักจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและ
ขนาดย่อม (สสว.) และความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ Cloud 11, Trendy Gallery, สมาคมนักประเมินราคาอิสระไทย, มูลนิธิออทิสติกไทย และสมาคมการค้าลิขสิทธิ์และของที่ระลึกจากคาแรกเตอร์ดีไซน์ ของเล่น และผลงานศิลป์ร่วมสมัยไทย โดยมีเป้าหมายสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการซื้อขายผลงานศิลปะ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ และการต่อยอดความร่วมมือเชิงพาณิชย์ภายในงานไม่น้อยกว่า 70 ล้านบาท

 ไฮไลต์สำคัญของงานคือการจัดแสดงผลงานศิลปะของศิลปินไทยกว่า 300 ผลงาน โดยรวบรวมผลงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟของศิลปินระดับตำนาน เช่น อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี และอาจารย์ทวี รัชนีกร ร่วมด้วยศิลปินรุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงในเวทีนานาชาติ เช่น Molly (Crybaby), MACKCHA, Karms และ SUNTUR ตลอดจนผลงานของศิลปินอิสระและศิลปินหน้าใหม่อีกมากมาย สะท้อนความหลากหลายของวงการศิลปะไทย ตั้งแต่งานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ไปจนถึงผลงานศิลปะร่วมสมัยและคาแรกเตอร์อาร์ตที่กำลังได้รับความนิยมในตลาดโลก เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสผลงานต้นฉบับและพบปะศิลปินอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ ยังมีกิจกรรมประมูลงานศิลปะ เพื่อส่งเสริมการซื้อขายและการเปลี่ยนมือผลงานลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับงานสร้างสรรค์ โดยคาดว่าจะมีนักสะสม แกลเลอรี ผู้ประกอบการ และนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติเข้าร่วมกว่า 500 ราย ซึ่งจะเป็นโอกาสในการสร้างเครือข่ายและต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องในอนาคต

 ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ศิลปินหน้าใหม่ได้แสดงศักยภาพและก้าวสู่ตลาดศิลปะในระดับสากล 
กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้จัดการประกวดผลงานศิลปะภายใต้โครงการ ART UNIVERSE โดยนำผลงานที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้าร่วมจัดแสดงในงานจำนวน 50 ผลงาน มาพิจารณาตัดสินจากเกณฑ์ความโดดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์ คุณภาพทางศิลปะ การนำเสนอแนวคิด และศักยภาพในการต่อยอดเชิงพาณิชย์ เพื่อมอบรางวัล 3 ประเภทรางวัล ซึ่งรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน “LOOP” ประเภทผลงาน Mixed Media โดยศิลปิน Juthamanee Diloksopon ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโอกาสเข้าร่วมงานแสดงศิลปะนานาชาติ Kiaf SEOUL 2026 ณ สาธารณรัฐเกาหลี เพื่อเปิดประสบการณ์ สร้างเครือข่าย และต่อยอดสู่ตลาดศิลปะนานาชาติ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน “We are made by our past” ประเภทผลงาน Paint on Upcycled Wood โดยศิลปิน Korn Neeyabhan ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน “วิถีชีวิตชนบทท้องถิ่นใต้ร่วมสมัย” ประเภทผลงาน Mixed Media: agricultural materials, synthetic leather and other materials โดยศิลปิน Wannawit Patteep และผลงาน “This Stone Can Save You” ประเภทผลงาน Silkscreen โดยศิลปิน Apicha Wannakasin ได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท

 นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดเวทีเสวนาถ่ายทอดความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญา การบริหารจัดการลิขสิทธิ์ และการต่อยอดผลงานสู่เชิงพาณิชย์ ให้แก่ศิลปินและผู้ประกอบการ อาทิ การพลิกโฉมศิลปะไทยด้วย Resale Right ซึ่งเป็นกลไกที่ช่วยให้ศิลปินได้รับผลตอบแทนเมื่อผลงานถูกนำไปขายต่อ การเปลี่ยนงานศิลป์ให้เป็นสินทรัพย์ (Art to Asset) และการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จากลิขสิทธิ์เพื่อเปลี่ยนลายเส้นให้กลายเป็นรายได้ เป็นต้น รวมทั้งกิจกรรมเวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ลงมือปฏิบัติจริง อาทิ การวาดภาพด้วยเทคนิคสีน้ำ งานปั้นดินเบา การเรียนรู้วาดเส้นด้วยเทคนิคง่ายๆ และการแกะสลักไม้ ตลอดจนการให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและเตรียมความพร้อมให้กับศิลปินไทยอย่างครบวงจร

 กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงขอเชิญชวนนักสะสม นักลงทุน ผู้ประกอบการ และประชาชน
ผู้สนใจ ร่วมชมงานนิทรรศการ ART UNIVERSE โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ณ Cloud 11 กรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมสนับสนุนผลงานลิขสิทธิ์ของศิลปินไทยและร่วมผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศให้เติบโตอย่างเข้มแข็งต่อไป

พรีม รณิดา แจกความสดใสทริปพัทยา อวดลุคบิกินีแซ่บเกินต้าน

พรีม รณิดา แจกความสดใสทริปพัทยา อวดลุคบิกินีแซ่บเกินต้าน

พรีม รณิดา แจกความสดใสทริปพัทยา อวดลุคบิกินีแซ่บเกินต้าน

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 21.34 น.

ทำเอาโลกโซเชียลกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อนางเอกสาวหน้าหวาน “พรีม รณิดา” ขอใช้เวลาพักผ่อนชิลๆ ที่พัทยา พร้อมเก็บภาพบรรยากาศริมทะเลมาฝากแฟนๆ ผ่านโซเชียลมีเดีย

       งานนี้สาวพรีม รณิดาปรากฏตัวในชุดบิกินี่สีขาว เผยลุคสดใสและความแซ่บแบบพอดีๆ ทำเอาแฟนๆ ที่เห็นภาพต่างพากันโฟกัสไปที่ลุคดังกล่าวแบบเต็มๆ

       หลังภาพถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับต่างเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมกันอย่างต่อเนื่อง เรียกว่าพักผ่อนริมทะเลครั้งนี้ สาวพรีม เสิร์ฟทั้งความสดใสและความแซ่บแบบจัดเต็มจริงๆ

ปังต่อเนื่อง! ‘บิวกิ้น’ คว้ารางวัลใหญ่ ผู้ทรงอิทธิพลบนเวที Weibo Thailand

ปังต่อเนื่อง! ‘บิวกิ้น’ คว้ารางวัลใหญ่ ผู้ทรงอิทธิพลบนเวที Weibo Thailand

ปังต่อเนื่อง! ‘บิวกิ้น’ คว้ารางวัลใหญ่ ผู้ทรงอิทธิพลบนเวที Weibo Thailand

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.12 น.

ปังอย่างต่อเนื่อง! หลังจากที่ได้รับรางวัล “Weibo Malasia” ที่ผ่านมา ล่าสุด “BILLKIN”   (บิวกิ้น–พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล) คว้ารางวัล “Weibo Thailand Film & Music Dual-Influence Artist” ในงาน “Weibo Gala 2026 (Weibo Cultural Communication Night)” รางวัลที่มอบให้แก่ศิลปินผู้มีผลงานโดดเด่นและทรงอิทธิพลทั้งด้านภาพยนตร์และดนตรี ตอกย้ำความสำเร็จของบิวกิ้นในฐานะศิลปินคุณภาพและความสามารถรอบด้าน โดยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569  พารากอน ฮอลล์ ชั้น ศูนย์การค้าสยามพารากอน

นอกจากได้รับรางวัลแล้ว BILLKIN” ยังมอบโชว์สุดประทับใจกับเพลง นับหนึ่ง (From now on)” ถ่ายทอดพลังเสียงอันเป็นเอกลักษณ์และเสน่ห์บนเวที ท่ามกลางเสียงเชียร์จากแฟนๆ และผู้ร่วมงานอย่างอบอุ่น

“BILLKIN” กล่าวว่า ขอบคุณทาง Weibo Gala Thailand นะครับ ที่ให้รางวัล Weibo Thailand Film & Music Dual-Influence Artist ดีใจมากเลยนะครับที่เป็นนักร้องและนักแสดงด้วย แล้วสร้างคุณค่าให้กับคนได้ทั้ง 2 อย่าง ดีใจมากๆ ขอบคุณทุกคนมากๆ ขอบคุณทางงานด้วยครับ”

จตุรงค์ มกจ๊ก แอดมิตด่วน ปวดท้อง 3 วัน จนเดินตัวงอ แฟนๆแห่ส่งกำลังใจ

จตุรงค์ มกจ๊ก แอดมิตด่วน ปวดท้อง 3 วัน จนเดินตัวงอ แฟนๆแห่ส่งกำลังใจ

จตุรงค์ มกจ๊ก แอดมิตด่วน ปวดท้อง 3 วัน จนเดินตัวงอ แฟนๆแห่ส่งกำลังใจ

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 16.00 น.

ทำเอาแฟนๆ และเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงอดเป็นห่วงไม่ได้ เมื่อ “จตุรงค์ มกจ๊ก” หรือ “ลุงรงค์” นักแสดงและตลกชื่อดัง ออกมาเผยภาพตัวเองขณะนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล หลังมีอาการปวดท้องน้อยต่อเนื่องนานถึง 3 วัน ก่อนอาการจะรุนแรงขึ้นจนรู้สึกว่าร่างกายไม่ไหว และต้องเดินทางไปพบแพทย์

โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพขณะนอนแอดมิต พร้อมเล่าเหตุการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “ถึงขนาดเข้าอุโมงค์
ปวดท้องน้อยมา 3 วัน จากเบาเป็นหนักขึ้นจนเมื่อวาน (อาทิตย์) ตื่นมาร่างกายมันบอกว่าไม่ไหวจริงๆ เดินตัวงอ เราจึงพาร่างอันแข็งแกร่ง (คิดเอง) ไปโรงพยาบาล ในหัวก็คิดว่าไส้ติ่งแหงๆ (เก่งอีกกู วินิจฉัยก่อนหมอซะด้วย)

       ถึงมือหมอ หมอแตะโน่น กดนี่ เจาะนู่นจิ้มนี่ คำแรกที่หมอพูด ตัดไส้ติ่งไปก่อน!! น่านไง จึงได้รู้ว่าหมอวินิจฉัยโรคเก่งกว่าเรา เข้าใจผิดมาตลอด คิดว่าเราเก่งกว่าหมอ 5555 ขั้นตอนต่อไปเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (อุโมงค์) แล้วผลก็ออกมา กระเปาะในลำไส้อักเสบ ทำการรักษาโดยการนอนโรงพยาบาล 2 ไม่ก็ 3 วัน และต้องอดอาหารทุกอย่าง ภายใน 2/3 วันนี้ เสียงในหัวกู..เชี้ยยยย ไม่กินอะไรสามวันเนี่ยนะ แล้วเสียงในหัวก็ลั่นต่อ มึงอยากหายหรือเปล่าไอ้ลุง

       ปล. ไม่ต้องมาเยี่ยมกันนะ กูจะพักผ่อน รักทุกคน #ลุงรงค์บ้าพลัง”

จิน จรินทร์ ลั่นหย่า หนิง หลายปีแล้ว ขอต่างคนต่างอยู่ อย่าพูดถึงกันอีก

จิน จรินทร์ ลั่นหย่า หนิง หลายปีแล้ว ขอต่างคนต่างอยู่ อย่าพูดถึงกันอีก

จิน จรินทร์ ลั่นหย่า หนิง หลายปีแล้ว ขอต่างคนต่างอยู่ อย่าพูดถึงกันอีก

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.18 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกจับตามองอย่างมากในโลกออนไลน์ สำหรับกรณีคลิปของ “น้องณิริน” ลูกสาวของ “หนิง ปณิตา พัฒนาหิรัญ” และ “จิน จรินทร์ ธรรมวัฒนะ” ที่มีช่วงพูดคุยหยอกล้อในทำนองไม่อยากมีใบหน้าคล้ายคุณพ่อ รวมถึงเหตุการณ์ที่น้องณิรินโทรศัพท์หา จิน จรินทร์ ในขณะที่ฝ่ายพ่อกำลังไลฟ์สด จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์และเกิดดราม่าตามมา

       ก่อนหน้านี้ จิน จรินทร์ ได้ออกมายอมรับว่ารู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าเจ้าตัวไม่ทราบมาก่อนว่าลูกสาวกำลังอยู่ในช่วงไลฟ์สด จึงไม่คิดว่าบทสนทนาดังกล่าวจะถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ

ขณะที่ หนิง ปณิตา ผู้จัดละครและพิธีกรชื่อดัง ซึ่งเป็นคุณแม่ของน้องณิริน ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าว โดยยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหารุนแรงระหว่างครอบครัว พร้อมอธิบายว่าหากดูคลิปเต็มตั้งแต่ต้นจนจบ จะเห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงการพูดหยอกล้อกันตามประสาพ่อลูก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งคู่ทำกันเป็นปกติ

      ล่าสุด จิน จรินทร์ ได้ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้งผ่านอินสตาแกรมสตอรี่ ระบุว่า “ผมได้หย่ามาหลายปีแล้ว ที่ผ่านมาผมเงียบมาตลอด เพื่อรักษาความรู้สึกของลูก ทางฝั่งนั้นได้เคยมีการพูดคุยตกลงไม่ให้ผมพูดถึง ซึ่งผมก็พยายามรักษาข้อตกลงมาโดยตลอด ไม่เคยพูดถึงเลย เพราะบอกกับลูกแล้ว และเค้าก็บอกด้วยว่าจะไม่พูดถึงทางผมเช่นกัน เพราะไม่อยากให้เป็นข่าวอีกแล้ว

       แต่ที่ผ่านมาก็มีการพูดถึงกันออกสื่ออยู่บ่อยครั้ง และเรื่องที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ผมยืนยันว่าไม่รู้จริงๆ ว่าอยู่ในไลฟ์ เพราะผมไม่ต้องการให้เรื่องของครอบครัวเป็นเรื่องสาธารณะ และมีการพูดคุยกับลูกหลังเหตุการณ์นี้แล้ว ไม่มีการโทรไปด่าหรือต่อว่าแต่อย่างใด

       ผมอยากให้เราต่างคนต่างอยู่ ไม่พูดพาดพิงถึงกันและกันอีก และช่วยกันทําหน้าที่ของพ่อและแม่ให้ดีที่สุดต่อไป และให้เกียรติซึ่งกันและกัน ต่างคนต่างใช้ชีวิตและเดินหน้าของตัวเอง และให้เรื่องลูกเป็นเรื่องส่วนตัว ผมจะทําหน้าที่ของพ่อให้ดีที่สุดเท่าที่จะทําได้”

นิว นภัสสร ออกโรงแจง ปมข่าวลือสนั่นสามีปันใจให้สาวอื่น

นิว นภัสสร ออกโรงแจง ปมข่าวลือสนั่นสามีปันใจให้สาวอื่น

นิว นภัสสร ออกโรงแจง ปมข่าวลือสนั่นสามีปันใจให้สาวอื่น

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.10 น.

เมื่อ 10 สิงหาคม 2569 กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจ สำหรับกระแสข่าวลือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคู่รักคนดังอย่าง “นิว นภัสสร” และ “เป๊ก เปรมณัช” หลังมีการเผยแพร่ข่าวที่พาดพิงถึงฝ่ายชายว่าอาจมีประเด็นเรื่องความสัมพันธ์กับนักธุรกิจสาว จนทำให้แฟนๆ ต่างเป็นห่วงและจับตาความเคลื่อนไหวของครอบครัว

       ล่าสุด นักร้องสาวเสียงทรงพลัง นิว นภัสสร ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าข่าวที่เผยแพร่ออกมานั้น

โดย นิว ระบุว่า “สำหรับข่าวที่ทุกคนคิดว่าเป็นครอบครัว เป๊กนิว 
บ้านเราก็ไม่ได้ Perfect เป็นครอบครัวธรรมดา ใช้ชีวิตด้วยกันมา 15 ปีแล้ว กว่าจะมาเป็นแฟน แต่งงาน มีลูก และมีครอบครัวด้วยกัน เราผ่านเรื่องยากๆ มาด้วยกันตลอด

แต่วันนี้เรายังรักกันดี และครอบครัวของเรายังอยู่ด้วยกัน โดยมีน้องสเปซ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดของเราสองคน

สำหรับสิ่งที่นิวออกมาบอกว่า ไม่เป็นความจริงนั้น เพราะข่าวที่ออกมา มีส่วนที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงของครอบครัวนิว นิวจึงขอชี้แจงเพียงเท่านี้ และไม่ขอลงรายละเอียดเรื่องภายในครอบครัวไปมากกว่านี้นะคะ

นิวไม่อยากให้ครอบครัวของนิวกลายเป็นเครื่องมือของใคร หรือถูกนำไปใช้ในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเรา …
ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงและส่งกำลังใจให้นิวนะคะ #เป๊กนิว”