สมเด็จครู : นายช่างใหญ่กรุงสยาม

สมเด็จครู :นายช่างใหญ่กรุงสยาม

สมเด็จครู :นายช่างใหญ่กรุงสยาม

วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

แผ่นดินไทย มีบุคคลสำคัญมากมายที่ร่วมกันสร้างสรรค์พัฒนา จนเป็นแผ่นดินที่ทรงคุณค่า งดงาม และมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง  หนึ่งในนั้นคือ “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์” ต้นราชสกุล “จิตรพงศ์” ผู้ที่ทรงได้รับยกย่องให้เป็น “นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม”

ในวันที่ 28 เมษายน ของทุกปีถือเป็น “วันนริศ” หรือวันคล้ายวันประสูติของ “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระองค์ ผู้ทรงเปรียบเสมือน “สมเด็จครู” ผู้ทรงเชี่ยวชาญงานช่างและศิลปะไทย และทรงเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานทางศิลปกรรมอันงดงาม อันก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในวิทยาการด้านงานช่างและศิลปะไทยอย่างมากมาย ตลอดจนสืบทอดต่อมายังจนปัจจุบันและเนื่องในวาระฉลองวันประสูติครบ 100 ปี ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์  เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2506 องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศยกย่องให้พระองค์เป็น “บุคคลสำคัญของโลก” ประจำปี พ.ศ. 2506 นับเป็นบุคคลไทยคนที่ 2 ที่ได้รับการยกย่องดังกล่าว ต่อจากสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย และมีการกำหนดให้วันที่ 28 เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันครบรอบวันประสูติของพระองค์ เป็น “วันนริศ” เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

“กรมพระยานริศฯ” มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าจิตรเจริญ” เป็นพระโอรสลำดับที่ 62 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระมารดา คือ พระสัมพันธวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพรรณราย  ซึ่งพระอุปนิสัยของพระองค์ ทรงเป็นผู้มีความรู้และความสามารถในวิชาการต่าง ๆ เป็นอย่างดี เพราะพระองค์ทรงมีพระวิริยะ อุตสาหะ และหมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มพูนสติปัญญาอยู่เสมอมาตั้งแต่ยังทรงวัยเยาว์ โดยบทบาทสำคัญที่ทรงทำให้พระองค์ทรงเป็นที่ยอมรับอย่างมาก คือ ความรู้และความสามารถในด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม เป็นต้น ดังจะเห็นได้จากบทบาทและพระราชกรณียกิจของพระองค์ ที่เป็นที่ยอมรับและชื่นชม
เช่น พระยาอนุมานราชธน ได้กล่าวถึงพระองค์ไว้ว่า

“ . . . ทรงแสดงให้ปรากฏเห็นว่าเป็นยอดในหมู่ศิลปิน ทางวิจิตรศิลปะไทยอยู่ถึง 4 สาขา คือ สถาปัตยกรรมศิลปะ จิตรศิลป ดุริยางคศิลปะ และวรรณคดี เพียงแต่พระอุโบสถวันเบญจมบพิตรอย่างเดียวก็พอจะกล่าวได้เต็มปากว่า พระองค์เป็นยอดสถาปัตยศิลปินในแบบที่เป็นศิลปะไทย  . . .”
ยกตัวอย่าง ผลงานของพระองค์ที่เป็นที่ยอมรับและยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน

“วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม” เป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของพระองค์ ซึ่งเป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระประสงค์ในการก่อสร้างก็เพื่อจะทรงรักษาพระราชประเพณีของพระมหากษัตริย์อันเป็นพุทธศาสนูปถัมภก โดยสถาปัตยกรรมที่ “กรมพระยานริศฯ”ได้ทรงออกแบบสนองพระบรมราชโองการนี้ คือ พระอุโบสถ ระเบียงคต ศาลาหน้าพระอุโบสถ ซุ้มประตู กำแพงวัด พระที่นั่งทรงธรรม และแผ่นศิลาจารึกสำหรับโรงเรียนวัดเบญจมบพิตร 

อีกหนึ่งผลงานทางสถาปัตยกรรมที่งดงามเลื่องชื่อคือ “พระที่นั่งวิมานเมฆ” ในพระราชวังดุสิต ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ โปรดเกล้าฯ ให้จัดซื้อที่สวนและนาระหว่างคลองผดุงกรุงเกษมไปจรดคลองสามเสนด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อจัดสร้างเป็นอุทยานสถานและพระราชทานนามว่า “สวนดุสิต”

พระอุโบสถ “วัดราชาธิวาสวิหาร” หรือชื่อเดิมคือ วัดสมอราย ก็เป็นผลงานการออกแบบของพระองค์เช่นกัน วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และในสมัยรัชกาลที่ 5 ก็ได้ปฏิสังขรณ์ใหญ่อีกครั้ง มีการรื้อสิ่งก่อสร้างเก่าๆ หลายอย่างทิ้งไป และสร้างใหม่ขึ้นทดแทน รวมถึงพระอุโบสถหลังใหม่ที่สมเด็จฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงเป็นผู้ออกแบบ

ยังมี พระวิหารพระมงคลบพิตร ที่จังหวัดพระนครศนรีอยุธยา และตึกถาวรวัตถุ (ตึกแดง ท้องสนามหลวง) ด้วย ที่ทรงออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์และสวยงาม  ไม่นับตาลปัตรอีกนับจำนวนมากมายที่ทรงออกแบบไว้ จนเป็นที่ลือเลื่องทั้งพระนครว่าฝีมือหาใครเปรียบมิได้
เช่น ตาลปัตรรูปพระธาตุจอมเพชร แห่งพระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี
 สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ออกแบบพัดรองที่ระลึก สำหรับงานพระราชพิธีต่างๆ  หลายโอกาส ด้วยความสวยงาม เป็นเอกลักษณ์ และสื่อความถึงวาระโอกาสนั้นๆ  การออกแบบพัดรองถวายพระสงฆ์ จึงได้ขยายออกไปสู่บรรดาพระราชวงศานุวงศ์ และบุคคลสำคัญอื่นๆ ด้วย  นอกจากเป็นของที่ทำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย  จึงทรงรับออกแบบให้แก่เจ้านายพระองค์ต่างๆ อีกจำนวนหนึ่ง นับตั้งแต่รัชกาลที่ 5 กระทั่งมาจนถึงรัชกาลที่ 8

ในปีพุทธศักราช 2481 สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ฯ กรมหลวงเพ็ชรบุรีราชสิรินธร  ในรัชกาลที่ 8  สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2481 ขณะพระชนม์ได้ 54 พรรษา โปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง    พระศพไว้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ก่อนจะมีงานพระเมรุพระราชทานเพลิงพระศพ ในพุทธศักราช 2484 ซึ่งในงานพระเมรุครั้งนั้น สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ได้ทรงออกแบบ “พัดรองสังเค็ด” สำหรับงานพระเมรุคราวนั้นอีกครั้ง แม้จะทรงมีพระชนมายุมากถึง 70 กว่าพรรษาแล้ว ก็ยังทรงพระอุตสาหะร่างแบบพัดรองขึ้น ก่อนจะให้ผู้รับผิดชอบนำไปเพิ่มเติมรายละเอียดแก้ไขต่อไป ซึ่งน่าสนใจว่า พัดรองคราวนั้น ได้ทรงออกแบบมาให้เกี่ยวข้องกับเมืองเพชรบุรีตามตำแหน่ง “ทรงกรม” ของเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ฯ ด้วย

รูปพัดรองดังกล่าว มีลักษณะ เป็นพัดผ้าแพรสีเขียวอ่อน อันเป็นสีวันประสูติ คือ วันพุธ ขอบสีเขียวตองอ่อน ส่วนของนมพัดส่วนบน เขียนเป็นรูปพระเจดีย์ทรงลังกาสีขาวอยู่ตรงกลาง ตั้งอยู่บนเนินเขาสีเขียวตองอ่อน ซึ่งมีใบตาลเป็นแฉกประดับอยู่ ถัดลงมาใต้เนินเป็นอักษรโลหะ ที่ออกแบบเพื่อให้เป็นรูป ว.อ. อันย่อมาจากพระนาม “วไลยอลงกรณ์” ประดับอยู่ โดยมีตัวเลขไทย ๒๔๒๗ และ ๒๔๘๑ อยู่ถัดมาทางซ้ายและขวาของอักษรย่อนั้น อันหมายถึงปีประสูติ และสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยองกรณ์ฯ กรมหลวงเพ็ชรบุรีราชสิรินธร

พระเจดีย์ทรงระฆังสีขาว ซึ่งเป็นภาพหลักในพัดรองดังกล่าว มีรูปลักษณะเดียวกันกับ พระธาตุจอมเพชร ปูชนียสถานสำคัญแห่งหนึ่งของเมืองเพชรบุรี ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นบนยอดเขามหาสวรรค์ ในเวลาเดียวกันกับที่โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระราชวังขึ้น บนเขาลูกเดียวกันนี้ เมื่อพุทธศักราช 2402

พระธาตุจอมเพชร  นับว่าเป็นลักษณะที่นิยมสร้างขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยพระองค์ทรงมีพระราชวินิจฉัยว่า เจดีย์ในลักษณะดังกล่าว เป็นเจดีย์ที่มีการถ่ายทอดรูปแบบมาแต่ครั้งโบราณ  ดังปรากฏกระแสพระราชดำริว่าด้วยการสร้างพระเจดีย์ทรงระฆังที่ทรงถือว่าเจดีย์ทรงดังกล่าวเป็นทรงที่ถูกต้องและเป็นรูปแบบที่ได้รับการพัฒนาสืบต่อมาจากลังกา ซึ่งแสดงให้เห็นความเก่าแก่สืบเนื่องมาแต่ครั้งพุทธศาสนาตั้งอยู่ในอินเดีย ก่อนจะเข้ามาสู่ลังกาและสยามประเทศ

พระธาตุจอมเพชร เป็นพระเจดีย์ทรงลังกาองค์ใหญ่ ที่สามารถมองเห็นได้แต่ไกล และด้วยนามที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานว่า “จอมเพชร” อันมาจากพระราชประสงค์ ที่จะให้เป็นปูชนียสถานอันยิ่งใหญ่ของเมืองเพชรบุรีนั้น คล้องกันกับพระนามกรมของสมเด็จเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ฯ ซึ่งทรงกรมที่ “กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร” นั่นเอง จึงทำให้สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงเลือกมาเป็นภาพประกอบพัดรองในงานพระศพเจ้าฟ้าพระองค์นี้

ในทางดุริยางคศิลป์  ทรงนิพนธ์เพลงที่มีชื่อเสียง เช่น เพลงเขมรไทรโยคเพลงสรรเสริญพระบารมี (บทร้อง) และเพลงมหาชัย
ในทางอักษรศาสตร์ ทรงนิพนธ์หนังสือสำคัญของแผ่นดิน คือ สาส์นสมเด็จ ร่วมกับ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ         
ในทางราชการ  ทรงดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ กลาโหม และวัง รวมถึงผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในรัชกาลที่ 7

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงเป็นแบบให้ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ปั้นรูปเหมือน ซึ่งเป็นประติมากรรมสำริดครึ่งองค์ชิ้นแรกๆ ของศิลปินท่านนี้ในประเทศไทย ในยุคที่ยังไม่นิยมการสร้างรูปเหมือน  จนโน้มน้าวพระราชหฤทัยให้ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ทรงยอมเป็นแบบให้ปั้นรูปเหมือนในเวลาต่อมา

เนื่องใน “วันนริศ” ปี 2569 นี้  มูลนิธินริศรานุวัดติวงศ์และสมาชิกราชสกุลจิตรพงศ์มีความยินดีเชิญท่านร่วมงานวันนริศ ประจำปี 2569 ในวันพุธ ที่ 29 เมษายน 2569 ณ บ้านปลายเนิน คลองเตย ตั้งแต่เวลา 9.00 – 19.30 น. เพื่อเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

 ภายในงาน ท่านจะได้เข้าชมตำหนักไทย สถานที่สร้างสรรค์ผลงานของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ หลังจากย้ายมาประทับยังบริเวณคลองเตยเมื่อร้อยปีก่อน ชมศิลปวัตถุทรงคุณค่าที่ทรงสะสมและทรงนับถือในฐานะครูช่าง ก่อนพาท่านชมผลงานฝีพระหัตถ์ชิ้นสำคัญ อันสะท้อนถึงพระปรีชาด้านทัศนศิลป์ โดยปีนี้ ผลงานฝีพระหัตถ์ที่นำมาจัดแสดงในงานประกอบด้วยแบบสถาปัตยกรรมพระเมรุมาศ พระเมรุ รวมถึงแบบร่างงานประณีตศิลป์สำหรับพิธีศพ นอกจากนี้ ท่านยังได้สัมผัสบรรยากาศอันร่มรื่นของสวนภายในบริเวณ ที่ทอดยาวไปสู่ตำหนักตึก สถานที่ประทับสุดท้าย และเรือนละคร ซึ่งอวลด้วยความทรงจำของผู้เคยเรียนนาฏศิลป์และดนตรีไทยในบ้านปลายเนินแห่งนี้

พระประวัติ พระกรณียกิจสำคัญของนายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม รวมทั้งเรื่องราวของตำหนักปลายเนินจะได้รับการถ่ายทอดและนำชมโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่

• ม.ล.จิตตวดี จิตรพงศ์ พระทายาท และอาจารย์ประจำภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 • นายอธิภัทร แสวงผล ผู้ได้รับรางวัลนริศรานุวัดติวงศ์ (รางวัลแมวมอง) ประจำปี 2565, รางวัลนริศรานุวัดติวงศ์ (ผลงานวิจัยดีเด่นด้านศิลปวัฒนธรรมไทย) ประจำปี 2568 และผู้ดูแลเพจสมเด็จครู

ผู้สนใจเข้าชมบ้านปลายเนิน สามารถลงทะเบียนได้ตามรอบเข้าชม จำนวน 8 รอบ โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ รอบเข้าชมปกติ จำนวน 7 รอบ คือรอบที่ 1 – 7 รอบพิเศษ จำนวน 1 รอบ คือรอบที่ 8  จำกัดจำนวนผู้เข้าชมรอบละ 35 ท่าน ด้วยตำหนักไทยเป็นอาคารอนุรักษ์ จึงจำเป็นต้องจำกัดจำนวนผู้เข้าชมแต่ละรอบ เพื่อไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โครงสร้างอาคาร

รอบเข้าชมปกติ รอบที่ 1 – 7  ใช้เวลา  1 ชั่วโมง 10 นาที แบ่งเป็นการนำชมตำหนักไทยและผลงานฝีพระหัตถ์ 50 นาที  การนำชมสวนและอาคารสำคัญในบริเวณ 20 นาที ทุกรอบมีล่ามแปลเป็นภาษาอังกฤษแบบ Simultaneous Translation

รอบที่ 1 : 9.00 – 10.10 น.   บรรยายโดย ม.ล. จิตตวดี จิตรพงศ์

รอบที่ 2 : 10.00 – 11.10 น.  บรรยายโดย นายอธิภัทร แสวงผล

รอบที่ 3 : 11.00 – 12.10 น.   บรรยายโดย  ม.ล. จิตตวดี จิตรพงศ์

รอบที่ 4 : 13.10 – 14.20 น. บรรยายโดย ม.ล. จิตตวดี จิตรพงศ์

รอบที่ 5 : 14.10 – 15.20  น.  บรรยายโดย นายอธิภัทร แสวงผล

รอบที่ 6 : 15.10 – 16.20 น.  บรรยายโดย ม.ล. จิตตวดี จิตรพงศ์

รอบที่ 7 : 16.00 – 17. 10 น.  บรรยายโดย นายอธิภัทร แสวงผล

บัตรเข้าชมสำหรับรอบปกติ รอบที่ 1 – 7  ราคา 500 บาทต่อท่าน ซึ่งสามารถนำบัตรเข้าชมมารับกระเป๋าผ้าที่ระลึกได้ภายในงาน

รอบพิเศษ รอบที่ 8 ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที ระหว่างเวลา 18.00 – 19.30 น. ประกอบไปด้วย

18.00 – 18.50 น.  การบรรยายเทิดพระเกียรติสมเด็จ ฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ในหัวข้อ ““ด้วยความระลึกถึง” หวนนึกถึงความตายในผลงานฝีพระหัตถ์สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์” โดยนายอธิภัทร แสวงผล ผู้ได้รับรางวัลนริศรานุวัดติวงศ์ ประจำปี 2565 และปี 2568

18.50 – 19.30 น.  นำชมตำหนักไทยยามค่ำแบบ Night Museum  บัตรเข้าชม ราคา 1,000 บาทต่อท่าน ซึ่งสามารถนำบัตรมารับกระเป๋าผ้าที่ระลึกได้ภายในงานเช่นกัน

เปิดจำหน่ายบัตรในวันที่ 17 เมษายนนี้ เวลา 9.00 น.  เป็นต้นไป  ทางเว็บไซต์ https://www.ticketmelon.com/the-naris…/narisday2026  โดยสามารถศึกษาวิธีการลงทะเบียนเบื้องต้นได้จากลิงก์นี้ https://organizer.ticketmelon.com/…/how-to-book-seated…

รายได้จากการจำหน่ายบัตร รวมทั้งเครื่องดื่มและของว่างนานาชนิด สมทบทุนมูลนิธินริศรานุวัดติวงศ์ เพื่อสนับสนุนการศึกษา พัฒนาทักษะและความรู้ทางด้านศิลปะไทยทุกแขนง ทั้งด้านดุริยางคศิลป์ นาฏศิลป์ คีตศิลป์ และทัศนศิลป์ เพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรมประจำชาติให้คงอยู่สืบไป

‘THE IDOL NEXT GEN THAILAND 2026’เฟ้นหาสุดยอดไอดอลเลือดใหม่เตรียมโกอินเตอร์สู่เวทีระดับโลก

'THE IDOL NEXT GEN THAILAND 2026'เฟ้นหาสุดยอดไอดอลเลือดใหม่เตรียมโกอินเตอร์สู่เวทีระดับโลก

‘THE IDOL NEXT GEN THAILAND 2026’เฟ้นหาสุดยอดไอดอลเลือดใหม่เตรียมโกอินเตอร์สู่เวทีระดับโลก

วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

จบลงอย่างยิ่งใหญ่และน่าประทับใจ สำหรับโปรเจกต์เฟ้นหาดาวดวงใหม่ที่ถูกจับตามองมากที่สุดแห่งปี “THE IDOL NEXT GEN THAILAND 2026” รอบไฟนอล ณ คาลิปโซ่ คาบาเร่ต์ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ โดยได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและผู้ทรงคุณวุฒิในวงการบันเทิงอย่างล้นหลาม เพื่อร่วมพิสูจน์ศักยภาพของเยาวชนไทยที่ก้าวข้ามขีดจำกัดทางเพศ ภายใต้คอนเซปต์ Gender Inclusive​บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก เริ่มต้นด้วยแฟชั่นโชว์สุดตระการตาจากเหล่าผู้เข้าประกวด ตามด้วยการแสดงรอบความสามารถพิเศษที่แต่ละคนงัดไม้ตายทั้งร้อง เต้น และการแสดงออกมามัดใจคณะกรรมการ นำโดย คุณน็อต แม็กซิม (กฤติน จิกิตศิลปิน), คุณเวสป้า อิทธิพล เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา พร้อมไฮไลท์สุดพิเศษกับโชว์จาก ตะวัน-ภูตะวัน แย้มใสย์ (ตะวัน วง XI) ที่เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นฮอลล์

สรุปผลการประกาศรางวัลค่ำคืนแห่งเกียรติยศ

​ผู้ที่ฉายแววโดดเด่นและคว้าตำแหน่งในแต่ละรุ่น มีดังนี้:

​รุ่น Teen (เยาวชน)

​รางวัลชนะเลิศ: ขวัญเอย – ณัฏฐ์กฤตา โรจน์รัตนกานต์

​รองชนะเลิศอันดับ 1: พอร์ช – กันตภณ เจตนาไทกุล

​รองชนะเลิศอันดับ 2: วีนัส – วีนัส พงษ์ประสิทธิ์

​รองชนะเลิศอันดับ 3: วินเทอร์ – ณัฏฐ์ธนัน มาสมบูรณ์

​รองชนะเลิศอันดับ 4: เอญ่า – อัญญพัชร์ รุ่งเรืองธนาวงศ์

​รุ่น Child (เด็ก)

​รางวัลชนะเลิศ: น้องเจ้านาง – ศิรภัสสร วิริยะศาสตร์

​รองชนะเลิศอันดับ 1: น้องลินา – วรวลัญช์ ชูศรีพัฒน์

​รองชนะเลิศอันดับ 2: น้องมิวสิค – สุพิชชญา ไพรสุวรรณ

​รองชนะเลิศอันดับ 3: น้องโบนัส – ปิ่นปินัทธ์ บุณย์ธราพัฒน์

​รองชนะเลิศอันดับ 4: น้องเจอาร์ – ธนกฤต จักรแก้ว และ น้องจีโอ้ – ธนวิน จักรแก้ว

​รางวัลพิเศษ (Special Awards)

​Sakiso Brand Ambassador Contest 2026: พอร์ช – กันตภณ เจตนาไทกุล และ มายลีณ – อภิรมย์กัลยา ศศิพงศ์ไพโรจน์

​The Next Icon By “VESPA”: ขวัญเอย – ณัฏฐ์กฤตา โรจน์รัตนกานต์ และ โทสต์ – วรินทร กิจธนากำจร

​ก้าวต่อไปสู่ระดับสากล: ผู้ชนะเลิศจะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกาศศักดาบนเวทีระดับโลกอย่าง Junior Celebrity World ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

​ความรู้สึกจากผู้จัดงาน

​คุณส้ม-พิศณุพร แก้วพิภพ ผู้ถือลิขสิทธิ์และผู้อำนวยการกองประกวด เผยว่า:”ส้มรู้สึกภูมิใจมากค่ะที่เห็นน้องๆ ทุกคนตั้งใจพัฒนาตัวเองมาจนถึงรอบนี้ เวทีนี้เราสร้างขึ้นเพื่อเปิดโอกาสแบบ Gender Inclusive อย่างแท้จริง เพราะเราเชื่อว่าความฝันไม่มีข้อจำกัดเรื่องเพศ วันนี้ทุกคนพิสูจน์แล้วว่าเด็กไทยมีศักยภาพพร้อมก้าวสู่ระดับสากล และเราพร้อมจะผลักดันผู้ชนะให้ไปให้ไกลที่สุดบนเวที Junior Celebrity World ค่ะ”

​คุณทิพย์-พันธ์ทิพย์ วัฒนวารุณ ผู้ถือลิขสิทธิ์และผู้อำนวยการกองประกวด กล่าวเสริม:”กระแสตอบรับปีนี้เกินคาดมากค่ะ คณะกรรมการหนักใจทุกคนเพราะน้องๆ มีเอกลักษณ์และเสน่ห์ที่ต่างกัน ทิพย์อยากให้เวทีนี้เป็นบันไดขั้นแรกที่มั่นคง ให้พวกเขาได้รับทั้งประสบการณ์และการฝึกฝนสู่การเป็นไอดอลมืออาชีพ ฝากทุกท่านช่วยเป็นกำลังใจและติดตามผลงานของเด็กๆ ต่อไปด้วยนะคะ”

​ขอบคุณผู้สนับสนุนใจดี​ความสำเร็จในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยมจาก:​คุณส้ม-พิศณุพร แก้วพิภพ (Spectra): ผู้นำการส่งออกต้นไม้สู่ประเทศซาอุดิอาระเบีย​คุณทิพย์-พันธ์ทิพย์ วัฒนวารุณ (หมวยขายเสื้อ): ผู้ผลิตและส่งออกเสื้อผ้าทุกรูปแบบ​Sakiso Thailand: เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงานกิ๊ฟช้อปสไตล์ญี่ปุ่น​Minny Kids Closet: เสื้อผ้าเด็กออกงานสุดพรีเมี่ยมที่เป็นกระแสที่สุดในโลกออนไลน์​บริษัท รักษาความปลอดภัย ไดมอน เซอร์วิสเซส จำกัด (SDS)​IN2IT เครื่องสำอางค์ และ ICEAGE ไอศกรีม

​ช่องทางการติดตาม:ร่วมเป็นกำลังใจให้เหล่าไอดอลรุ่นใหม่ได้ที่ Facebook: THE IDOL NEXT GEN THAILAND

​#THEIDOLNEXTGENTHAILAND2026 #THEIDOLNEXTGEN #GenderInclusive #JuniorCelebrityWorld #ไอดอลไทยไประดับโลก #ขวัญเอยณัฏฐ์กฤตา #น้องเจ้านางศิรภัสสร #CalypsoCabaret #Asiatique #ข่าวบันเทิง

INK – JEFF SATURE – 4EVE ชวนสัมผัสประสบการณ์เล่นน้ำสุดเดือด! ‘พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026’

INK - JEFF SATURE - 4EVE ชวนสัมผัสประสบการณ์เล่นน้ำสุดเดือด! 'พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026'

INK – JEFF SATURE – 4EVE ชวนสัมผัสประสบการณ์เล่นน้ำสุดเดือด! ‘พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026’

วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เตรียมตัวให้พร้อมกับมหกรรมความบันเทิงริมทะเลสุดยิ่งใหญ่ “พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026” ภายใต้ความร่วมมือของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา, เมืองพัทยา และ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี ร่วมกับ MONOMAX (โมโนแม็กซ์) เดินหน้ายกระดับเทศกาลสงกรานต์ไทยสู่เวทีระดับโลก

ภายในงานอัดแน่นด้วยกิจกรรมครบทุกมิติ ทั้งคอนเสิร์ตจากศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย โซนเล่นน้ำสุดชุ่มฉ่ำตลอดแนวชายหาด และประสบการณ์ความบันเทิงที่ผสาน “ดนตรี กีฬา และวัฒนธรรม” ไว้อย่างลง พบกับโครงการ “สาดศิลป์ ริมทะเล เสน่ห์สงกรานต์ เมืองพัทยา” ที่เปิดพื้นที่ให้ร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทย ผ่านกิจกรรมสรงน้ำพระและสักการะพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ 4 ภาค และพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดชลบุรี เพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ไทย พร้อมตื่นตากับประติมากรรมเจดีย์ทราย เพลิดเพลินกับลานวัฒนธรรม การแสดงรำวงพื้นบ้าน และการละเล่นไทยโบราณนอกจากนี้ ยังครบครันด้วยโซน “ชม ชิม ช็อป” รวมอาหาร 4 ภาค และผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพ รวมถึงนิทรรศการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 11 อำเภอของจังหวัดชลบุรี  พร้อมพานักท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวในมิติใหม่ด้านความบันเทิง เตรียมพบกับทัพศิลปินตัวท็อปของเมืองไทย อาทิ INK Waruntorn, Tattoo Colour, 4EVE, Jeff Satur, New Country, Lipta, PROXIE, THX, F.HERO, INDIGO, Maiyarap และ Joey Boy ที่จะสลับกันขึ้นเวทีสร้างความมันส์ตลอดทั้ง 3 วัน พิเศษสุดในวันที่ 19 เมษายน เตรียมมันส์ต่อเนื่องกับการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอล Premier League ระหว่าง Liverpool พบ Everton ให้แฟนบอลได้ร่วมเชียร์กันสนั่นหาด

โดย 3 ศิลปินไฮไลต์ INK Waruntorn, Jeff Satur และ 4EVE เผยความรู้สึกตรงกันว่า“รู้สึกตื่นเต้นและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานวันไหลพัทยาในปีนี้ ซึ่งเป็นเทศกาลที่ผสมผสานทั้งคอนเสิร์ตและวัฒนธรรมสงกรานต์ไทยไว้ได้อย่างลงตัว อยากชวนทุกคนมาร่วมสนุก เล่นน้ำ และสร้างโมเมนต์ความทรงจำดีๆ ไปด้วยกัน รับรองว่างานนี้สนุกครบทุกมิติ และมันส์ยกหาดแน่นอน”

ปักหมุดแล้วออกมาสนุกไปด้วยกันใน “พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026” วันที่ 17–19 เมษายนนี้ ณ ชายหาดพัทยากลาง พร้อมลงทะเบียนเข้างานล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน PEEP SHARE

#MONOMAXวันไหลพัทยา2026 #MonomaxSongkranPattaya #วันไหลพัทยา2026 #งานวัน

เบสท์ คำสิงห์ ปล่อยลุคบิกินีสุดฮอตรับสงกรานต์ ออร่าความแซ่บพุ่งแรง

เบสท์ คำสิงห์ ปล่อยลุคบิกินีสุดฮอตรับสงกรานต์ ออร่าความแซ่บพุ่งแรง

เบสท์ คำสิงห์ ปล่อยลุคบิกินีสุดฮอตรับสงกรานต์ ออร่าความแซ่บพุ่งแรง

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.03 น.

14 เมษายน 2569 ยังคงความฮอตแบบไม่มีแผ่ว สำหรับ “เบสท์ รักษ์วนีย์ คำสิงห์” ล่าสุดเจ้าตัวตอกย้ำความปัง ด้วยการปล่อยภาพเซ็ตใหม่ที่ทำเอาแฟนคลับใจสั่นกันทั้งโซเชียล ในชุดบิกินี่สีขาวตัวจิ๋ว อวดลุคเซ็กซี่ บนหาดทราย เรียกยอดไลก์และคอมเมนต์ได้อย่างถล่มทลายเลยทีเดียว

นุ่น วรนุช อวดลุคชุดไทยสวยสง่า สมฉายานางเอกตลอดกาล

นุ่น วรนุช อวดลุคชุดไทยสวยสง่า สมฉายานางเอกตลอดกาล

นุ่น วรนุช อวดลุคชุดไทยสวยสง่า สมฉายานางเอกตลอดกาล

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.09 น.

ยังคงความสวยสะกดทุกสายตาไม่เปลี่ยน สำหรับ นุ่น วรนุช ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ก็ยังคงรักษาภาพลักษณ์นางเอกหน้าไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ล่าสุดเจ้าตัวปล่อยเซ็ตภาพในลุคชุดไทยสีสันสดใส เผยให้เห็นความอ่อนหวาน งานนี้แฟนๆ ต่างชื่นชมเป็นเสียงเดียวกันว่า สมกับฉายานางเอกหน้าไทยตลอดกาลอย่างแท้จริง

ขอบคุณภาพจาก : @nuneworanuch

เที่ยววิถีบ้านกุดเรือคำสัมผัสวัฒนธรรมที่โขงเจียม

เที่ยววิถีบ้านกุดเรือคำสัมผัสวัฒนธรรมที่โขงเจียม

เที่ยววิถีบ้านกุดเรือคำสัมผัสวัฒนธรรมที่โขงเจียม

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.57 น.

เก็บกระเป๋าแล้วตาม ‘คุณน้ำผึ้ง – แห้ว’ ไปเช็คอินอุบลฯ…! ทริปนี้บอกเลยว่าครบรสจัดเต็ม ทั้งสายบุญ สายชิล และสาย Unseen ดูจบแล้วรับรองว่าต้องรีบปักหมุดตามไปด่วนๆตื่นเช้าเอาฤกษ์เอาชัย สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ริมโขง เดินเล่น “ถนนสายวัฒนธรรมบ้านกุดเรือคำ” ใส่บาตรพระ 30 รูป ก่อนร่วมอนุโมทนาบุญใหญ่กับคุณน้ำผึ้ง ในพิธีวางศิลาฤกษ์ศาลาการเปรียญวัดกุดเรือคำ แวะรับความสดชื่น ชิลๆ กันต่อที่ “น้ำตกแซหัวแมว” แหล่งน้ำธรรมชาติสุดฮิตที่วัยรุ่นโขงเจียมชอบมาเล่นน้ำกันช่วงสงกรานต์ เยือนแลนด์มาร์ค Unseen พลาดไม่ได้กับ “วัดถ้ำคูหาสวรรค์” ชมวิวหลักล้านสองฝั่งไทย-ลาว สักการะสรีระสังขารหลวงปู่คำคะนิงที่ไม่เน่าเปื่อยเพื่อความเป็นสิริมงคล และชมสถาปัตยกรรมสุดอลังการของพระธรรมเจดีย์ศรีโขงเจียม ตีฆ้องความปัง ตะลึงกับ “ฆ้องที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ลายอาเซียน สูงตระหง่านถึง 26 เมตร ตีทีเดียวดังไปถึงดาวอังคาร…! ปิดท้ายทริปแบบฟินๆ แวะแชะภาพที่ดอนด่านปากแม่น้ำมูล ชมปรากฏการณ์ “โขงสีปูน มูลสีคราม” จุดตัดแม่น้ำสองสีที่สวยจนต้องร้องว้าว!เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกเดินทางไปพร้อมกันในรายการ #เที่ยวละไมไทยแลนด์เวิลด์ ทริปนี้รูปสวย คอนเทนต์ปังแน่นอน! ออกอากาศ: วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน  เวลา: 04.55 น. ทางช่อง 3กด33 ดูทีวี กด33 ดูมือถือกด 3 Plus #อุบลราชธานี #รีวิวอุบล #โขงเจียม #เที่ยวโขงเจียม #บ้านกุดเรือคำ #วัดถ้ำคูหาสวรรค์ #น้ำตกแซหัวแมว #ฆ้องใหญ่ที่สุดในโลก #แม่น้ำสองสี #โขงสีปูนมูลสีคราม

เปิดหน้าครั้งแรก! ไอซ์ อภิษฎา เผยโฉมสามี หล่อว้าวทั้งโซเชียล

เปิดหน้าครั้งแรก! ไอซ์ อภิษฎา เผยโฉมสามี หล่อว้าวทั้งโซเชียล

เปิดหน้าครั้งแรก! ไอซ์ อภิษฎา เผยโฉมสามี หล่อว้าวทั้งโซเชียล

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.52 น.

กลายเป็นโมเมนต์ที่แฟนๆ พากันฮือฮาไม่น้อย เมื่อคุณแม่คนสวย “ไอซ์ อภิษฎา” เปิดเผยภาพครอบครัวสุดอบอุ่นระหว่างทริปท่องเที่ยว พร้อมหน้าพร้อมตา พ่อ แม่ ลูก เป็นครั้งแรกที่หลายคนได้เห็นใบหน้าของสามีแบบชัดๆ หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าตัวเก็บเป็นเรื่องส่วนตัวมาโดยตลอด

ทันทีที่ภาพถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ ก็กลายเป็นกระแสพูดถึงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะลุคของ คุณพ่อที่มาพร้อมความหล่อ ทำเอาแฟนคลับต่างพากันชื่นชมไม่ขาดสาย หลายเสียงยังบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า สมกับที่เคยจินตนาการไว้ก่อนหน้านี้ไม่มีผิด

ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ถูกจับตามองไม่แพ้กัน คือความน่ารักของลูกสาวอย่าง “น้องเลอา” ที่หลายคนทักเป็นเสียงเดียวกันว่าหน้าตาถอดแบบคุณพ่อมาอย่างกับแกะ ทำเอาแฟนคลับต่างยิ้มตามและเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมกันอย่างล้นหลาม

ขอบคุณภาพจาก : @apitsada

‘แคน2แผ่นดิน’คืนจอ ระเบิดความมันอีกครั้ง ช่วง’ละครรีรันบ่าย’

'แคน2แผ่นดิน'คืนจอ ระเบิดความมันอีกครั้ง ช่วง'ละครรีรันบ่าย'

‘แคน2แผ่นดิน’คืนจอ ระเบิดความมันอีกครั้ง ช่วง’ละครรีรันบ่าย’

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.50 น.

ช่อง 7HD เอาใจแฟนละครแอ็กชั่นดราม่า ส่งละคร “แคน2แผ่นดิน” คืนจอ สร้างความสนุกในช่วง “ละครรีรันบ่าย” เริ่มเดือดทะลุปรอท 16 เม.ย.นี้สนุกทุกช่วงเวลา ช่อง 7HD นำละครคุณภาพแนวแอ็กชั่นดราม่า “แคน2แผ่นดิน” กลับมาออกอากาศอีกครั้ง ในช่วง “ละครรีรันบ่าย”  นำแสดงโดย โอ๊ต-ชาคริต บุญสิงห์, ริส-วิชญพงศ์ เอี่ยมสะอาด, มะเหมี่ยว-พรชดา วราพชระ และ พลอย-รัญดภา  มันตะลัมพะ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสองพี่น้องผู้เป็นบุตรแห่งเจ้ารัฐเวียงฟ้า ที่ต้องพลัดพรากจากกันตั้งแต่วัยเยาว์ด้วยเหตุทางการเมือง ระพิณ (ริส วิชญพงศ์) ได้รับการเลี้ยงดูจากครอบครัวเศรษฐี เติบโตเป็นตำรวจหนุ่มฝีมือดี ขณะที่ เคน (โอ๊ต ชาคริต) เติบโตในชุมโจร กลายเป็นจอมโจรผู้เก่งกาจ ก่อนที่โชคชะตาจะนำพาทั้งสองกลับมาพบกันอีกครั้ง ท่ามกลางการไล่ล่าขุมทรัพย์ล้ำค่าของรัฐเวียงฟ้าที่สูญหายพร้อมด้วยเรื่องราวความรักสุดซับซ้อน เมื่อ พิมสาย (มะเหมี่ยว พรชดา) และ มินตะยา (พลอย รัญดภา) เข้ามาทำให้หัวใจของทั้งสองหนุ่มหวั่นไหว จนเกิดเป็นการผจญภัยที่เต็มไปด้วยอันตราย การหักเหลี่ยมเฉือนคม และความรักที่ยากจะลงตัว ปักหมุดติดตามชมความสนุกทั้งหมดนี้ ในละคร “แคน2แผ่นดิน” ช่วง “ละครรีรันบ่าย” ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 14.25 น. และวันพฤหัสบดี-ศุกร์ เวลา 14.40 น. เริ่มวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายนนี้ ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TVติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง Facebook, IG, X, TikTok, YouTube : Ch7HD

‘มีน นิชคุณ – CIR*CRL’เสิร์ฟความมันส์ เปิดเวทีสุดม่วนคัก ‘EM DISTRICT ไทยหรรษา มหาสงกรานต์’

'มีน นิชคุณ – CIR*CRL'เสิร์ฟความมันส์ เปิดเวทีสุดม่วนคัก 'EM DISTRICT ไทยหรรษา มหาสงกรานต์'

‘มีน นิชคุณ – CIR*CRL’เสิร์ฟความมันส์ เปิดเวทีสุดม่วนคัก ‘EM DISTRICT ไทยหรรษา มหาสงกรานต์’

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.38 น.

เปิดฉากความม่วนคักสุดมัน! สำหรับงาน EM DISTRICT ไทยหรรษา มหาสงกรานต์” ใจกลางสุขุมวิท ที่ปีนี้ เอ็ม ดิสทริค เล่นใหญ่เนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กเล่นน้ำสุดมันส์ ผสานกลิ่นอายวัฒนธรรมไทยเข้ากับความบันเทิงยุคใหม่ไว้อย่างลงตัว บรรยากาศวันแรกเต็มไปด้วยความคึกคักตั้งแต่ช่วงบ่าย กับไฮไลต์อุโมงค์น้ำสุดอลังการที่ยาวที่สุดบนถนนสุขุมวิท ที่กลายเป็นจุดเช็กอินยอดฮิต ก่อนจะเพิ่มดีกรีความสนุกในช่วงค่ำกับมินิคอนเสิร์ตจาก “มีน นิชคุณ” และวง “CIR*CR” ที่ขึ้นเวทีมาสร้างสีสันแบบจัดเต็ม ทั้งร้อง ทั้งเต้น เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ได้ตลอดโชว์ ทำเอาพื้นที่ทั้งงานเต็มไปด้วยพลังความสนุกแบบม่วนคักหรรษาสุดๆ

นอกจากนี้ยังเพิ่มดีกรีความมันส์อย่างต่อเนื่องตลอดเทศกาลสงกรานต์นี้ ให้ฮอตปรอทแตกกว่าที่เคย กับทัพศิลปินชื่อดังและมินิคอนเสิร์ตที่เตรียมขนความสนุกมาเสิร์ฟแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น วันที่ 11 เมษายน 2569 พบกับวง FAVIQ ต่อเนื่องด้วยวันที่ 12 เมษายน 2569 กับความน่ารักสดใสของ น้องเนย BUTTERBEAR และพลาดไม่ได้ในวันที่ 14 เมษายน 2569 กับการรวมตัวของศิลปิน J-Pop จากประเทศญี่ปุ่น ทั้ง WOLF HOWL HARMONY, LIL LEAGUE และ KID PHENOMENON พร้อมกันนี้ยังสนุกต่อเนื่องไปกับเหล่าดีเจ.ชั้นนำของเมืองไทยตลอดทั้ง 6 วัน อาทิ DJ P-U, DJ TAQ Q, DJ TIMER, DJ HARDMAN และ DJ WOODY NINE ตั้งแต่วันนี้  – 15 เมษายนนี้ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: EMPORIUM EMQUARTIER และ EMSPHERE AT EM DISTRICT หรือ LINE @EMDISTRICT

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ผนึก สติงค์ เอเนอร์จี้ดริ๊งก์ จัดงาน’Major Songkran Festival 2026′

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ผนึก สติงค์ เอเนอร์จี้ดริ๊งก์ จัดงาน'Major Songkran Festival 2026'

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ผนึก สติงค์ เอเนอร์จี้ดริ๊งก์ จัดงาน’Major Songkran Festival 2026′

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.53 น.

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ร่วมกับ สติงค์ เอเนอร์จี้ดริ๊งก์ โดย บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด เนรมิต เมเจอร์ อเวนิว รัชโยธิน ให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งความสนุกในเทศกาลสงกรานต์ที่ตอบโจทย์ทุกเจเนอเรชั่นจัดงาน “Major Songkran Festival 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ภายใต้คอนเซปต์ “Thai Soft Power” มุ่งเน้นการยกระดับวัฒนธรรมไทยผ่านความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย พร้อมระเบิดความมันส์การเล่นน้ำดับร้อนแบบจัดเต็มในวันที่ 13 เมษายน 2569 ตั้งแต่เวลา 15.00 – 22.00 น. ณ ลานกิจกรรม เมเจอร์ อเวนิว รัชโยธิน ชมฟรีคอนเสิร์ตกับศิลปินวง BNK48, อัพ ภูมิพัฒน์, ภูมิ ภูริพันธ์ และ Jrbubblegum พร้อมตอบรับกระแสไวรัล “การห่มสไบใส่ยีนส์” ชวนทุกคนมาร่วมสร้าง Soft Power ห่มสไบมาเล่นน้ำร่วมสร้างสีสันและลุ้นรับของรางวัลพิเศษภายในงาน

งาน Major Songkran Festival 2026” ปีนี้มุ่งเน้นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับการเล่นน้ำสงกรานต์โดยหยิบยกกระแสไวรัล “ห่มสไบใส่ยีนส์” มาเป็นไฮไลต์สำคัญเพื่อรณรงค์ให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงออกถึงความภูมิใจในอัตลักษณ์ไทยผ่านการแต่งกาย ไม่ว่าจะเป็นห่มสไบ ผ้าไทยร่วมสมัย หรือ กางเกงมวยไทย มาร่วม  เล่นน้ำสงกรานต์ดับร้อนอย่างสร้างสรรค์ พร้อมร่วมสนุกง่าย ๆ เพียงถ่ายร่วมสนุกในชุดไทยสไตล์คุณ พร้อมติดแฮชแท็ก #MAJORSONGKRAN2026 โพสต์ลงโซเซียลมีเดีย ลุ้นรับของรางวัลพิเศษที่คัดสรรมาเฉพาะงานนี้เท่านั้น

พร้อมพบกับความสนุกอย่างต่อเนื่องกับฟรีคอนเสิร์ต สาว ๆ วง BNK48 ที่จะมาเติมความน่ารักสดใส และสองนักแสดงหนุ่มสุดฮอต อัพ ภูมิพัฒน์ เอี่ยมสำอาง & ภูมิ ภูริพันธ์ ทรัพย์แสงสวัสดิ์ และ Jrbubblegum ที่จะมาโชว์มินิคอนเสิร์ตแบบใกล้ชิดและเปียกไปพร้อมกับทุกคน สนุกต่อเนื่องกับขบวนดีเจแนวหน้าชื่อดังทั้ง DJ.ForodMC HIPPERZ และ DJ.Stronger ที่จะมาสร้างจังหวะความมันส์เพื่อให้ทุกคนได้เต็มอิ่มไปกับความสนุกในเทศกาล

สงกรานต์ และพร้อมให้ทุกคนสนุกได้อย่างไร้ขีดจำกัดกับ “สติงค์ เอเนอร์จี้ดริ๊งก์” เปิดบูธให้เติมพลังความซ่า  สดชื่นด้วยรสชาติใหม่ล่าสุด “สติงค์ เอเนอร์จี้ดริ๊งก์ ออริจินัล บูสท์” นวัตกรรมเครื่องดื่มที่ช่วยเติมพลังงานและเอเนอร์จี้ให้พร้อมลุยเล่นน้ำในทุกกิจกรรมความสนุกตลอดทั้งวัน

นอกเหนือจากความสนุกสนาน เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน ยังคงให้ความสำคัญกับการสืบสานประเพณีไทยอันดีงาม โดยจัดกิจกรรม “สรงน้ำพระประจำวันเกิด” เพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ไทย ตั้งแต่วันที่ 10-15 เมษายน 2569 ณ ฮอลลีวู้ด ฮอลล์ ชั้น 1 เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน ได้แก่ พระประจำวันอาทิตย์ ปางถวายเนตร, พระประจำวันจันทร์ ปางห้ามญาติ, พระประจำวันอังคาร ปางไสยาสน์, พระประจำวันพุธ (กลางวัน) ปางอุ้มบาตร, พระประจำวันพุธ (กลางคืน) ปางป่าเลไลยก์, พระประจำวันพฤหัสบดี ปางสมาธิ,      พระประจำวันศุกร์ ปางรำพึง และ พระประจำวันเสาร์ ปางนาคปรก

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป เป็นมากกว่าแค่ที่ดูหนัง ช้อปปิ้ง แต่เป็น Community Landmark ที่ตอบโจทย์คนทุกเจเนอเรชั่น โดยเฉพาะในช่วงสงกรานต์ที่ตั้งใจนำ Soft Power ไทยมานำเสนอในมุมมองที่สนุกสนานและเข้าถึงง่าย

เตรียมชุดไทยให้พร้อม แล้วมาสร้างปรากฏการณ์ความมันส์แบบไทยสร้างสรรค์ได้ที่งาน “Major Songkran Festival 2026” กับความสนุกแบบไทยๆ ที่จะเกิดขึ้นในเทศกาลสงกรานต์นี้ ที่จะเปลี่ยนพื้นที่รัชโยธินให้กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งความสุขรับปีใหม่ พร้อมทุกกิจกรรมไฮไลต์แบบจัดเต็มที่สายคอนเทนต์จะได้แชร์ความสนุกลงโซเชียล