Health News : พบพืชมีสาร CBD แต่ไม่มี THC ที่ทำให้เสพติด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/742370

Health News : พบพืชมีสาร CBD แต่ไม่มี THC ที่ทำให้เสพติด

Health News : พบพืชมีสาร CBD แต่ไม่มี THC ที่ทำให้เสพติด

วันอาทิตย์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักชีววิทยาโมเลกุล มหาวิทยาลัยแห่งชาติรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล กำลังวิจัยต้นพังแหร (Trema micrantha blume) ซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นโตเร็วของทวีปอเมริกา ถือเป็นวัชพืชที่พบได้ทั่วไปหลังจากพบว่า ผลและดอกของต้นนี้มีสารแคนนาบิไดออล หรือซีบีดี (CBD) แบบที่พบในกัญชา ซึ่งเป็นสารที่ใช้บรรเทาอาการปวด คลายความวิตกกังวล โรคลมชัก แต่ไม่มีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล หรือทีเอชซี (THC) ที่ทำให้เสพติดที่พบในกัญชา ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ทำให้เสพติด การค้นพบนี้เปิดโอกาสให้แก่การหาแหล่งผลิตสารซีบีดีได้เป็นจำนวนมาก โดยไม่ต้องใช้ต้นกัญชาที่ยังเป็นพืชผิดกฎหมายในหลายประเทศ รวมถึงบราซิล

คณะทำงานเพิ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐจำนวน 500,000 เรอัล (ราว 3.63 ล้านบาท) เพื่อสานต่อการวิจัย โดยจะมุ่งเน้นเรื่องการหาวิธีที่ดีที่สุดในการสกัดสารซีบีดีจากต้นพังแหรจากนั้นจะวิจัยเรื่องประสิทธิภาพในการนำมาใช้แทนกัญชาทางการแพทย์ โดยอาจต้องใช้เวลานาน 5-10 ปี ในการวิจัยและทดลองทางคลินิก จนกว่าจะสามารถผลิตเป็นยาได้ และสารซีบีดีจากต้นพังแหรอาจไม่ให้ผลทางการแพทย์เลยก็ได้

แวนเทจ มาร์เก็ต รีเสิร์ช บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลประเมินว่า ปี 2565 ทั่วโลกมีความต้องการสารซีบีดีเกือบ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เกือบ 174,820 ล้านบาท) และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 47,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (มากกว่า 1.64 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2028 ส่วนใหญ่เป็นความต้องการใช้งานด้านสุขภาพ

Health News : มาเลเซียยกเลิกสวมหน้ากากอนามัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740954

Health News : มาเลเซียยกเลิกสวมหน้ากากอนามัย

Health News : มาเลเซียยกเลิกสวมหน้ากากอนามัย

วันอาทิตย์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซียประกาศยกเลิกการบังคับสวมหน้ากากอนามัยบนขนส่งสาธารณะและหน่วยงานสาธารณสุขตั้งวันพุธหน้าเป็นต้นไป ภายหลังโควิด-19 ไม่ได้เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern) หรือพีเอชอีไอซี (PHEIC) แล้วรัฐมนตรีสาธารณสุขของมาเลเซีย แถลงว่า การสวมหน้ากากจะบังคับใช้เฉพาะกับคนที่ผลตรวจโควิด-19 เป็นบวกเท่านั้น และบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติในการควบคุมการติดเชื้อเมื่อต้องดูแลผู้ป่วย อย่างไรก็ดี รัฐบาลยังคงมีการสนับสนุนการใช้หน้ากากอนามัยขณะใช้บริการขนส่งสาธารณะ ส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง เช่นผู้สูงอายุและ
คนที่ป่วยด้วยโรครื้อรัง ก็ได้รับการสนับสนุนให้สวมหน้ากากอนามัยด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่ที่มีฝูงชนจำนวนมาก ขณะเดียวกัน ช่วงเวลาการกักตัวสำหรับ
ผู้ป่วยโควิด-19 จะถูกลดจาก 7 วัน เหลือ 5 วัน ตั้งแต่เมื่อเริ่มแสดงอาการครั้งแรก

สำหรับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ในมาเลเซีย ในช่วงกว่า 5 สัปดาห์ที่ผ่านมา ลดลงประมาณร้อยละ 53.5 จาก 5,801 คน เหลือ 2,698 คน ส่วนผู้เสียชีวิตจาก
โควิดในช่วงเวลาเดียวกัน ก็ลดลงร้อยละ 35.3 จาก 17 คน เหลือ 11 คน

Health News : สหรัฐฯ ไฟเขียววางขายเนื้อไก่จากห้องแล็บ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739451

Health News : สหรัฐฯ ไฟเขียววางขายเนื้อไก่จากห้องแล็บ

Health News : สหรัฐฯ ไฟเขียววางขายเนื้อไก่จากห้องแล็บ

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัทสตาร์ตอัป กูด มีต (GOOD Meat) และ อัปไซด์ ฟูดส์ (UPSIDE Foods) เปิดเผยว่ากระทรวงเกษตรฯของสหรัฐฯ มีมติอนุมัติการจำหน่ายเนื้อไก่จากการเพาะเลี้ยงเซลล์เป็นครั้งแรก หลังจากได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ ซึ่งระบุว่าเนื้อไก่ที่เพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการของบริษัทแต่ละแห่งปลอดภัยสำหรับบริโภคของมนุษย์

คำแถลงจาก กูด มีต ระบุว่าการอนุมัติครั้งประวัติศาสตร์นี้หมายความว่าเนื้อไก่ของบริษัท ซึ่งเพาะจากเซลล์สัตว์โดยตรง สามารถวางจำหน่ายแก่ผู้บริโภคชาวอเมริกันได้
ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากทีมนักวิทยาศาสตร์อาหาร นักชีววิทยาโมเลกุล และวิศวกรเทคนิคของอัปไซด์ ฟูดส์ สอบผ่านขั้นตอนกำกับดูแล 3 ขั้น ได้แก่ เอกสารแสดงส่วนผสมที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานฯ การอนุมัติฉลาก และใบรับรองการตรวจสอบจากกระทรวงฯ

เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง ซึ่งเรียกกันว่าโปรตีนจากการเพาะเลี้ยงเซลล์หรือเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ ผลิตโดยนำสเต็มเซลล์จากสัตว์มาใส่ภาชนะที่เรียกว่าเครื่องเพาะเลี้ยง และเลี้ยงด้วยส่วนผสมสารอาหารที่เหมาะสมเพื่อแบ่งเซลล์และเติบโต จากนั้น เก็บเกี่ยวเนื้อเพื่อนำมาแปรรูปและพร้อมสำหรับรับประทาน หลังจากเพาะเลี้ยงนาน 2-3 สัปดาห์

Health News : นักฟุตบอลอาชีพเสี่ยงสมองเสื่อม

Health News : นักฟุตบอลอาชีพเสี่ยงสมองเสื่อม

Health News : นักฟุตบอลอาชีพเสี่ยงสมองเสื่อม

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผลการศึกษาชองมหาวิทยาลัยน็อตติ้งแฮมในอังกฤษ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ และสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ หรือ พีเอฟเอ ระบุว่า อดีตนักฟุตบอลอาชีพมีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะสมองเสื่อมมากกว่าประชากรปกติเกือบ 3.5 เท่า และพบว่า ร้อยละ 2.8 ของนักฟุตบอลอาชีพที่เลิกเล่นแล้ว มีรายงานผลการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ว่ามีอาการสมองเสื่อมหรือโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับระบบประสาท เปรียบเทียบกับบุคคลทั่วไปที่จะมีภาวะสมองเสื่อมร้อยละ 0.9

ชาร์ล็อต โควี หัวหน้างานด้านการแพทย์ของเอฟเอ กล่าวว่า ผลการศึกษานี้ได้มาจากการวิจัยกลุ่มอดีตนักฟุตบอลอาชีพโดยเฉพาะที่เข้าร่วมในการศึกษาและสามารถตรวจสอบสุขภาพของสมองได้ ผลการศึกษาสนับสนุนผลการศึกษาเดิมที่ระบุว่า อดีตนักฟุตบอลอาชีพมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาทมากกว่าบุคคลทั่วไป และคณะนักวิจัยจะดำเนินการศึกษาเรื่องนี้ต่อไปเพื่อช่วยหาความรู้ในด้านนี้ต่อไป

ที่ผ่านมา เอฟเอถูกวิพากษ์ตำหนิจากผู้เกี่ยวข้องว่า ไม่ดำเนินการมากพอในการช่วยเหลืออดีตนักฟุตบอลที่ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาท แต่เอฟเอกล่าวว่า ได้ริเริ่มแนวทางปฏิบัติเรื่องการกระทบกระเทือนทางสมอง โดยห้ามการเล่นฟุตบอลด้วยศีรษะ หรือ การโหม่งในระหว่างการฝึกซ้อมและห้ามจงใจโหม่งสำหรับนักฟุตบอลที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี

Health News : อันตรายจากหมอกควันไฟป่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/736478

Health News : อันตรายจากหมอกควันไฟป่า

Health News : อันตรายจากหมอกควันไฟป่า

วันอาทิตย์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันจากไฟป่าในแคนาดา จนส่งผลให้พื้นที่ในสหรัฐฯ รวมทั้งนครนิวยอร์ก กลายเป็นหนึ่งในเมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลกในช่วงไม่กี่วันมานี้

ควันไฟป่ามีพิษมากกว่ามลภาวะทางอากาศทั่วไป อยู่ในอากาศได้นานหลายสัปดาห์ และสามารถพัดไปไกลได้หลายร้อยไมล์ ไฟป่าไม่เพียงแต่เผาไหม้ต้นไม้เท่านั้น แต่ยังเผาทำลายอาคารบ้านเรือน ยานพาหนะ และสิ่งของที่อยู่ภายใน ควันไฟป่าจึงประกอบด้วยทั้งอนุภาคชีวภาพ และอนุภาคของสารเคมี เหล็ก พลาสติก และสารสังเคราะห์อื่นๆ การทดลองในห้องปฏิบัติการเผยว่า ควันไฟป่าทำให้เกิดอาการอักเสบและทำให้เนื้อเยื่อเสียหายได้มากกว่ามลภาวะทางอากาศในปริมาณเท่ากัน

ผลการศึกษาในมนุษย์ยังบ่งชี้ว่า ควันไฟป่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับอัตราการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ยังทำให้มีผู้ป่วยเข้าห้องฉุกเฉินจากภาวะในระบบทางเดินหายใจมากขึ้น และทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ควันไฟป่ายังมีส่วนต่อการระคายเคืองตาและปัญหาผิวหนังด้วย ควันไฟป่ายังส่งผลต่อผู้ตั้งครรภ์ โดยเกี่ยวข้องกับการแท้งบุตร การให้กำเนิดทารกที่มีน้ำหนักต่ำ และการคลอดก่อนกำหนด

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การรับมือกับควันไฟป่าที่ดีที่สุดคือการลดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะงดเล่นกีฬาหนักๆ และสวมหน้ากาก N95 สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ เผยแพร่หลักสูตรออนไลน์ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการลดการสัมผัสควันไฟป่าทั้งในพื้นที่กลางแจ้งและในอาคาร

Health News : ล็อกดาวน์โควิด ทำทหารอเมริกัน ‘อ้วนขึ้น’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/735056

Health News : ล็อกดาวน์โควิด ทำทหารอเมริกัน ‘อ้วนขึ้น’

Health News : ล็อกดาวน์โควิด ทำทหารอเมริกัน ‘อ้วนขึ้น’

วันอาทิตย์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผลวิจัยครั้งใหม่พบว่า โรคอ้วนของกำลังพลในกองทัพสหรัฐฯ จากช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 เพิ่มขึ้น เฉพาะในกองทัพบก ทหารประจำการจำนวนเกือบ 10,000 นาย ถูกพบว่าเป็นโรคอ้วนระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2019 ถึงเดือนมิถุนายน 2021 ทำให้กล่าวได้ว่าเกือบ 1 ใน 4 ของกำลังพลที่อยู่ในการศึกษานี้กำลังอยู่ในภาวะโรคอ้วน การเพิ่มขึ้นนี้ยังพบได้ในกองทัพเรือสหรัฐฯ และนาวิกโยธินอีกด้วย

การวิจัยของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่า ทหารที่มีน้ำหนักเกินและเป็นโรคอ้วนมีแนวโน้มที่จะได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งร่างกายยังไม่แข็งแรงพอสำหรับกิจกรรมที่ต้องใช้ความแข็งแกร่งด้านกายภาพ รายงานยังระบุว่า กองทัพสูญเสียวันทำงานมากกว่า 650,000 วัน และยังมีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน มูลค่ามากกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี สำหรับพลทหารที่ยังปฏิบัติหน้าที่ อดีตทหาร รวมถึงครอบครัวของพวกเขา

ในปีงบประมาณ 2021 กองทัพบกรับสมัครกำลังพลได้ต่ำกว่าเป้าหมายเป็นครั้งแรก ต่ำกว่าเป้าไปถึง 15,000 นาย หรือ 1 ใน 4 จากเป้าหมาย เหตุผลเนื่องมาจาก 3 ใน 4 ของชาวอเมริกันอายุ 17 ถึง 24 ปี มีคุณสมบัติไม่เข้าข่ายที่จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพได้ หนึ่งในนั้น คือปัญหาน้ำหนักที่เกินกว่ามาตรฐาน เป็นสาเหตุใหญ่ที่สุด ที่ทำให้ 1 ใน 10 ของผู้สมัครที่มีโอกาสสมัครเข้ามาเป็นทหารไม่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก

Health News : ไวรัสโบราณล้านปี อาจช่วยรักษามะเร็งได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733551

Health News : ไวรัสโบราณล้านปี อาจช่วยรักษามะเร็งได้

Health News : ไวรัสโบราณล้านปี อาจช่วยรักษามะเร็งได้

วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ฟรานซิส คริคก์ นักอณูชีววิทยาชาวอังกฤษได้ค้นพบไวรัสโบราณที่หลบซ่อนอยู่ภายในพันธุกรรมของมนุษย์ ซึ่งมักเปิดเผยตัวตนออกมาขณะที่เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปทั่วจนร่างกายไม่สามารถควบคุมได้เท่านั้น โดยไวรัสนี้จะช่วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายค้นหาและช่วยโจมตีเซลล์มะเร็ง กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จึงต้องการที่จะควบคุมและใช้ประโยชน์ไวรัสนี้ในการสร้าง “วัคซีน” ที่ช่วยรักษาหรือป้องกันเซลล์มะเร็ง พวกเขายังได้พบว่ามีระบบภูมิคุ้มกันส่วนหนึ่งที่สามารถรอดพ้นจากเซลล์มะเร็งในปอดได้ดีกว่าภูมิคุ้มกันส่วนอื่น ๆ ผ่านการสร้างแอนติบอดี (Antibody) เพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อของร่างกาย ซึ่งภูมิคุ้มกันกลุ่มนี้ถูกเรียกว่า “บีเซลล์” (B-Cells)

พันธุกรรมของมนุษย์ที่พวกเราต่างรู้จักกันเป็นอย่างดีนั้น มีองค์ประกอบของไวรัสชนิดนี้มากกว่า 8% การศึกษาวิจัยยังพบว่าไวรัสโบราณบางชนิดก็ติดมากับรหัสพันธุกรรมของเราตั้งแต่เมื่อประมาณสิบล้านปีที่แล้ว และได้ร่วมวิวัฒนาการมากับพวกเราตั้งแต่สมัยยุคที่บรรพบุรุษของมนุษย์ยังคงอยู่ในวงศ์ลิงใหญ่ อย่างไรก็ตาม เมื่อเซลล์มะเร็งนั้นเติบโตลุกลามมากขึ้นจนถึงระยะท้ายเกินกว่าระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะสามารถรับมือได้ ไวรัสชนิดนี้ก็หายไปจากร่างกายของมนุษย์ ซึ่งผลการสังเกตนี้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ยืนยันได้ว่าไวรัสนี้สามารถช่วยต่อต้านการติดเชื้อจากไวรัสอื่น ๆ ที่ร่างกายรับเข้ามาได้เพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น

อย่างไรก็ดี นักวิจัยโรคมะเร็งในสหราชอาณาจักรอย่าง ดร. แคลร์ บรูมเลย์ กล่าวเอาไว้ว่างานวิจัยชิ้นนี้ ต้องการการค้นคว้ามากกว่านี้ ภายในอนาคตเธอเชื่อว่ามนุษย์จะสามารถค้นพบวิธีรักษามะเร็งให้เป็นจริงได้ด้วยนวัตกรรมจากไวรัสชนิดนี้

Health News : ความเหงาทำให้เสี่ยงเสียชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732033

Health News : ความเหงาทำให้เสี่ยงเสียชีวิต

Health News : ความเหงาทำให้เสี่ยงเสียชีวิต

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

วิเวก เมอร์ธี นายแพทย์ใหญ่ของสหรัฐฯ กล่าวในการแถลงเกี่ยวกับโรคระบาดใหญ่ครั้งล่าสุดว่า ความอ้างว้างโดดเดี่ยวที่แพร่หลายในสหรัฐฯ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพหลายอย่าง หลังจากการวิจัยแสดงให้เห็นว่า ชาวอเมริกันซึ่งมีส่วนร่วมกับสถานประกอบพิธีการทางศาสนา องค์กรชุมชนต่างๆ และแม้แต่กับสมาชิกในครอบครัวของตนกันน้อยลง

ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ได้รายงานว่ามีความรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่จำนวนครอบครัวแบบเดี่ยวเพิ่มขึ้นสองเท่าในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา แต่วิกฤตนี้ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้โรงเรียนและที่ทำงานต้องปิดลง และชาวอเมริกันหลายล้านคนต้องแยกตัวจากญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูงของตน ชาวอเมริกันใช้เวลากับเพื่อนๆ ประมาณวันละ 20 นาทีในปี 2020 ลดลงจากวันละ 60 นาทีเมื่อเกือบสองทศวรรษก่อนหน้า นอกจากนี้ ความเหงากำลังระบาดหนักโดยเฉพาะในหมู่เยาวชนอายุ 15-24 ปี ซึ่งมีรายงานว่ากลุ่มคนอายุนี้ใช้เวลากับเพื่อนลดลง 70% ในช่วงเวลาเดียวกัน

ความอ้างว้างโดดเดี่ยวเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเกือบ 30% โดยรายงานเปิดเผยว่ากลุ่มคนที่เข้าสังคมไม่ได้มีความเสี่ยงสูงต่อโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจ พอๆ กับการสูบบุหรี่ถึงวันละ 12 มวน นอกจากนี้ ความโดดเดี่ยวยังทำให้มีโอกาสประสบภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และภาวะสมองเสื่อมอีกด้วย เป็นเหตุให้อุตสาหกรรมด้านสุขภาพเสียหายปีละหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

Health News : สหรัฐฯ ยุติภาวะฉุกเฉินโควิด-19

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/730583

Health News : สหรัฐฯ ยุติภาวะฉุกเฉินโควิด-19

Health News : สหรัฐฯ ยุติภาวะฉุกเฉินโควิด-19

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รัฐบาลสหรัฐฯ ยุติภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขด้านโควิด-19 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังประกาศภาวะฉุกเฉินดังกล่าวครั้งแรกเมื่อกว่า 3 ปีก่อนเพื่อจัดสรรเงินทุน และทรัพยากรแก่ประเทศในการต่อสู้กับการระบาดใหญ่ระดับโลก โดยประธานาธิบดี โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ขยายระยะเวลาภาวะฉุกเฉินซ้ำหลายครั้ง นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในปี 2564 กระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ของสหรัฐฯ จัดทำแผนงานสรุปการเปลี่ยนผ่านจากภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข โดยการรักษาและการตรวจโรคโควิด-19อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเองตามประกันสุขภาพ ส่วนวัคซีนป้องกันอาจอยู่ภายใต้ความคุ้มครองอย่างน้อยไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2567 ขณะการตัดสินใจในโครงการเมดิเคดหรือโครงการประกันสุขภาพของรัฐ ขึ้นอยู่กับแต่ละรัฐ

ขณะเดียวกัน การยุติภาวะฉุกเฉินนี้จะส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์บางประการ ซึ่งจะนำไปสู่แรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อผู้ที่ประกันครอบคลุมน้อยหรือผู้ไม่มีประกัน

ทั้งนี้ การบังคับแบ่งปันผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการโรคโควิด-19 รวมถึงข้อมูลวัคซีนระดับท้องถิ่น และรัฐกับศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ จะสิ้นสุดลงเช่นกันเมื่อภาวะฉุกเฉินสิ้นสุดลง

Health News : อินโดนีเซียผวาโควิด ‘อาร์คตูรุส’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729054

Health News : อินโดนีเซียผวาโควิด ‘อาร์คตูรุส’

Health News : อินโดนีเซียผวาโควิด ‘อาร์คตูรุส’

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักงานอนามัยกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เตือนว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดจะยังคงพุ่งสูงในช่วงไม่กี่วันข้างหน้านี้ หลังจากไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่ อาร์คตูรุส (Arcturus) หรือ XBB.1.16 สายพันธุ์ย่อยของโควิดสายพันธุ์โอมิครอน ระบาดมากขึ้นในประเทศ พบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์อาร์คตูรุสแล้ว 10 คน ตั้งแต่ตรวจพบครั้งแรกในวันที่ 23 มีนาคม

จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น พบว่าไวรัสอาร์คตูรุสระบาดรุนแรงกว่าสายพันธุ์ XBB.1 และ XBB.1.5 ประมาณ 1.17-1.27 และในตอนนี้ กำลังกลายเป็นสายพันธุ์ที่ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นในขณะนี้ โดยในช่วง 2-3 สัปดาห์หลังสุด อินโดนีเซียมีผู้ติดเชื้อโควิดทำสถิติสูงสุดมากกว่า 1,000 คน เป็นประจำทุกวันรวมตัวเลขผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 6.7 ล้านคน ตั้งแต่โควิดเริ่มระบาดในประเทศเมื่อเดือนมีนาคม 2563 คาดว่า จำนวนผู้ติดเชื้อรายวัน อาจสูงกว่า 4,000 คน ภายในสัปดาห์หน้า

อย่างไรก็ดี กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียยืนยัน สถานการณ์การระบาดของโควิดในประเทศยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม และเรียกร้องให้ประชาชนอย่างตื่นตระหนก แม้ว่าจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้น พร้อมกับเตือนประชาชนควรเฝ้าระวัง ด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัยในที่ชุมชน และเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้น